Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เที่ยวสุรินทร์แดนอารยธรรมชุมชนโบราณ นมัสการยกพระเสี่ยงทาย

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311084

เที่ยวสุรินทร์แดนอารยธรรมชุมชนโบราณ นมัสการยกพระเสี่ยงทาย

เที่ยวสุรินทร์แดนอารยธรรมชุมชนโบราณ นมัสการยกพระเสี่ยงทาย

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.34 น.

26 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อำเภอเขวาสินรินทร์  จังหวัดสุรินทร์ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ ประมาณ 14 กิโลเมตร มีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่สำคัญ คือชุมชนโบราณบ้านพระปืด หมู่ 2 ต.บ้านแร่  อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ เป็นชุมชนที่มีกำแพงเมืองโบราณล้อมรอบ 2 ชั้น และยังมีเรื่องราวและตำนานของพระศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านนิยมมากราบไหว้ขอพระและยกองค์หลวงพ่อเพื่อเสี่ยงทาย

โดยหลวงพ่อพระปืดแห่งวัดปราสาทแก้วเป็นพระพุทธรูปศิลาทรายสีแดง ประทับนั่งสมาธิราบ ปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 35 เซนติเมตร สูง 54 เซนติเมตร เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างแบบพื้นถิ่นอีสาน สันนิษฐานว่าสร้างสมัยพุทธศวรรษที่ 23

พระครูสถิตวรรัตน์ เจ้าอาวาสวัดปราสาทแก้ว เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยก่อนได้ถูกโจรขโมยไป ถึง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถนำไปได้ ครั้งแรกชาวบ้านเจอองค์หลวงพ่อที่คลองข้างถนน เป็นลักษณะเหมือนปลาตัวใหญ่ผุดว่าย แต่หลังจากพากันวิดน้ำเพื่อเอาปลากลับก็เจอองค์หลวงพ่อพระปืดที่หายไป ส่วนครั้งสองเจออยู่ในถุงกระสอบปุ๋ย ชาวบ้านไปทำนาเดินตามคันนาผ่านไปแล้ว แปลกใจว่าถุงปุ๋ยมีอะไรคือว่าเป็นปลาเหมือนดิ้นได้ จึงตัดสินใจเปิดกลับเจอเป็นหลวงพ่อพระปืดที่หายไปนับเดือน จึงได้พากันนำพระปืดมาไว้ที่วัด ตั้งแต่นั้นมาเจ้าอาวาสจึงได้นำไว้บนกุฎิ เพราะกลัวโจรจะลักขโมยไปอีก

ทั้งนี้ หลวงพ่อพระปืดเป็นพระศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจของชาวบ้าน ผู้คนส่วนมากจะเดินทางมากราบนมัสการ ขอพรท่านและเสี่ยงทายโดยการยกองค์ท่าน ขั้นตอนเพียงจุดธูป 3 ดอก ก้มลงกราบ 3 ครั้ง แล้วนั่งพนมมือตั้งจิตอธิษฐานเสี่ยงทาย โดยนั่งคุกเข่าใช้สองมือยกองค์พระ ซึ่งหลักการยกองค์พระโดยส่วนมากจะนิยมยก 3 ครั้ง

โดยยกครั้งแรกเป็นการขอยกดูน้ำหนักท่านก่อน เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างในการยกครั้งต่อไป ครั้ังที่สองเป็นการอธิษฐาน ว่าถ้าสิ่งที่เป็นไปได้ดั่งคำที่เราอธิษฐานนั้นๆ ก็ขอให้ยกองค์หลวงพ่อนั้นขึ้นได้ เมื่ออธิฐานเสร็จแล้วก็ยกขึ้น หลังจากนั้นในครั้งที่สาม เป็นการอธิษฐานแบบเดิม แต่ครั้งนี้ถ้าเป็นไปดั่งคำอธิษฐาน ก็ขออย่าให้ยกองค์หลวงพ่อขึ้นได้ หลังจากยกทั้่งสามครั้งแล้ว ก็จะเห็นความแตกต่างทันทีที่เราได้อธิษฐานไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ตุ๊กตาไม้ควายยิ้ม’ทำจากใจด้วยฝีมืองานประดิษฐ์ชมรมผู้พิการพิษณุโลก

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311078

'ตุ๊กตาไม้ควายยิ้ม'ทำจากใจด้วยฝีมืองานประดิษฐ์ชมรมผู้พิการพิษณุโลก

‘ตุ๊กตาไม้ควายยิ้ม’ทำจากใจด้วยฝีมืองานประดิษฐ์ชมรมผู้พิการพิษณุโลก

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.20 น.

26 ธ.ค.60 ใกล้ถึงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แล้ว หลายคนคงกำลังมองหาของฝากของขวัญ มอบให้กับผู้ที่เคารพรัก ญาติสนิท มิตรสหาย ซึ่งที่จ.พิษณุโลก ขอแนะนำเชิญชวนอุดหนุนสินค้างานประดิษฐ์จากไม้โมกมัน แบรนด์ ควายยิ้ม ฝีมืองานประดิษฐ์ของชมรมบูรณาการอย่างยั่งยืนคนพิการตำบลปากโทก อบต.ปากโทก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่นำไม้โมกมัน มาประดิษฐ์ประดอยเป็นรูปควายยิ้ม เป็นชิ้นงานหลากหลาย ทั้งกระปุกออมสิน ที่เสียบปากกา ควายเทียมเกวียน ซึ่งงานทุกชิ้น จะมีควายยิ้มเป็นองค์ประกอบ ด้วยท่าทางต่างๆ พร้อมตัวอักษรข้อความต่างๆ อาทิ ยิ้มสู้ วณิพกพเนจร ครอบครัวเป็นสุข เป็นต้น

นายประเสริฐศักดิ์ ทองดี สมาชิกชมรมบูรณาการอย่างยั่งยืนคนพิการตำบลปากโทก อบต.ปากโทก เปิดเผยว่า ตนรับหน้าที่นำงานประดิษฐ์ควายยิ้ม ใส่พ่วงข้างรถจักรยานยนต์ออกตระเวนขายตามตลาดนัดในเขต อ.เมืองพิษณุโลก และล่าสุดเพิ่งได้ที่ขายประจำที่หน้าศาลหลักเมือง ในโครงการตลาดประชารัฐ ของอ.เมืองพิษณุโลก ที่จัดขึ้นทุกวันศุกร์

ควายยิ้ม เป็นผลงานประดิษฐ์ของกลุ่มผู้พิการในอบต.ปากโทก อ.เมืองพิษณุโลก ที่เกิดจากนายกอบต.ปากโทก นายชินนะ คลนิล ให้รวมกลุ่มคนพิการเพื่อทำงานประดิษฐ์ออกจำหน่ายเป็นอาชีพได้ มีสมาชิกผู้พิการ 12 คน มีนายใหญ่ เหล็กสุวรรณ เป็นประธานชมรมบูรณาการอย่างยั่งยืนคนพิการตำบลปากโทก ดำเนินกิจกรรมมาแล้ว 10 ปี โดยทางอบต.ปากโทก ออกเงินทุนกู้ยืมปลอดดอกเบี้ยให้ก่อน เพื่อนำไปซื้อวัตถุดิบคือไม้โมกมัน นำมาให้ผู้พิการช่วยกันเหลาและประดิษฐ์เป็นควายยิ้มอิริยาบถต่างๆและออกขาย เมื่อขายได้ก็จะหัก 10 % เข้าชมรมเพื่อคืนเงินต้นและเป็นทุน ส่วนที่เหลือเป็นกำไรก็ปันผลให้กับสมาชิกผู้ผลิต

ในอดีตนายประเสริญศักดิ์ เคยไปขายในวัดใหญ่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร แต่เมื่อมีการจัดระเบียบร้านค้าภายในวัดจึงไม่ได้ไปจำหน่าย เคยได้เงินปันผลแบ่งกับสมาชิกผู้พิการรายละ 2,000 บาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันยอดขายซบเซา เนื่องจากไม่มีที่ขายแน่นอนเป็นของตนเอง และเพิ่งมาได้ที่จำหน่ายในตลาดประชารัฐของอ.เมืองพิษณุโลก ในเดือนธันวาคมนี้ จึงมาขายทุกวันศุกร์ขอเชิญชวนชาวพิษณุโลกร่วมอุดหนุนงานประดิษฐ์ควายยิ้ม ของกลุ่มผู้พิการตำบลปากโทก เพื่อนำไปเป็นของฝากของขวัญช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ปี 2561 หากผู้ใดสนใจติดต่อได้ที่อบต.ปากโทก 055-262524 ต่อ 18 หรือ เบอร์นายกอบต.ปากโทก นายชินนะ คชนิล 081-9538961

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนสัตว์โคราชทำบุญเลี้ยงพระจัดกิจกรรมวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311074

สวนสัตว์โคราชทำบุญเลี้ยงพระจัดกิจกรรมวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ

สวนสัตว์โคราชทำบุญเลี้ยงพระจัดกิจกรรมวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.08 น.

26 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อาคารนกกระเรียนนานาชาติ ภายในสวนสัตว์นครราชสีมา ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเทวินทร์ รัตนะวงศะวัต ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมาเป็นประธานจัดกิจกรรมวันสำคัญด้านธรรมชาติและสัตว์ป่า ในโอกาสวันคุ้มครองสัตว์ป่า หรือวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 26 ธันวาคมของทุกปี ถูกกำหนดขึ้นครั้งแรกในรัฐบาลของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ ในปี พ.ศ.2503 สมัยดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นวันสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากร โดยมีบุคลากร เจ้าหน้าที่สวนสัตว์นครราชสีมา ร่วมกับชุมชน เยาวชน คณะครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไปกว่า 100 คน ร่วมกิจกรรมอย่างคึกคักพร้อมเพียงท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการสร้างองค์ความรู้และความตระหนัก ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรราชติสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกให้เด็ก เยาวชน นักเรียน นึกศึกษา ประชาชนทั่วไปร่วมกันอนุรักษ์สัตว์ และดำเนินกิจการของสวนสัตว์นครราชสีมา เพื่อการอนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของ จ.นครราชสีมาเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาค้นคว้าทางด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ป่า ถิ่นอาศัย โดยเฉพาะสัตว์ป่าสงวนหายากและที่ใกล้จะสูญพันธ์ ภายในงานมีการจัดนิทรรศการสัตว์ป่าสงวน และ Specimens สัตว์ป่า พร้อมข้อมูลความรู้ กับน้องๆ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป การทำบุญเลี้ยงพระอุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์ป่านานาชนิด และการเลี้ยงอาหารมื้อพิเศษให้สัตว์ป่าสงวนภายในส่วนจัดแสดงสัตว์ป่า

นายเทวินทร์ กล่าวว่า สวนสัตว์นครราชสีมาจะมุ่งเน้นการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ขององค์การสวนสัตว์ เป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์และแหล่งเรียนรู้ชีวิตสัตว์ป่าในระดับสากล และพันธกิจ ชะลอวิกฤติการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่า โดยการจัดและสนับสนุนการดำรงพันธุ์สัตว์ป่าและการนำคืนสู่ธรรมชาติ ยกระดับการบริหารจัดการการดูแลสัตว์ป่านอกถิ่นอาศัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งด้านสุขภาวะ กายภาพ และการบริหารจัดการจัดแสดงพันธุ์สัตว์เพื่อการนันทนาการ และสร้างความตระหนัก การมีส่วนร่วมรณรงค์ฟื้นฟู อนุรักษ์ชีวิตสัตว์ป่าเป็นตัวแทนของประเทศในด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และป้องกันการสูญเสียทรัพยากรสัตว์ป่านอกถิ่นอาศัย พัฒนาองค์ประกอบทางกายภาพ และสิ่งแวดล้อมของสวนสัตว์ให้มีมาตรฐาน และเพื่อเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้สัตว์ป่าคงอยู่คู่กับประเทศไทยและโลกใบนี้ต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตื่น!ขุดพบไหโบราณกลางทุ่ง หนุ่มแอบจิ๊กกลับบ้าน เจอดีกลางดึก ต้องรีบเอามาคืน

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311069

ตื่น!ขุดพบไหโบราณกลางทุ่ง หนุ่มแอบจิ๊กกลับบ้าน เจอดีกลางดึก ต้องรีบเอามาคืน

ตื่น!ขุดพบไหโบราณกลางทุ่ง หนุ่มแอบจิ๊กกลับบ้าน เจอดีกลางดึก ต้องรีบเอามาคืน

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 12.50 น.

วันที่ 26 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานได้รับแจ้งจากชาวบ้านอากลัว ต.บ้านแร่ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ว่า มีการขุดพบไหโบราณพร้อมโครงกระดูกเป็นจำนวนมากที่บริเวณที่นา ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ตาสังอาก” มีลักษณะเป็นเนินดินสูงกลางทุ่งนาข้างทางมีต้นไม้ใหญ่น้อยปกคลุม และพื้นที่รอบข้างเป็นที่ลุ่มคล้ายคูน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ช่วงรอต่อถนนระหว่างบ้านอากลัวหมู่ 3 ต.บ้านแร่ อ.เขวาสินรินทร์ และบ้านทนงรัตน์ ต.เมืองที อ.เมืองสุรินทร์

โดยชาวบ้านเปิดเผยว่า วันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านได้จ้างรถแบ๊คโฮมาทำการขุดเพื่อเกลี่ยหน้าดินก่อนทำการถมที่ดิน ปรากฏว่า ได้ขุดพบไหโบราณและเศษโครงกระดูกที่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าว พากันมาขุดค้นหาของมีค่า โดยหนึ่งในนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่ง ได้เก็บวัตถุโบราณเป็นลักษณะแก้วหินสี นำกลับมาไว้ที่บ้าน แต่ปรากฏว่าในคืนวันเดียวกันได้ฝันว่า มีเจ้าของมาตามเอาคืน บอกว่าสมบัตินี้มีเจ้าของ เขาเก็บไว้ให้ลูกหลาน ซึ่งในฝันหนุ่มดังกล่าวขอต่อรองที่จะนำมาคืนให้ในวันรุ่งขึ้น โดยเมื่อถึงเวลาเช้า ชายหนุ่มดังกล่าวจึงรีบนำไปไว้ในบริเวณที่ตนหยิบมา โดยเดินทางไปคนเดียว และเก็บไว้ให้คืนในที่มิดชิด เพราะกลัวชาวบ้านจะไปค้นหาเจอของดังกล่าว

ขณะที่ นางทองบ่อ  สุขต้น  อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 10 ต.บ้านแร่ เล่าว่า  ลูกชายหลังทราบข่าวว่ามีการขุดเจอไหโบราณ  จึงได้ไปดูและได้เก็บแก้วหินสี มาไว้ที่บ้าน  จากนั้นเมื่อช่วงกลางคืนกำลังจะหลับได้ยินเสียงมีคนมาเรียกชื่อตน ซึ่งคล้ายกับว่ามีคนมาเป็นจำนวนมาก มาที่บ้าน  รุ่งเช้าจึงได้รับนำของดังกล่าวไปคืนยังสถานที่ที่เก็บได้ โดยเก็บไว้ในที่มิดชิดแล้ว

นางสงวน  ปานอำพันธ์  อายุ 54 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 276  หมู่ 5 บ้านสดอ  ต.เขวาสินรินทร์ ซึ่งเป็นหลานสาวของเจ้าของที่นาที่อยู่ในบริเวณที่พบไหโบราณ เล่าว่า ตั้งแต่บรรพบุรุษมาแล้ว ตาทวดได้สั่งห้ามไม่ให้ใครไปทำอะไรขุดถางในบริเวณนี้ สมัยก่อนได้ยินเรื่องราวอาถรรพณ์ต่างๆแถบนี้ มีคนเห็นเป็นหญิงชุดขาวเดินลงมาจากจอมปลวก จนไม่ค่อยมีใครเข้าไปจุดนั้น ตนมีความเชื่อว่าที่นี่น่าจะเป็นเมืองโบราณ ชาวบ้านในละแวกแถวนั้นจะรู้จักดี และชาวบ้านมักจะมาประกอบพิธีทรงเจ้าเพื่อขอหวย เพราะมีบางงวดที่คนถูกกันเป็นจำนวนมาก ส่วนคนที่มาขุดได้ยินว่าเจองูใหญ่ 2 ตัวด้วย ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นงูเจ้าที่ที่ดูแลพื้นที่ตรงนี้มาแต่โบราณ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชื่นชมสุดหัวใจ! 4สิ่งใน’ก้าวสุดท้าย’ ของผู้ชายชื่อ’ตูน อาทิวราห์’

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311051

ชื่นชมสุดหัวใจ! 4สิ่งใน'ก้าวสุดท้าย' ของผู้ชายชื่อ'ตูน อาทิวราห์'

ชื่นชมสุดหัวใจ! 4สิ่งใน’ก้าวสุดท้าย’ ของผู้ชายชื่อ’ตูน อาทิวราห์’

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.21 น.

จบลงเป็นที่เรียบร้อย สำหรับโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่ง “ตูน บอดี้สแลม” หรือ นายอาทิวราห์ คงมาลัย พร้อมทีมงาน ออกวิ่งจากภาคใต้ถึงภาคเหนือ เริ่มที่ อ.เบตง จ.ยะลา ตั้งแต่เมื่อ 1 พ.ย.2560 ที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายปลายทางไว้ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กม.

วานนี้เมื่อเวลา 18.21 น. ตูน บอดี้สแลม และทีมก้าวคนละก้าวมุ่งหน้าเข้าเส้นชัยที่แม่สาย นั่นหมายถึงว่าภารกิจในครั้งนี้สำเร็จไปด้วยดีกับยอดเงินบริจาค 1,148,718,907.72 บาท แต่ก็ยังถือว่าไม่เป็นทางการเพราะทางโครงการยังไม่ปิดรับเงินบริจาค

25 ธันวาคม 2560 ตลอดทั้งวันประชาชนคนไทยทั้งประเทศจับตามองตูน บอดี้สแลม ผ่านไลฟ์สดบนเพจ ก้าว อย่างใจจดใจจ่อพร้อมส่งกำลังใจกันอย่างไม่ขาดสาย ผู้คนชาวจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงรอต้อนรับตูนอย่างเนืองแน่น

ขณะเดียวกันบนโลกออนไลน์ต่างชื่นชมผู้ชายตัวเล็กๆคนนี้อย่างสุดหัวใจ เช่นเดียวกับบนเพจRoundfinger ได้เขียนเรื่องราวเมื่อตูนปรากฎตัวต่อหน้าพี่น้องประชาชนบนเวทีกับ 4 สิ่งที่ชอบ ใน ‘ก้าวสุดท้าย’ บอกเล่าถึงความน่ารักของผู้ชายคนนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ล่องเรือปะทะลมหนาวยามเช้า ที่ทะเลบัวแดงหนองหานกุมภวาปี

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311043

ล่องเรือปะทะลมหนาวยามเช้า ที่ทะเลบัวแดงหนองหานกุมภวาปี

ล่องเรือปะทะลมหนาวยามเช้า ที่ทะเลบัวแดงหนองหานกุมภวาปี

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.08 น.

26 ธ.ค.60 ปีใหม่ที่จะถึงนี้ถ้าใครยังไม่รู้จะไปไหน ขอแนะนำสถานที่ล่องเรือชมบัวแดงชมความงามของบัวแดงในลุ่มหนองหาน-กุมภวาปีกว่าหมื่นไร่ กำลังเบ่งบานรอรับนักท่องเที่ยวมชมความสวยงามกันแล้ว

โดยท่าเรือที่รอให้นักท่องเที่ยวลงเรือล่องเรือชมความงามของบัวแดงตอนนี้ก็มี 5 ท่าเรือ คือ ท่าเรือบ้านเดียม,ท่าเรือดอนคง,ท่าเรือแชแล,ท่าเรือคอนสายและท่าเรือโนนน้ำย้อย ซึ่งจะขอแนะนำท่าเรือล่องเรือชมบัวแดงอีกแห่งหนึ่ง คือที่ท่าเรือโนนน้ำย้อย ต.แชแล อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ที่นี่สามารถชมบัวแดงได้ไม่ไกล ยืนอยู่ฝั่งก็สามารถมองเห็นทะเลบัวแดงบานสะพรั่งสุดลูกหูลูกหา ส่วนการเดินทางก็ไม่ไกลไปถนนหลวงสายอ.กุมภวาปี ไปทางอ.หนองหาน ขับรถไปจากตัวอำเภอกุมภวาปีเพียง 7 กม. ก็จะเจอหมู่บ้านโนนน้ำย้อย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร ก็จะเจอท่าเรือโนนน้ำย้อย

นางทองเหรียญ เหล่าเสพล อายุ 63 ปี ประธานกลุ่มเรือโนนน้ำย้อย บอกว่า ท่าเรือโนนน้ำย้อยคืออีกจุดที่สามารถพานักท่องเที่ยวนั่งเลือชมทะเลบัวแดงได้อีกจุด และท่านี้พิเศษคือมีแพไว้บริการนักท่องเที่ยวได้รับประทานด้วยและอีกอย่างคือ นักท่องเที่ยวขับรถมาจากตัวอำเภอกุมภวาปีไม่ไกลเพียง 7 กม.ก็ถึงท่าเรือแห่งนี้ และนักท่องเที่ยวลงจากรถก็สามารถมองเห็นทุ่งบัวแดงที่เบ่งบานแล้วกว่า 15000 ไร่ สวยงามอย่างมากโดยเฉพาะยามเช้าถึงตอนเที่ยง ตอนนี้มีเรือใหญ่ 53 ลำไว้คอยบริการ 500 บาทนั่ง 8 คนส่วนเรือเล็ก15 ลำราคา 300 บาทนั่ง 3 คน ใกล้ปีใหม่แล้วนักท่องเที่ยวโทรมาจองเรือก่อนได้ที่เบอร์ 064-0723953

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ตลาดน้ำบางน้อย’กับรอยยิ้มพ่อค้าแม่ค้า พายเรือขายของตามลำคลองกว่า60ปี

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311029

'ตลาดน้ำบางน้อย'กับรอยยิ้มพ่อค้าแม่ค้า พายเรือขายของตามลำคลองกว่า60ปี

‘ตลาดน้ำบางน้อย’กับรอยยิ้มพ่อค้าแม่ค้า พายเรือขายของตามลำคลองกว่า60ปี

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.22 น.

ตลาดน้ำบางน้อย ต.กระดังงา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เป็นตลาดน้ำเก่าแก่ตลาดหนึ่ง ในเมืองแม่กลอง เมื่อประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา สมัยก่อนจะจัดตลาดนัดในน้ำ จึงเรียกตลาดน้ำบางน้อย จัดตลาดนัดตรงปากคลองบางน้อยและจะนัดกันเป็นค่ำ ทั้งข้างขึ้นข้างแรมเหมือนกับตลาดน้ำโดยทั่วไป ในขณะนั้นที่ใช้ตัวภูมิศาสตร์และกายภาพของพื้นที่เป็นตัววัดและใช้ระบบน้ำขึ้นน้ำลงเป็นตัวตั้งตลาดน้ำ ก็จะจัดตลาดน้ำในวันข้างขึ้นข้างแรม

เช่น ตลาดนัดวัดบังปืน ที่จัดตลาดนัดในวันขึ้น-แรม 1 ค่ำ 6 ค่ำ และ 11 ค่ำ สำหรับตลาดนัดท่าคา ก็จะจัดตลาดนัดในวันขึ้นแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ และ 12 ค่ำ  สำหรับตลาดนัดบางน้อย ก็จะจัดตลาดนัดในวันขึ้นแรม 3 ค่ำ 8 ค่ำ และ 13 ค่ำ จะหมุนเวียนกันไปอย่างนี้ ทุกตลาดนัดและตลาดน้ำ รวมทั้งตลาดน้ำอัมพวา ก็กำหนดเป็นค่ำเช่นกัน

ตลาดน้ำบางน้อยในอดีต เป็นตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก จะมีเรือมาซื้อขายและแลกเปลี่ยนสินค้ากันเต็มปากคลอง แทบไม่มีช่องให้เรือพายเข้าออกได้  จะซื้อขายกันในเรือ จึงเกาะกันเป็นแพ จะได้ยินแต่เสียงใบพายกระทบข้างเรือและเสียงเรือกับเรือกระทบกัน บ่งบอกว่า การจราจรจอแจแออัด ทุกตลาดนัดจะเชื่อมโยงกันไปหมด บางครั้งเชื่อมโยงไปถึงตลาดน้ำตลาดนัดปากท่อราชบุรี

ตลาดน้ำบางน้อยในอดีตจะซื้อขายสินค้าที่เป็นผลผลิตทางเกษตรหรือพืชสวนเป็นส่วนใหญ่ เช่น กล้วย อ้อย ส้มโอ ลิ้นจี่ ลำไย ละมุด พุดซา มะเฟือง มะไฟ ขนุน เป็นต้น ส่วนผักสดและผลไม้บางชนิดก็มาจากดำเนินสะดวก ราชบุรี เช่น มะม่วงมะนาว ผลไม้จากบางช้างหรืออัมพวา น้ำตาลมะพร้าวก็จากตลาดน้ำวัดปากลัด ถ้ากุ้งหอยปูปลาและเกลือก็มาจากตลาดนัดบางแก้วและลาดใหญ่ ปลาน้ำจืด ก็ต้องมาจากตลาดนัดวัดบังปืนและตลาดน้ำวัดโรงเข้ สมุทรสาคร ข้าวสาร ก็ต้องมาจากตลาดนัดปากท่อ ราชบุรี

ตลาดนัดในตลาดน้ำในอดีต เปรียบเหมือนกับวิสาหกิจชุมชนในปัจจุบัน เพียงแต่ขั้นตอนการดำเนินการต่างกันเท่านั้น มีการซื้อขายสินค้ากัน เหมือนกับการขายตรง แต่ในปัจจุบันจะมีรัฐ มาจัดการบริหารให้ มีสภาพคล่องตัวมากยิ่งขึ้น แต่ตลาดน้ำกลับสูญสลายไปกับระบบการขนส่ง จากทางน้ำมาเป็นทางบก แทน  ตลาดน้ำจึงกลายมาเป็นตลาดบก จนถึงปัจจุบันนี้ หากไม่มีตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา จุดประกายขึ้นมา คำว่าตลาดน้ำคงเป็นเพียงตำนานเท่านั้น

เมื่อตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา ติดตลาดท่องเที่ยวแบบฉุดไม่อยู่ ตลาดน้ำอื่นๆที่เคยโด่งดังในอดีตก็พยายามที่จะต่อยอดจากตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา เช่น ตลาดน้ำท่าคา ตลาดน้ำบางนกแขวก ตลาดน้ำวัดดอนมโนรา ตลาดน้ำวัดอินทารามและตลาดน้ำบางน้อยก็เป็นตลาดน้ำอีกแห่งหนึ่งที่พยายามจะปลุกตลาดน้ำบางน้อย ที่ล้มลุกคลุกคลานเรื่อยมาพอจะอยู่ตัวได้แต่ก็ยังไม่แข็งแรงนักหากเทียบกับตลาดน้ำอัมพวาและตลาดน้ำท่าคา

ล่าสุดนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงคราม ก็มอบให้พัฒนากรอำเภอบางคนที จัดตลาดนัด ตลาดน้ำบางน้อยโดยมีสภาองค์กรชุมชน 3 อำเภอ ลงขันกันจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้าน ชาวบางคนที โดยมีนายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นประธานเปิดมหกรรมวัฒนธรรม อาหารพื้นบ้าน บางคนที ณ ตลาดน้ำบางน้อย วัดเกาะแก้ว ต.กระดังงา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เหมือนกับการ ปลุกผีตลาดน้ำขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จ ตลาดน้ำบางน้อยก็คงเหลือตำนานดังกล่าวมา

สำหรับที่ตลาดน้ำบางน้อย เดินไม่ตรงในเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เกิดจากผู้บริหารตลาดน้ำบางน้อยหรือเจ้าภาพหลักคือ เทศบาลตำบลกระดังงา เจ้าของพื้นที่ และเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นไม่เข้มแข็งและไม่ทุ่มเทเต็มที่เหมือนตลาดน้ำอื่นๆ เช่น ตลาดน้ำท่าคาและตลาดน้ำอัมพวา ที่ประสบความสำเร็จเพราะ ความเป็นปึกแผ่นแน่นเหนียว ในการดำเนินการสิ่งสำคัญคือความตั้งใจทำ เสียสละและความสามัคคีในหมู่คณะ และในตัวชาวบ้านเองที่ยังรวมตัวกันไม่ได้ จึงเป็นปัญหาในการบริหารงานและการจัดการที่ลงตัว

คุณยาย  มะลิ ช้วนพานิชย์ อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/3 ต.กระดังงา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เป็นผู้หนึ่งที่ความดีใจมากที่มีการฟื้นฟูตลาดน้ำบางน้อยขึ้นมา คุณยายเล่าให้ฟังว่า คุณยายพายเรือขายพืชผักผลไม้ตั้งแต่รุ่นสาว ราวๆอายุ 17-18 ปี ตอนนี้อายุ เกือบ 80 ปีแล้ว ก่อนนี้ นั่งหัวเรือมากับแม่ พายมาขายของที่ตลาดน้ำบางน้อย ตอนนั้นยังเป็นตลาดน้ำ อยู่ตรงปากคลองบางน้อย เรือเยอะมาก วันไหนไม่ใช่วันตลาดนัดก็จะพายเรือ ขายตามลำคลองบางน้อย  พายขายถึงดำเนินสะดวก ราชบุรี

เวลาน้ำแห้ง หรือน้ำลง ขอดคลอง ก็จะพายขายริมแม่น้ำแม่กลอง ล่องเรือพายขายจนถึงปากอ่าวแม่กลอง ขากลับก็ซื้อ เกลือ กุ้งหอยปูปลาที่ตากแห้งไว้ เอาติดเรือมาขายด้วย เหมือนไปขายที่ดำเนินสะดวกก็เอาผักสดจากดำเนินมาขาย ขายดีมาก ผักมันสด ไม่มีสารพิษเหมือนในตอนนี้

คุณยายเล่าต่อไปอีกว่าพอตลาดน้ำซบเซา จนสูญสลาย ก็ยังพายเรือขาย ตามปกติบางทีก็พายเรือไปขายที่ ตลาดน้ำท่าคาและตลาดน้ำวันดอนมโนรา ขายดี   แต่ตลาดน้ำอัมพวาพายไปขายไม่ได้ เพราะเรือเครื่องมันเยอะ เดี๋ยวมันชนเอา มันยิ่งชนกันบ่อยๆอยู่ด้วย ยายกลัวตาย คุณยายพูดไปยิ้มไป แล้วกล่าวว่า อยากให้ตลาดน้ำบางน้อยติดตลาด ยายยังสนุกอยู่

คุณยายมะลิ จะยิ้มเก้อหรือไม่หรือคุณยายจะยิ้มไม่ออก ก็ต้องแล้วแต่ผู้นำชุมชนและเทศบาลตำบลกระดังงา ที่จะเดินหน้าร่วมกันอย่างไร  ที่ให้เป็นตลาด “ประชารัฐ”ให้ได้ หลายหน่วยงานที่ทุ่มเทให้กับตลาดน้ำบางน้อย รวมทั้งคุณยายด้วย

ตลาดน้ำบางน้อยจะจัดตลาดนัดตลาดน้ำ ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไปถึง 16.00 น. ต่อจากนั้นก็ไปต่อที่ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา เพราะเป็นเส้นทางเดียวกัน หากมาตลาดน้ำอัมพวาถูก ก็มาบางน้อยถูกเช่นกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุดหนุนเค้กปีใหม่ฝีมือนศ.อาชีวะอุดรฯ ถูกดีอร่อยเสริมรายได้ระหว่างเรียน

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311021

อุดหนุนเค้กปีใหม่ฝีมือนศ.อาชีวะอุดรฯ ถูกดีอร่อยเสริมรายได้ระหว่างเรียน

อุดหนุนเค้กปีใหม่ฝีมือนศ.อาชีวะอุดรฯ ถูกดีอร่อยเสริมรายได้ระหว่างเรียน

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.53 น.

26 ธ.ค.60 ผู้สี่อข่าวรายงานว่า ใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ได้จัดกิจกรรมเค้กปีใหม่ 2561 เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับนักศึกษา ภายใต้ชื่อ “สุดยอดของความอร่อยที่เราบรรจงสร้างเพื่อชาวอุดรธานี มอบของขวัญปีใหม่ ใส่ใจคนที่คุณรัก มอบความไว้วางใจ ด้วยการสั่งซื้อเค้กจาก วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี” ซึ่งถือเป็นการหารายได้เข้าสถานศึกษาและให้นักศึกษามีรายได้เสริมระหว่างเรียน ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมของสถาบันการศึกษา

โดยให้นักศึกษา แผนกอาหารและโภชนาการ ร่วมกันผลิตจัดการตลาดและการขาย ในแต่ละวันจะสามารถผลิตเค้กตามออร์เดอร์ ประมาณวันละ 100 ปอนด์ มีให้เลือก 2 หน้า คือ เค้กหน้าแยม และเค้กหน้าครีม จำหน่ายราคาปอนด์ละ 160 บาท 2 ปอนด์ 290 บาท และคุกกี้เนยสดกล่องเล็ก 100 บาท และคุกกี้ชุดใหญ่ กล่องละ 200 บาท  บาทซึ่งยอดจากการจำหน่ายนั้นจะหักให้กับนักศึกษาที่จำหน่ายได้ คนละ 10 บาท ต่อ 1 ปอนด์ เปิดรับออร์เดอร์แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 29 ธันวาคม  เพื่อหารายได้ให้กับทางสถาบันและสร้างรายได้เสริมให้แก่นักศึกษา นำไปแบ่งเบาภาระครอบครัว อีกทั้งเป็นการสร้างประสบการณ์วิชาชีพ

นายนิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี ทางวิทยาลัยได้จัดเทศกาลผลิตเค้ก และทำติดต่อกันมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปีแล้ว โดยมีแนวคิดเพื่อให้คณะครู บุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งนักเรียนนักศึกษาได้รู้จักวิธีการผลิตเค้ก และสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ไปจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ได้ให้นักศึกษามีส่วนช่วยกันจำหน่าย ขายบริเวณด้านหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จิตอาสาเปิดหมวกหาเงินแสน สร้างอ่างล้างหน้า-สนามเด็กเล่น ให้รร.ทุรกันดาร

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311016

จิตอาสาเปิดหมวกหาเงินแสน สร้างอ่างล้างหน้า-สนามเด็กเล่น ให้รร.ทุรกันดาร

จิตอาสาเปิดหมวกหาเงินแสน สร้างอ่างล้างหน้า-สนามเด็กเล่น ให้รร.ทุรกันดาร

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.01 น.

สังคมแห่งการแบ่งปัน กลุ่มทอฝัน เล่นดนตรีเปิดหมวก รวบรวมเงินบริจาคจากประชาชน จำนวน 100,000 บาท ไปสร้างอ่างล้างหน้า แปลงฟัน ให้เด็กนักเรียนอนุบาลและสนามเด็กเล่นให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านนาขุมคัน เป็นโรงเรียนห่างไกลขาดแคลนงบประมาณ ขณะทางกองบิน  46 นำอุปกรณ์การเรียน กีฬา ไปมอบให้เด็กนักเรียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนบ้านนาขุมคัน ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ทางกองบิน 46 นำโดย นาวาอากาศเอก กฤษณ์ เกตุรักษ์ ผู้บังคับการ กองบิน 46 ร่วมกลับกลุ่มทอฝัน ซึ่งเป็นกลุ่มดนตรีจิตอาสาของจังหวัดพิษณุโลก ที่ได้เล่นดนตรีเปิดหมวกตามจุดต่างๆ ในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อหารายได้นำเงินมาทำการสร้างอ่างล้างหน้า แปรงฟัน ให้กับเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาลของโรงเรียนบ้านนาขุมคันและสร้างสนามเด็กเล่นให้แก่นักเรียน เนื่องจากทางโรงเรียนบ้านนาขุมคัน เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่มีงบประมาณในการพัฒนา อีกทั้งอยู่ในพื้นที่สูงห่างไกล ทำให้กลุ่มทอฝัน จึงได้รวบรวมเงินจากการเล่นดนตรีเปิดหมวก ได้งบประมาณ 100,000 บาท และทางกองบิน 46 ได้นำอุปกรณ์การเรียนและกีฬา มามอบให้กับโรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ใช้ประโยชน์สูงสุด โดยมีนายไพบูลย์ บุญอาจ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาขุมคัน และน้องนักเรียนมาร่วมรับมอบ

สำหรับโรงเรียนบ้านนาขุมคัน เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก อยู่ที่หมู่ที่ 5 ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เปิดสอนนักเรียนระดับชั้นอนุบาลจนถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน จำนวน 97 คน แต่ละปีไม่มีงบประมาณในการพัฒนามากนัก ทำให้ทางกลุ่มทอฝัน ซึ่งเป็นกลุ่มนักดนตรีของจังหวัดพิษณุโลก ช่วยกันหารายได้จากการเล่นดนตรีเปิดหมวกตามจุดต่างๆในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือดังกล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กฎหมายว่าด้วย‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ‘นิยามไม่ชัด’กระทบประชาชน

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310907

กฎหมายว่าด้วย‘บุหรี่ไฟฟ้า’  ‘นิยามไม่ชัด’กระทบประชาชน

กฎหมายว่าด้วย‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ‘นิยามไม่ชัด’กระทบประชาชน

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2560 มีคดีหนึ่งที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง กับกรณีที่ตำรวจไปควบคุมตัวเนตไอดอลสาวคนดังรายหนึ่งในข้อหา“ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยา” ซึ่งถือเป็น “สินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร” แล้วเกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นกลายเป็นคำถามว่าตำรวจ “ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่?”เพราะบุหรี่ไฟฟ้า “ได้รับการรับรองตามกฎหมายไปทั่วโลก” ขณะที่ฝั่งของภาครัฐก็ย้ำว่า “ต้องทำตามกฎหมาย” และบุหรี่ไฟฟ้า “ไม่ใช่ของดี”ไม่ควรสนับสนุน

รายงาน “โครงการศึกษาผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในประเทศไทย และข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการจากภาครัฐ” ซึ่งจัดทำโดย โรงงานยาสูบ ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แบ่งบุหรี่ไฟฟ้าออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.ประเภท Mini “Cig-a-like” มีรูปร่างใกล้เคียงบุหรี่ทั่วไปที่สุดมีลักษณะเล็กและเบา พกพาสะดวก “ข้อดี” ราคาไม่แพง ไม่ต้องผสมหรือเลือกน้ำยาเอง “ข้อเสีย” มีแบตเตอรี่ไม่มาก ต้องชาร์จประจุเป็นประจำ

2.ประเภท Mid-size e-cigarettes (eGo) เป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ “ข้อดี” มีลักษณะไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถใช้ได้ในระยะเวลาที่นานขึ้น ราคาอยู่ในระดับปานกลาง ผู้สูบสามารถควบคุมการทำงานเองได้ และมีการผลิตไอน้ำที่ดีกว่าแบบ Mini แต่ “ข้อเสีย” ไม่สามารถดัดแปลงชิ้นส่วนประกอบได้ตามที่ต้องการ

และ 3.ประเภท Advanced Personal Vaporizers (APVs) “Mods” มีลักษณะหลากหลายรูปแบบแล้วแต่ผู้สูบจะปรับแต่ง แต่ส่วนใหญ่จะเหมือนกับแท่งขนาดใหญ่คล้ายกับไฟฉาย (Tubemod) หรือแบบที่มีลักษณะคล้ายกับกล้องบุหรี่ทั่วไป (Boxmod) บุหรี่ไฟฟ้าประเภทนี้ส่วนใหญ่ใช้ถ่านแบบถอดเปลี่ยนได้ที่มีขนาดปานกลางถึงใหญ่ “ข้อดี” มีความคงทน มีความสามารถมากกว่าบุหรี่ไฟฟ้าแบบอื่นๆ เช่น การควบคุมและการผสมของน้ำยาที่แตกต่าง การอ่านค่าแบบดิจิตอล การควบคุมการทำงานแบบปรับได้ และความแรงของการทำงาน เป็นต้น

แต่ “ข้อเสีย” ผู้ที่จะสามารถใช้บุหรี่ไฟฟ้าประเภทนี้ได้ ต้องมีประสบการณ์ในการใช้พอสมควร อีกทั้งบุหรี่ไฟฟ้าประเภทนี้มีราคาแพงและไม่สะดวกในการพกพา อนึ่ง..บุหรี่ไฟฟ้ายังแบ่งได้เป็นประเภท “ใช้แล้วทิ้ง” ไม่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ โดย 1 มวนของบุหรี่ไฟฟ้าแบบนี้เฉลี่ยแล้วเท่ากับการสูบบุหรี่จริง 1-2 ซอง กับประเภท “ชาร์จแบตได้” เหมือนอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป โดยผู้ใช้ต้องเติมน้ำยาเป็นประจำ

สำหรับประเทศไทย มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าอยู่หลายฉบับ อาทิ พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ซึ่งใน มาตรา 5 (1) ได้ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสนอให้สินค้าใดๆ เป็น “สินค้าต้องห้าม” ส่งออกไปนอกประเทศหรือนำเข้ามาในประเทศ โดยหากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ดำเนินการ ก็ให้ออกประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา

ซึ่งก็มี ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 โดยนิยามของบุหรี่ไฟฟ้าตามประกาศนี้ หมายถึง “อุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ทำให้เกิดละอองไอน้ำในลักษณะ
คล้ายควันบุหรี่ไม่ว่าจะกระทำขึ้นด้วยวัตถุใด ซึ่งใช้สำหรับสูบในลักษณะเดียวกับการสูบบุหรี่” ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 8543.70.90

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ “สาร สารสกัด หรือสิ่งอื่นใด ที่ใช้เป็นแหล่งกำเนิดควันหรือละอองไอน้ำ เพื่อการสูบแบบบารากู่และบารากู่
ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” ซึ่งนำเข้ามาพร้อมสินค้าตามวรรคหนึ่งเพื่อใช้ร่วมกัน เป็นสินค้าห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้ที่ฝ่าฝืนประกาศห้ามดังกล่าวมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 กำหนดบทลงโทษไว้ที่จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของมูลค่าสินค้าดังกล่าว หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบสินค้า บรรจุภัณฑ์ รวมถึงพาหนะที่ใช้ขนสินค้านั้นด้วย

รวมถึง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 244 ระบุว่า ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร หรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร “หรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำ โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตาม
คำพิพากษาหรือไม่

และ มาตรา 246 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด “(วรรคสาม) หากเป็นการกระทำโดยรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 244” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งในมาตรานี้ ทนายความคนดัง เกิดผล แก้วเกิด กล่าวกับผู้สื่อข่าว “แนวหน้าออนไลน์” ว่าคงเป็น “เรื่องยาก”หากจะอ้างเหตุ “ไม่รู้” โดยเฉพาะกับคนที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทย

เพราะหลักการใน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 64 เขียนไว้ชัด “บุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได้” การยกเหตุผลต่อสู้ในประเด็นนี้คงมีได้ไม่กี่เรื่อง เช่น ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นเวลานานมาก พอกลับมาเมืองไทยก็เผลอพกพากลับมาด้วย เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องย้ำว่า “ไม่ว่าจะเป็นตัวบุหรี่ไฟฟ้าหรือน้ำยาสำหรับเติม หากเป็นสินค้าจากนอกประเทศ” จะมีความผิดทั้งผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย และผู้ครอบครอง

อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปกรณ์อีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “IQOS” ซึ่งแตกต่างออกไปคือ “ไม่ได้ใช้น้ำยาเติม” อย่างบุหรี่ไฟฟ้า 3 ชนิดข้างต้น แต่จะใช้ “ใบยาสูบจริง” เป็นยาสูบชนิดแท่ง เมื่อโดนความร้อนจะสามารถผลิตควัน “แต่จะไม่เกิดการเผาไหม้เหมือนบุหรี่ปกติ” กรณีแบบนี้ ทนายเกิดผล มองว่า “ไม่น่าจะเข้าข่ายความผิดตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์” เพราะประกาศดังกล่าวไม่ได้ระบุเรื่องการห้ามใช้ใบยาสูบจริง

“ข้อกฎหมาย หรือประกาศของกระทรวงพาณิชย์สั้นเกินไป ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการเผาไหม้ อุปกรณ์ที่ใช้ ซึ่งการที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเอาผิดกับประชาชนได้นั้น กฎหมายต้องมีความละเอียดกว่านี้ ชัดเจนกว่านี้ ไม่ใช่ให้ประชาชนมาตีความข้อกฎหมายเอง เช่น กรณี IQOS ผมคงไม่ฟันธงว่า IQOS เข้าข่ายเป็นบุหรี่ไฟฟ้า หรือบารากู่หรือไม่ แต่เมื่อยังไม่สามารถตีความให้เข้าข่ายได้ และข้อกฎหมายยังเกิดข้อสงสัยในหลายๆเรื่อง ก็ต้องยกประโยชน์ให้ประชาชน” ทนายเกิดผล ตั้งข้อสังเกต

บทสรุปของเรื่องนี้มิได้มุ่งหมาย “ฟันธง” ว่าบุหรี่ไฟฟ้าสมควรแบนถาวรหรือปลดล็อกให้ขายได้อย่างนานาประเทศ นั่นเป็นเรื่องที่ยังคงต้อง
ถกเถียงกันต่อไป เพียงแต่ต้องการให้เห็น “ปัญหาของข้อกฎหมาย” ที่เปิด “ช่องว่าง” ให้สามารถตีความกันไปได้หลายทาง ฉะนั้นแล้วก็ต้องฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

วอน “กำหนดนิยามให้ชัดเจน” เพื่อที่ประชาชนจะได้เข้าใจอย่างถูกต้อง!!!

“IQOS” มีลักษณะเป็นแท่งสำหรับใช้เสียบบุหรี่ที่เป็น “ใบยาสูบจริง” โดยเมื่อเสียบแท่งบุหรี่เข้าไปที่ IQOS ก็จะให้ความร้อนที่ตัวบุหรี่จนมีควันออกมา “แต่จะไม่ร้อนจนบุหรี่ไหม้ติดเป็นไฟ” แตกต่างจากการจุดบุหรี่สูบแบบปกติที่จะเผาไหม้ติดเป็นไฟ ซึ่งด้วยความที่ “IQOS ไม่ได้ใช้น้ำยาเติม” จึงไม่ชัดเจนว่าเข้าข่ายเป็นบุหรี่ไฟฟ้า ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 หรือไม่?

“IQOS” มีลักษณะเป็นแท่งสำหรับใช้เสียบบุหรี่ที่เป็น “ใบยาสูบจริง” โดยเมื่อเสียบแท่งบุหรี่เข้าไปที่ IQOS ก็จะให้ความร้อนที่ตัวบุหรี่จนมีควันออกมา “แต่จะไม่ร้อนจนบุหรี่ไหม้ติดเป็นไฟ” แตกต่างจากการจุดบุหรี่สูบแบบปกติที่จะเผาไหม้ติดเป็นไฟ ซึ่งด้วยความที่ “IQOS ไม่ได้ใช้น้ำยาเติม” จึงไม่ชัดเจนว่าเข้าข่ายเป็นบุหรี่ไฟฟ้า ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 หรือไม่?

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,889,048 hits

Join 4,119 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

กกต.แจงมติคณะอนุฯ ปล่อยผี 229 คนคดีฮั้วสว. แค่หนึ่งในขั้นตอนพิจารณาโดยอิสระ ไม่ผลผูกพันกกต.
มั่นใจน้ำมันไม่ขาดแคลน กลุ่มโรงกลั่นฯ ชู 4 กลยุทธ์จัดการน้ำมันดิบในประเทศ
‘กิตติวรรณ อนุเวชสกุล’ ประกาศความสำเร็จ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย สร้าง Brand Connection พลิกโฉมระบบดิจิทัล สู่การเติบโตที่ยั่งยืน
ศักดิ์สยามตีปีก ป.ป.ช.สารภาพ ยกคำร้องซุกหุ้น หักมติศาลรธน.
ชัยวุฒิ เตือน รัฐบาล รับมือ วิกฤตซ้อนวิกฤต พลังงานพุ่ง รายได้หด
สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น
ดร.กอบศักดิ์ เผย พิษสงครามทำดัชนีอสังหาฯ ดูไบ -30 เปอร์เซ็นต์
ศิริโชค วิเคราะห์ทางเลือกที่ไร้คำตอบง่ายของวอชิงตัน
โครงการโขง-เลย-ชี-มูล พลิกอีสานสู่ความมั่นคงทางน้ำอย่างยั่งยืน กรมชลฯเผยความคืบหน้าต่อยอดสู่คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย งานแฟร์เพื่อการเป็นอยู่ที่มีความหมายและวาระสุดท้ายที่ดีที่สุด

Recent Posts

  • อิหร่านขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ หลังเกาะคาร์กถูกโจมตี
  • ทรัมป์ลั่น “เกาะคาร์ก”ศูนย์กลางน้ำมันอิหร่านถูกถล่มแล้ว ขู่เจอหนักแน่หากยังปิดช่องแคบฮอร์มุซ
  • เสธ.ทร. ยัน 3 ลูกเรือ ยังมีชีวิต ขอ “โอมาน” เร่งช่วย “มุจตาบา” ประกาศล้างแค้น พร้อมเปิดแนวรบใหม่
  • สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น
  • สหรัฐฯ ตั้งค่าหัวผู้นำอิหร่าน ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงโผล่ร่วมชุมนุมวันกุดส์ ในเตหะราน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d