Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘คนจน’อยู่ที่ไหน? รัฐไม่รู้..ถึงช่วยก็ยังมีตกหล่น

Posted on July 18, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300584

‘คนจน’อยู่ที่ไหน? รัฐไม่รู้..ถึงช่วยก็ยังมีตกหล่น

‘คนจน’อยู่ที่ไหน? รัฐไม่รู้..ถึงช่วยก็ยังมีตกหล่น

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“คนจน” เมื่อพูดถึงคำคำนี้หลายคนก็ยังให้ “นิยาม” ความหมายแตกต่างกันไป บางคนอาจจะยึดตาม “เส้นความยากจน” ซึ่งหมายถึง “ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 2,644 บาทต่อเดือน” ตามเกณฑ์ของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) หากยึดเกณฑ์นี้ก็จะพบว่าคนจนในประเทศไทยมีจำนวนน้อยมาก เช่นใน รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ปี 2558 โดยสภาพัฒน์ ระบุว่า ในปี 2558 มีคนไทยรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจน เพียงร้อยละ 7.21 ของประชากรทั้งประเทศ หรือ 4.85 ล้านคน เท่านั้น

ทว่าเมื่อไปดูหลักเกณฑ์ “การลงทะเบียนคนจน” ของกระทรวงการคลัง โดยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สำหรับนำไปแจก “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” พบว่าคนจนในนิยามของรัฐบาล คสช. ประกอบด้วย 1.เป็นผู้ว่างงาน หรือมีรายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2559 ทั้งสิ้นไม่เกิน 1 แสนบาท 2.ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน จำพวกบัญชีเงินฝาก พันธบัตร ตราสารหนี้ต่างๆ หรือหากมีก็ต้องไม่เกิน 1 แสนบาท

และ 3.ไม่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเอง หรือหากมี ต้องเป็นบ้านเนื้อที่ไม่เกิน 25 ตารางวา หรือห้องชุดเนื้อที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร หรือหากเป็นการใช้ประโยชน์จากที่ดิน กรณีเพื่อการเกษตรต้องไม่เกิน 10 ไร่ ส่วนกรณีไม่ใช่เพื่อการเกษตรต้องไม่เกิน 1 ไร่ ซึ่งหลังจากการเปิดให้ลงทะเบียนคนจน พบว่า“มีผู้มาลงทะเบียนทั้งหมด 14.1 ล้านคน และเมื่อผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว ก็ยังเหลืออยู่ถึง 11.4 ล้านคน” ชี้ให้เห็นว่า ยังมีผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 1 แสนบาท หรือ “รายได้ต่ำกว่าเดือนละประมาณ 8.3 พันบาท” น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ วันละ 300 บาท อยู่อีกมาก

จะเห็นว่านิยามของคนจนสามารถตีความไปได้หลากหลายทางจนอาจจะมี “คนจนตกหล่น” ไม่ถูกนับรวม ดังความเห็นของนักวิชาการ ในงานเสวนา “คนจนในบริบทที่เปลี่ยนไปในสังคมปัจจุบัน” ณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)ศ.ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวว่า เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไป รูปแบบของความยากจนก็เปลี่ยนตาม

โดยสังคมไทยปัจจุบันได้เปลี่ยนจาก “สังคมชาวนา” ไปสู่ความเป็น “สังคมผู้ประกอบการ” ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาขึ้น คนในสังคมผู้ประกอบการจะต้อง “แบกรับ”ความเสี่ยงที่ “หนักหน่วง” ยิ่งกว่า เพราะไม่สามารถดึงเอากำลังของญาติสนิทมิตรสหาย มาช่วยเหลือกันอย่างสมัยที่ยังเป็นสังคมชาวนาได้อีกแล้ว โดยจากสถิติใน 27 พื้นที่ในชนบทที่เคยเข้าไปศึกษา แม้พบว่าจำนวนคนจนลดลง แต่ขณะเดียวกัน “คนเกือบจน” กลับมีจำนวนมากขึ้น

“หากไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของสังคมเราก็จะไม่เข้าใจความยากจนต่อคนจน จะเห็นได้ว่าสังคมไทยลดทอนปัญหาสังคมให้กลายเป็นปัญหาของประชาชน ฉะนั้นเราต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสังคมชนบท และสังคมเมือง ว่ามันมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อที่เราจะได้วางคนจนให้ถูกในความเป็นไทย” ศ.ดร.อรรถจักร์ กล่าว

สอดคล้องกับ รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้มุมมองว่า การจำแนกว่าใครเป็นคนจนหรือไม่นั้นสามารถมองได้หลายมิติ อาทิ ความจนตามเกณฑ์ แต่ขณะเดียวกันก็มี “ความจนเชิงโครงสร้าง”ที่หมายถึง คนจนในโครงสร้างของระบบการผลิตที่ถูกเอารัดเอาเปรียบเช่น เกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ กรรมกร เป็นต้น ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิต ราคาพืชผล ที่ดินทำกิน และค่าจ้างแรงงานได้อย่างที่ควร

“คนจนไม่สามารถต่อรองได้ เพราะการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ การถูกแย่งชิงฐานทรัพยากรของคนจน ขาดการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจนโยบายสาธารณะ และคนจนในลักษณะกลุ่มคนที่ตกเป็นเบี้ยล่าง เป็นกลุ่มคนในสังคมที่ถูกกดทับ ด้อยค่าถูกเพิกเฉย มองไม่เห็น ถูกทำให้เป็นคนอื่นซึ่งปัจจุบันนี้คนจนลดลง และคนเกือบจนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก”รศ.ดร.ประภาส ระบุ

อีกด้านหนึ่ง ผศ.ดร.สามชาย ศรีสันต์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา แนวความคิดกระแสหลักของโลกต่างมุ่งเน้นการเพิ่มขึ้นของรายได้ ด้วยเชื่อว่าจะเป็นการแก้ปัญหาความยากจนไปด้วย ทำให้รัฐเน้นผลักดันบทบาทของเอกชนมากขึ้นและลดการช่วยเหลือคนจนลง มุ่งเน้นให้คนจนช่วยเหลือตนเองเป็นหลัก

“สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือนับคนจนเป็นพลเมือง อย่างเช่นชาติตะวันตกที่มองว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นความบกพร่องของรัฐ ขณะเดียวกันเร่งพัฒนาเศรษฐกิจให้ขยายตัว เพื่อสร้างรายได้ให้คนจน พร้อมดำเนินนโยบายแก่คนหมู่มากเป็นหลัก”ผศ.ดร.สามชาย ฝากข้อคิด

27 ต.ค. 2560 หรือผ่านไปเดือนเศษหลังจากวันที่ 21 ก.ย. 2560 ที่รัฐบาลเริ่มแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวในบทความ “จนไม่จด คนจดกลับไม่จน ช่องโหว่นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบางประการ

อาทิ “คนจนไม่ได้ คนได้ไม่จน” เพราะงบประมาณในการสำรวจแทนที่รัฐบาลจะนำไปจ้าง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่รู้ว่าใครเป็นใครในชุมชนของตนเอง รู้ว่าแต่ละคนในชุมชนมีความเป็นอยู่อย่างไรให้ไปเก็บข้อมูล กลับจ้างนักศึกษาไปทำแทน ผลคือนักศึกษาที่เป็น “คนนอก” มักไม่รู้จักชุมชนนั้นๆ ดีพอ ข้อมูลที่ได้กลับมาจึงคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง “ให้ไปก็ไม่ทั่วถึง” เช่น การกำหนดให้ใช้บัตรได้ที่ “ร้านธงฟ้า” เท่านั้น ปัญหาคือแล้วคนจนในพื้นที่ชนบทห่างไกล อยู่บนเขาบนดอย จะใช้บัตรได้อย่างไร?

“อย่าหยุดปรับปรุง อย่าคิดว่า Screening (การคัดกรอง) ที่ทำมาทั้งหมดนี่พอแล้ว ผมว่ายังไม่พอ และอยากให้ร่วมมือกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสาธารณสุข ในเรื่องการให้ อสม. ช่วยเรื่องปรับปรุงฐานข้อมูล ส่วนเรื่องรั่วไหลไปคนไม่จน ไม่น่าซีเรียสเท่าไม่ถึงคนจนจริงแต่ก็ควร Screen ผมมองว่าบัตรคนจนเป็น Step ของการเก็บข้อมูล แต่ข้อมูลที่ว่านี่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ นำเรื่อง Big Data เข้ามา และมีกฎหมาย เพื่อดึงข้อมูลต่างๆ เข้ามา ข้อมูลมันจะดีขึ้น เพื่อนำไปใช้เรื่องอื่นๆ รวมทั้งเรื่องถ้าจะแจกเงินก็ใช้ฐานข้อมูลนี้ได้ อันนี้คือข้อดีของการมีพัฒนาการทางเครื่องมือ” นักวิชาการ TDRI ผู้นี้ ฝากทิ้งท้ายในบทความ

ในปี 2532 องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้ “วันจันทร์แรกในเดือนตุลาคม” ของทุกปีเป็น “วันที่อยู่อาศัยโลก” (World Habitat Day) เพื่อให้ประชาคมโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของที่อยู่อาศัยกับคนยากจน ซึ่งเป็นวิกฤติทั่วทุกสังคมโลก สำหรับประเทศไทย “เครือข่ายสลัม 4 ภาค” เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ให้สังคมไทยและรัฐบาลไทยรับรู้ปัญหามาตลอดทุกปี ทั้งนี้ในปี 2560 เนื่องด้วยเดือนตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่คนไทยน้อมถวายอาลัยแด่ในหลวง ร.9 ทางเครือข่ายฯ จึงได้เลื่อนการจัดกิจกรรมมาเป็นวันจันทร์ที่ 6 พ.ย. 2560

ในปี 2532 องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้ “วันจันทร์แรกในเดือนตุลาคม” ของทุกปีเป็น “วันที่อยู่อาศัยโลก” (World Habitat Day) เพื่อให้ประชาคมโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของที่อยู่อาศัยกับคนยากจน ซึ่งเป็นวิกฤติทั่วทุกสังคมโลก สำหรับประเทศไทย “เครือข่ายสลัม 4 ภาค” เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ให้สังคมไทยและรัฐบาลไทยรับรู้ปัญหามาตลอดทุกปี ทั้งนี้ในปี 2560 เนื่องด้วยเดือนตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่คนไทยน้อมถวายอาลัยแด่ในหลวง ร.9 ทางเครือข่ายฯ จึงได้เลื่อนการจัดกิจกรรมมาเป็นวันจันทร์ที่ 6 พ.ย. 2560

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สารวัตรโจ้-สืบศักดิ์’ชวนชมเทนนิสการกุศล“เพื่อน้อง”หารายได้ช่วย โรงเรียน ตชด.

Posted on July 18, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300650

‘สารวัตรโจ้-สืบศักดิ์’ชวนชมเทนนิสการกุศล“เพื่อน้อง”หารายได้ช่วย โรงเรียน ตชด.

‘สารวัตรโจ้-สืบศักดิ์’ชวนชมเทนนิสการกุศล“เพื่อน้อง”หารายได้ช่วย โรงเรียน ตชด.

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 02.00 น.
nn…มีเรื่องดีๆ ฝากมา จาก “สารวัตรโจ้” พ.ต.ต.สืบศักดิ์ ผันสืบ สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 (กาญจนบุรี) กก.1 บก.ทท.3 บช.ทท. ทางตำรวจท่องเที่ยวกาญจนบุรีขอเชิญพี่น้องชาวกาญจน์ และจังหวัดใกล้เคียงร่วมชมเทนนิสการกุศล “เทนนิสเพื่อน้อง : สืบทุกสิ่งที่พ่อสร้าง สานทุกอย่างที่พ่อสอน” เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงาน อยู่ในถิ่นทุรกันดาร นำรายได้ไปสร้างห้องสมุดและจัดซื้อสาธารณูปโภคให้กับโรงเรียน ตชด.บ้านไกรเกรียง ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ งานจะมีในวันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน เวลา 16.00 น. ณ ศาลา 60 พรรษา เทศบาลเมืองกาญจนบุรี จะเป็นการแข่งขันกัน ระหว่างอดีตนักกีฬาทีมชาติ อาทิ บอล-ภราดร ศรีชาพันธุ์, แทมมี่-แทมารีน ธนสุกาญจน์, นภาพร ตงสาลี และยังมี “ผู้พันเบิร์ด” พันเอกวันชนะ สวัสดี ที่สำคัญ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่ให้เกียรติ เป็นประธานในพิธี หลังจากจบการแข่งขัน จะได้รับชมคอนเสิร์ตจากศิลปิน วง GIVE ME FIVE (หมู Muzu, อ้อม อินคา, โอ้ เสกสรรค์, แอ๊นท์ emotion town และ ชัด ชัยชัตน์) พร้อมร่วมรับประทานอาหารค่ำ…หากท่านใดต้องการ เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมบริจาคสามารถร่วมได้โดยการบริจาคผ่านบัตรเข้าชมงานแบบVIP (ใบละ 1,000 บาท)จะได้นั่งที่นั่งพิเศษติดขอบสนามพร้อมรับของที่ระลึก…“รายได้ทั้งหมด” ไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปเป็นทุนสร้างสาธารณูปโภคและห้องสมุดโรงเรียน ตชด.บ้านไกรเกรียง อำเภอศรีสวัสดิ์ …เชิญชวนให้มากันเยอะๆ มาดูฟรี…แต่หากใครจะร่วมสนับสนุนโครงการก็เชิญตามจิตศรัทธา พร้อมเปิดสำรองที่นั่งพิเศษสอบถามละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 09-3553-5555 ในเวลาราชการ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แนะรัฐจัดการพวกมักง่าย เหตุขยะพลาสติกเกลื่อนทะเล-ชายฝั่ง

Posted on July 18, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300679

แนะรัฐจัดการพวกมักง่าย เหตุขยะพลาสติกเกลื่อนทะเล-ชายฝั่ง

แนะรัฐจัดการพวกมักง่าย เหตุขยะพลาสติกเกลื่อนทะเล-ชายฝั่ง

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 22.07 น.

1 พ.ย. 2560 คณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดเสวนาในหัวข้อ “ทางออกขยะพลาสติก : มุมมองของผู้ผลิตเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์” ณ อาคาร วช.  ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สืบเนื่องจากประเทศไทยมีขยะพลาสติกตกค้างจำนวนมาก รวมถึงกรณีที่มหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา (University of Georgia , USA) ระบุว่า ในปี 2559 ไทยติดอันดับ 6 ของประเทศที่ทิ้งขยะลงสู่ทะเลและมหาสมุทรมากที่สุดในโลก

ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม วช. กล่าวว่า แต่ละปีจะมีขยะเกิดขึ้นในประเทศไทยประมาณ 26 ล้านตัน หรือวันละ 73,000 ตัน ในจำนวนนี้มีขยะที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์เพียงร้อยละ 19 ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศที่เจริญแล้วที่มีการนำขยะกลับมาใช้ใหม่อยู่ประมาณร้อยละ 30 – 40 อีกทั้งยังมีการศึกษาพบว่า ขยะในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนถิ่น (อปท.) ขนาดใหญ่ เฉลี่ยแล้วเป็นพลาสติกอยู่ที่ประมาณร้อยละ 17 ของปริมาณขยะทั้งหมด และหากนับรวมทั้งประเทศ ปริมาณขยะพลาสติกจะอยู่ที่ร้อยละ 30 ของขยะทั้งหมด

ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์

“สถิติของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สรุปออกมาว่าคนไทยใช้ถุงพลาสติกคนละ 8 ใบต่อวัน ซึ่งก็คงไม่ผิดไปจากความคาดหมาย เพราะเราไปตลาด อย่างหมู 2 ขีดเราก็ซ้อนไป 2 ชั้นแล้ว แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาใช้กัน 3 ใบต่อวัน ถ้าเอาถุงพลาสติกทีใช้มาเรียงต่อกันก็จะพันรอบโลกได้ 4 รอบ” ดร.ขวัญฤดี กล่าว

ผอ.ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม วช. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาขยะในทะเล เช่น ขยะตามป่าชายเลน หรือปนเปื้อนในร่างกายของสัตว์ทะเล ยังไม่นับรวมขยะที่มาตามแหล่งน้ำต่างๆ ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่า ช่วงปี 2552 – 2559 ได้ทำการสำรวจแล้วพบขยะกว่า 4 แสนชิ้น หรือประมาณ 75 ตัน ในจำนวนนี้เป็นถุงพลาสติกมากที่สุด รองลงมาเป็นฝาจุก และอันดับ 3 เป็นเชือก ขณะที่สถิติทั่วโลกนั้น พบก้นบุหรี่ในทะเลมากที่สุด แต่รองลงมาก็มีขยะพลาสติกหลายประเภท อาทิ ขวดและถุงพลาสติก


ประเภทขยะในทะเลทั่วโลก

ขณะที่ นายสุพจน์ เกตุโตประการ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ กลุ่มบริษัทดาว (DOW) ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในความเป็นจริงต้องยอมรับว่าการเลิกใช้พลาสติกเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการลำเลียงขนส่งอาหาร หากไม่มีพลาสติกบนโลกอาหารจะสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์สวนทางกับจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปัญหาขยะพลาสติกนั้นมาจากการบริหารจัดการ เช่น ในประเทศจีน มีขยะที่จัดเก็บอย่างถูกต้องเพียงร้อยละ 40 แต่ถึงจะจัดเก็บอย่างถูกต้อง ก็ยังมีบางส่วน เฉลี่ยร้อยละ 4 – 8 ของจำนวนขยะที่เก็บอย่างถูกต้องไหลลงสู่ทะเล

นายสุพจน์ ระบุว่า ปัญหาขยะส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ผลิตพลาสติก ไม่ว่าผู้ผลิตเม็ดพลาสติก ผู้แปรรูปเม็ดพลาสติก และบริษัทห้างร้านที่นำผลิตภัณฑ์พลาสติก เช่น ถุงพลาสติก ไปใช้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนผู้ผลิตมีกฎหมายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมควบคุมอยู่แล้ว หากผู้เกี่ยวข้องเข้มงวด ย่อมป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกจากกระบวนการผลิตหลุดออกมายังภายนอกได้ แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือผู้บริโภค ต้องทิ้งขยะให้ลงถัง และต้องแยกขยะให้เป็นด้วย

สุพจน์ เกตุโตประการ

“วันที่ 26 ต.ค. 2560 ผมไปต่อแถวรอถวายดอกไม้จันทน์ ด้านหน้าผมมีเด็ก 2 – 3 คน รับขวดน้ำมาดื่มน้ำ ดื่มแล้วก็เดินไปสักพักผมก็เห็นเด็กโยนขวดน้ำทิ้งข้างทางเลย อันนี้เห็นได้เลยว่า ถ้าการโยนขวดทิ้งข้างทางเกิดขึ้นจากคนคนเดียว แล้วทุกคนทำอย่างนี้ ขวดเหล่านี้อาจจะตกลงไปในท่อระบายน้ำ จากท่อระบายน้ำก็ตกลงไปในแม่น้ำ แล้วแม่น้ำก็ลงไปในทะเล มันเป็นสิ่งที่เห็นได้ง่าย” นายสุพจน์ ระบุ

เช่นเดียวกับ นายภราดร จุลชาต ประธานกลุ่มพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ที่ย้ำว่า ก่อนจะพูดถึงการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ อย่างแรกต้องทำให้ประชาชนทิ้งขยะลงถังเสียก่อน ซึ่งก็อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงการเพิ่มจำนวนถังขยะให้เพียงพอ เพราะถ้าขยะทุกชิ้นถูกทิ้งลงถัง ก็จะไม่หลุดออกไปลงสู่ท้องทะเล

“คนไทยให้เอาความร่วมมือคงใช้ไม่ได้ในวันนี้ มีถังให้เพียงพอแล้วทุกคนต้องทิ้ง ไม่ทิ้งก็จับปรับ ก็คงต้องเกิดการเก็บที่บ้านหรือชุมชน ก็น่าจะต้องบังคับ ปัญหาของขยะริมแม่น้ำ ชุมชนเราอยู่ริมแม่น้ำ 5 สายหลักเสียเยอะ สมัยก่อนทำกับข้าว ใช้ใบตองก็ทิ้งลงคลองเพราะครัวก็อยู่หลังคลอง ปัจจุบันเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ก็ยังทิ้งลงคลองเหมือนเดิม ทั้งที่วิถีชีวิตมันเปลี่ยนไปแล้ว ความเป็นระเบียบวินัยไม่มี อยากฝากภาครัฐว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนทิ้งขยะลงถัง ถ้าลงถังแล้วเราจะแยกได้ว่าในถังมันมีอะไรบ้าง” นายภราดร ให้ความเห็น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณตาเมืองช้างฝีมือเจ๋ง สานกระติบข้าวสร้างรายได้เดือนละหมื่น

Posted on July 18, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300647

คุณตาเมืองช้างฝีมือเจ๋ง สานกระติบข้าวสร้างรายได้เดือนละหมื่น

คุณตาเมืองช้างฝีมือเจ๋ง สานกระติบข้าวสร้างรายได้เดือนละหมื่น

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 19.13 น.

1 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พบกับคุณตาหนูแดง บุญเขื่อง อายุ 70 ปี  เจ้าของฉายา “พ่อใหญ่ก่องข้าวน้อย” ชาวบ้านหัวอ่าง ม.5 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์  ทำอาชีพเสริมหลังฤดูการทำนา หรือว่างเว้นภารกิจประจำวันแล้ว คุณตาหนูแดง ก็จะมานั่งสานกระติบข้าวเหนียว หรือก่องข้าวเหนียว อีสาน ด้วยไม้ไผ่ อาชีพเสริมสร้างรายได้ดีกว่าเดือนละ 10,000 บาท ขายดิบ ขายดี สานจนไม่ทันขาย

ทางแถบภาคอีสานของไทยเรากินข้าวเหนียวกันมาแต่ดั้งเดิม จนปัจจุบันก็ยังกินข้าวเหนียวกันอยู่ ดังนั้นทางแถบภาคอีสานจึงค้นหาสิ่งที่จะมาปรับปรุงให้ข้าวเหนียวสุกน่ากิน และเก็บไว้ได้นานในภาชนะที่ไม่ทำให้ข้าวเหนียวแข็ง สิ่งที่ทำให้ข้าวเหนียวอ่อนนุ่มอยู่ได้นานก็คือไม้ไผ่ โดยนำมาจักสานจนกลายเป็นก่องข้าวจนถึงทุกวันนี้ การเตรียมไม้ไผ่สำหรับการสานกระติบข้าวนั้น ควรมีอายุไม่เกินหนึ่งปี โดยเลือกไผ่ที่โตเพียงฝนเดียวมาทำก่องข้าวหรือสานกระติบ สำหรับไผ่ที่ใช้ทำกระติบได้ดีที่สุดจะมีอายุประมาณ 4-5 เดือน

การเลือกไม้ไผ่ จะเลือกไม้ที่มีข้อปล้องยาวและตรง มีผิวเรียบเป็นมันนำมาตัดข้อปล้องทางหัวและท้ายออก โดยใช้เลื่อยตัดรอบไม้ไผ่เพื่อป้องกันผิวไผ่ฉีก ขนาดของปล้องไม้ไผ่หนึ่ง ควรมีความยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร จากนั้นจึงใช้มีดโต้ผ่าออกเป็นชิ้นๆ แล้วใช้มีดตอกจักเป็นตอกขูดเปลือกสีเขียว ของมันออกและตากแดดเพื่อเก็บรักษาเอาไว้ก่อนจะทำงานสาน

เมื่อเราเหลาไม้ไผ่จนมีขนาดเหลือความหนาประมาณ 0.05 เชนติเมตร เราจะขูดเสี้ยนไม้ออก เพื่อให้ตอกมีความเรียบและอ่อนบางที่สุด กระติบที่ได้ก็จะสวย และเวลาสานถ้าหากว่าเป็นตอกอ่อนก็จะทำให้สานง่ายไม่เจ็บมืออีกด้วย ต่อไปใช้ตอกมาประมาณ 100-150 เส้นแล้ว ก็จะเริ่มสานติบข้าวได้ บางครั้งผู้สานต้องการเพิ่มลวดลายในการสานกระติบก็จะย้อมสีตอกก่อนก็มี ส่วนใหญ่จะใช้สีผสมลงในกระบอกไม้ไผ่แล้วนำมาย้อมตอกให้เป็นสีสันตามที่ตัว เองต้องการ

กระติบข้าวหรือที่ชาวอีสานมักเรียกว่า ติบข้าวนั้น เวลาที่ลงมือสานมักจะเริ่มต้นสานใช้ตอก 6 เส้น แล้วสานด้วยลายสอง โดยทิ้งชายตอกให้เหลือประมาณ 5 เซนติเมตร เมื่อสานได้ยาวจนชายตอกอีกด้านเหลือประมาณ 3 เซนติเมตรให้นำชายทั้งสองข้างมาประกับกันโดยใช้ลายสอง และเมื่อนำมาประกบกันได้แล้วด้วยลายสอง ก็จะม้วนชายตอกที่ไม่ต้องการอีกทีด้วยการสานลายสองเวียน การสานกระติบให้ประกบซ้อนกันเป็นสองชั้น ก็เพื่อช่วยเก็บความร้อนให้อยู่ได้ชั่วขณะหนึ่งพอที่จะทำให้ได้กินข้าว เหนียวที่ไม่แข็งเกินไป นอกจากนั้นกระติบข้าวที่ทำจากไม้ไผ่ยังช่วยดูดซับเอาหยาดน้ำที่อยู่ภายในที่ จะเป็นตัวทำให้ข้าวเปียกหรือแฉะได้อีกด้วย

ขั้นตอนต่อไปคือการขึ้นลายกระติบ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความต้องการของคนที่สานว่าต้องการใช้ลายอะไร เพราะแต่ละลายจะขึ้นต่างกัน ลายกระติบที่นิยมสาน คือ “ลายข้างกระแตสองยืนและสามยืน” การขึ้นลายสองนั้น จะยกตอก 2 เส้นแล้วทิ้ง 2 เส้น และเมื่อขึ้นลายไปได้ประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวของตอกแล้ว ก็จะสานต่อด้วยลายสามนอนหรือลายคุบ จากนั้นจึงสานด้วยลายสองยืนอีกครั้งเพื่อความแข็งแรงของกระติบข้าว จากนั้นจึงม้วนเก็บชายตอกด้วยการพับครึ่งเข้าไปข้างในทั้งสองข้างและบีบ เพื่อตกแต่งให้สวยงาม ส่วนก้นของกระติบข้าวนั้นจะสานเป็นแผ่นแบนสองอันมาประกบกันเข้าแล้วผูกติด กับส่วนตัวกระติบ เรียกขั้นตอนนี้ว่า “อัดตุ๋” ซึ่งมีการเย็บอยู่สองวิธีคือ การเย็บโดยใช้หวาย กับเย็บด้วยการใช้ด้ายเย็บ แต่การเย็บด้วยหวายนั้นให้ความสวยงามตามธรรมชาติ และมีความแข็งแรงกว่าการเย็บด้วยด้าย แต่ปัญหาก็คือหวาย จะหายากในปัจจุบัน

ส่วนต่อไปคือฐานของกระติบ ซึ่งคนอีสานจะเรียกว่า “ตีนติบข้าว” เป็นส่วนหนึ่งมี่ต้องรับน้ำหนักและจำเป็นที่จะต้องทำให้แข็งแรง ดังนั้นส่วนใหญ่จึงใช้ก้านตาลมาเหลาแล้วโค้งให้เป็นวงกลมเท่ากับขนาดของก้น กระติบข้าว ก้านตาลที่ใช้จะต้องตรงไม่คดเบี้ยวและมีความยาวประมาณ 1 เมตรขึ้นไป นำก้านตาลที่ตัดได้มาเหลาเอาหนามตาลออก ผ่าตามความยาวของก้านตาล ซึ่งก้านตาล 1 ก้านใหญ่สามารถทำตีนกระติบได้ 1-2 อัน จากนั้นจึงผ่าเกลาให้เรียบเสมอกัน นำมาม้วนแล้วทิ้งไว้ให้แห้งโดยใช้เวลาประมาณ 15-20 วันเป็นอย่างน้อย การทำฝากระติบข้าวนั้นจะสานเช่นเดียวกับตัวกระติบเพียงแต่ให้ใหญ่กว่าเพื่อ สวมครอบปิดเปิดได้ กระติบข้าวที่สานเสร็จแล้วไม่ควรเก็บไว้ในที่ชื้น เพราะจะทำให้ขึ้นราได้ง่ายและมีมอดเจาะ และควรเก็บไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

นี่คือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะเพียงหัตถกรรมพื้นบ้านธรรมดาเช่นนี้ กลับกลายเป็นรายได้อีกทางหนึ่งให้กับชุมชน อนาคตงานจักสานจะดำเนินไปในทิศทางใด หากปล่อยให้กาลเวลาล่วงเลยไป ขอฝากให้กับคนรุ่นใหม่ปัจจุบันสมควรอนุรักษ์เอาไว้

คุณตาหนูแดง เปิดเผยว่า ทำอาชีพสานกระติบข้าวข้าวเหนียวมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยยังเป็นหนุ่มๆ โดยอาศัยวิธีครูพักลักจำมาจากพี่ชาย และมีการพัฒนาฝีมือมาเรื่อยๆจนกระทั่งทุกวันนี้ กว่า 50 ปีที่ทำอาชีพนี้มา ทำให้ลูกค้าขาประจำเป็นจำนวนมาก เพราะว่า กระติบข้าวเหนียว หรือ ก่องข้าวเหนียวอีสาน ที่สานด้วยไม้ไผ่ มีคุณภาพ และความสวยงามไม่ได้เป็นรองใคร จึงมีออเดอร์เข้ามาจนทำไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้า

“สำหรับราคาเริ่มตั้งตั้งแต่ 500-1,500บาท ขึ้นอยู่แล้วแต่ขนาด ในหนึ่งเดือนจะสานก่องข้าวเหนียวได้เพียง 10-15 อัน ทำให้มีรายได้ นับหมื่นบาทต่อเดือนเลยที่เดียว คุณตาหนูแดงบอกอีกว่าเสียดายที่ไม่มีตัวอย่างให้ชม เพราะทำไม่ทันลูกค้าสั่งจริงๆ” พ่อใหญ่ก่องข้าวน้อย กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สนั่นโซเชียล! หลวงพี่วัดดัง สวดแบบฮาร์ดคอร์ ทำนองหนักแน่น (ชมคลิป)

Posted on July 18, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300606

สนั่นโซเชียล! หลวงพี่วัดดัง สวดแบบฮาร์ดคอร์ ทำนองหนักแน่น (ชมคลิป)

สนั่นโซเชียล! หลวงพี่วัดดัง สวดแบบฮาร์ดคอร์ ทำนองหนักแน่น (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.00 น.

1 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียล เพจชื่อดัง “ เมืองทุ่งสง “ เผยแพร่คลิปความแปลกพระสงฆ์ที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ด้วยการสวดมนต์แบบจังหวะเร็ว ดุดัน อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมแท็กข้อความ “ หลวงพี่สายร็อค  ใส่ซอง100 สวด 500 เลย ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก –– @ สุนทร สุนทร จันทร์ดวง‎ “ เป็นคลิปความยาว 1.05 นาที ขณะพระสงฆ์กำลังสวดมนต์ประกอบพิธีที่บ้านหลังหนึ่ง เพื่อความเป็นสิริมงคล แต่การสวดของพระสงฆ์ดังกล่าว สร้างความแปลกให้กับญาติโยมที่อยู่ในพิธีเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน

หลังคลิปถูกเผยแพร่ ชาวเน็ต เข้ามาชม แชร์ และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ขณะที่มีผู้ช้เฟสบุ๊กรายหนึ่ง ได้แสดงความคิดเห็นว่า การสวดของพระสงฆ์ในคลิปเป็นการสวดภาญยักษ์ ขึ้นบ้านใหม่ เพื่อปัดเป่า ป้องกันสิ่งชั่วร้าย ตามความเชื่อ พระสงฆ์จะสวดบทที่เร่งเร็วและดุดันอย่างในคลิป

ขอบคุณคลิป  “ สุนทร สุนทร จันทร์ดวง “ “ เมืองทุ่งสง”  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็คเลย!เปิด30สวนสาธารณะให้ชาวกรุงลอยกระทง

Posted on July 18, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300598

เช็คเลย!เปิด30สวนสาธารณะให้ชาวกรุงลอยกระทง

เช็คเลย!เปิด30สวนสาธารณะให้ชาวกรุงลอยกระทง

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 16.14 น.

1 พ.ย. 60 เนื่องในเทศกาลลอยกระทงประจำปี ปี2560 ในวันที่ 3 พ.ย.นี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กทม.กำหนดจัดงานใหญ่บริเวณใต้สะพานพระรามแปด ฝั่งธนบุรี ซึ่งจะมีจัดกิจกรรมทั้งการประกวดกระทง การแสดงกิจกรรมจากศิลปินบนเวที การจำลองตลอดโบราณ จำหน่ายสินค้าต่างๆ และรวบรวมของดีจากพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ประชาชนได้ซื้อหากัน

นอกจากนี้ ในพื้นที่ 50 สำนักงานเขต ก็มีการจัดงานเทศกาลลอยกระทงบริเวณต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมสืบสานประเพณีไทย โดยให้คำนึงถึงรูปแบบที่เหมาะสมเนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนคนไทยทุกคนพึ่งออกทุกข์

ทั้งนี้ประชาชนสามารถไปลอยกระทงได้ในสวนสาธารณะ 30 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งจะเปิดตั้งแต่เวลา 05.00-24.00น. ได้แก่

1.สวนลุมพินี เขตปทุมวัน

2.สวนจตุจักร เขตจตุจักร

3.สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร

4.สวนพระนคร เขตลาดกระบัง

5.สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง

6.สวนสราญรมย์ เขตพระนคร

7.สวนรมณีนาถ เขตพระนคร

8.สวนสันติชัยปราการ เขตพระนคร

9.สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ

10.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม

11.สวนนวมินทร์ภิรมย์ เขตบึงกุ่ม

12.สวนหนองจอก เขตหนองจอก

13.อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย

14.สวนเบญจกิตติ เขตคลองเตย

15.สวนน้ำบึงกระเทียม เขตมีนบุรี

16.สวนวารีภิรมย์ เขตมีนบุรี

17.สวนราษฎร์ภิรมย์ เขตมีนบุรี

18.สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (ฝั่งพระนคร) เขตบางคอแหลม

19.สวนสันติภาพ เขตราชเทวี

20.สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน

21.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง

22.สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร เขตประเวศ

23.สวนวนธรรม เขตประเวศ

24.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา

25.สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด

26.สวนสาธารณะบึงน้ำลาดพร้าว 71 เขตลาดพร้าว

27.สวนสิรินธราพฤกษาพรรณ เขตบางกอกน้อย

28.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขตบางกอกน้อย

29.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขตสาทร

30.สวนพระยาภิรมย์ เขตคลองสามวา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘โซนี่’เปิดตัวหุ่นยนต์สุนัข‘ไอโบะ’รุ่นใหม่ หลังหยุดพัฒนาตั้งแต่ปี2549 (ชมคลิป)

Posted on July 18, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300577

‘โซนี่’เปิดตัวหุ่นยนต์สุนัข‘ไอโบะ’รุ่นใหม่ หลังหยุดพัฒนาตั้งแต่ปี2549 (ชมคลิป)

‘โซนี่’เปิดตัวหุ่นยนต์สุนัข‘ไอโบะ’รุ่นใหม่ หลังหยุดพัฒนาตั้งแต่ปี2549 (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.36 น.

1 พ.ย. 60  บริษัท โซนี่ คอร์ป ของญี่ปุ่น เปิดตัว “ไอโบะ” หุ่นยนต์สุนัขรุ่นใหม่ ที่ใช้ชื่อเดิมเหมือนกับหุ่นยนต์สุนัขรุ่นก่อนที่ยุติการผลิตไปเมื่อปี 2548

โดย “ไอโบะ” มีความกว้าง 7 นิ้ว สูง 11.5 นิ้ว ติดตั้งจอภาพโอเล็ตและกล้อง 2 ตัวไว้ที่ดวงตา เพื่อใช้จดจำใบหน้าเจ้าของ ใช้มอเตอร์ 22 ตัวสำหรับการเคลื่อนไหว และสามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนเพื่อให้เจ้าของเล่นกับไอโบะได้ในระยะไกล โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในราคาตัวละ 57,650 บาท.


Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บีบหัวใจคนเป็นพ่อ! ลูกสาวร้องตามก่อนกลับเข้ากรม (ชมคลิป)

Posted on July 18, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300538

บีบหัวใจคนเป็นพ่อ! ลูกสาวร้องตามก่อนกลับเข้ากรม (ชมคลิป)

บีบหัวใจคนเป็นพ่อ! ลูกสาวร้องตามก่อนกลับเข้ากรม (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.10 น.

เป็นคลิปบีบหัวใจของใครหลายๆคน โดยเฉพาะสาวๆที่มีแฟนเป็นทหาร เมื่อถึงเวลาก็ต้องกลับเข้ากรมไปทำหน้าที่ชายชาติทหาร เช่นเดียวกับคุณ หนึ่งฤทัย คล่องแคล่ว ที่ได้โพสต์คลิปลูกสาวตัวน้อยร้องไห้ตามคุณพ่อ ขณะกำลังเตรียมตัวเข้ากรม พร้อมระบุข้อความว่า

“ทุกครั้งที่พ่อต้องกลับค่าย #อีกปีเดียวนะลูก”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เด็กหญิงทนไม่ไหว! แจ้งเพจดังแม่หนูแชทกับเจ้าอาวาสแบบลึกซึ้ง

Posted on July 18, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300529

เด็กหญิงทนไม่ไหว! แจ้งเพจดังแม่หนูแชทกับเจ้าอาวาสแบบลึกซึ้ง

เด็กหญิงทนไม่ไหว! แจ้งเพจดังแม่หนูแชทกับเจ้าอาวาสแบบลึกซึ้ง

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 13.40 น.

1 พ.ย. 60 เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้โพสต์รูปภาพที่ได้รับจากเด็กหญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อความผ่านแชมไลน์ ระหว่างเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง กับกับแม่ของตนเอง ที่แอบคุยกันอย่างลึกซึ้ง โดยที่ไม่มีใครรู้

โดยเด็กหญิงคนหนึ่ง ระบุว่า สวัสดีค่ะพี่ควีน พอดีแม่หนูคุยกับเจ้าอาวาส หนูรู้มาเพราะ หนูแอบอ่านไลน์มาอะค่ะ แม่หนูแอบคุยกับเจ้าอาวาส พ่อหนูไม่รู้เรื่องนี้เลย คุยกันลึกซึ้งมาก โทรคุยกันทุกวัน หนูควรทำไงดีคะ หนูรู้สึกแย่มากเลยพี่ควีน ไม่อยากให้ครอบครัวแตกแยก แม่หนูกำลังทำผิด หนูควรทำไงดี” พร้อมทั้งได้โพสต์ภาพข้อความแชตไลน์ที่ระบุว่าเป็นการพูดคุยของแม่กับเจ้าอาวาส

หลังจากข้อความนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความเห็นในประเด็นนี้เป็นจำนวนมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮาน้ำปั่นนางฟ้าแก้วละ10บาท ป้าแดงเผยขายมา13ปีดังไกลไปทั่วโลก

Posted on July 18, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300503

ฮือฮาน้ำปั่นนางฟ้าแก้วละ10บาท ป้าแดงเผยขายมา13ปีดังไกลไปทั่วโลก

ฮือฮาน้ำปั่นนางฟ้าแก้วละ10บาท ป้าแดงเผยขายมา13ปีดังไกลไปทั่วโลก

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.31 น.

1 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ป้าแดง หรือ นางราวี ถาวร อายุ 58 ปี แม่ค้าขายน้ำผลไม้ปั่น ราคา 10 บาท ซึ่งเป็นร้านรถเข็น ขายประจำบริเวณย่านถนนช้างคลาน ตรงข้ามข้าวซอยสุทธาสินี 3 ก่อนถึงหมู่บ้านเชียงใหม่แลนด์ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ หลังจากที่มีการพูดปากต่อปากและเผยแพร่ทางสื่อไปเมื่อ 2 ปีก่อนเรื่องน้ำปั่นของป้าแดงราคา 10 บาทที่แสนถูก ปรากฏว่าชื่อเสียงดังไปไกลถึงต่างประเทศเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างก็เดินทางมาพิสูจน์ ทั้งเรื่องราคาและรสชาติต่างก็ยอมรับและบอกว่าถูกจริงๆ

โดยเมื่อก่อนป้าแดงใช้ชื่อร้านว่า “ป้าแดง น้ำผลไม้ปั่น” แต่หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวออกไปปรากฏว่าคนแห่มาซื้อและสอบถามกันตลอดเรื่อยมา ก็ได้เล่าไปตามความเป็นจริงว่าขายในราคา 10 บาทเท่านั้น จะปั่นหรือไม่ปั่นก็ขาย 10 บาท จนในที่สุดทุกคนลงความเห็นว่าร้านนี้คือ “น้ำปั่นนางฟ้า ราคาโลกมนุษย์” จึงได้ใช้ชื่อนี้เรื่อยมาและทำป้ายไวนิลติดที่รถเข็นและยังมีลูกค้าได้มีการแต่งกลอนให้กับร้านว่า ” น้ำปั่นนางฟ้า เย็นทั่วฟ้า ราคาโลกมนุษย์  ถูกที่สุดในโลก ได้น้อยแต่กินนาน ดังที่สุดในโลก ของถูกของแพง ป้าแดงขาย 10 บาท “

ป้าแดง ได้เปิดเผยว่า ตนตามใจลูกค้า แล้วแต่จะเลือกกินแบบไหนตนทำได้หมด มีแต่คนไม่เชื่อว่าขาย 10 บาทก็ขอให้มาพิสูจน์ตนจะขาย 10 บาท ตลอดไป ขายจนส่งลูกเรียนจบป.ตรี จนมีงานทำแล้ว บางคนก็ถามตนว่าขายได้อย่างไง 10 บาท ที่อื่นเขาขาย 25-30 บาท  ตนก็บอกไปว่าขายได้มีกำไรด้วย ชื่อเสียงตนดังไปถึงเมืองนอกทั้ง ชิลี นิวยอร์ก,สหรัฐอเมริกา,สวิสแลนด์,จีน ถึงกับบินมาตามหาและต่างบอกว่าอะเมซิ่ง บางคนก็บอก อิมพอตซิเบื้ล เป็นไปไม่ได้แต่ก็เป็นไปแล้ว ตนปั่นขายจนเปลี่ยนเครื่องปั่นไปแล้ว 3-4 เครื่อง เพราะเครื่องปั่นทำงานหนัก ตนขายได้วันประมาณ 250 แก้ว ถ้าเป็นผลไม้ตามฤดูกาลตนจะขายแก้วละ 10 บาทตลอดไปจนจะหมดแรง ถึงตอนนี้ก็ขายมานานถึง 13 ปี แล้ว โดยจะเริ่มเข็นรถมายังจุดขายประจำตั้งแต่เวลา 14.00 น ขายไปเรื่อยๆจนถึง 24.00 น หากขายหมดก่อนเวลาก็ปิดเก็บร้านกลับบ้าน และตอนเช้าก็ไปหาซื้อวัตถุดิบที่ตลาดมาขายวันต่อวัน

สำหรับอุปกรณ์ภาชนะที่ใส่น้ำปั่น ป้าแดงได้เปิดเผยว่า แก้ว 20 ออนซ์ ราคาใบละ 1 บาท ซื้อมา 50 ใบ ก็ 50 บาท หลอดดูดห่อละ 18 บาท มีทั้งหมด 261 อัน ฝาปิดแก้ว 50 ใบละ18 บาท ผลไม้ตามฤดูกาล น้ำตาลทรายวันละ 6 กิโลกรัม ไปตลาดหาซื้อผลไม้ตามฤดูกาลให้สดใหม่เสมอ บางครั้งลูกค้าก็ซื้อนมมาให้ตนปั่น กำไรก็จะได้ประมาณ 1-3 บาท ลูกค้าแวะเวียนมาตลอดไม่ขาด บางครั้งตนปั่นจนแทบจะเป็นลมก็มี ลูกค้าก็เอาใจช่วยพูดคุยให้กำลังใจตน

ทั้งนี้ ป้าแดง ได้เปิดเผยทิ้งท้ายว่า เมื่อก่อนเคยทำงานเป็นพนักงานในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ต่อมาห้างสรรพสินค้าดังกล่าวได้ปิดตัวลง ตนก็ตัดสินใจมาเป็นลูกจ้างร้านอาหารตามสั่งข้างทางก่อนในตำแหน่งเก็บจานล้างจาน ต่อมาก็ได้ตัดสินใจเปิดร้านรถเข็นขายผลไม้ปั่น มีสามีและลูกสาวคอยช่วยเหลือ ก็ไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ทั้งรถเข็นเครื่องปั่นและอุปกรณ์ต่างๆ และเปิดขายในราคาแก้วละ 10 บาท ตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา มาถึงปัจจุบันนี้ ก็ 13 ปี แล้ว ก็ขายมาเรื่อยๆ พัฒนาเรื่องคุณภาพจนเป็นที่ยอมรับของลูกค้าและปากต่อปากจนถึงทุกวันนี้ และไม่คิดที่จะขึ้นราคาแต่อย่างใด จะคงแก้วละ 10 บาทตลอดไป ภูมิใจและดีใจมากตอนนี้ลูกสาวก็ได้ทำงานแล้วที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี แผนกต้อนรับ ทุกวันนี้สามีของตนก็ลาออกจากงานที่โรงฆ่าสัตว์ มาช่วยตนขายน้ำปั่น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,910,299 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

นักวิชาการ มธ. ชม นโยบายรัฐ ชง 3 มาตรการเติมเต็มช่องว่าง หนุน โซลาร์เซลล์ประชาชน
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 11 เมษายน 2569
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก
แหล่งข่าวเผย ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน "บาดเจ็บสาหัส-เสียโฉม" จากเหตุถล่มเตหะราน
มาร์ค แจงดรามา วีระพงษ์ ย้ำต้องไขก๊อกพรรคเพื่อความสง่างาม
ครม.ไฟเขียวมาตรการเยียวยาขนส่ง อัดฉีดงบอุ้มรถกว่า 4.6 แสนคัน เปิดลงทะเบียน 16-19 เม.ย.69
พบแล้ว11ลำ DSIแกะรอยกลางทะเล เรือขนถ่ายกักตุนน้ำมัน
ธรรมนัส อวยพรสงกรานต์ ชี้ แม้เป็นเทศกาลแห่งความสุข แต่ปชช.ยังเผชิญค่าครองชีพพุ่งสูง
เช็คสต๊อกน้ำมันสำรอง เหลือ110วัน หมอวรงค์ขุดพิรุธดีเซล จี้สอบ700ล้านลิตรหาย
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

Recent Posts

  • ไซโคลน “ไวอานู” ถล่มเกาะเหนือนิวซีแลนด์ ลมกระโชกแรง-ฝนตกหนัก สั่งอพยพคนนับร้อย
  • จีนออก 10 มาตรการจูงใจไต้หวัน หลังผู้นำฝ่ายค้านพบสี จิ้นผิง
  • สหรัฐฯ–อิหร่านเจรจาสันติภาพล่ม ไร้ข้อตกลงหลังหารือประวัติศาสตร์ที่ปากีสถาน
  • ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย รวมตัวค้านคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action
  • ชายคลั่งใช้มีดไล่ฟันคนในสถานีรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก บาดเจ็บ 3 ราย ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d