Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ห้ามสูบบุหรี่บนชายหาด ก้าวสำคัญแก้ปัญหาขยะล้น?

Posted on July 15, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300378

ห้ามสูบบุหรี่บนชายหาด  ก้าวสำคัญแก้ปัญหาขยะล้น?

ห้ามสูบบุหรี่บนชายหาด ก้าวสำคัญแก้ปัญหาขยะล้น?

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ช่วงปลายฤดูฝนที่ผ่านมา ปัญหา “ขยะมูลฝอย” กลับมาหลอกหลอนคนไทยอีกครั้ง อาทิ ในวันที่ 14 ต.ค. 2560 วันที่มี “ฝนตกหนัก” ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ (กทม.) จนเกิดน้ำท่วมขังหลายจุด เมื่อน้ำลดก็พบว่ามีขยะที่ลอยขึ้นมาจากท่อระบายน้ำกองอยู่เกลื่อนถนน ซึ่งไม่ต่างกับภาพที่ทาง กทม. มักนำมาเผยแพร่อยู่เสมอก่อนหน้านั้น คือตามประตูระบายน้ำและลำคลองต่างๆ จะมีขยะนานาชนิดลอยไปติด และบางชนิดก็ไม่น่าเชื่อว่าจะทิ้งลงไปได้ เช่น ตู้ เตียง

สอดคล้องกับ รายงานสถานการณ์ขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทย ปี พ.ศ.2559 จัดทำโดย กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า จำนวนขยะมูลฝอยนับตั้งแต่ปี 2556-2559 แม้ในปี 2557 จำนวนขยะลดลงเหลือ 26.19 ล้านตัน จากปี 2556 ที่มีทั้งหมด 26.77 ล้านตัน แต่ในปี 2558-2559 ปริมาณขยะก็กลับเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง ในปี 2558 อยู่ที่ 26.85 ล้านตัน และปี 2559 อยู่ที่ 27.06 ล้านตัน อีกทั้งเมื่อไปดูกระบวนการบริหารจัดการขยะในประเทศไทยในปี 2559 พบว่า ขยะทั้งหมด 27.06 ล้านตันมีถึง 11.69 ล้านตัน ที่กำจัดอย่างไม่ถูกต้อง และมีเพียง 5.8 ล้านตัน ที่นำกลับมาใช้ใหม่

ซึ่งใน กทม. ขณะนี้มีการอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ออกประกาศหลักเกณฑ์การ “แบ่งค่าปรับ” ผู้กระทำผิดว่าด้วยการทิ้งขยะไม่ถูกที่ถูกทาง สำหรับประชาชนที่แจ้งการกระทำผิดดังกล่าวพร้อมหลักฐาน จากเดิมที่ต้องเป็นความผิดซึ่งหน้าเจ้าพนักงานของ กทม. เท่านั้น แม้จะยังไม่อาจลดปัญหาความมักง่ายของคนได้มากนัก แต่ก็น่าจะช่วยป้องปรามได้บ้าง อย่างไรก็ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลเฉพาะในพื้นที่ กทม.ส่วนพื้นที่อื่นๆ ยังไม่มีความชัดเจนในทางเดียวกัน

อีกด้านหนึ่ง..มีความพยายามปลูกฝังคนรุ่นใหม่หวังให้ลดปริมาณการผลิตขยะลง ดังที่ทีมงาน “แนวหน้าวาไรตี้” มีโอกาสลงพื้นที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 อ.พล จ.ขอนแก่น ซึ่งมีโครงการ “ศูนย์การเรียนรู้ ลดใช้พลังงานการจัดการขยะ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อสนับสนุนให้มีแหล่งเรียนรู้ด้านการลดใช้พลังงาน การจัดการขยะ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและชุมชน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักให้เด็กและเยาวชนเป็นต้นแบบในการลดใช้พลังงานการ จัดการขยะ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ศุภสิน ภูศรีโสม ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3เล่าว่า สืบเนื่องจาก รัฐบาลได้กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดคาร์บอน (Carbon Emission) โดยมีเป้าหมายในการลดคาร์บอนอย่างน้อยร้อยละ 25-30 ภายใน 20 ปี จึงได้มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการด้านการจัดการขยะ สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้จัดทำแผนการสร้างจิตสำนึกด้านการจัดการขยะในสถานศึกษาและชุมชน

โดยได้มอบหมายให้ สพป.ขอนแก่น เขต 3 และ สพป.กระบี่ ดำเนินโครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ลดใช้พลังงาน การจัดการขยะและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค ในส่วนของสพป.ขอนแก่นนั้น ได้จัดทำหลักสูตรและกระบวนการจัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้ จำนวน 10 ฐาน ได้แก่ 1.ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 2.โลกไร้ตะวันสะกิดคิด พิชิตลดโลกร้อน 3.น้ำใช้รู้ใช้น้ำ 4.พลังงานเพื่อชีวิต 5.ห้องเรียนสีเขียว 6.บ้านประหยัดพลังงาน 7.เส้นทางชีวิตผลิตภัณฑ์ 8.Zero Waste 9.ความหลากหลายทางชีวภาพ และ 10.อาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“เราได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ขอนแก่น และอีกหลายภาคส่วนในจังหวัดขอนแก่น ร่วมพัฒนาวิทยากร นักเรียนและครูเพื่อพัฒนาศูนย์การเรียนรู้สู่การเป็นต้นแบบของการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า พร้อมทั้งสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้จัดการขยะตามรูปแบบของโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” ศุภสิน ระบุ

ไม่เพียงแต่บนบกเท่านั้น ไทยยังถูก“เพ่งเล็ง” จากนานาชาติว่าก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับท้องทะเลของโลก ดังที่ คณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา (Universityof Georgia, USA) เปิดเผย 10 อันดับ “ประเทศที่ทิ้งขยะลงสู่ทะเลและมหาสมุทร” มากที่สุดในโลก โดย “ไทยอยู่อันดับ 6 ในปี 2559 และขึ้นมาเป็นอันดับ 5 ในปี 2560” ซึ่งแม้จะมีข้อโต้แย้ง อาทิ ขยะในไทยส่วนใหญ่อยู่บนบกหรือในแหล่งน้ำจืด แต่ก็มีขยะบางส่วนลงไปสู่ทะเลจริง ดังที่ จตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวถึง “ก้นบุหรี่” ที่ถูกทิ้งเกลื่อนชายหาดว่า

“ก้นบุหรี่ที่ถูกทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อมมีผลกระทบต่อมนุษย์โดยตรง เป็นขยะที่อุดตันทางระบายน้ำ ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง หรืออาจถูกน้ำพัดพาลงคูคลอง จนลงสู่ทะเล สะสมอยู่ใต้พื้นทรายตามชายหาด ก่อให้เกิดผลต่อสิ่งมีชีวิต และระบบนิเวศน์ โดยเมื่อสัมผัสกับน้ำจะปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษ เช่น แคดเมียม ตะกั่ว สารหนู และอนุพันธุ์ของยาฆ่าแมลง ซึ่งเป็นพิษต่อห่วงโซ่อาหาร”

อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค.2560 ว่า ลำพังการสำรวจ ณ “หาดป่าตอง” จ.ภูเก็ต เพียงแห่งเดียว พบก้นบุหรี่ถูกทิ้งบริเวณชายหาดถึง 101,058 มวน นำมาสู่การอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 (มาตรา 17) ออกประกาศ “ห้ามสูบบุหรี่บนชายหาด” ให้ขึ้นมาสูบบริเวณทางเดินด้านนอกแทน

โดยจะนำร่องจากหาดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากก่อน อาทิ หาดแม่พิมพ์ หาดแหลมสิงห์หาดบางแสน หาดชะอำ หาดเขาตะเกียบหาดบ่อผุด (เกาะสมุย) หาดทรายรี หาดป่าตองหาดเกาะไข่นอกและเกาะไข่ใน หาดหัวหินหาดพัทยา หาดจอมเทียน และหาดสมิหลาก่อนขยายไปสู่ทุกหาดทั่วประเทศต่อไป ทั้งนี้มาตรการจะแบ่งเป็น 2 ระยะคือ “การเตือน” ให้ประชาชนตื่นตัว ผ่านการแจ้งข้อความทางโทรศัพท์มือถือเมื่อเข้าสู่พื้นที่ชายหาด ตั้งแต่วันที่1 พ.ย. 2560-31 ม.ค. 2561 และระยะ “บังคับใช้จริง-ปรับจริง” เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2561 เป็นต้นไป

จากชายหาดถึงบนฝั่ง..ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การลดปัญหาขยะในเมืองไทยได้หรือไม่? คงต้องตามกันต่อไป!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : รีไซเคิลสร้างสรรค์อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยพวน

Posted on July 15, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300420

รายงานพิเศษ : รีไซเคิลสร้างสรรค์อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยพวน

รายงานพิเศษ : รีไซเคิลสร้างสรรค์อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยพวน

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในยุคที่เทคโนโลยีและการสื่อสารเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิต แต่ละคนก้มหน้าจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ภาพแบบนี้พบเห็นได้ทั่วไป แม้กระทั่งในโรงเรียน เป็นเหตุให้ครูต้องหาวิธีดึงดูดนักเรียนให้ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ละวางจากสมาร์ทโฟนของตัวเอง เพราะตระหนักดีว่าการหมกมุ่นกับเกม หรือโลกโซเชียล อาจสร้างผลเสียได้ ทำให้ขาดพัฒนาการและความอดทนอาจจะน้อยลง

“งานสร้างสรรค์จากวัสดุรีไซเคิล” คือกิจกรรมหนึ่งที่ ครูวรีวรรณ โขนงนุช ชักชวนให้เด็กๆ ที่เรียนวิชาศรีสัชนาลัย ในหลักสูตรสาระเพิ่มเติม ม.4 ของโรงเรียนเมืองเชลียง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย จำนวน 5 คน ซึ่งสนใจมารวมกลุ่มกัน สมัครเข้าโครงการปฏิบัติการวัยรุ่นสร้างสุขภาวะของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยใช้ชื่อ “กลุ่มคนกล้าตามหาความฝัน” นำวัสดุใกล้ตัวที่เหลือใช้มารีไซเคิล ออกแบบเป็นของที่ระลึกรูปแบบต่างๆ เช่น นำขวดเครื่องดื่มซุปไก่ และกล่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาจัดทำกระเช้าใส่มะลิ ตุ๊กตากระเช้า มงกุฎดอกไม้ กระเป๋าลายสังคโลก หรือกระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ที่ปักครอสติชตกแต่งเป็นลวดลายที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมของชาวไทยพวน เป็นต้น

พิมนิภา สาริกิจ หัวหน้าทีมคนกล้าตามหาความฝัน เล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำกิจกรรมว่า เกิดจากการมองเห็นปัญหาขยะ ที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้คิดวิธีรีไซเคิลเป็นของที่ระลึก เพื่อเพิ่มมูลค่าของขยะ ขณะเดียวกันการสร้างสิ่งสวยๆ งามๆ ก็เป็นความสุขในการทำงานที่เธอและเพื่อนๆ ชื่นชอบ ที่สำคัญยังสามารถนำชิ้นงานที่ทำขึ้นไปจำหน่าย หรือเผยแพร่ในโอกาสต่างๆ สร้างรายได้ระหว่างเรียนอีกทางหนึ่งด้วย

“เริ่มแรกแกนนำหลักมีเพียง 5 คน แต่ปรากฏว่าพอเริ่มกิจกรรมได้ระยะหนึ่ง เพื่อนๆ และน้องๆ เห็นพี่ทำกระเป๋าสะพายตกแต่งด้วยครอสติชลวดลายตีนจกของไทยพวน แล้วพากันใช้สะพายในโรงเรียน ก็เกิดความสนใจ อยากได้ชิ้นงานที่ประดิษฐ์ไปใช้บ้าง จึงเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกรวม 20 กว่าคน และระหว่างทางก็มีบางคนไม่มีเวลา ขาดๆ หายๆ ไป หรือย้ายโรงเรียน จนสุดท้ายเหลือแกนนำและสมาชิกหลักๆ 14 คน ที่ทำอย่างจริงจัง” หัวหน้าทีม อธิบาย

แม้รายได้จากกิจกรรมจะไม่มากนัก อยู่ระหว่างหลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อคน ขึ้นอยู่กับความขยันขันแข็งในการผลิต แต่สิ่งที่ได้คือการซึมซับศิลปวัฒนธรรมของชาวไทยพวน ในเขต อ.ศรีสัชนาลัย ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เช่น ประเพณีแห่ช้างบวชนาค การนำลายผ้าทอตีนจกมาประยุกต์เป็นลายปักครอสติช  และประสบการณ์ทำงานระหว่างเรียน ที่ต้องแบ่งเวลาให้เหมาะสม มีวินัยในการทำงาน และอดทน ประณีต เนื่องจากส่งขายด้วย

สาวิตรี ปันติ แกนนำอีกคนหนึ่ง บอกว่า การเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ทำให้เธอและเพื่อนๆ ได้ฝึกวาดลวดลายสังคโลก ปักครอสติช รู้จักลายผ้าตีนจกของไทยพวน ต.หาดเสี้ยว ที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง และมีทั้งหมดถึง 9 ลาย ประกอบด้วย ลายเครือน้อย ลายเครือกลาง ลายเครือใหญ่ ลายสี่ขอ ลายแปดขอ ลายน้ำอ่าง ลายสิบสองหน่วยตัด ลายสองห้อง และลายมนสิบหก ซึ่งไม่ว่าจะปักลวดลายใดก็ต้องใช้สมาธิค่อนข้างสูง นับแถวให้ดี ถ้าวอกแวกปักผิด ลายจะขาดหรือเกิน ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการตัดทิ้งแล้วมัดปมเอา

เธอย้ำว่าภูมิใจมากที่ผลงานเป็นที่ยอมรับ ช่วงทำกระเป๋าถือลายการ์ตูน ใช้เทคนิคการลอกลาย แล้วระบายด้วยสีสกรีน นำไปเผยแพร่ในงานอุตรดิตถ์ยิ้ม ของกลุ่มกิ่งก้านใบ ที่ จ.อุตรดิตถ์ มีแต่คนอยากได้ จึงทำแจกประมาณ 200 ใบ

ขณะที่คุณครู วรีวรรณ โขนงนุช อาจารย์ที่ปรึกษา เล่าว่า ในฐานะที่เป็นคนกระตุ้นให้เด็กอยากทำกิจกรรม จึงต้องคอยให้คำแนะนำในการแก้ปัญหา ตลอดจนแนะแนวทางสู่ความสำเร็จตามแผนที่วางไว้ เพราะถ้าให้หาประสบการณ์ด้วยตนเองล้วนๆ ด้วยความเยาว์วัย เมื่อเกิดอุปสรรคปัญหาขึ้น เช่น ไม่ค่อยมีเวลา สมาชิกบางคนไม่เข้าร่วม หรือผลิตงานไม่ทัน ก็ย่อมท้อถอย และความผิดพลาดก็จะเพิ่มมากขึ้นถ้าไม่มีคนคอยให้คำปรึกษาและกำลังใจ

สำหรับหลักสูตรสาระเพิ่มเติม ที่จุดประกายให้เด็กๆ สนใจทำกิจกรรม “งานสร้างสรรค์จากวัสดุรีไซเคิล” นั้น เน้นพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น โดยจากการสำรวจตลาดสินค้าของฝากของที่ระลึก พบว่าที่วางขายในสุโขทัยส่วนใหญ่ นำมาจากเชียงใหม่ จึงผลักดันให้สร้างสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของสุโขทัย แล้วคัดเลือกเนื้อหามาลงหลักสูตรสอนเด็ก ดึงวัฒนธรรมไทยพวน สังคโลก เข้ามา ทำให้เด็กซึมซับโดยไม่รู้ตัว และนำไปสู่การทำชิ้นงาน

อาจารย์ที่ปรึกษาคนเดิม ย้ำว่าสาเหตุที่เลือกตีนจกเข้ามาสอนด้วย เนื่องจากมองเห็นว่าตีนจกกำลังจะสูญหาย ขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทำให้แทบไม่เหลือคนทอแล้ว อย่างน้อยถ้านำมาปักครอสติช ก็จะช่วยให้เด็กรุ่นใหม่ยังรู้จักลวดลาย และเป็นวิธีการสืบทอดลวดลายดั้งเดิมไปโดยปริยาย

ด้าน จันทร์เพ็ญ  ทรัพย์ประชา ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองเชลียง กล่าวว่า ทางโรงเรียนสนับสนุน ให้ขวัญและกำลังใจในการสอนหลักสูตรท้องถิ่น และการทำกิจกรรมของเด็กๆ ตลอดมา เพราะตรงกับเอกลักษณ์ของโรงเรียน คือผู้นำด้านวิถีไทย และชาวไทยพวนก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของ อ.ศรีสัชนาลัย ขณะเดียวกันโรงเรียนยังมุ่งมั่นทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง จึงบูรณาการหลักสูตร ม.ปลาย เรื่องสังคโลก กับหลักสูตร ม.ต้น เรื่องผ้าซิ่นตีนจก เข้ามาด้วย

นับว่ากิจกรรมนี้ ได้ประโยชน์หลายด้าน ทั้งอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยพวน เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และยังมีรายได้ระหว่างเรียน ช่วยประหยัดรายจ่ายของครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

“กัปตันป๊อป-อนุดิษฐ์”บอกลูกๆจากนี้ไป“เราจะต้องตั้งใจ ทำความดี ตามคำที่พ่อสอน”

Posted on July 15, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300443

“กัปตันป๊อป-อนุดิษฐ์”บอกลูกๆจากนี้ไป“เราจะต้องตั้งใจ ทำความดี ตามคำที่พ่อสอน”

“กัปตันป๊อป-อนุดิษฐ์”บอกลูกๆจากนี้ไป“เราจะต้องตั้งใจ ทำความดี ตามคำที่พ่อสอน”

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 02.00 น.

nn…เก็บตก วันแห่งประวัติศาสตร์ของคนไทย ทั้งชาติเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม…นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต สส.ดอนเมือง พร้อมภรรยา ได้พาลูกๆ ทั้ง 6 คน ไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 และถวายดอกไม้จันทน์ ที่วัดอยู่ดีบำรุงธรรม (ออเงิน) เขตสายไหม…ได้เห็นภาพพี่น้องประชาชนรอแถว ด้วยความสงบเรียบร้อย จากหน้าวัด ออกไปตามเส้นทางของถนนเพิ่มสิน-ออเงิน ยาวมากกว่า 2 กิโลเมตร มีข้าราชการ เจ้าหน้าที่และจิตอาสาทุกคน ช่วยกันดูแล บริการ รับใช้ให้พี่น้องประชาชนทุกคนให้มีโอกาส มีส่วนร่วม ในพระราชพิธีสำคัญกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ…ภายหลังได้สอบถามทางเขตสายไหม เป็นผู้รับผิดชอบ หลักประจำวัดนี้ ทราบว่าเฉพาะที่วัดออเงิน แห่งเดียว มีพสกนิกรเดินทางมาถวายดอกไม้จันทน์ถึง 170,000 คน…ระหว่างรอกำหนดการต่างๆ ที่จะดำเนินการพร้อมกันกับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง..ครอบครัวของเรานั่งสงบ รอเวลาพร้อมๆ กับชาวไทยทั่วประเทศและทั่วโลก…ที่น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ ในหลวง ร.9 อยู่เสมอมา และไม่มีวันที่จะเปลี่ยนแปลง…พระองค์ทรงงานอย่างหนักมากมาตลอด 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ..พระองค์ไม่เคยเลย ที่จะทรงหยุดพักหรือคิดถึงสุขภาพพระวรกาย แม้จะทรงพระประชวรก็ตาม พระองค์ทรงคิดถึงเพียงประชาชน เพราะอยากให้ประชาชนคนไทยได้มีความเป็นอยู่ที่ดี ทัดเทียมนานาอารยประเทศ…“วันนี้พระองค์จากไป แต่เพียงพระวรกาย แต่ดวงใจจะอยู่กับพสกนิกรตลอดไป…ผมบอกกับลูกๆ ว่าจากนี้ไปสิ่งที่เรา จะทำให้กับพระองค์ท่านได้ก็คือ..เราจะต้องตั้งใจ ทำความดี ตามคำที่พ่อสอน…และผมเชื่อว่าลูกๆ ทุกคน รวมถึงผมด้วย จะทำเช่นนั้น…สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกรานกราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้”…nn

nn….สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานผ้าพระกฐิน ให้ “บุญรักษ์ ยอดเพชร”เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) นำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ที่วัดกลางพระอารามหลวง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อส่งเสริม ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา..งานนี้มี “อนุสรณ์ แก้วกังวาล” ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธาน พร้อม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 225 เขตจากทั่วประเทศ และหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ ข้าราชการครูและพุทธศาสนิกชน ชาวบุรีรัมย์ ได้เข้าร่วมพิธี เป็นจำนวนมาก มียอดเงินถวายบำรุงและบูรณะพระอาราม รวม 5,029,808 บาท…กฐินพระราชทานเป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินและเครื่องกฐิน แก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ส่วนราชการ หน่วยงาน สมาคม หรือเอกชน ให้ไปทอดยังพระอารามหลวงต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบต่อไป….nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักล่ารางวัลห้ามพลาด ส่งภาพถ่ายลอยกระทงสุโขทัยชิงเงินหมื่น

Posted on July 15, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300467

นักล่ารางวัลห้ามพลาด  ส่งภาพถ่ายลอยกระทงสุโขทัยชิงเงินหมื่น

นักล่ารางวัลห้ามพลาด ส่งภาพถ่ายลอยกระทงสุโขทัยชิงเงินหมื่น

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 21.34 น.

นางระพีพร มีสอาด ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดสุโขทัยได้กำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2560 “ลอยพระประทีป หลอมรวมใจ ร่วมอาลัยพ่อแห่งชาติ ถวายอภิวาท มหาวชิราลงกรณ” ระหว่างวันที่ 1-5 พฤศจิกายน ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

เพื่อประชาสัมพันธ์งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ สร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงของจังหวัดสุโขทัย ผ่านสื่อภาพถ่าย จึงได้จัดโครงการประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “มุมสวยโดนใจ สุโขทัยลอยกระทง” เป็นภาพที่ถ่ายกิจกรรมต่างๆในงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2560 เช่น แสงเสียง พลุ ตะไล ไฟพะเนียง วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต เป็นต้น

โดยรางวัลชนะเลิศจะได้รับโล่พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับโล่พร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับโล่พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และรางวัลชมเชยจำนวน 5 รางวัล จะได้รับใบประกาศพร้อมเงินรางวัล 3,000 บาท สำหรับแบบฟอร์มการส่งภาพเข้าประกวด สามารถ Download ได้ที่ www.facebook.com/งานประเพณีลอยกระทง-เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2560 หรือขอรับด้วยตนเองได้ที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย และสามารถส่งผลงานด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย อ.เมือง จ.สุโขทัย ไม่เกินวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 โดยถือตราประทับไปรษณีย์เป็นสำคัญ ติดต่อสอบถามได้ที่ 055-612286

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อัพเดทชีวิต’ลุงเฉื่อย เชือกฟาง’แต่งหล่อ วันนี้ลุงมีเข็มขัดใส่แล้ว (ชมคลิป)

Posted on July 15, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300353

อัพเดทชีวิต'ลุงเฉื่อย เชือกฟาง'แต่งหล่อ วันนี้ลุงมีเข็มขัดใส่แล้ว (ชมคลิป)

อัพเดทชีวิต’ลุงเฉื่อย เชือกฟาง’แต่งหล่อ วันนี้ลุงมีเข็มขัดใส่แล้ว (ชมคลิป)

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 14.34 น.

เรื่องราว ‘ลุงเฉื่อย’ กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ จากกรณีที่คุณลุงเดินทางด้วยความตั้งใจที่เข้าร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยเสื้อผ้าที่สุภาพถึงแม้ว่าคุณลุงจะไม่มีเข็มขัดแต่ก็ใช้เชือกมัดรอบเอวอย่างเรียบร้อย เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์บนโลกออนไลน์พร้อมทั้งชื่นชมคุณลุงว่าคือราษฎรเต็มขั้นของพระราชาในด้านของความพอเพียงและด้วยหัวใจที่ภักดี

บนเพจ ชุมชนเขวาสินรินทร์ ได้อัพเดทชีวิตลุงเฉื่อย หลังจากทมีหลายคนให้ความสนใจทั้งร่วมส่งสิ่งของเครื่องใช้ ทุนทรัพย์ ให้ลุงเฉื่อยอย่างไม่ขาดสาย

ล่าสุดวันนี้ นายเสน (แอดมินเพจ) ได้นัดลุงเฉื่อยที่ร้านขายเสื้อผ้า เพื่อจะทำการซื้อเสื้อผ้าให้ใหม่ ลุงเฉื่อยได้เลือกเสื้อผ้า กางเกง หมวกแก๊ป รองเท้าหนังสีดำขัดมันและเข็มขัด ‘ลุงเฉื่อย’ยังฝากฝากขอบคุณผู้ที่ฝากเงินมาซื้อชุดให้และหลายคนที่แบ่งปันและมองเห็นความสำคัญและคุณค่าของคนแก่คนหนึ่ง

นางศศิมา สมัครเดียว เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าศศิมา เปิดเผยว่า วันที่ลุงเฉื่อยปั่นจักรยานมาขอซื้อชุด ตนก็แนะนำไปว่าต้องใส่ชุดแบบไหน  ซึ่งคุณลุงใส่เสื้อและกางเกงไม่สุภาพ หากต้องเปลี่ยนคงต้องเปลี่ยนทั้งเสื้อและกางเกง โดยราคาทั้งเสื้อและกางเกง ประมาณ 500 บาท แต่คุณลุงแกมีเงินไม่ถึง 500 บาท ตนจึงลดให้ส่วนเข็มขัดลุงเงินไม่พอ ลุงบอกว่าจะไปหายืมอันเก่าของเขาใส่ก่อนและแกก็ปั่นจักรยานกลับไป ไม่คิดว่าแกจะมัดเชือกฟางเข้าไป

นายเสน เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้สอบถามประวัติลุงเฉื่อย ทราบว่าลุงมีพี่สาวกับน้องสาวมีฐานะยากจนตั้งแต่เด็ก อยู่บ้านหลังเล็กๆ และสาเหตุที่ลุงเฉื่อยมาอยู่ที่วัดก็เพราะความยากจน จึงออกจากบ้านมาช่วยงานวัด ทำงานวัด หวังเพียงได้ข้าวและอาหารที่เหลือจากวัด เหลือจากพระฉันท์ นำกลับไปให้พี่สาวน้องสาวได้กินจนถึงปัจจุบัน ถือว่าคุณลุงเป็นคนดีมากๆนอกจากจะช่วยงานสังคมแล้ว ยังช่วยเหลือพี่น้องที่ลำบากมาโดยตลอดอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ข้าวจี่’เมนูยอดนิยมคลายหนาวที่อำนาจเจริญ

Posted on July 15, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300324

'ข้าวจี่'เมนูยอดนิยมคลายหนาวที่อำนาจเจริญ

‘ข้าวจี่’เมนูยอดนิยมคลายหนาวที่อำนาจเจริญ

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 13.14 น.

31 ต.ค.60 ในช่วงนี้จังหวัดอำนาจเจริญ เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัวแล้ว อากาศโดยทั่วไปหนาวเย็น ตอนกลางวันมีกระแสลมพัดแรงตลอดเวลา ส่วนกลางคืนหนาวจัด ทำให้ต้องก่อไฟผิงเพื่อบรรเทาความหนาวเย็น จึงเป็นเรื่องปกติที่เมื่อถึงฤดูหนาวตามชนบทมักจะพบเห็นคนเฒ่าคนแก่และลูกหลาน นั่งล้อมรอบกองไฟผิงไฟพร้อมปิ้งข้าวเหนียวทาเกลือ หรือชาวอีสาน เรียกว่า ‘ข้าวจี่’ รับประทานไปด้วยผิงไฟไปด้วยเพื่อคลายหนาว

ด้วยเหตุนี้ จึงมีพ่อค้าแม่ค้า พลิกวิกฤติภัยหนาวเป็นโอกาส โดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการบอกสอนถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย นำข้าวเหนียวทาเกลือทำเป็นขนมเรียกว่า ‘ขนมข้าวจี่’ ยืนปิ้งขายตามตลาดในตัวเมืองอำนาจเจริญ เป็นประจำทุกปีสร้างรายได้เป็นอย่างดี

นางน้อย ทิศา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 6 เขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ แม่ค้าขายข้าวจี่โบราณ บอกว่า ข้าวจี่ จะมีให้รับประทานเฉพาะฤดูหนาว ช่วงอากาศหนาวเย็นเท่านั้น เนื่องจากขนมข้าวจี่ จะต้องย่างหรือปิ้งที่เตาไฟตลอดเวลา จึงมีผู้ขายและผู้ชื้อยืนล้อมวงช่วยกันปิ้งข้าวจี่พลิกไปมาพร้อมพูดคุยกัน บางคนก็จะยืนกินไปด้วยเพื่อบรรเทาความหนาวเย็น โดยเฉพาะนำข้าวใหม่มาทำเป็นข้าวจะมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษเป็นที่นิยมมาก ซึ่งข้าวจี่ที่ จ.อำนาจเจริญ มี 2 แบบ คือ ข้าวจี่โบราณและข้าวจี่สมัยใหม่ ประยุกต์มาจากข้าวจี่โบราณ ซึ่งมีรสชาติไม่แตกต่างกันมากนัก จึงมีผู้คนหาซื้อข้าวจี่ทานแทนข้าวกันมาก ทำให้ร้านขายขนมประเภทต่างๆจะต้องทำข้าวจี่ขายควบคู่กันไปด้วย เพราะช่วงนี้ ข้าวจี่ มาแรงขายดีมาก

โดยนางน้อย กล่าวอีกว่า สมัยเด็กๆเมื่อถึงฤดูหนาว อากาศโดยทั่วไปหนาวเย็น พ่อแม่ก็จะก่อไฟผิงที่ใต้ถุนบ้าน ระหว่างนั่งผิงไฟก็จะมีการปั้นข้าวเหนียวลักษณะกลมๆเท่าไข่ไก่ หรือไม่ก็ใหญ่กว่าไข่ไก่แล้วทาเกลือ นำมาปิ้งที่กองไฟพลิกไปมาจนมีสีเหลือง พ่อแม่ก็จะแบ่งให้กินด้วยรสชาติหอมมันเค็มนิดๆกินจนอิ่มท้อง โดยไม่ต้องกินอาหารอะไรเลย จึงเป็นการเรียนรู้การทำข้าวจี่ ปิ้งข้าวจี่ มาตั้งแต่เด็ก ต่อมาเมื่อแต่งงานมีครอบครัว ซึ่งตอนนี้พ่อแม่เสียชีวิตทั้งหมด จึงได้นำเอาความรู้จากการทำข้าวจี่  ทำไปจำหน่ายยังตลอดสดเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ ในช่วงหน้าหนาวทุกปี โดยเฉพาะช่วงนี้อากาศหยาวเย็น ข้าวจี่โบราณขายดีมาก จากที่เคยทำขายใช้ข้าวเหนียววันละ 10 กิโลกรัม เพราะมีผู้บริโภคเพิ่มขึ้น จึงต้องใช้ข้าวเหนียวเพิ่มเป็นวันละ 20-30 กิโลกรัม สร้างรายได้เป็นอย่างดี

สำหรับวิธีทำข้าวจี่ ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เริ่มแรกให้แช่ข้าวเหนียวจนได้ที่แล้วนำไปนึ่งให้สุก ต่อมานำข้าวเหนียวสุกมาปั้นเท่าฝ่ามือโรยด้วยเกลือ แล้วเอาไปวางที่เหล็กปิ้งบนเตาไฟพลิกไปมา จนข้าวเหนียวออกสีเหลืองอมส้มก็สามารถรับประทานได้ จำหน่ายก้อนละ 15 บาท ซึ่งที่นี่จะแถมแจ่วให้ 1 ถุงเล็ก เพื่อจิ้มกับข้าวเหนียว  เรียกว่าข้าวจี่โบราณ ที่มีรสชาติอร่อยแซ่บถึงใจ นอกจากนี้ยังขายปิ้งเนื้อ ปิ้งตับไก่ ปิ้งหมู ควบคู่กันด้วย

นางศิริพร ทำงาน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่  14 หมู่ที่ 6 ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ แม่ค้าขายข้าวจี่สมัยใหม่ บอกว่า ตามปกติก็จะขายอาหารเวียดนาม ที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ ซึ่งย้ายมาจากประเทศเวียดนาม เช่น ข้าวต้มมัด มีลักษณะคล้ายข้าวต้มประเทศไทย แต่ของเวียตนามจะเป็นแบบสามเหลี่ยม มีไส้เป็นถั่วเหลืองผสมกับหมู จะมีรสชาติหวานมัน แปลกกว่าข้าวต้มมัดทั่วไป ซึ่งข้าวต้มเวียดนามจะขาย 3 อัน 20 บาท และขนมปากหม้อ บรรจุกล่องๆละ 20 บาท ส่วนขนมที่โดดเด่นยอดนิยมในช่วงนี้และมีลูกค้าซื้อมากที่สุด ก็คือข้าวจี่สมัยใหม่ ซึ่งก็มีจำหน่ายที่นี่เช่นกัน โดยจะทำขายเฉพาะอากาศหนาวเย็นเท่านั้น ในราคา 3 ก้อน 20 บาท

สำหรับวิธีทำข้าวจี่สมัยใหม่ หรือ ข้าวจี่ประยุกต์ เริ่มแรกให้เอาข้าวเหนียวที่นึ่งจนสุกแล้ว ไปคลุกเคล้ากับกะทิมะพร้าวเรียกว่าข้าวเหนียวมูล ต่อมานำไข่ไก่ตอกใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ใส่น้ำปลาลงไปตีไข่ให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำข้าวเหนียวมูลปั้นเป็นก้อนเท่าลูกไข่ไก่แล้วชุบกับไข่ไก่ทาให้ทั่ว ต่อมานำไปปิ้งที่เหล็กปิ้งบนเตาถ่าน พลิกไปมาจนข้าวเหนียวมูลมีสีเหลืออมส้มก็เป็นอันแล้วเสร็จ  ซึ่งด้วยรสชาติที่หอมอร่อย พอรับประทานแล้วร่างกายจะอบอุ่นคลายหนาวได้ระดับหนึ่งจึงมีลูกค้านิยมทานกันมาก

 

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กระปุกแรกของโครงการ ‘ตูน บอดี้สแลม’เผยเรื่องราวสุดประทับใจจากเด็กชายตัวน้อย

Posted on July 15, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300318

กระปุกแรกของโครงการ 'ตูน บอดี้สแลม'เผยเรื่องราวสุดประทับใจจากเด็กชายตัวน้อย

กระปุกแรกของโครงการ ‘ตูน บอดี้สแลม’เผยเรื่องราวสุดประทับใจจากเด็กชายตัวน้อย

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 13.00 น.

31 ต.ค. 60 จากกรณี นายอาทิวราห์ คงมาลัย  ตูน บอดี้สแลม  นักร้องหนุ่ม ที่เตรียมออกมาวิ่งอีกครั้งจากใต้สุดสูดเหนือสุดเป็นระยะทางกว่า 2,191 กิโลเมตร เป้าหมาย 700 ล้านบาท เพื่อระดมทุนช่วยเหลือ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. – 25 ธ.ค. 60 ภายใต้โครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ”

ล่าสุด  อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลมได้โพสต์เรื่องราวดีๆผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว@artiwara ก่อนจะออกวิ่งวันแรก ถึงน้องภูเก็ต ที่มอบเงินออมที่สะสมด้วยตนเอง เพื่อช่วยระดมทุน โดยระบุว่า

artiwara30/10/2017…”น้องภูเก็ต”…ใจดียกให้ทั้งกระปุกไปช่วยคุณหมอคุณพยาบาลและคนเจ็บป่วย :)#กระปุกแรกของโครงการปีนี้ #คุณแม่น้องบอกธรรมดาน้องเป็นคนขี้เหนียวมาก555 #ก้าว #ก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาลทั่วประเทศ #ก้าวนี้เพื่อเป็นกำลังใจแด่คุณหมอคุณพยาบาลและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคน

View this post on Instagram

A post shared by Artiwara Kongmalai (@artiwara)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดบ้านสอนฟรี’กระทงกาบกล้วยโบราณ’สืบสานวิถีคนเมืองเก่าสุโขทัย

Posted on July 15, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300282

เปิดบ้านสอนฟรี'กระทงกาบกล้วยโบราณ'สืบสานวิถีคนเมืองเก่าสุโขทัย

เปิดบ้านสอนฟรี’กระทงกาบกล้วยโบราณ’สืบสานวิถีคนเมืองเก่าสุโขทัย

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 10.37 น.

31 ต.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 712/3 หมู่ 3 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย ซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เรือนนพมาศ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าชมศึกษาวัตถุโบราณแล้ว ล่าสุดยังได้มีการเปิดสอนทำกระทงกาบกล้วยโบราณ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนเมืองเก่าสุโขทัยที่นับวันจะถูกลืมเลือน

นางบังเอิญ ทุยจันทร์ อายุ 70 ปี ประธานวัฒนธรรมตำบลเมืองเก่า ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า กระทงกาบกล้วยโบราณนี้เป็นรูปแบบดั้งเดิมของคนท้องถิ่น ซึ่งทำลอยกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดหลายชั่วอายุคนแล้ว โดยในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสองจะมีการต้มสมุนไพรกินกันก่อน เพราะเชื่อว่าจะมีสรรพคุณทางยาสูงสุดทำให้อายุยืน จากนั้นก็จะทำกระทงกาบกล้วยโบราณแบบนี้ไปลอยกันในคลองแม่ลำพัน ตรงบริเวณท่าน้ำยายศิลาและท่าน้ำบ้านเหนือ โดยใส่เหรียญสตางค์ลงไปด้วยเพื่อขอขมาพระแม่คงคา จนมาในปี พ.ศ. 2472 ได้มีการจัดงานลอยกระทงเพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทโบราณ ที่บริเวณเกาะกลางน้ำวัดตระพังทอง คนก็ย้ายไปลอยกันที่นั่น จากนั้นปี พ.ศ. 2520 ก็มีการรื้อฟื้นประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จนเป็นงานที่ยิ่งใหญ่สวยงามติดอันดับโลก ทำให้มีประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาตินิยมมาลอยกระทงกันจำนวนมาก

“อยากให้ลูกหลานได้ฝึกหัดทำกระทงกาบกล้วยโบราณนี้ไว้ เพราะเป็นรูปแบบภูมิปัญญาท้องถิ่นบ้านเรา ที่ผ่านมาก็มีหน่วยงานมาช่วยส่งเสริมสนับสนุน ซึ่งป้าก็ดีใจ และเมื่อยังมีแรงก็จะสอนทำกันต่อไป จะได้ไม่สูญหาย” นางบังเอิญ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.แห่ขึ้นดอยสัมผัส6องศา’ดอยอินทนนท์’

Posted on July 15, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300269

นทท.แห่ขึ้นดอยสัมผัส6องศา'ดอยอินทนนท์'

นทท.แห่ขึ้นดอยสัมผัส6องศา’ดอยอินทนนท์’

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 09.34 น.

นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หน.อช.ดอยอินทนนท์ เปิดเผยว่า สภาพอากาศบนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ วันอังคารที่ 31 ต.ต.60 อากาศเริ่มหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่สภาพอากาศเริ่มเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเต็มตัว โดยยอดดอยอินทนนท์มีอุณหภูมิต่ำสุด 6 องศาเซลเซียส ที่กิ่วแม่ปานวัดได้ 9 องศาเซลเซียส ที่ทำการอุทยานฯวัดได้ 14 องศาเซลเซียส

โดยเมื่อวานนี้ 30 ต.ค.มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวน 2,458 คน ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ถ้าหากอุณหภูมิลดฮวบเหลือ 6 องศาเซลเซียสและกระแสลมสงบหรืออุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส มีโอกาสได้เห็นแม่คะนิ้งกันหรือเหมยขาบอย่างแน่นอน

ลักษณะอากาศทั่วไปประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นกับมีลมแรงและอุณหภูมิลดลง ภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า โดยในเช้านี้ในตัวเมืองเชียงใหม่อุณหภูมิลดลงเหลือ 20 องศาเซลเซียส

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไข่เป็ดพลิกชีวิต เกษตรกรตรังหันเลี้ยงกู้วิกฤตราคายางร่วง

Posted on July 15, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/300262

ไข่เป็ดพลิกชีวิต เกษตรกรตรังหันเลี้ยงกู้วิกฤตราคายางร่วง

ไข่เป็ดพลิกชีวิต เกษตรกรตรังหันเลี้ยงกู้วิกฤตราคายางร่วง

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 08.34 น.

เกษตรกรตรังจัดสรรพื้นที่สวนยางกว่า 3 ไร่ เลี้ยงเป็ดไข่เสริมรายได้ หลังราคายางพาราผันผวนตกต่ำ พ่อค้าแม่ค้าแห่ซื้อผลผลิตไม่พอ

31 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ตรัง ว่า มีเกษตรกรในพื้นที่บ้านคลองโกงใต้ ต.คลองปาง อ.รัษฎา จ.ตรัง นำเป็ดไข่มาเลี้ยงภายในสวนยางพารา สร้างรายได้เลี้ยงตัวเลี้ยงครอบครัวในขณะที่ราคายางพาราตกต่ำอย่างต่อเนื่อง กิโลกรัมละ 40 บาท เชื่อว่าหากอาศัยผลผลิตจากยางพารา คงไม่สามารถหลีกพ้นความยากลำบากได้

สำหรับเกษตรกรรายดังกล่าว คือ นายพิเชษฐ์ หนูหีด อายุ 58 ปี เกษตรกรหมู่ที่ 7 บ้านคลองโกงใต้ ต.คลองปาง ซึ่งนำพื้นที่สวนยางพารา 3 ไร่ มาทำให้เกิดประโยชน์เพื่อหารายได้เพิ่มขึ้น ด้วยการเข้าโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อใต้ร่มพระบารมีเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยเป็นหนึ่งในเกษตรกรจำนวน 84 ราย ที่ได้รับงบประมาณจำนวน 550,000 บาท ใช้พื้นที่สวนยางพาราเนื้อที่ 3 ไร่ เลี้ยงเป็ดไข่จำนวน 1,000 ตัว

นายพิเชฐ์ กล่าวว่า ตนเลี้ยงเป็ดไข่มาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้เป็ดได้ออกไข่วันละ 750-800 ฟอง นำไข่เป็ดไปขายได้ฟองละ 3 บาท หรือแผงละ 30 ฟอง ขายให้กับสมาชิก 95 บาท ซึ่งสมาชิกจะนำไปขายต่อในราคา 120 บาท สร้างรายได้กว่า 2,000 บาทต่อวัน แต่ก็ยังมีไข่เป็ดไม่เพียงพอ เนื่องจากมีแม่ค้าสนใจสั่งซื้อกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรเริ่มขยายการเลี้ยงเป็ดเพิ่มโดยวิธีการฟักไข่ เพื่อให้ได้ลูกเป็ดและพ่อแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง ลดการสั่งซื้อ และต่อยอดการขายทั้งพ่อแม่พันธุ์ ลูกเป็ดและไข่เป็ด ทำให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่ดีขึ้นมาก

“แต่ละวันสมาชิกกลุ่มฯ จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเก็บไข่เป็ด ให้อาหาร ให้น้ำและประชุมร่วมกัน เพื่อหาแนวทางในการขยายการเลี้ยงเป็ดไปยังครัวเรือนของสมาชิก โดยเฉพาะการเลี้ยงเป็ดในสวนยางพารา นอกจากจะได้มูลเป็ดเป็นปุ๋ยธรรมชาติแล้ว ยังปลอดภัยจากสัตว์มีพิษต่างๆ เช่น ตะขาบ , แมงป่องและงู อีกทั้งยังทำให้ในสวนยางพาราโล่งเตียนไม่มีหญ้าขึ้นรก และไม่ต้องจ้างคนตัดหญ้าตลอดทั้งปี” นายพิเชษฐ์ กล่าว

นายพิเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังได้รับงบประมาณจำนวน 550,000 บาท จึงได้สั่งเป็ดไข่มาจำนวน 1,000 ตัว ราคาตัวละ 135 บาท นำมาเลี้ยงวันแรกก็ออกไข่ 30 ฟอง ต่อมาออกไข่วันละ 750-800 ฟอง แบ่งให้สมาชิกนำไปขายแผงละ 95 บาท ทำให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น และตอนนี้ยังมีไข่เป็ดไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,910,999 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ทายาทหมื่นล้านมาแล้ว มายด์ ลภัสลัล - พาย สุนิษฐ์ ประกาศข่าวดีของตระกูลภิรมย์ภักดี
เฮติสลด เหยียบกันตายในป้อมปราการโบราณบนภูเขา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ดับอย่างน้อย 30 ศพ เจ็บนับสิบ
มหานคร สกายเวิร์ส เปิดตัวธีมใหม่ ‘The Art of Thailand’s Wonders’
โพลจี้รบ.รื้อสูตรราคาน้ำมัน หนุนเฉือนภาษี
ทรัมป์สั่งสกัดเรือทุกลำในช่องแคบฮอร์มุซที่จ่ายเงินให้อิหร่าน
ทรัมป์ขู่ตั้งกำแพงภาษีจีน 50% หากส่งอาวุธให้อิหร่าน
ทูตอิสราเอลเผย สงครามยังไม่จบ จนกว่าจะตัดขาดอิหร่านจากกลุ่มตัวแทน
สงกรานต์ สีลม 2569 ข้อห้าม – เวลาจัดงาน เตรียมตัวก่อนไป เล่นแป้งได้หรือไม่
สงกรานต์ 3 วันผ่าน! เสียชีวิตบนท้องถนน 95 ราย เกิดอุบัติเหตุ 515 ครั้ง บาดเจ็บ 486 คน
คุณแหน : 13 เมษายน 2569

Recent Posts

  • อดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อ 25 ปลดทรัมป์ พ้นตำแหน่ง ชี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
  • กองทัพอากาศไนจีเรีย “โจมตีพลาด” ถล่มตลาด ดับพุ่งกว่า 100 ศพ
  • ถล่มใน 20 วินาที ระเบิดทำลายโรงแรมหรู 23 ชั้นใจกลางไมอามี
  • สิ้นตำนาน “อาชา โภสเล” นักร้องไอคอนแห่งบอลลีวูด เสียชีวิตในวัย 92 ปี
  • อินโดนีเซียจับหญิง 2 คน ฐานเหยียบคัมภีร์อัลกุรอานว่อนโซเชียล เสี่ยงคุก 5 ปี ตามกม.หมิ่นศาสนา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d