Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สวนสัตว์โคราชจัดเต็ม! แต่งซานตาคลอสแจกขนมต้อนรับเด็กๆนทท.

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310840

สวนสัตว์โคราชจัดเต็ม! แต่งซานตาคลอสแจกขนมต้อนรับเด็กๆนทท.

สวนสัตว์โคราชจัดเต็ม! แต่งซานตาคลอสแจกขนมต้อนรับเด็กๆนทท.

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.00 น.

25 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงานฉลองเทศกาลคริสต์มาส ที่สวนสัตว์นครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายเทวินทร์ รัตนะวงศะวัต ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา ได้นำบุคลากร เจ้าหน้าที่ทั้งชายและหญิงพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดซานตาคลอสสีแดง มีหนวดเคราสีขาว ยืนคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว นักเรียน ประชาชนทั่วไปที่เข้าไปเที่ยวชมสัตว์นานาชนิดเป็นไปด้วยความคึกคัก

โดยมีการนำผลไม้นานชนิด อาทิ กล้วย , ส้ม , แอปเปิ้ล , แครอด , องุ่น , มะละกอ เป็นต้น รวมทั้งขนมนมเนย อุปกรณ์การเรียน จัดกิจกรรมในช่วงวันคริสมาสต์แจกจ่ายให้เด็กๆและประชาชนได้ร่วมกันอย่างสนุกสนามมีความสุข

ทั้งนี้สวนสัตว์ใหญ่นครราชสีมา ถือว่าเป็นสวนสัตว์ที่สุดในภาคอีสาน ได้จัดกิจกรรมแจกของขวัญของรางวัลให้แก่เด็กๆ เพื่อส่งความสุขให้กับนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก โดยหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ห้างสรรพสินค้า จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของวันคริสต์มาส ตามสถานที่ต่างๆมีการตกแต่งดวงไฟสว่างไสวให้มีสีสัน เพื่อเข้ากับบรรยากาศเทศกาลแห่งความสุขในวันคริสมาสต์ โดยกิจกรรมดังกล่าวมีคณะซานต้าคอรสและซานตี้สาว แจกกล้วย , แอปเปิ้ล , ขนม ให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าชมโซนแสดงสัตว์ทุกแห่ง ต่างได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากและนักท่องเที่ยวยังสามารถให้อาหารสัตว์ได้อย่างใกล้ชิดด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พระเกาะพะงันเทศน์ให้สติ จัดโปรโมชั่นสวดเผาให้ฟรีรณรงค์ลดอุบัติเหตุ

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310836

พระเกาะพะงันเทศน์ให้สติ จัดโปรโมชั่นสวดเผาให้ฟรีรณรงค์ลดอุบัติเหตุ

พระเกาะพะงันเทศน์ให้สติ จัดโปรโมชั่นสวดเผาให้ฟรีรณรงค์ลดอุบัติเหตุ

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 12.10 น.

25 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. บริเวณวงเวียนหลังลานพระรูปรัชกาลที่ 5 ท่าเทียบเรือบ้านท้องศาลา ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายเกริกไกร สงค์ธานี นายอำเภอกาะพะงัน ร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน นายบริพัตร ไชยวุฒิ รักษาการนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน โรงพยาบาลเกาะพะงัน กู้ภัยมูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะพะงัน และ นักเรียนนักศึกษา ได้ร่วมกิจกรรมรณรงค์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 หรือ Phangan Zero Death 2018

ในกิจกรรมได้นิมนต์พระครูสิริทีปรัต เจ้าคณะอำเภอเกาะพะงัน มาเทศน์เพื่อให้สติเนื่องจากการรณงค์ที่ผ่านมาของหน่วยงานพื้นที่ได้ทำการรณงค์อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเจ้าคณะอำเภอเกาะพะงัน ได้ขอให้ทุกคนเมื่อดื่มฉลองปีใหม่เมื่อเมาของให้นอนพักแทนการขับขี่รถ ส่วนผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ก็จะต้องสวมใส่หมวกนิรภัยทุกครั้ง พร้อมกล่าวว่าในฐานะพระสงฆ์ก็ขอมีส่วนร่วมในการรณรงค์ในครั้งนี้ด้วยการบริการ สำหรับผู้ที่เสียชีวิตในช่วงรณรงค์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยทางวัดจะได้จัดสวดพระอภิธรรม และฌาปณกิจให้สำหรับผู้ที่เสียชีวิต โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิน เพื่อเป็นอีกมุมหนึ่งของการรณรงค์ในครั้งนี้

จากนั้นนายเกริกไกร สงธานี นายอำเภอเกาะพะงัน ได้ขี่รถจักรยานยนต์พร้อมสวมหมวกนิรภัยขี่นำขบวนรถจักรยานยนต์รณรงค์ไปทางตำบลบ้านใต้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมักเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง นอกจากนี้นักเรียนและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเกาะพะงัน ได้เดินรณรงค์พร้อมป้ายเมาไม่ขับเดินรอบตลาดและชุมชนบ้านท้องศาลา เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกชาวเกาะพะงัน และนักท่องเที่ยวให้สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งคนขับและคนซ้อนรวมถึงเมาไม่ขับ เพื่อต้องการให้อุบัติเหตุบนเกาะพะงันเป็นศูนย์ เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยติดอันดับ 1 การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์รถจัรยานยนต์มากที่สุดคิดเป็นมูลค่ากว่าแสนล้านต่อปี

ทางด้าน นายบริพัตร ไชยวุฒิ รักษาการนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมรณรงค์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 หรือ Phangan Zero Death 2018 สืบเนื่องจากในปีที่แล้วเกาะพะงันมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจำนวน 3 ราย และในปีนี้ทางสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน และหน่วยงานพื้นที่ต้องการให้การเสียชีวิตของคนไทย และนักท่องเที่ยวเป็นศูนย์ จึงต้องใช้การรณรงค์ทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนเกาะพะงันเกิดจากความพรุกพล่านของการใช้รถใช้ถนน จึงได้จัดกิจกรรมการรณรงค์ในช่วงวันที่ 28 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2561

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หากคิดจะจีบสาวม้งไม่จริงใจ ระวังมีดปักอก (ชมคลิป)

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310828

หากคิดจะจีบสาวม้งไม่จริงใจ ระวังมีดปักอก (ชมคลิป)

หากคิดจะจีบสาวม้งไม่จริงใจ ระวังมีดปักอก (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.35 น.

25 ธ.ค.60 ภาพควันหลงงานปีใหม่ม้ง ที่จัดขึ้น ณ ลานเอนกประสงค์บ้านตูบค้อ ม.6 ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย เป็นงานหนึ่งเดียวในภาคอีสาน โดยมีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอด่านซ้าย เป็นประธานพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายศุภฤกษ์ แซ่หลอ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 หัวหน้าส่วนราชการ อบต.กกสะทอน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านม้ง นักท่องเที่ยวกว่า 500 คนร่วมงาน

โดยในงานนี้มีแต่สาวม้งหน้าตาสวย มีทั้งคนมีครอบครัวแล้วและไม่มีครอบครัว สาวๆ ยอมรับว่าสาวม้งนั้นสวยมาก และเมื่อแต่งตัว ใส่เสื้อ ทรงเครื่องของชาวม้งจะดูสวยน่ารัก หนุ่มหลายๆ คนก็คงต้องหลงไหลในความงาม หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ก็ต่างขอถ่ายรูป กับสาวๆ กันสนุกสนาน

ซึ่งงานนี้ บ้านม้ง ตูบค้อ ต.กสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย มีคนที่มีความสามารถและมีดีกรี แชมป์เปี้ยนนักกีฬาขว้างมีด มือ 1 ของประเทศไทย ในกีฬาชาวเขา อยู่ที่หมู่บ้านนี้ เขาคือ นายแสงทองดี แซ่เถา (เสื้อสีฟ้า) 2 เหรียญทอง กีฬาพื้นบ้าน ประเภทขว้างมีดสั้นบุคคล

อย่างไรแล้ว หากมาเที่ยวที่นี้หรือหนุ่มนั้นที่คิดจะมาจีบสาวที่หมู่บ้านนี้ก็ให้รักเดียวใจเดียว หากหลายใจไปจีบเอาลูกหลาน คุณพี่แสงทองดี  เข้าแล้วและคิดไม่จริงใจก็ให้ระวังมีดสั้นปักหน้าอก พี่เข้าขว้างมีดแม่นจริงๆ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณยาย5แผ่นดินอายุ101ปีเมืองร้อยเอ็ด เผยเคล็ดลับอายุยืน

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310827

คุณยาย5แผ่นดินอายุ101ปีเมืองร้อยเอ็ด เผยเคล็ดลับอายุยืน

คุณยาย5แผ่นดินอายุ101ปีเมืองร้อยเอ็ด เผยเคล็ดลับอายุยืน

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.30 น.

25 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดร้อยเอ็ด นายวิชิต ศีลพันธ์ นายอำเภอโพธิ์ชัย พร้อมด้วยนางมธุรส ศีลพันธ์ ,นายสัมฤทธิ์ ศรีปทุม ผอ.รพ.สต.หนองตาไก้ ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองตาไก้ ,ร.ต.อ.คณิต ไชยจันทร์ สายตรวจตำบลหนองตาไก้ ,ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7,8,9 เดินทางเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจคลายหนาว พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่ นางใบ มะลานวน คุณยายวัย 101 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 7 บ้านหนองแสงเหนือ ต.หนองตาไก้ อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด

นายอุไร มะลานวน อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ลูกชายคุณยายใบ กล่าวเพิ่มเติมว่า คุณยายใบ มีบุตร 7 คน ตนเป็นคนที่ 6 ลูกหลานนับคร่าวๆราวร้อยกว่าคน คุณยายเกิดในสมัยรัชกาลที่ 6 วันเกิด 3 ก.พ.2460 ยังมีสุขภาพร่างกายดี อารมณ์ดีร่าเริงหัวเราะ ทานอาหารสามเวลา เช้า กลางวัน เย็น เป็นข้าวเหนียวปั้นจิ้ม แต่ไม่ทานเนื้อสัตว์ ทานข้าวกับอาหารประเภทปลาและผักพื้นบ้าน และตื่นแต่เช้าประมาณ 05.00 น. – 06.00 น. เพื่อก่อไฟหนึ่งข้าวเหนียว จากนั้นเก็บกวาดบ้านช่วยลูกหลาน และเข้านอนช่วง 20.00 น. – 21.00 น.

ทั้งนี้ คุณยายใบ มะลานวน คุณยาย 5 แผ่นดิน ยังได้อวยพรปีใหม่ 2561 ที่จะมาถึงนี้ให้ทุกคนมีความสุขปราศจากโรคภัย และฝากเตือนผู้ที่ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า “เมาสุราอย่าขับรถ ง่วงก็อย่าขับ”

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกจิดังอธิฐานจิตปลุกเสก’หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด’รุ่นแรกวัดบ่อหิน

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310804

เกจิดังอธิฐานจิตปลุกเสก'หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด'รุ่นแรกวัดบ่อหิน

เกจิดังอธิฐานจิตปลุกเสก’หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด’รุ่นแรกวัดบ่อหิน

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.58 น.

25 ธ.ค.60 ที่ วัดบ่อหิน หมู่ที่ 4 ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา หลวงพ่อภัตร อริโย เจ้าอาวาสวัดนาทวี และเกจิดังภาคใต้ ฉายา’เทพสามตา’ และเกจิอีกหลายรูปประกอบด้วย พระอาจารย์แดง แห่งวัดไร่ พระอาจารย์เกียรติ แห่งวัดหาดใหญ่ใน เป็นต้น จัดทำพิธีอธิฐานจิต หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจจืด รุ่นสร้างอุโบสถ ซึ่งหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด บูชาขนาด 5 นิ้ว และขนาด 2 นิ้ว พร้อมด้วยเหรียญหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อหารายได้มาสร้างอุโบสถที่ยังไม่แล้วเสร็จให้สำเร็จต่อไป

โดยในพิธีมีพระธรรมวงศาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพลเอกมณี จันทร์ทิพย์ ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ พร้อมด้วยประชาชนที่เข้ามาร่วมในพิธีอีกจำนวนมาก

สำหรับพระบูชาหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว บูชา องค์ละ 2,500 บาท และพระบูชาหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ขนาดหน้าตัก 2 นิ้ว บูชาองค์ละ 900 บาท ส่วนเหรียญ ๆละ 299 บาท สร้างจำนวนจำกัด หากชาวพุทธและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สนใจบูชาต้องรีบไปสั่งจองและบูชาได้แล้วที่วัดบ่อหิน

ทั้งนี้ พิธีอธิฐานจิตหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด รุ่นแรกของวัดบ่อหิน หลวงพ่อภัตร อริโย พร้อมเกจิดังอีกหลายรูป ที่เดินทางมาทำพิธีอธิฐานจิตในครั้งนี้ ก็เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจหลังจากที่เกิดเหตุคนร้ายไล่ผู้โดยสารลงจากรถทัวร์ แล้วเผารถทัวร์ทิ้งเมื่อไม่นานที่ผ่านมา เพื่อให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในความปลอดภัย หากมาท่องเที่ยวที่วัดบ่อหินและที่อำเภอเบตง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวมาเลย์แน่น’แหลมสมิหลา’ ร้านอาหาร-บริการขี่ม้าเต็มทุกพื้นที่ (ประมวลภาพ)

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310794

ชาวมาเลย์แน่น'แหลมสมิหลา' ร้านอาหาร-บริการขี่ม้าเต็มทุกพื้นที่ (ประมวลภาพ)

ชาวมาเลย์แน่น’แหลมสมิหลา’ ร้านอาหาร-บริการขี่ม้าเต็มทุกพื้นที่ (ประมวลภาพ)

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 08.56 น.

บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณแหลมสมิหลาตลอดทั้งวันคึกคัก ปรากฏการณ์นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้าคิวยืนรอถ่ายรูปกับนางเงือกทองก็เกิดขึ้นอีกหลังนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แน่น แม้ว่าชายหาดแหลมสมิหลาคลื่นลมแรง แต่นักท่องเที่ยวกลับชื่นชอบบรรยากาศแบบนี้

ที่บริเวณแหลมสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา คึกคัก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นจำนวนมาก โดยสถานที่จอดรถบริเวณแหลมสมิหลา มีรถบัสมาเลเซียกว่า 30 บัส รถตู้และรถยนต์เก๋งนักท่องเที่ยวจอดเรียงรายเต็มสองข้างถนน ถึงแม้ว่าในช่วงนี้บริเวณชายหาดจะมีคลื่นลมแรงแต่ไม่มีฝนตก

โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวก็ทราบว่า ในช่วงนี้จะมีคลื่นลมแรงซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลของภาคใต้ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่มาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แหลมสมิหลาเป็นจำนวนมาก และปรากฏการณ์นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้าคิวยืนรอถ่ายรูปกับนางเงือกทองก็เกิดขึ้นอีกหลังนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวนมากมุ่งที่จะเข้ามารูปกับ “นางเงือกทอง” สัญลักษณ์แหลมสมิหลาควบคู่กับเกาะหนูเกาะแมว โดยนักท่องเที่ยวจะมาถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งได้เคยมาเยี่ยมเยียนแหลมสมิหลาแห่งนี้แล้วและจะหาโอกาสมาอีกในครั้งต่อไป

ในขณะเดียวกันร้านอาหารมีกรุ๊ปทัวร์เข้าหลายกลุ่มจนแน่นร้าน รวมทั้งร้านขายของที่ระลึกและแม่ค้ารถเข็นขายดิบขายดีไปตามๆกัน ชาวมาเลเซียอุดหนุนสินค้าทั้งเสื้อผ้าและเครื่องดื่มรวมทั้งกุ้งทอด ,ปูทอดและไก่ย่างด้วย

ม้าคาวบอยบริเวณชายหาดยังคงได้รับความนิยมจากเด็กๆชาวมาเลเซีย ต้องยืนรอจองคิวขี่ม้าพร้อมถือเงินคนละ 150 บาท สำหรับค่าขี่ม้าให้กับจ๊อกกี้ วันนี้ มีม้าคาวบอยมาให้บริการแก่นักท่องเที่ยว 11 ตัว แต่ไม่ทันให้บริการ เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมาใช้บริการเยอะมาก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยคิดค่าบริการตามปรกติคนละ 150 บาท

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกรายงานสภาพอากาศในวันนี้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้และทะเลอันดามัน ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส คลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ถึงแม้ว่าชายหาดสมิหลาจะมีคลื่นลมแรง

ในขณะเดียวกันทางเทศบาลนครสงขลาก็ได้นำรถรางนำเที่ยว 2 คัน ออกมาให้บริการนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียท่องเที่ยวชมเมืองสงขลาย่านเมืองเก่า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หรูหรา-มีระดับ-แพงระยับ! เปิดคอลเล็คชั่นนาฬิกา’บิ๊กป้อม’

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310791

หรูหรา-มีระดับ-แพงระยับ! เปิดคอลเล็คชั่นนาฬิกา'บิ๊กป้อม'

หรูหรา-มีระดับ-แพงระยับ! เปิดคอลเล็คชั่นนาฬิกา’บิ๊กป้อม’

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 08.23 น.

“Internet Meme” หมายถึงเรื่องราวอะไรสักอย่างหนึ่งที่แพร่กระจายบนอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าในรูปแบบข้อความ ภาพ หรือคลิปวีดีโอ ส่วนมากแล้วมักมีลักษณะตลกขบขันหรือเป็นการเสียดสีล้อเลียนคนเด่นคนดังผู้มีชื่อเสียงในสังคม ซึ่งสำหรับประเทศไทยในระยะหลังๆ มานี้ บุคคลที่กลายเป็น Internet Meme ของชาวเน็ตไทยอยู่บ่อยๆ คงหนีไม่พ้น “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่จะพูดหรือทำอะไรแต่ละที กลายเป็นประเด็นให้โลกออนไลน์หยิบยกไปแชร์กันเป็นประจำ

ดังล่าสุดกับกรณี “คอลเล็คชั่นนาฬิกาสุดหรู” ที่ทุกอย่างเริ่มต้นในวันที่ 4 ธ.ค. 2560 เมื่อ พล.อ.ประวิตร ร่วมถ่ายภาพกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ แล้วชาวเน็ตดัน “ตาดี” ไปเห็นนาฬิกาที่สวมอยู่บนข้อมือขวา กลายเป็นเรื่อง “ฮือฮา” เพราะที่ใส่นั่นน่ะมันไม่ใช่นาฬิกาธรรมดาๆ แต่มันคือนาฬิกายี่ห้อ “Richard Mille” ที่แม้จะไม่ใช่แบรนด์เก่าแก่ เพิ่งเกิดขึ้นมาในปี 2542 เท่านั้น แต่ก็ต้องบอกว่าแบรนด์นี้ “ไฮโซสุดๆ” เพราะราคาขั้นต่ำอยู่ที่ “หลักล้านบาท” ขึ้นไป และเป็น 1 ในแบรนด์นาฬิกาคู่มือของคนดังๆ ทั่วโลก

ซึ่งหลังจากนั้นมันก็ “ไม่จบง่ายๆ” เมื่อบรรดา “นักสืบออนไลน์” ระดมกำลังกัน “ขุดคุ้ย” จนพบว่าบิ๊กป้อมมีนาฬิกาแพงระยับระดับนี้อยู่อีกหลายเรือน โดยใส่ไปในโอกาสต่างๆ เริ่มตั้งแต่1.Richard Mille RM 029 เรือนที่บิ๊กป้อมใส่ในวันถ่ายรูป ครม. เมื่อ 4 ธ.ค. 2560 แล้วกลายเป็นประเด็นขึ้นมา นาฬิกาเรือนนี้ราคาอยู่ที่ 77,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.54 ล้านบาท

Richard Mille RM 029

2.Richard Mille RM 030 นาฬิกาเรือนที่ 2 ที่ถูกเปิดเผยเมื่อ 13 ธ.ค. 2560 โดยระบุว่า พล.อ.ประวิตร สวมนาฬิกาเรือนนี้ไปงานมอบเงินสินไหมทดแทนเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติช้างป่า และ ทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดา เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ในฐานะที่เป็นประธานมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เมื่อ 11 ก.ย. 2560 นาฬิกาเรือนนี้ราคาอยู่ที่เรือนละ 140,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.62 ล้านบาท

Richard Mille RM 030

3.Rolex Cosmograph Daytona Ice Blue Dial Platinum Mens Watchนอกจาก Richard Mille แล้ว บิ๊กป้อมยังสวมนาฬิกาหรูยี่ห้อที่คุ้นหูคนทั่วไปอย่าง “โรเล็กซ์” อีกด้วย โดยภาพนี้ไม่รู้ว่าถ่ายไว้เมื่อใด รู้เพียงแต่เผยแพร่ในนิตยสารมติชนรายสัปดาห์ ฉบับวันที่ 27 พ.ค. 2560 ส่วนนาฬิการุ่นที่มีชื่อยาวๆ นี้ สนนราคาอยู่ที่ 61,500 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2 ล้านบาท

Rolex Cosmograph Daytona Ice Blue Dial Platinum Mens Watch

4.Patek Philippe 5960/1A นาฬิกาแบรนด์หรูและมีประวัติเก่าแก่ตั้งแต่ปี 2382 จากสวิตเซอร์แลนด์ ชาวเน็ตตาดีระบุว่า พล.อ.ประวิตร สวมนาฬิกาเรือนนี้ ขณะไปเป็นประธานในพิธีเปิดงานตลาดนัดคลองผดุงกรุงเกษม เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2559 ราคาก็อยู่ที่ 45,900-51,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.51-1.68 ล้านบาท

Patek Philippe รุ่น 5960/1A

5.AUDEMARS PIGUET Royal Oak Chronograph Automatic Blue Dial เรือนนี้มาจากคลิปที่ถูกเผยแพร่ในข่าวของแชนแนลมติชน TV บนเว็บไซต์ Youtube กรณีชี้แจงเรื่อง กก.ยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อ 24 เม.ย. 2560 เรือนนี้แม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ตั้งแต่ปี 2418 แต่สนนราคาไม่แพงมากเมื่อเทียบกับหลายๆ เรือนก่อนหน้า คืออยู่ที่ 24,150 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.9-8 แสนบาท

AUDEMARS PIGUET Royal Oak Chronograph Automatic Blue Dial

6.Rolex Yacht-Master Automatic Black Dial 18kt Everose Gold Black Rubber Strap Mens Watch นาฬิกาโรเล็กซ์เรือนที่ 2 ที่ชาวเน็ตไปพบจากภาพข่าวเก่าของเว็บไซต์ นสพ.ไทยรัฐ เมื่อ 6 เม.ย. 2560 ที่ พล.อ.ประวิตร ได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิกโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ราคาอยู่ที่ 22,495 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.4 แสนบาท

Rolex Yacht-Master Automatic Black Dial 18kt Everose Gold Black Rubber Strap Mens Watch

7.Patek Philippe Gold Perpetual Calendar 3970 เรือนที่ 2 ของแบรนด์ Patek Philippe ในคอลเล็คชั่นนาฬิกาของบิ๊กป้อม เรือนนี้ไม่มีรายงานแน่ชัดว่าสวมใส่วันไหนเนื่องในโอกาสใด เพราะเป็นเพียงแฟ้มภาพจากสกู๊ปข่าวบนเว็บไซต์ นสพ.ไทยรัฐ เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2559 ราคาอยู่ที่ 115,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 3.79 ล้านบาท อนึ่ง..ไม่ว่าจะบังเอิญหรือไม่ ภาพนี้ช่าง “ตรงข้าม” กับเนื้อข่าวเสียจริง เพราะเป็นรายงานพิเศษว่าด้วย “เสียงครวญ” ของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่“พนักงานสอบสวน” ถูกตัดเงินประจำตำแหน่ง ทั้งที่เป็นงานใช้ความรู้เฉพาะทางแท้ๆ

Patek Philippe Gold Perpetual Calendar รุ่น 3970

8.Patek Philippe Annual Calendar Chronograph 5960P มาเป็นเรือนที่ 3 แล้วสำหรับ Patek Philippe ที่ปรากฏคู่กับ พล.อ.ประวิตร โดยภาพนี้ระบุว่า ถ่ายในงานศพของ “เจ๊ยุ” ยุวดี ธัญญสิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล ณ ศาลา 10 ฌาปนสถานกองทัพบก วัดโสมนัสวิหาร เมื่อ 16 มี.ค. 2560 นาฬิกาเรือนนี้ราคาเต็มๆ อยู่ที่ 95,400 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.14 ล้านบาท

Patek Philippe Annual Calendar Chronograph 5960P

และ 9.Rolex Pro Hunter Deepsea Green ภาพนี้เพจ CSI LA เปิดเผยเป็นภาพล่าสุด เมื่อ 23 ธ.ค. 2560 โดยเป็นนาฬิกาโรเล็กซ์เรือนที่ 3 ในคอลเล็อคชั่นของบิ๊กป้อม ภาพดังกล่าวถูกระบุว่าถ่ายไว้เมื่อ 24 พ.ย. 2559 เมื่อครั้งที่ไปร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ครั้งที่ 4/2559 มีความพิเศษตรงที่เป็น “นาฬิกาแต่ง” เฉกเช่นเดียวกับ “รถแต่ง” ที่รถยนต์ยี่ห้อต่างๆ จะมี “สำนักแต่ง” ในสังกัดของตนเอง เช่นรถเบนซ์ (Mercedes-Benz) ที่มี Brabus เป็นสำนักแต่งของค่าย โดย Pro Hunter ก็คือสำนักแต่งของ Rolex ราคาเรือนนี้อยู่ที่ราว 8 แสนบาท

Rolex Pro Hunter Deepsea Green

เบื้องต้นสรุปได้ว่า คอลเล็คชั่นนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ชาวเน็ตไปตามหามาได้นั้นมีทั้งหมด 9 เรือน เป็น Patek Philippe กับ Rolex ยี่ห้อละ 3 เรือน Richard Mille 2 เรือน และ AUDEMARS PIGUET อีก 1 เรือน รวมมูลค่าทั้งสิ้นราว “20 ล้านบาท” และยังไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะมีใครไปค้นเจอนาฬิกาหรูเรือนอื่นๆ อีกหรือไม่?  แต่ต้องย้ำกันไว้ก่อน..ประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม ไม่ใช่การครอบครองนาฬิกาแพง เพราะหากเป็นคนที่ “พื้นเพครอบครัวร่ำรวยมาแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี” ก็คงไม่ผิดอะไรที่จะใส่นาฬิกาแบรนด์หรูหราให้สมฐานะ

เพียงแต่ที่สงสัยกันก็คือ “นาฬิกาทั้งหมดนี้ได้มาเมื่อไร?” หากได้มาก่อนรับตำแหน่ง เหตุใดจึงไม่มีอยู่ใน “บัญชีทรัพย์สิน” ที่ต้องแสดงต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือหากจะบอกว่า “ซื้อในช่วงที่เป็นรัฐมนตรีแล้ว” ก็ยังมีคำถามว่า ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีเศษ จะมีการทุ่มเงินหลักสิบล้านเพื่อซื้อนาฬิกาจริงหรือ? พล.อ.ประวิตร ทำธุรกิจอะไรถึงมีเงินถุงเงินถังขนาดนั้น?

แต่ที่แน่ๆ คำพูดของบิ๊กป้อมที่ว่า “นาฬิกาของเพื่อนรัก แต่เพื่อนนั้นเสีย (ชีวิต) ไปแล้ว” ก็ได้กลายเป็น Internet Meme ให้ชาวเน็ตเมืองไทยเอาไป “แซว” กันขำๆ เป็นที่เรียบร้อย!!!

-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

http://www.ispacethailand.org/สังคม/14871.html ส่องนาฬิกาบิ๊กป้อม 5 เรือน ราคารวมกว่า 12 ล้านบาท

https://www.facebook.com/CSILA90210/

Home

https://www.jomashop.com

https://www.prestigetime.com/Patek-Philippe-Annual-Calendar-Chronograph-5960-1a-001.html

http://www.raymondleejewelers.net/product/patek-philippe-gold-perpetual-calendar-3970-mens-watch/

https://www.watchuwant.com/watches/patek-philippe-annual-calendar-chronograph-automatic-ref-5960p-40mm-platinum-boxes-papers

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนี้สิน-สำนวนค้าง! ตำรวจฆ่าตัวตายเฉลี่ยปีละเกือบ30นาย

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310790

หนี้สิน-สำนวนค้าง! ตำรวจฆ่าตัวตายเฉลี่ยปีละเกือบ30นาย

หนี้สิน-สำนวนค้าง! ตำรวจฆ่าตัวตายเฉลี่ยปีละเกือบ30นาย

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 08.09 น.

เปิดสถิติพบตำรวจฆ่าตัวตายเฉลี่ยปีละเกือบ 30 นาย สาเหตุหลักมาจากปัญหาครอบครัว-หนี้สิน-สำนวนค้างมาก

25 ธ.ค.60 จากกรณีการฆ่าตัวตายของ พ.ต.ต.สหัสวรรษ พันธ์เกตุ อายุ 30 ปี สารวัตรฝ่ายแต่งตั้ง กองทะเบียนพล สำนักงานกำลังพล ซึ่งใช้ปืนขนาด 9 มม.ยิงตัวเองเสียชีวิต ภายในห้องทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้างกายพบจดหมายเขียนด้วยลายมือ “ขออโหสิกรรมให้ด้วย เพราะความซึมเศร้าจนเกินไป” เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า พ.ต.ต.สหัสวรรษ ฆ่าตัวตายเพราะโรคซึมเศร้า และเครียดจากการทำงานนั้น

จากการตรวจสอบสถิติของกลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เคยสรุปข้อมูลข้าราชการตำรวจฆ่าตัวตาย จำแนกตามปีงบประมาณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551-24 ก.ค.2556 โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 172 นาย พบว่า ปี 2555 มากที่สุด 47 นาย เฉลี่ยต่อปีตั้งแต่ปี 2551-2555 จำนวน 28.8 นาย

หน่วยงานที่มีตำรวจฆ่าตัวตายมากที่สุดคือ ตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) 22 นาย , ตำรวจภูธรภาค 3 (บช.ภ.3) 18 นาย , กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) 17 นาย

สำหรับช่วงอายุที่มีการฆ่าตัวตายมากที่สุดคือ ระหว่าง 41-50 ปี โดยชั้นยศ ดาบตำรวจ(ด.ต.) มีจำนวนมากที่สุด 56.98% และสายงานที่มากที่สุด คือ งานป้องกันปราบปราม 74.42%

ส่วนสาเหตุการฆ่าตัวตายอันดับแรกพบว่ามาจาก 1.ปัญหาครอบครัว  54 นาย ทั้งเรื่องครอบครัวหรือญาติพี่น้องและชู้สาว 2.ปัญหาสุขภาพ 48 นาย ได้แก่ การเจ็บป่วย เช่น โรคมะเร็ง โรคตับ ฯลฯ

3.ปัญหาส่วนตัว 20 นาย 4.ปัญหาหนี้สิน 18 นาย 5.ปัญหาเรื่องงาน 10 นาย ได้แก่ สำนวนค้างมาก งานมากไป งานไม่ถนัด ถูกตำหนิเรื่องงาน และ 6.ไม่ทราบสาเหตุ 22 นาย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | 1 Reply

“เดอะหนึ่ง-พ.ต.อ.ภัคพงศ์”ฟิตเปิดไลน์ส่วนตัวรับเรื่องร้องเรียนประชาชน

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310738

“เดอะหนึ่ง-พ.ต.อ.ภัคพงศ์”ฟิตเปิดไลน์ส่วนตัวรับเรื่องร้องเรียนประชาชน

“เดอะหนึ่ง-พ.ต.อ.ภัคพงศ์”ฟิตเปิดไลน์ส่วนตัวรับเรื่องร้องเรียนประชาชน

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

nn…เดินหน้า “ปิดทองหลังพระ” สร้างผลงานและเสียงชื่นชมให้กับหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “พี่หนึ่ง” พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รอง ผบก.สส.สตม.) ล่าสุดโชว์ผลงานสุดประทับใจ จากกรณีแม่ค้าชาวไทยรายหนึ่งถูกพ่อค้าแม่ค้าชาวจีน “กักตัว” ไว้ที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน เพื่อเรียกร้องให้ชำระหนี้ค่าสินค้าที่ญาติของเธอค้างจ่ายอยู่ ทั้งที่เธอไม่เกี่ยวข้อง จึงได้ประสานผ่านไลน์ขอความช่วยเหลือมายัง “พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธุ์ม่วง” ผกก.สภ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา จากนั้นพ.ต.อ.สุขทัศน์ จึงประสานมายัง “พ.ต.อ.ภัคพงศ์”เพื่อช่วยเหลือ ทางพ.ต.อ.ภัคพงศ์จึงใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว ประสานไปยังตำรวจจีนที่รู้จักกัน ซึ่งแม้จะอยู่ต่างเมืองตำรวจจีนนายนี้ ก็ยังได้ประสานตำรวจกว่างโจวเข้าช่วยเหลือแม่ค้าไทยรายนี้ออกมาได้ ก่อนจะนำตัวมายังสถานีตำรวจ และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว เข้ามาช่วยดูแลอีกขั้นหนึ่ง จนมีการเจรจาจ่ายค่าสินค้าไป 1 ล้านบาท จึงได้รับการปล่อยตัวกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ…

…งานนี้ครอบครัวแม่ค้าไทยสุด “ปลื้ม” ที่เจ้าหน้าที่ทางการไทย “ไม่ทอดทิ้ง” ประสานช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “พ.ต.อ.ภัคพงศ์” ซึ่งทางครอบครัวได้ส่งหนังสือ “ชื่นชม” มายัง สตม.ด้วย ซึ่ง “พ.ต.อ.ภัคพงศ์”บอกว่า ที่ยื่นมือเข้าช่วยครั้งนี้ เพราะทนเห็นคนไทยได้รับความเดือดร้อนไม่ได้ ซึ่งการบำบัดทุกข์บำรุงสุข สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ ให้ได้รับการอำนวยความสะดวกและรู้สึกปลอดภัย ยังเป็นนโยบายหลักที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง , พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. เน้นย้ำอีกด้วย ซึ่ง “พ.ต.อ.ภัคพงศ์” บอกว่าหลังจากนี้ใครได้รับความเดือดร้อน แจ้งเบาะแสมาได้ที่ “ไลน์ส่วนตัว” โครงการไลน์ตาสับปะรดจิตอาสาเพื่อประชาชน รับให้คำปรึกษาข้อกฎหมายและช่วยเหลือประชาชนและเเจ้งเบาะแสการกระทำความผิด “pak_help191” พร้อมยินดีช่วยเหลือสุดกำลัง…nn

nn…เห็นโพสต์ภาพยิ้มแก้มปริผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว แว่บเข้าไปดูเลยถึงบางอ้อว่า อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ “สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล” ในฐานะนายกสมาคมกีฬาปีนหน้าผาแห่งประเทศไทย และเป็นรองประธานสหพันธ์กีฬาปีหน้าแห่งเอเชีย นำคณะนักกีฬาปืนหน้าผาไทยไปแข่งขัน “กีฬาปีนหน้าผาเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย 2017 (Asia K Championship 2017)” ที่สิงคโปร์ ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา…งานนี้ นักกีฬาจากประเทศไทยเข้ารอบชิงชนะเลิศ 7 คน ที่สำคัญนักกีฬาไทยคว้า 1 เหรียญทอง จากเด็กหญิงจุติธิดา จงศิริ ในรุ่นYouth Dหญิง 1 เหรียญเงินในรุ่น Youth C ชาย 1 เหรียญทองแดง รุ่นYouth C หญิง…เรียกว่าประสบความสำเร็จงดงามขนาดนี้ ถึงทำเอาเฮียสมบูรณ์ปลื้มอกปลื้มใจนักหนา โดยบอกว่า “…ถือเป็นผลงานยอดเยี่ยมส่งท้ายปี 2560 ของครอบครัวปีนหน้าผาประเทศไทย เราจะก้าวต่อไปครับ…” แหมมม…ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับสมาคมกีฬาปีนหน้าผาฯและเฮียสมบูรณ์ พร้อมเป็นกำลังใจให้ลุยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป เห็นแววแล้ว รับรองอนาคตสดใสชัวร์…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นักโทษล้น’สู่‘ส่วยคนคุก’ ปัญหาที่มากกว่าแค่งานราชทัณฑ์

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310720

‘นักโทษล้น’สู่‘ส่วยคนคุก’  ปัญหาที่มากกว่าแค่งานราชทัณฑ์

‘นักโทษล้น’สู่‘ส่วยคนคุก’ ปัญหาที่มากกว่าแค่งานราชทัณฑ์

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“นักโทษล้นคุก” เป็นอีกปัญหาที่นานาชาติจับตามองประเทศไทย ดังที่ สหพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) ออกรายงาน “หลังกำแพง : ส่องสภาพเรือนจำไทยภายหลังรัฐประหาร” ซึ่งแม้ชื่อรายงานจะเน้นไปที่รัฐบาลที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย แต่เนื้อหาสะท้อนชัดเจนว่าไทยนั้นมีปัญหานักโทษล้นคุก “เรื้อรังยาวนานนับสิบปี” อาทิ มีการกล่าวถึงข้อห่วงใยของหลากหลายองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในนามองค์การสหประชาชาติ (UN) ว่าด้วยความหนาแน่นของจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำ มาตั้งแต่เดือนก.ค. 2548

และข้อกังวลอีกครั้งในเดือนมิ.ย. 2557 หรือเพียงประมาณ 1 เดือนหลังรัฐประหาร 22 พ.ค. ปีเดียวกัน ครั้งนี้มีการระบุปัญหาอย่างละเอียดหลายเรื่อง เช่น การขาดระบบตรวจสอบที่เป็นอิสระในสถานที่ควบคุมตัวทุกแห่ง มีรายงานว่าผู้ต้องขังไม่ค่อยกล้าร้องเรียนปัญหาเพราะกลัวถูกเจ้าหน้าที่ในเรือนจำทำร้าย รวมถึงไม่มีการจัดทำฐานข้อมูลแยกเกี่ยวกับการเสียชีวิตในขณะควบคุมตัว จากนั้นในเดือนมิ.ย. 2558 คณะทำงาน UN มีข้อสรุปว่า สภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำของไทย “ต่ำกว่ามาตรฐาน” โดยเฉพาะเรื่องความแออัดและสุขอนามัยที่ไม่ดี

รายงานฉบับนี้ยังกล่าวอีกว่า “คุกไทยแออัดเป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)” ตัวเลข ณ วันที่ 1 ม.ค. 2560 ประเทศไทยมีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 289,675 คน และในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องขัง “คดียาเสพติด” มากที่สุดถึง 208,391 คน หรือคิดเป็น “ร้อยละ 72” ของผู้ต้องขังทั้งหมด อีกทั้งหากแยกเป็นรายเพศ ผู้ต้องขังชายจะเป็นคดียาเสพติดร้อยละ 70 ส่วนผู้ต้องขังหญิงจะมีมากกว่า คืออยู่ที่ร้อยละ 82 นอกจากนี้ ยังมีผู้ถูกคุมขังระหว่างที่คดียังไม่ยุติอีก 59,070 คน ซึ่งทางเรือนจำไม่สามารถแยกออกมาได้เพราะมีพื้นที่ไม่เพียงพอ

ในทางหลักการ การลงโทษผู้กระทำผิดด้วยการคุมขังนั้น นอกจากจะเพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อความเดือดร้อนกับสุจริตชนทั่วไปแล้ว ยังต้องการ “ฟื้นฟู” ปรับทัศนคติเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้นด้วย ทว่าในความเป็นจริงแทบจะไม่สามารถทำได้เลยจากปัญหาความแออัด ดังที่นักสังคมสงเคราะห์จากกรมราชทัณฑ์ ดร.วริศรา ศิริสุทธิเดชา เคยเปิดเผยในงานเสวนา “ประวัติอาชญากรรม : จำกัดสิทธิคนหรือเพื่อสังคมที่ปลอดภัย” ว่ากรมราชทัณฑ์มีนักสังคมสงเคราะห์เพียง 150 คน และนักจิตวิทยาเพียง 20 คน เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ต้องขังเกือบ 3 แสนคนข้างต้น

เมื่อสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำเลวร้ายเช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากจะมีปัญหา “ส่วยคนคุก” ตามมา ดังเรื่องเล่าจาก ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ในเวทีเสวนา “ตามหาคน (โกง) หาย” ว่าในฐานะที่ตนเป็นทนายความ เคยเข้าไปพบเห็นและพูดคุยกับผู้ต้องขังอยู่บ้าง ก็พอจะทราบชีวิตในนั้นหลายเรื่อง อาทิ ในเรือนจำจะแบ่งออกเป็นแดนต่างๆ โดยมี “แดน 1” เป็นแดนแรกรับ สำหรับผู้ต้องขังที่เพิ่งถูกส่งมาจำคุกใหม่ๆ แดน 1 นี้สภาพภายในจะ “ค่อนข้างดีกว่าแดนอื่นๆ” ไม่แออัดมากนัก

ซึ่งเท่าที่เห็นพบว่า “ผู้ต้องขังที่มีฐานะดี มีชื่อเสียงในสังคม หรือมีอิทธิพล จะได้อยู่ในแดนนี้ค่อนข้างนานกว่าจะส่งไปแดนอื่นๆ หากเทียบกับผู้ต้องขังทั่วไป” หรือบางคนอาจจะไม่ถูกส่งไปแดนอื่นๆ ก็มี ด้วยสาเหตุต่างๆ นานา หรือมีแม้กระทั่งไม่ได้เข้าไปอยู่ในแดนไหนๆ เลย แต่อยู่ในที่ที่เรียกว่า “หน้าแดน” คืออยู่ในเรือนจำก็จริงแต่เป็นอาคารอื่นๆ พื้นที่หน้าแดนดังกล่าวแม้จะไม่มีเครื่องปรับอากาศ และยังควบคุมเรื่องสิ่งของต้องห้าม เช่น ห้ามนำเครื่องมือสื่อสารเข้าไปตามกฎระเบียบเรือนจำ แต่ก็ยังดีตรงที่ไม่ต้องอยู่อย่างแออัดร่วมกับผู้ต้องขังทั่วไป

ยิ่งชีพ กล่าวต่อไปว่า “การเข้าถึงโรงพยาบาลในเรือนจำทำได้ยากมาก” มีการจำกัดคิวแต่ละวัน อาทิ เข้าได้เพียงวันละ 20-30 คน ต่อผู้ต้องขัง 1,000 คน บางคนอาจต้องอดทนรอ 3-4 วัน เพราะบุคลากรและเครื่องมือมีจำกัด และ “จะยิ่งยากถ้าต้องออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำ” เนื่องจากมี “ระเบียบการกำหนดสัดส่วนผู้คุมตัวผู้ต้องขังเพื่อนำพาออกไป” บางครั้งแม้ผู้ต้องขังจะป่วยจริงและเจ้าหน้าที่ในเรือนจำก็รับรู้ แต่ไม่สามารถพาออกไปรักษาได้เพราะอาจสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดระเบียบ

ไม่เพียงเท่านั้น “เรือนจำบางแห่งแทบไม่มีน้ำสะอาด มีที่ตากผ้าจำกัดทำให้ต้องตากผ้าติดๆ กัน ผลคือเสื้อผ้ามีกลิ่นอับชื้น เป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง เมื่อรวมกับการที่ผู้ต้องขังต้องนอนเบียดตัวติดกันก็ทำให้โรคผิวหนังสามารถติดต่อกันได้” หรืออาหารในเรือนจำไม่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ ความเป็นอยู่แบบนี้จึงทำให้ “ผู้ต้องขังที่พอจะมีกำลังทรัพย์ เลือกที่จะจ่ายเพื่อที่จะได้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น” แม้จะยังคงอยู่ในเรือนจำนั้นตามโทษที่ได้รับก็ตาม

ผจก.iLaw ย้ำว่า หลักการของโทษจำคุกคือการจำกัดอิสรภาพไม่ให้ไปไหนมาไหนได้เสรีอย่างคนทั่วไป “เป็นการทรมานจิตใจ แต่ไม่ใช่ทรมานร่างกาย” จึงเสนอแนะว่าต้องปรับปรุงสุขอนามัยในเรือนจำให้มีมาตรฐานในระดับที่พอรับได้ เช่น อาหารไม่ต้องหรูหราแต่ต้องมีคุณค่าทางโภชนาการ มีน้ำสะอาดเพียงพอ ได้รับการรักษาพยาบาล มีห้องน้ำถูกสุขลักษณะ “อาจจะไม่มีแอร์ อาจจะนอนเบียดกันบ้าง แต่ก็ยังพออยู่กันได้” แล้วการพยายามจ่ายเพื่อให้ได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ก็จะลดลง เพราะเมื่อมองหน้าผู้ต้องขังด้วยกันแล้วเชื่อว่าต้องละอายใจกันบ้าง

อีกด้านหนึ่ง “การป้องกันไม่ให้คนต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ” ก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่การป้องกันนั้นมีความหมายมากกว่าการกำหนดบทลงโทษให้รุนแรงอย่างเดียว ดังที่พิสูจน์แล้วว่า “ไม่ได้ผลเสมอไป” เห็นได้จากคดียาเสพติดที่มีโทษสูง แต่กลับกลายเป็นคดีที่มีผู้ต้องโทษมากที่สุด ประเด็นนี้ รศ.ดร.ปกป้อง ศรีสนิท อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวไว้ในเวทีสัมมนาวิชาการ “การลงโทษทางอาญากับหลักสิทธิมนุษยชน” ระบุว่า

“ในคดียาเสพติดซึ่งผู้กระทำผิดประกอบด้วยผู้มีบทบาทหลายส่วน ทั้งผู้ผลิต ผู้ขนส่ง ผู้ขายรายใหญ่ ผู้ขายรายย่อย หรือผู้เสพ ซึ่งนอกจากจะมีบทบาทต่างกันแล้ว ยังมีความต่างกันด้านสถานะทางสังคมด้วย แต่การลงโทษผู้กระทำผิดทุกคนเท่ากันจากพฤติการณ์ของความผิดเช่นเดียวกัน” เช่น ดูจากจำนวนยาเสพติดที่ครอบครอง ย่อมทำให้ผู้กระทำผิดทุกรายไม่ว่ารายเล็กหรือรายใหญ่ ไม่มีโอกาสได้รับการฟื้นฟูแก้ไข นำไปสู่ปัญหาปริมาณนักโทษล้นเรือนจำที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังในคดียาเสพติดตามที่เป็นข่าว

อาจารย์ปกป้อง เสนอให้ในการทำสำนวนสอบสวน “มีการสืบเหตุอัตวิสัย เช่น ประวัติ สถานะเศรษฐกิจ และที่มาแห่งการกระทำผิด” เพื่อให้ทราบว่าบุคคลนั้นเป็นตัวการสำคัญหรือตัวประกอบแห่งความผิด “เพื่อสร้างการลงโทษที่เป็นธรรม” และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากลที่เน้นให้ผู้กระทำผิดได้รับโอกาสฟื้นฟูแก้ไขตนและกลับเป็นคนดีของสังคมต่อไป

เช่นเดียวกับ “การป้องกันไม่ให้คนพ้นโทษต้องกลับไปทำผิดซ้ำ” ก็สำคัญไม่แพ้กัน ประเด็นนี้แม้ในส่วนของกรมราชทัณฑ์จะพยายามทำอย่างเต็มที่ ด้วยการทั้งเปิดหลักสูตรฝึกอาชีพ ทั้งจัดการเรียนการสอนหนังสือจนผู้ต้องขังมีทั้งใบรับรองคุณวุฒิ หรือหลายรายสามารถเรียนจบปริญญาตรีระหว่างถูกจองจำ แต่ทุกอย่าง “ไร้ค่า”เมื่อก้าวเท้าออกจากเรือนจำ เพราะ “โลกภายนอกไม่ยอมรับ” สมัครงานก็ไม่ได้ จะประกอบกิจการเองก็ไม่มีทุน สุดท้ายเพื่อความอยู่รอดก็ต้องกลับไปทำผิดอีก จนมีคำพูดประชดว่า “อย่างน้อยอยู่ในคุกก็ยังมีข้าวกิน มีที่นอน มีคนเข้าใจ” เป็นต้น

เรื่องนี้ กุลภา วจนสาระ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เคยกล่าวไว้ในงานเสวนา “สานพลังชุมชนเพื่อคืนคนดีสู่สังคม แต่กฎหมายกลับห้ามคนพ้นโทษทำงาน” ว่าหลายอาชีพ มีข้อกำหนด “ห้าม” ไม่ให้คนเคยต้องโทษสามารถทำงานได้ และเป็นการห้ามแบบ “ปิดประตูตาย” คือห้ามตลอดชีวิต “ไม่มีโอกาสที่สอง” อย่างการถูกจำคุกในเรือนจำที่แม้จะ 3 ปี 5 ปี 10 ปี หรือกี่ปีก็ตาม แต่ก็ยังมีกำหนดวันพ้นโทษแน่นอน

นอกจากนี้ในงานเดียวกัน รศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์ นักวิชาการอิสระ ยังตั้งข้อสังเกตว่า “ลักษณะต้องห้าม” ในอาชีพต่างๆ สามารถมีได้ “แต่ต้องสมเหตุสมผลด้วย” อาทิ ถ้าแม้แต่อาชีพ “นวดแผนไทย” ยังมีการออกกฎหมายห้ามผู้เคยต้องคดีมาทำงาน แล้วจะรับประกันได้อย่างไรว่าต่อไปในอนาคต อาชีพอื่นๆ จะไม่พากัน“เอาอย่าง” ขอกำหนดข้อห้ามดังกล่าวบ้าง

ทั้งหมดนี้คงพอให้เห็นภาพได้บ้างว่า ปัญหานักโทษล้นคุกนำไปสู่ปัญหาส่วยในเรือนจำ แต่ต้นตอของความแออัดในเรือนจำ คือทัศนคติประเภท “ทำผิดอะไรก็เรียกร้องรัฐให้เอาไปขังคุกให้หมด” ดังจะเห็นได้จาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2560 ซึ่งเปิดช่องให้ศาลลงโทษได้อย่าง “ยืดหยุ่น” มากขึ้น ไม่ให้ “รายย่อย” ผู้เสพหรือผู้กึ่งค้ากึ่งเสพ ถูกจับไปรวมกับนักค้ายารายใหญ่ กว่าจะออกมาได้ก็ต้องเผชิญแรงต้านจากสังคมอย่างมาก

เป้าหมายที่จะทำให้ “ภาพลักษณ์” ของไทยด้านนี้ดีขึ้นในสายตาชาวโลก..จึงยังอีกยาวไกล!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,889,098 hits

Join 4,119 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

กกต.แจงมติคณะอนุฯ ปล่อยผี 229 คนคดีฮั้วสว. แค่หนึ่งในขั้นตอนพิจารณาโดยอิสระ ไม่ผลผูกพันกกต.
มั่นใจน้ำมันไม่ขาดแคลน กลุ่มโรงกลั่นฯ ชู 4 กลยุทธ์จัดการน้ำมันดิบในประเทศ
‘กิตติวรรณ อนุเวชสกุล’ ประกาศความสำเร็จ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย สร้าง Brand Connection พลิกโฉมระบบดิจิทัล สู่การเติบโตที่ยั่งยืน
ศักดิ์สยามตีปีก ป.ป.ช.สารภาพ ยกคำร้องซุกหุ้น หักมติศาลรธน.
ชัยวุฒิ เตือน รัฐบาล รับมือ วิกฤตซ้อนวิกฤต พลังงานพุ่ง รายได้หด
สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น
ดร.กอบศักดิ์ เผย พิษสงครามทำดัชนีอสังหาฯ ดูไบ -30 เปอร์เซ็นต์
GC ยันเดินเครื่องผลิตต่อเนื่อง ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง มั่นใจส่งมอบสินค้าหนุนภาคอุตสาหกรรมไทย
ศิริโชค วิเคราะห์ทางเลือกที่ไร้คำตอบง่ายของวอชิงตัน
โครงการโขง-เลย-ชี-มูล พลิกอีสานสู่ความมั่นคงทางน้ำอย่างยั่งยืน กรมชลฯเผยความคืบหน้าต่อยอดสู่คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

Recent Posts

  • อิหร่านขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ หลังเกาะคาร์กถูกโจมตี
  • ทรัมป์ลั่น “เกาะคาร์ก”ศูนย์กลางน้ำมันอิหร่านถูกถล่มแล้ว ขู่เจอหนักแน่หากยังปิดช่องแคบฮอร์มุซ
  • เสธ.ทร. ยัน 3 ลูกเรือ ยังมีชีวิต ขอ “โอมาน” เร่งช่วย “มุจตาบา” ประกาศล้างแค้น พร้อมเปิดแนวรบใหม่
  • สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น
  • สหรัฐฯ ตั้งค่าหัวผู้นำอิหร่าน ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงโผล่ร่วมชุมนุมวันกุดส์ ในเตหะราน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d