Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

​’โลกออนไลน์’พื้นที่ระบายความในใจ ชีวิตจริงไม่อาจพูด..ทำคนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายพุ่ง

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310581

​'โลกออนไลน์'พื้นที่ระบายความในใจ ชีวิตจริงไม่อาจพูด..ทำคนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายพุ่ง

​’โลกออนไลน์’พื้นที่ระบายความในใจ ชีวิตจริงไม่อาจพูด..ทำคนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายพุ่ง

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 16.57 น.

23 ธ.ค. 2560 สำนักข่าวอัลจาซีราของกาตาร์ นำเสนอรายงานพิเศษ “Suicide , social media , and a Japanese serial killer” (ฆ่าตัวตาย, สื่อออนไลน์, และฆาตกรต่อเนื่องชาวญี่ปุ่น) เมื่อ 22 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า จากเหตุสะเทือนขวัญที่ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมตัว Takahiro Shiraishi หนุ่มวัย 27 ปี ที่ทำการฆาตกรรมเหยื่อ 9 ราย ก่อนชำแหละศพเพื่ออำพรางคดี เมื่อ 31 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา โดยพบหลักฐานเป็นชิ้นส่วนศพซุกซ่อนในตู้เย็นที่ห้องพักของคนร้าย รวมถึงยังพบเลื่อยและเชือกในที่เดียวกันด้วยนั้น

จากการสืบสวนพบว่า Shiraishi ใช้วิธีการติดต่อสื่อสารผ่านโปรแกรมทวิตเตอร์ (Twitter) ซึ่งเป็นพื้นที่ออนไลน์ที่คนญี่ปุ่นสามารถพูดถึงเรื่องต้องห้ามในสังคมได้ เช่น การฆ่าตัวตาย โดยจะเล็งไปที่หญิงสาววัย 15-25 ปี ที่เคยโพสต์ข้อความบ่นว่าอยากฆ่าตัวตาย ก่อนเข้าไปพูดจาชักชวนหว่านล้อมให้มาทำการฆ่าตัวตายกับตนดังกล่าว ขณะที่ Tatsuhito Hokujo ผู้จัดการองค์กร Befrienders Worldwide Osaka ที่ทำงานด้านแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่น ระบุว่า คนที่โทรศัพท์เข้ามาขอคำปรึกษาจากองค์กร มักมีความรู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยว

Hokujo กล่าวต่อไปว่า ผู้คนเหล่านั้นบอกเสมอว่าไม่มีใครที่จะพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของพวกเขาเลย ดังนั้นเขาจึงโพสต์ข้อความลงบนสื่อออนไลน์ว่า “อยากตาย” เพื่อหวังว่าจะมีใครสักคนที่เห็นใจและตอบสนองต่อความตั้งใจนั้น และนั่นทำให้ Shiraishi ตอบสนองด้วยการกระตุ้นปลุกเร้าเหยื่อก่อนจะลงมือฆ่า และในบางกรณียังพบว่าได้ล่วงละเมิดทางเพศเหยื่อด้วย

เช่นเดียวกับ Vickie Skorji ผู้จัดการองค์กร Lifeline ซึ่งเป็นอีกเครือข่ายแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่น กล่าวว่า เมื่อสื่อออนไลน์ได้เปิดพื้นที่ให้กว้างขึ้น สิ่งที่เชื่อมต่อผู้ใช้งานเข้าด้วยกันก็ได้ทำให้ผู้คนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่ Xue Dou ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยริทสุเมอิกัน วิทยาเขตโอซากา (Ritsumeikan University , Osaka) ชี้ว่า ในวัฒนธรรมของสังคมญี่ปุ่น “การแสดงออกของผู้คนจะถูกควบคุมตามแต่ที่ที่คนคนนั้นไปอยู่” เช่น ที่บ้าน ที่โรงเรียน ที่ทำงาน

ดังจะเห็นได้จากการสัมภาษณ์เพื่อนๆ เหยื่อฆาตกรรมของ Shiraishi ที่พวกเขาเล่าว่า รู้สึกตกใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายให้เพื่อนๆ รับรู้เลย แต่เลือกที่จะไปโพสต์บนสื่อออนไลน์แทน หรือพูดง่ายๆ คือ “โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่คุณไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำ” โดยเฉพาะ Twitter ที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องระบุตัวตนจริง

“โลกออนไลน์” (โดยเฉพาะ Twitter) พื้นที่ระบายความรู้สึกลึกๆ ในใจของคนญี่ปุ่น

ที่มาภาพ : https://qz.com/119209/twitter-and-facebooks-global-impact-as-told-through-which-governments-want-their-data/

รายงานข่าวนี้ยังได้ยกตัวอย่างหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Eri เธอมีอายุ 21 ปี ทำงานแบบ Part-Time ในกรุงโตเกียว เธอเล่าว่ามีบัญชีทวิตเตอร์หลายบัญชี แต่ได้พูดคุยบนเครือข่ายปิดเพื่อ“ระบาย” ความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ และหลายครั้งเธอโพสต์ข้อความ “Shinitai” (แปลว่า “ฉันอยากตาย” ในภาษาญี่ปุ่น) และ “ฉันเจ็บปวด” ซึ่งบันทึกเหล่านั้นในทวิตเตอร์แสดงผลแบบปิดลับ จึงไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาตัดสินอะไรกับสิ่งที่เธอได้โพสต์ไป ทั้งนี้ทวิตเตอร์สามารถตั้งค่าที่จะ “ไม่เปิดเผยมากเกินไป” สำหรับการติดต่อกับคนที่ไม่รู้จัก

อย่างไรก็ตาม ในทวิตเตอร์มีกฎการใช้งานอยู่ว่า “ห้ามใช้งานสำหรับการส่งเสริมการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเอง” ซึ่ง Jack Dorsey ผู้ร่วมก่อตั้งทวิตเตอร์ กล่าวกับสำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่นเมื่อเดือน พ.ย. 2560 ว่าทวิตเตอร์ได้ทำการลบโพสต์ที่แสดงความตั้งใจถึงการฆ่าตัวตายออกไป นอกจากนี้ยังสนับสนุนการทำงานขององค์กรแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายด้วย

ในปี 2559 ที่ผ่านมา แม้สถิติการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่นจะลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี แต่เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศชั้นนำด้านอุตสาหกรรมของโลก หรือ G7 ซึ่งล้วนเป็นประเทศพัฒนาแล้ว สถิติของญี่ปุ่นก็ยังถือว่าสูงมาก โดยในปีดังกล่าว รายงานจากรัฐบาลแดนอาทิตย์อุทัย ระบุว่า มีผู้ฆ่าตัวตายจำนวน 22,000 คน นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นยังมีปัญหาการฆ่าตัวตายในกลุ่มเด็กและเยาวชน หรือช่วงอายุระหว่าง 10-19 ปี โดยพวกเขาจะฆ่าตัวตายช่วงเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ในเดือน เม.ย. และอีกครั้งเมื่อเปิดเทอมใหม่หลังหยุดภาคฤดูร้อน ในเดือน ก.ย. ของทุกปี

Skorji กล่าวว่า “การพูดถึงปัญหาสุขภาพจิตถือเป็นเรื่องน่าอายในสังคมญี่ปุ่น” ค่านิยมนี้ทำให้คนที่กำลังเผชิญปัญหารู้สึกเคว้งคว้างไร้ที่พึ่ง และมีช่องทางน้อยมากที่ให้พวกเขาได้พูดถึงปัญหาในบรรยากาศที่ดี เธอย้ำว่าจริงๆ แล้วคนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมาเสี่ยงกับปัญหาการฆ่าตัวตาย หากพวกเขามีพื้นที่ได้พูดคุยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตอย่างปลอดภัย และกล่าวอีกว่า การอภิปรายในประเด็นสุขภาพจิตที่ญี่ปุ่นยังเปรียบได้กับเด็กเริ่มหัดเดินเท่านั้น

เรียบเรียงจาก : http://www.aljazeera.com/news/2017/12/suicide-social-media-japanese-serial-killer-171220200209240.html

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปีใหม่เที่ยวที่นี่! ‘เขาหน้ายักษ์’น้ำทะเลใส-ฟ้าสวย ตื่นตาทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310549

ปีใหม่เที่ยวที่นี่! 'เขาหน้ายักษ์'น้ำทะเลใส-ฟ้าสวย ตื่นตาทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย

ปีใหม่เที่ยวที่นี่! ‘เขาหน้ายักษ์’น้ำทะเลใส-ฟ้าสวย ตื่นตาทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.07 น.

23 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เขาหน้ายักษ์”ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมือง – เขาลำปี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามมีชายหาดยาวกว่า 13 กิโลเมตร เงียบสงบ หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าใส และโขดหินที่มีสีสันสวยงามรูปร่างแปลกตา และยังเป็นจุดวิวทะเลสามารถมองเห็นพื้นทะเลสวยงาม เป็นจุดที่ดำน้ำชมปะการัง ชายหาดเขา หน้ายักษ์ เป็นชายหาดที่เต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่ นอกจากนี้บริเวณนี้เป็นทุ่งเสม็ดขาว กว่า 1,000 ไร่ มีทิวทัศน์สวยงามของหญ้าสีทองกว้างไกลสุดสายตา เหมือนกับที่เราเห็นทุ่งสะวันน่าประเทศแอฟริกา โดยจุดนี้นักท่องเที่ยวจะสามารถถ่ายรูปเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกับทุ่งหญ้าสีทอง โดยที่มาของเขาหน้ายักษ์ที่หันหน้าออกไปทางหมู่เกาะสิมิลัน จะมีหน้าผาที่มีรูปร่างเหมือนกับใบหน้าของยักษ์ที่มีอาการโกรธเกรี้ยว จนกระทั่งเมื่อสงครามโลก ครั้งที่ 2 เรือรบของทหารญี่ปุ่นที่แล่นผ่านบริเวณนี้ได้เกิดล่มจมลงโดยไม่มี สาเหตุหลายลำด้วยกัน ทหารญี่ปุ่นจึงเชื่อว่าน่าจะเกิดจากความอาถรรพ์ของหน้าผารูปร่างคล้ายหน้ายักษ์ เลยใช้ปืนใหญ่ยิงส่วนที่ เป็นเหมือนหน้ายักษ์จนพังและจมลงบริเวณทะเลดังกล่าว จึงเป็นตำนานเล่าเขาหน้ายักษ์มาจนถึงทุกวันนี้

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติสามารถเดินทางไปได้จากใช้เส้นทางจากอุทยานไปยังหาดเขายักษ์โดยใช้รถยนต์โฟล์วิล มีระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตรผ่านดินทราย และป่าเสม็ด และนักท่องเที่ยวสามารถ กางเต้นท์ค้างแรม ได้แต่ต้องเตรียมเต้นท์ อาหารและเครื่องดื่มมาเอง มีห้องน้ำให้บริการ โดยสามารถติดต่อได้ที่อุทยาน โทรศัพท์ 076-41 7206

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อนุรักษ์วิถีประมง! ​ชาวบุรีรัมย์พลิกฟื้นภูมิปัญญา’หว่านแหวง’หาปลาในลำน้ำมูล

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310523

อนุรักษ์วิถีประมง! ​ชาวบุรีรัมย์พลิกฟื้นภูมิปัญญา'หว่านแหวง'หาปลาในลำน้ำมูล

อนุรักษ์วิถีประมง! ​ชาวบุรีรัมย์พลิกฟื้นภูมิปัญญา’หว่านแหวง’หาปลาในลำน้ำมูล

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.00 น.

ชาวบ้านที่อาศัยติดริมมูล อ.สตึก จ.บุรีรัมย์กว่า 10 ครอบครัว ได้พลิกฟื้นภูมิปัญญาดั้งเดิม พายเรือล้อมวงหว่านแหหาปลาในลำน้ำมูล เพื่อนำไปบริโภคและขายหลังเสร็จจากฤดูเก็บเกี่ยวข้าว แต่ละวันสามารถจับปลาได้ 5 -10 กิโลกรัม นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตชาวประมง ยังสร้างความสามัคคีด้วย

23 ธ.ค.60 ชาวบ้านและเกษตรกรบ้านท่าเรือ ต.ท่าม่วง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ที่อาศัยอยู่ติดลำน้ำมูลที่ไหลผ่านอ.สตึก  กว่า 10 ครอบครัว  ที่ว่างเว้นจากการทำนาหรือเสร็จจากการเก็บเกี่ยวข้าว ได้ชวนกันออกมาหว่านแหหาปลาในลำน้ำมูล ด้วยวิธีแบบภูมิปัญญาดั้งเดิม โดยการพายเรือล้อมเป็นวงแล้วหว่านแหพร้อมกัน หรือชาวบ้านเรียกกันว่า “หว่านแหวง” (อ่านว่า แห-วง)  เพื่อไล่ต้อนปลาให้มาติดแห ซึ่งจะมีโอกาสจับปลาได้มากกว่า การหว่านคนเดียวหรือต่างคนต่างหว่าน  โดยชาวบ้านจะล่องเรือหว่านแหวงจับปลาไปตามลำน้ำมูลตั้งแต่บริเวณบ้านท่าเรือถึงบ้านท่าม่วงระยะทางยาวประมาณ 5 กิโลเมตร โดยแต่ละวันจะสามารถจับปลาได้ 5-10 กิโลกรัม มีทั้งปลาหน้าหนู ปลาตะเพียน  ปลานาง  และปลาอื่นๆ อีกหลายชนิด  โดยปลาที่ชาวบ้านหว่านแหได้ก็จะนำไปประกอบอาหารบริโภคในครัวเรือน  วันไหนได้เยอะก็จะนำไปขายที่ตลาดทำให้มีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 300 -500 บาท  ซึ่งถึงแม้จะเป็นรายได้ที่ไม่มากนักแต่ก็เป็นความสุขของชาวบ้านที่ได้อนุรักษ์วิถีชีวิตของชาวประมง ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชุมชนด้วย

ด้านนายสมบูรณ์ ไทยนิยม อายุ 62 ปี ชาวบ้านบ้านท่าเรือ บอกว่า ปกติมีอาชีพทำนาทุกปีหลังเสร็จจากเก็บเกี่ยวข้าว  ก็จะชวนกันมาหว่านแหจับปลาในลำน้ำมูล  โดยจะใช้วิธีแบบดั้งเดิมคือการหว่านแหวงเพื่อไล่ต้อนปลาให้มาติดแห  ก็จะมีโอกาสจับปลาได้มากกว่าการหว่านคนเดียว  เนื่องจากน้ำมูลค่อนข้างกว้าง ซึ่งแต่ละวันก็จะหว่านแหได้ปลาคนละประมาณ 5-10 กิโลกรัม ซึ่งบางส่วนก็เก็บไว้บริโภคที่เหลือนำไปขายตลาดเพื่อเป็นรายได้หลังทำนา ก็ถือเป็นวิถีชีวิตที่ทำกันมานานแล้ว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระปิดตาเพชรหลีก’ปลุกเสกนาน3ด. พุทธคุณสุดยอด-ทำแจกทหาร3จว.ชายแดนใต้

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310517

'พระปิดตาเพชรหลีก'ปลุกเสกนาน3ด. พุทธคุณสุดยอด-ทำแจกทหาร3จว.ชายแดนใต้

‘พระปิดตาเพชรหลีก’ปลุกเสกนาน3ด. พุทธคุณสุดยอด-ทำแจกทหาร3จว.ชายแดนใต้

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.40 น.

23 ธ.ค.60 จังหวัดสงขลา บรรดาลูกศิษย์ของอาจารย์ทอง ในจังหวัดสงขลา ได้รวบรวมชนวนมวลสารนวโลหะชั้นยอดจากพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลจากวัดต่างๆ ในภาคใต้ นำมาหลอมเพื่อจัดสร้าง “พระปิดตาเพชรหลีก” เนื้อนวโลหะ โดยสร้างจำนวนเพียง 500 องค์เท่านั้น และนำไปให้อาจารย์ ทอง ซึ่งเป็นผู้ที่ร่ำเรียนวิชาไชยศาสตร์ มานานกว่า 70 ปี และนำวิชาที่ร่ำเรียนมา ช่วยเหลือผู้คนที่ถูกคุณไสย พร้อมทั้งรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้ผู้คนเป็นจำนวนมาก จากทั่วสารทิศที่เดินทางมาขอให้ อาจารย์ ทอง แก้คุณไสย และรักษา โดยไม่เรียกร้องเงินทองแต่ประการใดๆ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า”หมอบ้าน”จนติดปาก ต่อมาบรรดาลูกศิษย์ของอาจารย์ทอง ได้จัดสร้างพระปิดตารุ่นเพชรหลีกนี้ซึ่งเป็นรุ่นแรก แล้วนำมาให้อาจารย์ทอง ทำพิธีปลุกเสก โดยใช้เวลาช่วงข้างขึ้น นานกว่า 3 เดือน ในการทำพิธีปลุกเสก หลังจากทำพิธีปลุกเสกเรียกร้อยแล้ว จึงได้ให้บรรดาลูกศิษย์ นำ พระปิดตาเพชรหลีก รุ่นแรกที่ อาจารย์ทองปลุกเสก ไปทำการแจกจ่ายให้กับรรดาเหล่าทหารหาญที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทำหน้าที่ปกปักรักษาผืนแผ่นดินไทย เป็นรั้วของชาติ โดยอาจารย์ทอง ได้สั่งหนักสั่งหนา ว่าให้นำพระปิดตา เพชรหลีกไปแจก ห้ามเรียกค่าลาด (เรียกเงิน)โดยเด็ดขาด

ซึ่งขณะนี้บรรดาลูกศิษย์ของอาจารย์ทอง ก็ได้นำ”พระปิดตาเพชรหลีก”รุ่นแรกของอาจารย์ทอง ไปแจกให้ทหารหาญที่ยืนรักษาดินแดนไทยไปแล้ว ซึ่งพระปิดตารุ่นนี้ หากท่านใดได้ไว้บูชา จะต้องเก็บรักษาไว้ในดีๆเพราะ สร้างจำนวนจำกัด แต่พุทธคุณสุดยอด ไม่เป็นรองใครในแผ่นดินเช่นกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปีใหม่นี้เคานท์ดาวน์5เมืองรอง ททท.จัดใหญ่กระจายความสุขสู่ชุมชน

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310512

ปีใหม่นี้เคานท์ดาวน์5เมืองรอง ททท.จัดใหญ่กระจายความสุขสู่ชุมชน

ปีใหม่นี้เคานท์ดาวน์5เมืองรอง ททท.จัดใหญ่กระจายความสุขสู่ชุมชน

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.20 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวใหญ่ส่งท้ายปี  Amazing Thailand Countdown 2018 เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้เตรียมตัวเดินทางเข้าร่วมงาน โดยกระจายการจัดกิจกรรมไปยัง 5 จังหวัดทั่วทุกภาค มุ่งหวังให้เกิดการกระจายนักท่องเที่ยวไปในทุกพื้นที่ และเพื่อให้ได้สัมผัสวิถีชุมชนอันมีเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างกัน 

โดย นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า การจัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2018” กำหนดจัดพร้อมกันในวันที่ 31 ธันวาคม 2560-1 มกราคม 2561 โดย ททท. กำหนดจัดใน 5 จังหวัด 5 ภาค ได้แก่ จังหวัดลำปาง จังหวัดสกลนคร จังหวัดระยอง จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดภูเก็ต โดยมีแนวคิด “เที่ยววิถีไทย รับปีใหม่กับชุมชน” และ “5ช. 4ส.” (5ช. คือ ชม ชิม ช็อป ช่วย แชร์ และ 4ส. คือ เสน่ห์ สนุก สบาย สุดแซ่บ) นำมาเป็นแนวคิดหลัก เพื่อให้เกิดกระแสการเดินทางและการใช้จ่ายลงไปสู่ทุกภูมิภาคอย่างแท้จริง อีกทั้งเป็นการสร้างแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่นอกจากจะได้ความสุขจากการเดินทาง ได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ การจับจ่ายได้ของท้องถิ่นแท้ๆ แล้ว ยังได้ความสุขจากการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย

สำหรับรายละเอียดของการจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2018 มีดังนี้ Amazing Thailand Countdown @ ลำปาง โดย ททท. ร่วมกับ เทศบาลนครลำปาง และองค์กรภาคเอกชน จัดงานปีใหม่นครลำปาง กล้วยไม้บานที่ลำปาง ณ บริเวณข่วงนคร และพื้นที่โดยรอบห้าแยกหอนาฬิกา อ.เมืองลำปาง เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2560 – 1 มกราคม 2561 โดยประดับประดาสถานที่ในบรรยากาศสวนกล้วยไม้กลางเมืองลำปาง พร้อมสะพานดอกไม้ส่งความสุข ชมการตกแต่งและประดับไฟสวยงามตระการตาเพลิดเพลินกับลานน้ำพุ ร่วมสนุกสนานรื่นเริงรับอากาศหนาวกับขบวนพาเหรดรับปีใหม่ การออกร้านอาหารถิ่น ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะนครลำปาง ช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์และสินค้าชุมชนที่เก๋ไก๋ การแสดงดนตรีส่งมอบบทเพลงแห่งความสุขจากสถาบันการดนตรีต่างๆ ในจังหวัดลำปาง

Amazing Thailand Countdown 2018 @ สกลนคร ณ ลานมิ่งเมือง อ.เมืองสกลนคร ในแนวคิด “COOL ISAN อีสานแซบนัวสุดชิค” เน้นถึงบรรยากาศความรื่นเริง สนุกสนาน พบกับขบวนพาเหรด Street Performance ร้านอาหารแนว Food Truck ช้อปปิ้ง 3 ดำมหัศจรรย์ สัตว์เศรษฐกิจอันเลื่องชื่อของสกลนคร ได้แก่ โคเนื้อทาจิมะภูพาน ไก่ดำภูพาน หมูดำภูพาน และผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมครามที่ออกแบบตัดเย็บได้สวยงามเข้าสมัย นอกจากนี้ ยังมีเนื้อโคขุนโพนยางคำ ไก่ย่างพังโคน ผลิตภัณฑ์จากหมากเม่าซึ่งได้รับสมญานามว่า ทองคำสีดำแห่งเทือกเขาภูพาน หรือของฝากเพื่อสุขภาพอย่างข้าวฮางสกล ทั้งนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสกลนคร อาทิ ย่านชุมชนเก่าท่าแร่ ซึ่งยังมีอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสผสมเวียดนาม อุทยานแห่งชาติภูพาน วัดสำคัญต่างๆ เป็นต้น

Amazing Thailand Countdown @ ระยอง จัดกิจกรรมบริเวณท่าเทียบเรือบ้านเพ อำเภอเมืองระยอง ด้วยแนวคิด “ททท.ชวนมาอารมณ์ดีรับปีใหม่ ที่ริมทะเลระยอง ความสุขที่คุณหาได้ข้ามวันข้ามปี Surprise Rayong” ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ พบกับกิจกรรมชิล ได้แก่ ชิลชิลกับดนตรี 2 เจนเนอเรชั่น ศิลปินเพลงยุค 90 และสนุกกับดนตรีแนว EDM ชิลชิมกับอาหารที่แค่บอกว่ามาระยองก็อร่อยแล้ว ห้ามพลาดกับเชฟชุมชนมานำเสนออาหารที่นำวัตถุดิบจากท้องถิ่นแท้ๆ มาปรุงให้ชิมสดๆ ชิลช้อปกับร้านค้ามากมายสไตล์บรรยากาศริมทะเล ชิลชิคกับกิจกรรม DIY สร้างผลงานเก๋ไก๋ด้วยตัวคุณเอง ชิลเอ้าท์ผ่อนคลายกับการนวดแผนไทย โดย ผีเสื้อสมุทร ตัวจริงจากทะเลระยอง ปิดท้ายด้วย ชิลช่วย คือ ช่วยเหลือสาธารณะด้วยกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) รวมพลังชุมชนเก็บขยะรับปีศักราชใหม่ 2561 ในวันที่ 1 มกราคม 2561

Amazing Thailand Countdown @ กาญจนบุรี จัดกิจกรรมที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว อ.เมืองกาญจนบุรี นับเป็นครั้งแรกของจังหวัดกาญจนบุรีที่จัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว ชมการประดับไฟที่สวยงามตระการตาที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว พบกับ “ขบวนสีสันแห่งความสุข” โดย “ขบวน” หมายถึง บรรยากาศของการเดินทางโดยรถไฟซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรี “สีสัน” หมายถึง การแสดงถึงความสนุกสนานความหลากหลายตามแนวคิด Open To The New Shades “ความสุข” หมายถึง การมีส่วนร่วมในบรรยากาศการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั่นเอง

Amazing Thailand Countdown 2018 @ ภูเก็ต จัดกิจกรรม บริเวณหอนาฬิกา อาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ถนนถลาง และสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา อ.เมืองภูเก็ต ตามแนวคิด “ย้อนยุคสไตล์โมเดิร์น” โดยมีกิจกรรมไฮไลท์คือการประดับตกแต่งไฟบริเวณหอนาฬิกา อาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ถนนถลาง และสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา การแต่งกายย้อนยุคแบบบาบ๋า-ย่าหย๋า การจัดมุมถ่ายภาพ การออกร้านขายอาหาร Food Truck ถนนคนเดินภูเก็ต (หลาดใหญ่) และพลาดไม่ได้กับการนับถอยหลังสู่ปี 2561 บริเวณหอนาฬิกาและอาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และกิจกรรม Big Cleaning Day บริเวณเมืองเก่าภูเก็ต ในวันที่ 1 มกราคม 2561

นายยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรม Amazing Thailand Countdown 2018 ทั้ง 5 พื้นที่นี้ จะถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวีในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เวลา 23.30-00.30 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2561 นอกจากนี้ยังมีการจัดงานเทศกาลในช่วงปลายปีและงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในอีกหลายๆ พื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ งานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม จังหวัดเชียงราย เทศกาลเคาท์ดาวน์เชียงใหม่ 2018 จังหวัดเชียงใหม่ งานปีใหม่สากลชุมชนทุกเผ่าชาวแม่ฮ่องสอน ปี 2561 จังหวัดแม่ฮ่องสอน งานเทศกาลปีใหม่พัทยา 2560 Pattaya Countdown 2017 เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี งานไนท์พาราไดส์หาดใหญ่เคาท์ดาวน์ จังหวัดสงขลา  งาน Countdown จังหวัดตรัง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ งาน Countdown “อัมพวารื่นเริงเถลิงศกใหม่ 2561” อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม งานสืบสานประเพณีตักบาตรข้าวหลามจี่ เดือนยี่ ที่หนองโน จังหวัดสระบุรี เทศกาลรับตะวันใหม่ก่อนใครในสยาม ณ ผาชะนะได จังหวัดอุบลราชธานี งานเทศกาลไม้ดอกไม้เมืองหนาว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย งานแห่ดาวคริสต์มาสต์ ประจำปี 2560 อำเภอท่าแร่ จังหวัดสกลนคร เทศกาลท่องเที่ยวรับตะวันสามแผ่นดิน จังหวัดศรีสะเกษ

รวมถึงกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ ซึ่งจัดให้มีการสวดมนต์ข้ามปีและการทำบุญตักบาตรในช่วงเช้าของวันที่ 1 มกราคม 2561 อีกด้วย ซึ่งประชาชนสามารถเข้าร่วมได้ตามความชอบและความสะดวก โดยรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ โทร.1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พบพืช2ชนิดใหม่ของโลก แฝงตัวในป่าลึกเชียงใหม่-เมืองกาญจน์

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310502

พบพืช2ชนิดใหม่ของโลก แฝงตัวในป่าลึกเชียงใหม่-เมืองกาญจน์

พบพืช2ชนิดใหม่ของโลก แฝงตัวในป่าลึกเชียงใหม่-เมืองกาญจน์

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.15 น.

23 ธ.ค.60 ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ผศ.ดร.ธรรมรัตน์ พุทธไทย อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับคณะผู้วิจัยจากต่างประเทศ ได้ทำการศึกษาพรรณพฤกษชาติของประเทศไทย (Flora of Thailand) โดยเน้นการศึกษาพืชวงศ์ส้มกุ้ง หรือ ชื่อทางการค้าเรียกว่า เบโกเนีย (Begonia) จากการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ได้ค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลก คือ ดาดดารารัศมี และชาฤาษีไทรโยค จนมีการยอมรับได้ลงตีพิมพ์ในวารสารบลูเมียร์แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นวารสารชั้นนำทางด้านพฤกษศาสตร์ระดับนานาชาติ

ผศ.ดร.ธรรมรัตน์ กล่าวว่า ตนพร้อมทีมวิจัยร่วมกับดร.ชิง อี่พง และนายฉี่เว่ยหลิน แห่งอะคาเดเมียซินิก้า ประเทศไต้หวัน ได้ค้นพบ ดาดดารารัศมี (Begonia fulgurata) ในป่าลึกแถบจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ขึ้นไป ลักษณะของดาดดารารัศมี เป็นพันธุ์ไม้ที่มีใบสวยงามที่สุดชนิดหนึ่งในบรรดาพรรณไม้ในกลุ่มเดียวกัน ลายของเส้นใบสวยงามเหมือนใยแมงมุมแต่งแต้มด้วยลวดลายของเส้นใบ และเป็นที่สะดุดตาเหมือนอัญมณีแห่งพงไพร และยังเป็นพันธุ์ไม้ที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดทางสิ่งแวดล้อมได้ดีต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ จากการศึกษาพรรณไม้ในเขตภูเขาหินปูนอย่างต่อเนื่อง ตนพร้อมคณะผู้วิจัยได้ทำการสำรวจพบ ชาฤาษีไทรโยค (Paraboea fimbriata) ภายในป่า ภูเขาหินปูน พื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และเชื่อว่า สามารถได้เพียงพบแห่งเดียวในโลกที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรีโดยการพบดังกล่าวอยู่ในโครงการศึกษาวิจัยที่เน้นการศึกษาโดยเฉพาะภาคตะวันตกของประเทศไทย ร่วมกับ ดร.คาร์เมน พุกลิซิ นักพฤกษศาสตร์ แห่งสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ ผู้เชี่ยวชาญพืชวงศ์ชาฤาษี (African Violet)ในวงการไม้ประดับ ร่วมกันตีพิมพ์พืชชนิดใหม่ของโลกในวารสารเอดินบะระ เจอร์นัลออฟบอททานี(Edinburgh Journal of Botany)ฉบับล่าสุด

ซึ่งบริเวณที่พบชาฤาษีไทรโยค เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง อุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่า สำรวจ ดังนั้น ป่าแห่งนี้ จึงเป็นดัชนีชี้วัดสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังเหมาะสมต่อการพัฒนาต่อยอดเพื่อเป็นไม้ประดับเชิงเศรษฐกิจต่อไป เนื่องจากชาฤาษีไทรโยคมีใบและดอกที่สวยงาม น่าจะเป็นไม้ประดับตัวใหม่โดยคณะผู้วิจัยและมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี กำลังร่วมกันศึกษาเพื่อต่อยอดพืชชนิดนี้ เตรียมส่งเสริมผลักดันเป็นไม้ประดับเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต ซึ่งการศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยเพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืน โดยไม่ต้องนำเข้าไม้ประดับจากต่างประเทศ

ผศ.ดร.ธรรมรัตน์ เปิดเผยว่า พืชทั้ง 2 ชนิดนี้ นอกจากเป็นพืชเฉพาะถิ่นของประเทศไทย ยังมีสถานภาพด้านการอนุรักษ์ตามเกณฑ์ของ IUCN พบว่า อยู่ในสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการวางแผนเพื่ออนุรักษ์ต่อไป

ชาฤาษีไทรโยค

ชาฤาษีไทรโยค
ดาดดารารัศมี

ดาดดารารัศมี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนาวนี้ที่’ภูฝอยลม’ ทิวลิป-ลิลลี่สวยสะพรั่งต้อนรับนทท.

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310451

หนาวนี้ที่'ภูฝอยลม' ทิวลิป-ลิลลี่สวยสะพรั่งต้อนรับนทท.

หนาวนี้ที่’ภูฝอยลม’ ทิวลิป-ลิลลี่สวยสะพรั่งต้อนรับนทท.

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 20.10 น.

หนาวนี้ชวนผู้ชมไปเที่ยวภูฝอยลม อ.หนองแสง จ.อุดรธานี บรรยากาศไม่ต่างจากภูกระดึง พิเศษปีนี้! จะมีการนำดอกทิวลิปสีต่างๆ จำนวน 2,500 ต้น ดอกลิลลี่อีก 6,000 ต้น ดอกลิทัวเนียอีกจำนวนมากปลูกตกแต่งต้อนรับนักท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่สวนรวมพรรณไม้ 60 พรรษามหาราชินี โครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูฝอยลม ต.ทับกุง อ.หนองแสง เจ้าหน้าที่ได้เร่งทำการตกแต่งสถานที่ที่บริเวณ “ผารับอรุณ” ในการนำดอกทิวลิปสีต่างๆ จำนวน 2,500 ต้น ดอกลิลลี่อีก 6,000 ต้น ดอกลิทัวเนีย อีกจำนวนมาก ปลูกตกแต่งต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่จะขึ้นมาเที่ยวชมบนภูฝอยลม ที่เตรียมเปิดงาน “หนาวนี้ที่ภูฝอยลม” ระหว่างวันที่ 23 ธันวาคม จนถึงวันที่ 7 มกราคม 2561 ขณะที่ยังคงมีนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาเที่ยวรับอากาศหนาวในช่วงนี้ ต่างพากันมาถ่ายรูปดอกทิวลิปและดอกลิลลี่ เก็บไว้เป็นที่ระลึก ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นกลางวันประมาณ 18-20 องศาเซลเซียส ส่วนกลางคืนประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส

นายปัญญา ติดมา หน.สวนรวมพรรณไม้ 60 พรรษามหาราชินิ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อ.หนองแสง เปิดเผยว่า “ภูฝอยลม” ต้นอยู่บนแนวเทือกเขาสลับการไปมาบนภูพานน้อย เหนือระดับน้ำทะเล 200-630 เมตร เป็นที่ตั้งของสวนรวมพรรณไม้และค่ายเยาวชนพิทักษ์ไพรภูฝอยลม ทำให้ป่าที่เคยถูกบุกรุกฟื้นกลับขึ้นมา ในช่วงปี 52 , 53 ภูฝอยลมได้รับความสนใจอย่างมากเมื่อ อบจ.อุดรธานี ได้สนับสนุนงบประมาณจัดหา “ไม้ดอกเมืองหนาว” มาจัดแสดง

“ปีนี้เราได้รับงบยุทธศาสตร์จังหวัด จัดหาไม้ดอกเมืองหนาวหลากหลายชนิด มาจัดแสดงอีกครั้ง แบ่งเป็นดอกไม้ในอาคารชั่วคราวและกลางแจ้ง อาทิ ดอกทิวลิบ 2,500 ต้น , ดอกลิลลี่สีขาว-เหลือง-ชมพู 6,000 ต้น , ดอกลิทัวเนีย และดอกไม้เมืองหนาวอื่นๆ ที่นำมาปลูกแล้ว โดยจะทยอยลงปลูกเปลี่ยนต้นดอกที่เหี่ยวเฉาไปจนถึงวันที่ 7 มกราคม นอกจากนี้ยังมีไม้หลักของภูฝอยลม อาทิ คอสมอสหรือดาวกระจายสีม่วง , ผักเสี้ยนฝรั่ง , หงอนไก่สีต่าง ๆ และขาดไม่ได้ คือ ดอกดาวเรือง โดยจัดแสดงบริเวณด้านหน้าสวนรวมพรรณไม้ฯ รวมถึงมีจุดชมดวงอาทิตย์ขึ้น ที่ผารับอรุณ มองเห็นบรรยากาศสวยงามฝั่ง อ.เมือง และ อ.กุมภวาปี

ฉะนั้นช่วงหนาวๆ แบบนี้และใกล้เข้าเทศกาลปีใหม่เชิญชวนนักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่ภูฝอยลมกันรับรองบรรยากาศไม่ต่างจากภูกระดึงแน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตือนแรงงานไทยระวังญาติพี่น้อง ส่งเงินกลับบ้านเจอผลาญเกลี้ยง

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

เตือนแรงงานไทยระวังญาติพี่น้อง ส่งเงินกลับบ้านเจอผลาญเกลี้ยง

เตือนแรงงานไทยระวังญาติพี่น้อง ส่งเงินกลับบ้านเจอผลาญเกลี้ยง

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 16.33 น.

22 ธ.ค.60 นายสมาน เหล่าดำรงชัย นักวิจัยอาวุโส ศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “สถานการณ์การย้ายถิ่นข้ามชาติ องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการและการคุ้มครองดูแลคนไทยในต่างประเทศ” ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ณ รร.โนโวเทล ย่านสยามสแควร์ กรุงเทพฯ โดยตอนหนึ่งระบุว่า นอกจากตัวแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศแล้ว ควรขยายไปยังญาติพี่น้องของเขาด้วย

โดยให้เหตุผลว่า จากประสบการณ์ที่ตนทำวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยที่ไปทำงานในต่างแดน อาทิ ไต้หวัน เกาหลีใต้ พบว่า แรงงานไทยจำนวนไม่น้อย แม้จะขยันทำงานแต่ไม่สามารถเก็บเงินสร้างเนื้อสร้างตัวได้ เพราะเมื่อส่งเงินกลับมายังประเทศไทย กลับกลายเป็นญาติพี่น้องที่บ้านของตัวแรงงานนำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายจนหมด

สมาน เหล่าดำรงชัย

“เคยเจอคนไทยไปทำงานต่างประเทศ เขาร้องไห้เลย บอกว่าส่งเงินกลับบ้านแต่ไม่เหลือเงินสักบาท พอหมดสัญญาจ้าง เดินทางกลับเมืองไทยไปถึงบ้านเหลือไว้ให้แค่ 2 หมื่นบาท มันเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความรู้เรื่องการจัดระบบการใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ถ้าจะทำผมว่ามันต้องเป็นนโยบายระดับประเทศ คือครัวเรือนในไทยมีเยอะ ถ้าทำได้คนไทยก็จะมีเงินเก็บ แล้วหนี้สินก็จะลดลง” นายสมาน ระบุ

นอกจากนี้ นายสมาน ยังกล่าวอีกว่า ตนเคยทำโครงการแรงงานไทยคืนถิ่น พบว่า คนไทยจำนวนมาก ชีวิตต้องวนเวียนอยู่กับการดิ้นรนออกไปทำงานในต่างประเทศ เนื่องจากไม่สามารถนำความรู้และประสบการณ์จากต่างแดนที่มีกลับหางานแบบเดียวกันในเมืองไทยทำได้ เพราะเทคโนโลยีที่มีอยู่ในประเทศไทยในงานประเภทนั้นๆ ด้อยกว่าเมื่อเทียบกับประเทศที่เคยไปทำงาน เท่ากับว่าไทยเสียบุคลากรในการพัฒนาประเทศไปโดยปริยาย

“ในต่างประเทศเขาใช้ทักษะสูงกว่าในไทย เคยเจอคนไทยไปสมัครทำงานด้านอิเล็กทรอนิกส์ในเมืองไทย ปรากฏว่าทำไม่ได้เพราะเครื่องไม้เครื่องมือไม่เหมือนกัน ก็เลยต้องกลับไปทำงานที่ไต้หวันใหม่” นายสมาน กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มักง่าย!ดึงเบรคมือฉุกเฉินรถไฟMRT เพียงเหตุผลเพื่อนเข้าไม่ทัน (ชมคลิป)

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310358

มักง่าย!ดึงเบรคมือฉุกเฉินรถไฟMRT เพียงเหตุผลเพื่อนเข้าไม่ทัน (ชมคลิป)

มักง่าย!ดึงเบรคมือฉุกเฉินรถไฟMRT เพียงเหตุผลเพื่อนเข้าไม่ทัน (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.54 น.

22 ธ.ค. 60  ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Jirakit Ethisan” ได้โพสต์คลิปวีดีโอเหตุการณ์รถไฟฟ้าใต้ดิน ที่มีคนไปได้ดึงเบรคมือฉุกเฉิน ด้วยเหตุผลแค่เพื่อนมาไม่ทันประตูปิด

ผู้โพสต์ระบุว่า“ไม่เคยคิดเลยว่า จะมีคนดึงคันโยกหยุดรถMRTฉุกเฉิน ไออันแดงๆตรงประตู แค่เหตุเพราะ เพื่อนวิ่งตามเข้ามาไม่ทัน….ไม่นึกว่าคนไทยจะนิสัยแย่มากขนาดนี้ ว่างๆจะอัพคลิปให้ดูกัน” 

หลังจากที่คลิปมีการเผยแพร่ออกไปมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมเป็นอย่างมาก

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮาทั้งหมู่บ้านลูกวัว2หัว! เจ้าของสตาร์ฟเก็บไว้ดู-ชาวบ้านแห่ขอโชคลาภ

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310309

ฮือฮาทั้งหมู่บ้านลูกวัว2หัว! เจ้าของสตาร์ฟเก็บไว้ดู-ชาวบ้านแห่ขอโชคลาภ

ฮือฮาทั้งหมู่บ้านลูกวัว2หัว! เจ้าของสตาร์ฟเก็บไว้ดู-ชาวบ้านแห่ขอโชคลาภ

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.24 น.

ฮือฮาทั้งหมู่บ้านลูกวัวเกิดมามี 2 หัว แต่ตายทันทีหลังคลอดเจ้าของเสียดายเผยในชีวิตเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกเตรียมสตาร์ฟเก็บไว้ดูในขณะที่ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันไปดูและว่ากันไปต่างๆนานาตามความเชื่อ

22 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีเรื่องราวแปลกประหลาดผิดธรรมชาติเกิดขึ้นกับวัวของ นายเลี้ยง ดิศร อายุ 67 ปี ชาวบ้านในพื้นที่บ้านป่าขวาง หมู่ 7 ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา เนื่องจากแม่วัวที่เลี้ยงไว้ได้คลอดลูกออกมามี2หัวในตัวเดียวกัน ส่วนอวัยวะอื่นๆก็ครบสมบูรณ์เหมือนลูกวัวทั่วๆไป แต่โชคร้ายที่ลูกวัวตัวนี้ซึ่งเป็นเพศเมียตายทันทีหลังจากที่คลอดออกมา

นายเลี้ยง เจ้าของวัว กล่าวว่า ลูกวัวตัวนี้คลอดออกมาเมื่อ 2 วันที่แล้วเป็นลูกของแม่วัวและพ่อวัวที่ตนเลี้ยงไว้โดยแม่วัวได้ออกลูกมา 5 ตัวแล้วและทุกตัวก็ปกติแต่มาตัวนี้ซึ่งเป็นตัวที่ 6 ตอนท้องก็ไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไรแต่พอคลอดออกมาปรากฏว่ามี 2 หัว ซึ่งตกใจมากเพราะเพิ่งเคยเห็นวัวสองหัวเป็นครั้งแรกในชีวิต สำหรับลูกวัวสองหัวตัวนี้จะไม่นำไปฝังแต่ได้แช่น้ำแข็งเอาไว้เพื่อเตรียมสตาร์ฟเก็บไว้ที่บ้านเพราะหายาก

ทันทีที่ลูกวัวคลอดออกมามี 2 หัว และเล่าลือกันไปในหมู่บ้านได้มีชาวบ้านพากันมาดูด้วยความสนใจเพราะไม่เคยเห็นวัวสองวัวมาก่อน ซึ่งเจ้าของวัวก็ไม่ได้หวงเปิดให้ชาวบ้านได้ดู และมีการพูดกันออกไปต่างๆนานาตามความเชื่อของแต่ละคนและที่หนีไม่พ้นก็เรื่องของโชคลาภเลขเด็ดซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านหากมีสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,890,626 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

อธิบดี​กรมส่งเสริมสหกรณ์ ขานรับแนวคิดศุภจี ตั้งล้งกลางมะพร้าวน้ำหอม หวังแก้ราคาตกต่ำ
อิสราเอลเผย มีแผนโจมตีอิหร่านต่อไปอีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์
ยกระดับด่านหน้าชายแดนใต้ ปส.ฝึกเข้มด่านศุลกากรสงขลา รับมือภัยคุกคามนิวเคลียร์–รังสี
โสภณ ตลก หมอวรงค์ ชี้สภาเลี้ยงข้าวสส.มานานแล้ว
พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน
พลังงาน สั่งระดมรถบรรทุก-เพิ่มรอบส่งน้ำมัน เร่งกระจายเข้าปั๊มทั่วประเทศ แก้ขาดแคลน
ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่
ไผ่ ลิกค์ สุดทน! ลั่นหยุดขายน้ำมันให้ต่างชาติ น้ำมันกำแพงเพชรต้องให้คนไทยใช้
ศุภจี จ่อชง ครม. พรุ่งนี้ มาตรการช่วยประชาชนสู้ของแพง พลังงานพุ่ง
ศบก.ควงผู้ค้ารายใหญ่ดาหน้าการันตี ‘น้ำมัน’ยังมีเยอะ!

Recent Posts

  • เรือน้ำมันลำที่ 21 ถูกโจมตีในอ่าวโอมาน อิหร่านเดินหน้าโจมตีอิรัก-ยูเออี
  • ศรีลังกาประกาศหยุดงานทุกวันพุธ ประหยัดพลังงาน รับวิกฤตน้ำมันโลกพุ่ง
  • ฟิลิปปินส์เร่งแจกเงินเยียวยา-ขึ้นค่าโดยสาร หลังราคาน้ำมันพุ่งเซ่นพิษสงคราม
  • “ทรัมป์” ขอเลื่อนเยือนจีนแล้ว อ้างต้องอยู่คุมศึกกับอิหร่าน ปัดเกี่ยวข้องปมบีบช่วยเปิดฮอร์มุซ
  • นักวิเคราะห์ชี้ ทรัมป์ดึงกำลังจากอินโด-แปซิฟิกไปรบอิหร่าน สบโอกาสให้จีนขยายอิทธิพลในภูมิภาค

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d