พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร “ในหลวงรัชกาลที่ 9” พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เคารพรักยิ่งของปวงชนชาวไทย และยังทรงได้รับการยกย่องในฐานะ “บุคคลสำคัญของโลก” อาทิ ในปี 2549 องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ (UNDP Award) รวมถึงเมื่อพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ต.ค. 2559 หลังจากนั้น 15 วัน คือวันที่ 28 ต.ค. 2559 ณ ที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผู้แทนชาติต่างๆ ทั่วโลก ก็ได้ร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่พระองค์ท่านด้วย
รวมถึง องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ณ สำนักงานใหญ่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 26 ก.ย. 2560 ซึ่งมีการประชุมสันติภาพนานาชาติ (International World Peace) ก็ได้มีการร่วมถวายสดุดีแด่พระองค์ท่าน ยกย่องว่าทรงเป็น “นักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่” เนื่องด้วยตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองราชย์มีโครงการในพระราชดำริมากมาย ดังข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ระบุจำนวนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไว้ทั้งสิ้น 4,685 โครงการ
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนากล่าวปาฐกถาในงานเปิดตัว “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา9 เล่ม 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้มีชีวิต” ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ย่านสยามสแควร์ กรุงเทพฯ ว่า หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา (The King’s Journey : Learning Passport) เป็นคู่มือนำเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและครอบครัว เพื่อออกเดินทางไปเรียนรู้ศาสตร์พระราชา
หนังสือชุดนี้จะแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ผ่านโครงการพระราชดำริที่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต โดยจัดทำขึ้นมาทั้งหมด 9 เล่ม 9 เส้นทางทั่วประเทศ ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาและสำนักงาน กปร. ร่วมคัดสรรแหล่งเรียนรู้ภายในเล่มทั้งหมด 81 แห่ง พร้อมเผยแพร่ครบ 9 เล่มภายในเดือน ธ.ค. 2560 นี้ โดยเบื้องต้นเปิดตัว 4 เล่มแรกในเส้นทางภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวต่อไปว่า หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา จะชี้ให้เห็นว่าสายพระเนตรของในหลวงรัชกาลที่ 9นั้นครอบคลุมไปทั้งแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นภูเขาสูงชันยาวไกล ไปจนถึงจรดท้องทะเล ความทุกข์ยากของประชาชนไม่เคยรอดพ้นสายพระเนตรของพระองค์ “พระองค์ทรงใช้เวลามากกว่าปีละ 8 เดือนในการเสด็จแปรพระราชฐานไปทั่วประเทศ” หนังสือชุดนี้จะเปิดโลกแห่งการเรียนรู้กับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อย่างไรก็ตามไม่อยากให้สนใจว่ามีโครงการจำนวนเท่าไหร่ แต่อยากให้สนใจว่าในโครงการนั้นได้สอนอะไรบ้าง
“สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้และเข้าใจสำคัญกว่าชีวิต เพื่อเหลือให้กับคนรุ่นต่อไป ในหลวงสอนมา 70 ปี และผมได้เรียนตรงกับพระองค์ท่าน 35 ปี ไม่มีทีท่าว่าจะจบ แต่มหาบรมครูของผมหยุดสอนแล้ว ซึ่งประเทศไทยถ้าใส่ใจกันสักนิด เรารู้พอแล้ว แหล่งเรียนรู้ต่างๆ เป็นสื่อให้เข้าใจ เข้าถึง และจบลงด้วยการพัฒนา ทุกสิ่งที่ท่านทำคือเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนไทย ในหลวงสอนหมดแล้ว และสอนด้วยการกระทำ”ดร.สุเมธ กล่าว
เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ยังกล่าวอีกว่า หนังสือชุดเดินทางตามรอยพระราชาทั้ง 9 เล่มนี้ จะเป็นเครื่องนำทางไปสู่ความเข้าใจในศาสตร์ของพระราชา ที่จะทำให้เราเกิดความรู้ ความเข้าใจ และเข้าถึงการปฏิบัติ ซึ่งคนไทยจะได้มีส่วนสำคัญในการเดินตามรอยพระราชปณิธาน ได้เรียนรู้และเข้าใจในหลักทศพิธราชธรรม และสิ่งที่พระองค์พูดถึงคือประโยชน์สุขซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริง และทำให้เราเข้าใจว่า ก่อนที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 จะจากเราไปนั้นได้สอนและฝากอะไรไว้ให้กับเราบ้าง
“พระองค์ไม่ได้จากไปไหน แต่ท่านทิ้งคำสอนเอาไว้ที่ไม่ได้ใช้ได้กับคนไทยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พระองค์ทรงคิดให้ใช้กับมนุษย์ทุกคนบนโลก และวันนี้ถึงเวลาที่เราทุกคนต้องนำคำสอนของพระองค์ท่านมาปฏิบัติด้วยตัวของเราเองแล้ว เพื่อให้เราได้มีชีวิตรอดได้อย่างดีและมีประโยชน์สุข” เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวย้ำ
ตัวอย่าง 5 เล่มจากทั้งหมด 9 เล่ม อาทิ 1.เส้นทางภาคเหนือตอนล่าง พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติการจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนบ้านห้วยปลาหลด จ.ตาก จุดเด่นคือ ทรัพยากรป่าไม้ที่สมบูรณ์จากการดูแลของชุมชน จากเดิมที่เคยเป็นป่าเสื่อมโทรมกลับคืนสู่ป่าสมบูรณ์และเกษตรผสมผสานของชาวมูเซอเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น 2.เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร จุดเด่นคือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิตเพื่อแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรให้เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน แหล่งน้ำ ฟื้นฟูป่า ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์
3.เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มหาชีวาลัยอีสาน จ.บุรีรัมย์ จุดเด่นคือ การท่องป่า ไร่นา สวนผสมของครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ปราชญ์ชาวบ้านผู้นำศาสตร์พระราชามาใช้พลิกฟื้นป่าบ้านเกิด 4.เส้นทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก โครงการหมู่บ้านชัยพัฒนา-กาชาดไทย บ้านทุ่งรัก จ.พังงา จุดเด่นคือการท่องเที่ยววิถีชุมชนคนชาวเล เรียนรู้การประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน เลี้ยงปลาในกระชังเพื่อให้แก้ปัญหาความยากจนและขาดที่ดินทำกินจากเหตุการณ์สึนามิ
และ 5.เส้นทางภาคกลาง โครงการคุ้งบางกะเจ้าเฉลิมพระเกียรติ จ.สมุทรปราการ จุดเด่นคือ พื้นที่สีเขียวปอดขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ จากที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงนั่งเฮลิคอปเตอร์ผ่านพื้นที่สีเขียวของคุ้งบางกะเจ้า ทรงอยากรักษาพื้นที่นี้ไว้ให้เป็นปอดขนาดใหญ่ของคนเมือง ปัจจุบันต้นไม้ในคุ้งบางกะเจ้าช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 6,000 ตันต่อปี
ขณะที่ เพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เนื้อหาสาระที่เยาวชนจะได้รับจากสื่อหนังสือและกิจกรรมตามรอยพระราชา จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ครบ “3H” ในรูปแบบ Transformative Learning ซึ่งประกอบด้วย เรียนรู้ด้วยสมอง (Head) เรียนรู้ด้วยหัวใจ (Heart) และเรียนรู้จากการลงมือทำ (Hand)
รวมทั้งส่งเสริมให้เกิด “ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21” คือ ความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์จากการได้เดินทางไปเรียนรู้ยังสถานที่จริง อีกทั้งยังสอดแทรกเนื้อหาส่งเสริมคุณธรรม ได้แก่ ทศพิธราชธรรมและคุณธรรม 4.0 คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ ทั้งนี้ สสส.จะสนับสนุนให้เครือข่ายโรงเรียนสุขภาวะซึ่งบางแห่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้ร่วมเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้ตามรอยพระราชาในพื้นที่ใกล้เคียง
ด้าน ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้แทนคณะทำงานหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา นักวิชาการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวเสริมว่า หนังสือตามรอยพระราชามีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเข้าใจและเข้าถึงศาสตร์ของพระราชาที่ร่วมสมัย จากประสบการณ์จริงในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต โดยจัดทำเป็นคู่มือการเดินทางสำหรับเยาวชน ครอบครัวและสถานศึกษา เพื่อให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้ และเกิดความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย
ผู้สนใจสามารถเข้าไปอ่านและดาวน์โหลดหนังสือทั้ง 9 เล่มได้ที่ http://www.qlf.or.th/Home/Contents/1205 และ http://www.qlf.or.th/Home/Contents/1219 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย!!!
โครงการหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) มูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กระทรวงศึกษาธิการ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสำนักงานบริหารและพัฒนาความรู้ (องค์การมหาชน) โดยมี ดร.สุเมธตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นที่ปรึกษา และ นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ เป็นประธานคณะทำ