Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เจ็บแทนลูก! แม่โพสต์เตือนภัยจ้างเลี้ยงลูก ทำหัวแตกเย็บหลายเข็ม-อ้างลูกแค่ตกเปล

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310155

เจ็บแทนลูก! แม่โพสต์เตือนภัยจ้างเลี้ยงลูก ทำหัวแตกเย็บหลายเข็ม-อ้างลูกแค่ตกเปล

เจ็บแทนลูก! แม่โพสต์เตือนภัยจ้างเลี้ยงลูก ทำหัวแตกเย็บหลายเข็ม-อ้างลูกแค่ตกเปล

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.18 น.

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่หลายคนให้ความสนใจ เมื่อเฟซบุ๊ก G’ Google E’Gle ได้แชร์ภาพและข้อความเตือนภัย เป็นภาพลูกวัย 1 ขวบ 3 เดือน มีรอยแผลใหญ่และลึกบริเวณหน้าผาก จนทราบว่าคุณแม่รายนี้ได้ไปฝากเลี้ยงลูก พร้อมฝากเตือนคนที่จ้างพี่เลี้ยงเด็กให้ระมัดระวังเพราะใครก็เลี้ยงไม่ดีเท่าตัวเราเอง

จนภายหลังทราบว่า แม่ของเด็กจ้างเนอร์สเซอรี่เลี้ยงลูก เพราะต้องทำงานและกลับบ้านตอน 23.00 น. กระทั่งเมื่อคืนพี่เลี้ยงโทรศัพท์มาบอกว่าลูกตกเปล หัวแตก เป็นแผลนิดเดียว แต่เมื่อกลับมาดูลูกพบว่าเป็นแผลใหญ่มาก จึงรีบพาไปโรงพยาบาล ต้องเย็บหลายเข็ม

กระทั่งเมื่อตนเองไปดูที่เกิดเหตุสังเกตุเห็นถังขยะมีเลือดติดอยู่และถังขยะแตก ซึ่งรอยแผลกับรอยถังขยะเป็นรอยเดียวกัน แต่กลับอ้างว่าตกเปล ส่วนกล้องวงจรปิดไม่มี เนื่องจากสถานที่เป็นบ้านพักที่รับจ้างเลี้ยงเด็กเท่านั้น

ล่าสุดคุณแม่ได้ออกมาโพสต์ข้อความอัพเดทอาการของน้องว่า “ตอนนี้ น้องปกติค่ะ ร่าเริง แข็งแรงดีค่ะ รอรักษาแผลให้หายอย่างเดียวค่ะ ขอบคุณทุกคนมากนะที่ให้กำลังใจ ขอบคุณมากค่ะ”

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ผ่านโลกโซเชียล รวมถึงเข้ามาให้กำลังใจหนูน้อยให้หายเจ็บในเร็ววัน และหลายคนบอกให้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

ขอบคุณข้อมูล : workpoint

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชิมพิซซ่า จิบกาแฟราคาหลักสิบวิวหลักแสนที่‘ภูนั่งยอง’

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310140

ชิมพิซซ่า จิบกาแฟราคาหลักสิบวิวหลักแสนที่‘ภูนั่งยอง’

ชิมพิซซ่า จิบกาแฟราคาหลักสิบวิวหลักแสนที่‘ภูนั่งยอง’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 12.53 น.

นักท่องเที่ยวชื่นชอบร้านกาแฟ “ภูนั่งยอง” ระยอง บรรยากาศเหมือนอยู่ภาคเหนือ จิบกาแฟในไอหนาว เสิร์ฟพร้อมพิซซ่าโฮมเมทต้นตำรับจากเตาฟืน

21 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ระยอง ว่า ช่วงนี้หากนักท่องเที่ยวได้มาที่ จ.ระยอง นอกจากกลิ่นไอชายทะเล และการท่องเที่ยวตามเกาะแก่ง รวมถึงชายหาดที่สวยงามแล้ว

“ระยอง” ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ ที่ “ภูนั่งยอง” เพราะที่นี่มีบรรยากาศและกลิ่นไอธรรมชาติเหมือนอยู่บนยอดดอยทางภาคเหนือ จึงมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมานั่ง “จิบชา กาแฟ” ถ่ายรูปในมุมสวย รับประทานอาหาร ดื่มด่ำกับบรรยากาศเย็นสบาย  นับเป็นมุมหนึ่งที่มาระยองแล้วไม่มา ไม่ลองเป็นไม่ได้

“เบญญาภา แสงสว่าง” อายุ 39 ปี เจ้าของร้าน “ภูนั่งยองซิตี้” กล่าวว่า ภูนังยองซิตี้เปิดมานานกว่า 2 ปีแล้ว จากที่ไม่ได้ตั้งใจ เพราะเมื่อก่อนครอบครัวก็จะพากันมาปิกนิค ทำอาหารรับประทานในที่ดินของพ่อ เนื่องจากบรรยากาศดี อยู่ติดถนนสายบ้านฉาง-เขาภูดร ใกล้เทือกเขานางหย่อง พอนั่งรับประทานอาหารกันในครอบครัว ก็มักจะมีคนจอดรถ จอดจักรยาน แวะเข้ามาถามว่าเปิดร้านขายอาหารหรือเปล่า มีมาถามทุกครั้ง ที่เรามานั่งทานอาหารกัน พอหลายครั้งเข้าก็เลยเปิดบริการอาหารให้นักทอ่งเที่ยวที่แวะเข้ามา และก็ค่อยๆขยาย เริ่มจากเปิดเป็นร้านกาแฟ มีมุมถ่ายภาพ มุมนั่งพักชมวิว

ต่อมาก็เปิดขายอาหาร และบริการเมนูหลัก คือ “พิซซ่าภูนั่งยอง” ซึ่งทางร้านจะทำแป้งขึ้นมาเองเป็นโฮมเมท เน้นเพื่อดูแลสุขภาพ อบในเตาหิน เมื่อก่อนใช้ฟืน แต่ต่อมารู้สึกเสียดายไม้จากธรรมชาติ จึงเปลี่ยนมาใช้แก๊ส อบด้วยความร้อน 350 องศา ใช้เวลาแค่ 10 นาที ก็สุกพร้อมเสิร์ฟ ซอสก็ทำเอง สั่งมะเขือเทศใหม่ๆสดๆ หากลูกค้าชอบรับประทานแป้งหรือชอบหน้าอะไรก็สามารถสั่งเพิ่มพิเศษได้ตามใจชอบ เน้นเมนูเพื่อสุขภาพเป็นหลักเพราะบรรยากาศที่ร้านอิงความเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ ทางร้านยังมีอาหารหลักอื่นอีกหลายรายการ เช่น แกงคั่วกล้วยอ่อนกุ้งสด ผักโขมอบชีส  ส้มตำถาด หัวปลียำกุ้ง ปลาเมี่ยง ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ จะสั่งจากชาวบ้านและเลือกสินค้าต่างๆในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนได้มีช่องทางระบายผลผลิต และมีส่วนร่วมกับภูนั่งยองของเราด้วย

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รุมจวกยับ!2ชาวต่างชาติมือบอน เขียนตู้โทรศัพท์-เสาไฟบนถนนสีลม (ชมคลิป)

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310133

รุมจวกยับ!2ชาวต่างชาติมือบอน เขียนตู้โทรศัพท์-เสาไฟบนถนนสีลม (ชมคลิป)

รุมจวกยับ!2ชาวต่างชาติมือบอน เขียนตู้โทรศัพท์-เสาไฟบนถนนสีลม (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.36 น.

21 ธ.ค. 60 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Vorathep Charoenpornpanich” โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอชาวต่างชาติ 2 คน ใช้สีเขียนตู้โทรศัพท์ และเสาไฟฟ้าบนถนนสีลม

โดยระบุข้อความว่า ฝรั่งเ..ยสองตัว เอาสีเขียนตามตู้โทรศัพท์ เสาไฟฟ้าบนถนน สีลม. เดินตามถ่ายมัน แม่งไม่มีความละอาย #กูต้องแชร์ให้ใครถึงจะจับมันได้ #กทม #ตำรวจ

โดยหลังโพสต์ดังกล่างถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อว่าชาวต่างชาติทั้ง 2 คน และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งจับตัวชาวต่างชาติทั้ง 2 คนมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พบตะพาบน้ำสีทองอร่ามโผล่กลางป่าช้า นักเสี่ยงโชคแห่ขอหวยรวยแล้วหลายราย

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310128

พบตะพาบน้ำสีทองอร่ามโผล่กลางป่าช้า นักเสี่ยงโชคแห่ขอหวยรวยแล้วหลายราย

พบตะพาบน้ำสีทองอร่ามโผล่กลางป่าช้า นักเสี่ยงโชคแห่ขอหวยรวยแล้วหลายราย

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.13 น.

21 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีชาวบ้านพบตะพาบน้ำสีทองทั้งตัว อายุประมาณ 4 ปี มีขนาดลำตัวกว้างวัดจากกระดอง 20 เซนติเมตร ความยาวจากหัวถึงหาง 25 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 1.7 กิโลกรัม มีสภาพสมบูรณ์มีสีทองเหลืองไปทั้งตัว ซึ่งยังไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน ติดเบ็ดที่บ่อน้ำสาธารณะป่าช้าวัดโพธารามบ้านปาฝา หมู่ 10 ตำบลปาฝา อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จึงได้นำมาถวายเลี้ยงไว้ที่วัดโพธารามบ้านปาฝา

เบื้องต้นพระครูบวรโพธารักษ์ เจ้าอาวาสวัดโพธารามบ้านปาฝา เจ้าคณะตำบลปาฝาเขต 2 ได้เชิญ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ณัฐริกา ซันซื่อ จากโรงพยาบาลจุฬาฯ กทม. เดินทางมาผ่าตัดเอาเบ็ดออกจากคอตะพาบน้ำสีทองจนปลอดภัย  และเลี้ยงดูด้วยอาหารประเภท ปลา  กุ้ง  เศษเนื้อ ผักบุ้ง  จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่า ที่วัดดังกล่าวมีชาวบ้านที่ทราบข่าว ได้มาขอดูตะพาบน้ำสีทองอร่ามทั้งตัวจำนวนมาก โดยมี พระครูบวรโพธารักษ์ เจ้าอาวาสวัด ได้นำตัวตะพาบมาใส่ไว้ในบ่อน้ำไว้ให้ชาวบ้านดู เชื่อให้โชคลาภ ชาวบ้านแห่มุงดูไม่ขาดสาย เพราะไม่เคยพบเห็นมาก่อน ขณะที่คอหวย ตีเลขเด็ดต่างๆ นานา ตามความเชื่อถูกหวยกันไปคราวที่แล้วหลายราย ล่าสุดมีชาวบ้านพบตะพาบน้ำสีดำอีกตัวในป่าช้าดังกล่าว คาดเป็นรุ่นราวคราวเดียวกัน จึงนำมาถวายวัด พระครูบวรโพธารักษ์ เจ้าอาวาสวัดจึงได้นำมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนกับตะพาบน้ำสีทอง ชาวบ้านทราบข่าวฮือฮาแห่มามุงดูไม่ขาดสาย เพราะไม่เคยพบเห็นมาก่อน ต่างถ่ายรูป ตีเลขเด็ดต่างๆ นานา ตามความเชื่อด้านพระครูบวรโพธารักษ์ เตือนพุทธศาสนิกชน อย่างมงาย อาจเสียเงินเสียทองได้ ส่วนผู้ที่ถูกอาจเป็นบุญเก่าที่สร้างมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ระทึก!โจรกรีดกระเป๋าบนรถเมล์ อ้างปวดท้อง ก่อนถูกกระเป๋ารถเมล์จับได้ (ชมคลิป)

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310105

ระทึก!โจรกรีดกระเป๋าบนรถเมล์ อ้างปวดท้อง ก่อนถูกกระเป๋ารถเมล์จับได้ (ชมคลิป)

ระทึก!โจรกรีดกระเป๋าบนรถเมล์ อ้างปวดท้อง ก่อนถูกกระเป๋ารถเมล์จับได้ (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 08.57 น.

21 ธ.ค. 60 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Punyanutsiri Singsong” ได้โพสต์คลิปเป็นเหตุการณ์ระทึกบนรถประจำทางสาย 140 โดยระบุว่า ป้ากระเป๋ารถเมล์เห็นว่ามีแก๊งมิจฉาชีพกรีดกระเป๋าผู้โดยสาร คือเห็นคาตาว่าใครเป็นคนทำ ป้ากระเป๋าเลยพยายามช่วยผู้โดยสาร โดยการดันๆ ให้เขาเดินเข้าไปด้านใน และพยายามแอบไปบอกคนขับ เมื่อถึงป้ายประตูน้ำ รถไม่เปิดประตูรับคน และคนขับพูดว่าประกาศห้ามลงนะครับ บนรถมีโจรล้วงกระเป๋าอยู่ ให้ตรวจทรัพย์สินของตัวเอง และได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่จราจรที่คอยโบกรถด้านล่างที่ป้ายประตูน้ำ

สรุปก็เป็นแบบในคลิป คนร้ายคือคนที่ตัวสูง จริงๆ ตอนแรกไม่ยอมรับ พยายามหนี และที่ประตูน้ำพี่จราจรประสานกับตำรวจมาโดยทันที พอเปิดประตูโจรก็วิ่งทันที แล้วตอนแรกทำเป็นพูดว่าไม่ได้ทำ ปวดท้อง จะลงรถ สุดท้ายแล้วตำรวจตามจับได้ทันที แต่ขาดหลักฐานที่เป็นใบมีด คนบนรถช่วยกันหาก็ไม่เจอ คนขับพูดว่าป้ายก่อนหน้านี้มีคนลงประตูหลัง 2 คน อาจจะทำเป็นกระบวนการ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พิซซ่าม้ง’ชาวไทยภูเขา ทำแค่ช่วงเทศกาลปีใหม่หอม-อร่อยมีเอกลักษณ์

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310104

'พิซซ่าม้ง'ชาวไทยภูเขา ทำแค่ช่วงเทศกาลปีใหม่หอม-อร่อยมีเอกลักษณ์

‘พิซซ่าม้ง’ชาวไทยภูเขา ทำแค่ช่วงเทศกาลปีใหม่หอม-อร่อยมีเอกลักษณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 08.46 น.

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ชาวไทยภูเขาหลายบ้านจะทำขนมปีใหม่ม้ง หรือ พิซซ่าม้งไว้รับประทานในครอบครัว โดยเฉพาะยามเช้าที่หนาว กินแล้วอร่อย หอมหวาน

21 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่างานประเพณีปีใหม่ม้ง ประจำปี 2561 ของอำเภอชาติตระการ-อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 2 อยู่ระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม ของทุกปี ซึ่งประเพณีปีใหม่ม้งนี้เป็นวันพบปะกันหว่างกลุ่มญาติ และมีพิธีกรรมต้อนรับปีใหม่ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ทุกคนให้ความสำคัญ พร้อมทั้งขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์และผู้อาวุโส นับเป็นเทศกาลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง

โดยเฉพาะ ที่บ้านน้ำแจ้งพัฒนา หมู่ 15 ต.น้ำกุ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ได้ทำขนมไว้กินรับประทาน เป็นขนมปีใหม่ม้งหรือเรียกว่าพิซซ่าม้ง  โดยการนำข้าวเหนียวลืมผัว มานึ่งให้สุกจะนั้นนำไปตำให้ละเอียดแล้ว นำมาห่อใบตองไปปิ้งย่างบนเตาไฟ  ให้กรอบนำมาจิ้มกินกับน้ำอ้อยหรือนมข้นหวาน ซึ่งที่เรียกพิซซ่าม้งเพราะลักษณะจะแบนๆ และเรียกกันเล่นๆจนติดปากมา  ซึ่งคล้ายกับข้าวจี่ หรือ แป้งจี่  ซึ่งรับประทานตอนร้อนๆจะอร่อย หอมหวาน  คลายหนาวนี้ได้เป็นอย่างดี

ซึ่งส่วนใหญ่ขนมปีใหม่ม้งนี้จะทำกันกินในครอบครัวเท่านั้นไม่ได้มีขาย ดังนั้นถ้าอยากรับประทานต้องมาในช่วงเทศกาลปีใหม่ม้งเท่านั้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตะลึง! มูลค้างคาวค่านับร้อยล้าน ชาวบ้านวอนใช้ม.44เปิดขุมทรัพย์’ถ้ำเจ้าราม’

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310097

ตะลึง! มูลค้างคาวค่านับร้อยล้าน ชาวบ้านวอนใช้ม.44เปิดขุมทรัพย์'ถ้ำเจ้าราม'

ตะลึง! มูลค้างคาวค่านับร้อยล้าน ชาวบ้านวอนใช้ม.44เปิดขุมทรัพย์’ถ้ำเจ้าราม’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 07.43 น.

21 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญเทิน อาจใย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำขาว อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนชาวบ้านทั้ง 17 หมู่บ้านในพื้นที่ ได้รวมตัวกันบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม หมู่ 15 ต.วังน้ำขาว เพื่อเรียกร้องขอใช้ประโยชน์จากมูลค้างคาวในถ้ำเจ้ารามที่มีอยู่เป็นจำนวนมหาศาล มูลค่านับร้อยล้านบาท โดยมีนายอภิชาติ ศรีม่วง นายอำเภอบ้านด่านลานหอย และนายกิติพัทธ์ แสงแก้ว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม จ.สุโขทัย และ จ.ลำปาง เดินทางมารับหนังสือข้อเรียกร้องในครั้งนี้

นายอภิชาติ ศรีม่วง นายอำเภอบ้านด่านลานหอย กล่าวว่า ถ้ำพระรามหรือถ้ำเจ้าราม เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ อ.บ้านด่านลานหอย มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ยุคกรุงสุโขทัย เคยพบพระพุทธรูปโบราณสำคัญรวมทั้งแผ่นศิลาจารึกปัจจุบันมีฝูงค้างคาวกินแมลง 6 ชนิดประมาณ 2 ล้านตัวอาศัยอยู่ภายในถ้ำ ต่อมามีการใช้ระบบนักเลงขนมูลค้างคาวออกจากถ้ำ จนกระทั่งในปี พ.ศ.2534 ได้มีการเปิดสัมปทานเก็บมูลค้างคาวเป็นครั้งแรก และปี 2538 เปิดสัมปทานเป็นครั้งที่สอง ก่อนจะยุติการให้สัมปทานในปี 2545 เนื่องจากมีประกาศยกฐานะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

“เมื่อปี 2552 ทีมนักวิจัยเข้ามาสำรวจ พบว่าในถ้ำเจ้ารามมีค้างคาวอาศัยอยู่เกือบ 2 ล้านตัว ถ่ายมูลวันละ 200 กิโลกรัม หรือปีละ 73 ตัน ถึงปัจจุบันก็คาดว่าจะมีมูลค้างคาวสะสมประมาณ 1,000 ตัน คิดเป็นเงินก็นับร้อยล้านบาท”

“นายบุญเทิน อาจใย นายกอบต.วังน้ำขาว กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ เพราะต้องการนำมูลค้างค้าวไปใช้ประโยชน์ทำปุ๋ยอินทรีย์ ให้เกษตรกรผลิตใช้เองในท้องถิ่น เป็นการลดต้นทุนซื้อปุ๋ยเคมีด้วย และเมื่อนำมูลค้างคาวออกมาได้หมด ก็สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเสริม เข้าชมระบบนิเวศภายในถ้ำได้อีกด้วย

“ถ้าทิ้งมูลค้างคาวไว้อย่างนั้น นอกจากจะสูญค่าเปล่าประโยชน์แล้ว ยังทำให้เกิดไฟไหม้บ่อยครั้งด้วย ที่ผ่านมาไหม้ไป 40 ครั้งแล้ว บางส่วนก็ตายไป บางส่วนก็บินหนี และความร้อนยังทำให้รากฐานของถ้ำเสี่ยงทรุดพังถล่มลงมาอีก จึงขอวิงวอน พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ช่วยพิจารณาและช่วยเหลือให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากมูลค้างคาวในถ้ำเจ้ารามแห่งนี้ด้วย”

ด้าน นายกิติพัทธ์ แสงแก้ว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามฯ กล่าวว่า ปัจจุบันมูลค้างคาวในถ้ำแห่งนี้มีปริมาณเยอะและสูงมาก การจะเข้าไปนั้นลำบาก เพราะอากาศหายใจมีน้อย เป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้าไปทำงาน ทั้งนี้ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การที่จะให้นำมูลค้างคาวออกไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการ นั้นเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ส่วนกรณีข้อเรียกร้องของชาวบ้านได้รายงานตามลำดับชั้นแล้ว อยู่ระหว่างการหารือว่าจะดำเนินการกับมูลค้างคาวที่ถ้ำเจ้ารามอย่างไร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธุรกิจ จีน-อาเซียน เดินหน้าเต็มรูปแบบ‘เส้นทางสายไหมใหม่ของจีน

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310075

ธุรกิจ จีน-อาเซียน เดินหน้าเต็มรูปแบบ‘เส้นทางสายไหมใหม่ของจีน

ธุรกิจ จีน-อาเซียน เดินหน้าเต็มรูปแบบ‘เส้นทางสายไหมใหม่ของจีน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
nn…ควันหลงเก็บตก จากงานร่วมประชุม “ผู้ประกอบการธุรกิจจีน-อาเซียน ครั้งที่ 2 วันที่ 7-10 ธ.ค.ที่เมืองคุณหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน จัดขึ้นภายใต้ หัวข้อ” Jointly Progressing on Innovation-Driven Ground” งานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย รัฐบาล มณฑลยูนนาน มี China-ASEAN Business Council, Finance Center for South-South Cooperation,Hong Kong Takung & Wenwei Media Group,Alibaba Research and TAETEA Group จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญ นักธุรกิจ นักการเมืองและสื่อมวลชนในประเทศอาเซียน มากระชับความสัมพันธ์ระดมกำลังสมองเพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง…โดยที่ประชุมเปิดประเด็นที่หลากหลายให้นักธุรกิจในประเทศอาเซียนเข้าร่วมไม่เน้นกำไรแต่กระชับความสัมพันธภาพ ระหว่างนักธุรกิจจีนและนักธุรกิจในอาเซียน เพื่อเจาะตลาดอาเซียนพร้อมนำนวัตกรรมให้ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ..อีกทั้งที่ประชุม ยังเปิดโอกาสให้หลายฝ่าย นำทฤษฎีที่ตนมี มาแลกเปลี่ยนให้เป็นรูปธรรมให้เป็นรูปเป็นร่างระหว่างประเทศจีนกับประเทศอาเซียน และพร้อมเดินไปด้วยกันโดยมุ่นเน้นนโยบาย “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” หรือ “One Belt One Road” คือ เส้นทางสายไหมใหม่ของจีน เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงนักธุรกิจ ประชาชนของแต่ละประเทศให้เป็น “พลังแห่งเอเชีย” แต่มีข่าวแว่วๆ ว่าไทยเราก็กำลังเร่งพัฒนาโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) อย่างเต็มที่ เพื่อเชื่อมกับนโยบาย เส้นทางสายไหมใหม่ของจีน จะต้องติดตามว่า นโยบายนี้น่าจะได้ผลอย่างเต็มรูปแบบ ต่อไปแค่ไหน…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนังสือเดินทาง‘ตามรอยพระราชา’ เรียนรู้โครงการพระราชดำริ‘ในหลวง ร.9’

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/310004

หนังสือเดินทาง‘ตามรอยพระราชา’  เรียนรู้โครงการพระราชดำริ‘ในหลวง ร.9’

หนังสือเดินทาง‘ตามรอยพระราชา’ เรียนรู้โครงการพระราชดำริ‘ในหลวง ร.9’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร “ในหลวงรัชกาลที่ 9” พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เคารพรักยิ่งของปวงชนชาวไทย และยังทรงได้รับการยกย่องในฐานะ “บุคคลสำคัญของโลก” อาทิ ในปี 2549 องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ (UNDP Award) รวมถึงเมื่อพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ต.ค. 2559 หลังจากนั้น 15 วัน คือวันที่ 28 ต.ค. 2559 ณ ที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผู้แทนชาติต่างๆ ทั่วโลก ก็ได้ร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่พระองค์ท่านด้วย

รวมถึง องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ณ สำนักงานใหญ่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 26 ก.ย. 2560 ซึ่งมีการประชุมสันติภาพนานาชาติ (International World Peace) ก็ได้มีการร่วมถวายสดุดีแด่พระองค์ท่าน ยกย่องว่าทรงเป็น “นักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่” เนื่องด้วยตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองราชย์มีโครงการในพระราชดำริมากมาย ดังข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ระบุจำนวนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไว้ทั้งสิ้น 4,685 โครงการ

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนากล่าวปาฐกถาในงานเปิดตัว “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา9 เล่ม 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้มีชีวิต” ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ย่านสยามสแควร์ กรุงเทพฯ ว่า หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา (The King’s Journey : Learning Passport) เป็นคู่มือนำเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและครอบครัว เพื่อออกเดินทางไปเรียนรู้ศาสตร์พระราชา

หนังสือชุดนี้จะแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ผ่านโครงการพระราชดำริที่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต โดยจัดทำขึ้นมาทั้งหมด 9 เล่ม 9 เส้นทางทั่วประเทศ ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาและสำนักงาน กปร. ร่วมคัดสรรแหล่งเรียนรู้ภายในเล่มทั้งหมด 81 แห่ง พร้อมเผยแพร่ครบ 9 เล่มภายในเดือน ธ.ค. 2560 นี้ โดยเบื้องต้นเปิดตัว 4 เล่มแรกในเส้นทางภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวต่อไปว่า หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา จะชี้ให้เห็นว่าสายพระเนตรของในหลวงรัชกาลที่ 9นั้นครอบคลุมไปทั้งแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นภูเขาสูงชันยาวไกล ไปจนถึงจรดท้องทะเล ความทุกข์ยากของประชาชนไม่เคยรอดพ้นสายพระเนตรของพระองค์ “พระองค์ทรงใช้เวลามากกว่าปีละ 8 เดือนในการเสด็จแปรพระราชฐานไปทั่วประเทศ” หนังสือชุดนี้จะเปิดโลกแห่งการเรียนรู้กับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อย่างไรก็ตามไม่อยากให้สนใจว่ามีโครงการจำนวนเท่าไหร่ แต่อยากให้สนใจว่าในโครงการนั้นได้สอนอะไรบ้าง

“สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้และเข้าใจสำคัญกว่าชีวิต เพื่อเหลือให้กับคนรุ่นต่อไป ในหลวงสอนมา 70 ปี และผมได้เรียนตรงกับพระองค์ท่าน 35 ปี ไม่มีทีท่าว่าจะจบ แต่มหาบรมครูของผมหยุดสอนแล้ว ซึ่งประเทศไทยถ้าใส่ใจกันสักนิด เรารู้พอแล้ว แหล่งเรียนรู้ต่างๆ เป็นสื่อให้เข้าใจ เข้าถึง และจบลงด้วยการพัฒนา ทุกสิ่งที่ท่านทำคือเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนไทย ในหลวงสอนหมดแล้ว และสอนด้วยการกระทำ”ดร.สุเมธ กล่าว

เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ยังกล่าวอีกว่า หนังสือชุดเดินทางตามรอยพระราชาทั้ง 9 เล่มนี้ จะเป็นเครื่องนำทางไปสู่ความเข้าใจในศาสตร์ของพระราชา ที่จะทำให้เราเกิดความรู้ ความเข้าใจ และเข้าถึงการปฏิบัติ ซึ่งคนไทยจะได้มีส่วนสำคัญในการเดินตามรอยพระราชปณิธาน ได้เรียนรู้และเข้าใจในหลักทศพิธราชธรรม และสิ่งที่พระองค์พูดถึงคือประโยชน์สุขซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริง และทำให้เราเข้าใจว่า ก่อนที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 จะจากเราไปนั้นได้สอนและฝากอะไรไว้ให้กับเราบ้าง

“พระองค์ไม่ได้จากไปไหน แต่ท่านทิ้งคำสอนเอาไว้ที่ไม่ได้ใช้ได้กับคนไทยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พระองค์ทรงคิดให้ใช้กับมนุษย์ทุกคนบนโลก และวันนี้ถึงเวลาที่เราทุกคนต้องนำคำสอนของพระองค์ท่านมาปฏิบัติด้วยตัวของเราเองแล้ว เพื่อให้เราได้มีชีวิตรอดได้อย่างดีและมีประโยชน์สุข” เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวย้ำ

ตัวอย่าง 5 เล่มจากทั้งหมด 9 เล่ม อาทิ 1.เส้นทางภาคเหนือตอนล่าง พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติการจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนบ้านห้วยปลาหลด จ.ตาก จุดเด่นคือ ทรัพยากรป่าไม้ที่สมบูรณ์จากการดูแลของชุมชน จากเดิมที่เคยเป็นป่าเสื่อมโทรมกลับคืนสู่ป่าสมบูรณ์และเกษตรผสมผสานของชาวมูเซอเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น 2.เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร จุดเด่นคือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิตเพื่อแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรให้เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน แหล่งน้ำ ฟื้นฟูป่า ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์

3.เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มหาชีวาลัยอีสาน จ.บุรีรัมย์ จุดเด่นคือ การท่องป่า ไร่นา สวนผสมของครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ปราชญ์ชาวบ้านผู้นำศาสตร์พระราชามาใช้พลิกฟื้นป่าบ้านเกิด 4.เส้นทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก โครงการหมู่บ้านชัยพัฒนา-กาชาดไทย บ้านทุ่งรัก จ.พังงา จุดเด่นคือการท่องเที่ยววิถีชุมชนคนชาวเล เรียนรู้การประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน เลี้ยงปลาในกระชังเพื่อให้แก้ปัญหาความยากจนและขาดที่ดินทำกินจากเหตุการณ์สึนามิ

และ 5.เส้นทางภาคกลาง โครงการคุ้งบางกะเจ้าเฉลิมพระเกียรติ จ.สมุทรปราการ จุดเด่นคือ พื้นที่สีเขียวปอดขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ จากที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงนั่งเฮลิคอปเตอร์ผ่านพื้นที่สีเขียวของคุ้งบางกะเจ้า ทรงอยากรักษาพื้นที่นี้ไว้ให้เป็นปอดขนาดใหญ่ของคนเมือง ปัจจุบันต้นไม้ในคุ้งบางกะเจ้าช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 6,000 ตันต่อปี

ขณะที่ เพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เนื้อหาสาระที่เยาวชนจะได้รับจากสื่อหนังสือและกิจกรรมตามรอยพระราชา จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ครบ “3H” ในรูปแบบ Transformative Learning ซึ่งประกอบด้วย เรียนรู้ด้วยสมอง (Head) เรียนรู้ด้วยหัวใจ (Heart) และเรียนรู้จากการลงมือทำ (Hand)

รวมทั้งส่งเสริมให้เกิด “ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21” คือ ความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์จากการได้เดินทางไปเรียนรู้ยังสถานที่จริง อีกทั้งยังสอดแทรกเนื้อหาส่งเสริมคุณธรรม ได้แก่ ทศพิธราชธรรมและคุณธรรม 4.0 คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ ทั้งนี้ สสส.จะสนับสนุนให้เครือข่ายโรงเรียนสุขภาวะซึ่งบางแห่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้ร่วมเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้ตามรอยพระราชาในพื้นที่ใกล้เคียง

ด้าน ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้แทนคณะทำงานหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา นักวิชาการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวเสริมว่า หนังสือตามรอยพระราชามีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเข้าใจและเข้าถึงศาสตร์ของพระราชาที่ร่วมสมัย จากประสบการณ์จริงในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต โดยจัดทำเป็นคู่มือการเดินทางสำหรับเยาวชน ครอบครัวและสถานศึกษา เพื่อให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้ และเกิดความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

ผู้สนใจสามารถเข้าไปอ่านและดาวน์โหลดหนังสือทั้ง 9 เล่มได้ที่ http://www.qlf.or.th/Home/Contents/1205 และ http://www.qlf.or.th/Home/Contents/1219 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย!!!

โครงการหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) มูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กระทรวงศึกษาธิการ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสำนักงานบริหารและพัฒนาความรู้ (องค์การมหาชน) โดยมี ดร.สุเมธตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นที่ปรึกษา และ นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ เป็นประธานคณะทำ

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสียงจากปราชญ์พื้นบ้าน…เมื่อกม.ไม่ขยับ ‘ไอ้โง่’จึงระบาด

Posted on August 30, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309986

เสียงจากปราชญ์พื้นบ้าน...เมื่อกม.ไม่ขยับ ‘ไอ้โง่’จึงระบาด

เสียงจากปราชญ์พื้นบ้าน…เมื่อกม.ไม่ขยับ ‘ไอ้โง่’จึงระบาด

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.54 น.

20 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการทำประมงในอ่าวปัตตานี ว่า ยังคงมีชาวประมงพื้นบ้านบางส่วนนิยมใช้เครื่องมืออวนลอยกุ้ง ปลาและปู เป็นอาชีพหารายได้เพื่อเลี้ยงครอบครัว เป็นการสืบทอดประเพณีการทำประมงจากตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น จึงกลายเป็นชื่อที่เรียกของติดปากของหมู่ชาวประมงรอบอ่าวปัตตานีว่า “ฆีมูกะ” แปลว่าไป “ลอยอวน” โดยพฤติกรรมการทำประมงในลักษณะนี้ชาวประมงจะออกไปจับสัตว์ หรือ “ฆีมูกะ” ในห่วงเวลาเช้ามืดประมาณเวลาตี 3 , 4 , 5 แล้วจะกลับเข้าฝั่งประมาณเวลา 10 โมงเช้า จนถึงเที่ยงวัน จะดำเนินการในลักษณะเป็นประจำ จะได้มาซึ่งสัตว์น้ำมากหรือน้อยไม่สำคัญ เอาเท่าที่ได้ ยึด “หลักพอเพียง” ไม่โลภมาก

ด้วยปัจจัยการเปลี่ยนแปลงทางสังคมค่านิยมถูกเปลี่ยน การอพยพของผู้คนจากต่างถิ่นเข้ามาตั้งรกรากในหมู่บ้านประมงบริเวณรอบอ่าวปัตตานี การพัฒนาพื้นที่เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น การทิ้งน้ำเสียลงสู่อ่าวโดยปราศจากความรับผิดชอบทางกฎหมายบ้านเมืองและศีลธรรม ย่อมส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำมีจำนวนลดลงอย่างตาเห็น

สุดท้ายการแย่งชิงด้านทรัพยากรสัตว์น้ำก็มีมากขึ้นตามลำดับ จึงมีบางคนที่กลับคิดหาเครื่องมือทำประมงที่เน้นจับสัตว์น้ำให้ได้มากที่สุด โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา จึงกลายเป็นที่มาของการทำ “ประมงลากข้าง” ขนาดเล็ก การทำประมง “เรือรุน” ขนาดเล็ก และการทำประมงด้วย “ลอบ” พับได้ หรือ “เครื่องไอ้โง่” แพร่หลายในพื้นที่ตลอดระยะ 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

แม้ปัจจุบันจะมีตรากฎหมายห้าม มีการกำหนดโทษระบุขนาดโทษอย่างชัดเจน แต่เครื่องมือเหล่านี้ กลับยังคงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องอย่างเสรี และแนวโน้มจะมากยิ่งขึ้น แม้ในห้วงที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ลงนามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 24/2558 เรื่องการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย โดยห้ามมีการครอบครอง ใช้เครื่องมือประมง 6 ชนิด ฝ่าฝืนโทษหนักจำคุก 5 ปี ปรับ 1-5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คำสั่ง ณ วันที่5สิงหาคม2558

แต่จนถึงทุกวันนี้การบังคับใช้กฎหมายยังคงเป็น “หมัน” สำรับในพื้นที่ จ.ปัตตานี ทาง “ชมรมประมงพื้นบ้านรอบอ่าวปัตตานี” จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวดำเนินการปราบปรามเครื่องมือประมงผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเครื่องมือลอบพับได้หรือ “ไอ้โง่” เพราะส่งผลกระทบต่อการทำประมงอวนลอยอย่างหลีกเลี่ยงไมได้ ส่งผลกระทบต่ออาชีพ ส่งผลต่อรายได้ของชาวประมง และเพื่อเป็นไปตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี เป็น “ของขวัญ” ในวันประมงแห่งชาติปีนี้

ด้านนายมะแอ สาและ วัย 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 1 บ้านบูดี ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี “ปราชญ์ประมงพื้นบ้าน” รอบอ่าวปัตตานี กล่าวว่า ทุกวันนี้การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำในอ่าวปัตตานีทำได้ยาก ถ้าชาวประมงเองยังนิยมใช้เครื่องมือทำประมงที่ผิดกฎหมาย ที่ทำลายล้างทรัพยากรสัตว์น้ำ เช่น เครื่องมือลากชนิดต่างๆ เครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่ เป็นต้น ซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีเครื่องมือทำลายสัตว์น้ำมากกว่านี้ โดยส่วนใหญ่จากมาจาก “ชุมชนประมงอพยพ” มาจากที่อื่น ที่มีวัฒนธรรมทำประมงที่มีความแตกต่างกับชาวประมงดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในรอบอ่าวปัตตานีอย่างสิ้นเชิง

ปัจจุบันเครื่องมือที่ทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำมากที่สุด คงไม่พ้นเครื่องมือลอบพับได้ หรือไอ้โง่ นอกจากเป็นเครื่องมือที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ยังส่งผลกระทบการดำเนินชีวิตและวิถีประมงพื้นบ้านอวนลอยในอ่าวฯอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ปราชญ์ประมงพื้นบ้าน” กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกปีในช่วงน้ำหลากจะมีน้ำฝนไหลลงอ่าวฯ จะทำให้น้ำในอ่าวถูกแบ่งชั้นระหว่าง “น้ำจืดกับน้ำเค็ม” โดยน้ำเค็มจะอยู่ชั้นล่าง น้ำจืดจะอยู่ด้านบน ส่วนความลึกของชั้นน้ำเค็มประมาณ 30-50 ซม. ซึ่งมีความสูงขนาดเท่ากับความสูงของลอบพับได้หรือไอ้โง่ เมื่อมีใครนำลอบพับได้หรือไอ้โง่ดักสัตว์ขวางกระแสน้ำไหล จึงทำให้สัตว์น้ำทั้งใหญ่เล็กมุ่งตรงเข้าประตูลอบพับได้หรือไอ้โง่ทันที จึงกลายเป็นฤดูที่มีการนิยมดักด้วยเครื่องมือนี้มากที่สุดของทุกปี และเป็นช่วงฮิตที่สุดของชาวประมงอวนลอยเช่นกัน

นายมะแอ กล่าวอีกว่า สัตว์น้ำขนาดเล็กที่เข้าในลอบฯนั้น จะเป็นจำพวกลูกปูม้าขนาดเล็กกว่า “กระดุมเสื้อ” เสียอีก โดยส่วนใหญ่ชาวประมงลอบพับฯจะนำไป “ทิ้ง” ใต้โคนต้นมะพร้าว เพื่อทำปุ๋ย นอกจากนั้นยังมีลูกกุ้งที่มีขนาดเล็กไม่ต่ำกว่า 1 พันตัวต่อกิโลกรัม โดยเฉพาะลูกกุ้งกุลาดำที่หน่วยงานของรัฐ โดยศูนย์วิจัยพัฒนาสัตว์น้ำชายฝั่งปัตตานี เพิ่มลงไปในอ่าวปัตตานี เมื่อโตเต็มวัยชาวประมงก็สามารถนำเครื่องมือดักจับมาขายเป็นอาชีพสร้างรายได้ แต่กลับเข้าไปในลอบฯตั้งแต่ยังเล็ก จนกลายเป็นปัญหา “ขัดแย้ง” อยู่ทุกวันนี้ ระหว่างประมงลอบพับฯกับประมงอวนลอยในอ่าวปัตตานี

ทว่า…เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกลับนิ่งเฉย ในเมื่อกฎหมายไม่สามารถเดินหน้าบังคับใช้ได้เพราะความอ่อนแอของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ชาวประมงจึงคิดหาทางที่จะลำลายเครื่องมือเหล่านี้ด้วยสองมือของชาวประมง เพื่อการรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำให้ยั่งยืน และอยู่คู่กับอ่าวปัตตานีสืบไป เท่าที่จะนานได้จนชีวิตหาไม่

“ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่มักอ้างกฎหมายยังไม่ประกาศห้ามเครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่เป็นเครื่องมือผิดกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เมื่อมีการตรากฎหมายเจ้าหน้าที่กลับนิ่งเฉย” ปราชญ์ประมงพื้นบ้านรอบอ่าวปัตตานี กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,890,743 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

อธิบดี​กรมส่งเสริมสหกรณ์ ขานรับแนวคิดศุภจี ตั้งล้งกลางมะพร้าวน้ำหอม หวังแก้ราคาตกต่ำ
พลังผู้หญิง ‘ปูนซีเมนต์นครหลวง’ เปิดกว้างทุกความเป็นไปได้ องค์กรแห่งโอกาส เท่าเทียม ยั่งยืน ให้ ‘ผู้หญิง’ เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
อิสราเอลเผย มีแผนโจมตีอิหร่านต่อไปอีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์
ยกระดับด่านหน้าชายแดนใต้ ปส.ฝึกเข้มด่านศุลกากรสงขลา รับมือภัยคุกคามนิวเคลียร์–รังสี
โสภณ ตลก หมอวรงค์ ชี้สภาเลี้ยงข้าวสส.มานานแล้ว
พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน
อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
มก.ขับเคลื่อนต้นแบบการศึกษาใหม่ของประเทศ เมื่อโรงเรียนกลายเป็นฟาร์มเรียนรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
พลังงาน สั่งระดมรถบรรทุก-เพิ่มรอบส่งน้ำมัน เร่งกระจายเข้าปั๊มทั่วประเทศ แก้ขาดแคลน
ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่

Recent Posts

  • อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
  • อิรักรุดเจรจาอิหร่าน ขอเปิดทางเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
  • จีนประกาศส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมช่วย “อิหร่าน-ตะวันออกกลาง”
  • เอเชียคุมเข้มพลังงาน หลายประเทศงัดมาตรการฉุกเฉิน รับมือวิกฤตน้ำมันตึงตัวจากสงครามตะวันออกกลาง
  • นักเขียนวางยาฆ่าสามี ฮุบสมบัติ 4 ล้านดอลลาร์ ก่อนแต่งหนังสือเด็กรับมือความสูญเสีย

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d