Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

จวกยับ! โจ๋เลือดร้อนโดดต่อยผู้หญิง โวยเพื่อนตัวเองถูกเสมอหลังซิ่งมอไซต์ชนแท็กซี่ (ชมคลิป)

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309834

จวกยับ! โจ๋เลือดร้อนโดดต่อยผู้หญิง โวยเพื่อนตัวเองถูกเสมอหลังซิ่งมอไซต์ชนแท็กซี่ (ชมคลิป)

จวกยับ! โจ๋เลือดร้อนโดดต่อยผู้หญิง โวยเพื่อนตัวเองถูกเสมอหลังซิ่งมอไซต์ชนแท็กซี่ (ชมคลิป)

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 19.18 น.

เพจชื่อดัง แหม่ม โพธิ์ดำ ได้แชร์คลิปเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดผู้ได้รับบาดเจ็บกำลังได้รับการปฐมพยาบาลอยู่นั้น ได้มีชายวัยรุ่นคนหนึ่งเข้าทำร้ายร่างกายผู้หญิงและชายสูงวัย ซึ่งเป็นคู่กรณี หลังจากที่เพื่อนตัวเองซิ่งรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถแท็กซี่

อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวถูกแชร์กว่า 5 หมื่นครั้ง และวัยรุ่นคนดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุการทำร้ายร่างกายผู้หญิง หนำซ้ำยังโผต่อยชายคู่กรณีจนต้องขับรถหนีเพื่อเอาตัวรอด

ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตได้แห่แชร์ข้อความที่โจ๋เลือดร้อนคนดังกล่าวโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีนี้ว่า “เคยพูดเสมอ เพื่อน..ห้ามแตะ เพื่อนพี่น้องกันถูกเสมอ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

6 เคล็ดลับโยคะ ที่จะช่วยให้คุณบรรเทาอาการปวดหลังพร้อมดูแลกระดูกสันหลัง

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309812

6 เคล็ดลับโยคะ ที่จะช่วยให้คุณบรรเทาอาการปวดหลังพร้อมดูแลกระดูกสันหลัง

6 เคล็ดลับโยคะ ที่จะช่วยให้คุณบรรเทาอาการปวดหลังพร้อมดูแลกระดูกสันหลัง

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 18.26 น.

นอกจากพฤติกรรมนั่งทิ้งตัวหลังงอ นั่งแอ่นหลังเกินไป และติดการนั่งไขว่ห้างแล้ว การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 5-7 ชั่วโมง ขับรถในช่วงการจราจรเร่งด่วนติดหนึบเป็นประจำทุกวัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังทั้งสิ้น

วันนี้ คุณทนงศักดิ์ วงษาโสม Fitness Training and Development Manager จากฟิตเนส เฟิรส์ท มีความรู้และเคล็ดลับดีๆ  ของท่าโยคะที่คุณสามารถทำอย่างต่อเนื่องแบบง่ายๆสำหรับคนที่ต้องการบรรเทาอาการปวดหลังด้วยตัวเอง โดยสามารถทำบนเสื่อโยคะ พรม หรือเตียงนอนที่บ้านได้

ท่าโยคะสำหรับบรรเทาอาการปวดหลัง

Seated Forward Fold

– จัดท่านั่งโดยนั่งบนกระดูกรองนั่ง แล้วยืดเข่าตรงไปด้านหน้า ยันฝ่าเท้าไว้ การนั่งท่า Staff Post นี้จะช่วยยึดกล้ามเนื้อใต้ขาไปถึงสะโพก
– ยืดหลังตั้งตรง คุมเชิงกรานไว้ไม่ให้แอ่นหรืองอโค้งจนเกินไป มีความเว้าของหลังล่างตามธรรมชาติ
– เปิดสะบัก เหยียดแขนตรง กดฝ่ามือลงพื้น ผ่อนคลายหัวไหล่ เก็บหน้าท้องเพื่อยืดกระดูกสันหลัง
– หายใจเข้า ยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น หลังยังยืดตรง หายใจออกพับตัวจากสะโพกลงไปด้านหน้าโดยไม่โก่งหลัง ยืดเข่าตรงจะช่วยคลายกล้ามเนื้อใต้ขาและหลัง
– ค้างท่าพร้อมกับหายใจเข้าออกไว้ หากยืดหยุ่นได้มากขึ้น สามารถเอื้อมมือไปจับฝ่าเท่าแล้วงอข้อศอก เพื่อดึงหน้าท้องลงไปให้ชิดติดหน้าขา วางหน้าผากบนหน้าแข้งแล้วผ่อนคลาย

Seated Head to Knee

– กลับมานั่งในท่า Staff Pose งอเข่าซ้าย วางขาลงบนพื้น ฝ่าเท้าประกบไว้ที่ต้นขาขวา
– หายใจเข้ายกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น หายใจออกพับตัวจากสะโพกลงไปด้านหน้า จัดระเบียบเชิงกรานไว้ไม่ให้เอียงหรือบิด ยืดสันหลังตรงไม่โค้งงอ
– หากยืดหยุ่นสามารถเอื้อมมือไปจับฝ่าเท้าแล้วดึงหน้าท้องลงไปติดหน้าขาขวาได้
– ค้างท่าพร้อมกับหายใจเข้าออก

Spinal Twist

– ลุกขึ้นนั่งหลังตรง ขาซ้ายยังพับฝ่าเท้าประกบไว้ที่ต้นขาขวาเหมือนเดิม
– หายใจเข้าลึกยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น หายใจออกค่อยๆ บิดลำตัวจากช่วงเอวไปทางซ้าย วางมือซ้ายใช้แขนประคองลำตัวทางด้านหลัง วางหลังมือขวาไว้เหนือเข่าซ้าย ขณะบิดเอวลำตัวยืดหลังตรงไม่แอ่นหรืองอ
– ค้างท่าพร้อมกับหายใจเข้าออก

Revolved Head-to-Knee

– จากท่า Spinal Twist หายใจเข้า ยกแขนซ้ายขึ้น หายใจออกพับตัวไปด้านขวาเพื่อยืดลำตัวด้านซ้าย พยายามเปิดหัวไหล่ไม่คว่ำหน้าลงพื้นเพื่อยืดกระดูกสันหลัง
– กล้ามเนื้อต้นขาที่ยังคงผลักลงไปบนพื้นอย่างมั่นคง หัวเข่ายืดตรง ฝ่าเท้ายันขึ้น
– หายใจเข้าออกขณะค้างท่า

Sage Twist

– เมื่อยืดลำตัวตั้งตรงกลับมายังท่า Staff Pose เริ่มต้นอีกครั้ง งอเข่าซ้าย ยกข้ามขาขวา แล้ววางฝ่าเท้าซ้ายแนบกับต้นขาขวา
– หายใจเข้า ยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น หายใจออก บิดเอวไปทางซ้าย วางมือซ้ายใช้แขนประคองลำตัวทางด้านหลัง วางหลังมือขวาไว้ที่ต้นขาซ้าย ขณะบิดเอวลำตัวยืดหลังตรงไม่แอ่นหรืองอ
– ค้างท่าพร้อมกับหายใจเข้าออก

Eagle Arm

– เมื่อหันลำตัวกลับมาด้านหน้าแล้ว พับเข่าขวา วางตำแหน่งส้นเท้าทั้ง 2 ข้างใกล้สะโพก
– หายใจเข้า ยื่นแขนทั้ง 2 ข้างมาด้านหน้า ยกแขนขวาไขว้ไว้บนแขนซ้าย พับแขนซ้าย และแขนขวาตามมาช้าๆ ประกบฝ่ามือเข้าหากัน
– หายใจออก ก้มหน้าดึงศอกออกจากลำตัว เป็นการยืดกล้ามเนื้อสะบักที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อหลัง
– ค้างท่าพร้อมกับหายใจเข้าออก จากนั้นคลายท่า

เมื่อทำเสร็จแล้วให้สลับทำอีกข้างหนึ่งตั้งแต่แรกจนจบ จะพบว่าการยืดกล้ามเนื้อหลังส่วนกลาง ส่วนล่าง ลำตัวด้านข้างและสะบัก ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังและรู้สึกผ่อนคลายจากเดิมมาก

ที่สำคัญนั้นการปรับพฤติกรรมโดยนั่งให้ถูกท่า ปรับเก้าอี้หรือเบาะที่นั่งให้เหมาะสมกับโต๊ะทำงาน เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ในระดับหนึ่ง แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการนั่งอย่างต่อเนื่องยาวนานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถเลยจนถึงเวลาเลิกงาน ควรหาเวลายืดกล้ามเนื้อและการออกกำลังเป็นประจำ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังให้สามารถพยุงกระดูกสันหลังซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญไม่ให้บาดเจ็บเรื้อรังได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วินต่างถิ่น’ฉวยโอกาส! วันงานรับปริญญาม.ดังย่านรังสิต เก็บค่ารับส่ง-จอดรถ 500 บาท (ชมคลิป)

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309774

'วินต่างถิ่น'ฉวยโอกาส! วันงานรับปริญญาม.ดังย่านรังสิต เก็บค่ารับส่ง-จอดรถ 500 บาท (ชมคลิป)

‘วินต่างถิ่น’ฉวยโอกาส! วันงานรับปริญญาม.ดังย่านรังสิต เก็บค่ารับส่ง-จอดรถ 500 บาท (ชมคลิป)

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 16.58 น.

19 ธ.ค. 60 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ป่าน ภากร ธิยะใจ” โพสต์เรื่องราวเตือนภัยสำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างช่วงรับปริญญาของม.รังสิต โดยระบุว่า เรื่องจริงเตือนภัย! กดไลค์แล้วฝากแชร์

มีโอกาสได้ไปงานรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยรังสิตกับน้อง (เป็นที่รู้กันว่าเป็นช่วงนี้รถจะหนาแน่นผู้คนแทบเหยียบกันตาย)…ขณะที่กำลังคลำหาทางเข้าจากถนนปทุมรังสิตนั้นได้มีวินมอเตอร์ไซมาอำนวยความสะดวกหาที่จอดให้(ซึ่งจริงๆ ที่ตรงนั้นเป็นถนนใหญ่ไม่ได้เป็นที่ส่วนบุคคล) จากนั้นเราก็ถามว่าถ้าให้ขับไปส่งหน้าม. คิดเท่าไหร่ ทางพี่วินแจ้งว่า ราคาเหมา 150 บาท โดยขอคิดเป็นราคา 300 บาท เพราะเราซ้อน 2 พี่เค้าไปเลย พร้อมแจ้งว่าขอเก็บค่าที่จอดอีก 100 บาท ด้วยความรีบ เราและรุ่นน้องก็จำยอมต้องเหมา โดยคิดไว้แล้วว่าต้องจ่ายราคา 400 บาท

เรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างนั้น จากคลิปเป็นตอนที่กำลังจะจ่ายเงินพี่วิน ทางพี่เค้ากลับคิดราคาเพิ่มเป็น 500 บาท โดยอ้างโน่นนี่นั่น ทั้งเป็นค่าดูแลรถบ้าง ด้วยความรีบแชะกลัวพี่เค้าจะกรีดรถเรา ทำให้ต้องจำยอมควักให้ โดยตอนท้ายพี่วินยังใจดีแถมบริการไปส่งตอนกลับให้อีกด้วย

เสร็จงาน เราเรียกพี่วินหน้าม. ราคาเพียง 50 บาท และพบว่าที่จอดรถแถวๆ นั้นคิดค่าบริการเพียง 50 – 100 บาทเท่านั้น

อยากจะฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ หน่วยงานราชการ หรือแม้แต่กระทั่งมหาวิทยาลัย ให้ช่วยกวดขันและมีการจัดระบบการจราจรให้ดีกว่านี้ เพื่อไม่ให้บุคคลเหล่านี้ฉวยโอกาสเอาเปรียบคนอื่นได้อีกเรื่องราวเกิดขึ้นวันที่ 17 ธ.ค. 2560

เบื้องต้นตรวจสอบพบเป็นวินรถจักรยานยนต์รับจ้างต่างถิ่นที่มาวิ่งรับผู้โดยสารในช่วงพิธีรับปริญญาของม.รังสิต

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แค่เปลี่ยนความคิด..ชีวิตก็เปลี่ยน เกษตรกรตัวอย่าง! ทำสวนผสมปลดหนี้สำเร็จ

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309745

แค่เปลี่ยนความคิด..ชีวิตก็เปลี่ยน  เกษตรกรตัวอย่าง! ทำสวนผสมปลดหนี้สำเร็จ

แค่เปลี่ยนความคิด..ชีวิตก็เปลี่ยน เกษตรกรตัวอย่าง! ทำสวนผสมปลดหนี้สำเร็จ

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.35 น.

ที่จังหวัดสตูลหนึ่งในเกษตรกรที่กล้า ก้าวข้ามผ่านอาชีพของบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่นกว่า 60 ปีในการปลูกยางพาราเลี้ยงคนในครอบครัว  8 ชีวิต  มาเป็นเกษตรกรสวนผสมผสาน วันนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว   

โดยทุกเช้านายมนูญ  สุวรรณชาตรี อายุ 47 ปี เกษตรกรบ้านปลักใหญ่ใจดี  ม.8 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล  ได้เปลี่ยนสภาพสวนยางพาราผืนใหญ่  17 ไร่ มาเป็นสวนผสมผสาน 14 ไร่ เหลือไว้เพียงสวนยางพารา 3 ไร่  เพื่อทำการปลูกพืชสวนผสมที่สามารถให้ผลผลิตได้ วันต่อวัน ต้นทุนการปลูกน้อย ผลผลิตเติบโตเร็ว เป็นที่ต้องการของตลาด  และที่สำคัญสามารถนำมาแปรรูปได้  นี่คือแนวคิดของการกล้าเปลี่ยนความคิด และลงมือทำจนชีวิตเปลี่ยน

วันนี้สวนผสมของนายมนูญ  สุวรรณชาตรี  กำลังให้ผลผลิตของยอดหัวครก หรือ ยอดต้นมะม่วงหินมะพาน ที่ชาวบ้านนิยมนำมาเป็นผักเครื่องเคียง  กินกับขนมจีน หรือ อาหารทั่วไประหว่างมื้อ ซึ่งในแต่ละวันหากมีฝนตกชุกจะให้ผลผลิตดีมากครั้งละไม่ต่ำกว่า 80 กำ , กำละ 5 บาท  พอ ๆ กับยอดชะอมได้วันละ 20-30 มัด มัดละ 10 บาท   ส่วนมะละกอวันละ 20 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 10-12 บาท  โดยในสวนผสมผสานจะมีผลผลิตจากพืชที่ปลูกมากกว่า  13 ชนิด หมุนเวียนกันออกในแต่ละรอบแตกต่างกัน  ทำให้มีผลผลิตในสวนไปวางขายกันทุกวัน

นอกจากนี้ภายในสวนยังปลูก ตะไคร้ ขมิ้น ข่า ผักที่เป็นเครื่องครัวที่ทุกบ้านจำเป็นต้องมี ขายกิโลกรัมละ 40-50 บาท แล้วแต่ผลผลิตที่จะออกด้วย  รวมทั้งกล้วยหอม   กล้วยไข่ หวีละ 10-15 บาท 3 วันถึงจะตัดได้สักครั้งปลูกแซมกันเริ่มตัดขายได้ และสะตอ ซึ่งผักในสวนที่เลือกปลูกจะเน้นความต้องการของตลาดเป็นสำคัญ  และสามารถนำมาแปรรูปได้ อย่างกล้วย และสะตอ

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ก็ตัดสินใจอยู่นาน กว่าคนในครอบครัวจะเห็นด้วย  เนื่องจากอาชีพสวนยางพาราเป็นอาชีพดั้งเดิมของครอบครัว กว่าจะได้รับความยินยอมพร้อมใจของทุกคน ตนต้องทำการบ้านและไปศึกษาดูงานที่เขาประสบความสำเร็จวันนี้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข  ไม่มีหนี้สิน   มีรายได้เข้ามาทุกวันละไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และบางครั้งแตะที่หลักหมื่นบาทก็เคยมี และที่แห่งนี้ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ในการทำสวนผสมอีกด้วย  สามารถติดต่อเข้าดูงานได้ที่หมายเลข   061-181-7247

นางแก่น  สุวรรณชาตรี คุณแม่วัย 65 ปี บอกว่า  วันนี้ทุกคนมีความสุขมาก ไม่มีหนี้ไม่มีสิน อยากกิน อยากซื้ออะไรก็ทำได้  ไม่ต้องกลัวฟ้าฝนตกจะตัดยางพาราไม่ได้  ไม่ต้องกลัวราคาที่ไม่คงที่ แต่ก็ยอมรับว่ากว่าจะตัดสินใจให้ลูกโค่นสวนยางก็ใช้เวลานานเหมือนกัน  วันนี้คุณแม่มีหน้าที่มัดผักในสวนไปวางขายในตลาดหมู่บ้าน ทุกเช้า ไม่เกินเที่ยงก็เสร็จ ผักของแม่ขายดีมากเพราะมัดใหญ่ ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง  ปลอดภัยจากสารเคมี  ทำให้ขายดีทุกวัน  เลี้ยงคนในครอบครัว 8 ชีวิตได้อย่างสบาย

นางสาวปราณี  ไฝไทย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล กล่าวว่า ในพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นยางพารา ซึ่งสวนยางพาราราคาผลผลิตค่อนข้างจะผันแปร  ตามกระแสตลาด โดยเกษตรส่วนใหญ่จะอาชีพและรายได้ทางเดียว ทำให้เกษตรกรเจอปัญหาเรื่องราคายาง และในเรื่องสภาพอากาศภาคใต้เราจะมีฝนตกชุก ในการกรีดยางต่อสัปดาห์จะกรีดได้แค่ 2 วัน เท่านั้นทำให้รายได้ ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล สำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอนำศาสตร์ของพระราชาในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ในเกษตรทฤษฎีใหม่ มาปรับมุมมองให้กับเกษตรในพื้นที่ เปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยว มาเป็นเกษตรสวนผสมผสานในการเลี้ยงชีพและสร้างได้เสริมให้กับครอบครัว

ในศาสตร์ของพระราชาในการทำเศรษฐกิจพอเพียงหรือเกษตรทฤษฎีใหม่ส่งให้เกษตรกรใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ในบางครั้งในการทำงานเกษตรไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มากมาย แค่พื้นที่ 1 งาน 2 งาน หรือไม่เกิน   1 ไร่ ก็สามารถนำศาสตร์ของพระราชามาใช้ได้โดยนำมาวางรูปแบบการทำเกษตรผสมผสานในการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์  ซึ่งทางหน่วยงายภาครัฐในกระทรวงเกษตรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ธ.ก.ส. และหน่วยงานต่างๆ เขายินดีที่จะสนับสนุนเกษตรกรในส่วนนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โต้ลมหนาวรับตะวันใหม่ก่อนใคร ที่ภูสิงห์ ภูผาผึ้ง จ.อำนาจเจริญ

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309702

โต้ลมหนาวรับตะวันใหม่ก่อนใคร ที่ภูสิงห์ ภูผาผึ้ง จ.อำนาจเจริญ

โต้ลมหนาวรับตะวันใหม่ก่อนใคร ที่ภูสิงห์ ภูผาผึ้ง จ.อำนาจเจริญ

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.57 น.

ยามนี้ หากเดินทางไปภาคอีสาน บรรดานักท่องเที่ยว จะได้สัมผัสอากาศหนาว โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ อุณหภูมิอยู่ที่ 13 – 14 องศาเซลเซียส ส่วนยอดภู อยู่ที่ 9 – 10 องศาเซลเซียส จึงเป็นที่ชื่นชอบสำหรับผู้ที่ชอบโต้ลมหนาว และสัมผัส บรรยากาศบนยอดภู ท่ามกลางทะเลหมอกที่สวยงาม จะทำให้ประทับใจไปอีกนาน

นายศักดิ์ชัย ตั้งตระกูลวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ(อบจ.) กล่าวว่า อบจ.อำนาจเจริญ ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรม  รับตะวันใหม่ก่อนใคร ที่ ลานควายตู้ บนยอดเขา ภูสิงห์ – ภูผาผึ้ง วนอุทยานภูสิงห์ – ภูผาผึ้ง ในวันที่ 31 ธ.ค.59 – 1 ม.ค.60 กิจกรรมประกอบด้วย วันที่ 31 ธ.ค.59 เวลา 15.00 น. พิธีเปิดงาน เวลา 18.00 น.ร่วมกันสวดมนต์ ข้ามปี ส่วนช่วงเช้าวันที่ 1 ม.ค.59 เวลา 07.00 น.ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร คาวหวาน อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อเป็นสิริมงคล เป็นมงคลชีวิต ในวันขึ้นปีใหม่ รับเอาสิ่งใหม่ๆ สิ่งดีๆ เข้าสู่ตนเองและครอบครัว

วนอุทยานภูสิงห์ – ภูผาผึ้ง อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่อันดับต้นๆของจังหวัดอำนาจเจริญ อยู่ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 15 กิโลเมตร ตามถนนอรุณประเสริฐ ทางทิศตะวันตก ของตัวเมืองอำนาจเจริญ ถือว่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ จึงมีนักปีนเขา ไต่เขา เตี้ยๆ ไม่สูงมากนัก เดินทางขึ้นไปชมทิวทัศน์ ทัศนียภาพบนยอดเขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงนี้ เข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัว ทำให้การเดินทางขึ้นเขา ไม่ร้อน อากาศเย็นสบาย จึงเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับปีนเขา ชมธรรมชาติ และยามค่ำคืน อากาศหนาวเย็นที่สุด

สำหรับวนอุทยานภูสิงห์ – ภูผาผึ้ง ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านป๋าเจริญ ต.สร้างนกทา อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ โดยคาบเกี่ยวพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ต.คึมใหญ่,เหล่าพรวน อ.เมืองอำนาจเจริญ รวมถึง ตำบลโนนงาม อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงบักอี่ ดงหัวกอง มีเนื้อที่ 10,000 ไร่ กรมป่าไม้ได้ดำเนินการจัดตั้งเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2539

   วนอุทยานภูสิงห์ – ภูผาผึ้ง ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนกันเป็นเทือกยาว ในชั้นระดับความสูง จากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 – 300 เมตร บางส่วนเป็นลานหินกว้างและหน้าผาสูงชัน มีถ้ำขนาดกลางและขนาดเล็กหลายแห่ง และยังเป็นแหล่งต้นน้ำห้วยสีโทและห้วยทรายด้วย

วนอุทยานภูสิงห์ ภูผาผึ้ง ได้รับการปรับปรุงพัฒนาให้สะดวกสามารถเป็นเส้นทางเดินเท้า ขึ้นเขา ชมธรรมชาติ โดยไม่หลงป่า เพราะมีแนวชี้บอกทางเดินที่แน่ชัด ระยะเวลาในการเดินเท้าท่องเที่ยวชมธรรมชาติ โดยรอบจนกลับมาที่เดิม ใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง

การที่จะเข้าไปสัมผัสธรรมชาติอันสวยงาม ก็ต้องเดินเท้าอย่างเดียว โดยจุดเริ่มต้นที่วนอุทยานภูสิงห์ ภูผาผึ้ง ทางทิศใต้ เพื่อจะไปมนัสการ พระเทพรัตนโกสินทร์ แบบปางห้ามญาติ ประดิษฐานอยู่บนหินผาสูง คล้ายหน้าผา พระพักตร์หันไปทางทิศตะวันออก ด้านล่างเป็นลานหินกว้าง ท่ามกลางธรรมชาติทีสวยงาม เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนชั่วคราวของนักท่องเที่ยว และกราบขอพรบูชาพระเทพรัตนโกสินทร์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ลานควายตู้ อยู่ห่างจาก พระเทพรัตนโกสินทร์ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นลานหินกว้างใหญ่ ว่ากันว่า สมัยโบราณ นายฮ้อยวัว หรือ พ่อค้าวัว ควาย มักจะเดินทางค้าขายข้ามจังหวัด ผ่านป่าเขาลำเนาไพร หากมืดค่ำ ก็จะพักค้างแรม บริเวณนี้จึงเป็นที่สำหรับพักค้างแรมของบรรดานายฮ้อยวัว จึงเป็นที่มาของลานควายตู้ ให้เล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน

ห่างกันไม่ไกล ก็จะเป็นลานหินกว้าง 10 เมตร  ซึ่งหินคล้ายตะพาบน้ำตั้งอยู่บนลาน เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ ลมและแสงแดด ถัดไปทางทิศเหนือก็จะพบเห็น ผาผึ้ง มีลูกษณะเป็นหน้าผาสูง มีรังผึ้งอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และอยู่ใกล้กัน ก็จะเป็นผาส่อง ถือว่าเป็นจุดชมวิวทางธรรมชาติอีกจุดหนึ่ง เพราะผาส่องสามารถมองเห็น ทิวทัศน์ทางธรรมชาติได้ใกล้ชิดที่สุด

สำหรับ สถานีอ่างกบ เชื่อว่า เป็นอ่างน้ำสำหรับคน สัตว์ ที่อาศัยอยู่บนภูเขา ใช้ดื่มกินและมีกบจำนวนมากอาศัยอยู่ จะมีน้ำขังตลอดปี และมีสาหร่ายสีเขียวสดลอยอยู่เหนือผิวน้ำสวยงามาก

เมื่อเดินมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ไม่ถึง 6 กิโลเมตร ก็จะเป็นลานทุ่งหญ้ากว้าง ประมาณ 2 ไร่ ประกอบด้วยดอกหญ้านานาชนิดผุดขึ้นเต็มพื้นที่ ออกดอกหลากสี สร้างสีสันสวยงามมาก ซึ่งจะออกดอกในช่วงปลายฝนต้นหนาว ณ.จุดนี้ จัดให้เป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติที่สำคัญ เป็นไฮไลท์ ก็ว่าได้ ซึ่งจะให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต ที่ช่วยในการย่อยสลายเป็นอย่างดีและที่ผ่านมา มีนักเรียน นักศึกษา เดินทางเข้ามาค้นคว้า ศึกษาหาความรู้เป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงนี้ อากาศหนาว มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาพักค้างแรมสัมผัสอากาศหนาวเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแหล่ง เช่น อ่างเก็บน้าห้วยสีโท เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ  ผาหินวงกต น้ำตกห้วยทราย น้ำตกพญานาค ถ้ำยาว ภูเอ็น ท่ามกลางลมหนาว พัดกระทับกายตลอดเวลา

สำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการไปพักค้างแรม  วนอุทยานฯ เตรียมบ้านพักรับรอง และลานกางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งจะได้รับความปลอดภัย ดื่มด่ำบรรยากาศช่วงฤดูหนาวได้อย่างประทับใจ…

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เวอร์วังอลังการ! ‘วิมานหรู…น้องหมา’ ที่นี่ไม่ได้มีไว้ให้เช่า

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309691

เวอร์วังอลังการ! ‘วิมานหรู...น้องหมา’ ที่นี่ไม่ได้มีไว้ให้เช่า

เวอร์วังอลังการ! ‘วิมานหรู…น้องหมา’ ที่นี่ไม่ได้มีไว้ให้เช่า

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.30 น.

อลังการวิมานสุดหรูของ “น้องหมา” บรรยากาศชิวสุดๆ ออปชั่นครบ เจ้าของลั่น!ที่นี่ไม่ได้มีไว้ให้เช่า

ผู้สื่อข่าวรายงานประจำ จ.สุรินทร์ ได้ลงพื้นที่ อ.ชุมพลบุรี หลังจากที่ชาวบ้านขับรถสัญจรผ่านไปมาแล้วได้พบกับป้ายขนาดใหญ่ที่มีข้อความว่า “ตามนี้ครับ…ไม่ให้เช่า ไม่ต้องถาม ให้เสียเวลา เอาไว้ให้หมาวิ่งเล่น”

จากการตรวจสอบ พบว่า เป็นบ้านของ นายประชาธิปไตย อุทุม อยู่บ้านเลขที่ 386 หมู่ 15 ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี ซึ่งเป็นคนติดป้ายดังกล่าวเอง

นายประชาธิปไตย กล่าวว่า ที่ตนเขียนป้ายมาติดไว้ที่หน้าบ้าน ไม่ได้เขียนกระทบใคร แต่เขียนด้วยความเป็นจริง เพราะในแต่ละวันจะมีคนมาถามขอเช่าพื้นที่ เพื่อขายของวันหนึ่ง 3-4 ครั้ง ตนรำคาญจึงได้ติดป้ายดังกล่าว เพราะว่าในบริเวณบ้านได้เลี้ยงหมาไว้ 11 ตัว ซึ่งเมื่อก่อนตนก็เคยเปิดให้เช่าพื้นที่ตรงนี้ เพื่อให้ขายของ และตนก็ได้เลี้ยงหมาไว้ 2 ตัว ตอนแรกก็คิดว่าเป็นหมาที่มีเจ้าของเพราะมีป้ายติดที่คอ

ทว่า…เมื่อเวลาผ่านไปหมา 2 ตัว ที่ตนเลี้ยงไว้เกิดออกลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตนเกิดความสงสาร จึงตัดสินใจเลี้ยงไว้ทั้งหมด ตอนแรกตนก็ไม่ได้เป็นคนที่รักหมา แต่พอนานวันเข้าก็เกิดความผูกพันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน จึงได้ตัดสินใจสร้างบ้านหมาดังกล่าว แยกเป็นสัดส่วนไว้เป็นอย่างดี

สำหรับพื้นที่ดังกล่าว มีทั้งสนามวิ่งเล่นสำหรับหมา บ้านพักตากอากาศสุดหรู  มีเตียงนอนสำหรับหมา มีมุมดอกไม้สวยงาม จัดสวน บรรยากาศโรแมนติก ชิวสุดๆ โรงครัวปรุงอาหารหมา ทุกวันนี้ตนก็อยู่กับหมาที่เก็บมาเลี้ยง จนเกิดความผูกพันมากขึ้นทุกวันๆ และก็มีความสุขที่ได้ทำแบบนี้ ตนก็ไม่ได้สนใจคำพูดของคนอื่น เพราะว่าก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน

นายประชาธิปไตย กล่าวอีกว่า ตอนที่ให้เขาเช่าพื้นที่ หมาที่เลี้ยงไว้ก็โดนรถชนตายไป 6 ตัว ตนจึงตัดสินใจไม่ให้เช่าอีกเลย เพราะสงสารหมาที่เลี้ยงไว้ และตอนนี้ก็มีหมาทั้งหมด 11ตัว ตัวเมีย 6 ตัว ตัวผู้ 5ตัว จากหมาที่เก็บมาเลี้ยงไว้ 2 ตัว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดไฟท์บินปฐมฤกษ์กรุงเทพฯ-ดาลัด แอร์โฮสเตสจัดเต็มแฟชั่นโชว์กลางเวหา (ชมคลิป)

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309689

เปิดไฟท์บินปฐมฤกษ์กรุงเทพฯ-ดาลัด แอร์โฮสเตสจัดเต็มแฟชั่นโชว์กลางเวหา (ชมคลิป)

เปิดไฟท์บินปฐมฤกษ์กรุงเทพฯ-ดาลัด แอร์โฮสเตสจัดเต็มแฟชั่นโชว์กลางเวหา (ชมคลิป)

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.22 น.

บนเฟซบุ๊ก I’am Fight Kung ได้แชร์คลิปสุดฮือฮา เมื่อบนเครื่องบินของสายการบิน Vietjet Air เปิดตัวเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ดาลัด เมืองดอกไม้งามของประเทศเวียดนาม โดยสายการบินดังกล่าวนั้นเป็นสาย การบินลูกครึ่งไทย-ไทยเวียตนามทำเซอร์ไพรส์เที่ยวบินปฐมฤกษ์ฉลองเปิดเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ดาลัด ของเวียตนาม แอร์โฮสเตสจัดหนักจัดเต็มเดินแบบเซ็กซี่บิกินี่ดอกไม้กลางเวหากันเลยทีเดียว

สำหรับสายการบินไทยเวียตเจ็ท เซอร์ไพรส์ผู้โดยสารบนเที่ยวบินปฐมฤกษ์ด้วยแฟชั่นโชว์ในชุดบิกินี่ดอกไม้สดสวยงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์สีสันแห่งดอกไม้ (เฉพาะไฟล์ปฐมฤกษ์เท่านั้น) ในโอกาสฉลองเปิดเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ดาลัด ให้บริการเที่ยวบินไป-กลับ จำนวน 4 เที่ยวต่อสัปดาห์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดพฤติกรรมสุขภาพคนกรุง ออกกำลัง-กินผักน้อยป่วย5โรค

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309683

เปิดพฤติกรรมสุขภาพคนกรุง ออกกำลัง-กินผักน้อยป่วย5โรค

เปิดพฤติกรรมสุขภาพคนกรุง ออกกำลัง-กินผักน้อยป่วย5โรค

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 12.15 น.

คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน กทม. ผนึก 6 หน่วยงานพัฒนาระบบสุขภาพคนกรุง เผยชายกทม.อ้วนสูงสุด ออกกำลังกาย-กินผักน้อย ป่วย 5 โรค

19 ธ.ค.60 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นท์ คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน(กขป.) เขตพื้นที่ 13 โดยความร่วมมือของ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร , กระทรวงสาธารณสุข , สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ , สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข , สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพพื้นที่กรุงเทพมหานคร  เพื่อระดมความเห็นถึงแนวทางพัฒนาระบบสุขภาพในกรุงเทพมหานคร

นายทวีศักดิ์  เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การพัฒนาระบบสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ ต้องให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จึงมีคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน และในอนาคตอันใกล้นี้จะมีคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับเขต(พชข.) อีก 50 เขต เพื่อทำงานเชื่อมโยงกัน โดยกรุงเทพมหานครได้ตั้งเป้าหมายปลอดโรคยอดฮิตของคนเมือง ได้แก่ โรคอ้วน , เบาหวาน , ความดันโลหิตสูง , โรคหัวใจ , หลอดเลือดสมอง , ปัญหาสุขภาพจิต ทั้งการฆ่าตัวตาย ความเครียด โรคซึมเศร้า รวมถึงโรคติดต่อจากไข้เลือดออกและวัณโรค และโรคในผู้สูงอายุ มีอาหารปลอดภัยสำหรับการบริโภค และมีความปลอดภัยทางถนน เพื่อเป็นต้นแบบให้กับมหานครแห่งอื่นๆทั่วโลก

ด้าน นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ  สสส. ในฐานะคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตพื้นที่ 13 กล่าวว่า พฤติกรรมสุขภาพที่น่าสนใจของคนกรุงเทพ จากข้อมูลหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าประชากรกรุงเทพมหานคร ในปี 2560 พบว่า โรคที่น่าจับตาของคนกรุงเทพ จากการเข้ารักษาโดยใช้สิทธิบัตรทองย้อนหลัง 2 ปี อันดับ 1 คือ โรคความดันโลหิตสูง 2. ความผิดปกติทางเมตะบอลิก 3.เบาหวาน 4.ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนเฉียบพลัน และ 5 โรคข้อ

นอกจากนี้ ยังพบว่าคนกรุงเทพออกกำลังกายน้อยกว่าคนภาคอื่นๆ แต่มีสัดส่วนคนไม่สูบบุหรี่และดื่มสุราค่อนข้างสูง โดยคนที่สูบบุหรี่ ประมาณ 20% เคยได้รับการปรึกษาเรื่องลด ละ เลิกบุหรี่ นอกจากนี้จากผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 ระหว่างปี 2557-2558  พบว่า ผู้ชายในกทม.มีภาวะอ้วนสูงสุด ขณะที่ผู้หญิงมีสัดส่วนไม่ต่างกับผู้หญิงในภูมิภาคอื่นๆ คนกทม.บริโภคผักและผลไม้อย่างเพียงพอต่อวันเพียง 22% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยที่สุดรองจากภาคเหนือ 13% ส่วนความชุกของโรคความดันโลหิตสูงอยู่ที่ 23% และโรคเบาหวาน อยู่ที่ 8%

นพ.ชาญวิทย์ กล่าวอีกว่า การพัฒนาระบบสุขภาพพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงมีแนวทางที่สำคัญ 4 ประเด็นคือ 1.การพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพ กทม. เพื่อเห็นภาพรวมของปัญหาสุขภาพคน กทม. สำหรับจัดทำแผนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาสุขภาพจริง 2.การมีระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ที่กระจายตัวครอบคลุมเขตพื้นที่ที่ยังไม่มีสถานบริการสุขภาพ

3.การลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ ทั้งการบริโภคผักผลไม้ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายน้อย ส่งผลให้เกิดโรคติดต่อไม่เรื้อรัง และ 4. การลดอุบัติเหตุทางถนน  ซึ่งจะมีการวางแนวทางการปฏิบัติผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ร่วมกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตลาดแรงงานอนาคตไม่สดใส ปี61สถานการณ์หืดขึ้นคอ(ตอนที่ 1)

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309682

ตลาดแรงงานอนาคตไม่สดใส ปี61สถานการณ์หืดขึ้นคอ(ตอนที่ 1)

ตลาดแรงงานอนาคตไม่สดใส ปี61สถานการณ์หืดขึ้นคอ(ตอนที่ 1)

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 12.15 น.

หลายปีกับการมีงานทำที่ถดถอย และการว่างงานที่เพิ่มขึ้น ตลาดแรงงานปีหน้าจะเป็นเช่นไร? (ตอนที่ 1)

นับตั้งแต่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขึ้นบริหารประเทศตั้งแต่กลางปี 2557 จนถึงปลายปี 2560 โดยมุ่งมั่นที่จะบริหารประเทศให้เกิด ความมั่นคง ความมั่งคั่งและความยั่งยืน ความพยายามในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศหลุดพ้นจากหุบเหวแห่งความตกต่ำและฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาอันสั้น ความพยายามที่จะเร่งอุปสงค์ของตลาดแรงงานให้ซึมซับแรงงานใหม่ แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้การมีงานทำสูงดังเช่นก่อนหน้าในปี 2556 และปี 2557 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

จากภาพที่ 1 จะเห็นว่าการจ้างงานแม้จะผันผวนไปตามฤดูกาล การจ้างงานจะสูงสุดในช่วงกลางปี (เดือน มิ.ย.-ส.ค.) ของทุกปี และต่ำที่สุดในช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. ของทุกปี ในช่วงปี 2557 (กลางปี) ซึ่งรัฐบาล คสช. บริหารงาน แต่การจ้างงานก็ยังต่ำกว่าปี 2556 เกือบทุกเดือนโดยเฉพาะในเดือน เม.ย. การจ้างงานปี 2557 ต่ำกว่าปี 2556 ประมาณ 7 แสนคน และในเดือนที่มีการจ้างงานสูงสุด คือ เดือน มิ.ย. การจ้างงานต่ำกว่าปี 2556 ถึงประมาณ 5 แสนคน ในช่วงนี้น่าจะเป็นสภาพตามปกติที่รัฐบาลยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เกิดการลงทุนใหม่จึงยังไม่มีโครงการใหม่และตำแหน่งงานใหม่ๆ เกิดขึ้นมากพอที่จะดูดซับอุปทานแรงงานเก่าและใหม่ได้หมดทำให้การมีงานทำลดลง

สถานการณ์การจ้างงานอีก 2 ปี ถัดมาคือ ในปี 2559 ก็ยังไม่ดีขึ้นเกือบทั้งปี การจ้างงานยังต่ำกว่าปี 2556 เกือบทุกเดือนโดยเฉพาะช่วงหลังของปี การจ้างงานในปี 2559 และ 2560 (ประมาณการโดยผู้เขียน 2 เดือนสุดท้าย) ลดลงเป็นอย่างมาก ต่อเนื่องกันหลายเดือน ซึ่งแน่นอนย่อมส่งผลกระทบต่อความสามารถในการหารายได้มาเลี้ยงครอบครัวของประชากรวัยแรงงานให้เพียงพอซึ่งต้องทำด้วยความยากลำบากถึงแม้รัฐบาลจะใช้ความพยายามลดความทุกข์ยากโดยการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองอีกด้านหนึ่งของเหรียญก็คือ เมื่อการจ้างงานลดลงก็จะส่งผลให้กำลังแรงงานที่ไม่ได้รับการจ้างงาน (คนว่างงาน) จะมีจำนวนสูงขึ้นทุกปีเช่นเดียวกัน ดังปรากฏในภาพที่ 2 ในปี 2556 การว่างงานโดยรวมต่ำกว่าร้อยละ 1 โดยมีการว่างงานสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 3.6 แสนคน ใน ปี 2557 การว่างงานสูงที่สุดในเดือนมิถุนายนสูงถึง 4.5 แสนคน และเมื่อพิจารณาข้อมูลจำนวนการว่างงานทั้งปีก็พบว่า เปรียบเทียบปีต่อปีแล้ว ปี 2557 มีการว่างงานสูงกว่าปี 2556 ถึง 8 ใน 12 เดือน

สถานการณ์การว่างงานยังตกต่ำต่อเนื่องไปอีกเมื่อการมีงานทำยังไม่ค่อยฟื้นตัว อันเกิดจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น การส่งออกตกต่ำฟื้นตัวยังไม่มากพอ ราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญๆ ตกต่ำอย่างกว้างขวาง เป็นต้น ส่งผลให้จำนวนการว่างงานยังสูงกว่าช่วงเวลาเดือนเดียวกันถึง 10 เดือน ทั้งในปี 2559 และ 2560 (ประมาณการ) จึงพอที่จะอนุมานได้ว่า รัฐบาลกำลังเผชิญทั้งปัญหาการจ้างงานถดถอยและการว่างงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

..ดังนั้นถ้าจะให้คาดประมาณไปในปี 2561 ว่าจะเป็นปีที่สดใสของตลาดแรงงงานหรือไม่ ขอตอบได้เลยว่า “เป็นไปได้ยาก” ถ้ายังจะพัฒนาเศรษฐกิจเหมือนก่อนปี 2556 แต่ที่จริงแล้วรัฐบาลภายใต้การนำของท่านพลเอก ประยุทธ์ได้ทำอะไรไปมากในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ด้วยการวางแผนพัฒนาประเทศในระยะยาวซึ่งยังไม่มีรัฐบาลก่อนหน้านี้เคยทำมาก่อน ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ขนส่ง และระบบ โลจิสติกส์เสียใหม่เป็นต้นเพียงแต่ยังไม่เห็นผลในทันทีในขณะนี้เท่านั้น..

จากที่กล่าวมาในภาพรวมทำให้เห็นชัดเจนในช่วงเวลาที่ผ่านมา “ถึงแม้รัฐบาลจะใช้ความพยายามพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องภายใต้ภาวะการส่งออกที่มีการแข่งขันอย่างสูง แต่ประเทศกลับยังจมปลักอยู่กับการพึ่งพาตนเองไม่ได้มากนัก” เช่น การขยายตัวของเศรษฐกิจต้องพึ่งพาการส่งออกซึ่งขับเคลื่อนโดยบริษัทขนาดใหญ่จากต่างประเทศ การพึ่งพาการส่งออกยังมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 60 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม

แต่เมื่อ “การส่งออกไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็ว” ตามที่คาดหวังไว้ “รัฐบาลก็ต้องหันมาอาศัยตัวกระตุ้นภายในประเทศ” ซึ่งมีสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมที่ต่ำกว่าการส่งออกมาก เช่น “การใช้จ่ายในการบริโภคของเอกชน” แต่ก็มีปัญหาในเรื่องของ “รายได้ของประชาชนมากกว่า 24% ของคนทำงาน ซึ่งมีรายได้จากการเกษตรที่มีราคาต่ำที่สุดในรอบหลายปี” เช่นราคาข้าว ราคายาง ราคากุ้ง ราคาปาล์ม ฯลฯ ล้วนแต่ก็ยังไม่สามารถจะฟื้นตัวได้โดยง่าย

..เกษตรกรแต่ละครัวเรือนบางภาคที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวเหล่านี้รายได้ลดลง มีหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบมากกว่าสองแสนบาท จึงไม่มีจิตใจจะมาจับจ่ายใช้สอยเพื่อช่วยชาติ เพราะตัวเองกับครอบครัวยังลำบากอยู่มาก (ผู้อยู่ในทะเบียนยากจนของรัฐส่วนมากเป็นแรงงานนอกระบบและเกษตรกรมากกว่า 10 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของคนหาเงิน)..

“NIDA Poll” ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สอบถามความคิดเห็นประชาชนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,250 คน เมื่อ 20-21 พ.ย. 2560 เรื่อง “ช้อปช่วยชาติ” ก่อนเผยแพร่ผ่านสื่อเมื่อ 26 พ.ย.2560 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีภาระค่าใช้จ่ายประจำอยู่แล้ว จึงไม่ประสงค์จะเข้าร่าวมโครงการช้อปช่วยชาติ

ที่มา : http://nidapoll.nida.ac.th/index.php?op=polls-detail&id=567#

เมื่อหันมาหาเรื่องของการลงทุนใน “ภาคอุตสาหกรรมและบริการ” ก็เผชิญปัญหาหลายประการที่ไม่เอื้อให้ต่างชาติใหม่ๆ นำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่อง ขาดแคลนแรงงงานทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ “อุตสาหกรรมเดิมส่วนใหญ่เป็น SMEs มีจำนวนมากกว่าร้อยละ 90 ของสถานประกอบการ ที่มีข้อจำกัดในเรื่อง ทุน เทคโนโลยี นวัตกรรมที่เป็นของตัวเอง” และมีขีดความสามารถในการตลาดและการส่งออกจำกัด

จริงอยู่ที่รัฐบาลใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะช่วยปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและภาคการค้าและบริการให้หันเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยเฉพาะไทยแลนด์ 4.0 โดยเร่งใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์กับภาคการผลิตและภาคบริการซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างแน่นอน เนื่องจากไม่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจแบบเดิมๆได้อีกต่อไป “ในอดีตถึงแม้ว่าจะมีการลงทุนและร่วมทุนกับต่างประเทศมายาวนานมากกว่า 30 ปี แต่กลับไม่ได้ดูดซับเอานวัตกรรมจากการลงทุนของบริษัทข้ามชาติ” เพื่อให้ไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้บ้าง

ในที่สุดขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่เราพยายามทำและเรียกร้องขอความร่วมมือกับประเทศอื่นให้เขามาลงทุนในประเทศไทย “การเชื้อเชิญให้นักลงทุนใหม่เข้ามาอีกครั้ง ก็จะถูกตั้งเงื่อนไขเรื่องสิทธิประโยชน์ หรือขู่ว่าจะไปลงทุนในประเทศอื่นๆ ที่ให้สิทธิประโยชน์ที่ดีและมีแรงงานจำนวนมหาศาลรออยู่” เช่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย หรือ แม้แต่ฟิลิปปินส์ก็ตาม เราจึงเห็น FDI (Foreign Direct Investment-การลงทุนจากต่างชาติ) ใหม่ๆ เข้ามาไม่ใช่เรื่องง่ายจึงขยายตัวอย่างเชื่องช้า

3 ปีกว่า ของรัฐบาล เม็ดเงินจาก FDI ยังเข้ามาน้อยมากแต่ก็ยังมีหวัง เมื่อประเทศไทยเราพยายามจะเร่งพัฒนาการค้าชายแดนด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษและที่สำคัญที่สุดคือ Eastern Economics Corridor (EEC) โดยคาดหวังว่าจะเป็น New Trend สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมต่อเนื่องทางด้านการค้าและบริการ เป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์

..โดยเฉพาะอุตสาหกรรมด้วยแล้ว ถ้าเรายังทำแบบเดิมๆไม่พัฒนาบริษัทของคนไทยให้มีนวัตกรรมเป็นของตนเองบ้าง เราก็ยังจะทำความผิดพลาดแบบเดิมๆ โดยให้สิทธิประโยชน์พิเศษกับบริษัทต่างชาติโดยไม่มีเงื่อนไขด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี  ในที่สุดไทยก็ต้องเผชิญกับปัญหาเหมือนเดิมๆ คือ ไม่สามารถพัฒนาประเทศให้มั่งคั่งและยั่งยืนได้..

“กับดักรายได้ปานกลาง” (Middle Income Trap) หมายถึงการพัฒนาประเทศที่ในช่วงแรกสามารถเปลี่ยนจากประเทศยากจนขึ้นมาเป็นประเทศระดับปานกลางได้อย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่สามารถพัฒนาให้หลุดจากสถานะปานกลางดังกล่าว ขึ้นไปเป็นประเทศร่ำรวยหรือประเทศพัฒนาแล้วได้ ซึ่งสาเหตุคือภาคการผลิตในประเทศยังคงเป็นได้แต่เพียง “คนรับจ้างทำของให้ผู้อื่น” เท่านั้น ไม่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีขึ้นมาเป็นของตนเอง

ทางออกสุดท้ายสำหรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ คือ “ต้องใช้เครื่องมือด้านการใช้จ่ายของภาครัฐ” แต่ก็น่าเสียดายว่า “งบประมาณส่วนใหญ่ใช้ไปกับ เงินเดือน และค่าตอบแทน การใช้คืนเงินกู้รวมทั้งเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ในส่วนของสวัสดิการต่างๆก็เพิ่มขึ้นทุกปีๆ” ทำให้งบลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศโดยรัฐมีขอบเขตจำกัดมากๆ ถึงแม้ว่ารัฐไทยจะกู้มาเพิ่มเติมเพื่อใช้จ่ายในการลงทุนแต่ก็ทำได้จำกัดเนื่องจากต้องรักษาไว้ซึ่งวินัยด้านการคลัง

 

นโยบายทางการคลังที่ถูกนำมาใช้ก็ถูกจำกัดโดยงบประมาณของรัฐที่มีจำกัด การอาศัยค่าใช้จ่ายของรัฐบาลเพื่อมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดูอ่อนล้ามาก เมื่อพิจารณาองค์ประกอบทางด้านเศรษฐกิจทั้ง 4 ตัวแปร คือ การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนจากภาคเอกชน การลงทุนโดยภาครัฐและการตกต่ำของการส่งออกจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ (แข่งขันสู้เขาไม่ได้)

..การขยายตัวเศรษฐกิจ (GDP) โดยรวมในปี 2561 ก็อาจจะยังไม่สามารถเติบโตในระดับที่สูงคงจะป้วนเปี้ยนอยู่ในระดับ 4% แต่น่าจะดีกว่าปี 2560 ซึ่งทุกท่านก็ได้ทราบจากผลการศึกษาของหลายหน่วยงานรวมทั้ง TDRI ซึ่งให้ตัวเลขการคาดประมาณการเติบโตจะอยู่ระหว่าง 3.5-4.5 % ..

การที่เศรษฐกิจอาจจะไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็วอย่างที่รัฐบาลที่มาจากร่มเงาของ คสช. คาดหวังไว้ แต่การที่เศรษฐกิจที่คาดหวังเอาไว้ว่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา ย่อมส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานคนไทยในภาพรวมให้ฟื้นตัวได้เช่นกัน แต่ก็ขึ้นกับ “ฝีมือของประชารัฐ” จะช่วยกันปรับปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างอุปทานกับอุปสงค์ของแรงงานและคนทำงานให้สอดคล้องกับทิศทางใหม่ คือการพัฒนาประเทศโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลังได้อย่างไร?

การที่จะทำเช่นนี้ได้..รัฐบาลไม่มีทางเลือกมากนักที่จะต้องหันมาให้ความสนใจกับการผลิตและพัฒนากำลังของประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งผู้เขียนจะได้เขียนในตอนต่อไป!!!

ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หมีควายแสนรู้แห่งกุยบุรี ‘ชาลี ชักกุย’ ช็อกตายกระทันหัน

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309676

หมีควายแสนรู้แห่งกุยบุรี 'ชาลี ชักกุย' ช็อกตายกระทันหัน

หมีควายแสนรู้แห่งกุยบุรี ‘ชาลี ชักกุย’ ช็อกตายกระทันหัน

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.15 น.

วันที่ 19 ธันวาคม นายสาโรช จันทร์ลาด หัวหน้าฝ่ายสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจาก นายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีว่า เจ้าหมีความแสนรู้ “ชาลี ชักกุย” ได้เสียชีวิตลงโดยไม่ทราบสาเหตุภายในกรงเลี้ยงหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า หมีมีลักษณะอาการคล้ายน้ำลายฟูมปาก ก่อนช็อกตายกระทันหัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีอาการบ่งชี้ว่ามีปัญหาสุขภาพ ยังกินอาหารได้ดีตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เจ้าหนีชักกุยเคยเกิดอาการน้ำลายฟูมปากมาก่อน เนื่องจากถูกตะขาบกัด แต่ก็รักษาจนหายเป็นปกติ เบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่าอาจถูกสัตว์มีพิษกัดและมีอาการแทรกซ้อนจากอากาศหนาว แต่จะต้องนำศพไปส่งผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหิน เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าหมี “ชาลี ชักกุย” เป็นหมีควายแสนรู้ เพศผู้ อายุ 3 ปี ซึ่ง นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี พบขณะกำลังถูกสุนัขรุมกันหลังจากพลัดหลงกับแม่ในไร่สับปะรดที่บ้านพุบอน หมู่ 9 ต.ขาดหาม อ.กุยบุรี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 โดยขณะนั้นชักกุยมีอายุแค่ประมาณ 2 เดือน น้ำหนักเพียงแค่ 5 ก.ก. เจ้าหน้าที่จึงได้ให้การช่วยเหลือ กระทั่งพบว่า มีอาการป่วยทางสมองและเป็นโรคลมชัก โดยสัตวแพทย์ของโรงพยาบาลสัตว์หัวหิน ได้ช่วยกันรักษา ก่อนส่งกลับมาเลี้ยงที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี พร้อมกับตั้งชื่อว่า “ชาลี ชักกุย” โดยเลียนแบบชื่อของ “ชาลี ชับปุย” นักฟุตบอลชื่อดัง

ทั้งนี้เจ้า ชาลี ชักกุย เป็นหมีที่ถือว่าเป็นขวัญใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศจำนวนมาก เนื่องจากเป็นหมีอารมณ์ดี คุ้นเคยกับคน และมีเฟซบุ๊ก “ชาลี ชักกุย” ให้คอยติดตามอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก “ชาลี ชักกุย”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,890,762 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พลังผู้หญิง ‘ปูนซีเมนต์นครหลวง’ เปิดกว้างทุกความเป็นไปได้ องค์กรแห่งโอกาส เท่าเทียม ยั่งยืน ให้ ‘ผู้หญิง’ เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
โสภณ ตลก หมอวรงค์ ชี้สภาเลี้ยงข้าวสส.มานานแล้ว
พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน
อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
พลังงาน สั่งระดมรถบรรทุก-เพิ่มรอบส่งน้ำมัน เร่งกระจายเข้าปั๊มทั่วประเทศ แก้ขาดแคลน
ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่
มก.ขับเคลื่อนต้นแบบการศึกษาใหม่ของประเทศ เมื่อโรงเรียนกลายเป็นฟาร์มเรียนรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
หัวอกแม่เจ็บจี๊ด‘โอ๋ ภัคจีรา’ป้องลูกสาวได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเพราะเป็นลูกดารา
อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอน อ้างจัดการกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
งานวิจัยบุหรี่ไฟฟ้ายังเสียงแตก ผู้เชี่ยวชาญย้ำ 'การเลิกสูบ' ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

Recent Posts

  • อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
  • อิรักรุดเจรจาอิหร่าน ขอเปิดทางเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
  • จีนประกาศส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมช่วย “อิหร่าน-ตะวันออกกลาง”
  • เอเชียคุมเข้มพลังงาน หลายประเทศงัดมาตรการฉุกเฉิน รับมือวิกฤตน้ำมันตึงตัวจากสงครามตะวันออกกลาง
  • นักเขียนวางยาฆ่าสามี ฮุบสมบัติ 4 ล้านดอลลาร์ ก่อนแต่งหนังสือเด็กรับมือความสูญเสีย

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d