Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ไม่ใช่แค่หายจน…ต้องจัดว่ารวย! ชาวนาเมืองช้างตามรอยพ่อ รับเงินรายวัน รายเดือน รายปี

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309672

ไม่ใช่แค่หายจน...ต้องจัดว่ารวย! ชาวนาเมืองช้างตามรอยพ่อ รับเงินรายวัน รายเดือน รายปี

ไม่ใช่แค่หายจน…ต้องจัดว่ารวย! ชาวนาเมืองช้างตามรอยพ่อ รับเงินรายวัน รายเดือน รายปี

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.50 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ได้เดินทางไปพบกับ นางสำเภา จันคณา อายุ 48 ปี เกษตรกรชาวบ้านกระจับ ม.19 ต.พรมเทพ องท่าตูม จ.สุรินทร์ เกษตรกรผู้เดินตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยการใช้ชีวิตแบบพอเพียง ทำการเกษตรแบบผสมผสานบนที่นา 18 ไร่ ทำนา ปลูกพืชผักสวนครัว รั้วกินได้ทุกชนิด เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย และเป็ดไล่ทุ่งกว่า 800 ตัว มีรายได้รายวัน รายเดือน และรายปี ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น

นางสำเภา บอกว่า ทุกวันนี้มีรายได้รายวันจากการขายพืชผักสวนครัวที่ใช้เวลาปลูกระยะสั้น ใช้น้ำน้อย เช่น บวม ต้นหอม ผักชี มะกรูด มะนาว ฯลฯ และไข่เป็ด วันละ 20 แผง ให้กับเพื่อนบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียง ที่จะมาขอซื้อถึงหน้าบ้าน นอกจากนี้ยังมีรายได้รายเดือนประมาณ 30,000-40,000 บาท จากการขายส่งไข่เป็ด โดยมีพ่อค้าแม่ค้ามารับถึงบ้าน และมีรายได้รายปีเป็นเงินก้อนจากการทำนาปี ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ปลอดสารเคมี สารพิษ และการจำหน่าย วัวและควายที่เลี้ยงกว่า 50 ตัว มีรายได้หลายแสนบาทต่อปี

โดยเฉพาะช่วงหลังฤดูการเก็บเกี่ยวทุกๆปี นางสำเภา จันคณา และสามี จะไปซื้อแม่เป็ดพันธุ์ไข่กว่า 800 ตัว เพื่อมาเลี้ยงเป็นเป็ดไล่ทุ่ง โดยไม่ต้องเปลื้องเงินซื้อหัวอาหารแม้แต่บาทเดียว ปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ ตามทุ่งนาของตนเอง และทุ่งนาของเพื่อนบ้าน หากินเมล็ดข้าวที่ตกหล่น หอยเชอร์รี่ กุ้ง ปู ปลา และไส้เดือน ที่มีอยู่อย่างมหาศาล เพราะผืนนาทั้ง ต.พรมเทพ แห่งนี้ นางจีราภรณ์  ลักษวุธ  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมเทพ ได้รณรงค์ให้พี่น้องเกษตรกรชาวนา หันมาทำนาอินทรีย์ 100% โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และสารพิษเลย นับว่าเป็นวิธีการทางธรรมชาติพึ่งพากันโดยแท้จริง  ทำให้เกษตรกรชาวนาในพื้นที่หลายครอบครัว สามารถลดต้นทุนเรื่องอาหารเป็ด เป็ดไข่ได้ดีเป็นธรรมชาติ ส่วนนาข้าวก็สามารถลดต้นทุนเรื่องปุ๋ยยาเคมีภัณฑ์ต่างๆที่เป็นอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งเพื่อกำจัดศัตรูในนาข้าวได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดและชาวนา เป็นอย่างดี

“ที่นี่เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง 800 ตัว วันหนึ่งจะไข่ประมาณ 600 ฟอง เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง หลังฤดูการเก็บเกี่ยว เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคม เป็ดอายุ 4 เดือนก็จะเริ่มไข่ จะอยู่ได้ประมาณ 3 ปี มีรายได้จากการขายไข่เป็ดเดือนละประมาณ 30,000-40,000 บาท ขายปลีก ขายย่อย ให้ชาวบ้านใกล้เคียง มีรายได้ทุกวัน ส่วนรายได้รายเดือน ร้านในตัวเมื่อสุรินทร์ที่ตนไปซื้อแม่พันธุ์เป็ดจากมารับซื้อถึงบ้านทุกๆเดือน โดยไม่ต้องคัดไซด์ เพราะว่าไข่เป็ดอุดมสมบูรณ์ขนาดเท่ากัน ไข่เป็ดอยู่ได้นาน”

นางสำเภา บอกว่า อีกเรื่องที่ภูมิใจมาก คือ นายภูเบศวร์ จันคณา (เต้ย) ลูกชาย  เรียนจบวิศวกรรมเครื่องยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ถ่ายรูป เรือกสวน ไร่นา วัว ควาย และเป็ดไล่ทุ่ง ลงเฟสบุ๊คบอกว่า มีงานรองรับแล้ว เรียนจบแล้วจะกลับมาทำเกษตรที่บ้านเกิด ตามรอยพ่อหลวง ร.9 พอตนแอบไปเห็นก็เลยโทรไปถามลูกชายตรงๆว่า เต้ย อยากมาเป็นชาวนาทำเกษตรพอเพียงช่วยพ่อแม่จริงหรือเปล่า ลูกชายบอกว่า อยู่กรุงเทพฯ ทำงานไปด้วย หาเงิน เรียนด้วย กว่าจะจบก็เหนื่อย ไหนจะต้องไปสมัครงาน ไปเป็นลูกจ้างเขา จะกลับมาทำนา ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เลี้ยง วัว เลี้ยงควาน และเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง ที่บ้านเกิด ทำงานทดแทนบุญคุณ พ่อแม่ ก้าวตามบาท ศาสตร์พระราชา และนำความรู้ที่เรียนมาแผ่นดินเกิดต่อไป ซึ่งตนและสามีภูมิใจในลูกชายคนนี้มาก ระหว่างเรียนวิศวะกลับมาบ้านก็ช่วยเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย และเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง ไม่เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป ที่เอาแต่สนุก และเที่ยวเตร่ ขอเงินพ่อแม่ไปวันๆ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จุดชมวิวผามออีแดง9องศาฯ นทท.แห่ชมพระอาทิตย์ขึ้น3แผ่นดิน

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309656

จุดชมวิวผามออีแดง9องศาฯ นทท.แห่ชมพระอาทิตย์ขึ้น3แผ่นดิน

จุดชมวิวผามออีแดง9องศาฯ นทท.แห่ชมพระอาทิตย์ขึ้น3แผ่นดิน

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.42 น.

19 ธ.ค.60 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป อุณหภูมิจะลดลงได้อีก 1-3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง

ที่จุดชมวิวผามออีแดง และผาฮับตะวัน อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 9 องศาเซลเซียส ลมแรง นักท่องเที่ยวทั้งที่เป็นชาวศรีสะเกษและที่มาจากต่างจังหวัด รวมถึงชาวต่างชาติ พากันขึ้นสัมผัสสายหมอก กับอากาศที่หนาวเย็น พร้อมชมตะวันขึ้นสามแผ่นดินคือขึ้นจากฝั่งประเทศลาว ผ่านกัมพูชา และเข้ามาประเทศไทยตอนล่างที่สวยงาม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘จ่าพิชิต’แนะคนรอบข้างช่วยดูแลแฟนคลับ’จงฮยอน’ หวั่นเลียนแบบฆ่าตัวตาย

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309654

'จ่าพิชิต'แนะคนรอบข้างช่วยดูแลแฟนคลับ'จงฮยอน' หวั่นเลียนแบบฆ่าตัวตาย

‘จ่าพิชิต’แนะคนรอบข้างช่วยดูแลแฟนคลับ’จงฮยอน’ หวั่นเลียนแบบฆ่าตัวตาย

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.28 น.

19 ธ.ค. 60 จากกรณีการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของนักร้องหนุ่มชาวเกาหลีใต้ที่มีชื่อเสียงอย่าง คิม จงฮยอน วงชายนี่ (SHINee) และทางต้นสังกัดอย่าง เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนท์เมนท์ ก็ออกมาแถลงยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง จนทำให้ชายนี่เวิลด์ (ชื่อแฟนคลับ) ทั่วโลก และผู้ที่รู้จักหนุ่มคนนี้ต่างแสดงความเสียใจอย่างต่อเนื่อง

ด้านเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้มีการโพสต์ชี้แจงเรื่องพฤติกรรมเลียนแบบการฆ่าตัวตายของผู้อื่น (copycat suicide หรือ suicide contagion) โดยฝากถึงพ่อแม่พี่น้อง ก่อนที่จะด่าแฟนคลับว่าไม่มีหัวคิด ไม่รักชีวิต ไม่คิดถึงพ่อแม่เหรอ ทำไมต้องฆ่าตัวตายตามใครก็ไม่รู้ที่ไม่เคยเจอตัวเป็นๆ ด้วย ว่า “การเสียชีวิตของบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีคนชื่นชอบติดตามมากมาย มีผลกระทบต่อจิตใจของประชาชนที่ติดตามข่าวมาก ยกตัวอย่างเช่น เชสเตอร์ นักร้องนำวง Linkin Park บางคนได้ยินข่าวก็ถึงกับเฟลและซึมเศร้าไปสักระยะ ส่วนคนที่เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว การรับรู้ข่าวก็อาจเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคซึมเศร้าได้

โดยเฉพาะยิ่งเป็นข่าวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของบุคคลที่มีชื่อเสียง อาจทำให้เกิด suicidal contagion ตามมา และทำให้สถิติการฆ่าตัวตายหลังข่าวที่ว่าสูงพรวดพราดอยู่ระยะหนึ่ง คนที่ฆ่าตัวตายจากรูปแบบนี้ความนึกคิดเขาก็เหมือนคนที่เป็นโรคซึมเศร้าหนักๆ คือรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่มีความหมาย ตอนนี้ที่สำคัญมากๆ และจำเป็นสุดๆ ไม่ใช่การตำหนิด่าว่าหรือสั่งสอน แต่เป็นการ เฝ้าระวัง

ก็ฝากพ่อแม่ทุกคน กรุณาดูแลบุตรหลานโดยเฉพาะน้องๆ ที่เขาติดตามศิลปินเกาหลีอย่างใกล้ชิดมากในช่วงนี้ เพราะข่าวศิลปินดังเสียชีวิต อาจส่งผลต่อแฟนคลับมากจนบางคนอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้า หรือคนที่เป็นอยู่แล้วก็อาจจะอาการหนักมากขึ้น หากสังเกตว่ามีอาการไม่สู้ดี มีแนวโน้มทำร้ายตัวเอง พูดประมาณว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่อยากอยู่ ไม่อยากมีชีวิต อยากหายตัวไป”

ทั้งนี้ เพจดังกล่าวยังได้โพสต์รูปภาพหนึ่งซึ่งมีข้อความว่าเด็กไทยที่ชื่นชอบนักร้องคนนี้มากๆ พยายามฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ และในมือก็ถือรูปของ จงฮยอน เอาไว้ด้วย ซึ่งต่อมามีผู้มาคอมเมนต์ว่าเสียชีวิตแล้ว

ขอบคุณภาพ : jonghyun.948

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แฟนคลับช็อค! ‘จงฮยอน’SHINeeเสียชีวิต คาดรมควันพิษฆ่าตัวตาย

ต้นสังกัดยัน’จงฮยอน’เสียชีวิต จัดพิธีศพอย่างเงียบๆ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.แห่สัมผัสอากาศหนาวคึกคัก! ดอยอินทนนท์เกิดเหมยขาบเย็นยะเยือก6องศา

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309647

นทท.แห่สัมผัสอากาศหนาวคึกคัก! ดอยอินทนนท์เกิดเหมยขาบเย็นยะเยือก6องศา

นทท.แห่สัมผัสอากาศหนาวคึกคัก! ดอยอินทนนท์เกิดเหมยขาบเย็นยะเยือก6องศา

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 08.42 น.

19 ธ.ค.60 นายรุ่ง​ หิรัญ​วงษ์​ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์​ เปิดเผยว่า​  สภาพอากาศบนดอยอินทนนท์​อากาศ​หนาว​เนื่องจาก​อุณหภูมิลดลงอีก​  และเกิดเหมยขาบ หรือแม่คะนิ้งตั้งแต่ กม.42-47​ เป็นบริเวณ​กว้าง​ สร้างความ ตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสัมผัสความหนาว และชมความสวยงามของธรรมชาติบนดอยอินทนนท์​ ซึ่งอุณหภูมิบนดอยอินทนนท์วัดได้อุณหภูมิ  6​ องศาเซลเซียส​ ที่​กิ่วแม่ปานอุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส​ ส่วนที่ทำการอุทยานฯอุณหภูมิ วัดได้​ 11 องศาเซลเซียส​  มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในวันที่ 18 ธ.ค.60 จำนวน 6,406 คน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เก็บเงินประกันสังคมเพิ่ม อย่าลืมทำให้ประชาชนเชื่อมั่น

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309586

เก็บเงินประกันสังคมเพิ่ม  อย่าลืมทำให้ประชาชนเชื่อมั่น

เก็บเงินประกันสังคมเพิ่ม อย่าลืมทำให้ประชาชนเชื่อมั่น

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นข่าวที่ทำเอาบรรดา “มนุษย์เงินเดือน” เครียดไปตามๆ กัน เมื่อช่วงปลายเดือนต.ค. 2560 กับกรณีที่ นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยเมื่อ 19 ต.ค. ว่า สปส. มีแนวคิดที่จะ “เพิ่มเพดานการเก็บเงินสมทบ” จากเดิมไม่เกินเดือนละ 750 บาท เป็นไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท โดยเพดานใหม่นั้นจะเก็บตามขั้นบันได ตั้งแต่ผู้มีเงินเดือน 16,000 บาทขึ้นไปตามลำดับ จนไปสุดเพดานที่เดือนละ 1,000 บาท สำหรับผู้ที่มีเงินเดือนมากกว่า 20,000 บาทขึ้นไป เนื่องจากอัตราเดิมใช้มานานถึง 27 ปี จึงไม่สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน

ทว่าทันทีที่เรื่องนี้กลายเป็นข่าว ก็เช่นเดียวกับ “ทุกๆ การเก็บเงินโดยรัฐ” ไม่ว่าค่าธรรมเนียมหรือภาษีใดๆ ก็ตาม สิ่งที่ตามมาคือ “แรงต้าน” จากประชาชน แม้ฝ่ายรัฐจะพยายามชี้แจงว่าการเก็บเงินดังกล่าวนั้นเพื่อประโยชน์ของประชาชนเองก็ตาม รวมถึงกรณีประกันสังคม ที่แม้ สปส. ย้ำว่าหากเก็บเพิ่มได้จริงจะสามารถเติมวงเงินสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของผู้ประกันตนให้มากขึ้นได้ แต่เสียงคัดค้านก็ยังดัง กระทั่ง 24 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกมายืนยันว่า ยังไม่มีการเก็บเงินสมทบเพิ่ม โดยให้ไปทำความเข้าใจกับประชาชนก่อน

ต้นเดือนธ.ค. 2560 วันเวลาผ่านไปเดือนเศษและข่าวดังกล่าวค่อยๆ เงียบหาย มีการจัดเวทีเสวนาเรื่อง “ขึ้นเบี้ยประกันสังคม ใคร
ได้ประโยชน์?” ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ถ.เสรีไทย ย่านบางกะปิ กรุงเทพฯ โดย ดร.ติญทรรศน์ ประทีปพรณรงค์ อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ NIDA กล่าวว่า แนวคิดการปรับเพดานเงินสมทบกองทุนประกันสังคม จาก 750 บาท เป็น 1,000 บาท เริ่มมีการพูดกันตั้งแต่เมื่อปี 2559

แต่เมื่อปรากฏเป็นข่าวแล้วมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน ทางฝ่าย สปส. ก็จะออกมาตอบโต้ ซึ่งมองว่า “วิธีการสื่อสารของรัฐมักมีปัญหาเสมอ” ในหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา ยกตัวอย่างก่อนหน้านี้ที่สำนักโพลล์ต่างๆ รวมถึง NIDA POLL ไปสอบถามความคิดเห็นประชาชนในเรื่องการปรับเพดานเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเพิ่มขึ้น พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ทว่าหลังจากนั้น ทาง สปส. ก็ตอบโต้ด้วยการเผยแพร่ผลโพลล์เช่นกันที่บอกว่าส่วนใหญ่เห็นด้วย อีกทั้งย้ำว่าได้รับฟังความคิดเห็นตลอดปี 2559 กว่า 2,000 เวที

จึงกลายเป็น “ความอลหม่านของข้อมูล” ที่เมื่อฝ่ายหนึ่งเสนอข้อมูลชุดหนึ่งอีกฝ่ายก็จะเอาข้อมูลอีกชุดมา “เกทับ” กันไป-มา ทั้งที่จริงๆ ยังมีอีกหลายภาคส่วนที่ไม่ได้ถูกรับเชิญไปร่วมแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อเปรียบเทียบระหว่างประกันสังคมกับ “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตร 30 บาท-บัตรทอง)” อาทิ ผู้หญิงไปตรวจมะเร็งเต้านม ประกันสังคมจะกำหนดเกณฑ์อายุไว้ในขณะที่บัตรทองไม่ได้กำหนด จึงเกิดคำถามว่า “เหตุประกันสังคมต้องมีข้อกำหนด..แต่บัตรทองไม่มี?” จนมีบางคนบอกว่าบัตรทองดีกว่าประกันสังคมเสียอีก เป็นต้น

“เวลารัฐจัดการรับฟังความคิดเห็น มักจะทำในรูปแบบที่เคยๆ ทำกันมา คือใครที่เคยมาก็จะมา แต่ใครที่ไม่เคยมาแล้วควรจะมา ก็อาจจะถูกละเลย ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่คนที่ไม่อยากจะให้เก็บเพิ่ม เขามองว่าประโยชน์ที่เขาจะได้มันไม่มากพอ มีความเห็น 2 ส่วนเท่าที่ได้ติดตามข้อมูลมา คนที่เห็นด้วยมักจะมองไปที่การเก็บออมบำนาญชราภาพ มองว่าระยะยาวมันคุ้ม แต่คนที่ไม่เห็นด้วยเขามองที่การรักษาพยาบาล”ดร.ติญทรรศน์ กล่าว

ขณะที่ ดร.ฌานิทธิ์ สันตะพันธุ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ NIDA เล่าย้อนถึงประวัติศาสตร์ของแนวคิด “สวัสดิการสังคม” ซึ่งประกันสังคมก็เป็น 1 ในนั้นว่า ในทวีปยุโรปเมื่อร้อยกว่าปีก่อนที่สังคมยุคนั้นเน้นอุตสาหกรรมเต็มตัวภายใต้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเริ่มมีการพบว่า “เศรษฐกิจเสรีอย่างเดียวก่อปัญหาความเหลื่อมล้ำ” เพราะคนแต่ละคนมีโอกาสไม่เท่ากัน คนจำนวนน้อยกอบโกยได้มากแต่คนส่วนใหญ่แทบไม่ได้อะไรดังนั้น “รัฐจึงต้องเข้าไปแทรกแซงในบางเรื่อง” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำดังกล่าว

อาทิ มีกฎหมายคุ้มครองแรงงาน รวมถึงมีระบบประกันสังคมที่ “นายจ้าง-ลูกจ้าง-รัฐบาล” สมทบเงินเข้ากองทุน ซึ่งแต่ละชาติจะกำหนดสัดส่วนของแต่ละฝ่าย และสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนแตกต่างกันออกไป เช่น ฝรั่งเศส ประเทศที่ ดร.ฌานิทธิ์ เคยไปเรียนต่อ ลูกจ้างจ่ายร้อยละ 0.75 ของรายได้ นายจ้างจ่ายร้อยละ 12.8 และรัฐบาลจ่ายอีกร้อยละ 12 ทั้งนี้สวัสดิการอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ “ประกันสังคมฝรั่งเศสช่วยเงินค่ารักษาพยาบาลถึงร้อยละ 75 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด” ส่วนอีกร้อยละ 25 จะมีประกันชีวิตภาคเอกชนที่แต่ละคนทำไว้มาสนับสนุน

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทย ดร.ฌานิทธิ์ ตั้งข้อสังเกตว่า “นโยบายด้านสวัสดิการสังคมเป็นนโยบายที่ภาครัฐของไทยให้ความสนใจค่อนข้างน้อย” ซึ่งสาเหตุอาจเป็นเพราะทำแล้วไม่เห็นผลเป็นตัวเลขชัดเจนอย่างนโยบายด้านเศรษฐกิจ เช่น การส่งออก มาตรการทางการเงินการคลัง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่รัฐบาลไทยจะนิยมทำเป็นเรื่องแรกๆ เสมอ แต่มาตรการทางสังคมจะเป็นเรื่องท้ายๆ และมักจะถูกละเลยมาตลอด

“ผมอยากตั้งข้อสังเกต คือมีคนถามผมว่าคนฝรั่งเศสคิดอย่างไรกับการเสียภาษี? ผมเห็นว่าคนบ้านเขาไม่ได้เห็นว่าการเสียภาษีเป็นเรื่องที่ต้องหลบเลี่ยง คือเป็นเรื่องที่เขาเต็มใจที่จะเสียภาษี เพราะเขารู้สึกว่าเขาได้อะไรกลับคืนจากรัฐเยอะ” ดร.ฌานิทธิ์ ระบุ

ซึ่งเรื่องของ “ความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ” ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ผศ.ดร.ดนุวัศ สาคริก ผู้ช่วยคณบดีด้านสื่อสารองค์การและกิจการนานาชาติ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ NIDA กล่าวว่า ในมุมหนึ่งอีก 10 ปีข้างหน้าคนไทยจะเริ่มเกษียณอายุกันมาก เข้าสู่ “สังคมสูงวัย” ที่จะต้องใช้บริการจากภาครัฐมากขึ้น ก็จะต้องนำเงินจากประกันสังคมมาใช้เพิ่มขึ้น จึงอาจ “จำเป็น” ที่ต้องเร่งปรับเพิ่มการจ่ายเงินสมทบตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มีเงินพอสำหรับอนาคต

แต่ในอีกมุมหนึ่ง เมื่อมีการปรับเพิ่มสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ “ประชาชนย่อมจะมีความคาดหวังสูงขึ้นด้วย” ว่าจะได้อะไรกลับมา มีความชัดเจนเรื่องคุณภาพการบริการที่ประชาชนรู้สึกพึงพอใจและทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงประเด็น “ความโปร่งใส” เช่น การแยกเงินออกเป็น 2 ส่วนคือ “เงินค่ารักษาพยาบาล-เงินชราภาพ” ซึ่งในต่างประเทศก็มีการแยกออกจากกัน

“ถ้าจะทำให้ชัดเจนขึ้นมันอาจจะต้องแบ่งเป็น 2 ระดับจากเงินที่เราเสียไป ก้อนหนึ่งคือค่ารักษาพยาบาล กับอีกก้อนคือเงินที่เราต้องใช้หลังเกษียณ ถ้าแบ่งแบบนี้แล้วให้คนที่เขาเสียเงินไปทุกๆ เดือนได้เห็นชัด แบบนี้ก็จะดี อย่างบริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สิ้นปีเขาก็จะส่งสลิปมาระบุชัดเลยว่านายคนนั้นคนนี้มียอดสะสมเท่าไร ผลตอบแทนเท่าไร แต่ประกันสังคมเป็นการจ่ายแบบลงขัน เดือนละ 750 บาท 1,000 บาท สิ้นปีมาเราไม่รู้ว่าเงินตรงนี้ไปอยู่ที่ไหน มันเพิ่มขึ้นหรือเปล่า เพราะมันไม่ได้มีชื่อของเราไปติดไว้อยู่” ผศ.ดร.ดนุวัศ ให้ความเห็น

หากนับถึง ณ สิ้นเดือนก.ย. 2560 ซึ่งเป็นช่วงสิ้นปีงบประมาณ 2560 ข้อมูลจากเว็บไซต์ สปส. มีผู้ประกันตน มาตรา 33 หรือลูกจ้างในสถานประกอบการ จำนวน 10,733,498 คน ซึ่งมนุษย์เงินเดือนเหล่านี้คือ “ลูกค้าหลัก” ของกองทุน ขณะที่การใช้สิทธิต่างๆ ก็พบว่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการปรับอัตราการจ่ายเบี้ยประกันสังคมเพิ่มขึ้น

แม้จะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้…แต่ก็ต้องสร้างความมั่นใจกับประชาชนด้วยเช่นกัน!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

“จุรินทร์”อึ้ง!เจอคำถามที่ลืมไม่ลงกลางรพ.พิมาย

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309603

“จุรินทร์”อึ้ง!เจอคำถามที่ลืมไม่ลงกลางรพ.พิมาย

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

nn…ช่วงนี้กระจอกข่าวมักจะเห็น กกต.สมชัย ศรีสุทธิยากร โพสต์เฟซบุ๊คไม่เว้นวัน แม้กระทั่งวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ยังขยันออกมาโพสต์ ซึ่งเรื่องส่วนใหญ่ที่โพสต์นั้น ก็ไม่พ้นประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติ กกต.ใหม่ กฎหมายในการเลือกตั้ง และเขียนโต้นักการเมือง นักวิชาการ และคนสำคัญอย่าง ประธานกรธ. “มีชัย ฤชุพันธุ์” ที่ถือว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเลยทีเดียว… เอาเป็นว่าหากอาจารย์มีชัย ออกมาให้สัมภาษณ์ อาจารย์สมชัยก็จะออกมาโต้ทันที แบบนี้คล้ายๆกับคำว่า “เพราะรักดอก จึงหยอกเล่น” รึป่าวน้า เพราะเห็นกกต.สมชัย ออกมาโพสต์แต่ละครั้งก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลยเจ้าค่ะ เพราะบทความที่เขียนออกมานั้น สามารถนำไปพาดหัวลงหนังสือพิมพ์ได้เกือบทุกวันเหมือนกัน จนสื่อมวลชนตั้งฉายาให้อาจารย์สมชัยว่า “กกต.รายวัน” บางวันมาเบิ้ล 2-3 โพสต์ แหม… เห็นอย่างนี้แล้วกระจอกข่าวก็ดีใจเจ้าค่ะ เพราะจะได้มีข่าวส่งเข้าออฟฟิศทุกวัน เป็นเรื่องที่ดีเจ้าค่ะ แต่ล่าสุดมีคนมาถามกระจอกข่าวว่า เห็นโพสต์แวบๆ ของอาจารย์สมชัยไปยืนหน้าร้านชุดแต่งงาน ไม่แน่กระจอกข่าวและพี่ๆสื่อมวลชนประจำ กกต. อาจได้รับการ์ดสีชมพูในเร็ววันนี้รึป่าวน้า…!!! …nn

nn…ต้นเดือนที่ผ่านมา อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ “สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล” ในฐานะชมรมคนรักต้นไม้ พร้อมคณะเดินทางไปศึกษาธรรมชาติที่ป่าเฉลิมพระเกียรติฯ บนที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ “ป่าพะยูง ตูลูลูด” ต.บางหมาก อ.กันตัง จ.ตรัง พร้อมเยี่ยมเยียนชุดเฝ้าระวังต้นไม้…เห็นภาพถ่ายในเฟซบุ๊คของอดีต สส.ตรังแล้ว รู้ได้เลยว่า “ป่าสมบูรณ์” เหมือนชื่อคนไปเยือนจริงๆ…ซึ่งที่นี่มีต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก ในจำนวนนี้มีต้นมะฮอกกานีและต้นพะยูงจำนวนหนึ่ง ด้วยเป็นไม้ราคาแพงจึงถูกลักลอบตัดบ่อยครั้ง…เหตุนี้ทุกภาคส่วนทั้ง ชาวบ้าน ผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ตำรวจทหาร จึงบูรณาการความร่วมมือกันตั้งชุดเฝ้าระวังต้นไม้มีค่าออกลาดตระเวนทุกคืน และก็ประสบความสำเร็จ เพราะจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครลอบเข้ามาตัดไม้พะยูงเหล่านี้ได้เลย…นอกจากการพูดคุย เฮียสมบูรณ์ยังได้ให้กำลังใจทีมเฝ้าระวังการลักลอบตัดไม้พะยูง นำโดยกำนันตะฝน ยะฝา ให้เดินหน้าต่อไป…ได้ยินได้ฟังประสบการณ์ดีๆอย่างนี้ พื้นที่ไหนมีไม้มีค่ามีราคา จะลองเอา “ตูลูลูดโมเดล” ไปใช้ในชุมชนของตัวเองบ้าง ก็น่าลอง เพราะเรื่องแบบนี้หากชุมชนผนึกกำลังอย่างเข้มแข็งจริงจัง ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ความสำเร็จก็จะปรากฏอย่างที่ชาวกันตังทำมาแล้ว…nn

nn….ยังคงออนทัวร์ไปทั่วทุกภาคของประเทศขึ้นเหนือลงใต้ ไปอีสานต่อเนื่อง.. ล่าสุดแอบเห็น “อู๊ดด้า-จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไปเดินยิ้มเผล่ที่อ.พิมาย จ.นครราชสีมา โดยมีโปรแกรมงานยาวต่อเนื่อง ตอนเดินทางไปถึงก็เย็นย่ำพอดี ก่อนประเดิมเข้างานประจำปีอำเภอพิมาย เลยมีโอกาสเดินชม “ถนนคนเดิน” ซึ่งแผงขายของเพียบ ทั้งข้าวปลาอาหารแห้ง อาหารสด เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้จิปาถะ….เรียกว่าเดินให้เพลินกันไปเลย แต่ที่สร้างความประทับใจให้อู๊ดด้าสุดๆก็คือ ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส มีไมตรีจิต….

…หลังจบภารกิจแรก ถัดมาอู๊ดด้ายังได้ไปเยี่ยมรพ.พิมาย ที่นอกจากตั้งใจไปเยี่ยมบุคลากรที่เคยร่วมทำงานด้วยกันมาสมัยเป็นรมว.สาธารณสุขแล้ว…ยังตั้งใจไปดู “อาคารผู้ป่วยใน” 7 ชั้น 89 ล้านบาท ที่เคยจัดงบประมาณให้และไปวางศิลาฤกษ์ไว้เมื่อปี 2554 ด้วย…งานนี้ เจ้าตัวก็ได้รับการต้อนรับอันอบอุ่น ทั้งจากอดีต ผอ.-ผอ.คนปัจจุบัน แพทย์ พยาบาลและบุคลากรของโรงพยาบาล ยังรวมถึงสาธารณสุขอำเภอ ผอ.รพ.สต. ตลอดจน อสม.ที่มาต้อนรับ..ไม่เว้นแม้แต่คนไข้…ที่สำคัญอู๊ดด้ายังเล่าด้วยว่า ไฮไลท์การมาเยี่ยมเที่ยวนี้คือ ได้ถือไมค์พูดกับคนไข้ที่มารอรับบริการนับร้อยชีวิต “เป็นครั้งแรกของผมเลย สมัยเป็นรมว.สาธารณสุข ไปเยี่ยมมาหลายโรงพยาบาล ยังไม่เคยมีโอกาสได้พูดไมค์กับคนไข้ขนาดนี้” แต่ดูเหมือนเป็นยิ่งกว่าไฮไลท์ของงาน เพราะเจ้าตัวถึงกับออกปากว่าทำเอา “ที่ลืมไม่ลง”กันเลย ก็เพราะมีคนไข้ยิงคำถามโป้งเข้าให้ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับอาการป่วยทำนองว่า “ฉันจะหายเมื่อไหร่ค่ะ เมื่อไหร่ครับ”เลยสักนิด แต่กลายเป็นคำถามว่า “หัวมันจะขึ้นราคาบ่อออ?”…จบคำถามไม่ใช่จะทำให้แค่หมอ พยาบาลทำท่าจะป่วยฉับพลัน แต่กลายเป็นตัวอู๊ดด้าเองด้วย…แหมมม ตอนนี้ตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก…ก็ถือซะว่าซักซ้อมเป็นประสบการณ์เอาไว้สมัยหน้าละกันนะเฮีย…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โปรดฟังอีกครั้ง!ทนายดังย้ำครอบครอง‘บุหรี่ไฟฟ้า-น้ำยา’มีความผิด

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309597

โปรดฟังอีกครั้ง!ทนายดังย้ำครอบครอง‘บุหรี่ไฟฟ้า-น้ำยา’มีความผิด

โปรดฟังอีกครั้ง!ทนายดังย้ำครอบครอง‘บุหรี่ไฟฟ้า-น้ำยา’มีความผิด

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 19.25 น.

โปรดฟังอีกครั้ง!ทนายดังย้ำ‘บุหรี่ไฟฟ้า-น้ำยา’เป็นสิ่งของต้องห้าม ชี้ผู้ครอบครองมีความผิดด้วย

18 ธ.ค.2560 จากกรณีที่ นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คส่วนตัวเมื่อ 11 ธ.ค. 2560 อธิบายข้อกฎหมายว่าผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 246 ในข้อหาช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่ไม่ผ่านพิธีศุลกากรอย่างถูกต้อง ซึ่งผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นวงกว้างนั้น

ล่าสุด นายเกิดผล ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าว “แนวหน้าออนไลน์” ย้ำถึงเรื่องนี้อีกครั้งว่า เมื่อมีประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 ซึ่งในประกาศดังกล่าวกำหนดให้ทั้งบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงน้ำยาหรือสิ่งใดๆ ที่ใช้เป็นแหล่งกำเนิดควันสำหรับใช้ร่วมกับอุปกรณ์การสูบข้างต้น เป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้า ดังนั้นผู้นำเข้ามาย่อมต้องมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 244 ฐานนำเข้าในลักษณะหลีกเลี่ยงข้อห้ามหรือข้อจำกัดของสิ่งของนั้นด้วย

นายเกิดผล กล่าวต่อไปว่า บทบัญญัติดังกล่าวไม่ใช่ของใหม่ โดยสามารถเทียบเคียงกับมาตรา 27 และมาตรา 27 ทวิ ตามกฎหมายเก่าคือ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 จะพบว่ามีสาระสำคัญเหมือนกัน และย้ำด้วยว่า เป็นไปได้ยากที่คนไทยผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าจะสามารถอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย เพราะตามหลักกฎหมายอาญาระบุชัดว่าบุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได้ การยกเหตุผลต่อสู้ในประเด็นนี้คงมีได้ไม่กี่เรื่อง เช่น ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นเวลานานมาก พอกลับมาเมืองไทยก็พกพากลับมาด้วย เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีมีผู้สอบถามว่า หากเป็นใบยาสูบที่เป็นพืชจะมีความผิดหรือไม่ ประเด็นนี้หากเป็นใบยาสูบที่ปลูกในประเทศ ก็ต้องไปดูข้อกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ แต่โดยทั่วไปบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ใช้ใบยาสูบอยู่แล้วแต่ใช้เป็นน้ำยา ซึ่งข้อกฎหมายก็ชัดเจนว่าน้ำยาสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนใบยาสูบหรือพืชที่ใช้สำหรับสูบนั้นเข้าใจว่าหมายถึงนำมาใช้กับบารากู่ ตรงนี้หากเป็นการนำเข้ามาก็ชัดเจนว่ามีความผิดเช่นกัน

“ถ้าคนที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่มีไว้แล้วมีความผิดตามกฎหมาย อะไรที่เขาประกาศว่ามันเป็นความผิดแม้ว่าเราจะบอกว่าไม่ผิดแต่กฎหมายบอกว่าผิด มันก็ไม่สามารถที่จะฝ่าฝืนได้” นายเกิดผล กล่าว

ทั้งนี้ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 ข้อ 3 ระบุนิยามของบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ว่า “อุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ทำให้เกิดละอองไอน้ำในลักษณะคล้ายควันบุหรี่ไม่ว่าจะกระทำขึ้นด้วยวัตถุใด ซึ่งใช้สำหรับสูบในลักษณะเดียวกับการสูบบุหรี่”

นอกจากนี้ ข้อ 4 ยังระบุด้วยว่า “สาร สารสกัด หรือสิ่งอื่นใด ที่ใช้เป็นแหล่งกำเนิดควันหรือละอองไอน้ำ เพื่อการสูบแบบบารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งนำเข้ามาพร้อมสินค้าตามวรรคหนึ่งเพื่อใช้ร่วมกัน” เป็นสินค้าห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรด้วย

ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 244 ระบุว่า ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร หรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร “หรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำ โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

ส่วน มาตรา 246 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด (วรรคสาม) หากเป็นการกระทำโดยรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 244 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Merry Christmas!พ่อเฒ่าแต่งซานตาคลอส ขับจยย.แจกตุ๊กตาเด็ก-เผยทำมา24ปี

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309537

Merry Christmas!พ่อเฒ่าแต่งซานตาคลอส ขับจยย.แจกตุ๊กตาเด็ก-เผยทำมา24ปี

Merry Christmas!พ่อเฒ่าแต่งซานตาคลอส ขับจยย.แจกตุ๊กตาเด็ก-เผยทำมา24ปี

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.03 น.

18 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยงยุทธ แสงดี วัย 61 ปี เป็นชาวบ้านเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ด้วยมีความใฝ่ฝันอยากจะได้รับของขวัญจากซานตาคลอสมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยสมหวังได้ของขวัญจากซานตาคลอสเลยสักครั้ง เมื่อเติบโตจึงทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ด้วยการหาชุดซานตาคลอสมาสวมใส่แต่งเป็นซานตาคลอสเสียเอง และนำสิ่งของต่างๆที่ได้มาจากการขอรับบริจาค ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งของสำหรับเด็กทั้งตุ๊กตา ผ้าห่ม ลูกอม เที่ยวตระเวนแจกมอบแก่เด็กๆในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ จนได้รับฉายา ”ซานตาคลอสเมืองระยอง”  โดยได้ทำเช่นนี้ติดต่อกันมาทุกปีและปีนี้เป็นปีที่ 24 แล้ว และในปีนี้เช่นเดียวกัน นายยงยุทธ ได้นำสิ่งของบรรทุกเต็มท้ายรถจักรยานยนต์สีแดง ออกตระเวนแจกจ่ายของขวัญแก่เด็กๆในเมืองระยอง ก่อนที่จะออกเดินทางนำสิ่งของไปแจกแก่เด็กๆและผู้คนในจังหวัดภาคเหนือ เพื่อเป็นของขวัญเนื่องในเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลวันขึ้นปีใหม่

โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้นำสิ่งของทั้งตุ๊กตา หมวก และขนมไปแจกให้กับเด็กและชาวบ้านที่หน้าร้านซักแห้ง ริมถนนสายราษฎร์บำรุง ในเขตเทศบาลนครระยอง พร้อมทั้งขอรับบริจาคสิ่งของ ก่อนออกเดินทางมุ่งหน้านำสิ่งของไปแจกมอบแก่เด็กและชาวบ้านในจังหวัดภาคเหนือ

นายยงยุทธ แสงดี เปิดใจถึงความเป็นมาของการแต่งซานตาคลอสว่า ด้วยความฝังใจจากการได้เห็นซานตาคลอสทางทีวีตั้งแต่สมัยเด็ก ว่าเมื่อถึงหน้าช่วงคริสต์มาส ให้เอาถุงเท้าที่ยังไม่ได้ซักไปแขวนไว้หน้าบ้านตอนกลางคืน แล้วในตอนเช้าจะมีซานตาคลอสนำสิ่งของมาใส่ให้เป็นของขวัญ ซึ่งตนได้ปฏิบัติตามในทีวี นำถุงเท้าไปแขวนไว้หน้าบ้าน และพยายามตื่นมาแต่เช้า เพื่อมาดูว่าซานตาคลอสนำสิ่งของมาใส่ไว้ให้หรือไม่ แต่แล้วไม่เคยมีสิ่งของมาใส่ไว้ในถุงเท้าแต่อยาางไร เมื่อโตขึ้นและพอมีกำลังทรัพย์และมีเพื่อนฝูง จึงตั้งใจทำตัวเป็นซานตาคลอส เพื่อจะนำของขวัญและสิ่งของออกไปแจกแก่เด็กและผู้คน เหมือนที่ตนเคยใฝ่ฝันอยากจะได้จากซานตาคลอส เมื่อสมัยเด็ก จึงได้ขอรับบริจาคสิ่งของจากผู้คน เพื่อนำไปแจกช่วยเหลือแก่เด็กและชาวบ้านในหมู่บ้าน และจังหวัดทางภาคเหนือถิ่นทุรกันดาร เพื่อเป็นการช่วยเหลือและมอบเป็นของขวัญเนื่องในวันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่

โดยตนเองได้ทำตัวเป็นซานตาคลอสมานานถึง 24 ปีแล้ว ด้วยการนำสิ่งของที่ได้รับจากการบริจาคและซื้อมา ออกตระเวนแจกมอบแก่เด็กและชาวบ้านช่วงเทศกาลวันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ จนได้รับฉายาว่า เป็นซานตาคลอสเมืองระยอง

อย่างไรก็ดีในปีนี้ ตนได้รับการสนับสนุนจากผู้คนร่วมบริจาคสิ่งของและเงินทองจำนวนมาก เพื่อให้ตนนำไปแจกมอบเด็กและชาวบ้าน โดยปีนี้ตั้งใจจะเดินทางไปมอบแจกแก่เด็กและชาวบ้านที่จังหวัดชัยนาท จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดแม่ฮ่องสอน และได้ออกเดินทางแล้วในวันนี้เพื่อมุ่งหน้าไปจังหวัดชัยนาทและจังหวัดภาคเหนือตามลำดับ ซึ่งสิ่งของส่วนหนึ่งได้ฝากขนส่งบรรทุกไปก่อนล่วงหน้าแล้ว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไหนบอกแม่ว่าไปเตะบอล? คลิปเรียกรอยยิ้มสุดพริ้วจากข้างสนาม

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309514

ไหนบอกแม่ว่าไปเตะบอล? คลิปเรียกรอยยิ้มสุดพริ้วจากข้างสนาม

ไหนบอกแม่ว่าไปเตะบอล? คลิปเรียกรอยยิ้มสุดพริ้วจากข้างสนาม

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.32 น.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เข้มมาตรการดูแล’นกกระเรียนพันธุ์ไทย’

Posted on August 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309500

เข้มมาตรการดูแล'นกกระเรียนพันธุ์ไทย'

เข้มมาตรการดูแล’นกกระเรียนพันธุ์ไทย’

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.57 น.

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบินบุรีรัมย์ เพิ่มมาตรการดูแลนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่นำมาปล่อยคืนธรรมชาติในพื้นที่ชุ่มน้ำ ทั้งการทำป้ายเตือนผู้ขับขี่รถให้ชะลอความเร็วและขอความร่วมมือท้องถิ่น ชุมชน ชาวบ้านร่วมดูแลอนุรักษ์ หลังพบลูกนกกระเรียนอายุ 3-4 เดือน หัดบินตาย คาดถูกรถชน

ภายหลังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับ องค์การสวนสัตว์และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แถลงข่าว การตายของลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทย จำนวน 1 ตัว อายุประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งลูกนกตัวดังกล่าว เป็นลูกนกกระเรียนที่เกิดในธรรมชาติ จากพ่อแม่พันธุ์นกกระเรียนที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเมื่อปี 2555 ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์

ซึ่งผลจากการชันสูตรของสัตวแพทย์ พบว่า สาเหตุการตายเกิดจากการได้รับแรงกระแทกที่หน้าอกอย่างรุนแรง สันนิษฐานสาเหตุได้ 2 กรณี คือ 1) ลูกนกบินชนรถยนต์บนถนนสายบุรีรัมย์–ประโคนชัย และ 2) ลูกนกบินชนเสาไฟหรือสายไฟฟ้าแรงสูง

จากกรณีดังกล่าว นายวรรณชนก สุวรรณกร หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุว่า  จะได้มีการเพิ่มมาตรการดูแลนกกระเรียนมากขึ้น ทั้งขอความร่วมมือทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชนและชาวบ้านให้ช่วยกันดูแลนกนกกระเรียน รวมถึงเตรียมจัดทำป้ายเตือนให้ชะลอความเร็วเพิ่มเติม เพื่อนำไปติดตั้งสองฝั่งถนนที่ผ่านเขตห้ามล่าฯ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยหากินและวางไข่ของนกกระเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับลูกนกกระเรียนซ้ำอีก ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่กรณีที่เกิดขึ้นกับลูกนกกระเรียนเป็นอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากการกระทำของมนุษย์

ซึ่งนกกระเรียนพันธุ์ไทย เป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิดของประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 นกกระเรียนพันธุ์ไทยเดิมเคยพบกระจายในพื้นที่ชุมน้ำและได้สูญหายไปจากพื้นที่ธรรมชาติเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว จึงได้มีโครงการทดลองเพาะเลี้ยงนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่องค์กรสวนสัตว์นครราชสีมาแล้วนำมาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ จ.บุรีรัมย์ รวมทั้งสิ้น 82 ตัว โดยปล่อยในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าจระเข้มาก 55 ตัว และในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน 27 ตัว กระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2559 นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ให้กำเนิดลูกนกเป็นครั้งแรก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,890,765 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พลังผู้หญิง ‘ปูนซีเมนต์นครหลวง’ เปิดกว้างทุกความเป็นไปได้ องค์กรแห่งโอกาส เท่าเทียม ยั่งยืน ให้ ‘ผู้หญิง’ เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
โสภณ ตลก หมอวรงค์ ชี้สภาเลี้ยงข้าวสส.มานานแล้ว
พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน
อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
พลังงาน สั่งระดมรถบรรทุก-เพิ่มรอบส่งน้ำมัน เร่งกระจายเข้าปั๊มทั่วประเทศ แก้ขาดแคลน
ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่
มก.ขับเคลื่อนต้นแบบการศึกษาใหม่ของประเทศ เมื่อโรงเรียนกลายเป็นฟาร์มเรียนรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
หัวอกแม่เจ็บจี๊ด‘โอ๋ ภัคจีรา’ป้องลูกสาวได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเพราะเป็นลูกดารา
อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอน อ้างจัดการกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
งานวิจัยบุหรี่ไฟฟ้ายังเสียงแตก ผู้เชี่ยวชาญย้ำ 'การเลิกสูบ' ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

Recent Posts

  • อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
  • อิรักรุดเจรจาอิหร่าน ขอเปิดทางเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
  • จีนประกาศส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมช่วย “อิหร่าน-ตะวันออกกลาง”
  • เอเชียคุมเข้มพลังงาน หลายประเทศงัดมาตรการฉุกเฉิน รับมือวิกฤตน้ำมันตึงตัวจากสงครามตะวันออกกลาง
  • นักเขียนวางยาฆ่าสามี ฮุบสมบัติ 4 ล้านดอลลาร์ ก่อนแต่งหนังสือเด็กรับมือความสูญเสีย

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d