Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ปชช.โอด’รถเมล์-สองแถว’ปลากระป๋อง ผู้โดยสารเบียดแน่น-เสี่ยงอุบัติเหตุ

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309206

ปชช.โอด'รถเมล์-สองแถว'ปลากระป๋อง ผู้โดยสารเบียดแน่น-เสี่ยงอุบัติเหตุ

ปชช.โอด’รถเมล์-สองแถว’ปลากระป๋อง ผู้โดยสารเบียดแน่น-เสี่ยงอุบัติเหตุ

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 16.32 น.

16 ธ.ค.60 สำนักวิจัย SUPER POLL เผยแพร่ผลสำรวจในหัวข้อ “พฤติกรรมเสี่ยงคนไทย กับความไม่ปลอดภัยทางถนน” สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,196 คน ระหว่างวันที่ 1-15 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา พบว่า พฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ประชาชนกลุ่มตัวอย่างเห็นว่า เสี่ยงต่ออุบัติเหตุมากที่สุด

อันดับ 1 รถเมล์ที่มีผู้โดยสารเบียดกันแน่นเป็นจำนวนมาก ร้อยละ 61.9
อันดับ 2 ไม่สวมหมวกกันน็อกขณะใช้มอเตอร์ไซค์ ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย ร้อยละ 60.9
อันดับ 3 รถสองแถวที่มีผู้โดยสารเบียดกันแน่นเป็นจำนวนมาก ร้อยละ 60.8
อันดับ 4 รถตู้ที่ขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ร้อยละ 53.3
อันดับ 5 การขับขี่ยานพาหนะเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด ร้อยละ 51.9
อันดับ 6 โทรศัพท์ขณะขับขี่ยานพาหนะ ร้อยละ 50.2
อันดับ 7 เล่นโทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ยานพาหนะ ร้อยละ 47.9
อันดับ 8 จอดรถลำเส้นทางข้าม ขณะติดสัญญาณไฟแดง ร้อยละ 46.3
อันดับ 9 ขับรถย้อนศร ร้อยละ 45.3
อันดับ 10 จอดรถในที่ห้ามจอด ร้อยละ 41
อันดับ 11 ขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า ร้อยละ 39.3
อันดับ 12 ขับขี่ยานพาหนะในขณะมีอาการง่วง ร้อยละ 37
และอันดับ 13 ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาแล้วขับขี่ยานพาหนะ ร้อยละ 35.1

เมื่อถามประชาชนกลุ่มตัวอย่างต่อไปว่า อยากให้รัฐบาลลงทุนหรือดำเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยลนท้องถนนในเรื่องใดบ้าง อันดับ 1 ควรมีระบบตรวจสอบความปลอดภัยทางถนน ร้อยละ 54.5 อันดับ 2 เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย เช่น กล้องตรวจจับความเร็ว ร้อยละ 46.7 อันดับ 3 ตั้งหน่วยสืบสวนอุบัติเหตุ ร้อยละ 38.5 อันดับ 4 จัดทำฐานข้อมูลรถโดยสารสาธารณะ ร้อยละ 37.2

อันดับ 5 ส่งเสริมให้หน่วยงานจัดการในพื้นที่มีความเข้มแข็ง ร้อยละ 29.5 และอันดับ 6 ดึงภาคส่วนอื่นๆ ร่วมลงทุน เช่น ร่วมติดตั้งกล้องจับความเร็ว หรือซื้อเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ร้อยละ 26.1 นอกจากนี้ ประชาชนกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 90.8 เห็นด้วยหากจะมีการจัดตั้งสถาบันวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนน

ขอบคุณภาพ : www.web.greenworld.or.th

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

11 อาชีพเสี่ยงตาย อันตรายที่สุดในโลก

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309133

11 อาชีพเสี่ยงตาย อันตรายที่สุดในโลก

11 อาชีพเสี่ยงตาย อันตรายที่สุดในโลก

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 20.30 น.

ปัจจัยหลักอย่างแรกในการเลือกประกอบอาชีพคือ ‘รายได้’ แต่ด้วยเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนไปมาและการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร จึงทำให้ทางเลือกเหลือน้อยกว่าที่เคยวางแผนไว้

หากใครที่กำลังคิดจะเปลี่ยนงาน มองหาความท้าทายและการผจญภัยแปลกใหม่ อาจจะลองเอาจากรายการทั้ง 11 อาชีพ ที่ Likeสาระ นำเสนอในบทความนี้ไปพิจารณา แต่แนะนำให้คิดทบไปทวนมาให้ดีก่อนล่ะ เพราะถึงแม้บางงานจะฟังดูตื่นเต้นเร้าใจ และรายได้งาม แต่มันก็มาพร้อมกับอันตรายเสี่ยงตายต่อชีวิต

11. รีดพิษงู

มีหน้าที่รีดพิษงู (บางชนิด) ใส่ในภาชนะพลาสติก พิษของงูสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายทาง สำคัญที่สุดก็จะเกี่ยวข้องกับงานวิจัยทางการแพทย์เพื่อทำการผลิตเซรุ่มต้านพิษงู

อย่างไรก็ตาม แม้จะปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัย แต่การรีดพิษแต่ละครั้งนั้นเสี่ยงต่ออันตรายสูง และค่าจ้างสำหรับผู้รีดพิษแตไม่ถูกกัดอยู่ในอัตราค่อนข้างต่ำ

เงินเดือนเฉลี่ยปีละ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 976,000 บาท)

10. คนงานก่อสร้าง

แม้ว่าอุปกรณ์ในการทำงานจะมีความปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความผิดพลาดจะเกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งบางครั้งคนงานก็ต้องเอาเครื่องมือหนักๆ และทำงานอยู่บนที่สูง อันตรายอีกอย่างหนึ่งมาจากคานเหล็กหรือผนังที่ยุบตัวลงทับคนงานได้

เงินเดือนเฉลี่ยปีละ 31,000 – 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,000,000 – 2,277,000 ล้านบาท)

9. พนักงานส่งของ

แปลกใจล่ะสิ ว่าทำไมพนักงานส่งของถึงจัดอยู่ในอาชีพเสี่ยงตายที่สุดได้ เหตุผลหลักๆ เลยมาจากความเสี่ยงที่จะถูกปล้น ขู่กรรโชกทรัพย์ หรือเป็นเหยื่อของอาชญากร เช่น ไปส่งพิซซ่าในงานปาร์ตี้ที่มีแต่คนเมา หรือส่งพัสดุให้คนที่อยู่ในอารมณ์ไม่ปกติ

เงินเดือนเฉลี่ยปีละ 27,000 – 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 878,000 – 1,138,000 ล้านบาท)

8. ขี่วัวพยศ

อาชีพนี้ได้รับความนิยมในช่วงปลายยุคทศวรรษที่ 90 เนื่องจากจำนวนเงินสดมหาศาสที่จะได้รับกับการขี่วัว 8 วินาทีไปรอบๆ ในความเป็นจริงเม็ดเงินอาจไม่คุ้มกับผลที่ตามมา มีตัวเลขที่แสดงถึงการได้รับบาดเจ็บของผู้ขี่ทุก 15 รอบ ทั้งจากการกระแทกและกระดูกหัก

รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 107,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,480,000 ล้านบาท)

7. มัคคุเทศก์ปีนเขา

การพิชิตยอดเขาเป็นความฝันของใครหลายคน และสำหรับอาชีพนี้ไม่เพียงแต่ต้องนำทาง ยังรวมถึงการต้องหอบหิ้วอุปกรณ์หนักๆ หรือเสบียงอาหาร เป็นทั้งคนเสี่ยงภัยคนแรกและรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของคนอื่นๆ ด้วย

รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,270,000 ล้านบาท)

6. คนงานผลิตไมโครชิพ

สารอันตรายบางอย่าง เช่น สารหนูที่ใช้ในการผลิตชิพคอมพิวเตอร์ อาจไม่ได้ส่งผลในทันทีทันใด แต่จะมีผลร้ายแรงในระยะยาว ได้แก่ การแท้งบุตร ความบกพร่องเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ และโรคมะเร็ง

รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 61,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,980,000 ล้านบาท)

5. นักข่าวในสนามรบ

การเป็นผู้ส่งสาส์นถึงความเป็นจริงในสงครามให้โลกรู้มีความสำคัญไม่แพ้อาชีพแพทย์เลย แต่ในขณะเดียวกัน อาชีพนี้ก็มาพร้อมกับอันตรายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลักพาตัว การทรมาน แม้แต่การเสียชีวิต เพราะเมื่อคุณอยู่ ณ ที่นั้น ทุกฝ่ายในสนามรบอาจไม่ได้ถือว่าคุณเป็นนักข่าว แต่เป็นศัตรู

รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 36,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,170,000 บาท)

4. คนงานขุดเจาะน้ำมัน

การทำงานบนแท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง หมายถึงการทำงานกับสารที่ติดไฟได้ง่ายที่สุดในโลก บางครั้งต้องทำงานถึง 16 ชั่วโมง ล่วงเลยไปจนถึง 1-2 วันโดยไม่ได้หลับนอนเลยก็มี การระเบิดของน้ำมัน การจมน้ำ และร่างกายอาจถูกดูดเข้าไปในเครื่องจักร นำมาซึ่งสาเหตุการตาย

รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 70,000 – 140,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,270,000 – 4,500,000 ล้านบาท)

3. นักล่าและต่อสู้กับจระเข้

ศิลปะการแสดงที่ต้องเล่นกับขากรรไกรของจระเข้ เป็นการเสี่ยงชีวิตไม่ว่าเป็นการเล่นกับฟันแหลมคม ที่ส่วนตัวหรือส่วนหาง แหย่เล่นอย่างบ้าบอ ซึ่งไม่แน่เสมอไปที่จระเข้จะนอนนิ่งเฉยๆ ให้คนมากวนโทสะ หากมันเคลื่อนไหวและตอบโต้ขึ้นมา ไม่อยากจะนึกสภาพเลย

รายได้เฉลี่ยต่อปี ไม่ทราบแน่ชัด แต่น่าจะอยู่ที่ประมาณ 8 ดอลลาร์ / ชั่วโมง (ประมาณ 260 บาท)

2. คนตัดไม้

อุตสาหกรรมการตัดไม้เป็นหนึ่งในงานที่อันตรายที่สุด เนื่องจากมีแนวโน้มอัตราการเสียชีวิตกว่างานอื่นๆ ถึง 20 เท่า และต้องรับมือกับเครื่องจักรที่มีน้ำหนักมากในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังมีความผิดพลาดของอุปกรณ์ และต้นไม้ที่ล้มมาทับเอาได้ง่ายๆ

รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 36,000 – 41,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,171,000 – 1,300,000 ล้านบาท)

1. ชาวประมง (นักจับปูอลาสก้า)

คงเคยจินตนาการล่ะสิว่า อาชีพชาวประมงคงได้อยู่กับความสงบมองผืนน้ำกับฟ้ากว้าง ทว่าในความเป็นจริงถูกจัดอยู่ในอาชีพที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากที่สุด ทั้งการต้องเผชิญกับความเลวร้ายของสภาพอากาศอย่างคาดไม่ถึง หรือฟันเฟืองที่ชำรุด และอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับการขนส่ง

 

รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 975,000 บาท)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

12 ภาพการเรียงสีอาหาร เทรนด์ใหม่ในอินสตาแกรม

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309132

12 ภาพการเรียงสีอาหาร เทรนด์ใหม่ในอินสตาแกรม

12 ภาพการเรียงสีอาหาร เทรนด์ใหม่ในอินสตาแกรม

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 20.20 น.

อย่างที่ธุรกิจอาหารการกินกล่าวว่า…คุณทานอาหารด้วยสายตาก่อนเป็นอันดับแรก

บริตตานีย์ ไรท์ (Brittany Wright) ช่างภาพอาหารที่ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งช่วยให้ผู้คนชื่นชมกับความงามของอาหารได้ในทุกๆ วัน

เธอเตรียมอาหารเหล่านั้นด้วยความละเมียดละไม ไม่ว่าจะเป็นการเรียงตามขนาด สี เนื้อสัมผัส และประเภท

ซึ่งแฮชแท็ก #foodgradients บนอินสตราแกรมของเธอ ก็ทำให้มีผู้ติดตามถึง 195,000 คนเลยทีเดียว

Likeสาระในวันนี้ จะถอดบทสัมภาษณ์ที่เธอได้พูดคุยกับทางเว็บไซต์ thisisinsider.com มาให้ผู้ติดตามได้อ่านกัน

บริตตานีย์ ไรท์ ช่างภาพด้านอาหารอาศัยอยู่ที่ซีแอตเทิล เธอเริ่มต้นเส้นทางด้วยการซ่อมคอมพิวเตอร์

เมื่อเริ่มเบื่อและท้อแท้ในการหาทางออกที่นอกเหนือจากงานประจำ เธอจึงเริ่มด้วยการท่องเว็บเกี่ยวกับตำราอาหารและทดลองสูตรใหม่ๆ

เธอบอกว่า ‘อาหารเป็นส่วนสำคัญสำหรับโลกของฉัน’

จุดเริ่มต้นการถ่ายภาพ คือหลังจากที่ปู่ย่าซื้อกล้องถ่ายรูปให้ตอนเธออายุ 11 ปี

ด้วยสายตาที่ปราดเปรียวในเรื่องสีสัน เธอจึงเริ่มด้วยการโพสต์ภาพ ‘การไล่ระดับสีอาหาร’ ลงในอินสตราแกรม ซึ่งต่อมาได้รับความนิยมอย่างมาก

ปัจจุบันเธอได้วางแผงหนังสือเกี่ยวกับการไล่ระดับสีอาหารออกมา ซึ่งมีชื่อว่า “Feast Your Eyes”

อาหารที่เธอชอบถ่ายมากคือพริกขี้หนูของไทย ในขณะที่อาหารชนิดอื่นๆ สามารถเน่าเปื่อยได้ง่าย ยิ่งเป็นอาหารที่เปลี่ยนแปลงสภาพได้ง่าย อย่างไอศกรีม จะยิ่งทำให้เธอรู้สึกท้าทายในการทำงานมากขึ้น

บางครั้งแรงบันดาลใจมักมาจากธรรชาติ เช่น เมื่อเจอสินค้าที่สมบูรณ์แบบที่ร้านขายของชำ

เธอกล่าวว่า ‘บางครั้งฉันรู้สึกโชคดีมาก เพราะดูเหมือนว่าสินค้าเหล่านั้นมันกำลังรอคอยฉันอยู่’

แต่บางครั้ง เธอก็ต้องรอตลอดทั้งปีสำหรับฤดูกาลที่เหมาะสมในการรวบรวมผลผลิต

เธอกล่าวว่า ภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยให้เธอมีความเคารพในเรื่องของอาหารการกินมากขึ้น และเข้าใจว่าต้องอาศัยความพยายามมากแค่ไหน กว่าจะมีอาหารหรือผลผลิตแต่ละอย่างให้พวกเราได้กิน เธอหวังว่าภาพของเธอ จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ได้เช่นกัน

เธอกล่าวปิดท้ายว่า “คำชมเชยที่ดีที่สุดที่ฉันได้รับคือ ‘ฉันเกลียดมะเขือเทศ แต่ฉันชอบภาพนี้นะ!’”

ข้อมูลและภาพ จากเว็บไซต์ http://www.thisisinsider.com/photos-food-gradient-2017-11#the-best-compliment-i-get-is-i-hate-tomatoes-but-i-love-this-picture-she-said-12

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดน่ารัก!เปิดคลิปความรักของแม่หมาขี้เซากับลูกหมาสุดหิว (ชมคลิป)

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309059

สุดน่ารัก!เปิดคลิปความรักของแม่หมาขี้เซากับลูกหมาสุดหิว (ชมคลิป)

สุดน่ารัก!เปิดคลิปความรักของแม่หมาขี้เซากับลูกหมาสุดหิว (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 16.44 น.

15 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลเพจชื่อดัง “เมือง ทุ่งสง” มีการเผยแพร่คลิปสุดน่ารักของแม่สุนัขตัวหนึ่ง ที่แสดงความรักที่มีต่อลูกสุนัข ถึงแม้ว่าร่างกายของแม่สุนัขจะเหนื่อยอ่อนเพลียและง่วงนอนอย่างไร แต่ก็ไม่ละเลยที่จะทำหน้าที่แม่เพื่อให้นมลูก

โดยเป็นคลิปความยาว 24 วินาที พร้อมโพสต์ข้อความ “ ถึงจะเหนื่อยจะง่วงแค่ไหน แต่ลูกสำคัญกับแม่เสมอ เครดิต @ ลักษณ์ภัสสร เจริญรัตน์ “ เป็นคลิปของแม่สุนัขสีน้ำตาลตัวหนึ่ง ที่ยืนหลับตาทั้งสองข้างและเอาศรีษะพาดกับอิฐบล็อก ด้วยท่าทางที่อ่อนเพลียง่วงนอนสุดๆ ขณะที่บริเวณใต้ตัวแม่สนุข มีลูกสุนัขประมาณ 6 – 7 ตัว กำลังรุมแย่งกันกินนมจากเต้าของแม่สุนัขตัวดังกล่าว

หลังคลิปถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตเข้าไปชม แชร์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ชื่นชมความเป็นแม่ของสุนัขตัวดังกล่าว ถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่พร้อมที่จะให้นมลูกก็ตาม แต่ก็ไม่คิดจะทิ้งหรือผลักไสไม่ให้ลูกๆได้กินนม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคลิปดังกล่าวเป็นการแสดงถึงความรัก ความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูก ถึงแม้จะเป็นสัตว์เดรัจฉานก็ตาม

นอกจากนี้ชาวเน็ตยังแสดงความต้องการที่จะขอเลี้ยงลูกสุนัขดังกล่าวอีกด้วย โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสัตว์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดยี่ห้อนาฬิกา’แอ๊ด คาราบาว’ ใส่ตั้งแต่มัธยม ราคาสบายกระเป๋า

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309047

เปิดยี่ห้อนาฬิกา'แอ๊ด คาราบาว' ใส่ตั้งแต่มัธยม ราคาสบายกระเป๋า

เปิดยี่ห้อนาฬิกา’แอ๊ด คาราบาว’ ใส่ตั้งแต่มัธยม ราคาสบายกระเป๋า

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 16.01 น.

15 ธ.ค. 60 จากกรณีที่มีการจับผิดเกี่ยวกับนาฬิกาหรู ริชาร์ด มิลล์ และแหวนเพชรเม็ดโต ของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ใส่ในวันที่ถ่ายภาพกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล แต่กลับไม่พบว่า นาฬิกาและแหวนนั้นอยู่ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่มีการยื่นต่อ ป.ป.ช. นำไปสู่การที่ ป.ป.ช. จะหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา โดย พล.อ. ประวิตร ได้ทำหนังสื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าว

ด้านเฟซบุ๊ก “Carabao Official” ก็มีการโชว์ภาพนาฬิกาที่นักร้องนำวงคาราบาวอย่าง “แอ๊ด ยืนยง โอภากุล” สวมใส่ติดตัวเป็นประจำพร้อมรายละเอียดโดยระบุว่า…

‘นาฬิกาของพี่แอ๊ด’

พี่แอ๊ดเล่าว่า นาฬิกาที่ใส่อยู่คือนาฬิกาทหารอเมริกัน ยี่ห้อไทเม็กซ์ ใส่มาตั้งแต่สมัยมัธยมฯ พังก็ซื้อใหม่ เมื่อก่อนเรือนละ 250฿ ทุกวันนี้ 700฿ ก็ยังใส่อยู่ ใส่ทุกวันตอนวิ่งเอาไว้จับเวลา

หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิต ต้นแบบเเห่งศิลปิน นาฬิกามีไว้บอกเวลาขอให้เดินตรงเวลาไม่ต้องราคาเป็นแสนเป็นล้านก็ได้,จะถูกหรือแพงไม่สำคัญ ขึ้นอยู่กับว่า มีความหมายมากแค่ไหนที่สุด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ดีใจน้ำตาไหล! คุณยายวัย 103 ปี เพิ่งมีบัตรประชาชนครั้งแรกในชีวิต

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309025

ดีใจน้ำตาไหล! คุณยายวัย 103 ปี เพิ่งมีบัตรประชาชนครั้งแรกในชีวิต

ดีใจน้ำตาไหล! คุณยายวัย 103 ปี เพิ่งมีบัตรประชาชนครั้งแรกในชีวิต

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.12 น.

15 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าพบผู้เฒ่า ทราบชื่อคือนางจันทร์ วัฒนธรรม อายุ 103 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/3 หมู่ที่ 5 ต.ต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ไม่เคยมีบัตรประชาชนมาก่อน จึงทำให้ไม่ได้รับสวัสดิการช่วยเหลือใดๆจากรัฐบาล จนกระทั่งปลัด อบต.ต้นโพธิ์ ทราบข่าวจึงรีบมาดำเนินการแจ้งนายอำเภอเมืองสิงห์บุรี มาช่วยเหลือจนได้รับบัตรประชาชน ทำให้คุณยายจันทร์ และลูกหลานดีใจจนน้ำตาคลอ

นายอนุศิษฏ์ พงศ์วรพล ปลัด อบต.ต้นโพธิ์ ได้กล่าวว่า ได้ทราบข่าวจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.ต้นโพธิ์ ว่ามีคุณยายจันทร์ ที่มีอายุ 103 ปีแล้วแต่ไม่เคยมีบัตรประชาชน จึงไม่ได้รับสวัสดิการของทางรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยยังชีพ หรือการรักษาพยาบาล พอทางตนซึ่งเป็นปลัด อบต.ต้นโพธิ์ ทราบข่าว จึงได้ประสานงานกับทางอำเภอเมือง สาธารณสุขอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มาสำรวจและดำเนินการทำบัตรประชาชนให้คุณยายจันทร์ในทันที โดยท่านประวีณ แจ่มศักดิ์ นายอำเภอเมืองสิงห์บุรี หลังจากที่ทราบข่าว ก็ได้มีความกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง รีบมาสำรวจและดำเนินการให้คุณยาย โดยการเพิ่มชื่อให้อยู่ในทะเบียนบ้านให้ถูกต้อง หลังจากนั้นได้ออกบัตรประชาชนและในวันนี้ ก็ได้มามอบบัตรประชาชนให้คุณยายจันทร์ถึงที่บ้าน

นายประวีณ แจ่มศักดิ์ นายอำเภอเมืองสิงห์บุรี ได้กล่าวว่า เป็นนโยบายของกรมการปกครองที่ท่านอธิบดีกรมการปกครอง ได้มีคำสั่งให้นายอำเภอทั่วประเทศออกสำรวจและดำเนินการให้ประชาชนที่แก่ชราและเป็นผู้ป่วยที่นอนติดเตียง เดินทางไปไหนลำบากและไม่มีบัตรประชาชน เนื่องจากการมีบัตรประชาชนจะต้องนำไปใช้ในสวัสดิการต่างๆของรัฐ จึงได้ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกันสำรวจ จนมาเจอคุณยายจันทร์ ที่มีอายุถึง 103 ปี แต่ไม่เคยมีบัตรประชาชน และแถมยังไม่มีสัญชาติไทยมาตั้งแต่ต้น ทั้งที่ลูกหลานของคุณยายจันทร์ มีบัตรประชาชนและสัญชาติไทยกันหมดแล้ว จึงได้มอบหมายให้ปลัดตำบลต้นโพธิ์ มาลงพื้นที่เป็นการปฏิบัติการเชิงรุก

โดยได้รับความร่วมมือจาก อบต.ต้นโพธิ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นอย่างดีร่วมกับลูกหลานไปให้การรับรองคุณยายจันทร์ จึงสามารถออกบัตรประชาชนให้คุณยายจันทร์เป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ นายอำเภอเมืองสิงห์บุรี ยังได้ฝากประชาสัมพันธ์ ว่าถ้าใครที่เจอคนเฒ่า คนแก่ หรือผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่มีบัตรประชาชน สามารถแจ้งให้ทางอำเภอในพื้นที่ทราบ เพื่อที่จะให้ทางอำเภอนั้นๆ ลงไปทำบัตรประชาชนให้ถึงที่บ้าน

ด้าน คุณยายจันทร์ ถึงอายุ 103 ปี แต่สุขภาพทั่วไปยังดี แต่เดินเหินลำบากและหูตึง เวลาใครพูดอะไรกับคุณยาย ต้องตะโกนและพูดใกล้ๆ ได้บอกว่า ดีใจมากที่ได้รับบัตรประชาชน เพราะติดต่ออะไรไม่ได้เลย และยังได้รับเบี้ยยังชีพในช่วงบั้นปลายชีวิต และคุณยายจันทร์ ยังให้พรปีใหม่ ให้กับทุกคนที่ไปที่บ้านในวันนี้ว่า ปีใหม่นี้ขอให้ทุกคนมั่งมีศรีสุข อยู่เลี้ยงลูกเลี้ยงเต้าจนแก่จนเฒ่า ถือไม่เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร สาธุ จากนั้นทุกคนก็ได้ร่วมกันปล่อยปลาลงบ่อน้ำของชุมชนเพื่อเป็นสิริมงคล

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนาวแล้วอย่าลืมเที่ยว’สวนลุงวุฒิ’ แหล่งผลิตสับปะรดสีกว่า40สายพันธุ์

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309010

หนาวแล้วอย่าลืมเที่ยว'สวนลุงวุฒิ' แหล่งผลิตสับปะรดสีกว่า40สายพันธุ์

หนาวแล้วอย่าลืมเที่ยว’สวนลุงวุฒิ’ แหล่งผลิตสับปะรดสีกว่า40สายพันธุ์

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.18 น.

15 ธ.ค. 60 จังหวัดเลย หนาวเที่ยว สวนสับปะรดสี สวย ภูเรือ ที่สวนลุงวุฒิเป็นภาพความสวยงาม ที่แปลงพันธุ์ไม้ สวนลุงวุฒิซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับจากต่างประเทศหลากหลายชนิด อยู่ที่ 166 ม.4 ถนนเลย-ด่านซ้าย บ้านหนองบง ต.หนองบัวอ.ภูเรือ จ.เลย ในช่วงฤดูหนาว นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาเก็บภาพและชมไม้ดอกไม้ประดับ กันเป็นจำนวนมากไม้ประดับที่สวนลุงวุฒิมีความหลากหลายในเรื่องของสายพันธุ์ต่างๆ แล้ว คุณภาพต้นดีสีสันสวยงาม ราคาก็ย่อมเยา สามารถนำไปขายต่อได้กำไรพอสมควรสำหรับสับปะรดสี สกุลมีดอก “กุซแมเนีย”

เมื่อ10 ปี ก่อนหน้านี้คุณพ่อนำเข้าสายพันธุ์สัปปะรดสีจากฮอลแลนด์และอีกหลายๆ ประเทศเข้ามาจำนวนหนึ่งเพื่อนำมาทดลองปลูกเล่นในกรุงเทพฯในตอนนั้นราคาสัปปะรดสีถือว่าแพงมาก ราคาต้นละ800-1,000บาทเลย และได้เลี้ยงขยายพันธุ์ไปเรื่อยๆแล้วเราก็นำสัปปะรดสีขึ้นมาทดลองเลี้ยงที่ อ.ภูเรือและพบว่า สัปปะรดสีมีการเจริญเติบโตได้ดีปัจจุบันมีสายพันธุ์สับปะรดสีมาจากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมากสายพันธุ์หลัก ได้แก่ สกุลกุซแมเนีย สกุลเอคเมีย สกุลนีโอเรเจลยาสกุลรีซี และสกุลทิลแลนด์เซีย แต่สกุลที่มีการผลิตและทำจำนวนมากสุดเห็นจะเป็น สกุล “กุซแมเนีย” ซึ่งเป็นสับปะรดสีมีดอกทั้งหลายตลาดโดยรวมมีความต้องการสูงมากอย่างที่สวนที่เพาะขยายพันธุ์หมุนเวียนอยู่ก็ประมาณหลายสิบชนิดและที่นำเข้ามาทดลองปลูกและศึกษาอีกจำนวนมาก ถ้ารวมๆ ทุกๆสายพันธุ์ก็น่าจะเกือบ 40 ชนิด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปลาดุกทะเลตัวใหญ่ๆ ชาวประมงสงขลาจับขายรายได้งาม

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/309000

ปลาดุกทะเลตัวใหญ่ๆ ชาวประมงสงขลาจับขายรายได้งาม

ปลาดุกทะเลตัวใหญ่ๆ ชาวประมงสงขลาจับขายรายได้งาม

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.48 น.

15 ธ.ค.60 ในช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม ของทุกปี ในทะเลสาบสงขลาจะเป็นช่วงที่มีปลาดุกทะเลขนาดใหญ่ชุกชุมมาก ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านที่ออกวางเบ็ดราวตกปลาในทะเลสาบสงขลา สามารถจับปลาดุกทะเลขนาดใหญ่ได้กันเป็นจำนวนมาก และจะให้แม่บ้านซึ่งประกอบอาชีพแม่ค้าขายปลา นำมาวางขายที่บริเวณหัวสะพาน ตรงข้ามท่าเรือสวน 72 พรรษา มหาราชินี บ้านท่าสะอ้าน ที่เป็นเส้นทางเข้า-ออกเมืองสงขลา และเป็นตลาดปลาดุกทะเลแห่งเดียวในเมืองสงขลา ที่ประชาชนรู้จักดี

โดยเฉพาะเจ้าของร้านอาหารต่างๆจะต้องมาซื้อปลาดุกทะเลขนาดใหญ่ที่นี่ รวมทั้งปลากดทะเลด้วย เนื่องจากเป็นปลาที่สดจากทะเลสาบยังเป็นๆอยู่  โดยตัวใหญ่มีน้ำหนักเกือบ 2 กก. ปลาดุกทะเล ราคาขาย กก.ละ 180 – 200 บาท ส่วนปลากดทะเลราคา กก.ละ 90 บาท ในขณะเดียวกันประชาชนที่ผ่านไปมา จะจอดรถแวะซื้ออย่างต่อเนื่องโดยแม่ค้าจะทำการผ่าปลาหั่นเป็นชิ้นๆให้เรียบร้อย สามารถนำกลับบ้าน ไปลงหม้อลงกระทะปรุงเป็นอาหารได้เลยโดยไม่ต้องยุ่งยาก

สำหรับปลาดุกทะเลในทะเลสาบสงขลา ชาวประมงพื้นบ้านจะออกไปทำการวางเบ็ดราวทิ้งไว้ ในช่วงบ่ายและจะออกไปทำการเก็บกู้เบ็ดราวประมาณ 01.00 น.ของวันใหม่ จนถึงเช้าก็จะนำเรือพร้อมปลาที่จับได้กลับเข้าฝั่งเข้ามาเทียบที่ท่าเรือ เพื่อนำปลาดุกทะเลและปลากดทะเลส่งให้กับแม่ค้าที่มาคอยรับซื้อปลาอยู่บริเวณท่าเรือ นำไปส่งขายในตลาดทรัพย์สินพลาซ่า และวางขายที่บริเวณหัวสะพาน

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กระเทยสงขลาสู้ชีวิตเชิดหุ่นเต้นเลี้ยงชีพ จิตอาสาทำผมให้เด็กคนชรา

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308992

กระเทยสงขลาสู้ชีวิตเชิดหุ่นเต้นเลี้ยงชีพ จิตอาสาทำผมให้เด็กคนชรา

กระเทยสงขลาสู้ชีวิตเชิดหุ่นเต้นเลี้ยงชีพ จิตอาสาทำผมให้เด็กคนชรา

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.20 น.

15 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพศวีร์ อุตสาหะ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘มิ้ง โรเซ่’ วัย 47 ปี สาวประเภทสองสู้ชีวิต ยึดอาชีพเชิดหุ่นเต้นเปิดหมวกเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนชาวเมืองสงขลา พร้อมๆไปกับการเป็นจิตอาสาช่วยแต่งหน้าทำผมให้กับเด็กนักเรียนและผู้สูงอายุในโอกาสต่างๆ

โดยทุกๆวัน มิ้ง โรเซ่ พร้อมหุ่นคู่ชีวิตที่ทำขึ้นมาเองจะตระเวนออกไปแสดงโชว์ตามตลาดนัดหรือตามงานเทศกาลต่างๆ หลักๆจะแสดงอยู่ที่ถนนคนเดินเมืองสงขลาในช่วงวันศุกร์และวันเสาร์ ส่วนกลางคืนก็จะตระเวนไปตามร้านอาหารในตัวเมืองสงขลา โดยมีสไตล์การแต่งตัวที่ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยตามกระแส เช่น ช่วงนี้จะปรับลุคหุ่นเป็นลำไย ใหทองคำ ส่วนตัวเองก็ชื่อ ลำยอง ทองจำนำ

มิ้ง โรเซ่ บอกว่า เดิมเป็นคนจ.ชัยภูมิ แต่มาปักหลักอยู่ที่จ.สงขลา มาหลายปีจนกลายเป็นคนสงขลาไปแล้ว อาชีพนี้ก็พออยู่ได้ แต่ละคนก็จะให้เงินตามความพอใจ เช่น 20 บาท หรือ 100 บาทก็มี แรกๆก็มีคนมองว่าบ้า แต่ตอนนี้ใครเห็นใครรู้จักและส่งยิ้มให้ และจะยึดอาชีพเชิดหุ่นเต้นนี้ต่อไปเรื่อยๆเพราะเป็นอาชีพที่สุจริต และมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้คนที่ได้ชมการแสดงของตัวเอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนลุก!ผึ้งหลวงแห่ทำรังเต็มพระอุโบสถ-พระธาตุวัดป่าเชียงราย

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308972

ขนลุก!ผึ้งหลวงแห่ทำรังเต็มพระอุโบสถ-พระธาตุวัดป่าเชียงราย

ขนลุก!ผึ้งหลวงแห่ทำรังเต็มพระอุโบสถ-พระธาตุวัดป่าเชียงราย

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.20 น.

15 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า ที่วัดป่าหมากหน่อ ม.9 ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย พบว่าได้มีฝูงผึ้งต่างพากันไปทำรังหลายรังเป็นจำนวนมาก โดยได้ทำรังภายในเขตพื้นที่ของวัดได้แก่อุโบสถและพระธาตุ โดยผึ้งได้ทำรังรวมกันแห่งละหลายสิบรัง ที่บริเวณอุโบสถพบว่ามีรังผึ้งอยู่ไม่น้อยกว่า 10-20 รัง ส่วนที่พระธาตุมีจำนวนประมาณ 20-30 รังโดยผู้ที่พบเห็นสามารถสังเกตุได้ว่ามีรังผึ้งทั้งใหม่และเก่าอยู่ปะปนกัน โดยมีทั้งรังใหญ่และเล็กจนเป็นที่แปลกตาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งด้วยจำนวนรังผึ้งที่มีมากดังกล่าวทำให้บางคนมีการตีเป็นตัวเลขกันไปต่างๆ นานาด้วย

นอกจากนี้พบว่าภายในวัดซึ่งมีสภาพเป็นเกาะกลางหนองน้ำขนาดใหญ่หรือเวียงหนองล่ม อันเป็นเมืองในตำนานของอาณาจักรโยนกนครยังมีอาคารอื่นๆ หลายแห่งเช่น กุฏิ วิหารหลังเล็ก ศาลเจ้าแม่กวนอิม ฯลฯ รวมทั้งมีต้นไม้ขั้นหนาแน่นทั้งภายในเกาะและบริเวณโดยรอบ แต่ปรากฎว่าไม่มีรังผึ้งไปติดอยู่เลยแต่กลับมาทำรังกันเต็ม 2 สถานที่ดังกล่าวจนทำให้ฝูงผึ้งบินขวักไขว่จนเกิดเสียงดังอย่างชัดเจนเมื่อเข้าไปใกล้ทั้ง 2 แห่งดังกล่าว

โดย พระมหาชัยนันต์ โชติปัญโญ เจ้าอาวาสวัดป่าหมากหน่อ กล่าวว่า ปัจจุบันที่อุโบสถและพระธาตุโยนกนคร แสงคำ ซึ่งเป็นพระธาตุภายในวัดกลายเป็นที่อยู่ประจำของฝูงผึ้งจำนวนมากที่ไปจับจองจุดต่างๆ ทำรังจนพบเห็นได้อย่างชัดเจนเต็มพื้นที่ไปหมด โดยฝูงผึ้งต่างไปทำรังกันมานานหลาย 10 ปีมาแล้วโดยไม่ทราบเหตุผล แต่ก็เชื่อว่าเกิดจากสภาพที่เหมาะสมเพราะพื้นที่ราบล้อมด้วยต้นไม้และหนองน้ำแต่ก็แปลกใจที่พากันไปทำรังตรง 2 สถานที่นี้เท่านั้นโดยไม่ทำรังที่จุดอื่นเลย แต่ชาวบ้านก็เชื่อกันว่าสาเหตุที่มีผึ้งไปอยู่กันมากเพราะเป็นสถานที่เก่าแก่ที่มีความเป็นมายาวนาน และเป็นตำนานของเวียงหนองหล่มหรืออาณาจักรโยนาคนคร ที่มีอายุความเป็นมานับ 1,000 กว่าปี และปัจจุบันกำลังมีการพัฒนาเพื่อให้เป็นวัดคู่พื้นที่ จึงทำให้ฝูงผึ้งไปอยู่เพื่อจะได้ร่วมกันทำบุญด้วยนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงไม่กลัวและพากันใช้ชีวิตโดยไปทำบุญที่วัดกันตามปกติ

พระมหาชัยนันต์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาก็พบว่าหากไม่ไปกระทบกับรังผึ้ง เช่น จุดธูป ขว้างปารังผึ้ง ฯลฯ ผึ้งก็ไม่เคยลงมาทำร้ายผู้คนเลย ดังนั้นทางวัดจึงทำป้ายเอาไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อแจ้งเตือนไม่ให้ประชาชนจุดธูปเทียนหรือทำให้เกิดควันที่จะไปกระทบกับรังผึ้งซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่า ที่ตนได้ทำหน้าที่เจ้าอาวาสของวัดก็ไม่เคยเกิดปัญหาขึ้นเลย ส่วนรังผึ้งก็เกิดขึ้นและเมื่อรังหายไปก็จะทิ้งรังเก่าเป็นขี้ผึ้งเอาไว้แล้วก็จะมีรังใหม่ผุดขึ้นมาทดแทน โดยจะมีมากในช่วงปลายฤดูฝนก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวจนดำเต็มอาคารและพระธาตุไปหมด ซึ่งทางวัดก็ไม่มีแนวคิดจะเอารังผึ้งออกไปไหนเพราะเป็นสัตว์ร่วมโลกเหมือนกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,890,784 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พลังผู้หญิง ‘ปูนซีเมนต์นครหลวง’ เปิดกว้างทุกความเป็นไปได้ องค์กรแห่งโอกาส เท่าเทียม ยั่งยืน ให้ ‘ผู้หญิง’ เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
โสภณ ตลก หมอวรงค์ ชี้สภาเลี้ยงข้าวสส.มานานแล้ว
พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน
อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
มก.ขับเคลื่อนต้นแบบการศึกษาใหม่ของประเทศ เมื่อโรงเรียนกลายเป็นฟาร์มเรียนรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
งานวิจัยบุหรี่ไฟฟ้ายังเสียงแตก ผู้เชี่ยวชาญย้ำ 'การเลิกสูบ' ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
พลังงาน สั่งระดมรถบรรทุก-เพิ่มรอบส่งน้ำมัน เร่งกระจายเข้าปั๊มทั่วประเทศ แก้ขาดแคลน
ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่
นายกฯเรียกถกทีมเศรษฐกิจ รับมือน้ำมันแพง เล็งชงครม.จ่อขยับดีเซล
หัวอกแม่เจ็บจี๊ด‘โอ๋ ภัคจีรา’ป้องลูกสาวได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเพราะเป็นลูกดารา

Recent Posts

  • อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
  • อิรักรุดเจรจาอิหร่าน ขอเปิดทางเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
  • จีนประกาศส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมช่วย “อิหร่าน-ตะวันออกกลาง”
  • เอเชียคุมเข้มพลังงาน หลายประเทศงัดมาตรการฉุกเฉิน รับมือวิกฤตน้ำมันตึงตัวจากสงครามตะวันออกกลาง
  • นักเขียนวางยาฆ่าสามี ฮุบสมบัติ 4 ล้านดอลลาร์ ก่อนแต่งหนังสือเด็กรับมือความสูญเสีย

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d