Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สวนสัตว์สงขลาเปิดตัวฝูงลีเมอร์หางแหวน วานรแห่งมาดากัสการ์

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308962

สวนสัตว์สงขลาเปิดตัวฝูงลีเมอร์หางแหวน วานรแห่งมาดากัสการ์

สวนสัตว์สงขลาเปิดตัวฝูงลีเมอร์หางแหวน วานรแห่งมาดากัสการ์

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.57 น.

เปิดตัวฝูง “ลีเมอร์หางแหวน” วานรแห่งมาดากัสการ์ สายพันธุ์แอฟริกา ของสวนสัตว์สงขลา โดยมีน้องๆ นักเรียนที่เดินทางมาทัศนศึกษาให้ความสนใจ และมีการป้อนอาหารอย่างใกล้ชิดให้ได้ชมด้วย

15 ธ.ค.60 ที่ ส่วนจัดแสดงสัตว์ตระกูลลิงภายในสวนสัตว์สงขลา วันแรกของการเปิดตัวฝูง “ลีเมอร์หางแหวน” วานรแห่งมาดากัสการ์ สายพันธุ์แอฟริกา จำนวน 9 ตัว ที่สวนสัตว์สงขลาได้รับฝูง “ลีเมอร์หางแหวน” จากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี มาไว้ในส่วนจัดแสดงสัตว์ตระกูลลิงภายในสวนสัตว์สงขลา หลังจากทำความคุ้นเคยกับ KEEPER ในช่วงระยะหนึ่ง ซึ่งในขณะนี้ลีเมอร์หางแหวน ทั้ง 9 ตัว มีความคุ้นเคยกับมนุษย์เป็นอย่างดี สามารถป้อนอาหารให้กินได้จากมือโดยไม่มีการตื่นกลัวแต่อย่างใด ซึ่งในวันนี้ได้นำฝูงลีเมอร์หางแหวน ทั้ง 9 ตัว ปล่อยลงในส่วนจัดแสดงสัตว์ตระกูลลิงภายในสวนสัตว์สงขลาเรียบร้อยแล้ว และตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2560 ซึ่งเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ทางสวนสัตว์สงขลาก็จะเปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปป้อนอาหารให้กินจากมือและบันทึกภาพแห่งความน่ารัก ซุกซนของเหล่าบรรดาฝูงลีเมอร์เจ้าของฉายา วานร แห่งมาดากัสการ์ ได้อีกด้วย

นายเฉลิมวุฒิ เกษตรสมบูณ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า ทางสวนสัตว์สงขลาขอมอบกิจกรรมแห่งความประทับใจนี้เป็นของขวัญให้นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 นี้ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปพาครอบครัวมาเที่ยวชมความน่ารัก ซุกซนของเหล่าบรรดาฝูงลีเมอร์เจ้าของฉายา วานรแห่งมาดากัสการ์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 นี้

สำหรับลีเมอร์หางแหวน ที่มีฉายา วานรแห่งมาดากัสการ์นั้น เนื่องจากเป็นสัตว์ในตระกูลลิงที่มาจากเกาะมาดากัสการ์ ทวีปแอฟริกา มีขนสีเทา ลักษณะเด่นอยู่ที่หางยาวฟูมีสีดำคาดเป็นปล้องๆ ตั้งแต่โคนหางจนถึงปลายหาง ปีนต้นไม้เก่ง ว่องไว สามารถกระโดดจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ขนาดลำตัวเมื่อโต 56 ซม. ลีเมอร์หางแหวนอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 25 ตัว ถิ่นอาศัย พบอาศัยอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ในเกาะมาดากัสการ์ ทวีปแอฟริกา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรียกรอยยิ้ม!ขบวนกีฬาสีรร.อนุบาลสร้างสีสัน ใช้ดรัมเมอเยอร์หนูน้อยกว่า100คน

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308956

เรียกรอยยิ้ม!ขบวนกีฬาสีรร.อนุบาลสร้างสีสัน ใช้ดรัมเมอเยอร์หนูน้อยกว่า100คน

เรียกรอยยิ้ม!ขบวนกีฬาสีรร.อนุบาลสร้างสีสัน ใช้ดรัมเมอเยอร์หนูน้อยกว่า100คน

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.45 น.

15 ธ.ค.60 ที่โรงเรียนอนุบาลชัยนาท ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ได้จัดให้มีกิจกรรมกีฬาสีภายในประจำปี 2560 ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมที่จะต้องมีขบวนพาเหรดเดินไปรอบเมือง เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสแสดงออกด้านความพร้อมเพรียง สวยงาม และความสามารถ และของที่จะต้องมีคู่กับขบวนพาเหรดอย่างขาดเสียไม่ได้ ก็คือ “ดรัมเมเยอร์” ที่มีหน้าที่เดินควงคฑานำหน้าขวนพาเหรด

ซึ่งในปีนี้โรงเรียนอนุบาลก็ได้สร้างเซอร์ไพรซ์ให้กับผู้ปกคองและประชาชนที่คอยเชียร์ให้กำลังใจบุตรหลานในการเดินพาเหรด โดยรับสมัครดรัมเมเยอร์แบบไม่จำกัดจำนวน เอาแบบอลังการงานสร้างกันเลยทีเดียว ลูกใครหลานใครอยากเป็นดรัมเมเยอร์ งานนี้ทางโรงเรียนสนับสนุนให้ทำตามความฝัน ซึ่งก็มีดรัมเมเยอร์ที่เป็นน้องๆ จากทุกระดับชั้นแต่งชุดสวยๆ เดินควงคฑาอวดสายตาผู้ปกครองมาถึงกว่า 100 คน ดูจากความยาวขบวนเฉพาะดรัมเมเยอร์ก็ยาวกว่า 30 เมตรกันเลยทีเดียว สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน 2 ข้างทาง และผู้ปกครองที่ตามมาเชียร์บุตรหลาน

โดยนายสมศักดิ์ จิตรเอื้อตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลชัยนาท กล่าวว่า งานนี้น่าจะเป็นงานกีฬาสีโรงเรียนอนุบาล ที่มีดรัมเมเยอร์มากที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ ซึ่งสาเหตุที่รับดรัมเมเยอร์จำนวนมากขนาดนี้ ก็เพราะทางโรงเรียนตระหนักดีว่า ตำแหน่งดรัมเมเยอร์เป็นตำแหน่งในฝันของหลายๆ คนในวัยเด็ก แต่ปกติจะต้องมีการคัดเลือก ทำให้เด็กๆ จำนวนหนึ่งต้องผิดหวัง แต่โรงเรียนอนุบาลชัยนาทสนับสนุนให้เด็กๆ ได้ทำตามความฝัน จึงเปิดโอกาสให้ทุกคนที่ต้องกรเป็นดรัมเมเยอร์มีโอกาสและเวทีให้ได้แสดงความสามารถ เพื่อส่งเสริมพัมนาการของเด็กในด้านการแสดงออกและบุคลิกภาพ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

1ปีกับการค้นหา!‘เพลิงบุญ’แชมป์คำค้นแห่งปี2560จากGoogle

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308954

1ปีกับการค้นหา!‘เพลิงบุญ’แชมป์คำค้นแห่งปี2560จากGoogle

1ปีกับการค้นหา!‘เพลิงบุญ’แชมป์คำค้นแห่งปี2560จากGoogle

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.20 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.60 เว็บไซด์กูเกิลได้ประกาศคำค้นหาแห่งปี 2560 โดยพบว่าตลอดทั้งปีนี้ คนไทยค้นหาคำว่า “เพลิงบุญ” มากที่สุด ขณะที่คำว่า “Roblox” “หน้ากากทุเรียน” ตามมาในอันดับ 2 และ 3

โดย 10 อันดับคำค้นหาประจำปี 2560 ในประเทศไทย ได้แก่ 1.เพลิงบุญ 2.Roblox 3.หน้ากากทุเรียน 4.เพลิงพระนาง 5.The Mask Singer 6.My Secret Romance 7.ปานามา 8.โจ บอย สเก๊าท์ 9.คลื่นชีวิต และ 10.ก้าวคนละก้าว

ขณะที่ 10 อันดับคำค้นหาประจำปีในระดับโลก ได้แก่ 1.Hurricane Irma 2.iPhone 8 3.iPhone X 4.Matt Lauer 5.Meghan Markle 6.13 Reasons Why 7.Tom Petty 8.Fidget Spinner 9.Chester Bennington และ 10.India National Cricket Team

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กรณ์’ไปช่วยขาย“ข้าวอิ่ม”เปิด 2 สูตรใหม่/“บิ๊กป๊อก”ชวนไปงาน โอทอป 2017 ส่งท้ายปี

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308931

'กรณ์'ไปช่วยขาย“ข้าวอิ่ม”เปิด 2 สูตรใหม่/“บิ๊กป๊อก”ชวนไปงาน โอทอป 2017 ส่งท้ายปี

‘กรณ์’ไปช่วยขาย“ข้าวอิ่ม”เปิด 2 สูตรใหม่/“บิ๊กป๊อก”ชวนไปงาน โอทอป 2017 ส่งท้ายปี

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

nn…แจ้งข่าวดีๆ สุดสัปดาห์นี้ ชาว Thailand Farmers Market ได้ ประเดิมงาน “ช่างชุ่ย Fest” เหมา กรีนโซน จัดเทศกาล Farmer Market ยกพลอาหารโฮมเมด ผลผลิตออร์แกนิก ขนม-เครื่องดื่มสุขภาพ ความงาม…มีเพียง 2 วัน ในเสาร์ 16 และอาทิตย์ 17 ธันวาคมนี้ เวลา 11.00-21.00 น. ที่ช่างชุ่ย ChangChui (Green Zone) งานนี้ “กรณ์ จาติกวณิช” อดีต รมว.คลัง ประธานชมรมฟินเทคแห่งประเทศไทย ฝากบอกว่าในเสาร์ที่ 16 ธ.ค.จะไปช่วยขาย “ข้าวอิ่ม” จากโครงการเกษตรเข้มแข็ง ที่ได้ริเริ่มช่วยชาวนา ที่มหาสารคาม ปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้วครับ…ขอขอบคุณ Flynow และช่างชุ่ย ที่ให้พื้นที่บูธในอีเว้นท์ Farmers Market….สิ่งสำคัญ อดีต รมว.คลัง คนนี้ บอก ว่า“ข้าวอิ่ม” จะนำ 2 สูตรใหม่ไปเปิดตัว นั่นคือลูกครึ่งพันธุ์ข้าวอีสาน-ใต้ : อิ่มทับทิมชุมแพ และลูกครึ่งพันธุ์ข้าวอีสาน-เหนือ : อิ่มหอมใบเตย…ใครเป็นขาประจำอิ่ม แนะนำลองชิม 2 สูตรใหม่นี้ดูครับ“…ทิ้งท้ายว่า แล้วพบกันที่บูธข้าวอิ่ม เสาร์นี้ตั้งแต่ 4 โมงเย็น เป็นต้นไปครับ” และใครสนใจสามารถสั่งซื้อข้าวอิ่ม โดยตรงส่งถึงบ้านได้ที่ 06-1017-7092 ข้อมูลเพิ่มเติมเพจ http://facebook.com/kasetkhemkhaeng…สนใจอย่าลืมแวะไปพบหาซื้อข้าวอิ่ม กันนะครับ…nn

nn…เกือบทุกวันอังคาร ก่อนประชุม ครม.ที่ทำเนียบรัฐบาล จะมีหน่วยงานราชการนำกิจกรรมมาจัด สัปดาห์นี้ เป็นคิวของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย นำโดย “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา มท.1 ควง อภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มาโปรโมท งาน OTOP CITY 2017 หรือ โอท็อป ซิตี้ 2017 ภายใต้ ธีมงาน“ของขวัญจากภูมิปัญญา มรดกล้ำค่าของ
คนไทย” ระหว่างวันที่ 17-25 ธันวาคม อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี…ผลิตภัณฑ์ OTOP ฝีมือคนไทย เพื่อเป็นของขวัญของฝากในเทศกาลปีใหม่…สีสันงานนี้ “บิ๊กป๊อก” มท.1 ทำ บิ๊กเซอร์ไพรส์ ด้วยการมอบของที่ระลึกผลงานผลิตภัณฑ์โอท็อป โดยมอบเป็น “เรือจำลอง” ผลงานจากกรุงเก่าอยุธยา ให้ นายกฯประยุทธ์ แสดงถึงการเป็นผู้นำ ที่นำพาประเทศชาติ ผ่านพ้นวิกฤติ สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และนำความสุขคืนให้กับประชาชน และมอบ “ช้างแกะสลัก” จากผลงานโอท็อปจากลำปางให้รองนายกฯ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แสดงถึงกำลังสำคัญในการปกป้องประเทศชาติ จากภัยคุกคาม นำพารอยยิ้มและความสงบสุขสู่แผ่นดิน มอบ“เรือสำเภาจำลอง”ผลงานจาก สมุทรสาครให้ รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ แสดงถึงผู้นำการพัฒนาเศรษฐกิจชาติ ก้าวไปข้างหน้า กับเพื่อสำเภาล่องนาวา ไปทุกทิศนำเศรษฐกิจสู่ความรุ่งเรืองและมอบ “หัวโขนพระนารายณ์”ผลงานจากสมุทรสงครามให้ รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม แสดงถึงการดูแลรักษา กฎกติกา ของบ้านเมืองให้เป็นหลัก ในการเดินหน้าประเทศเพื่อประชาชนได้มั่นใจ และอบอุ่นใจ…แหมๆ ท่าน มท.1 ช่างคิด และมอบสิ่งของให้แต่ละอย่าง ช่างเหมาะมีความหมายตรงกับแต่ละท่านจริงๆ…nn

nn…นับจากนี้ไปเหลืออีกไม่ถึง 20 วัน จะสิ้นสุดปี 2560 ก้าวไปสู่ปีใหม่ 2561 รศ.ดร.เอกพร รักความสุข อดีต รมช.แรงงาน อาจารย์ประจำหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ได้จัดทำ“สมุดบันทึก” ปีใหม่ เช่นที่ได้มอบให้ชาวสกลนครและผู้ที่เคารพนับถือทุกปี ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2532 ถึงปัจจุบัน และในโอกาสปีใหม่นี้ได้เขียนข้อคิดจากความรู้สึกที่เห็นสังคมไทย มีความเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านดีขึ้น เช่น การวิ่งเพื่อให้คนไทยสามัคคีกัน และบริจาคเงินเพื่อโรงพยาบาลเป็นต้นและหลายเรื่องตกต่ำลงอย่างมาก เช่น การหากินจากเงินทอนวัด, การใช้อารมณ์ในการบริหารประเทศ, การลุแก่อำนาจโดยใช้อำนาจเป็นเครื่องมือเพื่ออยู่เหนือคนทั่วไป เป็นต้น เป็นการกลั่นข้อคิดจากส่วนลึกของความคิดที่มีแต่ความห่วงใยบ้านเมืองครับ หวังว่าจะเป็นสมุดบันทึกที่เป็นประโยชน์ต่อทุกท่านครับ พร้อมยังมีข้อความ อวยพรส่งความสุขปีใหม่ 2561สั้นๆว่า “อ่อนน้อม ถ่อมตน เป็นคน เรียบง่าย เสมอต้น เสมอปลาย สู่จุดหมาย ด้วยความดี”..แหม ช่างเป็นคำอวยพรที่กระชับชัดเจนจริงๆ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เสียงสะท้อนในมุมผู้ใช้แรงงาน

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308846

ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เสียงสะท้อนในมุมผู้ใช้แรงงาน

ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เสียงสะท้อนในมุมผู้ใช้แรงงาน

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“นอกจากศาลแรงงานแล้ว “ศาลปกครอง” เป็นอีกศาลหนึ่งที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาให้ใช้ระบบไต่สวน โดยระบุไว้ใน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 55 (วรรคสาม) ว่า ในการพิจารณาพิพากษาคดี ศาลปกครองอาจตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสม ในการนี้ ศาลปกครองจะรับฟังพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานผู้เชี่ยวชาญ หรือพยานหลักฐานอื่นนอกเหนือจากพยานหลักฐานของคู่กรณีได้ตามที่เห็นสมควร

โดยท้าย พ.ร.บ.ดังกล่าว ให้เหตุผลที่กำหนดให้ใช้ระบบไต่สวนกับคดีปกครอง เนื่องจากคดีปกครองเป็นคดีข้อพิพาทว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของภาครัฐที่มีผลกระทบกับภาคเอกชน ซึ่งภาคเอกชน มักเสียเปรียบภาครัฐเนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในหน่วยงานของรัฐได้ นอกจากนี้ยังต้องใช้ตุลาการที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะในการพิจารณาคดีอีกด้วย”

“ผู้ใช้แรงงาน” คือผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไม่ว่าจะอยู่ในภาคส่วนใดก็ตาม สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากรายงาน “แรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2559” จัดทำโดย สำนักงานสถิติ แห่งชาติ พบว่า ในปี 2559 มีคนไทยที่มีงานทำทั้งสิ้นประมาณ 38.2 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็น “แรงงานในระบบ” อยู่ตามองค์กรต่างๆ 16.9 ล้านคน แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ที่สุด คือ ลูกจ้างรัฐบาล (เช่น ข้าราชการ พนักงานราชการหรือลูกจ้างประจำ) 3.3 ล้านคน และ ลูกจ้างเอกชน พนักงานตามบริษัทห้างร้าน 12.6 ล้านคน

สำหรับแรงงานในระบบ หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า “มนุษย์เงินเดือน” เชื่อว่าผู้ที่เลือกประกอบอาชีพในเส้นทางนี้มักคิดถึง “ความมั่นคง” ในชีวิตของตนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เห็นได้จากงานในสังกัดราชการที่แม้รายได้อาจจะไม่มากนักเมื่อเทียบกับงานประเภทเดียวกันในภาคเอกชน แต่มีความมั่นคงสูง อาทิ มีสวัสดิการหลากหลายครอบคลุมทั้งตนเอง บิดามารดา คู่สมรสและบุตร รวมถึงหากไม่ทำผิดร้ายแรงจริงๆ โอกาสถูกให้ออกจากงานเป็นไปได้ยากมาก ทำให้การสอบบรรจุเข้ารับราชการ ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจจนถึงปัจจุบัน

ตรงข้ามกับงานภาคเอกชน แม้เข้าทำงานอาจจะไม่ยากลำบากมากเท่าการเข้ารับราชการ อีกทั้งมีตำแหน่งงานหลากหลายกว่า แต่เรื่องของความมั่นคงในชีวิตลูกจ้างเอกชน ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามี “ความเหลื่อมล้ำ” ในหลายๆ เรื่อง แรงงานภาคเอกชนมีความเสี่ยงทั้งสภาพแวดล้อมการทำงาน และการถูกเลิกจ้างด้วยสาเหตุต่างๆ นานา จึงมีความพยายามออกกฎหมายมาเพื่อลดปัญหาดังกล่าว เช่น กฎหมายกองทุนประกันสังคม กฎหมายคุ้มครองแรงงาน รวมถึงมี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ขึ้นมาพิจารณาคดีแรงงานเป็นการเฉพาะ

ซึ่งข้อดีประการหนึ่งของกฎหมายดังกล่าว คือการนำ “ระบบไต่สวน” มาใช้ ดังที่ระบุใน มาตรา 45 ไว้ว่า “เพื่อประโยชนแห่งความยุติธรรมในอันที่จะให้ไดความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดี ให้ศาลแรงงานมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบไดเองตามที่เห็นสมควร” ต่างจากศาลยุติธรรมอื่นๆ ที่ใช้ “ระบบกล่าวหา” คู่ความทั้งโจทก์และจำเลยต้องหาพยานหาหลักฐานมายืนยันข้อเท็จจริงของตนเอง ศาลไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้

แม้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ก็ยังมีประเด็นให้ต้องแก้ไข อาทิ ในงานแถลงข่าว “สถานการณ์การเลิกจ้างคนงานกับข้อจำกัดของกระบวนการยุติธรรมที่ยังรอการปฏิรูป : แถลงผลงานฝ่ายกฎหมาย คสรท. กับการช่วยเหลือคนงานให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม” ณ รร.บางกอกพาเลส ย่านมักกะสัน-ราชปรารภ กรุงเทพฯ ชาลี ลอยสูง ประธานฝ่ายกฎหมาย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวถึงปัญหาที่พบเมื่อ คสรท. เข้าไปให้ความช่วยเหลือทางคดีความกับ
ผู้ใช้แรงงาน

อาทิ การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม สำหรับผู้ใช้แรงงานแล้วยังยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างคู่กรณี หลายครั้งฝ่ายนายจ้างมักจะใช้จุดนี้ต่อรองกับลูกจ้าง ประเภท “อยากได้ให้ไปฟ้องเอาเอง” ขณะที่ผู้พิพากษาอาชีพประจำศาลแรงงานมาจากกระบวนการศึกษาในระบบกฎหมายทั่วๆ ไป ซึ่งอาจขาดความเข้าใจในคดีแรงงาน เช่น “มองว่านายจ้างกับลูกจ้างสถานะเท่าเทียมกันเหมือนคู่ความในคดีแพ่ง” ทั้งที่นายจ้างและลูกจ้างมีศักยภาพในการเข้าถึงพยานหลักฐานไม่เท่ากัน

ปธ.ฝ่ายกฎหมาย คสรท. กล่าวต่อไปว่า ผู้พิพากษาสมทบ พบว่าบางกรณีผู้ที่เป็นตัวแทนฝ่ายลูกจ้างไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์ของลูกจ้างได้เต็มที่ เนื่องจากขาดความรู้เข้าใจเข้าในกฎหมายแรงงานอย่างลึกซึ้ง ขณะที่ผู้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย หลายคนขาดความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาของผู้ใช้แรงงาน ทำให้ค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับไม่สอดคล้องกับความเสียหายที่ลูกจ้างได้รับจากการถูกเลิกจ้าง นอกจากนี้ จำนวนผู้พิพากษาในศาลแรงงานที่มีน้อย ทำให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างล่าช้า

“เจตนาของการร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มีที่มาจากการพิจารณาคดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในเรื่องค่าจ้าง สวัสดิการ และอื่นๆ ดังนั้นทำอย่างไรจึงทำให้ลูกจ้างได้รับความเป็นธรรม ดังนั้นผู้พิพากษาต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีความเข้าใจด้านกฎหมายแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานเป็นสำคัญ” นายชาลี กล่าว

สอดคล้องกับที่ พรนารายณ์ ทุยยะค่าย ทนายความประจำ คสรท. กล่าวเสริมว่า ศาลแรงงานถูกออกแบบให้ใช้ระบบไต่สวน ซึ่งผู้พิพากษามีอำนาจเรียกหาพยานหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีได้ เช่น “กรณีลูกจ้างบอกว่าได้โทรศัพท์ลางานแล้ว แต่นายจ้างบอกไม่ทราบเรื่อง ผู้พิพากษาสามารถขอให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์ส่งบันทึกการใช้โทรศัพท์มาประกอบการพิจารณาคดีได้ทันที” โดยไม่ต้องให้ลูกจ้างเขียนคำร้องซึ่งเป็นภาระกับลูกจ้างแต่อย่างใด โดยเฉพาะหากลูกจ้างไม่มีทนายความคอยช่วย ทั้งนี้เอกสารหลักฐานต่างๆ มักอยู่ในความครอบครองของนายจ้าง

พรนารายณ์ ระบุว่า คดีแรงงานมีความแตกต่างกับคดีทั่วไป เพราะเป็นการต่อสู้กันในเชิงอำนาจตลอดเวลาระหว่างนายจ้างกับสหภาพแรงงาน หากศาลในฐานะผู้ชี้ขาดไม่เข้าใจประเด็นนี้ “โอกาสที่สหภาพแรงงานในประเทศไทยจะเข้มแข็งก็เป็นไปได้ยาก” คนที่มีภาระครอบครัวจะไม่กล้ามาทำงานกับสหภาพแรงงาน “การยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยให้ดีขึ้นย่อมเป็นเรื่องยาก” เพราะอำนาจการต่อรองของฝ่ายแรงงานก็จะน้อยลงไปด้วย

“ปัจจุบันผู้พิพากษาศาลแรงงานเป็นสายกว้าง คือใครก็ตามที่เห็นสมควร แต่ถ้าเป็นสายตรง เช่น เคยอยู่ศาลแรงงานก็ขอให้อยู่ยาวไปถึงศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน ท่านก็จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อการันตีได้ว่า เมื่อแรงงานไปฟ้องหรือใช้สิทธิ์ทางศาลก็จะมองภาพออก” พรนารายณ์ ฝากข้อเสนอแนะ

อนึ่ง..ย้อนไปเมื่อ 30 ม.ค. 2558 สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเรื่อง “กระบวนการยุติธรรมด้านแรงงานในระบบศาลคู่” ในครั้งนั้น ศ.ดร.คณิต ณ นคร ประธาน คปก. กล่าวถึงปัญหาการพิจารณาคดีแรงงานไว้ในทำนองเดียวกัน อาทิ ผู้พิพากษาที่เข้าไปอยู่ในศาลแรงงานจะเป็นผู้ที่มีความรู้ในคดีแพ่ง จึงนำวิธีพิจารณาคดีแพ่งไปใช้ในศาลแรงงาน ทั้งที่คดีแรงงานมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ การให้ความรู้ด้านกฎหมายและคดีแรงงานในประเทศไทยยังมีค่อนข้างน้อย

รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 258 กล่าวถึงการดำเนินการปฏิรูประเทศในหลายด้าน รวมถึง “ด้านกระบวนการยุติธรรม” ที่มีเป้าหมายประการหนึ่งคือ เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า และมีกลไกช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ รวมตลอดทั้งการสร้างกลไกเพื่อให้มีการบังคับการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคม ทั้งนี้ได้มีการออก ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ไปเมื่อ 15 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมา

ก็ขอฝากข้อสังเกตจากผู้ใช้แรงงานเข้าไปประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำลดลงไปได้อีกประการหนึ่ง!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จิตแพทย์ชี้หมดยุคท่องจำไปสอบ ย้ำอยู่โลกใหม่ต้องคิดเป็น-เอาตัวรอดในชีวิตจริงได้

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308928

จิตแพทย์ชี้หมดยุคท่องจำไปสอบ ย้ำอยู่โลกใหม่ต้องคิดเป็น-เอาตัวรอดในชีวิตจริงได้

จิตแพทย์ชี้หมดยุคท่องจำไปสอบ ย้ำอยู่โลกใหม่ต้องคิดเป็น-เอาตัวรอดในชีวิตจริงได้

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 19.46 น.

14 ธ.ค. 2560 นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักวิชาการด้านเด็กและเยาวชน กล่าวในงานเสวนา “ความเหลื่อมล้ำมีผลต่อทักษะสมองของเด็กไทย?” ซึ่งจัดโดยสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมกับองค์การ UNICEF ประเทศไทย ณ รร.เซ็นจูรี่พาร์ค ย่านสามเหลี่ยมดินแดง ถ.ราชปรารภ กรุงเทพฯ ว่า ระบบการศึกษาแบบเดิมๆ ที่เน้นหนักการเรียนวิชาการ ท่องจำ กวดวิชาแล้วไปสอบ ไม่ใช่คำตอบของชีวิตเพียงทางเดียวอีกต่อไป เพราะรูปแบบของการทำงานและการใช้ชีวิตของโลกยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

อาทิ ในอดีตหรือศตวรรษที่ 20 ระบบการทำงานไม่ว่าอาชีพใดๆ ล้วนเป็นรูปแบบสายพาน คือทำตามขั้นตอนไป ไม่ต้องคิดอะไรมาก เสร็จงานก็รับค่าจ้างเงินเดือน แต่ในศตวรรษที่ 21 รูปแบบการทำงานมีตัวแปรต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมายและซับซ้อน ซึ่งเกินกว่าที่วุฒิการศึกษาปริญญาใดๆ ไม่สามารถตอบได้ ดังจะเห็นจากกรณีที่เด็กไทยเรียนจบมาจำนวนไม่น้อยไม่รู้ว่าจะทำงานอะไร และทำงานก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร วิธีการเรียนแบบที่เป็นมาจึงหมดสมัยแล้ว

นพ.ประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า ขณะที่ตัวแปรสำคัญอย่างหนึ่งคือเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ที่วันนี้ทุกคนเข้าถึงได้เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ ทำให้มีข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตเด็กมากมายทั้งด้านดีและไม่ดี และผู้ใหญ่ไม่สามารถควบคุมได้ ฉะนั้นสิ่งที่เด็กยุคนี้ต้องมีคือทักษะชีวิตที่เรียกว่า Executive Functions (EF) ซึ่งเป็นความสามารถในการควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำของตนเองได้ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตนต้องการ

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

“สมัยผมเรียนหนังสือ ผมไม่ต้องมีเป้าหมาย พ่อแม่บอกให้ผมเป็นหมอ สังคมก็สั่งให้ผมเป็นหมอ เพราะเห็นว่าเก่ง แต่นั่นมันศตวรรษที่ 20 ที่ไม่ต้องมีอะไรต้องคิด ตอนนี้ไม่ใช่ บ้านไหนที่ยังกำหนดเป้าหมายให้ลูกบ้านนั้นจะเสี่ยงมาก เพราะลูกจะเจอตัวแปรสูงมาก แต่บ้านที่เลี้ยงลูกให้มีความสามารถกำหนดเป้าหมายเอง และกำหนดถูกอีกต่างหากว่าชอบอย่างนั้นอยากเป็นอย่างนี้ ชอบจริงรักจริงถูกจริงแล้วก็ไปได้จริง เราเรียกความรู้แบบนี้ว่า EF แต่นี่เป็นความรู้สมัยใหม่ ที่เราอยากให้พ่อแม่และการศึกษาสร้าง” นพ.ประเสริฐ กล่าว

นพ.ประเสริฐ ยังกล่าวอีกว่า วันนี้แหล่งเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่ในโรงเรียน หรืออยู่ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ แต่อยู่ในโทรศัพท์มือถือของทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ชายทะเล บนดอย หรือในเมือง แต่คำถามคือมีปัญญาในการใช้เทคโนโลยีให้เป็นหรือเปล่า โดยสิ่งสำคัญของทักษะ EF คือ 1.การควบคุมตนเอง เพื่อไม่ให้วอกแวกหลงไปกับกระแสของข้อมูลข่าวสารมากมายในอินเตอร์เน็ต แต่สามารถอดเปรี้ยวไว้กินหวาน มุ่งมั่นไปสู่เป้าหมายหลักที่ตนเองวางไว้ได้ อาทิ ทำงานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปเล่น แม้จะมีตัวแปรอื่นๆ มายั่วยุอยู่เบื้องหน้าก็ตาม

2.ความจำใช้งาน คือความรู้ที่จดจำไว้และสามารถนำไปใช้เมื่อเจอสถานการณ์ในชีวิตได้จริงๆ ไม่ใช่แค่จำไปตอบในข้อสอบเท่านั้น ดังจะเห็นว่าวัยรุ่นมีปัญหามาก แม้จะได้เรียนเรื่องโทษภัยของอบายมุข แต่ไม่สามารถชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียเมื่อพบสถานการณ์ในชีวิตจริงได้ เอาตัวรอดไม่เป็น เสมือนความรู้เก็บเข้าลิ้นชักไปใช้เพียงเวลาสอบ และ 3.ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แต่การพัฒนาทักษะ EF นั้น ทำได้ดีที่สุดช่วงอายุไม่เกิน 6 ขวบ โดยการปล่อยให้เด็กได้เล่นสนุกตามประสา ซึ่งก็คือทำกิจกรรมทางกายภาพที่เด็กได้ฝึกใช้ประสาทสัมผัส

นพ.ประเสริฐ กล่าวย้ำว่า แต่การพัฒนาศักยภาพคนตามแนวทาง EF นั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากภาครัฐและสังคมไทยไม่เข้าใจและไม่ส่งเสริม อาทิ 1.การอ่านนิทานให้เด็กเล็กๆ ฟัง แม้จะมีข้อค้นพบว่าพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กได้ แต่หนังสือนิทานเด็กยังมีราคาแพง พ่อแม่ที่มีกำลังทรัพย์น้อยหรืออยู่ในชนบทเข้าถึงได้ยาก ดังนั้นรัฐต้องเข้ามาอุดหนุน ถือเป็นสวัสดิการให้เด็กทุกคน 2.การลางานของพ่อแม่ได้ใน 3 ปีแรกของลูกโดยไม่กระทบต่อรายได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องปรับปรุง

3.เด็กต่ำกว่า 2 ขวบ ไม่ควรให้อยู่กับหน้าจอ ไม่ว่าโทรทัศน์หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ก็ตาม เรื่องนี้พ่อแม่ต้องเข้าใจด้วย เพราะภาพเคลื่อนไหวในจอนั้นกระทบต่อพัฒนาการทางสมองอย่างมาก 4.ก่อนอายุ 7 ขวบ ไม่เน้นการเรียนหนังสืออ่านเขียน ให้เล่นสนุกตามประสาเด็กเป็นหลัก เพราะการเล่นเป็นการพัฒนาวงจรประสาท แต่เรื่องนี้พ่อแม่ทำเองไม่ได้ ถ้ารัฐไม่สนับสนุน 5.ฝึกให้เด็กทำงานเอง เช่น งานบ้านเล็กๆ น้อยๆ แม้จะเป็นเด็กในครอบครัวที่มีฐานะแบบใดก็ตาม ถือว่าเป็นโอกาส เพราะการฝึกใช้นิ้วมือทั้ง 10 มีผลต่อการพัฒนาสมอง

“อ่านหนังสือนิทาน เล่น ทำงาน 3 อย่างนี้ต่อให้รัฐไม่ช่วย พ่อแม่ที่รู้ทันก็ทำได้ แต่ก็ยากหน่อยเหนื่อยหน่อย ลางานก็ไม่ได้ ปากกัดตีนถีบ เพื่อนบ้านอ่านออกเขียนได้บวกเลข 4 หลักไปแล้ว เรายังนับถึง 10 ไม่ได้เลย ก็หวั่นไหวกันไปทั่ว โซซัดโซเซกับมัน แต่ความจริงการอ่านออกเขียนได้ก่อนอายุ 7 ขวบ ไม่เป็นผลดี” นพ.ประเสริฐ กล่าวย้ำ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อาชีพไหนก็ดีได้ นักวิชาการชี้‘ตีกรอบ-แบ่งชั้น’กระทบทั้ง‘เด็ก-ชาติ’

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308927

อาชีพไหนก็ดีได้ นักวิชาการชี้‘ตีกรอบ-แบ่งชั้น’กระทบทั้ง‘เด็ก-ชาติ’

อาชีพไหนก็ดีได้ นักวิชาการชี้‘ตีกรอบ-แบ่งชั้น’กระทบทั้ง‘เด็ก-ชาติ’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 19.43 น.

14 ธ.ค. 2560 ที่ รร.เซ็นจูรี่พาร์ค ย่านสามเหลี่ยมดินแดง ถ.ราชปรารภ กรุงเทพฯ ภายหลังจากงานเสวนา “ความเหลื่อมล้ำมีผลต่อทักษะสมองของเด็กไทย?” ซึ่งจัดโดยสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมกับองค์การ UNICEF ประเทศไทย ดร.นุชนาฏ รักษี รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวกับผู้สื่อข่าว “แนวหน้าออนไลน์” ถึงปัญหาการศึกษาของไทย รวมถึงทัศนคติของสังคมไทยในการจัดลำดับชนชั้นของอาชีพต่างๆ ว่า

ระบบการศึกษาไทยยังมีลักษณะมุ่งไปเพียงทางเดียว ซึ่งก็เป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำทางอาชีพได้เช่นกัน อาทิ พ่อแม่มักคาดหวังว่าลูกต้องสอบเข้ารับราชการได้ หรือลูกต้องเรียนเพื่อไปเป็นแพทย์ เป็นวิศวกร เป็นทหาร เท่านั้นจึงจะเท่ากับประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ผลที่ได้คือเด็กหลายคนแม้เรียนจบมาได้จริงแต่ไม่ชอบอาชีพนั้นๆ แล้วก็ย้ายไปประกอบอาชีพอื่นแทน ส่งผลกระทบต่องบประมาณของชาติด้วย เพราะในบางอาชีพ เช่น แพทย์ ใช้งบประมาณต่อหัวในการเรียนการสอนค่อนข้างมาก แต่เมื่อจบมาแล้วก็ไม่ได้เป็นแพทย์ให้คุ้มค่ากับการที่รัฐลงทุนไป

ดร.นุชนาฏ รักษี

ดร.นุชนาฏ กล่าวต่อไปว่า ต้องฝากให้สื่อมวลชนช่วยชี้ให้สังคมเห็นว่า ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็มีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิตได้ อาทิ กรณีของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ไม่สามารถสอบเข้าเรียนต่อในระดับสูงได้ จึงผันตัวไปปลูกผักแบบ Organic ซึ่งแม้จะไม่เคยมีความรู้มาก่อน แต่ก็อาศัยการลองผิดลองถูกด้วยตนเอง จนประสบความสำเร็จ ปัจจุบันเป็นเจ้าของกิจการเลี้ยงตนเองได้ แต่ความสำเร็จดังกล่าว พ่อแม่มีส่วนสำคัญมากด้วยการให้ความเข้าใจและให้โอกาส

“คนใกล้ชิดนี่สำคัญ พ่อแม่บอกว่าไม่เป็นไร ลูกทำอย่างนั้นไม่ได้ก็ทำอย่างนี้ แล้วก็สนับสนุน ให้ความรักความอบอุ่น ตอนนี้เขามีธุรกิจเป็นของตนเองตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ซึ่งสังคมต้องพยายามยกกรณีแบบนี้ขึ้นมา ไม่ใช่แค่ต้องเป็นเฉพาะอาชีพที่สังคมคิดว่าต้องเป็นอย่างนี้อย่างเดียว คือจะทำอย่างไรให้คนไทยเราเป็นอะไรก็ได้ แต่เก่งในสิ่งที่ตัวเองทำ ในสิ่งที่ตัวเองเป็น” ดร.นุชนาฏ กล่าว

อนึ่ง..เรื่องราวของเกษตรกรวัยรุ่นดังกล่าว คือ นายจุลเทพ บุณยกรชนก หรือหยก ชาว จ.อ่างทอง ที่เป็นข่าวฮือฮาในสื่อหลายสำนักเมื่อเดือน ม.ค. 2559 หลังคว้าตรา “Organic Thailand” โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองว่าพืชผักที่ปลูกนั้นทำด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ ทั้งที่นายจุลเทพมีอายุเพียง 17 ปี เท่านั้น ถือเป็นเกษตรกรอายุน้อยที่สุดที่ได้รับเครื่องหมายรับรองดังกล่าว ทั้งนี้นายจุลเทพเปิดเผยว่า ตนเองเรียนหนังสือไม่เก่ง รู้สึกท้อจึงผันตัวมาทำเกษตรอินทรีย์โดยมีบิดาให้การสนับสนุน และระบุว่าผลผลิตขายดีมากผลิตแทบไม่ทัน

จุลเทพ บุณยกรชนก

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/559310

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวยสะดุดตา! ‘น้องกี้’แต่งชุดราตรีขายลอตเตอรี่เรียกลูกค้า

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308910

สวยสะดุดตา! 'น้องกี้'แต่งชุดราตรีขายลอตเตอรี่เรียกลูกค้า

สวยสะดุดตา! ‘น้องกี้’แต่งชุดราตรีขายลอตเตอรี่เรียกลูกค้า

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 19.12 น.

น้องกี้ แม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล สร้างจุดขาย สวมชุดราตรีตะเวนขายสลากกินแบ่งรัฐบาลสร้างจุดขายในยุคที่การแข่งขันสูง เผยหากแต่งชุดแดงถูกโฉลกจะขายได้มากกว่าปกติ

14 ธ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีแม่ค้าสาวขายลอตเตอรี่แต่งชุดสวยงาม สร้างเอกลักษณ์ดึงดูดเพื่อเรียกลูกค้าให้มาซื้อลอตเตอรี่ไม่เหมือนกับแม่ค้าคนอื่นๆ โดยขายอยู่ที่ตลาดนัด อบต.สมอแข หมู่ 3 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งพบว่ามีชาวบ้านจำนวนมากกำลังมุงดูและเลือกซื้อลอตเตอรี่ที่แผงของ น.ส.สุภาวดี  จันทร์ทอง หรือน้องกี้ อายุ 22 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 8/2 ม.8 ต.บ้านป่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่แต่งตัวด้วยชุดราตรีสีขาวยาวระยิบระยับ แต่งหน้าทาปากสีแดง ทาเล็บสีแดง ย้อมผมสีทอง และร้องเรียกเชิญชวนให้ลูกค้ามาเลือกซื้อล็อตเตอรี่ของตนเอง สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่เดินเลือกซื้อของอยู่ภายในตลาดนัดกันเป็นจำนวนมาก

จากการสอบถาม น.ส.สุภาวดี เล่าว่า ได้ใส่ชุดราตรีขายลอตเตอรี่มาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว เพื่อต้องการให้เป็นที่สนใจดึงดูดสายตาของลูกค้า และเพิ่มยอดขายให้กับตนเอง เนื่องจากยุคเศรษฐกิจช่วงนี้ขายของไม่ค่อยดี จึงต้องหาจุดขายให้ผู้คนที่ผ่านไปมาหันมาให้ความสนใจ ซึ่งตนเองจะใส่ชุดราตรีตระเวนไปขายลอตเตอรี่ตามสถานที่ราชการต่างๆ และตลาดนัดในเขต อ.เมืองพิษณุโลก ทุกๆ วัน เฉลี่ยแล้วจะขายได้ประมาณ 50 ใบขึ้นไป แต่ถ้าหากวันไหนตนเองสวมใส่ชุดราตรีสีแดงก็จะทำให้ขายลอตเตอรี่ได้ถึง 100 ใบเลยทีเดียว ซึ่งตนคิดว่าชุดสีแดงเป็นชุดที่ถูกโฉลกกับตนมากที่สุด ทั้งนี้ตนมีชุดราตรีอยู่ทั้งหมด 3 ชุด ซื้อมาในราคาชุดละ 1,500 บาท สำหรับลอตเตอรี่ที่ขายนั้นอยู่ที่ใบละ 80 บาท ตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ไม่ต้องขายหวยชุดเลขดูสวยดูดีแต่ราคาเกินปกติจะเสี่ยงโดนตำรวจจับ และจะขายหมดทุกงวด

ขณะที่ น.ส.สุภาวดี กล่าวทิ้งท้ายว่า การขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่ ในช่วงนี้เน้นย้ำให้ลูกค้าคิดบวก เมื่อซื้อลอตเตอรี่เรียบร้อยแล้วก็จะให้เขียนชื่อตัวเองกำกับทันที พร้อมถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน หรือว่าจะถ่ายรูปคู่กับแม่ค้าคนงามก็ไม่ว่ากัน ทั้งนี้เมื่อถูกรางวัลใหญ่โชคหล่นทับขึ้นมาจะได้ไม่มีปัญหาหวยอลเวงที่กำลังเป็นข่าวดังครึกโครมตามสื่อต่างๆ หากใครสนใจต้องการเลือกซื้อลอตเตอรี่กับน้องกี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กระบี่-โคราช-เชียงราย ปักหมุดเป็นเมืองศิลปะ 3 แห่งแรกของก.วัฒนธรรมร่วมสมัย

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308872

กระบี่-โคราช-เชียงราย  ปักหมุดเป็นเมืองศิลปะ 3 แห่งแรกของก.วัฒนธรรมร่วมสมัย

กระบี่-โคราช-เชียงราย ปักหมุดเป็นเมืองศิลปะ 3 แห่งแรกของก.วัฒนธรรมร่วมสมัย

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.34 น.

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายผลักดันให้เกิดเมืองศิลปะขึ้น เริ่มนำร่อง 3 เมือง คือ โคราช (นครราชสีมา) เชียงราย และกระบี่ ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ไปดำเนินโครงการเมืองศิลปะตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 โดยบูรณาการการทำงานกับภาครัฐและกลุ่มศิลปินในพื้นที่ จัดทำแผนและแนวทางพัฒนาเมืองศิลปะ รวมถึงการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความตระหนักให้ชุมชนในจังหวัด ปัจจุบันทั้ง 3 จังหวัด เกิดความตื่นตัวอย่างมาก มีการจัดกิจกรรม โครงการที่หลากหลายในฐานะที่เป็นเมืองศิลปะ เช่น กิจกรรมถนนสายศิลปะ กิจกรรมเทศกาลศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมพัฒนาพื้นที่ด้วยศิลปะ ซึ่งล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมและบูรณาการการทำงานร่วมกัน นับได้ว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้ปักหมุด ทำให้เกิดเมืองศิลปะขึ้นแล้วใน 3 เมืองดังกล่าว

นายวีระ กล่าวต่อว่า โครงการเมืองศิลปะ เป็นการดำเนินงานตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม สร้างภาพลักษณ์ สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศจากการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นโครงการต่อเนื่องที่ปรากฏในแผน 20 ปี ของกระทรวงวัฒนธรรม โดยตระหนักว่า ศิลปะสามารถดึงเอาต้นทุนทางวัฒนธรรมของแต่ละเมืองมาต่อยอด ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดนั้น ๆ สร้างรายได้และสีสันให้ผู้คน สังคม และรายได้ของจังหวัด

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2561 สศร. มีแผนดำเนินโครงการเมืองศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการ/กิจกรรมสำคัญหลายโครงการ ตามแผนงานพัฒนาเมืองศิลปะนั้นจะเน้นการเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม การส่งเสริมให้มีการจัดสรรพื้นที่สาธารณะของเมืองเพื่อเป็นเวทีแสดงความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินและประชาชน เปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงงานอย่างอิสระ ได้จำหน่ายผลงานเพื่อสร้างรายได้และสร้างการเรียนรู้ของประชาชน ส่งเสริมให้มีส่วนร่วมของภาคการศึกษา เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านศิลปะแก่ประชาชน  การจัดการพื้นที่ศิลปะ การจัดงานด้านศิลปะสร้างสรรค์ในระดับชาติและระดับนานาชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนงานศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้     จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มศิลปิน ชุมชน และภาครัฐ เพื่อไปสู่การเป็นเมืองศิลปะที่แท้จริง
ด้าน น.ส.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กล่าวว่า ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทั้ง 3 จังหวัด    มีการขับเคลื่อนอย่างมากไปสู่การเป็นเมืองศิลปะ เช่น โคราช มีความตื่นตัวอย่างมาก เกิดการรวมตัวระหว่างจังหวัด ชุมชน และกลุ่มศิลปิน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นมากมาย แม้กระทั่งวัดก็เข้ามามีส่วนร่วมด้วยการเปิดอาคารแปดเหลี่ยมให้เป็นพื้นที่ถาวรในการแสดงงานศิลปะ ปัจจุบัน ทั้ง 3 จังหวัดมีการวางแผนการดำเนินงานระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนใหญ่มุ่งสร้างเป็นหมู่บ้านศิลปิน ในส่วน สศร.เองมีโครงการต่าง ๆ ลงไปกระตุ้นในพื้นที่ด้วย เช่น  โครงการมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Krabi 2018 ที่กระบี่ ซึ่งเป็นงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ หรือการสนับสนุนกลุ่มศิลปินของจังหวัดเชียงรายในการจัดกิจกรรมในเทศกาลบอลลูนนานาชาติ

“การพัฒนาเมืองศิลปะทั้ง 3 แห่งนั้น เป็นการระเบิดจากภายใน เกิดการรวมตัวของกลุ่มศิลปิน ชุมชน ภาครัฐ สร้างเป็นเครือข่ายคอยสื่อสารและทำกิจกรรมรวมตัวกันตลอดเวลา เช่น กลุ่มขัวศิลปินเชียงราย กลุ่มครูศิลป์ถิ่นโคราช กลุ่มศิลปินอันดามัน ทั้ง 3 กลุ่มนี้คือรูปธรรมของการร่วมมือกันจากหลายส่วน ทั้งกระตุ้นกันเอง กระตุ้นจากหน่วยงาน ต่าง ๆ  โดยในปี 61 ก็ได้เตรียมงบประมาณสำหรับลงไปทำโครงการต่อเนื่อง ทั้งนี้ หลังจากทั้ง 3 จังหวัด ประกาศเป็นเมืองศิลปะแล้ว ก็มีอีกหลายจังหวัดที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาเป็นเมืองศิลปะได้ เช่น ราชบุรี หรือจังหวัดอื่น ๆ ซึ่ง สศร.   ก็เตรียมทำงานกับจังหวัดที่สนใจและพร้อมเพื่อผลักดันให้เป็นเมืองศิลปะเมืองต่อไป”   น.ส.วิมลลักษณ์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฏหมาย ‘หมอเจตน์’ย้ำสูบแบบไหนก็อันตรายต่อสุขภาพ

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308842

บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฏหมาย 'หมอเจตน์'ย้ำสูบแบบไหนก็อันตรายต่อสุขภาพ

บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฏหมาย ‘หมอเจตน์’ย้ำสูบแบบไหนก็อันตรายต่อสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.50 น.

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าร้อง กมธ.พาณิชย์ สนช.ขอนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย “หมอเจตน์” ชี้ กม.ยาสูบห้ามนำเข้าชัดเจน ยันดูด-สูบมีอันตรายส่งผลเสียต่อสุขภาพ ซัดเอาแต่ข้อดีมาอ้างปกปิดผลเสีย จี้ สธ.เร่งแจงผลเสียก่อนคุมไม่อยู่

14 ธ.ค.60 พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม และการแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า มายื่นหนังสือต่อกรรมาธิการฯ เพื่อขอให้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามาใช้ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย จากนั้น ก็ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมาธิการการพาณิชย์ที่มี นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ประธานอนุกรรมาธิการไปพิจารณาศึกษาถึงผลดี ผลเสีย ผลกระทบอะไรหรือเปล่า รวมทั้งประเทศจะได้ประโยชน์หรือไม่ ก่อนที่จะเข้ามาพิจารณาในคณะกรรมาธิการฯชุดใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

ด้าน นายศิริพล เปิดเผยว่า จากการฟังคำชี้แจงของเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯที่ผ่านมาบอกว่าในต่างประเทศ 150 ประเทศเปิดโอกาสให้ใช้ แต่ประเทศไทยไม่อนุญาต โดยผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าต้องการให้มีการนำเข้ามา และกำกับดูแลอย่างถูกต้อง ต้องมีมาตรฐานของกล้อง น้ำยา หรือกำหนดสัดส่วนผสมของสารนิโคลตินเท่าไหร่ รวมทั้งต้องจำกัดจำนวนผู้จำหน่าย ไม่ใช่ทั่วไป ต้องมีใบอนุญาตที่ถูกต้อง ที่สำคัญสามารถลดจำนวนผู้ดูดบุหรี่ได้ อย่างไรก็ตาม อนุกรรมาธิการแค่รับฟังความเห็นเท่านั้น แต่ผู้ที่จะตัดสินคือ กระทรวงสาธารณสุข ทำได้หรือไม่ได้ ทั้งนี้ จะมีการประชุมอนุกรรมาธิการอีก 1-2 ครั้ง ก่อนที่จะสรุป และนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการพาณิชย์ฯ อีกครั้งว่า จะมีความเห็นอย่างไร ต่อไป

ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวว่า เป็นการนำข้อมูลมาอ้างถึงข้อดีเท่านั้น เพราะในกฎหมายยาสูบก็ห้ามนำเข้าและห้ามมีไว้ครอบครอง ถือว่าผิดอยู่แล้ว และที่ผ่านมากรรมาธิการสาธารณสุขได้ทำการศึกษามาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่ หรือดูดบุหรี่ไฟฟ้า ก็มีผลเสียต่อร่างกายทั้งสิ้น ซึ่งข้ออ้างดังกล่าว ไม่มีผลอะไร ส่วนจะนำเข้ามาเป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเรื่องนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุข และ สสส. ต้องหาข้อมูลผลเสียต่อการดูดบุหรี่ไฟฟ้ามีอะไรบ้าง และต้องเร่งรณรงค์ชี้แจงรายละเอียดว่า มีผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอย่างไร ก่อนที่จะมีการเข้าใจผิดว่า มีอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ทั่วไป และจะนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,890,800 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พลังผู้หญิง ‘ปูนซีเมนต์นครหลวง’ เปิดกว้างทุกความเป็นไปได้ องค์กรแห่งโอกาส เท่าเทียม ยั่งยืน ให้ ‘ผู้หญิง’ เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
โสภณ ตลก หมอวรงค์ ชี้สภาเลี้ยงข้าวสส.มานานแล้ว
พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน
งานวิจัยบุหรี่ไฟฟ้ายังเสียงแตก ผู้เชี่ยวชาญย้ำ 'การเลิกสูบ' ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
มก.ขับเคลื่อนต้นแบบการศึกษาใหม่ของประเทศ เมื่อโรงเรียนกลายเป็นฟาร์มเรียนรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
พลังงาน สั่งระดมรถบรรทุก-เพิ่มรอบส่งน้ำมัน เร่งกระจายเข้าปั๊มทั่วประเทศ แก้ขาดแคลน
ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่
นายกฯเรียกถกทีมเศรษฐกิจ รับมือน้ำมันแพง เล็งชงครม.จ่อขยับดีเซล
หัวอกแม่เจ็บจี๊ด‘โอ๋ ภัคจีรา’ป้องลูกสาวได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเพราะเป็นลูกดารา

Recent Posts

  • อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
  • อิรักรุดเจรจาอิหร่าน ขอเปิดทางเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
  • จีนประกาศส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมช่วย “อิหร่าน-ตะวันออกกลาง”
  • เอเชียคุมเข้มพลังงาน หลายประเทศงัดมาตรการฉุกเฉิน รับมือวิกฤตน้ำมันตึงตัวจากสงครามตะวันออกกลาง
  • นักเขียนวางยาฆ่าสามี ฮุบสมบัติ 4 ล้านดอลลาร์ ก่อนแต่งหนังสือเด็กรับมือความสูญเสีย

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d