Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘หมวดเจี๊ยบ’จากสื่อสายทหาร สู่’กระบอกเสียง’เพื่อไทย-ชินวัตร

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308710

'หมวดเจี๊ยบ'จากสื่อสายทหาร  สู่'กระบอกเสียง'เพื่อไทย-ชินวัตร

‘หมวดเจี๊ยบ’จากสื่อสายทหาร สู่’กระบอกเสียง’เพื่อไทย-ชินวัตร

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 20.36 น.

หากจะใช้คำว่า “เดินหน้าชน” สำหรับกรณีของ “หมวดเจี๊ยบ” ร.ท. (หญิง) สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ก็คงไม่ผิดนัก หลังจากที่ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 13 ธ.ค. 2560 นำคณะผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศและมิตรสหายร่วมพรรค เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หลังตนถูกแจ้งความข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ถือว่าได้ “ทำตามคำที่ประกาศไว้” ว่าเรื่องนี้ต้อง “ถึงหูต่างชาติ” อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับอีกคำหนึ่งที่อาจจะใช้ได้คือ “เปิดหน้าแลก” เพราะเธอคนนี้ “เปลี่ยนนามสกุล” จากเลิศภควัตไปเป็น “ทิวากรดำรง” พร้อมกับบอกว่า “นามสกุลนี้ใช้เองคนเดียว” แม้จะมีคำยืนยันว่า เธอมิได้เปลี่ยนเพราะเหตุผลด้านการเมืองหรือคดีความใดๆ แต่เป็นเพราะมีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือทักมาและตั้งนามสกุลใหม่ให้เพื่อความเป็นสิริมงคล อีกทั้งได้แจ้งเปลี่ยนนามสกุลไปตั้งแต่เดือน พ.ย. 2560 แล้วก็ตาม ทว่าคงยากที่จะห้ามคอการเมืองคิดเชื่อมโยงไปในทางนั้นได้

ร.ท. (หญิง) สุณิสา เลิศภควัต (หรือปัจจุบันคือ ทิวากรดำรง) เกิดเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2518 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ (สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบปริญญาโทคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ยังเคยได้รับทุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ให้ไปฝึกงานกับสถานีโทรทัศน์ชั้นนำของแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง NHK เป็นเวลา 3 เดือนอีกด้วย

หมวดเจี๊ยบ เริ่มชีวิตการทำงานด้วยการรับราชการเป็นทหารในสังกัดกรมสรรพาวุธทหารบก ต่อมาในปี 2545 ได้รับการโยกย้ายให้มาเป็นสื่อมวลชนประจำกองทัพ เริ่มจากงานจัดรายการวิทยุให้กับศูนย์วิทยุกองทัพบก และย้ายมาเป็นผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศประจำสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 กระทั่งในปี 2550 ซึ่งประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองโดยรัฐบาล คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) หรือก็คือคณะทหารที่นำโดย “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เข้ายึดอำนาจการปกครองจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น) เมื่อ 19 ก.ย. 2549

มุมหนึ่งขณะที่ พล.อ.สนธิ แม้เป็นผู้ยึดอำนาจด้วยเหตุผลว่าต้อง “ระงับวิกฤติทางการเมือง” ที่มีการชุมนุมประท้วงและอาจนำไปสู่ความวุ่นวาย ทว่าก็ไม่ได้เป็นนายกฯ เอง แต่ไปเชิญ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี) มาดำรงตำแหน่งแทน อีกมุมหนึ่ง กลุ่มผู้ศรัทธาในตัวทักษิณ ชินวัตร เริ่มก่อตั้ง แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ในเวลานั้น หมวดเจี๊ยบ เริ่มเป็นที่รู้จักในแวดวงการเมือง ด้วยการเปิดตัวหนังสือ “ทักษิณ WHERE ARE YOU?” เมื่อ 1 ส.ค.2550 และเรียกเสียงฮือฮาได้มาก

หนังสือเล่มนี้ ร.ท. (หญิง) สุณิสา เขียนขึ้นมาจากการที่ตน “บินลัดฟ้า” ไปสัมภาษณ์อดีตนายกรัฐมนตรีที่ในช่วงดังกล่าวหลบลี้ไปพำนักอยู่ในประเทศอังกฤษ แถมยังไปเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลเมืองผู้ดีอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) อีกต่างหาก โดยบอกเล่าถึงชีวิตความเป็นอยู่ในต่างแดนของ ทักษิณ อย่างทุกแง่ทุกมุม ทั้งในแง่ชีวิตส่วนตัวและการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองไทย อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ก็แลกมาด้วยการที่เธอถูกลงโทษฐานลาราชการโดยไม่ขออนุญาต ด้วยการให้ย้ายออกจากช่อง 5 กลับไปอยู่ที่กองทัพบกเช่นเดิม

วันเวลาผ่านไป..เส้นทางชีวิตของหมวดเจี๊ยบเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ในการเข้าร่วมกับ“ขั้วการเมืองสีแดง” เริ่มจากต้นปี 2552 ที่ปรากฏชื่อของเธอในทีมผู้จัดรายการประจำช่อง “D-Station” ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของกลุ่ม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เปลี่ยนชื่อมาจาก นปก. เดิม และใช้ “เสื้อสีแดง” เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม ตรงข้ามกับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มการเมืองที่ต่อต้านเครือข่ายของทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้เสื้อสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์

หลังห้วงเวลา 2 ปีเศษ ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริหารประเทศต่อจาก พรรคพลังประชาชน อันเป็น “รุ่นที่ 2” ของขั้วการเมืองฝ่ายทักษิณถูกยุบ เมื่อเดือน ธ.ค. 2551 ตามมาด้วยเหตุความวุ่นวาย มีการชุมนุมประท้วงโดยกลุ่ม นปช. ผู้สนับสนุนทักษิณทั้งในปี 2552 และ 2553 กระทั่งมีการประกาศยุบสภาเมื่อเดือน พ.ค. 2554 ในเวลานั้น หมวดเจี๊ยบได้ตัดสินใจ “ลาออกจากราชการ” เพื่อเข้าร่วมกับ พรรคเพื่อไทย “รุ่นที่ 3” ของขั้วการเมืองฝ่ายทักษิณอย่างเต็มตัว โดยลงสมัครรับเลือกตั้งในกรุงเทพฯ เขต 30 (บางแค)

แม้ผลการเลือกตั้งเมื่อ 3 ก.ค. 2554 หมวดเจี๊ยบจะพ่ายให้กับ อรอนงค์ คล้ายนก จากพรรคคู่แข่งสำคัญอย่างประชาธิปัตย์ แต่คะแนนรวมทั้งประเทศ พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะได้จัดตั้งรัฐบาลโดยมี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของทักษิณ เป็นนายกฯ ทำให้ในอีกปีเศษๆ ให้หลัง ร.ท. (หญิง) สุณิสา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อ 12 มี.ค. 2556 และนับเป็นจุดเริ่มต้นการทำหน้าที่เป็น “กระบอกเสียง” ให้กับขั้วการเมืองของทักษิณ ชินวัตร ในนามพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มตัว

หมวดเจี๊ยบตกเป็นข่าวฮือฮาอีกครั้ง ในช่วงการชุมนุมของกลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เพื่อคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมที่มีเนื้อหา “ล้างผิด” ในคดีทุจริตของทักษิณ และยาวต่อไปถึงข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ระหว่างเดือน พ.ย. 2556-พ.ค.2557 ในเหตุการณ์ที่เธอระบุว่า “ถูกการ์ด กปปส. ทำร้ายร่างกาย” และควบคุมตัว

26 ก.พ. 2557 หมวดเจี๊ยบเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าว โดยเล่าว่า ช่วงหัวค่ำของวันที่ 25 ก.พ. เวลานั้นกลุ่ม กปปส. มีการปิดถนนชุมนุมหลายจุดใน กทม. รวมถึงย่าน สยามสแควร์ ศูนย์รวมแหล่งช็อปปิ้งสุดหรูกลางกรุงเทพฯ ขณะที่เธอกำลังเดินออกจากคลินิกเสริมความงามในละแวกนั้น จู่ๆ ก็มีการ์ด กปปส. เข้ามา “จิกผม-ล็อกแขน” พร้อมทั้งยึดโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งยังมีการ์ดคนหนึ่งพูดจาข่มขู่ว่า “รู้ไหมว่าพวกเขาไม่ได้เจอผู้หญิงมานานแค่ไหนแล้ว” แต่ด้วยความที่มีสื่อมวลชนอยู่จำนวนมาก ท้ายที่สุดเธอก็ถูกปล่อยตัวออกมา ซึ่งก็มีข้อถกเถียงกันในว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่?

และแม้การเมืองไทยหลังวันที่ 22 พ.ค. 2557 ที่กองทัพเข้าทำการควบคุมอำนาจการปกครองประเทศอีกครั้ง ในนาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งคราวนี้หัวหน้า คสช. “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกฯ ด้วยตนเอง ร.ท. (หญิง) สุณิสา ก็ยังคงมีบทบาทเด่นในด้าน “วิวาทะ” ระหว่างขั้วการเมืองทักษิณ-เพื่อไทย กับ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงกับ “แม่น้ำ 5 สาย” อันเป็นองคาพยพของ คสช. ตลอดมา เมื่อใดที่มีการตอบโต้กันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับ คสช. มักปรากฏชื่อของหมวดเจี๊ยบเป็นตัวแทนฝั่งพรรคเพื่อไทยอยู่ด้วยเสมอ

รวมถึงครั้งที่สุด ที่หมวดเจี๊ยบตั้งข้อสังเกตกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในทำนองว่า “เหตุใดเมื่อสามารถเปิดทำเนียบรัฐบาลรอพบกับตูน บอดี้สแลม หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องดังที่ออกวิ่งหาทุนสมทบช่วยเหลือโรงพยาบาลได้ แต่กลับไม่ยอมไปพบกับกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา ที่ชุมนุมอยู่ข้างทำเนียบรัฐบาล” จนนำมาสู่การถูกแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว ทว่าถึงจะมีคดีติดตัว แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้เธอสะทกสะท้าน ตรงกันข้ามกลับประกาศกร้าวว่าพร้อมจะเดินหน้าสู้ต่ออย่างแน่นอน

ถือเป็นเหตุการณ์ที่ต้องจับตามอง..ในห้วงเวลาที่เสียงของคำว่า “ประชาธิปไตย-เลือกตั้ง” ดังก้องขึ้นเรื่อยๆ ตามห้วงเวลา “Road Map” ของ คสช. ที่เข้าสู่ช่วง “นับถอยหลัง” กันแล้ว!!! 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เสก’เผยภาพคู่’ทักษิณ-คุณหญิงพจมาน’ บอกรู้จักให้อภัยทำเพื่อประเทศกันเถิด

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308689

'เสก'เผยภาพคู่'ทักษิณ-คุณหญิงพจมาน' บอกรู้จักให้อภัยทำเพื่อประเทศกันเถิด

‘เสก’เผยภาพคู่’ทักษิณ-คุณหญิงพจมาน’ บอกรู้จักให้อภัยทำเพื่อประเทศกันเถิด

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 19.10 น.

13 ธ.ค. 60 นายเสก เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ร็อกสตาร์ชื่อดัง ได้โพสต์ภาพคู่กับ นายทักษิณ ชินวัตร และ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ลงในแฟนเพจเฟซบุ๊ก “SEK LOSO” ระบุข้อความว่า “บอกแล้วไงว่าเฮียเข้าใจทุกฝ่าย รู้จักให้อภัยแล้วทำเพื่อประเทศไทยกันเถิดนะพี่น้อง ด้วยรัก และปรารถนาดี …S. LOSO …”

ต่อมา เสก โลโซ ยังแชร์คลิปวิดีโอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ขณะบอกสื่อให้ลดข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปมนาฬิกาหรู และแหวนเพชร

โดยเขียนข้อความว่า “อันนี้ไม่ได้เข้าข้างนายกฯ จนเกินงามนะ ผมว่ากะอีแค่เรื่องนาฬิกากับแหวนของรองนายกฯ ประวิตรแค่นี้ ปล่อยๆ ไปบ้างเหอะ เขามีงานใหญ่ๆ เยอะแยะที่ต้องทำ รักนะทุกคน …เฮียเองจ้าาา …”

ขอบคุณ : SEK LOSO

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

LINEอัพเดทฟีเจอร์ใหม่! สามารถลบข้อความที่ส่งผิดได้

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308671

LINEอัพเดทฟีเจอร์ใหม่! สามารถลบข้อความที่ส่งผิดได้

LINEอัพเดทฟีเจอร์ใหม่! สามารถลบข้อความที่ส่งผิดได้

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 18.33 น.

13 ธ.ค. 60 เพจเฟซบุ๊ก “LINE Thailand – Official” ได้แจ้งว่า LINE ได้เพิ่มฟังค์ชันใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ให้มีประสบการณ์การใช้งานหรือสนทนาได้ดียิ่งขึ้น โดยการเพิ่มฟีเจอร์ “Unsend” เพื่อลบข้อความที่ผู้ใช้ส่งผิด ง่ายๆ เพียงกดที่ข้อความที่คุณส่งไปแล้วค้างไว้ แล้วเลือก “Unsend” จากเมนูที่ป๊อปอัพขึ้นมา เท่านี้ข้อความที่คุณส่งผิดหรือต้องการลบก็จะหายไปทันที

เคยไหม? ส่งหาผิดคน ส่งผิดกรุ๊ป? LINE อัพเดทฟีเจอร์ใหม่ “ยกเลิกข้อความ” ที่ส่งผิดภายใน 24 ชม.เพียงกดค้างที่ข้อความนั้นๆ แล้วกด “Unsend” หรือ “ยกเลิกข้อความ” ได้เลย*ใช้ได้กับ LINE เวอร์ชั่นล่าสุด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อ้วกแทบพุ่ง! หนุ่มชิ่งค่าห้องเจ้าของเปิดดูถึงกับช็อก เจอขยะเกลื่อน

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308635

อ้วกแทบพุ่ง! หนุ่มชิ่งค่าห้องเจ้าของเปิดดูถึงกับช็อก เจอขยะเกลื่อน

อ้วกแทบพุ่ง! หนุ่มชิ่งค่าห้องเจ้าของเปิดดูถึงกับช็อก เจอขยะเกลื่อน

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 16.38 น.

13 ธ.ค.60 เพจเฟซบุ๊ก DR.K v.3 ได้โพสต์ป้ายประกาศของอพาร์ทเมนต์พร้อมรูปถ่ายของชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็ยผู้เช่า โดยระบุข้อความว่าว่า ขอตรวจค้นห้องพักทุกห้องอย่างสม่ำเสมอ หลังมีผู้เช่าหนีสัญญา และทิ้งห้องเอาไว้ เมื่อเปิดเข้าไปเจอถึงกับตะลึง เพราะทั้งรก ทั้งสกปรก ขยะอยู่ทั่วทุกบริเวณห้อง ซ้ำยังเจออุปกรณ์เสพยาเสพติดอีกด้วย โดยเจ้าของหอถึงกับขอความร่วมมือ และยังแจ้งอีกว่าหากพบเจอบุคคลในรูปให้ช่วยแจ้งทางหอพักด้วย

โดยสภาพในห้องพักนั้น มีคราบดำและน้ำขังอยู่ที่พื้นห้องน้ำ แถมมีขวดลอยเกลื่อนเต็มไปหมด ขณะที่ชักโครกก็มีคราบติดอยู่ด้วย  ส่วนในห้องมีทั้งขวดน้ำอัดลม ถุงพลาสติก รวมไปถึงอุปกรณ์เสพยาเสพติด

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กนก’ซัด’บิ๊กป้อม’ ความเชื่อถือถึงจุดล้มละลาย เพียงแค่นาฬิกาเรือนเดียว!

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308616

'กนก'ซัด'บิ๊กป้อม' ความเชื่อถือถึงจุดล้มละลาย เพียงแค่นาฬิกาเรือนเดียว!

‘กนก’ซัด’บิ๊กป้อม’ ความเชื่อถือถึงจุดล้มละลาย เพียงแค่นาฬิกาเรือนเดียว!

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 16.00 น.

13 ธ.ค. 60 จากกรณีที่มีการจับผิดเกี่ยวกับนาฬิกาหรู ริชาร์ด มิลล์ และแหวนเพชรเม็ดโต ของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ใส่ในวันที่ถ่ายภาพกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล แต่กลับไม่พบว่า นาฬิกาและแหวนนั้นอยู่ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่มีการยื่นต่อ ป.ป.ช. นำไปสู่การที่ ป.ป.ช. จะหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา โดย พล.อ. ประวิตร ได้ทำหนังสื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าว

ล่าสุด นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้มีการโพสต์ข้อความถึงเรื่องราวดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ระบุว่า ไม่รู้จะตอบเช่นนี้จริงมั๊ย “แหวนของแม่ นาฬิกาของเพื่อนนักธุรกิจให้ยืมใส่? แต่ถึงจะตอบอย่างไร.. ความน่าเชื่อถือของ “บิ๊กป้อม” ก็มาถึงจุด “ล้มละลาย” แล้ว

ไม่ตอบก็เสีย ตอบไม่ดียิ่งเสียใหญ่ ตอบว่าเพื่อนให้ยืม..ทำไมเขาต้องให้ยืม? มีอะไรแลกเปลี่ยน หรือไปทำอะไรให้นักธุรกิจคนนี้ เขาถึงให้ยืมนาฬิกาเรือนละหลายล้าน?

แล้วทำไมท่านไม่ปฏิเสธ..อยากใส่มากนักหรือ..นาฬิกาสุดแพงขนาดนี้?

ชาวบ้านคิดไปต่างๆนานา บางคนคิดไปถึง ” ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ” พระองค์ทรงใช้นาฬิกาเรือนละ 750 บาท (ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล บรรยายที่ศิริราช 13 ตุลาคม 2560) ถ้าคิดไปถึงจุดนั้น ท่านบิ๊กป้อม..ยิ่งดูแย่สุดๆ

ไปเอ่ยปากทำนองชอบนาฬิกาหรูเรือนนี้ แม้ไม่ได้บอกตรงๆ หรือส่อแววอยากได้ ก็ยิ่งแย่หนัก หรือถ้าเพื่อนนักธุรกิจเอามาให้ใส่เฉยๆ แล้วท่านไม่ปฏิเสธ ก็แย่อยู่ดี

คนเรากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้..ต้องสร้างความเสื่อมเสมอต้นเสมอปลาย จนเป็นที่ประจักษ์ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ..พี่ใหญ่แห่งกองทัพ จะอับจนหนทางชี้แจง กับอีแค่นาฬิกาเรือนเดียว!

ขอบคุณ : Kanok Ratwongsakul Fan Page

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไร้สำนึก!คนไทยแขวนบัตรไกด์ ถ่ายรูปเหยียบพระปรางค์วัดอรุณฯ โซเชียลรุมจวก

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308605

ไร้สำนึก!คนไทยแขวนบัตรไกด์ ถ่ายรูปเหยียบพระปรางค์วัดอรุณฯ โซเชียลรุมจวก

ไร้สำนึก!คนไทยแขวนบัตรไกด์ ถ่ายรูปเหยียบพระปรางค์วัดอรุณฯ โซเชียลรุมจวก

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.14 น.

13 ธ.ค. 60 กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อมีสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์เรื่องราวในกลุ่ม “ข่าววงการท่องเที่ยว” ระบุข้อความอ้างว่า “นี้คือไกด์? ยังเป็นคนไทย ยังมีศาสนา ยกมือไหว้พระอยู่หรือเปล่า สมบัติของชาติรู้เปล่า จาน ชาม กระเบื้อง แต่ละใบ ต้นราชวงศ์จักรีท่านสร้างท่านทำมาตั้งแต่เมื่อไหร่ วัดอรุณแชร์ค่ะแชร์” ซึ่งเป็นภาพที่ใช้เท้าเหยียบขอบของฐานพระปรางค์วัดอรุณฯ จนกลายเป็นกระแสท้วงติงไม่เหมาะสม บางส่วนมองว่าเป็นเรื่องใหญ่โต ถึงขั้นต้องนำมาโพสต์ในลักษณะเช่นนี้เลยเหรอ

หญิงสาวผู้โพสต์ได้โพสต์ข้อความระบุว่า นี้คือคนที่แขวนบัตรมัคคุเทศก์ไทยหรือ??? คือคนที่พานักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมสถานที่ที่คนไทยนับถือและกราบไหว้ ทำไมเค้าทำแบบนี้ ยังมีความเป็นคนไทย ยังยกมือไหว้พระอยู่หรือเปล่าคะ คนไทยรักชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ และสิ่งที่เสียใจที่สุดคือเป็นมัคคุเทศก์ผู้นำนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมกลับทำซะเอง แล้วอย่างนี้จะไปบอกกับนักท่องเที่ยวว่าอย่างไร และจานชามกระเบื้องที่คุณเหยียบคุณทราบไหมว่า แต่ละใบ ต้นราชวงศ์ท่านสร้างท่านทำมาตั้งแต่เมื่อไหร่? เขาเคยรู้บ้างไหม

สมบัติของชาติคือหน้าตาของชาติ แต่เขากลับคิดว่ามันเป็นเรื่องสนุก เพื่อที่จะให้ได้ภาพที่คุณคิดว่าเท่ห์และดีสำหรับเขา วัดอรุณน่ะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่หนึ่ง ที่มีคุณค่ามากที่คนไทย ช่วงของกรุงธนบุรีได้สถาปนาวัดอรุณ เป็นเมืองหลวงของไทย ทราบไหมว่าต้องบูรณะนานเท่าไหร่ กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ถึงจะเป็นพระปรางค์วัดอรุณฯในปัจจุบัน

แต่เขาเอาเท้าไปเหยียบ และยังกอด รัด ฟัด เหวี่ยง โดยที่ไม่ได้หยุดคิดสักนิด ว่าที่นี่คือวัด คือ พระปรางค์วัดอรุณฯ

แล้วและคุณก็ยังพูดจาจาบจ้วงโดยการที่บอกว่าเดี๋ยวจะไปกราบกระเบื้อง คือมันไม่ตลกเลยคะ ดิฉันก็เป็นคนไทยที่ยังคงรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นที่ตั้ง

ถ้าใครเห็นด้วยกันดิฉันรบกวนช่วยแชร์รูปและข้อความต่อไปนี้ด้วยค่ะ อย่าให้คนประเภทนี้ ที่ไม่มีสามัญสำนึก รักและหวงแหนในสมบัติของชาติ ที่ขึ้นชื่อว่าได้เป็นมัคคุเทศก์แขวนบัตร พานักท่องเที่ยวและตัวเองมาทำลายสมบัติของชาติของพวกเราคะ ขอบคุณค่ะ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลือ!นิตยสาร’คู่สร้างคู่สม’ เตรียมอำลาแผงอีกฉบับ

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308588

ลือ!นิตยสาร'คู่สร้างคู่สม' เตรียมอำลาแผงอีกฉบับ

ลือ!นิตยสาร’คู่สร้างคู่สม’ เตรียมอำลาแผงอีกฉบับ

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.28 น.

ลือสนั่นโลกออนไลน์สำหรับข่าวการปิดตัวของนิตยสารที่อยู่คู่คนไทยมานานอีกหนึ่งเล่ม อย่าง “คู่สร้างคู่สม” โดยจะวางแผงฉบับสุดท้ายในวันที่ 20 ธันวาคมที่จะถึงนี้

โดยข้อความจากเฟซบุ๊กส่วนตัวของ “Nitipan Tangnopparat” ทายาทร้านหนังสือเก่าแก่อย่าง ‘เสียงทิพย์ บุ๊คเซ็นเตอร์’ ได้โพสต์ว่า“เรื่องช็อคอันดับท็อปๆของปีนี้ คู่สร้างคู่สม กล่าวอำลา เป็นหัวที่คิดว่าจะไปเป็นคนสุดท้าย ทำไมทำกันหยั่งนี้”

ขณะที่เฟซบุ๊กของ Pornthep Praditchaikul ได้โพสต์ไว้ว่า “วันนี้ได้รับแจ้งจากร้านหนังสือเจ้าประจำว่า คู่สร้างคู่สม ฉบับหน้า (21 – 31 ธันวาคม 2560) จะวางแผงเป็นฉบับสุดท้ายแล้วนะครับปิดตำนานนิตยสารคู่บ้านคู่เมืองไปอีกฉบับ เศร้าจริง ๆ”

อย่างไรก็ตามต้องรอให้ผู้บริหารอย่าง ดำรง พุฒตาล เป็นผู้ชี้แจงอีกที โดยจะมีการเผยเรื่องนี้ผ่านรายการมองรอบด้าน สุดสัปดาห์ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคมนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ TNN24 ช่อง 16 เวลา 17.05-18.00 น.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทเรียนและทางออก กฎหมายคุมธุรกิจของต่างด้าว

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308573

บทเรียนและทางออก กฎหมายคุมธุรกิจของต่างด้าว

บทเรียนและทางออก กฎหมายคุมธุรกิจของต่างด้าว

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.48 น.

13 ธ.ค.60 “ไทยแลนด์ 4.0” เป็นโมเดลในการผลักดันประเทศไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจ ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ตามแนวคิดของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยการกำหนด เป้าหมายและการดำเนินการในหลายด้านรวมทั้งการผลักดันนโยบายด้านการส่งเสริมการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ อาทิ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ และโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) การให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น ผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กฎหมายหลักที่ใช้ในการกำกับดูแลการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการลงทุนของคนต่างด้าว ที่แปลงมาจาก ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 ปี พ.ศ. 2515 กลับไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐและสภาพการประกอบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปมากว่า 45 ปี

พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เป็นกฎหมายแม่บทในการควบคุมการลงทุนของคนต่างด้าวในประเทศ บทบัญญัติที่มีความสำคัญยิ่ง 2 ประการ คือ 1.กำหนดนิยามของบริษัทต่างด้าว และ 2.กำหนดประเภทของธุรกิจที่ห้ามคนต่างด้าวเข้ามาประกอบกิจการ ในส่วนของ “นิยามของคนต่างด้าว” นั้น กฎหมายนี้กำหนดให้พิจารณา “สัญชาติของบริษัท” จากตัวแปรเดียว คือดู “สัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างด้าว” หากบริษัทใดมีบุคคลหรือบริษัทต่างด้าวถือหุ้นในบริษัทเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นทั้งหมด จะถือว่ามีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างชาติ

สำหรับประเภทของธุรกิจที่ห้ามคนต่างด้าวดำเนินการนั้นจำแนกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภท 1 เป็นธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการด้วยเหตุผลพิเศษ เช่น การแพร่ภาพกระจายเสียงและสิ่งพิมพ์ การเลี้ยงสัตว์ การทำป่าไม้ เป็นต้น ประเภท 2 เป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศหรือมีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรม หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ การทำเหมือง เป็นต้น

และ ประเภท 3 เป็นธุรกิจที่คนไทย ยังไม่พร้อมแข่งขันกับกิจการของคนต่างด้าว เช่น การนำเที่ยว การขายทอดตลาด เป็นต้น หากแต่รายการที่ 21 ในบัญชี 3 ดังกล่าวได้ระบุให้ “บริการอื่นๆ” เป็นบริการที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบกิจการซึ่งหมายความว่า ธุรกิจบริการทุกประเภทเป็นธุรกิจที่สงวนหมด ที่ผ่านมา กฎหมายนี้มักจะถูกวิจารณ์ค่อนข้างมากใน 2 เรื่อง

ธุรกิจบริการ : ภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ที่มา : http://www.worldbank.org/th/country/thailand/publication/thailand-economic-monitor-december-2016

เรื่องแรก นิยามของคนต่างด้าวที่ “หละหลวม” การพิจารณาสัญชาติของบริษัทเพียงจากสัดส่วนการถือหุ้นโดยตรง ทำให้ธุรกิจต่างชาติสามารถเข้ามามีอำนาจในการควบคุมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการบริษัทในทางปฏิบัติได้โดยการถือหุ้นทางตรงเต็มเพดานที่ 49% และถือหุ้นทางอ้อมผ่านผู้ถือหุ้นที่เป็นบริษัทไทยอีกชั้นหนึ่งโดยไม่ผิดกฎหมาย

เรื่องที่สอง มักถูกวิจารณ์ว่าเป็นกฎหมายที่ “ไม่เอื้อต่อการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ” เนื่องจาก “ห้ามคนต่างด้าวลงทุนในธุรกิจบริการทุกประเภท” ซึ่งดูเหมือนจะสวนทางกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นเรื่องของบริการเกือบทั้งสิ้น แม้กฎหมายจะอนุญาตให้คนต่างด้าวที่ต้องการประกอบธุรกิจบริการสามารถขออนุญาตจากคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเป็นรายกรณีได้ แต่การศึกษาสถิติการให้อนุญาต พบว่า บริการที่ได้รับการอนุญาตส่วนมากจำกัดเฉพาะธุรกิจที่ให้บริการแก่บริษัทในเครือในกลุ่มเป็นการเฉพาะ ธุรกิจที่เป็นคู่สัญญาในโครงการของรัฐ และธุรกิจบริการเป็นสำนักงานผู้แทนเท่านั้น

“การมีนิยามของคนต่างด้าวที่หละหลวมกอปรกับข้อห้ามในการลงทุนในสาขาบริการแบบครอบจักรวาล ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ทุนต่างชาติจำนวนมากเข้ามาประกอบธุรกิจในฐานะนิติบุคคลไทย ทั้งอย่างถูกกฎหมายด้วยการถือหุ้นทางอ้อม และอย่างผิดกฎหมายด้วยการถือหุ้นผ่านนอมินีหรือผู้ถือหุ้นที่เป็นคนไทย ปัญหาที่ตามมาคือการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะบัญญัติกฎหมายไว้เข้มงวดไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง”

ในทางหนึ่ง “หน่วยงานภาครัฐของไทยต้องการสงวนอำนาจในการกลั่นกรองการลงทุนของต่างชาติ” ผ่านการกำหนดรายการประเภทธุรกิจ เพื่อแสดงให้เห็นว่า “รัฐไทยมีมาตรการปกป้องคุ้มครองผู้ประกอบการภายในประเทศ” แต่ในอีกทางหนึ่ง “เศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพาทุนต่างชาติ” จึงมีการ “ผ่อนปรน” นิยามให้คนต่างชาติสามารถถือหุ้นทางอ้อมได้ วิธีการดังกล่าวทำให้นโยบายการลงทุนของคนต่างชาติของไทยมีลักษณะ “ปากว่าตาขยิบ” มาโดยตลอด

ทางออกของปัญหาข้างต้นนั้น ควรดำเนินการปรับปรุงกฎหมาย การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เป็นแบบ “Package” โดยปรับปรุงใน 2 ส่วนไปพร้อมกัน ทั้งการปรับปรุงนิยามของคนต่างด้าวให้มีความเข้มงวดมากขึ้น และการปรับปรุงสาขาธุรกิจที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบกิจการ จากการศึกษาการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศที่พัฒนาแล้ว พบว่า ส่วนมากจะ “ไม่มีกฎหมายแม่บท” ที่จำกัดหุ้นส่วนต่างชาติในการประกอบธุรกิจใดๆ

แต่จะมี “กฎหมายเฉพาะ” ในรายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อย หรือเศรษฐกิจของชาติ ที่อาจมีบทบัญญัติที่จำกัดหุ้นส่วนต่างชาติ นอกจากกฎหมายเฉพาะดังกล่าวแล้ว “ประเทศพัฒนาแล้วมักมีกฎหมาย ที่ให้อำนาจรัฐในการกลั่นกรองการลงทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศที่เข้ามาซื้อกิจการในประเทศ (mergers and acquisition)” เช่น Exon-Florio Amendment ปี ค.ศ. 1975 ให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐ ในการยับยั้งการเข้ามาซื้อกิจการในประเทศของบริษัทต่างชาติด้วยเหตุผลของความมั่นคง

ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการใช้อำนาจดังกล่าวในการปฏิเสธการลงทุนของจีนในการเข้ามาซื้อกิจการ เช่น ในกรณีที่บริษัทน้ำมันแห่งชาติของประเทศจีน CNOOC ต้องการเข้ามาซื้อ Unocal ในปี ค.ศ. 2005 เป็นต้น ส่วนประเทศกำลังพัฒนา เช่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย “มีการกำหนดสาขาธุรกิจที่จำกัดหุ้นส่วนคนต่างด้าวที่ชัดเจน” ไม่มีการกำหนดประเภทของธุรกิจแบบ “เหวี่ยงแห” แบบเรา รวมทั้งมีระบบในการทบทวนรายชื่อธุรกิจที่ต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

หากประเทศไทยต้องการที่จะก้าวไปสู่เศรษฐกิจ 4.0  มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง “ปลดล็อก” ข้อจำกัดในการลงทุนของคนต่างด้าวในภาคบริการแบบเหมาเข่งที่มีอยู่ โดยปรับบัญชี 3 ประเภทของธุรกิจ ที่ห้ามคนต่างด้าวเข้ามาประกอบกิจการ (บัญชีแนบท้าย 3 ของ พ.ร.บ.) โดยมี ขั้นตอนในการดำเนินการในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป  4 ขั้นตอน คือ

1.ปลดรายการที่ปรากฏใน บัญชี 3 (21) ที่ระบุให้ “บริการอื่นๆ” เป็นธุรกิจที่ห้ามต่างชาติเข้ามาประกอบกิจการ ซึ่งจะทำให้กลายเป็น Negative List ที่ระบุชื่อสาขาบริการที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขัน โดยกำหนดระยะเวลาในการบังคับใช้หลังจากมีการแก้ไขกฎหมายประมาณ 1 ปี 2.ในช่วงเวลา 1 ปีก่อนที่จะปลดข้อจำกัดการลงทุนในภาคบริการ ให้มีการ ประกาศให้ธุรกิจบริการที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการแข่งขันจากต่างประเทศ เข้ามายื่นเหตุผลและความจำเป็นที่ยังต้องการความคุ้มครองต่อไปแก่คณะกรรมการการประกอบกิจการของคนต่างด้าว เพื่อให้รายชื่อธุรกิจที่อาจประสบปัญหาเกี่ยวกับการแข่งขันจากต่างชาติครบถ้วน

3.เพิ่มกระบวนการทบทวนความเหมาะสมของรายชื่อธุรกิจเหล่านั้น โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการประเมินผลประโยชน์และต้นทุนต่อเศรษฐกิจของประเทศที่ชัดเจนและเปิดเผยต่อสาธารณชน และ 4.เมื่อกระบวนการทบทวนความเหมาะสมของสาขาธุรกิจที่ควรได้รับการคุ้มครองจบสิ้นลงแล้ว จึงจะเริ่มการปรับปรุงนิยามของบริษัทต่างด้าวให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยอาจเพิ่มตัวแปรที่ใช้ในการกำหนดสัญชาติของนิติบุคคล

“ขั้นตอนดังกล่าวจะทำให้การกำกับควบคุมการลงทุนของคนต่างด้าว มีความกระชับและยืดหยุ่น สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจไทยมากขึ้น เพราะสามารถกำหนดสาขาธุรกิจที่ต้องการเปิดหรือปิดได้ตามนโยบายการดึงดูดการลงทุนต่างชาติของรัฐบาลและตามความต้องการของเศรษฐกิจไทย ในขณะเดียวกัน สำหรับธุรกิจที่เราไม่ต้องการทุนต่างด้าว เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวกับการพนัน ธุรกิจบันเทิงที่ไม่ส่งเสริมวัฒนธรรมที่ดี ฯลฯ หรือธุรกิจที่เรายังไม่พร้อมแข่งขัน (ซึ่งควรมีกำหนดระยะเวลาในการคุ้มครองที่ชัดเจน) ก็จะสามารถกำกับควบคุมได้อย่างรัดกุม”

เมื่อมีการปรับบัญชี 3 เรียบร้อยแล้ว จึงควรที่จะพิจารณาปรับปรุง นิยามของคนต่างด้าวให้รัดกุมมากขึ้น โดยพิจารณาสัญชาติจากตัวแปร อื่นๆ ด้วย เช่น การถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัทโฮลดิ้ง การถือหุ้นที่มีสิทธิ ออกเสียง สัญชาติของผู้มีอำนาจในการลงนามผูกพันนิติบุคคล เป็นต้น สุดท้าย เราควรตระหนักว่า กฎหมายการลงทุนที่ดี คือ กฎหมายที่สอดคล้องกับสภาพของเศรษฐกิจจริง และ มีความชัดเจนและตรงไปตรงมา

มิใช่กฎหมายที่เขียนมาเมื่อ 45 ปีก่อน ซึ่งทำให้การลงทุนจากต่างประเทศ ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจต้องแอบแฝงในร่างของธุรกิจสัญชาติไทย!!!

วีรวัลย์ ไพบูลย์จิตต์อารี

นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา!เต้นแอโรบิกหน้างานศพ อาลัยเพื่อนถูกรถแดงไหลทับร่าง

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308550

ฮือฮา!เต้นแอโรบิกหน้างานศพ อาลัยเพื่อนถูกรถแดงไหลทับร่าง

ฮือฮา!เต้นแอโรบิกหน้างานศพ อาลัยเพื่อนถูกรถแดงไหลทับร่าง

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 12.01 น.

ฮือฮา เพื่อนร่วมเต้นแอโรบิคหน้างานศพของสมาชิกชมรมแอโรบิคบางไทร อ.ตะกั่วป่า เพื่อไว้อาลัยแด่ผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากผู้ตายเสียชีวิตจากเหตุรถแดงไหลลงดอยลานจอด หน้าพระตำหนักภูพิงค์ทับร่าง

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางอุบล ไตรบุญ ผู้ใหญ่บ้านบางจวน ว่าที่บริเวณ หมู่ที่ 4 บ้านบางจวน บ้านเลขที่ 16/1 ต.บางไทร อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ได้มีการจัดงานศพของคุณแม่กรรณพร ตองติรัมย์ อายุ 63 ปี (ซึ่งเป็นสมาชิกชมรมแอโรบิคบางไทร) ที่เสียชีวิตจากเหตุรถสี่ล้อแดงไหลลงดอยลานจอด หน้าพระตำหนักภูพิงค์ จ.เชียงใหม่ ทับร่างเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ทางญาติได้นำศพมาบำเบ็ญกุศลที่บ้านก่อนมีพิธีฌาปณกิจศพในวันพรุ่งนี้ ที่วัดศรีนิคม อ.ตะกั่วป่า แต่ก่อนจะมีพิธีฌาปณกิจศพทางเพื่อนสมาชิกชมรมแอโรบิคบางไทร ได้ร่วมกันเปิดเพลง และเต้นแอโรบิคหน้าศพ จากสมาชิกชมรมแอโรบิคบางไทร กว่า 10 คน ซึ่งถือเป็นการเต้นครั้งสุดท้ายเพื่อไว้อาลัย เนื่องจากผู้ตายเป็นคนชอบออกกำลังกายมาเป็นเวลานาน และมีผู้คนรู้จักและรักใคร่เป็นอย่างดี จนกระทั่งมาเสียชีวิตขณะเดินทางไปทัวร์ท่องเที่ยวที่ จ.เชียงใหม่ สร้างความเสียใจให้กับเพื่อนๆสมาชิคชมรมแอโรบิคเป็นอย่างมาก

นางอุบล ไตรบุญ และเป็นสมาชิกชมรมแอโรบิคบางไทร กล่าวว่า ผู้ที่เสียชีวิตเป็นคนที่รักการออกกำลังกายเป็นอย่างมาก เพราะทุกครั้งที่ผ่านมาตอนยังมีชีวิตพอถึงเวลาบ่าย 5 โมงเย็น ของทุกวันทางพี่เขาจะมารอสมาชิกฯ บริเวณสถานที่เต้นแอโรบิค ซึ่งมันเป็นอะไรที่ทางสมาชิกชมรมเต้นแอโรบิค ต้องการทำอะไรให้พี่เขาเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งทางชมรมคิดว่าเหตุการณ์นี้มันเร็วเกินไปที่จะรับได้ก็เลยอยากจะทำ ให้พี่เขาเป็นครั้งสุดท้าย โดยทุกคนได้พูดคุยกันแล้วว่าการเต้นในครั้งนี้อาจจะต้องมาเต้นกันทั้งน้ำตาเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ซึ่งในวันนี้ทางสมาชิกที่อยู่ใกล้ๆ ไกลได้เดินทางมาร่วมงาน แม้ว่าจะทำได้ไม่พร้อมเพรียงกันเหมือนวันปกติ เพราะว่าทุกคนได้แต่ทำใจ ซึ่งพี่เขาเป็นคนที่รักการออกกำลังกายเป็นอย่างมากช่วงที่เลี้ยงหลานเล็กๆ เขา จะพาหลานไปที่ออกกำลังกาย จนกระทั่งหลานโตมาหลายรุ่น ซึ่งเป็นอะไรที่สมาชิกของชมรมมีความประทับใจเป็นอย่างมาก จนในนาทีสุดท้ายแม้ว่าฝนตกจะพบว่าทางพี่เขามารอสมาชิกชมรมก่อนทุกครั้งเพื่อออกกำลังกาย แม้กระทั่งวันที่พี่เขาจะเดินทางไปเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ได้นำแผ่นซีดีเพลงทุกแผนที่เขียนชื่อไว้ไปฝากกับสมาชิกเพื่อนำเต้นให้กับทุกคนในตอนที่พี่เค้าเดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่ โดยทุกคนไม่คิดว่าพี่เขาจะไปและไม่มีวันกลับมาอีก โดยในวันนี้ทางสมาชิกได้เต้นแอโรบิคหน้างานศพเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เหมือนกับการออกกำลังกายเต้นแอโรบิคของวันปกติที่ทำกันทุกวัน แม้ว่าวันนี้ท่าเต้นจะน้อยไป จากสภาวะจิตใจที่ทุกคนไม่พร้อมจะไม่ครบเหมือนทุกครั้งเพราะทุกคนยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียสมาชิกชมรมอันเป็นที่รักไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนสัตว์สงขลาเปิดตัว’ลีเมอร์หางแหวน’ วานรแห่งมาดากัสการ์น่ารักซุกซน

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308533

สวนสัตว์สงขลาเปิดตัว'ลีเมอร์หางแหวน' วานรแห่งมาดากัสการ์น่ารักซุกซน

สวนสัตว์สงขลาเปิดตัว’ลีเมอร์หางแหวน’ วานรแห่งมาดากัสการ์น่ารักซุกซน

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.04 น.

13 ธ.ค.60 สวนสัตว์สงขลาเปิดตัวฝูง “ลีเมอร์หางแหวน” วานรแห่งมาดากัสการ์ สายพันธ์แอฟริกา พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าชมและสามารถป้อนอาหารและบันทึกภาพแห่งความน่ารักและซุกซนของเหล่าบรรดาฝูงลีเมอร์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

นายเฉลิมวุฒิ เกษตรสมบูณ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า สวนสัตว์สงขลาได้รับฝูงลีเมอร์หางแหวน จากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี จำนวน 7 ตัว มาไว้ในส่วนจัดแสดงสัตว์ตระกูลลิงภายในสวนสัตว์สงขลา หลังจากทำความคุ้นเคยกับ KEEPER  ในช่วงระยะหนึ่ง ซึ่งในขณะนี้พร้อมเปิดตัวและปล่อยลีเมอร์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายในส่วนจัดแสดงได้อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถป้อนอาหารและบันทึกภาพแห่งความน่ารัก ซุกซนของเหล่าบรรดาฝูงลีเมอร์เจ้าของฉายา วานร แห่งมาดากัสการ์ ได้อีกด้วย ซึ่งทางสวนสัตว์สงขลาขอมอบกิจกรรมแห่งความประทับใจนี้ เป็นของขวัญให้นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวกลุ่มเด็กและครอบครัวมาเที่ยวชมฝูงลีเมอร์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ มากขึ้น

สำหรับลีเมอร์หางแหวน ที่มีฉายา วานร แห่งมาดากัสการ์นั้น เนื่องจากเป็นสัตว์ในตระกูลลิง ที่มาจากเกาะมาดากัสการ์ ทวีปแอฟริกา มีขนสีเทา ลักษณะเด่นอยู่ที่หางยาวฟูมีสีดำคาดเป็นปล้องๆ ตั้งแต่โคนหางจนถึงปลายหาง ปีนต้นไม้เก่งและว่องไว สามารถกระโดดจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ขนาดลำตัวเมื่อโต 56 ซม. ลีเมอร์หางแหวนอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 25 ตัว ถิ่นอาศัย พบอาศัยอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ในเกาะมาดากัสการ์ ทวีปแอฟริกา

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,890,826 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พลังผู้หญิง ‘ปูนซีเมนต์นครหลวง’ เปิดกว้างทุกความเป็นไปได้ องค์กรแห่งโอกาส เท่าเทียม ยั่งยืน ให้ ‘ผู้หญิง’ เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
งานวิจัยบุหรี่ไฟฟ้ายังเสียงแตก ผู้เชี่ยวชาญย้ำ 'การเลิกสูบ' ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
โสภณ ตลก หมอวรงค์ ชี้สภาเลี้ยงข้าวสส.มานานแล้ว
พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน
The Active ไทยพีบีเอส ชวนออกแบบเมืองใหม่ รองรับสังคมสูงวัย ให้คนไทย 'อยู่ดี แก่ดี ตายดี' มีศักดิ์ศรี
อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
พลังงาน สั่งระดมรถบรรทุก-เพิ่มรอบส่งน้ำมัน เร่งกระจายเข้าปั๊มทั่วประเทศ แก้ขาดแคลน
ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่
มก.ขับเคลื่อนต้นแบบการศึกษาใหม่ของประเทศ เมื่อโรงเรียนกลายเป็นฟาร์มเรียนรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
นักวิชาการ มธ. แนะ 5 วิธี สื่อสารวิกฤตน้ำมัน สู้ภาวะน้ำมันแพงด้วยข้อมูลจริงแทนอารมณ์

Recent Posts

  • อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
  • อิรักรุดเจรจาอิหร่าน ขอเปิดทางเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
  • จีนประกาศส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมช่วย “อิหร่าน-ตะวันออกกลาง”
  • เอเชียคุมเข้มพลังงาน หลายประเทศงัดมาตรการฉุกเฉิน รับมือวิกฤตน้ำมันตึงตัวจากสงครามตะวันออกกลาง
  • นักเขียนวางยาฆ่าสามี ฮุบสมบัติ 4 ล้านดอลลาร์ ก่อนแต่งหนังสือเด็กรับมือความสูญเสีย

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d