Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สุดยอดเด็กไทยเจ๋ง ผลิตโดรนใช้เองจ่อต่อยอดใช้การเกษตร-ท่องเที่ยว

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308260

สุดยอดเด็กไทยเจ๋ง ผลิตโดรนใช้เองจ่อต่อยอดใช้การเกษตร-ท่องเที่ยว

สุดยอดเด็กไทยเจ๋ง ผลิตโดรนใช้เองจ่อต่อยอดใช้การเกษตร-ท่องเที่ยว

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 18.57 น.

11 ธ.ค.60  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เดินทางไปพบเด็กชายชนิตร์นันท์ เจริญพจน์ หรือ น้องบีม อายุ 13 ปี เด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักประดิษฐ์อากาศยานไร้คนขับ โดยมีแนวคิดผลิตอากาศยานไร้คนขับได้สำเร็จด้วยความฝึกฝนและพยายามใฝ่รู้ จากการสังเกตุอุปกรณ์ไฟฟ้าและของเล่นบังคับ เช่น รถบังคับ และเครื่องบินบังคับ เป็นต้น

นางเพ็ญลักษณ์ เจริญพจน์ มารดาของน้องบีม เล่าว่าน้องเริ่มสนใจเรื่องอุปกรณ์อิเลคทรอนิคเมื่อตอนอายุ 7 ขวบ โดยเริ่มจากการสังเกตุจากอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยเริ่มดูการหมุนของพัดลม และประดิษฐ์เครื่องเล่นรถบังคับใช้เอง โดยระยะแรกเริ่มจากการสังเกตุแผงวงจรไฟฟ้าง่ายๆแต่ละชนิด สามารถใช้ประโยชน์เพื่อต่อยอดเชื่อมกับอุประกร์กับชนิดใดได้บ้าง โดยเรียนไปด้วยพร้อมๆกับศึกษาวิธีการทำโดรนหลังเลิกเรียนวันละ 2 ชั่วโมง ล่าสุดสามารถพัฒนาอากาศยานไร้นักบิน หรือ “โดรน” จนสำเร็จและขึ้นบินได้อย่างดี ทุกวันนี้ภูมิใจตัวน้องเป็นอย่างมาก คอยให้กำลังใจมาตลอด โดยบอกกับน้องว่าสิ่งที่ทำในวันนี้ทำดีแล้วท้อได้แต่อย่าถอย สิ่งที่ทำไปแล้วถ้าไม่ประสบผลสำเร็จให้ทำต่อไป ซึ่งการรองผิดรองถูกสักวันก็ประสบผลสำเร็จสำหรับอายุระดับเขา

น้องบีม เปิดเผยว่า การสร้างอากาศยานไร้คนขับใช้เวลากว่า 2 เดือน ใช้งบประมาณกว่าหมื่นบาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากครอบครัว ส่วนตัวรู้สึกภูมิใจมากที่สามารถสร้างอากาศทยานไร้คนขับได้เองจนสำเร็จ และในอนาคตมีแนวทางว่าพัฒนามีใบพัดมากขึ้น ลำใหญ่ขึ้นจนที่จะสามารถรองรับสิ่งของได้มากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการนั้นๆ

ทั้งนี้ อากาศยานไร้คนขับ” หรือ “อากาศยานไร้นักบิน” มีชื่อเรียกเป็นสากลว่า “ยูเอวี” (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) เป็นอากาศยานที่ไม่มีนักบินประจำการอยู่บนเครื่อง แต่สามารถควบคุมได้ด้วยระบบควบ คุมอัตโนมัติระยะไกล ซึ่งต้องอาศัยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่มีระบบซับซ้อนติดตั้งไว้ในอากาศยาน อาจกล่าวได้ว่า “อากาศยานไร้คนขับ” ก็คือเครื่องบินที่สามารถบินได้ด้วยระบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้นักบินประจำการอยู่บนอากาศยาน อาจมีการติดตั้งกล้องถ่ายภาพคุณภาพสูง ทั้งกล้องถ่ายภาพกลางวันและกล้องถ่ายภาพในเวลากลางคืน ปัจจุบัน มีการเรียกขานอากาศยานไร้คนขับว่า “โดรน” (Drone) ความจริง “โดรน” เป็นอากาศยานไร้คนขับเช่นกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เอนไซม์ CPK’กับภาวะเป็นพิษ ใช้กำลังหักโหม..เสี่ยงกล้ามเนื้อสลาย

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308239

'เอนไซม์ CPK'กับภาวะเป็นพิษ ใช้กำลังหักโหม..เสี่ยงกล้ามเนื้อสลาย

‘เอนไซม์ CPK’กับภาวะเป็นพิษ ใช้กำลังหักโหม..เสี่ยงกล้ามเนื้อสลาย

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.41 น.

ผ่านมาแล้วเดือนเศษกับโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ของนักร้องนักดนตรีคนดัง “ตูน บอดี้สแลม” อาทิวราห์ คงมาลัย วิ่งจากใต้สุดที่ อ.เบตง จ.ยะลา มุ่งหน้าสู่เหนือสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งถือเป็น “ปรากฏการณ์แห่งชาติ” ที่คนไทยทั้งประเทศเอาใจช่วยอย่างใจจดใจจ่อ อีกทั้งยังมีบรรดา “เซเลบ” คนเด่นคนดังจากหลากหลายวงการ จัดกิจกรรม “วิ่งเก็บตก” ในจุดที่ตูนไม่ได้วิ่งผ่าน เพื่อระดมเงินบริจาคสมทบทุนอีกทางหนึ่ง

ตลอดเส้นทางภารกิจก้าวคนละก้าวฯ ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องน่าประทับใจ และล่าสุดคงเป็นเรื่องที่ทำเอาหลายคน “ขนลุก-น้ำตาซึม” เมื่อมีคนดังท่านหนึ่งเปิดเผยว่า ช่วงการวิ่งเข้าและออกพื้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 3-6 ธ.ค. 2560 ตูนนั้น “ฝืนร่างกาย” ทั้งที่รู้ว่า “ค่า CPK ขึ้นไปถึง 4,000” ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะไตวายจนเสียชีวิตได้ จนต้องหยุดวิ่ง 2 วันคือ 4-5 ธ.ค. ก่อนกลับมาวิ่งอีกครั้งวันที่ 6 ธ.ค. ทั้งที่ค่า CPK เพิ่งจะลดลงมาอยู่ในหลักพันต้นๆ ซึ่งก็ยังเป็นค่าที่สูงกว่าปกติ เพราะคนทั่วไปเฉลี่ยจะมีค่าดังกล่าวอยู่ที่หลักร้อยเท่านั้น

ข้อความที่กล่าวถึงสาเหตุที่ “ตูน บอดี้สแลม” ต้องหยุดพักวิ่ง 2 วัน ระหว่าง 4-5 ธ.ค.2560

เมื่อข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปผ่านสื่อหลายสำนัก และถูกนำไปแชร์ต่อกันบนโลกออนไลน์ มุมหนึ่งทำให้ผู้คนที่เอาใจช่วยนักร้องคนดัง “อดเป็นห่วงไม่ได้” ขอให้พักเสียหน่อย “อย่าฝืน” เพื่อที่จะได้มีกำลังวิ่งไปให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย แต่อีกมุมหนึ่ง เมื่อตูนต้องพักวิ่งอีก 2 วัน ระหว่างวันที่ 10-11 ธ.ค. 2560  ความรู้สึกเป็นห่วงดังกล่าวก็ได้กลับมาอีกครั้ง เพราะกลัวจะบาดเจ็บซ้ำสอง

กระทั่งช่วงค่ำของวันที่ 10 ธ.ค. 2560 มีรายงานว่า เฟซบุ๊คแฟนเพจ “ก้าว” ซึ่งเป็นเพจทางการของโครงการก้าวคนละก้าวฯ แถลงข่าวว่า การพักวิ่งของตูนระหว่างวันที่ 10-11 ธ.ค. เนื่องด้วยเพราะ“ป่วยเป็นไข้หวัด” มีอาการตัวร้อนเท่านั้น “ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด” โดยอยากให้ตูนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้หากไม่มีปัญหาอะไรก็จะกลับมาวิ่งอีกครั้งในวันที่ 12 ธ.ค. 2560

อนึ่ง..บทความ “ค่า CPK น่ารู้ที่ส่งผลต่อหัวใจ กล้ามเนื้อและสมองมากกว่าที่คุณคิด!” ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์รวมเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการแพทย์และสุขภาพ รวมถึงข้อมูลโรงพยาบาลต่างๆ อย่าง http://www.honestdocs.co ระบุว่า CPK ย่อมาจาก “Creatine Phospho Kinase” หรือมีอีกชื่อหนึ่งคือ “Creatine Kinase (CK)” เป็นเอนไซม์อยู่ในเซลล์สมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อ ทำหน้าที่สร้างพลังงานไปหล่อเลี้ยงเซลล์ของอวัยวะดังกล่าว ทั้งนี้ค่าปกติ หากเป็นเพศชายจะอยู่ที่ 55-170 U/L เพศหญิงอยู่ที่ 30-135 U/L

ขณะที่บทความ กล้ามเนื้อลายสลาย (Rhabdomyolysis) เขียนโดย ศ.(เกียรติคุณ) พญ.พวงทอง ไกรพิบูลย์ เผยแพร่บนเว็บไซต์รวมเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการแพทย์และสุขภาพเช่นกันอย่าง haamor.com อธิบายว่า การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อจนเซลล์กล้ามเนื้อไม่สามารถสร้างพลังงานได้ เซลล์กล้ามเนื้อนั้นจะตาย และ “เกิดสารที่เป็นพิษในกระแสเลือด” ซึ่งโดยทั่วไปหากสารพิษนั้นมีไม่มากนัก ไตของคนเรายังสามารถกำจัดออกจากร่างกายได้ แต่หากมีสารดังกล่าวมากเกินไปก็จะทำอันตรายกับไต ร้ายแรงที่สุดคือ “ไตวาย” ถึงขั้นเสียชีวิตได้

สาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บของเซลล์กล้ามเนื้ออย่างรุนแรงจนทำให้เกิดสารพิษในกระแสเลือดในปริมาณมาก ได้แก่ 1.ประสบภัยในลักษณะถูกกดทับ เช่น แผ่นดินไหว ดินถล่ม 2.การใช้กำลังแบบหักโหม เช่น ออกกำลังกายอย่างหนัก วิ่งระยะทางไกลมากๆ 3.การชักเกร็งต่อเนื่อง เช่น โรคลมชัก ทั้งนี้รวมถึงผู้ที่ใช้วิธีแบบ “หักดิบ” เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์-เสพยาเสพติดในทันที ที่อาจมีอาการชักกระตุกอย่างรุนแรงด้วย 4.กล้ามเนื้อขาดเลือด เช่น ผู้ป่วยนอนติดเตียงไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อเป็นเวลานาน เลือดไม่ไหลเวียน

5.ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หรือไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการรุนแรง 6.อุณหภูมิร่างกายสูงหรือต่ำเกินไป เช่น ลมแดด แผลไฟไหม้/น้ำร้อนลวก หรือหนาวจัด 7.ภาวะเสียสมดุลเกลือแร่ เช่น ผู้ป่วยเบาหวานระยะควบคุมโรคไม่ได้ที่เกิดภาวะเลือดเป็นกรด โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน 8.ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาอาการทางจิตเวช ยาสลบ ยาลดไขมัน 9.การเสพยาเสพติด รวมถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย และ 10.สาเหตุอื่นๆเช่น ถูกสัตว์มีพิษกัด หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม

ซึ่งแพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อสลายได้โดยการตรวจเลือดเพื่อดูค่าสารที่เกี่ยวข้องกับการสลายตัวของกล้ามเนื้อที่สำคัญคือ สาร CK (หรือก็คือ CPK) ที่หากบุคคลใดมีความเสี่ยง “ค่าที่ตรวจพบจะขึ้นสูงกว่าค่าปกติอย่างน้อย 5-10 เท่า” โดยหากมีอาการรุนแรงมักจะรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล ทำการประคับประคองตามอาการโดยป้องกันร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำร่วมกับการคงสมดุลของเกลือแร่ รวมถึงป้องกันภาวะไตวาย

ตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้ค่า CPK เพิ่มสูงขึ้น

ที่มา : http://www.easy-immune-health.com/cpk-blood-test.html

ส่วนผู้ที่อาการไม่รุนแรง สามารถดูแลตนเองที่บ้านได้โดยรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ซื้อยามารับประทานเองยกเว้นยาสามัญประจำบ้าน ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พยายามดื่มน้ำสะอาดให้มากเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ เว้นแต่แพทย์จะสั่งให้จำกัดปริมาณน้ำดื่ม พักผ่อนให้เพียงพอ และไปพบแพทย์ตามนัดเสมอ ยกเว้นมีอาการทรุดลง เช่น ปวดกล้ามเนื้อมากขึ้น ปัสสาวะสีคล้ำมากขึ้น ปัสสาวะน้อยลง หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย อาทิ ผิวหนังเป็นจ้ำห้อเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด หรือไอเป็นเลือด ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

แม้การออกกำลังกายจะเป็นเรื่องดีต่อสุขภาพ แต่ “ถ้ามากเกินไป” ก็เสี่ยงต่ออันตรายได้เช่นกัน..ฉะนั้นโปรดระมัดระวัง!!!

-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.honestdocs.co/creatinine_phosphokinase

http://haamor.com/th/กล้ามเนื้อลายสลาย/#article102

————————————————-

หมายเหตุ : ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– https://mgronline.com/onlinesection/detail/9600000124151 เผย “ตูน บอดี้สแลม” เฉียดตายเมื่อเข้ากรุงเทพฯ ค่า CPK พุ่งสูง เสี่ยงล้มลงโดยไม่รู้ตัว

– http://news.sanook.com/4545674/ เผยเหตุผล “พี่ตูน” หยุดวิ่ง 2 วันหลังเข้ากรุงเทพฯ ค่าเลือดพุ่งจนน่าห่วง

– https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_664289 ทีมแพทย์งดวิ่ง 1 วัน เผยเหตุ “ตูน” เป็นไข้หวัด ยันไม่ได้บาดเจ็บ พร้อมเผยเรื่องค่า “CPK” สูงถึง 4,000

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวสุรินทร์ผวาผีแม่ม่ายเอาชีวิต แห่แก้เคล็ดแขวนเสื้อน้ำแดงไว้หน้าบ้าน

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308220

ชาวสุรินทร์ผวาผีแม่ม่ายเอาชีวิต แห่แก้เคล็ดแขวนเสื้อน้ำแดงไว้หน้าบ้าน

ชาวสุรินทร์ผวาผีแม่ม่ายเอาชีวิต แห่แก้เคล็ดแขวนเสื้อน้ำแดงไว้หน้าบ้าน

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.00 น.

11 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่บ้านกรูด หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองลีง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ มีชาวบ้านต่างพากันนำขวดน้ำแดงมาแขวนไว้ตามต้นไม้ ตามรั้วบ้าน และหน้าบ้าน มีประมาณ 10 กว่าหลังคาเรือน เนื่องจากคนในหมู่บ้านได้ฝันไปว่า จะมีผีกระหายเลือด และผีแม่หม้ายมาเอาชีวิตคนในหมูบ้าน และมีชาวบ้านที่มีความเชื่อต่างก็พากันนำเอาน้ำแดงมาแขวนไว้ตามต้นไม้ ตามรั้วบ้าน และหน้าบ้าน เพื่อเป็นการแก้เคล็ด

ทั้งนี้ ซึ่งชาวบ้านได้เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยมีผู้ชายตายติดต่อกันประมาณ 4-5 คน ภายในเวลาเดือนกว่าๆ  อายุประมาณ 35-45 ปี ทำให้ชาวบ้านบางส่วนเชื่อเรื่องผีแม่หม้ายมาเอาชีวิต เลยพากันแขวนน้ำแดง ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวบ้านที่แก้เคล็ดแล้วสบายใจ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

1เดียวในไทย ประเพณีผ้าป่ามหาวิบาก กางมุ้งให้หุ่นศพแห่เข้าวัด (ชมคลิป)

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308171

1เดียวในไทย ประเพณีผ้าป่ามหาวิบาก กางมุ้งให้หุ่นศพแห่เข้าวัด (ชมคลิป)

1เดียวในไทย ประเพณีผ้าป่ามหาวิบาก กางมุ้งให้หุ่นศพแห่เข้าวัด (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.57 น.

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาที่ถนนกลางหมู่บ้าน บ้านธงชัย ม.2 ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ชาวบ้านจำนวนมากร่วมขบวนแห่สุดแปลกยกคันหามหลายโลงศพ มี 4 เสา กางมุ้งให้ ภายในมีหุ่นคล้ายผีนอนอยู่ก่อนเคลื่อนขบวนไปภายในวัดเพื่อทำพิธีทางศาสนา

จากการสอบถาม นายวิรุฒิ สิงหวิสัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 เล่าว่า ประเพณีผ้าป่ามหาวิบาก ถือเป็นประเพณีที่ มีจัดในหมู่บ้านแห่งนี้มีที่เดียว โดยจะแกะสลักมะพร้าวเป็นภาพหน้าคน รูปลำตัวคนทำมาจากทางมะพร้าวหรือก้านมะพร้าวมาประกอบเป็นรูปร่างคนเพื่อเตรียมนำไปร่วมพิธี ซึ่งมีลักษณะจะเหมือนการทำบุญให้กับบรรพบุรุษ

จากนั้น จะมีการนำคานหามเหมือนหามคนตายหรือหามผี ก่อนที่จะนำวัสดุที่เตรียมไว้มาประกอบเป็นรูปร่างคนไปวางบนคานหามมี 4 เสา มีการกางมุ้งให้ด้วย นำพร้อมรูปร่างคน ที่ประกอบขึ้นไว้บนคานหาม ตามร่างกายนำถ้วยชามหรือของใช้มาประดับตกแต่งให้เป็นอวัยวะ พร้อมมีที่นอนหมอนเสื่อ ก่อนเคลื่อนขบวนไปทำที่วัดเพื่อทำพิธีบังสุกุลของทางสงฆ์

โดยคนร่วมขบวนจะถือเทียนคนละอันจุดไประหว่างทางด้วย สิ่งของต่างๆ ที่ประดับเป็นรูปร่างคนหรือเครื่องใช้ที่หามแห่ไปด้วยจะมอบให้วัดทั้งหมด ถือเป็นการทำบุญส่งกุศลให้ผู้ล่วงลับ

ขอบคุณ : FB สีสันโคราช

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุรินทร์วิถีบ้านทุ่ง!คุณตาทำตุ้มดักกุ้งเต้นขายรายได้ดี

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308169

สุรินทร์วิถีบ้านทุ่ง!คุณตาทำตุ้มดักกุ้งเต้นขายรายได้ดี

สุรินทร์วิถีบ้านทุ่ง!คุณตาทำตุ้มดักกุ้งเต้นขายรายได้ดี

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.56 น.

11 ธ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณตาเนา หรือนายสำเภา เพชรสวาย อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 ม.1 ต.ตั้งใจ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์  ได้ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านวิถีบ้านทุ่ง โดยใช้ตุ้มเป็นอุปกรณ์ในการดักจับกุ้งฝอย ตามหนอง คลอง ทุ่งนา จากภูมิปัญญาที่คิดประดิษฐ์ขึ้นเอง ทำจากไม้ไผ่ ตาข่าย-ไนล่อน และเศษขวดน้ำดื่ม โดยใช้อาหารปลาดุก (อาหารอัดเม็ด) มาทำเหยื่อล่อกุ้งเข้าไปในตุ้ม ผ่านกรวยที่ทำจากขวดน้ำหลักการเดียวกันกับไซ และใส่มองซึ่งเป็นภาษาอีสาน คือ ตาข่ายดักปลา ลักษณะเป็นใยใสๆบางเล็ก เอาไปกางดักจับปลาในหนองน้ำ หรือตามห้วยหนอง คลองบึง และตามไร่นา หรือที่คนอีสานจะเรียกว่าไปใส่มอง หรือเรียกอีกอย่างว่า ตุ้มดักกุ้ง

โดยในแต่ละวันคุณตาเนา จะขี่รถจักรยานยนต์คู่ชีวิต ที่ดัดแปลงด้วยการนำไม้ที่มีกิ่งไม้เยอะๆ มัดด้วยเชือกกับตัวรถจักรยานยนต์ ให้แข็งแรงมั่นคงสามารถหอบหิ้วตุ้มดักกุ้ง ได้ครั้งละมากๆ กว่า 40 อัน ออกจากบ้านช่วงเย็นๆ เพื่อออกไปตระเวนหาใส่ตุ้มดักกุ้ง ในหนองน้ำและริมน้ำข้างถนน และปล่อยทิ้งไว้ทั้งคืนและช่วงเช้าตรู่ก็จะออกไปกู้ตุ้มดักกุ้ง ซึ่งในแต่ละวันก็จะได้กุ้งฝอยจากตุ้ม วันละ 2-5 กก. เมื่อนำกลับมาที่บ้าน ภรรยาและลูกหลาน ก็จะช่วยกันล้างทำความสะอาด และเลือกเก็บกุ้งฝอย นำไปประกอบอาหารสารพัดเมนู ประหยัดค่ากับข้าวได้ นอกจากนี้ยังแบ่งขายกุ้งฝอยที่หามาได้ ขายขีดละ 20 บาทหรือ ถุงละ 20 บาท มีรายได้กว่าวันละ 600 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว หลังฤดูการทำนาได้เป็นอย่างดี

นางสาวจิราพร เกตุโสระ ชาวบ้านบ้านตั้งใจ ต.ตั้งใจ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนจะมารอซื้อกุ้งฝอยกับคุณตาสำเภาทุกๆเช้า เพราะจะได้กุ้งฝอยแบบสด จะมีความอร่อย ราคาก็เป็นกันเอง เพียงขีดละ 20 บาท หรือ ถุงละ 20 บาท เท่านั้นเอง ถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงจนเกินไป ชาวบ้านสามารถมาซื้อไปรับประทานกันได้

นางอัญชรา นิตุธร  ชาวบ้านบ้านตั้งใจ ต.ตั้งใจ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนมาซื้อกุ้งฝอย เพื่อนำไปเป็นอาหารประกอบเลี้ยงภายในครอบครัว กุ้งฝอยมีประโยชน์มากๆ มีแคลเซียลเยอะ และมีโปรตีนด้วย ราคาก็ไม่แพง  กุ้งฝอย สามารถนำไปทำเป็นเมนูอาหารได้หลากหลายชนิด อาทิ กินกับแบบสดๆ ก้อยกุ้งเต้น คั่วกุ้งฝอย กุ้งฝอยชุบแป้งทอด ก้อยกุ้ง กุ้งเต้น แกงเลียงกุ้งฝอย แกงส้มกุ้งฝอย ห่อหมกกุ้งฝอย ตนจะมารอซื้อกับแบบสดๆแทบทุกวัน

คุณตาเนา กล่าวว่า ตนได้ดัดแปลงนำไม้ที่มีกิ่งเยอะมามัดติดกับรถจักรยายนต์ เพื่อให้สามารถห้อยกระโจม หรือ ตุ้มดักกุ้งฝอยให้ได้เยอะๆ ช่วงว่างงานหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวเสร็จ ก็จะออกตระเวนหาใส่ตุ้มดักกุ้งฝอย แบบนี้มา 2- 3 ปีแล้ว โดยใช้อาหารปลาดุกใหญ่ ใส่เป็นหัวอาหารเป็นเหยื่อล่อกุ้งให้เข้าไปในตุ้มดักกุ้ง โดยตุ้มที่ดักกุ้งมีประมาณ 40 หลัง ทำขึ้นเองทั้งหมด มีเทคนิคการใส่ลอบคือต้องลองใส่ตุ้มดักกุ้งดูก่อน สัก 1-2 หลัง ถ้าจุดไหนได้กุ้งเยอะครั้งต่อมาก็จะใส่ตุ้มดักกุ้งฝอยจุดเดิมอีก

สำหรับวิธีการใส่ตุ้มดักกุ้งฝอย ต้องปักหลักด้านล่างให้ถึงดิน ให้ตัวตุ้มดักกุ้งฝอยจบมิดเหลือด้านบนตุ้มให้โผล่ขึ้นมา จะได้รู้ว่าใส่จุดไหน พอรุ่งเช้าจะได้ไปเก็บตุ้มดักกุ้งฝอย ณ จุดที่ใส่ได้ถูก โดยจะใส่ลอบเวลาประมาณ 16.30 น. เป็นต้นไป หลังจากนั้นในวันรุ่งขึ้น ช่วงเช้าเวลาประมาณ 06.00 น. ก็จะมาเก็บตุ้มดักกุ้งฝอย นำกลับบ้านไปล้าง คัดแยกกุ้ง ชั่งน้ำหนัก แบ่งใส่ถุงขาย ขายเป็นขีด ขีดละ 20 บาท มีรายได้จากการใส่ลอบดักกุ้งประมาณ 300-600 บาท ซึ่งถือว่าพออยู่ได้ และเคยขายกุ้งได้ราคามากสุดคือ 980 บาท โดยมีชาวบ้านมาซื้อกุ้งถึงหน้าบ้าน บางวันถึงกับต้องจองไว้ล่วงหน้าเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลมหนาวพัดแรง ปั่นยอดขาย‘ว่าว’ติดลมบน

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308170

ลมหนาวพัดแรง ปั่นยอดขาย‘ว่าว’ติดลมบน

ลมหนาวพัดแรง ปั่นยอดขาย‘ว่าว’ติดลมบน

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.44 น.

อากาศหนาว-ลมแรงดันยอดขาย“ว่าว”สีสันสวยงามที่บุรีรัมย์ติดลมบน

11 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นครอบคลุม 23 อำเภอของ จ.บุรีรัมย์ ทำให้การค้าขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอากาศในช่วงฤดูหนาวเริ่มคึกคัก หนึ่งในนั้น คือ การนำว่าวหลากสีสันทำจากผ้ามาวางจำหน่ายตามข้างทางถนนสายหลักของ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งปีนี้ยังได้รับความนิยมจากประชาชนทุกเพศทุกวัยเป็นจำนวนมาก

แม่ค้าขายว่าวรายหนึ่ง กล่าวว่า รับว่าวมาจากพ่อค้าคนกลาง เพื่อนำมาวางขายบริเวณริมถนนสายบุรีรัมย์-สตึก ต.บ้านยาง อ.เมือง โดยว่าวที่นำมาส่วนมากจะทำจากผ้าร่ม โดยการนำผ้าร่มมาเย็บติดกับโครงไม้ไผ่ขึ้นรูปไว้แล้ว ในปีนี้พอเริ่มต้นฤดูกาลขายดีเป็นอย่างมาก ซึ่งลูกค้าจะมีทั้งเด็กจนถึงผู้ใหญ่ที่บางรายซื้อเป็นของฝากลูกหลาน นำไปเล่นกันในช่วงลมหนาว และซื้อเพื่อเป็นของที่ระลึก เพราะว่าวที่นำมาจำหน่ายจะผลิตด้วยมือมีสีสันสวยงาม มีความแปลกตาในหลายรูปแบบ ทั้งว่าวคล้ายสัตว์ ว่าวค้างคาว ว่าวรูปกล่อง ว่าวจรวด และว่าวเครื่องบิน ซึ่งปีนี้เริ่มวางขายตั้งแต่กลางเดือน ต.ค. จนถึงเดือน ธ.ค. และอาจเลยไปถึงเดือน ม.ค.

“ว่าวที่วางจำหน่ายราคาเริ่มต้นที่ 60-200 บาท ช่วงที่มีลูกค้ามาซื้อและขายดีที่สุดก็เป็นช่วงหน้าหนาว เพราะจะมีลมแรง เด็กๆที่ซื้อไปก็จะนำไปปล่อยเล่นกัน โดยราคาขายที่กำหนดนั้น ก็แล้วแต่ขนาดของว่าวที่ทำขึ้น แล้วแต่ความยากง่ายในการทำ เพราะขนาดว่าวแต่ละตัวจะไม่เท่ากัน มีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ส่วนราคาตัวเล็กจะขายที่ราคา 60 บาท ตัวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่จะขายอยู่ที่ราคา 80-200 บาท และจะได้รับความนิยม และตัวใหญ่สุดก็จะขายราคาตัวละ 200 บาท วันหนึ่งๆจะมีรายได้ประมาณ 1,000 บาท หากเป็นช่วงที่มีลมหนาวมากๆ เคยขายได้ถึง 7,000 บาท ช่วยเพิ่มรายได้ในช่วงหน้าหนาวปีนี้เป็นอย่างดี” แม่ค้ารายนี้ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ดอกซากุระแห่งพระตำหนักภูพิงค์-ดอยอ่างขาง บานสะพรั่งงดงามชมพูระเรื่อ

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308166

ดอกซากุระแห่งพระตำหนักภูพิงค์-ดอยอ่างขาง บานสะพรั่งงดงามชมพูระเรื่อ

ดอกซากุระแห่งพระตำหนักภูพิงค์-ดอยอ่างขาง บานสะพรั่งงดงามชมพูระเรื่อ

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.20 น.

11 ธ.ค.60 จากสภาพอากาศที่เริ่มหนาวเย็นต่อเนื่องในช่วงปีนี้ เริ่มส่งผลให้ดอกซากุระเริ่มทะยอยออกดอกบานสะพรั่งให้ได้ชมความสวยงามของสีชมพู ที่เริ่มออกดอกดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนมกราคม ในระดับความสูงตั้งแต่ 1 พันเมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเบ่งบานเป็นแห่งแรกที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

โดยจะเป็นดอกซากุระพันธุ์ไต้หวัน เริ่มออกดอกบริเวณซุ้มดอกเห็ดทางขึ้นอ่างเก็บน้ำภายในพระตำหนักภูพิงค์ฯ ส่วนอีกแห่งที่ดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่มีดอกซากุระมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางนำต้นพันธุ์มาจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ.2540 และจากประเทศไต้หวัน เมื่อปี พ.ศ.2551 ซึ่งทั้งสองประเภทเป็นไม้ในตระกูลเดียวกันกับต้นพี้ช (ท้อ) และดอกนางพญาเสือโคร่งมีลักษณะดอกคล้ายกัน ดอกจะมีทั้งสีชมพูเข้มและชมพูอ่อน ตอนนี้กำลังออกดอยสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมถ่ายภาพเซลฟี่กันอย่างจุใจ

อย่างไรก็ตามจุดกางเต้นท์ จุดชมวิวม่อนสน ซึ่งเป็นสวนสนเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกางเต้นท์ชมทะลหมอกแสงแดดยามเช้า ที่จะมองเห็นหมอกไหลผ่านเหมือนลอยอยูบนท้องฟ้าสวยงาม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.แน่น’ผานกแอ่น’ชมพระอาทิตย์ขึ้น สัมผัสลมหนาว11องศา

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308142

นทท.แน่น'ผานกแอ่น'ชมพระอาทิตย์ขึ้น สัมผัสลมหนาว11องศา

นทท.แน่น’ผานกแอ่น’ชมพระอาทิตย์ขึ้น สัมผัสลมหนาว11องศา

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.16 น.

นักท่องเที่ยวจำนวนกว่า  2,000 คน  ตื่นนอนตั้งแต่เช้ามืด พากันเดินเท้ากว่า 2 กิโลเมตร จากจุดพักแรม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ต.ศรีฐาน  อ.ภูกระดึง  เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น  ซึ่งถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด ทำให้เต็มพื้นที่ล้นออกมาด้านหลัง

ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น อุณหภูมิ 11 องศาเซลเซียส โดยในวันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ผิดหวัง ได้ชมพระอาทิตย์ดวงโต โพล่พ้นขอบฟ้าสีส้ม ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม โดยมีต้นสนสามใบประกอบความสวยงามในภาพ  ต่างก็หยิบกล้องถ่ายรูปมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกันอย่างเพลิดเพลิน

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่าง ๆ เมื่อเช้าวันนี้ (หน่วยวัดเป็นองศาเซลเซียส) ดังนี้

อ.เมืองเลย 21.0, อ.วังสะพุง 19.4 อ..ด่านซ้าย 20.0 อ.เชียงคาน 19.0 อ.ท่าลี่ 21.0 อ.ภูกระดึง 17.5.,อ.ภูเรือ 15.5 อ.นาแห้ว 16.5 อ.ปากชม 21.0 อ.นาด้วง21.0 อ.ภูหลวง 19.0, ผาขาว 19.9 อ.เอราวัณ 21.0, อ.หนองหิน 22.0 ซํ. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 11.0, อุทยานแห่งชาติภูเรือ 14.0, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง (อ.ภูเรือ) 11.0 , ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 17.0 อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (อ.นาแห้ว) 19.0 ซํ.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุดยาว! นั่งเรือชมคลองสังเน่ห์ ‘Little Amazon’ แห่งเดียวของพังงา

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308141

หยุดยาว! นั่งเรือชมคลองสังเน่ห์ 'Little Amazon' แห่งเดียวของพังงา

หยุดยาว! นั่งเรือชมคลองสังเน่ห์ ‘Little Amazon’ แห่งเดียวของพังงา

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.09 น.

หยุดยาว 3 วันนักท่องเที่ยวแห่เที่ยว คลองสังเน่ห์ Little Amazon แห่งเดียวของพังงา เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ

ที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาช่วงวันหยุดยาวสามวัน นักท่องเที่ยวแห่ไปเที่ยว คลองสังเน่ห์ หรือที่นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จักในชื่อ“ Little Amazon ” เป็นลำคลองที่ได้รับการขนานนามว่า “คลองสังเน่ห์” คลองสายสั้นๆ ที่มีต้นน้ำมาจากเขาบางเต่าก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำตะกั่วป่า เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลงไหลในธรรมชาติเชิงนิเวศน์ โดยชาวบ้านที่นี่ต่างช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่าเล็กๆ แห่งนี้ไว้อย่างเหนียวแน่น ช่วงแรกที่นั่งเรือออกจากท่ายังพอมีบ้านเรือนริมคลองอยู่ประปราย แต่พอเริ่มเข้าสู่คุ้งน้ำแรกเราจะพบว่าตลอดสองฝั่งคลองเต็มไปด้วยต้นไทรขนาดน้อยใหญ่อายุนับร้อยปีที่แผ่กิ่งก้านสาขาและไม้น้ำหลากหลายชนิดที่มีรากห้อยระโยงระยาง ต้นตีนเป็ดน้ำ หรือต้นสังหลาขึ้นแทรกตัวอยู่ทั่วไปตามลำคลอง

ขณะที่เรือค่อยๆ พายไปคล้ายกับกำลังท่องเข้าสู่ป่าดงดิบ ป่าอะเมซอน จึงเป็นที่มาของชื่อ “Little Amazon” ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่นี้ยังเป็นแหล่งอาหารอันโอชะของนกหลากหลายชนิดทั้ง แมลง กระรอก กระแต ที่ได้อาศัยผลไทรสุก ที่หล่นลงน้ำเป็นอาหารจึงเป็นอาหารอย่างดีของสัตว์ และหากบางทริปโชคดีอาจจะได้เห็น “นกเงือก” บินมาหาอาหารตอนเช้าๆอีกด้วย ซึ่งนกเงือกนี่เองที่เป็นบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าคลองสังเน่ห์ที่ยังคงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ไว้อย่างดี

ส่วนที่นักท่องเที่ยวต่างตื่นเต้นที่สุดที่มาที่ Little Amazon คือขณะที่ล่องเรือลอดผ่านกิ่งก้านของต้นไทรก็จะพบ “งูปล้องทอง” ตัวเขื่องนอนขดตัวอยู่บนกิ่งไม้เหนือหัวเรา จนอดไม่ได้ที่ยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งช่วงกลางวันแบบนี้งูปล้องทองจะนอนขดตัวนิ่งรอเวลาออกหากินในตอนกลางคืน

สำหรับบรรยากาศของป่า Little Amazon เต็มไปด้วยความเงียบสงบ มีเสียงนกร้อง เสียงสายน้ำ เหมาะแก่การมาล่องเรือพักผ่อนชมความงามของธรรมชาติ หากใครต้องการมาล่องเรือเที่ยวคลองสังเน่ห์ ขอแนะนำให้มากันแต่เช้าหน่อยเผื่อมีโอกาศ ได้พบนกเงือกที่บินออกมาหาอาหาร กิน ส่วนเรือนำเที่ยวคลองสังเน่ห์มี เรือคายัคพร้อมคนไว้บริการ ซึ่งนั่งได้ลำละ 2 คนส่วนค่าเรือสามารถติดต่อได้ที่ท่าเรือได้เลยราคาไม่แพง ช่วงไฮซีซั่นนี้นักท่องเที่ยวจะเยอะควรจองรอบเรือไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ติดต่อได้ที่คุณสุชาญ สิทธิทัต โทร. 086 953 1789

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ขโมย-สวมรอย’ตัวตนออนไลน์ ‘มิจฉาชีพยุคใหม่’ระวังเป็นเหยื่อ

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308070

‘ขโมย-สวมรอย’ตัวตนออนไลน์ ‘มิจฉาชีพยุคใหม่’ระวังเป็นเหยื่อ

‘ขโมย-สวมรอย’ตัวตนออนไลน์ ‘มิจฉาชีพยุคใหม่’ระวังเป็นเหยื่อ

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หากย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ใครบ้างจะเชื่อว่า “สื่อออนไลน์” จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนส่วนใหญ่ของโลก โดยเฉพาะกับ ประเทศไทย ที่ยังไปไม่ถึงขั้นประเทศที่ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวในเกณฑ์สูง อาทิ รายงาน “การมีการใช้คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนต โทรศัพท์มือถือ” จัดทำโดย สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ในปี 2550 มีคนไทยที่ใช้อินเตอร์เนตเพียง 9,320,126 คน แต่ในปี 2559 พบว่า “เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว” มาอยู่ที่ 29,835,410 คน

หรือข้อมูลจากเว็บไซต์ www.statista.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวบรวมฐานข้อมูลด้านสถิติต่างๆ จากทั่วโลก เผยแพร่รายงานการจัดอันดับ “Leading countries based on number of Facebook users” แล้วพบว่า “คนไทยใช้ Facebook มากเป็นอันดับ 8 ของโลก” โดยมีบัญชีผู้ใช้งานสัญชาติไทยในบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังเจ้านี้มากถึง “57 ล้าน ID Account” สะท้อนว่าคนไทยมี “ตัวตนออนไลน์” คู่ขนานไปกับชีวิตในโลกแห่งความจริง เห็นได้จากเวลาใครจะทำอะไรก็มักจะ “บอกกล่าว” ป่าวประกาศให้สังคมรับรู้ผ่าน Facebook เสมอ

ในมุมหนึ่ง สื่อออนไลน์มีคุณประโยชน์มหาศาล อาทิ การค้นหาความรู้ ติดตามข่าวสารต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกทำได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงยังก่อให้เกิดการรวมตัวของ “คนคอเดียวกัน” สนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งเหมือนๆ กัน มีการปรึกษาหารือจนนำไปสู่การพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นได้ เช่น กลุ่มเครือข่ายเกษตรกร กลุ่มผู้สนใจงานช่างฝีมือ ฯลฯ แต่อีกมุมหนึ่ง สื่อออนไลน์ก็ทำให้เกิด “มิจฉาชีพ” รูปแบบใหม่ๆ เช่นการ “ขโมยบัญชีผู้ใช้งาน” ของผู้อื่นไป “สวมรอย” หลอกเอาทรัพย์สินคนอื่นๆ ต่อ มีข่าวทั้งการเข้าร้องทุกข์และการจับกุมผู้กระทำผิดได้อยู่เนืองๆ

พ.ต.ท.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รอง ผกก.2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กล่าวกับผู้สื่อข่าว “แนวหน้าออนไลน์” กรณีข่าวมิจฉาชีพทำการ “เจาะระบบ (Hack)” เข้าบัญชีผู้ใช้งาน Facebook ของผู้อื่น ก่อนนำบัญชีนั้นไปก่อเหตุอาชญากรรม เช่น หลอกให้เหยื่อโอนเงินมาให้ ว่าเรื่องนี้ต้องแบ่งออกเป็น “2 ส่วน” คือ 1.การ Hack บัญชีของเหยื่อได้จริง กรณีแบบนี้มีสาเหตุหลายประการ

อาทิ ผู้ใช้งาน Facebook หลายรายมัก “สมัครบัญชีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) ไว้สำหรับนำไปสมัครบัญชี Facebook อีกทอดหนึ่งแล้วไม่เคยเปิดเข้าไปดู E-Mail นั้นอีกเลย” ทำให้เมื่อผู้ให้บริการ E-Mail ทำการ Update ระบบให้เป็นปัจจุบัน รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ผู้ใช้บริการที่ไม่เคยเข้าไปใช้งานเลยก็จะไม่ได้ทำการ Update ดังกล่าว ดังจะเห็นได้ว่าปัจจุบันผู้ให้บริการ E-Mail ทุกเจ้า หรือแม้แต่ Facebook เองจะมีวิธีการให้ผู้ใช้งานยืนยันตัวตนหลายชั้น เพราะจะมีความปลอดภัยมากกว่าการตั้งรหัสผ่าน (Password) เพียงอย่างเดียว

พ.ต.ท.วัชรพันธ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีวิธีการ “ฝังโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ (Malware) ไว้กับ File ต่างๆ” ซึ่งเมื่อผู้ใช้งานอินเตอร์เนตไปดาวน์โหลดมาลงในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารของตน มิจฉาชีพที่เป็นเจ้าของ Malware นั้นก็จะสามารถ “ล่วงรู้” ข้อมูลการใช้งานอุปกรณ์นั้นได้ รวมถึงบัญชีและรหัสผ่านด้วยก่อนนำไปใช้งานในทางไม่ดีต่อไป ทั้งนี้พบว่า File ประเภท “สิ่งของ (Item) ในเกมออนไลน์” กับ File ที่เป็น “คลิปลามก” เป็น File ที่มิจฉาชีพ “นิยมฝัง Malware ไว้มากที่สุด” เพราะเข้าถึงผู้คนได้กว้างขวางกว่า File ประเภทอื่นๆ

รวมถึงยังมีมิจฉาชีพ “ทำหน้าเว็บไซต์ปลอม (Phishing)” ขึ้นมา เช่น ทำเลียนแบบให้เหมือนหน้าเว็บไซต์ของธนาคาร แต่หากสังเกตให้ดี “ชื่อที่อยู่ของเว็บไซต์ (URL) จะแตกต่างจากเว็บไซต์จริง” ของธนาคารนั้นๆ ซึ่งผู้ที่ไม่ระมัดระวัง เผลอใส่ข้อมูลบัญชีและรหัสผ่านเข้าไปในเว็บไซต์ปลอมดังกล่าว มิจฉาชีพก็จะล่วงรู้และนำข้อมูลนั้นไปทำธุรกรรมทางการเงินได้

กับ 2.กรณีที่ไม่ใช่การ Hack จริงๆ หากเป็นเพียงการ “สร้างบัญชี Facebook ปลอมขึ้นมาโดยใช้รูปของผู้อื่น” ก่อนที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีปลอมนั้นไปหลอกยืมเงินจากเพื่อนฝูงญาติพี่น้องของคนที่อยู่ในรูป โดยเฉพาะ “การใช้งาน Facebook บนโทรศัพท์มือถือ ที่หน้าจอการส่งข้อความ (Inbox) จะแยกจากหน้าหลัก (Wall)” หากผู้ใช้งาน Facebook ตั้งค่าการแสดงรายชื่อเพื่อนเปิดไว้เป็น “สาธารณะ” มิจฉาชีพก็สามารถมองเห็นและเข้าไปนำรูปมาใช้สวมรอยได้

“การทำธุรกรรมทางการเงิน สิ่งที่คนร้ายทำไม่ได้คือการ Video Call (การสนทนาผ่านโทรศัพท์มือถือแบบเห็นหน้าคู่สนทนา) สมมติญาติพี่น้องเดือดร้อนมายืมเงิน เราก็ Video Call ไปถามไถ่ จะได้รู้ว่าเขามีความจำเป็นอย่างนั้นจริงไหม หรือการทำธุรกรรมกับบริษัทต่างๆ หากมีการเปลี่ยนบัญชีให้ระลึกว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ก็ให้ Video Call ไปถามเขาหน่อย อย่างการสั่งซื้อสินค้ากับบริษัทต่างชาติแล้วใช้ E-Mail ยืนยัน เขาต้องให้ Skype คู่กันอยู่แล้ว ส่วนการโทรศัพท์ไปถามอาจจะมีความเสี่ยงบ้าง หากไม่ใช่ญาติพี่น้องที่คุยกันเป็นประจำ” พ.ต.ท.วัชรพันธ์ ฝากเตือน

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบความปลอดภัยไซเบอร์ ปริญญา หอมเอนก ผู้ก่อตั้งบริษัท เอซิส โปรเฟชชันแนล เซ็นเตอร์ (ACIS Professional Center)กล่าวเพิ่มเติมกรณีการ Hack จริงๆ ว่า มีความเสี่ยงจาก 3 สาเหตุหลัก คือ 1.การตั้งรหัสผ่านที่เดาง่ายเกินไป เรื่องนี้แม้จะเป็น “คำเตือนเก่าๆ” ที่เตือนกันมาตั้งแต่สมัยอินเตอร์เนตและการใช้ E-Mail เพิ่งเริ่มแพร่หลายในสังคมไทยเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ ณ วันนี้ ก็ยังสามารถพบคนไทยที่ตั้งรหัสแบบง่ายๆ เช่น วันเดือนปีเกิด หรือใช้ตัวเลข 01 02 ต่อท้ายชื่อของตนที่ตั้งเป็นบัญชี E-Mail อยู่จำนวนไม่น้อย

2.การเชื่อมต่ออินเตอร์เนตไร้สาย (WiFi) อย่างไม่ระมัดระวัง มิจฉาชีพบางรายมีการใช้อุปกรณ์เปิดสัญญาณ WiFi ทิ้งไว้ เมื่อมีผู้เข้ามาเชื่อมต่อ เช่น อาจคิดว่าเป็นของฟรี หรือตั้งชื่อให้คล้ายกับ WiFi ที่เป็นทางการของสถานที่นั้นๆ ก็จะตกเป็นเหยื่อ “ถูกดักข้อมูล” ที่ผู้ใช้งานพิมพ์ส่งผ่าน WiFi ดังกล่าวได้ 3.การเข้าเว็บไซต์ประเภทอโคจร เช่น เว็บลามก มิจฉาชีพมักทิ้งไฟล์โปรแกรมดักข้อมูลไว้ รอให้เหยื่อมากดดาวน์โหลด หรือเว็บไซต์ทำนองดังกล่าวมักจะมี “โฆษณา”ขึ้นมา หากไปกดเข้าเครื่องของเหยื่อก็จะถูกติดตั้งโปรแกรมดักข้อมูลได้

“ถ้าจะเล่น WiFi ก็ต้องดูตาม้าตาเรือ ดูว่ามี https (การเชื่อมต่อแบบเข้ารหัส) ไหม? หรือพอกดเข้าไปมีคำเตือนขึ้นมาว่าไม่ปลอดภัยไหม? ก็ต้องไปเลือกเข้า WiFi ที่มันเป็นกิจจะลักษณะ ที่มันปลอดภัยหน่อย เช่น มันต้องไม่ขึ้นคำเตือนว่า Certificate (ใบรับรองความปลอดภัย) หมดอายุ หรือการเข้าเว็บไซต์ จะโหลดโปรแกรมอะไรก็ต้องระวัง” ปริญญา กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญจาก ACIS ยังฝากทิ้งท้ายไว้ว่า การใช้เพียงชื่อบัญชีกับรหัสผ่านในการเข้าใช้งาน “ไม่เพียงพอ” ดังนั้นควรเพิ่ม “การยืนยันตนเอง 2 ระดับ (Two-factor authentication)” อาทิ ที่พบเห็นได้ในผู้ให้บริการ E-Mail รวมถึง Facebook ที่การเข้าใช้งานนอกจากใส่ชื่อบัญชีและรหัสผ่านแล้ว ยังต้องใส่“รหัสผ่านพิเศษแบบใช้ครั้งเดียว” มาให้ทางโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Google Authenticator ที่สามารถให้รหัสผ่านพิเศษในโทรศัพท์มือถือโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เนต เป็นต้น

อาจจะ “ยุ่ง” ขึ้นอีกนิด แต่ก็ยังดีกว่าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ที่ความเสียหายมากกว่าแบบเทียบกันไม่ได้!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,891,231 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พลังผู้หญิง ‘ปูนซีเมนต์นครหลวง’ เปิดกว้างทุกความเป็นไปได้ องค์กรแห่งโอกาส เท่าเทียม ยั่งยืน ให้ ‘ผู้หญิง’ เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
โสภณ ตลก หมอวรงค์ ชี้สภาเลี้ยงข้าวสส.มานานแล้ว
พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน
The Active ไทยพีบีเอส ชวนออกแบบเมืองใหม่ รองรับสังคมสูงวัย ให้คนไทย 'อยู่ดี แก่ดี ตายดี' มีศักดิ์ศรี
กรมการพัฒนาชุมชนติวเข้มผู้ประกอบการ OTOP รุ่นใหม่ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล
รบ.ทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมัน ดีเซลอั้นไม่อยู่ สั่งตรึงเพดานไม่เกิน33บาท
แนวหน้าวาทะเด็ด
อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
พลังงาน สั่งระดมรถบรรทุก-เพิ่มรอบส่งน้ำมัน เร่งกระจายเข้าปั๊มทั่วประเทศ แก้ขาดแคลน
ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่

Recent Posts

  • วิทยาลัยจีนแนะ นศ. “พักตำรา-หาความรัก” ช่วงวันหยุดฤดูใบไม้ผลิ หวังกระตุ้นยอดแต่งงาน
  • เกาหลีใต้บรรลุดีลนำเข้าน้ำมันดิบเร่งด่วนจากยูเออี อีก 18 ล้านบาร์เรล
  • ฝ่ายค้านมาเลเซียกังวลกระทบจุดยืนเป็นกลาง หลังเรือรบสหรัฐฯ เทียบท่า “ปีนัง”
  • ปธน.คิวบาประกาศกร้าว พร้อมต้านทานสุดกำลังหากสหรัฐฯ บุกยึดประเทศ
  • ฮอร์มุซเริ่มคลายล็อก? เรือเพิ่มเท่าตัว หลังอิหร่านเปิดทางให้บางประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d