Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

“จุรินทร์”ปลื้มเจอ2เพื่อนเก่าคนดังต่างวงการ

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308105

“จุรินทร์”ปลื้มเจอ2เพื่อนเก่าคนดังต่างวงการ

“จุรินทร์”ปลื้มเจอ2เพื่อนเก่าคนดังต่างวงการ

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

nn…ปลุกขวัญกำลังใจและพัฒนาหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป.” หรือ “ผู้กำกับต่อ” นายตำรวจหนุ่มใหญ่ ผู้ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนและรับผิดชอบสังคมสูง โดยหลังจากเรียกรวมพลให้โอวาทตำรวจในสังกัด พร้อมกับตัดเครื่องแบบสีกากีพระราชทานให้ครบทั้ง 365 นายแล้ว…อีกเรื่องที่น่าชื่นชม เพราะทันทีที่ได้รับทราบถึงผลกระทบของพี่น้องในชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงว่า สนามยิงปืนวังกานนท์ ภายในหน่วยคอมมานโดโชคชัย 4 แห่งนี้ เมื่อมีการฝึกยิงปืน เสียงก็จะดังจนสร้างความเดือดร้อน หัวเรือใหญ่แห่งคอมมานโดจึงไม่รอช้าสั่งรื้อถอนเพื่อก่อสร้างใหม่ให้ได้มาตรฐานสากล มีความสง่างามสมกับเป็นสถานที่รองรับการฝึกฝนอบรมของหน่วยงานอันเป็นเขี้ยวเล็บสำคัญของ “กองบังคับการปราบปราม” ทันที รวมถึงอนาคตก็ยังเพิ่มขีดความสามารถให้พร้อมรองรับการฝึกทดสอบการยิงปืนจากหน่วยงานอื่นๆ เมื่อมีการร้องขอมาและที่สำคัญคือ ตอบโจทย์เรื่องเสียงปืนที่จะไม่ดังรบกวนชาวบ้านโดยรอบอีกต่อไป งานนี้ต้องปรบมือให้ดังๆ ขอรับ…nn

nn…เก็บตกบรรยากาศไปงานเปิดตัว “เนินเขารีสอร์ท”ที่โคกกลอย พังงา วันก่อน…ของอดีต สส. หลายสมัย สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ “อู๊ดด้า-จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” นอกจากได้เจอคนเก่าคนแก่และเพื่อนหลายคนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตอนเลือกตั้งแล้ว….เจ้าตัวบอกว่า ยังโชคดีที่มีโอกาสได้เจอ “เพื่อนเก่าคนดัง” อีก 2 คน ที่ดั้นด้นมาจากกรุงเทพฯ มาร่วมงานรีสอร์ท…แต่ไม่ใช่คนในแวดวงการเมืองเลยนะ ด้วยความเป็นผู้กว้างขวางเลยมีคนรู้จักเพื่อนพ้องน้องพี่อยู่หลายวงการ…สองเพื่อนเก่าคนดังที่อู๊ดด้าได้เจอวันนั้นก็ “สมรักษ์ คำสิงห์” อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกของประเทศไทย….ก่อนจะย้อนอดีตไปถึงที่มาที่ได้รู้จัก “สมรักษ์” ให้ฟังว่า “…ตอนผมเป็น “รัฐมนตรีกีฬา” และไปร่วมการแข่งขันโอลิมปิกด้วยกันที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย เป็นเจ้าภาพ หรือที่เรียกกันว่า “ซิดนีย์ เกมส์” “สมรักษ์” ไปชกมวย ส่วนผมแค่ไปคอยให้กำลังใจ เพราะชกมวยไม่เป็น ครั้งนั้นแม้สมรักษ์จะพลาด แต่เราก็ได้เหรียญทองจาก “วิจารณ์ พลฤทธิ์” มาแทน….”…ไม่เพียงเท่านั้น อีกคนที่อู๊ดด้าได้เจอะคือ “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” อดีตแชมป์โลก ที่เจ้าตัวบอกว่ารู้จักกันมานานแล้ว “…ผมเคยข้ามคลองแถวกระทุ่มแบนไปนั่งกินข้าวที่บ้านเขาหลายครั้งกับคุณชาตรีที่ชักนำให้ได้รู้จักกัน…ตอนสมัครสส. ครั้งแรก ที่พังงา “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” ก็เป็นคนหนึ่งที่ลงไปช่วยผมหาเสียง เพราะตอนนั้น “สามารถ” ดังแล้ว..!ไปที..ค้างอยู่ที่พังงาเป็นหลายสัปดาห์ นํ้าใจของ “สามารถ” จึงจารึกอยู่ในใจผมไม่เคยลืม…” …ได้ยินได้ฟังแบบนี้ก็อดยิ้มในไมตรีจิตอันดีระหว่างนักชกกับนักการเมืองไม่ได้ ตบท้ายอู๊ดด้ายังบอกว่า เจอกันวันนี้ดีใจ แต่ที่ดีใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ได้เจอเพื่อนเก่าแก่สองคนในเวลาเดียวกัน เรียกว่า วงล้อหมุนให้มาพบกันอีก…มิตรภาพไม่มีพรมแดนจริงๆ ไม่ว่าจะอยู่วงการไหนก็เป็นเพื่อน-ปรองดองกันได้หมด…อิ่มเอมใจกันไป…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวชุดแดงเต้นยั่วศาลหลักเมืองชัยนาท โร่กราบขอขมา-วอนสังคมให้อภัย

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308078

สาวชุดแดงเต้นยั่วศาลหลักเมืองชัยนาท โร่กราบขอขมา-วอนสังคมให้อภัย

สาวชุดแดงเต้นยั่วศาลหลักเมืองชัยนาท โร่กราบขอขมา-วอนสังคมให้อภัย

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.35 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเพจดังเผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 49 วินาที เป็นภาพหญิงสาวอายุประมาณ 17-20 ปี สวมชุดกระโปรงสีแดง ที่ออกลีลาการเต้นแนวยั่วยวนตามจังหวะเสียงเพลง ที่มีเพลงเปิดเพลงและคอยถ่ายคลิปให้พร้อมกับพูดยั่วยุให้เธอเต้นไปเรื่อย โดยตัวสาวน้อยที่กำลังเต้นดูเหมือนจะอยู่ในอาการมึนเมา ที่หน้าศาลหลักเมืองชัยนาทซึ่งอยู่บริเวณเขื่อนเรียงหินหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมเพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิคู่บ้านคู่เมือง ต่อมา พ.ต.อ.ชัชพิมุข มีมุข ผกก.สภ.เมืองชัยนาท ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวหญิงสาวตามคลิปมาสอบสวนนั้น

ล่าสุด เวลา 14.00 น. น.ส.บี (นามสมมติ) ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.สิงห์บุรี พร้อมด้วยเพื่อนสนิทอีก 2 คน ได้เดินทางมายังศาลหลักเมืองชัยนาท เพื่อทำพิธีไหว้ขอขมาในสิ่งที่ได้กระทำลงไป โดยบอกว่าตนทำไปด้วยความรู้เท่าไหร่ถึงการณ์ ประกอบกับความมึนเมา แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ศาลหลักเมืองหรือชาวชัยนาทแต่อย่างใดและอยากวอนขอความสงสารและเห็นใจ วอนชาวชัยนาทและสังคมให้อภัย เพราะตนได้สำนึกในการกระทำที่ไม่เหมาะสมนี้แล้ว เพราะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัว โดยแม่ของตนตั้งแต่ทราบเรื่องจากสื่อฯ ก็ไม่อยากออกจากบ้านด้วยความละอายที่ลูกสาวกระทำไม่เหมาะสมตามภาพในคลิปข่าว

ส่วนด้านคดีความ พนักงานสอบสวนได้สั่งเปรียบเทียบปรับ น.ส.บี สาวชุดแดงตามคลิปในความผิดกระทำการกีดขวางทางอันอาจจะก่อให้เกิดอันตราย จำนวน 500 บาท และ น.ส.เอ เพื่อนสนิทผู้ถ่ายคลิป ข้อหาส่งเสริมสนับสนุนการกระทำผิด จำนวน 300 บาท

พ.ต.อ.ชัชพิมุข มีมุข ผกก.สภ.เมืองชัยนาท กล่าวว่า ในเคสนี้อยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับเยาวชน ที่กำลังเที่ยวและกระทำการณ์ด้วยความคึกคะนอง ขอให้ใช้ความระมัดระวังในการทำกิจกรรมใดๆที่อาจจะอยู่ในสถานที่ หรืออยู่ในโซนที่เป็นสถานเคารพสักการะของประชาชน ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะไม่เป็นการกระทำอันไม่เหมาะสม เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพราะเป็นเรื่องความเชื่อความศรัทธาของประชาชน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อย่าเล่นโง่ๆ!’ฝันหวานกดหลับ’ระบาดหนัก-เตือนเสี่ยงถึงตาย

Posted on August 28, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308071

อย่าเล่นโง่ๆ!'ฝันหวานกดหลับ'ระบาดหนัก-เตือนเสี่ยงถึงตาย

อย่าเล่นโง่ๆ!’ฝันหวานกดหลับ’ระบาดหนัก-เตือนเสี่ยงถึงตาย

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.03 น.

กรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง มีพฤติกรรมการเล่นลักษณะใช้มือดันบริเวณหน้าอกเพื่อน จนอีกฝ่ายเกิดอาการหลับหมดสติไปชั่วคราว ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ

ล่าสุด 10 ธ.ค.60 จ่าพิชิต ขจัดพาลชน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ออกมาเตือนภัยถึงการเล่นลักษณะดังกล่าว ว่า ไอ้นี่มันเรียกว่า ฝันหวานกดหลับ หรืออะไรเทือกนั้นน่ะ มันมีหลายชื่อ เป็นการเล่นโง่ๆ ของเด็กจนถึงวัยรุ่นที่ระบาดไปทุกที่ทั่วโลก วิธีการจะคล้ายๆ กันคือให้เพื่อนมันหายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ แล้วให้เพื่อนอีกคนไปกดหน้าอก หรือให้ไอ้คนที่ยืนอยู่นั่นเบ่งท้อง ซึ่งกลไกของมันจะเป็นการเพิ่มแรงดันในช่องอก จนหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อยลงแล้วก็จะหมดสติไปเพราะสมองมีเลือดมาเลี้ยงไม่พอ

ประเด็นคือที่ ตปท.มีเด็กเล่นโง่ๆ แบบนี้จนตายอยู่เรื่อยๆ บางคนก็หมดสติไปแล้วไม่ฟื้นอีกเลยตลอดกาล บางคนก็หมดสติล้มหัวกระแทกเลือดออกในสมองตายก็มี ดังนั้น พ่อแม่ท่านใดเห็นลูกหลานแชร์โพสนี้ เตือนมันด้วย

ขณะเดียวกันเพจคุณหมอ “ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว” เตือนบรรดาเด็กๆ ที่ชอบเล่นอะไรแผลงๆ อย่างเช่นล่าสุดมีกระแส ที่ชื่อว่า “ฝันหวาน กดหลับ” ที่เริ่มพบในเด็กตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป ใครที่เล่นฝันหวาน กดหลับ จะมีอาการวูบหมดสติลงไป มือชา มึนงง ซึ่งอาจอันตรายถึงเสียชีวิตได้

โดยในเพจระบุรายละเอียด ดังนี้ การละเล่นหนึ่งที่กลับมาระบาดเป็นช่วงๆ ในช่วงเปิดเทอม ก็คือการเล่น ฝันหวาน กดหลับ เป็นชื่อเรียกการละเล่นอันตรายนี้ โดยเป็นการละเล่นที่แพร่มาจากฝั่งสหรัฐอเมริกา ในสหรัฐจะมีชื่อเรียกหลายแบบกัน ได้แก่ choking game fainting game Space cowboy Blackout Dream game ฯลฯ การเล่นนี้ทำโดยให้หายใจเข้า – ออกลึกๆ หลายๆ ครั้งเร็วๆ จนกระทั่งมือชา จากนั้นให้คนรอบๆ เข้าไปกดหน้าอก , หรือเบ่งท้อง , หรือเอาเชือกรัดคอ บีบคอคนที่ทำจะเกิดอาการวูบหมดสติลงไป มือชา มึนงง อาการหมดสติเหมือนกับคนเป็นลม กลไกในการเป็นลมและเกิดอาการก็คือ 1.การรัดคอ ทำให้อากาศไม่ไปเลี้ยงสมองจนหมดสติ 2.การหายใจเร็วๆ ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในตัวต่ำลง เกิดภาวะเลือดเป็นด่างเล็กน้อย ซึ่งทำให้หลอดเลือดขยายตัว เกิดความดันต่ำง่ายกว่าปกติ 3.การกดท้องหรือเบ่ง ทำให้แรงดันในช่องอกมากขึ้นจนเลือดที่ออกจากหัวใจไปสมองลดลง

เด็กที่อยู่ในวัยเสี่ยงคือวัยช่วง 6 – 19 ปี เพราะเป็นช่วงที่ไปโรงเรียนแล้วและเจอเพื่อนๆ เพื่อนบางกลุ่มจะกดดันจนทำให้อยากเล่น เพราะเมื่อเล่นแล้วเด็กๆ ที่เล่นชอบมาเล่าประสบการณ์ก่อนเป็นลมลงไป ในสหรัฐมีผู้ที่เสียชีวิตจากการเล่นแบบนี้อยู่พอสมควร โดยแบ่งเป็นส่วนที่เสียชีวิตจากการเล่นคนเดียวแล้วเมื่อสลบ พลาดไปอยู่ในท่าที่หลอดลมถูกกด หรือใช้เชือกในการเล่น จนพลาดเชือกรัดคอเสียชีวิต

กับอีกส่วนหนึ่งคือเล่นกับเพื่อนๆ แล้วพลาดล้มลงไปฟาดถูกของแข็งของมีคมจนเสียชีวิต ซึ่งทั้งหมดนี้ เชื่อว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจริงๆ น่าจะมากกว่านี้ เพราะว่าหลายกรณีเกือบถูกรายงานเป็นการฆ่าตัวตาย กับตายไม่ทราบสาเหตุ การละเล่นนี้ถือว่าเป็นปัญหาพอสมควร เพราะว่าผู้ใหญ่มักจะไม่ทราบว่า เด็กเล่นแบบนี้อยู่ ทำให้ไม่ได้เกิดการห้ามปราม รวมทั้งความกลัวว่า การพูดถึงการเล่นแบบนี้จะทำให้เด็กเลียนแบบ เลยกลายเป็นว่าผู้ใหญ่ก็ไม่ค่อยทราบกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กลุ่มนางฟ้าชนบท’ศรีสะเกษ’ มอบกายอุปกรณ์แก่คนพิการหมู่บ้านชายแดน

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308051

กลุ่มนางฟ้าชนบท'ศรีสะเกษ'  มอบกายอุปกรณ์แก่คนพิการหมู่บ้านชายแดน

กลุ่มนางฟ้าชนบท’ศรีสะเกษ’ มอบกายอุปกรณ์แก่คนพิการหมู่บ้านชายแดน

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.37 น.

ที่บ่อตกปลาแลนด์มาร์คฟิชชิ่ง หมู่ 6 ต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นางรัตนาภรณ์ ลวรรณวงษ์ อายุ 36 ปี ประธาน “กลุ่มนางฟ้าชนบท” พร้อมสมาชิกของกลุ่ม ได้จัดกิจกรรม “เติมพลัง ปันปัจจัย (4) แด่คนพิการและผู้ยากไร้ ครั้งที่ 2” มอบกายอุปกรณ์ ซึ่งมีทั้งรถเข็น รถโยก ไม้ค้ำยัน ไม้นำทางของผู้พิการทางสายตา ถุงยังชีพและเลี้ยงอาหารกลางวันผู้พิการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยมีกลุ่มจิตอาสา ผู้มีใจกุศลจากภาคเอกชนร่วมสนับสนุนงบประมาณในการมอบคับคั่ง มีผู้พิการจาก อ.กันทรลักษ์ และ อ.ไพรบึง เข้ารับกายอุปกรณ์และถุงยังชีพจำนวน 120 คน

นางรัตนาภรณ์ ลวรรณวงษ์ ประธานกลุ่มนางฟ้าชนบท กล่าวว่า กลุ่มนางฟ้าชนบท ได้จัดกิจกรรมสาธารณกุศล ช่วยเหลือผู้ยากไร้มาเป็นปีที่ 2 แต่เดิม ตนมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานครและได้ย้ายมาอยู่ในพื้นที่ชายแดนของจังหวัดศรีสะเกษ จากการลงพื้นที่แล้วได้พบว่าตามหมู่บ้านชายแดนมีผู้พิการจำนวนมาก เนื่องจากพื้นที่ชายแดนเคยเป็นสนามรบมาก่อน ยังมีทุ่นระเบิดหลงเหลือ ชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่ามักจะเหยียบทุ่นระเบิดได้รับบาดเจ็บ แขน ขาขาด พิการ นอกจากนั้นแล้ว ยังเป็นผู้ที่มีฐานะยากจน ขาดแคลน ขาดความรู้ ไม่รู้ว่าคนพิการมีสิทธิอะไรบ้าง โดยมีกลุ่มจิตอาสาจากส่วนต่างๆ ในภาคเอกชน ช่วยบริจาค โดยไม่ได้ขอรับเงินจากงบประมาณจากภาครัฐบาลแต่อย่างใด

นางรัตนาภรณ์ กล่าวอีกว่า ตนพร้อมเพื่อนสมาชิกซึ่งเป็นผู้มีจิตอาสา จึงได้ลงพื้นที่แนะนำผู้พิการที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการ ช่วยเหลือให้ได้มีบัตรเพื่อที่จะได้มีสิทธิ์รับเงินสงเคราะห์คนพิการให้ได้รับสิทธิ์ต่างๆ ที่ควรได้รับ ช่วยให้คนพิการได้มีงานทำ มีรายได้เป็นของตนเอง สามารถเลี้ยงตัวเองอยู่ได้โดยไม่เป็นภาะของสังคม

ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น เป็นการร่วมกันทำความดีของจิตอาสา ผู้มีใจกุศล ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเด็จ บรมนาถบพิตร ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” นางรัตนาภรณ์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุดยาวคึกคักเที่ยวชมปราสาทเมืองต่ำ สัมผัสอากาศหนาวบนเขาพนมรุ้ง

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308042

หยุดยาวคึกคักเที่ยวชมปราสาทเมืองต่ำ สัมผัสอากาศหนาวบนเขาพนมรุ้ง

หยุดยาวคึกคักเที่ยวชมปราสาทเมืองต่ำ สัมผัสอากาศหนาวบนเขาพนมรุ้ง

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.02 น.

10 ธ.ค.60 นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงกรุ๊ปทัวร์จากหลายจังหวัดได้เดินทางขึ้นไปเที่ยวชมความงดงามและสัมผัสอากาศหนาว บนอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ และปราสาทเมืองต่ำ แหล่งท่องเที่ยวทางอารยธรรมขอมโบราณที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงหยุดยาวติดต่อกัน 3 วันอย่างคึกคัก

ขณะสภาพอากาศยังคงหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดอุณหภูมิอยู่ที่ 18 องศาเซลเซียส แต่หากนักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นไปเที่ยวบนปราสาทพนมรุ้งซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูง จะได้สัมผัสกับอุณหภูมิที่หนาวเย็นกว่าบรรยากาศพื้นราบ ทั้งยังได้ชมวิวและเมฆหมอกอันสวยงามในช่วงนี้อีกด้วย

โดยในช่วงหยุดยาวติดต่อ 3 วันได้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเที่ยวชมทั้งปราสาทพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ เฉลี่ยวันละ 4,000-5,000 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติกว่าเท่าตัว ซึ่งส่งผลดีต่อพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายอาหาร และของที่ระลึกบนเขาพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

นายวสันต์ เทพสุริยานนท์ หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง กล่าวว่า ช่วงหยุดยาวติดต่อกัน 3 วันของสัปดาห์นี้ได้มีนักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัด รวมถึงชาวต่างชาติ และกรุ๊ปทัวร์ เดินทางมาเที่ยวทั้งอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำอย่างคึกคักวันละ 4,000-5,000 คน

ทั้งนี้ หากเทียบกับช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ปกติ ยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในช่วงนี้นอกจากจะได้ชมความงดงามของปราสาทอันเก่าแก่แล้ว ยังจะได้สัมผัสกับอากาศที่เย็นสบายในช่วงนี้ด้วย

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

1ชม.2ศพ โรคหัวใจวายเฉียบพลันคร่าชีวิตคนไทย

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308038

1ชม.2ศพ โรคหัวใจวายเฉียบพลันคร่าชีวิตคนไทย

1ชม.2ศพ โรคหัวใจวายเฉียบพลันคร่าชีวิตคนไทย

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.51 น.

สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิน เผยทุกชั่วโมงคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน 2 ราย จี้ สธ.-สพฉ.เร่งจัดระบบรองรับการส่งต่อเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย

10 ธ.ค.60 ที่โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค ในเวทีเสวนา “ช่วยชีวิตก่อนหัวใจวายเฉียบพลัน ได้อย่างไร” จัดโดย โครงการส่งเสริมและป้องกันคนไทยไม่ให้เจ็บป่วยฉุกเฉิน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย

ศ.เกียรติคุณ นพ.สันต์  หัตถีรัตน์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า จากปรากฎการณ์คนวงการบันเทิง นักการเมือง บุคคลมีชื่อเสียง ประชาชนทั่วไป ต้องมาจบชีวิตด้วยภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ดังนั้นควรนำบทเรียนความสูญเสียครั้งนี้ มาสู่แนวทางปฏิบัติและป้องกันอย่างถูกวิธี จากสถิติ ทุกชั่วโมงคนไทยต้องเสียชีวิตจากหัวใจวายเฉียบพลัน 2 คน ซึ่งภาวะหัวใจวายเฉียบพลันเกือบทั้งหมดเกิดจากหัวใจเต้นผิดปกติร้ายแรง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากหัวใจขาดเลือดรุนแรง จากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บแน่นในอก เหมือนถูกเหยียบ หรือรัดแน่น ที่อาจร้าวไปที่คอ คาง ฟัน ยอดอก หรือร้าวไปที่ไหล่และแขนโดยเฉพาะด้านซ้าย ขณะหรือหลังการออกกำลังกายหรือเครียดมากๆ ซึ่งเกิดจากภาวะหัวใจขาดเลือดที่จะนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้

ทั้งนี้ เมื่อมีอาการ ควรนั่งพักทันที ถ้านั่งพักสักครึ่งนาทีแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรอมยาแก้อาการหัวใจขาดเลือด หรือ ยาไอเอสดีเอ็น (ISDN) ให้อมยาไว้ใต้ลิ้นทันที และเรียกคนใกล้เคียงให้ช่วยเหลือ หากอาการดีขึ้นหลังอมยาควรไปตรวจหาสาเหตุที่โรงพยาบาล แต่หากภายใน 2-3 อึดใจ หรือ 2-3 นาที ยังไม่ดีขึ้นให้โทรเรียก1669 เพื่อขอให้ส่งรถฉุกเฉินให้มาช่วย จากนั้นให้แล้วอมยา ISDN อีก1เม็ด แล้วรอจนกว่ารถฉุกเฉินจะมาช่วยเหลือ นอกจากผู้ที่มีภาวะเสี่ยงแล้ว ผู้ชายอายุ40ปีขึ้นไป และในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ก็ควรพกยาอมใต้ลิ้น ติดตัวไว้ด้วยเช่นกัน

“สำหรับข้อห้ามในการใช้ยาอมใต้ลิ้น ISDN มี 2 กรณี คือ 1.ผู้ที่ใช้ยากระตุ้นอวัยวะเพศชายให้แข็งตัว เช่น Viagra,Cialis 2.ผู้ที่หน้ามืดเป็นลม หรือความดันเลือดตก ทั้งนี้ ยาอมใต้ลิ้น ISDN เป็นยาขยายหลอดเลือด รวมทั้งหลอดเลือดหัวใจ ทำให้หัวใจที่ขาดเลือดได้รับเลือดไปเลี้ยงเพิ่มขึ้น และทำให้หัวใจทำงานเบาลง เพราะความดันเลือดลดลงแม้จะไม่ใช่ภาวะหัวใจขาดเลือด การอมยาใต้ลิ้นไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงมากนัก แต่อาจเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หน้าแดง เล็กน้อยจากการขยายตัวของหลอดเลือด ซึ่งจะหายไปเองใน 10-15 นาที” ศ.เกียรติคุณ นพ.สันต์ กล่าว

ด้าน นพ.สมชาย กาญจนสุต อุปนายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในประเทศที่พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว รถการแพทย์ฉุกเฉินสามารถเข้าถึงตัวผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกจากเส้นเลือดหัวใจตีบ/ตันได้ภายใน 4-5 นาทีหลังจากแจ้งเหตุ ผู้ป่วยเพียงแจ้งเหตุแล้วรอก็อาจเพียงพอ แต่ในประเทศไทยเรายังไม่สามารถที่จะทำให้มีระบบที่มีประสิทธิภาพเช่นนั้น สมาคมฯจึงได้แนะนำโอกาสช่วยชีวิตให้รอดที่ประชาชนทั่วไปอาจช่วยเหลือตนเองและคนข้างเคียงได้ ด้วยการใช้ยาที่มีผลต่อการขยายตัวของเส้นเลือด เพียงหากเข้าใจผลข้างเคียงแล้วแทบจะไม่มีผลเสีย

นอกจากนั้น อยากวิงวอนให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ เร่งพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้มีหน่วยปฏิบัติการและชุดปฏิบัติการเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมกับประชากรในพื้นที่ เพื่อให้มีความรวดเร็วและทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดการเสียชีวิตโดยไม่สมควร และควรจัดระบบของโรงพยาบาลที่มีความสามารถในการสวนหัวใจเพื่อรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันพร้อมประกาศให้ประชาชนและหน่วยกู้ชีพต่างๆได้รู้ เพื่อจะได้ตรงไปยังโรงพยาบาลนั้นๆ ได้โดยตรง อันจะทำให้ผู้ป่วยรอดชีวิตมากขึ้น การนำส่งผิดที่ทำให้ผู้ป่วยภาวะนี้เสียชีวิตมามากแล้ว

“แม้เราจะเร่งประชาสัมพันธ์และฝึกอบรมให้คนปั๊มหัวใจ มีเครื่องกระตุกหัวใจ มีหน่วยกู้ชีพรับมือต่อและช่วยเหลือเบื้องต้นให้ผู้ป่วยฟื้นมาได้ แต่ปัญหาคือไม่สามารถทราบได้ว่าโรงพยาบาลจำเพาะทางแห่งใดพร้อมรักษาต่อได้(การสวนหัวใจเพื่อรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน) การนำส่งผิดที่จึงเหมือนกับส่งผู้ป่วยไปตาย” นพ.สมชาย กล่าว

ขณะที่ ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ.ธวัชชัย กมลธรรม คณบดี สหเวชศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่มีอาการหัวใจวายเฉียบพลันทีไอส์แลนด์ คือในตอนนั้นนักท่องเที่ยวท่านนั้นขับรถสโนพลิกคว่ำ ซึ่งเมื่อตนประเมินอาการเบื้องต้นแล้วพบว่ามีภาวะของหัวใจวายเฉียบพลัน โชคดีที่ตอนนั้นตนได้พกยาแอสไพริน จึงให้ผู้ป่วยรีบเคี้ยวและดื่มน้ำตามมากๆ หลังจากนั้นได้มีการดูแลปฐมพยาบาลผู้ป่วยเพื่อพร้อมส่งต่อให้กับแพทย์

ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ.ธวัชชัย กล่าวว่า จากประสบการณ์ในครั้งนั้นตนอยากให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงพกยาอมใต้ลิ้น หรือ BABY แอสไพรินติดตัวไว้ เพื่อไว้ใช้กับตัวเองหรือช่วยเหลือผู้ป่วยได้ เพราะหากเราพบผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจวายเฉียบพลันแล้วหากมัวแต่รอรถพยาบาลฉุกเฉินมาอย่างน้อยใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง หากไม่มีการช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างทันท่วงทีอาจะส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได

สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ได้แก่ คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ หรือเคยมีคนในครอบครัวเสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าว อ้วน อายุมาก มีความเครียดเป็นประจำ หรือมีการออกกำลังกายอย่างหนัก อาการเบื้องต้นที่พอจะสังเกตได้คือ เจ็บแน่นหน้าอก  เกิดอาการเจ็บร้าวไหล่ แขน จุกที่ท้อง หายใจแรง มีเหงื่ออกตามมือ เท้า หากผู้ป่วยยังมีสติ ให้รีบอมยาอมใต้ลิ้น หรือ ให้เคี้ยวยา BABY แอสไพริน 1เม็ด แล้วดื่มน้ำตามมากๆ แล้วพยายามให้ผู้ป่วยหายใจเข้าออกแรงๆ หรือไอแรงๆ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายรับออกซิเจนเข้าไปมากขึ้น อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวควรจะพกยาอมใต้ลิ้นหรือ BABY แอสไพริน ไว้ตลอดการเดินทาง เพื่อหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาเราจะได้ช่วยตัวเองหรือผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีภาวะแพ้ยาแอสไพริน ไม่ควรใช้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใบเมเปิลสวยสุดๆ เปลี่ยนสีเขียวเป็นสีแดงบนยอดภูกระดึงจ.เลย

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/308005

ใบเมเปิลสวยสุดๆ เปลี่ยนสีเขียวเป็นสีแดงบนยอดภูกระดึงจ.เลย

ใบเมเปิลสวยสุดๆ เปลี่ยนสีเขียวเป็นสีแดงบนยอดภูกระดึงจ.เลย

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.00 น.

10 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ยอดภูกระดึงนอกจากจะมีนักท่องเที่ยวไปพิชิตความสูงและท้าลมหนาวแล้ว ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งบนภูกระดึงที่คุณต้องไปสัมผัส นั่นคือการชมต้นเมเปิ้ล หรือใบเมเปิลสีแดง ที่กำลังเปลี่ยนสีของใบแดงสดไปทั่วผืนป่า ในช่วงเดือนธันวาคม

นายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย กล่าวว่า เมื่อลมหนาวมาเยือนติดต่อกันหลายวัน บนยอดภูกระดึง ก็จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับคนที่ชื่นชอบความสูงและนิยมความหนาว นอกจากการพิชิตความสูง 1,288 เมตร แล้วมาสัมผัสพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า และสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดในช่วงเดือนธันวานี้ก็คือ การมาชมใบเมเปิ้ล ที่กำลังเปลี่ยนใบเป็นสีแดงไปทั่วภูกระดึงในฤดูหนาวนี้ บริเวณผืนป่าภูกระดึง เป็นที่รวมของลำธารเล็กๆหลายสาย ซึ่งไหลผ่านผืนป่าแห่งนี้และก่อเกิดเป็นน้ำตกน้อยใหญ่สวยงามหลายแห่ง

โดยบริเวณริมลำธาร ของน้ำตกเพ็ญพบน้ำตกถ้ำใหญ่และอีกหลายน้ำต กขณะนี้ต้นเมเปิ้ลจำนวนมากที่ทุกฤดูหนาวช่วงกลางธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม ก็จะพากันเปลี่ยนสีใบเป็นสีแดงสด บ้างก็ ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินเป็นภาพที่งดงามที่สุด จนมีคนกล่าวว่า ‘เมเปิ้ลปลูกที่ไหนก็ได้แต่จะหาที่ไหนสวยเท่ากับที่ภูกระดึงแทบจะไม่มีเลย’

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘แผนแม่บทบริหารน้ำ’พัทลุง ถอดบทเรียนอุทกภัย‘ฝนพันปี’

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307956

สกู๊ปแนวหน้า : ‘แผนแม่บทบริหารน้ำ’พัทลุง  ถอดบทเรียนอุทกภัย‘ฝนพันปี’

สกู๊ปแนวหน้า : ‘แผนแม่บทบริหารน้ำ’พัทลุง ถอดบทเรียนอุทกภัย‘ฝนพันปี’

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ประเทศไทยนั้นเป็นดินแดนที่ทรัพยากรน้ำค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ไม่ค่อยประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรงบ่อยครั้งนัก แต่ในทางตรงกันข้าม “อุทกภัย” เป็นปัญหาที่คนไทยพบเจอกันเป็นปกติ นับตั้งแต่เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนช่วงกลางปี ก็จะเป็นห้วงเวลา “น้ำท่วม” ในหลายพื้นที่ของภาคกลาง จากนั้นเมื่อล่วงเข้าสู่ปลายปี ก็เป็นคิวของภาคใต้ที่ฝนจะตกหนักตามด้วยน้ำท่วมในหลายจังหวัด มากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณฝน ภูมิประเทศ และการบริหารจัดการ

แม้คนไทยจะเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำ แต่ในบางปีฝนที่ตกหนักก็ทำให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น ดังที่เกิดกับภาคใต้เมื่อช่วงวันที่ 31 ธ.ค. 2559-8 ม.ค. 2560 ถือเป็นการเผชิญกับภัยพิบัติน้ำท่วมข้ามปีของพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้ครั้งที่รุนแรงและหนักที่สุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สร้างความเสียหายอย่างหนักไปทั่วทุกพื้นที่ บ้านเรือนจำนวนมากต้องจมบาดาล แม้แต่เส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักสู่ภาคใต้ทั้งหมดถูกตัดขาดทุกเส้นทาง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจนับหมื่นล้านบาท

รายงานการตรวจสอบหลังเหตุการณ์คลี่คลาย มีผู้ให้นิยามเหตุน้ำท่วมภาคใต้ครั้งดังกล่าวว่า “ฝนพันปี” เพราะในช่วงที่เกิดเหตุเพียง 10 วัน มีปริมาณฝนสะสมมากกว่า 1,900 มิลลิเมตร เป็นปริมาณฝนสะสมที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณฝนสะสมโดยปกติของพื้นที่ภาคใต้ตลอดทั้งปี ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 1,800-2,000 มิลลิเมตรต่อปี นี่จึงไม่ใช่เป็นปรากฏการณ์ปกติ

โดยเฉพาะ พัทลุง เป็นจังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้มากเป็นพิเศษ ซึ่ง ดร.อนิศรา เพ็ญสุข ติ๊บแก้ว อาจารย์จากคณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง กล่าวว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักมากกว่าปกติจนทำให้ความสามารถในการรองรับน้ำของ 7 ลุ่มน้ำในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ไม่สามารถเก็บกักน้ำในปริมาณที่มากขนาดนั้นไว้ได้ บวกกับลักษณะภูมิประเทศของพัทลุงฝั่งตะวันตกที่เป็นเทือกเขา พื้นที่ค่อนข้างสูงขณะที่ฝั่งตะวันออกเป็นพื้นที่ราบลุ่ม

เมื่อเกิดฝนตกมวลน้ำป่าจากภูเขาจะไหลบ่ามาทางฝั่งตะวันออกเพื่อลงสู่ทะเลสาบสงขลาซึ่งใช้เป็นเส้นทางเดียวในการผันน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทย ขณะที่จังหวัดสงขลาก็ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นกัน ทำให้ไม่สามารถรับน้ำจากพัทลุงได้อีก ส่งผลให้ระดับน้ำขังในพื้นที่พัทลุงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะบริหารจัดการได้ และเกิดน้ำท่วมหนักเป็นวงกว้างและท่วมขังนานดังกล่าว

คำถามคือ “แล้วจะทำอย่างไรถ้ามันเกิดขึ้นอีก?” ดร.อนิศรา กล่าวต่อไปว่า เหตุน้ำท่วมใหญ่ครั้งนั้นนำมาซึ่งการจัดทำ “ชุดโครงการการพัฒนาฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ด้านน้ำเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนงานด้านบริหารจัดการน้ำของจังหวัด” โดยได้รับ
การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่เป็นโครงการนำร่อง 5 จังหวัด คือลำพูน ชัยนาท นครพนม ระยอง และพัทลุง มุ่งเน้นศึกษาวิจัยเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนากลไกบริหารจัดการน้ำในจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับ จ.พัทลุง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ได้รับมอบหมายให้ร่วมทำการวิจัย เนื่องจากมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี แต่ก็มีจุดเด่นคือมีเครือข่ายชุมชนค่อนข้างเข้มแข็ง จึงมุ่งหมายที่จะให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขและผลักดันให้เกิดแผนแม่บทในการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดเพื่อบรรเทาปัญหาผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม รวมไปถึงน้ำแล้งให้น้อยที่สุด

หลังรวบรวมแผนงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่มาวิเคราะห์ นักวิจัยจาก ม.ทักษิณ วิทยาเขตพัทลุงผู้นี้ ระบุว่า ที่ผ่านมา จ.พัทลุง “ขาดการจัดทำระบบสารสนเทศ” ข้อมูลที่มีอยู่ไม่ครอบคลุม ไม่มีการจดบันทึกข้อมูลการทำโครงการที่ผ่านมา รวมถึง “ขาดระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพแบบทันเหตุการณ์” โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ที่ควรจะต้องมีการแจ้งเตือนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างเร่งด่วน

“น้ำท่วมไปแล้วประมาณ 1 สัปดาห์หน่วยงานจึงจะสามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เพราะขาดระบบการเตือนภัย ขณะที่ชาวบ้านมีการสร้างกลุ่มเตือนภัยกันเองสามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้หลังเกิดเหตุเพียง 2-3 วัน นอกจากนี้ยังมีระบบเตือนภัยเครือข่ายที่มีคณะกรรมการของแต่ละลุ่มน้ำค่อยแจ้งข่าวสารระหว่างกลุ่มต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของความเข้มแข็งของชุมชน” ดร.อนิศรา กล่าว

ดร.อนิศรา กล่าวอีกว่า เมื่อฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วัน ชาวบ้านก็เริ่มใจไม่ดี จึงเตรียมยกของขึ้นที่สูง เรื่องนี้ “แม้จะดูว่าเป็นความตื่นตัวของชาวบ้าน แต่ถือเป็นหน้าที่หลักของภาครัฐและหน่วยงานที่จะต้องเข้าไปให้ความรู้เรื่องของระบบเตือนภัย” ให้ประชาชนเข้าใจว่าฝนตกหนักลักษณะใดหรือตกนานเท่าไรจึงควรระวัง และจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง หรือจะมีการแจ้งเตือนอย่างไร ตรงนี้ถือเป็นจุดอ่อนที่ต้องเร่งปรับปรุง

นอกจากนี้ การดำเนินโครงการยังได้รวบรวมข้อมูลและแผนการดำเนินงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับน้ำจากทุกหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งในส่วนของกรมชลประทานและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นำมาจัดทำเป็นฐานข้อมูล (Database) จนแล้วเสร็จ เพื่อนำไปใช้ในการจัดทำ “แผนแม่บทการจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัดพัทลุง” ในการประชุมร่วมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงกับคณะกรรมการลุ่มน้ำทั้ง 7 ลุ่มน้ำของจังหวัดราวกลางเดือน ธ.ค. 2560 ก่อนที่จะบรรจุแผนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์จังหวัดต่อไป

“การจัดทำแผนแม่บทดังกล่าวนี้ ยังช่วยปรับปรุงข้อมูลการทำโครงการเกี่ยวกับน้ำในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ได้ทราบว่าปัจจุบันมีโครงการอะไรที่ทำไปแล้วหรือกำลังทำอยู่ แต่ละจุดสามารถแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนได้ดีพอหรือไม่ หรือยังมีพื้นที่ไหนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เพื่อให้ครอบคลุมการแก้ปัญหาและป้องกัน ที่จะนำไปสู่การพัฒนาได้ในที่สุด อีกทั้งยังช่วยลดความซ้ำซ้อนของการจัดทำงบประมาณอีกด้วย มีความมั่นใจมากว่าผลงานวิจัยนี้จะเข้าไปเติมเต็มให้กับแผนการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดพัทลุงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” ดร.อนิศรา กล่าวทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยิ้มกันวันอาทิตย์

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307885

ยิ้มกันวันอาทิตย์

ยิ้มกันวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รักนะ : มาร์ค ฮามิลล์ หนึ่งในนักแสดงภาพยนตร์เรื่อง Star Wars : The Last Jedi สวมกอดเจ้า R2-D2 หุ่นยนต์ตัวเอกของเรื่อง ระหว่างเข้าร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ภาคล่าสุดของภาพยนตร์อภิมหาสงครามอวกาศ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ไหม้ทุกทิศ : เสาเหล็กบอกทิศทางและกระแสลมบนไร่ในเขตซาน เฟอร์นานโน วัลเลย์ ทางตอนเหนือของนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ หมุนวนไปมาระหว่างเกิดไฟป่าที่เรียกว่าครีก ไฟเออร์ หนึ่งในไฟป่าหลายจุดที่เกิดขึ้นพร้อมกันในรัฐแคลิฟอร์เนียอยู่ในขณะนี้

ไม่โอเค : ผู้คนเดินผ่านกราฟฟิตี หรือผลงานศิลปะริมถนนในนครนิวยอร์ก กับข้อความว่า ทุกอย่างไม่โอเค เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ บนโลกที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี

ออกกำลัง : แมวสายพันธุ์เบงกอลตัวสวยเดินอวดหุ่นบนเครื่องเล่น ภายในห้องรับรองพิเศษสำหรับน้องแมว ที่โรงแรมวากิงตัน โรงแรมสุดหรูสำหรับสัตว์เลี้ยง ประเทศสิงคโปร์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวเปิดปลากระป๋องถึงกับหยี๋! พบพยาธิโผล่ด้านใน

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307980

สาวเปิดปลากระป๋องถึงกับหยี๋! พบพยาธิโผล่ด้านใน

สาวเปิดปลากระป๋องถึงกับหยี๋! พบพยาธิโผล่ด้านใน

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 19.41 น.

9 ธ.ค. 60 เมื่อวานนี้ (8ธ.ค.)ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Sarantip Chaeton ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ได้ซื้อปลากระป๋องยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งมารับประทาน แต่เมื่อฝาออกดูกลับมีอันต้องผงะแรง เมื่อพบว่าที่ใต้ฝามีหนอนพยาธิคลานอยู่ยั้วเยี้ยชวนให้ท้องใส้ปั่นป่วนเป็นอย่างมาก จากนั้นไม่นานโพสต์ดังกล่าวก็ถูกแชร์ต่อกันออกไปมากกว่า 1 แสนครั้ง

ต่อมาวันนี้ เพจเฟซบุ๊ก “หมอแล็บแพนด้า” ได้โพสต์ข้อความเรื่องกังกล่าว่า  จากเคสที่มีคนพบตัวอะไรก็ไม่รู้ หลังเปิดปลากระป๋องหลายคนสงสัยว่ามันน่าจะเป็นพยาธิอะนิซาคิส (Anisakis) พวกนี้พบในปลาทะเล เป็นพยาธิตัวกลม มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ตัวแก่ของมัน(หน้าตาคล้ายๆไส้เดือน)มีความยาวประมาณ 2-5 ซม. พยาธิจะฝังตัวอยู่ในกล้ามเนื้อของปลา ซึ่งคนที่กินปลาดิบที่มีพยาธินี้อยู่ก็จะติดเชื้อพยาธิได้ จากนั้นพยาธิจะออกมาจากเนื้อปลาที่เรากินเข้าไปโดยน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร หรืออาจจะถูกขับออกมาจากกระเพาะอาหารโดยการอาเจียน ซึ่งก็จะไม่ทำให้เกิดโรค แต่ถ้าพยาธิไม่ถูกขับออกไป พยาธิมันอาจจะชอนไชไปตามทางเดินอาหาร แล้วอยู่ในลำไส้ และอยู่นอกลำไส้ภายในช่องท้องก็ได้

อาการของโรคคือ หลังจากได้รับพยาธิ 1 ชั่วโมง อาจมีอาการปวดท้อง ปวดกระเพาะอาหาร ลำไส้อุดตัน คลื่นไส้อาเจียน และอาจมีอาการคล้ายๆ ไส้ติ่งอักเสบ อาจจะทำให้วินิจฉัยผิดพลาดเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือไส้ติ่งอักเสบได้ครับ ความร้อนขนาดนี้พยาธิคงตายแล้วล่ะ มันไม่น่ามีชีวิตอยู่ มันต้องตายสิ

ยังไงก็ตาม บริษัทก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ รอบริษัทแถลงนะครับว่ามันคืออะไรกันแน่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,891,249 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พลังผู้หญิง ‘ปูนซีเมนต์นครหลวง’ เปิดกว้างทุกความเป็นไปได้ องค์กรแห่งโอกาส เท่าเทียม ยั่งยืน ให้ ‘ผู้หญิง’ เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
โสภณ ตลก หมอวรงค์ ชี้สภาเลี้ยงข้าวสส.มานานแล้ว
พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน
แนวหน้าวาทะเด็ด
กรมการพัฒนาชุมชนติวเข้มผู้ประกอบการ OTOP รุ่นใหม่ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล
รบ.ทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมัน ดีเซลอั้นไม่อยู่ สั่งตรึงเพดานไม่เกิน33บาท
อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
มก.ขับเคลื่อนต้นแบบการศึกษาใหม่ของประเทศ เมื่อโรงเรียนกลายเป็นฟาร์มเรียนรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
งานวิจัยบุหรี่ไฟฟ้ายังเสียงแตก ผู้เชี่ยวชาญย้ำ 'การเลิกสูบ' ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
พลังงาน สั่งระดมรถบรรทุก-เพิ่มรอบส่งน้ำมัน เร่งกระจายเข้าปั๊มทั่วประเทศ แก้ขาดแคลน

Recent Posts

  • วิทยาลัยจีนแนะ นศ. “พักตำรา-หาความรัก” ช่วงวันหยุดฤดูใบไม้ผลิ หวังกระตุ้นยอดแต่งงาน
  • เกาหลีใต้บรรลุดีลนำเข้าน้ำมันดิบเร่งด่วนจากยูเออี อีก 18 ล้านบาร์เรล
  • ฝ่ายค้านมาเลเซียกังวลกระทบจุดยืนเป็นกลาง หลังเรือรบสหรัฐฯ เทียบท่า “ปีนัง”
  • ปธน.คิวบาประกาศกร้าว พร้อมต้านทานสุดกำลังหากสหรัฐฯ บุกยึดประเทศ
  • ฮอร์มุซเริ่มคลายล็อก? เรือเพิ่มเท่าตัว หลังอิหร่านเปิดทางให้บางประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d