Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ช็อกทั่วเมือง!! ข่าวลือสะพัด นิตยสาร ‘ดิฉัน’ ปิดตัว

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307964

ช็อกทั่วเมือง!! ข่าวลือสะพัด นิตยสาร 'ดิฉัน' ปิดตัว

ช็อกทั่วเมือง!! ข่าวลือสะพัด นิตยสาร ‘ดิฉัน’ ปิดตัว

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 18.59 น.

วันที่ 9 ธันวาคม ได้เกิดกระแสข่าวลือระบุว่า นิตยสาร “ดิฉัน” ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับแฟชั่นและไลฟ์ไสตล์ชื่อดัง และเป็นนิตยสารเก่าแก่ของฟ้าเมืองไทย วางแผงมาแล้วนานถึง 37 ปี ปัจจุบัน ปัจจุบันมี คุณหญิงสุวิมล ผึ่งประเสริฐ เป็นบรรณาธิการอำนวยการ ได้ปิดตัวลงแล้ว โดยมีการออกนิตยสารฉบับสุดท้าย คือ ฉบับเดือนธันวาคม 2560

ทั้งนี้คาดว่าสาเหตุการปิดตัวลงของนิตยสาร เป็นผลพวงจากกระแสการบริโภคข้อมูลและข่าวสารของประชาชนในยุคปัจจุบัน ที่มีการปรับเปลี่ยนไปสู่การบริโภคสื่อผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและสื่ออินเตอร์เน็ต จึงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสื่อประเภทสิ่งพิมพ์ โดยก่อนหน้านี้ มีนิตยสารและสื่อสิ่งพิมพ์หลายฉบับที่ต้องปิดตัวเองลงไป อาทิ นิตยสารเปรียว นิตยสารขวัญเรือน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานในช่วงเย็นวันเดียวกันว่า กองบรรณาธิการของนิตยสาร “ดิฉัน” ยังไม่ได้ประกาศการตัดสินใจดังกล่าวอย่างเป็นทางการ หรือชี้แจงว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร ขณะที่เว็บไซด์ “มติชนออนไลน์” ระบุว่า การปิดตัวดังกล่าว พนักงานในกองบรรณาธิการเพิ่งจะได้ทราบในช่วงค่ำของวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวระแคะระคายมาสักระยะหนึ่งแล้ว จึงมีการเตรียมตัวเตรียมใจกันมาพอสมควร

หมายเหตุ

ภาพปกนิตยสารดิฉัน ฉบับประจำเดือนธันวาคม 2560 จากเฟซบุ๊ก “Dichan Magazine”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เสร็จนาฆ่าโคถึก..เสร็จเมืองไล่คนจน’ ชะตากรรม’แรงงานย้ายถิ่น’กรุงปักกิ่ง

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307942

'เสร็จนาฆ่าโคถึก..เสร็จเมืองไล่คนจน' ชะตากรรม'แรงงานย้ายถิ่น'กรุงปักกิ่ง

‘เสร็จนาฆ่าโคถึก..เสร็จเมืองไล่คนจน’ ชะตากรรม’แรงงานย้ายถิ่น’กรุงปักกิ่ง

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.04 น.

9 ธ.ค. 2560 สำนักข่าว CNN ของสหรัฐอเมริกา นำเสนอรายงานพิเศษเรื่อง “Beijing forces migrant workers from their homes in ‘savage’ demolitions” (ปักกิ่งกับการไล่รื้อชุมชนของแรงงานย้ายถิ่น) โดยระบุว่า ฝ่ายบริหารเมืองหลวงของจีน มีนโยบายผลักดันแรงงานที่มาจากพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ด้วยการไล่รื้อชุมชนของคนเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบอาชีพระดับล่าง อาทิ คนครัวในร้านอาหารและพนักงานทำความสะอาด ด้วยเหตุผลว่าที่อยู่อาศัยที่แออัดและไม่ปลอดภัย ทำให้แรงงานเหล่านี้ต้องกลายเป็นคนไร้บ้านในทันที

Zhao Guihua แรงงานหญิงคนหนึ่งกล่าวกับผู้สื่อข่าว CNN ว่า ตอนนี้เธอไม่เหลือที่ให้อยู่แล้ว จึงตัดสินใจขายทรัพย์สินที่มีและจำใจเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดของเธอที่ มณฑลเหอหนาน (Henan) ที่อยู่ทางตอนกลางของประเทศ เนื่องด้วยเธอไม่มีเงินมากพอที่จะเช่าห้องพักในกรุงปักกิ่ง ซึ่งแม้เธอจะเห็นว่าการทำงานที่เมืองหลวงของจีนได้เงินมากกว่าที่บ้านเกิด แต่วันนี้คงไม่มีทางเลือกอื่นอีก

Zhao เล่าว่า บ้านของเธอถูกรื้อในวันที่ 26 พ.ย. 2560 โดยสาเหตุมาจากก่อนหน้านั้นเกิดเพลิงไหม้และมีผู้เสียชีวิต 19 คน ในย่านอุตสาหกรรมทางใต้ของกรุงปักกิ่ง ในพื้นที่พักอาศัยของคนราว 175,000 คน ในจำนวนนี้ 120,000 คน เป็นแรงงานจากเมืองอื่นๆ นำมาซึ่งการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในบริเวณดังกล่าวทั้งที่อยู่อาศัย ร้านค้า โรงงานและโกดังเก็บสิ่งของ ถูกรื้อถอนอย่างรวดเร็ว โดยผู้พักอาศัยได้รับการเตือนล่วงหน้าเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น

Zhao Guihua (ขวา) กับทรัพย์สินของตนที่นำออกมาได้ก่อนที่พักจะถูกรื้อถอน (ภาพจาก CNN)

เช่นเดียวกับเจ้าของอาคารที่ขอให้ผู้สื่อข่าวเรียกเขาว่า Yang เล่าว่า คำเตือนถูกประกาศเพียงวันเดียวแล้ววันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาดำเนินการในทันที ซึ่งสิ่งของของผู้คนที่ย้ายออกไปไม่ทันก็จะถูกโยนทิ้งลงไปที่ถนน ทั้งที่เขาได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการให้เช่าอาคาร และได้ติดต่อไปยังผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อขอคำแนะนำการป้องกันความเสี่ยงจากภัยต่างๆ ทั้งนี้นาย Yang มองว่า ที่อาคารของเขาต้องถูกรื้อเพราะในย่านดังกล่าวมีแรงงานอพยพย้ายถิ่นอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก
ด้านเจ้าหน้าที่ทางการของกรุงปักกิ่ง กล่าวกับสำนักข่าวซินหัวของจีน ว่าภายหลังการใช้เวลาตรวจสอบราว 1 สัปดาห์ พบมีอาคาร 25,395 แห่งที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม มีเครือข่ายสังคมออนไลน์ของจีน มีการโพสต์คลิปวีดีโอการไล่รื้อถอนอย่างรุนแรงเกิดขึ้นหลายแห่งทั่วเมือง พร้อมกับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลฉวยโอกาสจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวจัดการกับปัญหาแรงงานย้ายถิ่นที่เข้ามาทำงานในกรุงปักกิ่ง ขณะที่นักวิชาการจีนกว่า 100 คน ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก ไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่ส่งผลกระทบต่อคนนับแสนดังกล่าว

“นโยบายนี้เป็นการละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ดังนั้นควรหยุดและแก้ไขอย่างเร่งด่วน” แถลงการณ์ของกลุ่มนักวิชาการจีน ระบุ

ทางการจีนเคยเปิดเผยว่า “ต้องการลดจำนวนประชากรในกรุงปักกิ่งลงให้ได้ร้อยละ 15 จากจำนวนประชากรในปี 2557 และจะพยายามจำกัดจำนวนประชากรในเมืองหลวงของจีนไม่ให้เกิน 23 ล้านคนในปี 2563” ดังนั้นเป้าหมายจึงอยู่ที่การขับไล่แรงงานระดับล่างที่เป็นผู้คนจากเมืองอื่นๆ เข้ามาหางานทำ ให้พวกเขาต้องกลับไปเผชิญกับความยากจนในบ้านเกิดของตนเอง

“กลับบ้านนอกกันเถอะ..เมืองกรุงเขาไม่ให้อยู่แล้ว” แรงงานย้ายถิ่นคนหนึ่งขนข้าวของขึ้นรถบรรทุก หลังห้องเช่าของเขาถูกทางการรื้อถอน (ภาพจาก CNN)

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รับการปฏิเสธว่าไม่ใช่การขับไล่แรงงานย้ายถิ่นและไม่ใช่แผนการลดประชากรในกรุงปักกิ่ง อาทิ Cai Qi หัวหน้าสาขาพรรคคอมมิวนิสต์ประจำกรุงปักกิ่ง ย้ำว่ามาตรการดังกล่าวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยมีคนเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ยังได้จัดมหกรรมวันนัดพบแรงงาน ซึ่งมีงานกว่า 1,800 ตำแหน่งรองรับ การอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการเดินทางจากกรุงปักกิ่งกลับสู่ภูมิลำเนา และการสร้างที่อยู่อาศัยให้เช่าโดยได้รับงบประมาณอุดหนุนจากภาครัฐ เป็นต้น

ถึงกระนั้น เอกสารของทางรัฐบาลแดนมังกรก็ยังมีประเด็นให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ นั่นคือการใช้คำว่า “ประชากรระดับล่าง” (Low-End Population) ชาวเน็ตจีนหลายรายมองว่าเป็นการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นเหยียดหยามไม่ให้เกียรติกัน อาทิ ผู้ใช้ Weibo ที่เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ของจีน ตั้งคำถามว่า “อะไรคือคุณสมบัติของความเป็นคนชั้นสูง?” พร้อมทั้งกล่าวว่า “ผู้คนที่เยี่ยมยอดจำนวนมากได้ร่วมเสียสละช่วงเวลาหนุ่มสาวและความฝันของพวกเขา เพื่อทำให้ปักกิ่งได้เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาต้องถูกจดจำและได้รับความเคารพ ไม่ใช่ถูกเขี่ยทิ้งอย่างคนจรจัด” ทว่าในเวลาต่อมา โพสต์ดังกล่าวได้ถูกจัดการด้วยระบบการเซ็นเซอร์บนอินเตอร์เน็ตของจีน

มีรายงานด้วยว่า กระแสความไม่พอใจของชาวเน็ตจีนกับเรื่องดังกล่าว ทำให้รัฐบาลจีนจัดการบล็อกคำว่า Low-End Population จากเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Weibo และ WeChat รวมถึงไม่ใช่คำดังกล่าวในเอกสารของทางการอีก ทั้งนี้ปฏิกิริยาจากชนชั้นกลางในปักกิ่งก็ไม่พอใจในเรื่องนี้ ไม่เพียงแต่ความเห็นอกเห็นใจต่อแรงงานย้ายถิ่นเท่านั้น แต่ยังกังวลว่าหากไม่มีแรงงานเหล่านี้ ชีวิตของตนก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย เช่น อาชีพจักรยานยนต์รับจ้างส่งอาหารในกรุงปักกิ่ง เป็นแรงงานจากเมืองอื่นๆ มากถึงร้อยละ 90

Miao Ting สาวออฟฟิศวัย 23 ทำงานในบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง ระบุว่า ผู้ขายสินค้าออนไลน์ปฏิเสธที่จะส่งสินค้ามายังกรุงปักกิ่ง หากไม่จ่ายค่าบริการจัดส่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า นอกจากนี้จำนวนคนขับรถรับจ้างขนาดเล็กในเมืองก็ลดลง รวมถึงร้านค้าขนาดย่อมหลายแห่งก็ปิด ขณะที่ผู้ใช้ Weibo รายอื่นๆ ก็บ่นเรื่องความล่าช้าของการจัดส่งสินค้าเช่นกัน โดยรายหนึ่งบอกว่า เมืองนี้คงไม่น่าอยู่อีกต่อไป หากยังมีการดำเนินมาตรการดังกล่าว

“ตลาดวายเพราะรัฐไม่ต้องการ” รถแบ็กโฮกำลังรื้อถอนพื้นที่ตลาดของชุมชน หลังมีคำสั่งรื้อถอนอาคารหลายพันแห่งในกรุงปักกิ่ง

ส่วนนาย Li ที่เปิดร้านค้าเล็กๆ จำหน่ายเครื่องมืออุปกรณ์เบ็ดเตล็ดในย่านทางใต้ของกรุงปักกิ่ง พื้นที่ที่เป็นเป้าหมายของการไล่รื้อจากรัฐบาลมา 13 ปี กล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อว่า รัฐบาลต้อนรับแรงงานอพยพมาร่วมสร้างเมืองเป็นเวลากว่า 10 ปี แต่ในวันนี้

พวกเขาไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไปแล้ว!!!

เรียบเรียงจาก http://edition.cnn.com/2017/12/08/asia/china-migrant-workers-evictions-beijing/index.html

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ที่สุดความภูมิใจ ‘คำม่วง’รร.บ้านนอก เหรียญทองวงโยธวาทิตโลก

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307850

ที่สุดความภูมิใจ ‘คำม่วง’รร.บ้านนอก เหรียญทองวงโยธวาทิตโลก

ที่สุดความภูมิใจ ‘คำม่วง’รร.บ้านนอก เหรียญทองวงโยธวาทิตโลก

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 21.28 น.

โรงเรียนคำม่วง เหรียญทองวงโยธวาทิตโลก ภูมิใจถูกรับเลือกเป็นตัวแทนขบวนอัญเชิญถ้วยพระราชทานรัชกาลที่ 10 ในการแข่งขันวงโยธวาทิตระดับโลก คณะครูขอความเห็นใจยังขาดแคลนเครื่องดนตรี

8 ธ.ค.60 ที่สนามกีฬาโรงเรียนคำม่วง อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ร.ท.ธวัชชัย เห็มวัง นายอำเภอคำม่วง เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาสีประจำปีการศึกษา 2560 โดยมีคณะครู ผู้ปกครอง ร่วมให้กำลังใจบุตรหลานที่ระดมพลังสติปัญญา และพลกำลังร่วมกันจัดขึ้น โดยเฉพาะริ้วขบวนพาเหรดที่ใช้ผ้าไหมแพรวามาประกอบในขบวนทั้งชุดเครื่องแต่งกาย และการเล่าผ่านเรื่องราวเชิงอัตลักษณ์  ที่มีความสวยงาม อลังการ  ท่ามกลางความฮือฮาของผู้ร่วมชมริ้วขบวนพาเหรด โดยนางจารุวรรณ รัตนมาลี  ผอ.โรงเรียนคำม่วง พร้อมผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่าย สพม. 24 ร่วมให้กำลังใจ

นอกจากริ้วขบวนพาเหรดที่สวยงามแล้ว  ยังมีการแสดงวงโยธวาทิต ที่นำโดยนายปัญญา มีฤทธิ์ ครูชำนาญการพิเศษ ผู้ควบคุมวงฯ ที่ใช้นักดนตรีและผู้ร่วมวงฯกว่า 100 คน โดยแฝงเอาการแสดงพื้นบ้านเอามาผสมผสานได้อย่างลงตัว มีผลงานน่าภูมิใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรางวัลเหรียญเงิน และรางวัลเหรียญทอง ในการแข่งขันวงโยธวาทิตโลก ปี 2013 และ 2015  และในปีนี้ยังได้รับเชิญเป็นวงโยธวาทิตขบวนอัญเชิญถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  รัชกาลที่ 10 ในการประกวดวงโยธวาทิตโลก หรือ Thailand World Music Championships (TWMC ) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 15-17 ธ.ค. นี้ ที่ จ.ศรีสะเกษ  พร้อมกันนี้ยังได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุด สำหรับอาจารย์ผู้ควบคุมวงด้วย

นายปัญญา กล่าวว่า แม้โรงเรียนคำม่วง จะเป็นโรงเรียนในเขตชนบท ก็อยากให้มีเทียบเท่าเหมือนกับโรงเรียนดังๆในเมืองใหญ่ ตั้งแต่ย้ายมา 10 กว่าปี ได้มุ่งมั่นทุ่มเทสร้างวงโยธวาทิตของโรงเรียนขึ้นมา  โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนหลายท่านให้การสนับสนุนมาโดยตลอด  แม้ว่าจะขาดแคลนอุปกรณ์ก็พยายามหามาจนครบทั้งการหยิบยืม ขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครอง ผู้บริหารสถานศึกษา และตัวนักเรียนเอง

ทั้งนี้ เริ่มต้นเข้าวงการในปี 2013 หรือประมาณ 2557  โดยเข้าแข่งขันในประเภท  Marching Show Brand Open Class  ประเภท Show Seam เริ่มจากรางวัลเหรียญเงิน และล่าสุดคือรางวัลเหรียญทอง ปี 2015  ส่วนในปีนี้ทางโรงเรียนไม่สามารถเตรียมวงได้ทันกับการประกวดที่จะมีขึ้น 15-17 ธ.ค. นี้ เพราะโรงเรียนประสบปัญหาน้ำท่วม  แต่ยังได้รับความไว้วางใจสูงสุดและถือเป็นเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจ ที่ได้รับเชิญเป็นขบวนอัญเชิญถ้วยพระราชทานฯ และนำคณะผู้เข้าร่วมแข่งขันจากทั่วโลกเข้าสู่สนามการแข่งขัน   ส่วนตัวเองก็ยังได้รับรางวัลฮอล์ออฟเฟรมด้วย  ถือว่าเป็นที่สุดของชีวิตแล้ว

“ผลการสร้างวงโยธวาทิตของเด็กโรงเรียนบ้านนอกขึ้นมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆรุ่นหลังๆ กระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมวง นักเรียนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ผู้ปกครองพร้อมส่งบุตรเข้าเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านไม่มุ่งสู่โรงเรียนดังในเมืองใหญ่อย่างเช่นอดีตที่ผ่านมา  นอกจากนี้การฝึกซ้อมวงโยธวาทิตที่จะต้องเข้มเรื่องระเบียบวินัยทุก ๆ ด้าน ยังส่งผลให้เด็ก ๆ มีพฤติกรรมที่ดี รวมถึงเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่ออกไปมั่วสุมในชุมชน เสี่ยงต่อปัญหายาเสพติดถือว่าได้ผลมากทีเดียว” นายปัญญา กล่าว

ส่วนนางจารุวรรณ  รัตนมาลี  ผู้อำนวยการโรงเรียนคำม่วง กล่าวว่า   ที่ผ่านมาหลายผู้บริหารได้พายามสนับสนุนวงโยธวาทิตมาโดยตลอด  เช่นเดียวกับตนที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง  แม้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดก็ได้ทุ่มเทให้กับวงฯ เป็นส่วนมากทั้งขอสนับสนุนจากภายนอก  เพราะหากพูดตรง ๆ แล้ว ทางโรงเรียนยังขาดแคลนอุปกรณ์เครื่องดนตรีอีกหลายรายการ  ที่ได้ใช้ตอนนี้ก็เป็นการยืมของโรงเรียนพี่น้องมาใช้  ส่วนเครื่องแบบเครื่องแต่งกายก็ได้รับความอนุเคราะห์จากทางผู้ปกครองบ้าง  จากผู้บริหารสถานศึกษาในเครือข่าย สพม. 24 บ้าง ที่ช่วยสนับสนุนเพราะอยากเห็นผลงานของเด็ก ๆ สู่สาธารณะในเวทีระดับโลก  และที่ผ่านมาเราได้ทำให้เห็นแล้วถึงความตั้งใจและมุ่งมั่น  แม้ว่าจะเป็นโรงเรียนชนบทห่างไกลแต่มีบุคลากร และนักเรียนที่มากด้วยศักยภาพก็ทำให้เกิดความสำเร็จตามที่ตั้งไว้ได้

“ในส่วนของโรงเรียนตอนนี้ยังขาดเครื่องดนตรี และอุปกรณ์ในวงโยธวาทิตหลายรายการ  ซึ่งทางโรงเรียนก็พยายามหาเข้ามาเสริมเพิ่มเติมแต่ด้วยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด  และมีจำนวนน้อยทำให้มีความยากลำบากมาก  แม้ว่าที่ผ่านมาการพัฒนาวงโยธวาทิต จะทุ่มเทอย่างมากทั้งครู และนักเรียน แต่พลังความมุ่งมั่นและไม่ท้อถอย ไม่น้อยใจกับการเป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านนอก อยู่ในชนบนห่างไกลจนพิสูจน์ให้เห็นผลงานและฝีมือแล้ว  ยังวางเป้าหมายที่จะเดินทางเข้าแข่งขันในรายการระดับประเทศและระดับโลกอีกหลายรายการ  แต่ทั้งนี้ก็อยากได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาซึ่งสามารถติดต่อได้โดยตรงที่หมายเลข091-065-7983” ผอ.จารุวรรณ กล่าวในที่สุด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตะลุยละงู! แหย่รู‘ยอนหอยหลอด’ ยอดเมนูโอชะ

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307841

ตะลุยละงู! แหย่รู‘ยอนหอยหลอด’ ยอดเมนูโอชะ

ตะลุยละงู! แหย่รู‘ยอนหอยหลอด’ ยอดเมนูโอชะ

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 21.07 น.

ชาวบ้านละงู  จ.สตูล ลุย “ยอนหอยหลอด” ท้องถิ่นสอดรับจัดเทศกาล “แข่งขันยอนหอย” สร้างรายได้ชุมชน พร้อมปรุงโชว์สดริมทะเล

3 หมู่บ้านติดโซนทะเล บริเวณหาดบ้านท่าชะมวง หรือชุมชนหัวหิน) บ้านปากละงู  และบ้านหลอมปืน ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล ถือเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบรูณ์ทางทะเล ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่มีวิถีชีวิตวัฒนธรรมของคนในชุมชนละงู ในการ…

“ยอนหอยหลอด”!!!

ซึ่งจะมีการยอนหอยหลอดกันในเดือนตุลาคม-มีนาคม ช่วงข้างขึ้นหรือข้างแรมก็ได้ ถ้าช่วง 1-5 ค่ำจะหาหอยได้ในช่วงเช้า และช่วง 14-15 ค่ำ จะหาได้ในช่วงเย็น อุปกรณ์ในการหาหอยหลอด ก็จะมี “ก้านมะพร้าว”  1-2 ก้าน , “ปูนขาว” ที่ใช้กินกับหมาก และ “ถัง” สำหรับใส่หอยและใส่อุปกรณ์ในการหาหอย โดยการหาหอยต้องเดินเท้า และจะต้องใส่ถุงเท้าด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เปลือกหอยบาดเท้า ระยะทางในการลงไปหาหอยลงจากฝั่งทะเลไปประมาณ 1-2 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดที่มีหอยหลอด

วิธีการสังเกตว่าจุดไหนที่มีหอยหลอด คือ สังเกตจาก “มูล” ของหอย ซึ่งจะมีสีเหลืองอ่อนๆกระจายตัววงเล็กๆ และ “รู” ของมันก็จะอยู่ใกล้ๆกันกับมูล  หลังจากนั้นทำการยอนหอยหลอด โดยการเอา “ก้านมะพร้าว” ทำให้ปลายก้านเป็นเส้นขลุยๆ เพื่อที่จะทำให้ “ปูนขาว” ติดที่ปลายก้าน

เมื่อ “จุ่ม…ปูนขาว” เรียบร้อย ก็ยอนลงไปที่รูของหอยหลอด เขี่ยไปเรื่อยๆจนหอยตอดก้านมะพร้าว   และใช้มือดึงตัวหอยขึ้นมาจากรูของมัน เพียงเท่านี้ก็จะได้ตัวหอยหลอดแล้ว

ในการหาหอยหลอดแต่ครั้ง ไม่ได้มีแค่หอยหลอดเพียงอย่างเดียว แต่จะมีหอยอื่นๆด้วยเช่น หอยเจดีย์ หรือหอยลักไก่ , หอยเดือน , หอยตาชัย  , หอยแครง และหอยคราง ซึ่งเป็นผลพลอยได้การหาหอยหลอด ส่วนราคาของหอยหลอด จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 100-250 บาท แต่ถ้าเป็นอาหารจานเดียวจะตกอยู่ที่จานละ 300 บาท

“หอยหลอด” สามารถนำไปทำเป็นเมนูขึ้นโต๊ะอาหารระดับภัตตาคารได้เลย  อย่างเมนู “หอยหลอดผัดฉ่า” ซึ่งเป็นเมนูสุดเด็ดของหอยหลอดในวันนี้ เป็นเมนูแนะนำที่เจ้าถิ่นทำเพื่อรับแขก โดยเมนูผัดฉ่า จะมีส่วนผสมหลัก คือ น้ำมันพืช , น้ำชุบ , ตะไคร้ , พริกไทยอ่อน , ใบมะกรูด , ใบโหระพา , ขิง , กระชาย และพริกสดผสมกับกระเทียมตำพอประมาณ ส่วนตัวหอยหลอดทำการแช่น้ำเค็มตั้งไว้ประมาณ 3 ชม. เพื่อให้ตัวหอยคายทรายออกมาก  ก่อนจะทำมาทำอาหาร

วิธีการทำ คือ ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะตั้งไว้ให้ร้อน ใส่พริกสดกับกระเทียมที่เตรียมไว้ แล้วนำหอยหลอดที่เตรียมไว้ใส่ลงไปผัดให้เข้ากัน และหลังจากนั้นก็ใส่ตะไคร้ พริกไทยอ่อน ใบมะกรูด ใบโหระพา ขิง กระชาย ลงไปผัดให้เข้ากันแล้วปรุงรสตามใจชอบได้เลย

เท่านี้ก็จะได้เมนูสุดเด็ด “ผัดฉ่าหอยหลอด” ที่มีความหวานกลมกล่มของตัวหอย เผ็ดพริกขี้หนูสด ร้อนเล็กๆของพริกไทยอ่อน อร่อยเหาะ

นอกจากนี้หอยหลอดยังทำได้อีกหลายเมนู เช่น แกงส้ม แกงกะทิ ผัดกะเพรา  เป็นต้น

สำหรับใครที่สนใจวิถีชีวิตวัฒนธรรมของคนในชุมชนบ้านหัวหิน ในการยอนหอยหลอด ก็สามารถมายอนหอยหลอดกันได้ แต่จะต้องมาในช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม เท่านั้น เพราะจะเป็นช่วงฤดูของหอยหลอด

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างลงไปหาหอยหลอดเพื่อนำมาขาย โดย “นายเจ๊ะล๊ะ ยะระ” อายุ 51 ปี บอกถึงวิธีการสังเกตหอยว่า ต้องสังเกตมูลหรือ “ขี้หอยหลอด” ซึ่งมีลักษณะเป็นสีเหลืองอ่อนกระจายตัวเป็นวงเล็กๆ จากนั้นก็ให้มือจุ่มลงไปในโคลนก็จะทำให้เห็นรูหอยได้ชัดขึ้น จากนั้นเพียงเอาไม้ก้านมะพร้าวจุ่มปูนขาว “แหย่ลงไปในรู” แล้วดึงหอยออกมา

ด้าน “นางยุพาพร ปะดุลัง” อายุ 38  ปี ชาวบ้าน ต.ละงู  กล่าวว่า หอยหลอดนับเป็นสัตว์เศรษฐกิจของพื้นที่ ต.ละงู จะมีการซื้อขายในราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ 100-250  บาท โดยสามารถหาหอยหลอดได้ประมาณเดือนตุลาคม- มีนาคมของทุกปี  และต้องหาในช่วงน้ำลดบริเวณหาดโคลนห่างจากฝั่งประมาณ 1-2 กิโลเมตร จะหาง่ายระหว่างช่วงข้างขึ้นหรือข้างแรมก็ได้ ถ้าช่วง 1-5 ค่ำจะหาหอยได้ในช่วงเช้า และช่วง 14-15 ค่ำ จะหาได้ในช่วงเย็น

ขณะที่ “นายอิสมาแอน ลาวัลย์” อายุ 45 ปี  เป็นอีกคนหนึ่งที่ลงมาหาหอยหลอดเช่นเดียวกับชาวบ้านอีกนับ 50 คน กล่าวว่า นอกจากหอยหลอดแล้ว ในพื้นที่ชายหาดแห่งนี้ยังพบหอยลักไก่หรือหอยเจดีย์  หอยเดือน  หอยตาชัย  หอยคราง  หอยแครง  และอีกหลายชนิดหอย

ด้าน “นายจำรัส  ฮ่องสาย”  นายก อบต.ละงู  กล่าวว่า  ในพื้นที่ตำบลละงู  เป็นพื้นที่ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มากๆ  มีหอยหลอด  และหอยอีกหลายสิบชนิดในพื้นที่ชายหาดยาวกว่า 5 กิโลเมตร ชาวบ้านจะมีรายได้เสริมจากการหาหอยหลอดขาย ซึ่งมีแพของชุมชนและแพส่วนตัวมารับซื้อ

จากความโดดเด่นของหอยหลอดที่มีอยู่จำนวนมาก  ทางอบต.จึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้นในชื่อ “เทศกาลยอนหอยหลอดและวัฒนธรรมพื้นบ้านละงู” เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของตำบลละงูและ จ.สตูล ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายแก่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ  และเป็นการเผยแพร่ศิลปะ  วัฒนธรรม  ประเพณีที่ดีงามตลอดจนเอกลักษณ์ที่สำคัญของท้องถิ่น

งานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 14-21 ม.ค.2561 ที่บริเวณที่ทำการ อบต.ละงู หมู่ที่ 12 ต.ละงู  อ.ละงู จ.สตูล  ทั้งนี้ภายในงานมีการแข่งขันหาหอยหลอด การประกวดทำเมนูจากหอยหลอด  และมีการแสดงแสงสีเสียงอีกมากมายตระการตา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนสัตว์โคราชเฮ! เปิดตัวสมาชิกใหม่สุดน่ารัก’ลูกม้าลายแอฟริกา’

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307737

สวนสัตว์โคราชเฮ!  เปิดตัวสมาชิกใหม่สุดน่ารัก'ลูกม้าลายแอฟริกา'

สวนสัตว์โคราชเฮ! เปิดตัวสมาชิกใหม่สุดน่ารัก’ลูกม้าลายแอฟริกา’

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.48 น.

8 ธ.ค.60 สวนสัตว์นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเทวินทร์ รัตนะวงศะวัต ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า สวนสัตว์นครราชสีมาแสดงความดีใจอย่างมากที่สัตว์ป่าแอฟริกาคือม้าลาย ตกลูก ภายหลังจากลูกฮิปโปเตมัสตกลูกเมื่อไม่นานมานี้ และพอมาครั้งนี้สวนสัตว์นครราชสีมาก็มีการตกลูกม้าลายอีก เราก็ได้เปิดตัวสัตว์ป่าสมาชิกใหม่ของสวนสัตว์นครราชสีมา เป็นลูกม้าลายตัวน้อย เพศเมีย โดยลูกม้าลายเกิดออกมาดูโลกเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา เกิดจากพ่อม้าลายชื่อ เดี่ยว และแม่ม้าลายชื่อ สอง ซึ่งขณะนี้ลูกม้าลายยังต้องอยู่ใกล้ชิดกับแม่ม้าลายตลอดเวลาไม่ยอมห่าง ทำให้เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ยังไม่สามารถเข้าไปใกล้ลูกม้าลายได้ โดยลูกม้าลายมีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ โดยขณะนี้สวนสัตว์นครราชสีมามีม้าลายอยู่ในความดูแลทั้งหมดจำนวน 4 ตัว ซึ่งรวมลูกม้าลายที่เพิ่งเกิดนี้ด้วย

สำหรับม้าลาย พบมากทางภาคตะวันออก และภาคใต้ของทวีปแอฟริกา เป็นสัตว์ที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็กๆ ในทุ่งหญ้า สวนสัตว์นครราชสีมาขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมตั้งชื่อลูกม้าลายตัวน้อยเพื่อชิงรางวัล ซึ่งจะประกาศรายชื่อที่ถูกคัดเลือกในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดคำทำนายเมื่อ15ปีที่แล้วของ’จตุรงค์ มกจ๊ก’ที่พูดกับ’ตูน’ไม่คิดวันนี้จะเป็นจริง! (ชมคลิป)

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307722

เปิดคำทำนายเมื่อ15ปีที่แล้วของ'จตุรงค์ มกจ๊ก'ที่พูดกับ'ตูน'ไม่คิดวันนี้จะเป็นจริง! (ชมคลิป)

เปิดคำทำนายเมื่อ15ปีที่แล้วของ’จตุรงค์ มกจ๊ก’ที่พูดกับ’ตูน’ไม่คิดวันนี้จะเป็นจริง! (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.51 น.

8 ธ.ค.60 ขณะที่นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” และทีมงานก้าวคนละก้าว กำลังออกลุยวิ่งจาก อ.เบตง จ.ยะลา ไปยัง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อระดมทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ อยู่และล่าสุดอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยยอดเงินจากการวิ่งที่มียอดเงินตอนนี้ทะลุกว่า 658 ล้านบาทแล้ว ส่วนทางด้านของ “จตุรงค์ โพธาราม” หรือ “จตุรงค์ มกจ๊ก” ศิลปินตลกและผู้กำกับหนัง ชื่อดัง ก็ได้มีการซุ่มฟิตซ้อมร่างกายของตัวเอง เพื่อเตรียมออกไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมกับโครงการดังกล่าวด้วยเช่นกัน ภายใต้โครงการ “เก็บตกให้ตูน” และในขณะที่ตลอด 2 วันที่ผ่านมาโลกโซเชียลได้มีการนำคลิปภาพรายการ 5 4 3 2 โชว์ ซึ่งมีสมาชิกในวงอย่าง ตูน, เภา และ ปิ๊ด ไปออก เมื่อ 15 ปีที่แล้ว เป็นภาพ “ตูน บอดี้สแลม” ขวัญใจคนไทย ผู้ก่อตั้งโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน ที่บันทึกรายการคู่กับ จตุรงค์ มกจ๊ก และทีมงาน โดยที่ทั้งคู่มีความหล่อ สมกับสมัยละอ่อน แบบที่ชาวเน็ตทำเอากดไลค์ กดแชร์กันจำนวนมาก และที่หน้า facebook ของ จตุรงค์ โพธาราม ได้มีการนำภาพและระบุข้อความ “รงค์-ตูนเชื่อมะ อีก 15 ปีข้างหน้า ตูนจะเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์กระแสโลกในด้านทำความดี”

การที่จะทุ่มเทวิ่งในโครงการก้าวคนละก้าว แน่นอนว่าย่อมเกิดจากความรัก และศรัทธาของจตุรงค์ ที่มีต่อตัวตูน บอดี้สแลม ซึ่งเค้าได้มีความเชื่อมั่นในตัวของผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่ 15 ปี ก่อนหน้านี้แล้ว โดยล่าสุดที่เฟซบุ๊ก “จตุรงค์ โพธาราม” ได้เผยข้อความ ซึ่งเป็นประโยคสนทนา ที่เจ้าตัวได้เคยมีโอกาสพูดคุยกับตูน บอดี้สแลม  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ15 ปีที่แล้ว ข้อความระบุว่า … 

รงค์ : ตูนเชื่อมะ อีก15ปีข้างหน้า ตูนจะเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์กระแสโลกในด้านทำความดี 

ตูน :  พูดเล่นน่าพี่ นักร้องตัวเล็กๆพึ่งออกเพลงได้อัลบั้มเดียว

รงค์ : เชื่อไม่เชื่อแล้วแต่ตูน

ตูน : ผู้สร้างปรากฏการณ์กะแสโลกเลยหรอ 

รงค์ : จริงตูน

ตูน :  แล้วพี่รงค์ละ อีก15ปีข้างหน้าเป็นไง

รงค์ :  พี่ก็จะ ขอเก็บตกให้ตูน ขอทำความดีบ้าง คอยเก็บกวาดความดีที่ตูนเก็บไม่หมดไง

ตูน :  ก็ถ้ามันเป็นงั้นจริงๆ พี่ช่วยตูนพี่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าให้ตูนต้องไปรับศพพี่ข้างถนน

รงค์ :  ตูนไม่ต้องมารับ ตูนต้องเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ของความดีต่อไป 

ตูน : แล้วศพพี่ละ

รงค์ : หมอโรงพยาบาลโพรามเขาไปด้วยปั๊มหัวใจทัน…ไม่ตาย

ตูน : อ๋อครับ 

เหตุการณ์นี้เราคุยกันเมื่อ15ปีที่แล้ว…จากหมอดูEรงค์ #เก็บตกให้พี่ตูน

จากตามความตั้งใจของนายจตุรงค์ ที่ชักชวนเพื่อนกลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ออกวิ่ง “เก็บตกให้ตูน” ในพื้นที่ส่วนที่ตูนเข้าไม่ถึง โดยจะเน้นในพื้นที่อ.โพธาราม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สู่สะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 9 – 11 ธ.ค.60 นี้ เพื่อนำเงินไปสมทบกับโครงการก้าวคนละก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ทุกบาททุกสตางค์ โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ล่าสุดจากความตั้งใจอันแน่วแน่ของนายจตุรงค์ ทำให้นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วย นายแพทย์ทรงพล ชวาลตันพิพัทธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี และอีกหลายหน่วยงานได้เข้ามาสนับสนุนและร่วมส่งเสริมอย่างเต็มที่ โดยเพราะการดูแลสภาพร่างกาย ซึ่งทางโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีได้ทำการตรวจสภาพร่างกาย ตรวจคลื่นหัวใจ เอกซเรย์ปอด ตรวจความดัด และตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อขา พบว่าทุกอย่างปกติดี พร้อมกันนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรียังได้ออกเชิญชวนชาวราชบุรีและกาญจนบุรีร่วมกันบริจาคเงินและร่วมต้อนรับนายจตุรงค์และทีมงาน “เก็บตกให้ตูน” ด้วย

ส่วนทางด้านเมื่อบ่ายวานนี้ นายจตุรงค์ โพธาราม ได้ออกซ้อมวิ่งจากเทศบาลเมืองโพธาราม ใช้เส้นทางเรียบคลองชลประทานไปยังเขตติดต่ออำเภอบ้านโป่ง ร่วมแล้วระยะทาง 28 กิโลเมตร ซึ่งตลอดสองข้างทางได้มีประชาชนที่ทราบข่าวต่างก็แวะทักทาย และร่วมทำบุญ แต่ทางนายจตุรงค์ ปฏิเสธที่ยังจะไม่รับและบอกขอให้ฝากไว้ก่อน ซึ่งตนจะเดินทางผ่านเส้นทางนี้ ในวันที่ 10 ธ.ค. เพื่อมุ่งหน้าเข้าอำเภอบ้านโป่ง แต่ส่วนบางรายตั้งใจมาจากต่างพื้นที่และประสงค์ที่จะบริจาคร่วม นายจตุรงค์จึงได้รับไว้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียความตั้งใจของผู้ที่จะร่วมทำบุญให้กับโครงการ ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศของ ตูน บอดี้สแลม

หลังจากการฟิตซ้อมเสร็จ นายจตุรงค์ โพธาราม ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากข่าวที่ทางโซลเชียล ซึ่งมาถามกันเยอะมาก เรื่องประเด็น 15 ปีที่แล้ว ที่ลุงได้ถ่ายรายการกับตูน บอดี้สแลม เป็นรายการ “5 4 3 2 โชว์”ที่ออกอากาศทางช่อง 5 ซึ่งตนเองได้ถ่ายรายการเอาไว้ ช่วงนั้นตูนเป็นคนที่เก่ง และมีไหวพริบดี แถมหล่ออีกด้วย แต่ที่นำมาโพสต์ไว้ที่หน้าเฟสและได้เขียนข้อความคำทำนายเอาไว้เป็นการสนทนาระหว่างตนเองกับตูน เพราะเห็นมีคนนำคลิปมาแชร์จำนวนมากแม้เวลาจะผ่านไป 15 ปีแล้วก็ตาม จะสังเกตดีๆว่าลุงจะลงท้ายด้วยว่า เหตุการณ์นี้เราคุยกันเมื่อ15ปีที่แล้ว…จากหมอดู E รงค์ ซึ่งที่ลุงเขียนไว้นั้นเป็นเรื่องโกหก เพราะลุงเองเป็นนักประดิษฐ์คำ เวลาที่ลุงเขียนเรื่องราวที่เป็น Status ลุงจะต้องเขียนอะไรที่ฮาๆ ให้คนอ่าน ให้คนถามหา และไม่ใช่อ่านแล้วก็ผ่านไป ลุงเป็นนักประดิษฐ์คำ ลุงเขียนบทมา 6-7 เรื่องแล้วนะพิมพ์มาก็ได้ผลจริงๆ แต่ในภาพเหตุการณ์ในคลิปนั้น ลุงได้ล้อเลียนการร้องเพลงตูนเขาและก็เต้นท่าเขา และตูนก็ขำชอบ แต่ก็นานแล้วจำไม่ได้แล้วแต่ก็มีคลิปอยู่สามารถเข้าไปดูได้เลย ส่วนข้อความที่ลุงเขียนนั้น ลุงเป็นตลก อย่าไปเชื่อไร 100% เล่นกันสนุกๆ น่ารัก แต่ก็ไม่คิดว่า จะเป็นเรื่องจริง 15 ปี นั้นยังเล่นอยู่ด้วยกัน และวันนี้ก็ตั้งใจออกวิ่งเก็บตกให้ พี่ตูนจริงๆ

ส่วนประเด็นเรื่องที่นายจตุรงค์ โพธาราม ได้ออกมาทำโครงการนี้ เพราะลุงตั้งใจ เพราะเหตุการณ์แบบนี้ทุกคนให้ความสนใจ เพราะการทำบุญแบบนี้เป็นการทำบุญที่หาได้ยากแล้วและโอกาสแทบจะไม่มีจริง การที่จะมีใครซักคนทำแล้วจะตั้งมั่นที่จะทำให้สำเร็จและเห็นได้ชัด อย่าง ตูน บอดี้สแลม ลุงรงค์เองจึงมีความปารถนาที่จะทำ มันเป็นความดีที่ทุกคนร่วมกันทั้งประเทศไทยมันจะเป็นพลัง อยู่ๆคนแก่คนเฒ่าไปโรงพยาบาลมีเครื่องไม้เครื่องมือโดยไม่ต้องไปกรุงเทพไม่ต้องเข้าตัวเมือง โรงพยาบาลหลักๆก็สามารถเอาอยู่ ในการที่ลุงรงค์มาทำโครงการ เก็บตกให้กับพี่ตูนนี้ก็มาย้อนดูตัวเองก่อนว่าวิ่งไหวไหม เราเอาแค่จังหวัดที่เราอยู่นี้ 100 กว่ากิโลเมตร ลุงพร้อมทั้งใจและร่างกาย ก็เลยมาทำเพื่อ ก้าวคนละก้าว โดยมาทำเก็บตกให้พี่ตูน และที่มีข่าวเรื่องถามเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องภรรยาและลูกไม่รู้ข่าว ก็เพราะจริงๆแล้วลุงไม่ได้บอกว่าออกมาซ้อมวิ่งแบบและจะทำโครงการนี้ โดยหลักแฟนเขาจะเป็นคนที่ไม่พูด อยู่กับบ้าน แต่ก็เดาว่าคงอาจจะเห็นจากในโซเชียลแล้ว ซึ่งก็เชื่อว่าเขาคงไม่ว่าไรหรอก ส่วนใบเฟิร์นก็คงกำลังหาเวลามาร่วมวิ่งด้วย จะมาทำเซอร์ไพรส์  จะพาแฟนมาพาน้องชายมาวิ่งอาจจะขนาบข้างเรายังไม่รู้ เพราะมีคิวงานเยอะ

ส่วนการซ้อมวิ่ง นายจตุรงค์ กล่าวว่า การวิ่งยาวๆแบบนี้ ลุงเคยวิ่งเมื่อสมัยหนุ่มๆ แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้วิ่งมานานแล้วจริงๆ เต็มที่ก็ 20 กิโลเมตร วันนี้วิ่งแตะเกือบ 30 กิโลเมตร จากโพธารามบ้านโป่ง แต่ก็ยังรับไหว วันนี้ได้รับความดูแลจาก มูลนิธิสว่างราชบุรี รวมไปถึงตาเป้ นักข่าวราชบุรี ที่ได้มาตามติดร่วมกัน และทีมงานมาคอยดูแลตลอดทางทำให้การวิ่งวันนี้ปลอดภัยดี ลุงรงค์วิ่งตั้งแต่ 15.00 น. จนถึง 20.00 น. สภาพร่างกายยังไหวมีเหนื่อยบ้าง และร้อน แต่มันเป็นช่วงที่วิ่งยาว ส่วนวันที่ 9 ธ.ค.นี้ น่าจะได้พักตามรายทางอาจจะไม่เหนื่อยมาก อีกทั้งมีทีมแพทย์ดูและตลอด

สำหรับโครงการ “เก็บตกให้พี่ตูน” โดย จตุรงค์ โพธาราม จะวิ่ง ระหว่างวันที่ 9-11 ธ.ค.60 จากจ.ราชบุรี สู่สะพานข้ามแม่น้ำแควจ.กาญจนบุรี โดยในวันที่ 9 ธ.ค. จะเริ่มออกจากจวนผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีเวลา 08.30 น. เข้าตลาดเทศบาลเมืองราชบุรี ไปตลาดศรีเมืองราชบุรี เข้าตลาดเจ็ดเสมียน จากนั้นมุ่งหน้าไปโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่โรงเรียนโพธาฯ เสร็จแล้ว เข้าวนที่ตลาด อำเภอโพธาราม จากนั้นจะหยุดพักและเริ่ม วิ่งอีกครั้งในวันที่ 10 เข้าสู่อ.บ้านโป่ง เข้าถึงวงเวียนหอนาฬิกาและวนรอบตลาดบ้าโป่ง จากนั้นจะเข้าสู่ตำบลลูกแก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และพัก 1 คืน เช้าวันที่ 11 วิ่งจากอำเภอท่ามะกา ไปสิ้นสุดที่สะพานขามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี รวมระยะทาง กว่า 100 กิโลเมตร

ขอบคุณ : FB จตุรงค์ โพธาราม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.เฮขึ้นเหนือเที่ยวดอยตุงสัมผัสอากาศหนาว โรงแรมเต็มถึงต้นปี61

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307701

นทท.เฮขึ้นเหนือเที่ยวดอยตุงสัมผัสอากาศหนาว โรงแรมเต็มถึงต้นปี61

นทท.เฮขึ้นเหนือเที่ยวดอยตุงสัมผัสอากาศหนาว โรงแรมเต็มถึงต้นปี61

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 12.03 น.

8 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า ที่บริเวณสวนแม่ฟ้าหลวง ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอแม่ฟ้าหลวง  จังหวัดเชียงราย พบว่ามีประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างพากันเดินทางไปท่องเที่ยวชมความสวยงามของสวนดอกไม้กันอย่างคึกคัก หลังสภาพอากาศที่หนาวเย็น ส่งผลทำให้ดอกไม้เมืองหนาวที่ทางโครงการพัฒนาดอยตุงฯนำเพาะปลูกไว้จำนวนมากบนเนื้อที่ 23 ไร่ ผลิดอกเบ่งบานอย่างสวยงาม ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับและต้นไม้ใบ ซึ่งนักท่องเที่ยว ได้พากันถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ด้านนายเลิศชาย หวังตระกูลดี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดเชียงรายรวมทั้งพื้นที่ดอยตุง ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศพากันมาท่องเที่ยวทั้งที่เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว รถยนต์โดยสารและทางเครื่องบิน ทำให้การท่องเที่ยวมีความคึกคักเป็นพิเศษกว่าทุกปี คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามายังพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน มีเงินสะพัดมากกว่า 20,000 ล้านบาท โรงแรมหลายแห่งถูกจองเต็มไปจนถึงต้นปี 2561

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เลียบค่ายส.มิตรนคร ส่อง‘นักชก’วัยละอ่อน…เจ็บนี้เพื่อครอบครัว(ชมคลิป)

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307698

เลียบค่ายส.มิตรนคร ส่อง‘นักชก’วัยละอ่อน...เจ็บนี้เพื่อครอบครัว(ชมคลิป)

เลียบค่ายส.มิตรนคร ส่อง‘นักชก’วัยละอ่อน…เจ็บนี้เพื่อครอบครัว(ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.48 น.

เลียบค่าย‘ส.มิตรนคร’แห่งเมืองสุรินทร์ ส่อง‘นักชก’วัยละอ่อน…เจ็บนี้เพื่อครอบครัว เผยมี‘บัวขาว บัญชาเมฆ’เป็นไอดอลสร้างแรงบัลดาลใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุรินทร์ ว่า ได้พบกลุ่มนักเรียนชาย-หญิง กว่า 10 คน กำลังตั้งใจฝึกซ้อม “มวยไทย” อย่างหนักอยู่ที่ค่ายมวย “ศูนย์กีฬาบัวโคก ส.มิตรนคร” ตั้งอยู่บริเวณริมถนนปัทมานนท์ สายสุรินทร์-ร้อยเอ็ด ด้านหน้าโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์

จากสอบถาม “นักมวย” ทุกคนต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่อยากเป็นภาระของพ่อแม่ อยากหาเงินเรียนหนังสือเอง ก็เลยออกมาหา “ลำไพ่พิเศษ” ด้วยการต่อยมวยไทย

สำหรับค่ายมวยดังกล่าวมี “นายมิตร ทองมาก” อายุ 49 ปี เป็นเจ้าของค่ายมวย “ศูนย์กีฬาบัวโคก ส.มิตรนคร” มีนายอภิชาติ โสมสุข เป็นผู้ฝึกสอนทักษะพื้นฐานกีฬามวยไทย เช่น…

หมัด เท้า เข่า ศอก!!!

อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานะของค่ายมวยที่ “ยากจน” ทำให้ไม่ค่อยจะอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกาย และฝึกซ้อมมวยไทยที่จำเป็นเหมือนค่ายมวยอื่น ต้องแบ่ง และรอการใช้ อาทิ เชือกกระโดด นวม เป้าล่อ กระสอบทราย และกางเกงมวย ที่นักมวยทุกๆคนจะต้องหามาเอง

ด้าน “น้องอั๋น ส.มิตรนคร” อายุ 8 ปี นักมวยหญิงหนึ่งเดียวของค่าย กล่าวว่า ตนชอบต่อยมวยเป็นชีวิตจิตใจ จึงร้องขอให้พ่อพามาฝากค่ายมวยของ “ครูมิตร” โดยตนมี “พี่บัวขาว บัญชาเมฆ” เป็นไอดอล โดยหัดฝึกซ้อมมวยไทยมา 1 เดือนแล้ว จะขึ้นชกในวันที่ 24-25 ธ.ค.60 เป็นครั้งแรก

ส่วน “เก้าโพธิ์ดำ ส.มิตรนคร” หรือนายกนต์ธร เกตุแก้ว อายุ 18 ปี กล่าวว่า ตนชกมวยไทยมากกว่า 50 ไฟต์ ปัจจุบันเรียนอยู่ที่วิทยาลัยการอาชีพท่าตูม ชั้น ปวช.ปี 3 ที่มาต่อยมวย เพราะต้องการหาเงินช่วยเหลือครอบครัว และหาเงินเรียนเอง

ขณะที่ “นายมิตร ทองมาก” เจ้าของค่ายมวย “ศูนย์กีฬาบัวโคก ส.มิตรนคร” กล่าวว่า ตนเป็นทั้ง เจ้าของค่ายมวย และเป็นผู้ฝึกสอนนักมวยกลุ่มนี้ ในอดีตเคยชกมวยไทยมาแล้วกว่า 180 ไฟต์ โดยใช้ชื่อมวยว่า “ก้องเกียร์ติ ศูนย์กีฬาบัวโคก”

“ครูมิตร” กล่าวว่า หลังจากเลิกชกมวยไทยแล้ว เด็กนักเรียนกลุ่มนี้รู้ว่าตนเคยชกมวยมาแล้ว มีฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดา ก็เลยพากันมาขอให้เป็นครูมวยสอนวิชามวยไทยให้ โดยใช้ชื่อค่ายว่า “ศูนย์กีฬาบัวโคก ส.มิตรนคร” ขณะนี้มีนักมวยในสังกัดของค่ายประมาณ 10 คน ได้แก่ เก้าเก ส.มิตรนคร , เก้าแต้ม ส.มิตรนคร , เก้าเด้ง ส.มิตรนคร , เก้า ส.มิตรนคร , เต็งเก้า ส.มิตรนคร , อรรถชัย ส.มิตรนคร , ฟ้านำชัย ส.มิตรนคร และ “เก้าโพธิ์ดำ ส.มิตรนคร” ซึ่งถือเป็นนักมวย “แม่เหล็ก” ของค่าย ส.มิตรนคร

“ครูมิตร” กล่าวเพิ่มเติมว่า นักมวยที่ซ้อมอยู่ในค่ายทั้งหมดเป็น “เด็กนักเรียน” ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ ซึ่งปัจจุบันค่ายมวยแห่งนี้ยังขาดแคลนอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกาย และฝึกซ้อมมวยไทยเป็นจำนวนมาก จึงอยากวิงวอนถึงผู้ใหญ่ใจดี หรือผู้ใจบุญ สามารถนำมาบริจาคให้เด็กได้ใช้ฝึกซ้อมได้ จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

1ปีมีครั้งเดียว! อัศจรรย์แสงอาทิตย์ลอดประตูตะวันตกมาตะวันออกที่หอคำหลวงราชพฤกษ์

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307694

1ปีมีครั้งเดียว! อัศจรรย์แสงอาทิตย์ลอดประตูตะวันตกมาตะวันออกที่หอคำหลวงราชพฤกษ์

1ปีมีครั้งเดียว! อัศจรรย์แสงอาทิตย์ลอดประตูตะวันตกมาตะวันออกที่หอคำหลวงราชพฤกษ์

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.33 น.

8 ธ.ค.60 เมื่อช่วงค่ำของวานนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างพากันรอถ่ายรูปพระอาทิตย์ฉายแสงผ่านประตูหอคำหลวง ซึ่งถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เกิดขึ้นในอุทยานหลวงราชพฤกษ์โดยเมื่อปี 2554 เจ้าหน้าที่ประจำหอคำหลวงได้ติดตามสังเกต พบปรากฏการณ์ดังกล่าวในช่วงเดือนธันวาคม แต่ไม่สามารถระบุวันที่ได้ชัดเจน จะเกิดปรากฎการณ์ของแสงพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้ามาบรรจบที่ประตูทางทิศตะวันตกลอดผ่านมาประตูตะวันออกพอดี เพียงปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี ช่วงเวลาประมาณ 17.00 – 17.10 น. ของทุกวัน ถึงแม้ว่าวันนี้จะมีเมฆค่อนข้างมากแต่พอถึงช่วงเวลาดังกล่าว พระอาทิตย์ก็ค่อยๆ เคลื่อนลงมาตรงประตูของหอคำหลวงพร้อมฉายแสงอย่างสวยงาม สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้มาบันทึกภาพปรากฏการณ์ทางธรรมชาติในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณป้าวัย60ปลดหนี้-มีเงินล้าน เชื่อไถ่ชีวิตเด็กหญิงกลับชาติมาเกิดเป็นวัว

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307692

คุณป้าวัย60ปลดหนี้-มีเงินล้าน เชื่อไถ่ชีวิตเด็กหญิงกลับชาติมาเกิดเป็นวัว

คุณป้าวัย60ปลดหนี้-มีเงินล้าน เชื่อไถ่ชีวิตเด็กหญิงกลับชาติมาเกิดเป็นวัว

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.11 น.

8 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบ้านนากลาง ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ได้มีเรื่องราวเหลือเชื่อ และความน่าอัศจรรย์ใจเกิดขึ้น ในความรักผูกพันระหว่างคนกับวัว ที่เชื่อกันว่าเป็นเด็กสาวคนหนึ่งกลับชาติมาเกิด แล้วเข้าฝันร้องขอให้ช่วยไถ่ชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์ ก่อนจะตอบแทนบุญคุณทำให้ผู้ไถ่ชีวิตร่ำรวยมีเงินล้าน เหมือนน้ำใส่ตุ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไม่มีรูรั่ว

นางเสวย ภู่เอี่ยม อายุ 60 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องเล่านี้เป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นยังทำอาชีพเลี้ยงหมูเลี้ยงวัว แต่ก็เจ๊งเพราะราคาตกแถมเจอโรคระบาดซ้ำ ต้องเป็นหนี้ธนาคารกว่า 7 แสนบาท เลยหันมาเพาะเห็ดนางฟ้าภูฏาน ในช่วงปีนั้นเองได้นอนหลับฝันเห็นมีเด็กผู้หญิง ทรงผมม้า ผิวดำ ยืนร้องไห้อยู่ข้างรูปปั้นเทวดาดีดพิณในตลาดเมืองสวรรคโลก จึงถามว่าร้องไห้ทำไม เธอบอกว่า “หนูตายแล้ว เกิดมาเป็นวัว ช่วยหนูด้วย เขาจะฆ่าหนู”พอเช้ามาก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอสายๆกำลังนั่งทำงาน จู่ๆก็เกิดอาการขนลุก เลยรีบโทรศัพท์ไปถามโรงฆ่าสัตว์ในหมู่บ้านใกล้เคียง ว่าวันนี้มีทุบวัวหรือควาย ตัวผู้หรือตัวเมีย เขาบอกว่ามีวัวตัวเมีย 1 ตัว จึงบอกให้ยับยั้งการฆ่า จะขอไถ่ชีวิตแทน เอากำไรเท่าไหร่ก็ว่ามาเขาขอ 7,500 บาท ก็เลยจ่ายเขาไปทั้งๆที่ตัวเองก็มีเงินอยู่จำกัด เป็นกำไรจากการขายเห็ดกับเงินเก็บสะสมรวมกันมาไถ่ชีวิตวัวตัวนี้ ซึ่งได้ตั้งชื่อว่า“บุญรอด”

ป้าสู้แบกฟางจากกลางทุ่งนามาเลี้ยงวัว ดูแลอย่างดี ด้วยความรักผูกพัน จนวันหนึ่งไปขอแบ่งซื้อฟางอัดก้อนมาเก็บไว้ให้วัวกิน แต่เขาไม่ขายให้ ตรงนี้คือจุดพลิกผันของชีวิต ป้าเลยตัดสินใจเอาเงินเก็บออมมาซื้อเครื่องอัดฟางมือสองในราคา 75,000 บาท อัดฟางตุนไว้ให้วัวกิน แต่ปรากฏว่ามีฟางเหลือเยอะก็เลยแบ่งขายได้เงินมา 120,0000 บาท จึงเห็นช่องทางทำกินตั้งแต่นั้นมา

นางเสวย กล่าวอีกว่า ตลอดช่วง 5 ปีที่ยึดอาชีพทำฟางอัดก้อนขาย ทำให้มีเงินปลดหนี้กว่า 700,000 บาท และยังมีเงินสดซื้อเครื่องอัดฟางใหม่อีก 2 ตัว รถไถอีก 2 คัน รวมทั้งสร้างโรงเก็บฟางขนาดใหญ่ด้วย รวมเป็นเงินกว่า 2,000,000 ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลบุญกุศลที่ได้ไถ่ชีวิตวัว “บุญรอด” จากโรงฆ่าสัตว์ กลัวว่าวัวบุญรอดจะเหงา ก็เลยทำการผสมเทียมได้ลูกมาอีก 2 ตัว ชื่อ กุ๊งกิ๊ง กับ กาแฟ พอลูกทั้งคู่โตเป็นสาวก็ผสมเทียมได้หลานเพิ่มอีก ชื่อ มะลิ-ลูกขวัญ-โอวัลติน-มงคล รวมทั้งหมดเป็น 7 ตัว และกำลังตั้งท้องอีก 3 ตัว ป้าจะเลี้ยงไปจนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง ไม่เคยคิดขาย เพราะเราชุบชีวิตเขา เขาก็ให้อาชีพเรา กุศลที่เราทำ เขาส่งให้เราทันตาเห็น

ทั้งนี้นางเสวย นอกจากเป็นคนใจบุญ มีความซื่อสัตย์สุจริต ขยันอดทน มีชีวิตเป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว ยังเป็นเกษตรกรดีเด่นได้รับหลายรางวัล และที่บ้านก็ได้เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ให้ความรู้เรื่องการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฏาน การแปรรูปข้าวกล้อง และการผลิตแก๊สชีวภาพจากขี้วัว สำหรับใช้ในครัวเรือนอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,891,259 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พลังผู้หญิง ‘ปูนซีเมนต์นครหลวง’ เปิดกว้างทุกความเป็นไปได้ องค์กรแห่งโอกาส เท่าเทียม ยั่งยืน ให้ ‘ผู้หญิง’ เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
โสภณ ตลก หมอวรงค์ ชี้สภาเลี้ยงข้าวสส.มานานแล้ว
พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน
แนวหน้าวาทะเด็ด
กรมการพัฒนาชุมชนติวเข้มผู้ประกอบการ OTOP รุ่นใหม่ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล
รบ.ทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมัน ดีเซลอั้นไม่อยู่ สั่งตรึงเพดานไม่เกิน33บาท
อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
พลังงาน สั่งระดมรถบรรทุก-เพิ่มรอบส่งน้ำมัน เร่งกระจายเข้าปั๊มทั่วประเทศ แก้ขาดแคลน
ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่
มก.ขับเคลื่อนต้นแบบการศึกษาใหม่ของประเทศ เมื่อโรงเรียนกลายเป็นฟาร์มเรียนรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

Recent Posts

  • วิทยาลัยจีนแนะ นศ. “พักตำรา-หาความรัก” ช่วงวันหยุดฤดูใบไม้ผลิ หวังกระตุ้นยอดแต่งงาน
  • เกาหลีใต้บรรลุดีลนำเข้าน้ำมันดิบเร่งด่วนจากยูเออี อีก 18 ล้านบาร์เรล
  • ฝ่ายค้านมาเลเซียกังวลกระทบจุดยืนเป็นกลาง หลังเรือรบสหรัฐฯ เทียบท่า “ปีนัง”
  • ปธน.คิวบาประกาศกร้าว พร้อมต้านทานสุดกำลังหากสหรัฐฯ บุกยึดประเทศ
  • ฮอร์มุซเริ่มคลายล็อก? เรือเพิ่มเท่าตัว หลังอิหร่านเปิดทางให้บางประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d