Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สัมผัสทะเลหมอกร่องเขานครชุม ท่ามกลางอุณหภูมิ16องศา

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307689

สัมผัสทะเลหมอกร่องเขานครชุม ท่ามกลางอุณหภูมิ16องศา

สัมผัสทะเลหมอกร่องเขานครชุม ท่ามกลางอุณหภูมิ16องศา

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.42 น.

8 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ขณะนี้มีสภาพอากาศเริ่มหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเช้าวันนี้อยู่ที่ 16 องศา ส่งผลให้เกิดทะเลหมอกยามเช้า ที่บริเวณจุดชมวิวที่รอบๆหมู่บ้านนครชุม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นหมู่ตำบลที่มีร่องเขาโอบกอด  ทำให้เกิดทะเลหมอกเกิดขึ้นในช่วงเช้า หลังจากในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทะเลหมอกได้หายไป เนื่องจากอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ช่วงเข้าที่ผ่านมา อุณหภูมิลดลงเหลือ 16 องศา ซึ่งเย็นสบาย ได้เกิดทะเลหมอกที่สวยงามรอบหมู่บ้าน สำหรับในช่วงนี้ที่ ต.นครชุม มีสภาพอากาศดีมาก ในช่วงเช้ามีทะเลหมอกปกคลุมหมู่บ้านและตามร่องเขา เห็นแล้วสวยงามเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยวธรรมชาติ ดูทะเลหมอกยามเช้า นักท่องเที่ยวสามารถไปถ่ายรูปชมทะเลหมอกยามเช้า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.แห่ขึ้นภูกระดึงคึกคัก คาดวันหยุดทะลุ4,500คน-เตรียมลูกหาบไว้รองรับ

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307686

นทท.แห่ขึ้นภูกระดึงคึกคัก คาดวันหยุดทะลุ4,500คน-เตรียมลูกหาบไว้รองรับ

นทท.แห่ขึ้นภูกระดึงคึกคัก คาดวันหยุดทะลุ4,500คน-เตรียมลูกหาบไว้รองรับ

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.24 น.

8 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงวันหยุดติดต่อหลายวันใกล้ช่วงวันหยุดยาว ในอาทิตย์นี้ติดต่อไป อาทิตย์หน้า ก่อนปีใหม่จะมีนักท่องเที่ยวทยอยมาเที่ยวภูกระดึง เป็นจำนวนมากเดินทางขึ้นอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพื่อหยุดพักผ่อน และสัมผัสหนาวบนยอดภูกระดึง

นายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย  กล่าวว่าจากการตรวจสอบรายการจองบ้านพัก เต็นท์ และพื้นที่กางเต็นท์จากระบบการจองบ้านพักออนไลน์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปัจจุบันนี้ ในวันนี้ ปลายเดือนธันวาคม ที่พัก บ้านเต็มหมดแล้ว เหลือเพียงเต็นท์ ใครที่เดินทางไปภูกระดึงก็ขอให้เตรียมตัวอย่างดีเพราะ ช่วงนี้อากาศจะหนาวซึ่งอาจจะปรับตัวลดลง 3-5 องศา

สำหรับ เครื่องห่ม หรือที่พักเต็นท์ นั้น ทางอุทยานฯ พร้อมแต่ต้องติดต่อที่อุทยาน สำหรับการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวนั้น ทางอุทยานฯได้เตรียมเจ้าหน้าที่ พร้อมสามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลูกหาบสัมภาระนั้นเตรียมไว้เต็มกำลัง 365 คน คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นภูกระดึงราว 4,000-4,500 คน ในวันหยุดที่จะถึงนี้ ซึ่งเมื่อมาท่องเที่ยวที่ภูกระดึงให้นักท่องเที่ยวได้ปฏิบัติตามข้อบังคับ กฎของอุทยานยานอย่างเคร่งคัดโดยเฉพาะ การก่อไฟ จุดไฟ นั้นก็ให้ดูแลอย่างเป็นพิเศษและหากมีข้อสอบถามก็สามารถ ติดต่อกับทางอุทยานได้ ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 042-810834

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่าง ๆ เมื่อเช้าวันนี้ (หน่วยวัดเป็นองศาเซลเซียส) ดังนี้.-อ.เมืองเลย 20.5, อ.วังสะพุง 19.8, อ.ท่าลี่ 19.0, อ.เชียงคาน 20.0,อ.ด่านซ้าย ,อ.ภูกระดึง 18.0 ,อ.ปากชม ,อ.นาแห้ว 16.4 ,อ.ภูเรือ15.5 ,อ.ภูหลวง 20.0, อ.นาด้วง 20.0, อ.ผาขาว 18.2 ,อ.เอราวัณ21.0, อ.หนองหิน 22.0 ซํ.อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 12.0 อุทยานแห่งชาติภูเรือ 15.0, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง (อ.ภูเรือ) 14.0 ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 15.5 ,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (อ.นาแห้ว) 17.0

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสียงสะท้อนจากชาวบ้าน วอนรัฐ‘ฟังเราให้เท่านายทุน’

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307527

เสียงสะท้อนจากชาวบ้าน  วอนรัฐ‘ฟังเราให้เท่านายทุน’

เสียงสะท้อนจากชาวบ้าน วอนรัฐ‘ฟังเราให้เท่านายทุน’

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“นายกฯได้โปรดฟังชาวบ้านบ้าง อย่าฟังแต่นายทุน เสียงชาวบ้านคนเดียวนายกฯยังต้องฟัง นี่ชาวบ้านเป็นร้อยเป็นพันคน นายกฯยิ่งจะต้องฟัง เหตุการณ์ที่เกิดกับพี่น้องเราสะเทือนใจมาก ชาวบ้านธรรมดาๆ ถึงกับต้องเอาทหาร ตำรวจ มาเป็นกองร้อย พูดง่ายๆ ไม่สมศักดิ์ศรีนายกฯเลย พวกเราไม่ใช่ฆาตกร ไม่ใช่ผู้ร้ายข้ามแดน เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาที่อยากบอกเล่าความทุกข์ยากของเราให้นายกฯฟัง”

คำกล่าวด้วยความรู้สึกที่คับข้องใจของ รอกีเย๊าะ สะมะแอ ตัวแทนเครือข่ายฅนรักษ์เมืองเทพา จ.สงขลา ในงานแถลงข่าวโครงการ CFLI – “Her Life, Her Diary” จัดทำ Side by Side WHRDs 2018 Diary สมุดบันทึกความหวังและความฝันของ 20 ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ย่านปทุมวัน กรุงเทพฯ เพราะได้ทราบว่า เพื่อนพ้องพี่น้องที่คัดค้าน “โรงไฟฟ้าถ่านหิน” เกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะที่พยายามไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.สงขลา

เหตุครั้งนี้ได้ทำให้มีผู้ถูกจับกุม 16 คน เป็นผู้ใหญ่ 15 คน กับเยาวชนอีก 1 คน ก่อนจะได้รับการประกันตัวในเวลาต่อมา ซึ่ง รอกีเย๊าะ กล่าวว่า อยากสะท้อนให้ไปถึงนายกฯ เพราะโครงการดังกล่าวมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก แต่นายกฯ ไม่เคยรู้ว่าประชาชนในพื้นที่จะได้รับความเดือดร้อนอย่างไรบ้างหากมีโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมกับย้ำด้วยว่า การเคลื่อนไหวคัดค้านจะมีต่อไป เพราะได้ปฏิญาณแล้วว่าจะเดินหน้าลูกเดียวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนก็ตาม

“โรงไฟฟ้าแห่งนี้ต้องเผาถ่านหินตลอด24 ชั่วโมง โดยใช้ถ่านหินถึงวันละ 23 ล้านกิโลกรัม และจะปล่อยควันจากการเผาไหม้ผ่านปล่องควันที่สูงกว่า 200 เมตร ซึ่งมลพิษเหล่านี้สามารถอยู่ในอากาศได้นานถึง 10 วัน โดยผลกระทบเหล่านี้จะกินพื้นที่ไปถึง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย” รอกีเย๊าะ กล่าวย้ำ

ไม่เพียงแต่เหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ที่เกิดขึ้นอย่างกรณีโรงไฟฟ้าเทพาเท่านั้น ในภาคอื่นๆ ก็มีกรณีคล้ายๆ กัน อาทิ เรื่องเล่าจาก อัศนีย์ รอดผล ตัวแทนชุมชนน้ำแดง สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ว่าในปี 2559 มีเอกชนเข้ามาอ้างสิทธิและตัดปาล์มในแปลงที่ชาวบ้านชุมชนน้ำแดงพัฒนา ต.คลองน้อย อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ปลูกไว้ในพื้นที่ทิ้งร้าง และดำเนินคดีกับเกษตรกรทั้งทางอาญาและแพ่งหลายคดี

อัศนีย์ เล่าต่อไปว่า มีเกษตรกรชุมชนน้ำแดงพัฒนาถูกจับกุมจำนวน 15 คน ทั้งหมดถูกเรียกหลักทรัพย์ในการปล่อยตัวชั่วคราวสูงถึงคนละ 6 แสนบาท ในข้อหาซ่องโจร บุกรุก และทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งใน 15 คนมีผู้หญิงติดไปด้วยอีก 2 คน คนหนึ่งก็มีลูกที่ยังเล็กอยู่ อีกคนหนึ่งก็อายุ 60 กว่าปี อีกทั้งเมื่อไปขอความช่วยเหลือจากบางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ก็ไม่ได้รับการตอบรับ

“ชาวบ้านต้องหยิบยืมหรือกู้เงินญาติพี่น้องเพื่อมาประกันตัว ซึ่งบางคนถูกคุมขังยาวนานถึง 48 วันเพราะไม่สามารถหาเงินมาประกันตัวได้” อัศนีย์ ระบุ

เช่นเดียวกับ ชุทิมา ชื่นหัวใจ สมาชิกกลุ่มรักษ์บ้านแหง ที่กล่าวว่า ชุมชนของตนคัดค้านการทำเหมืองลิกไนต์ ในพื้นที่ ต.บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง มีครั้งหนึ่งตนและแกนนำคนอื่นๆ ถูกนายทหารระดับสูงเชิญไปพบ โดยอ้างว่าจะได้พบกับผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ซึ่งแกนนำก็ไม่ปฏิเสธ เพราะคาดหวังว่าจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงในการให้สัมปทานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเจอนายทหารคนหนึ่งที่บอกว่าได้รับอำนาจเต็มจาก ผบ.มทบ.32 ให้มาพูดคุยแทน

ชุทิมา ระบุว่า ในเวลานั้นทางกลุ่มจึงก็ปฏิเสธไป เพราะเคยพบเจ้าหน้าที่ทหารคนนี้แล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่ประทับใจ เนื่องจากบอกว่า ที่หมู่บ้านมีแต่ป่าเสื่อมโทรม มีแต่ป่าไผ่ หน่อไม้จะหาที่ไหนกินก็ได้ แต่ถ้ามีเหมืองจะมีการสร้างงานในพื้นที่ แต่นายทหารคนดังกล่าวกลับสั่งให้สารวัตรทหาร (สห.) กักตัวแกนนำไว้ และห้ามติดต่อสื่อสารออกมาภายนอก ไม่เช่นนั้นจะยึดเครื่องมือสื่อสารทั้งหมดเสีย อย่างไรก็ตาม ตนและแกนนำยืนยันว่าจะต้องต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองลิกไนต์ต่อไป

“เขาก็ให้พวกเรานั่งฟังเขาพูด 4 ชั่วโมง ถามว่าทำไมเราไม่คุยดีๆ กับบริษัท อย่าเอาแต่ปิดเหมือง เพราะหาทางออกให้ไม่ได้ นอกจากนี้นายทหารคนดังกล่าว ยังนำรูปถ่ายของเธอและกลุ่มคนรักษ์บ้านแหง มาแสดงพร้อมระบุว่า ทางกลุ่มได้ฝ่าฝืนพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ทั้งที่เราไม่ได้ไปชุมนุม แต่ไปเตรียมเอกสารเรื่องคดีที่ถูกฟ้องร้องในศาล เขาก็ยังมาพูดจากดดันต่างๆ นานา จนกระทั่งปล่อยตัว” ชุทิมา กล่าว

ขณะที่ ปรานม สมวงศ์ ผู้แทนองค์กร Protection international (PI) เจ้าภาพหลักของงานแถลงข่าวครั้งนี้ เปิดเผยว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา พบมีผู้หญิงที่ร่วมต่อสู้ปกป้องสิทธิชุมชนและความไม่ชอบธรรมอื่นๆ ถูกฟ้องร้องและดำเนินคดีจำนวนมากถึง 179 คน โดย อันดับ 1 ความผิดฐานบุกรุกที่ดินป่าไม้ 82 คน รองลงมา คือ ความผิดตาม พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นมากถึง 28 คน

นอกจากนี้ยังมีการฟ้องร้องความผิดฐานละเมิด,ขับไล่และเรียกค่าสินไหมทดแทน ความผิดฐานหมิ่นประมาท ความผิดสร้างสิ่งกีดขวางทางสาธารณะ ความผิดฐานขัดคำสั่ง คสช 3/2558 ห้ามชุมนุมเกินกว่า 5 คน ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ 8 คน ความผิดฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น 3 คน ทั้งที่บางกรณีชาวบ้านเพียงแต่ไปยื่นหนังสือและติดตามการประชุมของผู้บริหารท้องถิ่น และยังมีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือถูกเชื่อมโยงเกี่ยวกับคดียาเสพติด

ผู้แทนองค์กร PI ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ท่าทีของภาครัฐเปลี่ยนไปในช่วง 3 ปีล่าสุด เพราะก่อนหน้านั้น เมื่อมีข้อพิพาทว่าด้วยโครงการต่างๆ ภาครัฐมักจะใช้วิธี “ตั้งคณะกรรมการ” ดึงคู่ขัดแย้งมาเจรจาหาทางออก แก้ไขปัญหาร่วมกัน ไม่ค่อยมีการจับกุมดำเนินคดีเท่าใดนัก แต่ระยะหลังๆ มาเปลี่ยนไปใช้วิธีจับกุมดำเนินคดีมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดินและป่าไม้

สอดคล้องกับ อังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา กสม. ได้รับคำร้องจากนักปกป้องสิทธิจำนวนมากในการเข้าถึงกองทุนยุติธรรม โดยเฉพาะนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบางคนอาจมองว่าชาวบ้านในภูมิภาคนี้อาจเป็นคนที่เห็นต่างจากรัฐ ชอบคัดค้านโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ จึงเกิดเป็นความหวาดระแวง และนำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาหรือจับกุมตัว โดยที่ไม่พิจารณาว่าชาวบ้านออกมาคัดค้านก็เพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ เพื่อรักษาทรัพยากรให้คนรุ่นต่อๆ ไป

“กลุ่มทุนหรือรัฐบาลมักจะฟ้องร้องคนที่ออกมาคัดค้านโครงการ โดยมักบอกว่าฟ้องไปก่อนแล้วค่อยไปเจรจาในชั้นศาล แต่เวลามีการเจรจาในชั้นศาลชาวบ้านมักจะเสียเปรียบ เพราะในการเจรจาในศาลเนื่องจากชาวบ้านไม่รู้กฎหมาย ทำให้เสียเปรียบในการเจรจาต่อรอง อีกทั้งเมื่อถูกฟ้องจะทำให้ชาวบ้านไม่สามารถแสดงความคิดเห็น หรือไม่สามารถพูดถึงปัญหาผลกระทบของโครงการนั้นๆ ได้อีก” กสม.อังคณา ตั้งข้อสังเกต

อนึ่ง..รัฐบาลไทยไม่ว่าจะมีที่มาแบบใด มักจะกล่าวเสมอว่าเป้าหมายสำคัญอย่างหนึ่งคือ “มุ่งหวังลดความเหลื่อมล้ำ” แก้ปัญหาช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน ทว่าในความเป็นจริง หากไปฟังเสียงสะท้อนของผู้ที่ต่อสู้เพื่อ “ปกป้องสิทธิในการอยู่อาศัยและทำกิน” ไม่ว่าในเมืองหรือชนบท และไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แห่งหนตำบลใด มักมีข้อสังเกตเหมือนกันประการหนึ่งว่า “เอื้อต่อกลุ่มทุน” หรือไม่?

เพราะเล็งเห็นว่า หากโครงการแล้วเสร็จ กลุ่มทุนจะเป็นผู้ได้ประโยชน์ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ในขณะที่ “วิถีชีวิตชาวบ้านจะไม่เหมือนเดิม” อีกต่อไป เช่น ต้องย้ายที่อยู่ สูญเสียที่ทำกิน หรือเกิดมลพิษในชุมชน นี่คือ “บาดแผล” ของชาวบ้านคนเล็กคนน้อยทั่วประเทศ และหากภาครัฐยังไม่อาจทำให้รู้สึกว่า ความเหลื่อมล้ำ
ดังกล่าวได้ “ถูกแก้ไข” อย่างชัดเจน การพัฒนาประเทศก็คงจะมีอุปสรรคจาก “ความหวาดระแวง” ไม่ไว้วางใจ

จมอยู่กับการประท้วงคัดค้านอยู่ร่ำไป!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 8 ธันวาคม 2560

Posted on August 27, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307656

x

ลึกลับในสนามข่าว : 8 ธันวาคม 2560

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.

nn เป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจและปลื้มใจกับครอบครัวของผู้ที่ได้รับเกียรติบัตรและรางวัล “พ่อตัวอย่างแห่งชาติ” ประจำปี 2560 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม…พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็น
ผู้แทนพระองค์มอบเกียรติบัตรแก่ ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ณ หอประชุมกองทัพเรือ…จัดโดย สมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา มีผู้ได้รับเกียรติบัตรพระบรมฉายาลักษณ์พระราชทาน มีจำนวน 379 คนแบ่งเป็นภูมิภาค 142 คน ส่วนกลาง 207 คน กทม.30 คน ผู้อุปการะงาน 337 คน…ปีนี้มีคนดังเข้ารับรางวัล“พ่อดีเด่นแห่งชาติ” ก็คือ “เศรษฐา ศิระฉายา” ศิลปินแห่งชาติ พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษกกองทัพเรือ, ศ.ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นต้น…และปีนี้ “ดร.เกียรติศักดิ์ ส่องแสง” อดีต สส.ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์และอดีตที่ปรึกษา รมว.แรงงาน (เฉลิมชัย ศรีอ่อน) เป็นคุณพ่ออีกหนึ่ง ที่ได้เข้ารับ เกียรติบัตรและรางวัล “พ่อตัวอย่างแห่งชาติ” ด้วย…ได้พาลูกๆ คนเก่งที่น่ารักมาร่วมงานและเป็นกำลังใจด้วย…หลังเข้ารับเสร็จสิ้นเจ้าตัว โพสต์บนเฟซบุ๊คว่า “พ่อกับแม่ พี่ๆ น้องๆ ลูกๆและพี่น้องประชาชน ทำให้มีผมวันนี้ และลูกๆ เป็นคนดีจึงทำให้ผมได้รับการยกย่อง ด้วยแมวมองเสนอผมเข้ารับ“พ่อตัวอย่างแห่งชาติปี 2560 ขอบคุณทุกฝ่ายครับ”…น่าปลื้มใจกับพ่อที่เข้ารับรางวัลทุกๆ คนด้วย…เมื่อคนเราตั้งใจทำงานต่อเนื่องให้กับสังคมอย่างเต็มที่…ก็ถือเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้ลูกเป็นคนดี เมื่อครอบครัวดีสังคมก็จะดีตามไปด้วย…ขอแสดงความยินดีกับพ่อตัวอย่างแห่งปี และขอเป็นกำลังใจให้ในการทำงานดีๆ
ต่อไปนะครับ…nn

nn เก็บตกสีสันในมุม ที่ไม่ค่อยเป็นข่าว กระจิบข่าวไม่อยากจะเม้าท์ในสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)มีซุป’ตาร์เสียงไพเราะเสียงหล่อซ่อนอยู่…หลังกระจิบข่าวมีโอกาสลงพื้นที่ “โครงการสนช.พบประชาชน” จนถึงขณะนี้ใกล้จะครบ 77 จังหวัด แล้วที่ สนช.ออกไปรับฟังปัญหาของประชาชนที่เดือดร้อนในแต่ละจังหวัด…ปกติโปรแกรม ในตอนกลางวัน สนช.ลุยทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ทั้งรับฟังปัญหา ตอบข้อสงสัยที่ประชาชนไถ่ถาม…และในช่วงกลางคืน หลังเสร็จสิ้นงานก็ได้เวลา “ซุป’ตาร์” ในสนช.ตั้งเวที ร้องเพลง ใช้น้ำเสียงกล่อม สร้างสีสันบรรยากาศ ผ่อนคลาย…แต่ซุป’ตาร์ที่กระจิบข่าวแอบปลื้มกันร้องทีไรกรี๊ดสลบก็คือ พล.อ.อ.ธงชัย แฉล้มเขตร สมาชิกสนช.และอดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นคนน่ารักมากๆ อารมณ์ดี เมื่อได้จับไมค์แล้ว ไม่ยอมวางไมค์ง่ายๆ ..ยิ่งถ้าที่ไหนมีนักร้อง มาร้องด้วย ก็ได้ร้องช่วงแรกๆแล้วก็นั่งพักยาวไปเลย…ความจริงแล้ว ท่าน พล.อ.อ.ธงชัยร้องเพลงไพเราะมากๆ น้ำเสียงที่นุ่ม ฟังแล้วอบอุ่น บวกกับลูกคอนิดหน่อย เข้ากับแนวเพลงลูกทุ่ง ที่เพลงโปรดปรานและชอบร้องมากๆ เหมือนมีมนต์สะกดทุกๆ คน…และเมื่อเร็วๆ นี้ตอน สนช.พบประชาชน ที่ จ.เพชรบูรณ์ หลังเสร็จงาน..ปรากฏภายในห้องอาหาร ก็ไม่มีเวที ไม่มีคาราโอเกะ จัดเตรียมไว้…เท่านั้นแหละ ท่าน พล.อ.อ.ธงชัยก็ยังสามารถเนรมิต จัดเวทีเล็กๆ พร้อมยังหาชุด เครื่องเสียง คาราโอเกะ ติดตั้งในห้องอาหาร ก่อนขึ้นร้องเพลงมอบความสุขให้เพื่อนๆ สนช.แล้ว ก็ยังมี สนช.ร้องเพลงร่วมกันได้..แบบนี้จะเรียกว่า มีดนตรีในหัวใจ คงไม่พอ แต่ดนตรีคือชีวิตของท่านจริงๆ นะคร้า…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมนูเด็ด‘น้ำพริกป้าแสน’ อร่อยได้ทุกชนชั้น โขลกสนั่นถึงต่างแดน

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307663

เมนูเด็ด‘น้ำพริกป้าแสน’ อร่อยได้ทุกชนชั้น โขลกสนั่นถึงต่างแดน

เมนูเด็ด‘น้ำพริกป้าแสน’ อร่อยได้ทุกชนชั้น โขลกสนั่นถึงต่างแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 21.17 น.

สุดยอดน้ำพริก “ป้าแสน” บุรีรัมย์ ลูกค้าเข้าคิวซื้อแน่นร้านทุกวัน ยอดขายวันละกว่า 1 หมื่นบาท ทั้งมีออเดอร์สั่งซื้อเป็นของฝากญาติต่างประเทศ

หากพูดถึงร้านขาย “น้ำพริก” ก็คงจะมีขายอยู่ทั่วไป แต่วันนี้จะพาไปรู้จักกับร้านขายน้ำพริก “ป้าแสน” หรือนางทองแสน โสนากา อายุ 45 ปี ที่ตั้งขายอยู่ในตลาดเช้า หน้าโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ติดกับทางรถไฟในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ที่ดูเหมือนเป็นร้านธรรมดาทั่วไป แต่กลับมีลูกค้าจากหลายสาขาอาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาล ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป มาเข้าคิวรอซื้อแน่นร้านทุกวัน

นั่นเพราะในแต่ละวันจะมี “เมนู” สารพัดน้ำพริก เช่น น้ำพริกปลาทูผัดแบบหวาน ไม่หวาน  , น้ำพริกปลาทูแมงดา ไม่แมงดา , น้ำพริกกากหมู , น้ำพริกปลาร้าผัด  , น้ำพริกปลาดุก และน้ำพริกอื่นๆอีก 15-16 อย่างให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ

“เคล็ดลับ” ที่ทำให้น้ำพริกของ “ป้าแสน” ขายดีมีลูกค้าอุดหนุนแน่นร้านทุกวัน เพราะทำสดใหม่ทุกวัน ทั้งมีรสชาติอร่อยถูกปาก ที่สำคัญยังเก็บไว้รับประทานได้นาน บางอย่างอยู่ได้ถึง 1 สัปดาห์ บางอย่างอยู่ได้นานเป็นเดือน เช่น น้ำพริกปลาผงนรก , น้ำพริกปลาทูผัดทั้งแบบหวาน ไม่หวาน อีกทั้งเคล็ดลับที่สามารถเก็บได้นานเนื่องจากวัตถุดิบทุกอย่าง ทั้งปลาทู พริก หอม และกระเทียม จะนำไปทอดหรือคั่วให้สุกก่อนจะนำไปปั่นให้เข้ากัน แล้วปรุงรส ซึ่งการทอดหรือคั่ววัตถุดิบก่อนนอกจากจะ “ถนอมอาหาร” ได้นานแล้ว ยังจะทำให้น้ำพริกมีกลิ่นหอมอีกด้วย

ด้วยรสชาติน้ำพริกของป้าแสน ที่ “อร่อยถูกปาก สดใหม่ เก็บได้นาน” ทำให้มียอดขายเฉลี่ยวันละกว่า 10,000 บาท โดยจะขายตั้งแต่เวลา 07.00-10.00 น. ที่ตลาดเช้าหน้าโรงพยาบาลบุรีรัมย์ แต่หากเป็นช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จะขายไม่ถึงชั่วโมงก็หมดเกลี้ยง ซึ่งนอกจากจะมีลูกค้ามาซื้อแน่นร้านทุกวันแล้ว ยังมีออเดอร์สั่งซื้อครั้งละ 5-10 กิโลกรัม ส่งไปเป็น “ของฝาก” ให้กับญาติที่ “ต่างประเทศ” อีกด้วย

น.ส.อมรรัตน์ โกติรัมย์ ลูกสาวป้าแสน บอกว่า แม่ทำน้ำพริกขายมานานกว่า 8 ปีแล้ว โดยพ่อกับแม่จะช่วยกันทำ ส่วนตนเองก็มีหน้าที่มาขายที่ตลาด แต่ละวันจะมีน้ำพริกให้ลูกค้าเลือกซื้อไม่ต่ำกว่า 15-16 อย่าง หรือคิดเป็นปริมาณก็เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าวันละ 50-60 กิโลกรัม โดยเคล็ดลับที่ทำให้น้ำพริกของแม่ขายดี  เพราะทำสดใหม่ทุกวัน และสามารถเก็บไว้รับประทานได้หลายวัน จนมีลูกค้ามาอุดหนุนแน่นร้านทุกวัน ทั้งยังมีออเดอร์สั่งซื้อส่งไปต่างประเทศอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมบัติใต้ลำคลอง…‘หินสวย หินสี’พลิกชีวิตชาวเบตง

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307655

สมบัติใต้ลำคลอง...‘หินสวย หินสี’พลิกชีวิตชาวเบตง

สมบัติใต้ลำคลอง…‘หินสวย หินสี’พลิกชีวิตชาวเบตง

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 20.40 น.

ชาวบ้านในเบตง พลิกวิกฤติหลังน้ำท่วมหา “หินสี-หินสวย” สร้างรายได้งาม

7 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในช่วงนี้ ส่งผลให้ในพื้นที่ ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา ตลอดแนวลำคลองเบตงถูกน้ำทะลักเข้าท่วมเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะชาวบ้าน ต.ยะรม หมู่ 3 , 4 , 5 และ 8 อ.เบตง

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวไม่ยอมแพ้ต่อดินฟ้าอากาศ แต่ในทางกลับกันยัง “พลิกวิกฤติเป็นโอกาส” ด้วยการออกเดินตามทางน้ำของ “คลองเบตง” พร้อมขุดลอกคลองเพื่อเปิดทางเดินน้ำ และหา “หินสี” สร้างรายได้ช่วงฝนตกวันละ 600-1,000 บาท

นายอาลี อิตำ อายุ 52 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.ยะรม อ.เบตง หนึ่งในกลุ่มชาวบ้านที่ออกหา “หินสี หินสวย” เปิดเผยว่า ถึงแม้สถานการณ์ฝนยังคงตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ แต่ชาวบ้านก็พลิกวิกฤตเป็นโอกาสในช่วงฝนตก โดยต่างพาลูกหลานออกหาขุดหินสี ซึ่งช่วงฝนตกหนักทางชลประทานมาขุดลอกคลองเบตง เพื่อเปิดทางเดินน้ำ ทำให้มีการขุดดินใต้คลองเบตงขึ้นมาพร้อมกับหินสีต่างๆ โดยในแต่ละวันชาวบ้านที่ไม่ได้ประกอบอาชีพกรีดยางพาราในช่วงฝนตก ก็จะออกหาหินสีกันจำนวนมาก และเมื่อนำหินไปเจียรขึ้นรูปทรงต่างๆสามารถสร้างรายได้วันละ 600-1,000 บาท

นายอาลี เล่าว่า ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าให้ฟังว่าในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นแหล่งแร่ที่สำคัญ โดยมีการทำเหมืองแร่ โดยเริ่มจากเหมืองหาบมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาได้หันไปทำเหมืองแร่ชนิดอื่นๆ เช่น เหมืองสูบ เหมืองแล่นและเหมืองฉีด โดยมีที่ตั้งกระจายตัวอยู่ในเขตอำเภอต่างๆของ จ.ยะลา เช่น อ.บันนังสตา อ.ธารโต และ อ.เบตง ตนจึงเชื่อว่าใต้ดินคลองเบตงน่าจะมีหินชนิดต่างๆ รวมทั้งแร่ด้วย

อีกทั้งมีชาวบ้านชายมลายูมุสลิม เป็นชาว อ.ยะหา จ.ยะลา บอกว่า หินใต้ดินคลองเบตง มีความสวยงาม สามารถนำมาทำเป็นหัวแหวนได้ จึงได้ลองขุดหินขึ้นมา หลังจากนั้นก็นำหินดังกล่าวมาร่อนกับน้ำ เพื่อทำการคัดเลือกหินและสี ซึ่งการขุดหาหินจะพบหินทั่วไปหากไม่นำไปร่อนกับน้ำ ก็จะดูไม่ออกว่าภายในตัวหินจะมีสีสันต่างกันไป ทำให้ปัจจุบันชาวบ้านและวัยรุ่นในพื้นที่ต่างออกหาหินตามริมคลองเบตงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยไม่ต้องไปทำงานในประเทศมาเลเซีย

นายอาลี กล่าวด้วยว่า ปกติในช่วงฝนตกชาวบ้านจะไม่ได้ทำมาหากินอะไร เพราะชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนใหญ่จะมีอาชีพกรีดยางพารา สร้างความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพเป็นอย่างมาก แต่หลังจากที่ชาวบ้านได้นำหินสีมาเจียรขึ้นรูปทรง ก็ปรากฏว่า “เหลี่ยม” ของหินสี ไม่ต่างจาก “อัญมณี-พลอย” เลย มีเพียงแค่สีของหินที่เป็นสีดำและสีอื่นๆ ส่วนพลอยจะใสเท่านั้นเอง อย่างอื่นเหมือนกันหมด

หลังจากเจียรเป็นที่เรียบร้อยขึ้นเป็นรูปพรรณต่างๆ และได้นำออกมาวางจำหน่ายเป็นของประดับให้กับนักท่องเที่ยวชายมลายูมุสลิมไทย และมาเลเซีย ที่เดินทางมาท่องเที่ยวใน อ.เบตง และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวชายมลายูมุสลิมมาก ซึ่งภายหลังมีพ่อค้าแหวนมาหาซื้อหินสี ถึงในหมู่บ้าน เพื่อนำไปประกอบเป็นแหวน มีการสลักลวดลายแนวมลายูที่สวยงาม แฝงวัฒนธรรมมลายูในลวดลาย ผสมผสานกับหัวแหวนหินสีต่างๆ ทำให้แหวนหินสีขึ้นรูปเป็นตัวเรือนแหวนมีราคาตั้งแต่ 2,500-30,000 บาท

เมื่ออยู่บนเรียวนิ้วของชายมลายูมุสลิม จะทอประกายแวววาว ตัดกับลวดลายแปลกตาบนตัวเรือนสีเงินบนนิ้วนางข้างซ้าย มันกลมกลืนเข้ากันอย่างเหมาะเจาะกับเสื้อเชิ้ตลาย “บาติก” ทรงสากลนิยม และ “หมวกซอเก๊าะ” หรือแม้กระทั่งชุดโต๊บยาวของผู้นำศาสนา โดยชายมลายูมุสลิมชื่นชอบมาก

นายอาลี กล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนนี้เด็กๆในหมู่บ้านมีอาชีพเสริม รวมทั้งคนที่มีครอบครัว ก็มีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถนำมาจุนเจือครอบครัวได้ในช่วงฝนตก อีกทั้งราคายางพาราที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะปรับขึ้นถึง 100 บาทได้

“ก็อยากฝากหน่วยงานรัฐเข้ามาส่งเสริมอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ ให้กับคนในหมู่บ้าน เพื่อที่จะมีการรวมกลุ่มกันในการผลิตและจำหน่ายหินสี ที่มีตลาดรองรับ โดยเฉพาะชาวมลายูมาเลเซีย ที่นิยมซื้อไปเป็นเครื่องประดับ รวมทั้งชายไทยมลายู ก็นิยมเช่นกัน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้ในยุคนี้” นายอาลี กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเน็ตจวกยับ! หนุ่มอัดคลิปโวย’พี่ตูน’วิ่ง ทำรถติดหลายกิโลฯ (ชมคลิป)

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307651

ชาวเน็ตจวกยับ! หนุ่มอัดคลิปโวย'พี่ตูน'วิ่ง ทำรถติดหลายกิโลฯ (ชมคลิป)

ชาวเน็ตจวกยับ! หนุ่มอัดคลิปโวย’พี่ตูน’วิ่ง ทำรถติดหลายกิโลฯ (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 20.07 น.


ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ทั้งยังบอกว่า  “ให้เค้า 1 วันเถอะ เค้าวิ่งเหนื่อยกว่าขับรถ เค้ายังไม่บ่น” , “อย่าบนเลยค่ะเค้าทำเพื่อประชาชน…” , “พี่ตูนวิ่งเพื่อช่วยพัฒนาเครื่องมือแพทย์ของประเทศไทย แล้ว เราจะต้องทำอะไรกันดีเพื่อพัฒนาสมองและพัฒนาคนให้มีความคิดทั้งด้านบวกและประโยชน์ส่วนรวมมากกว่านี้”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พบโลมาสีชมพูตายเกยหาดละแม คาดถูกของแข็งบาดหางเจ็บ-พายุพัดหลงทาง

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307522

พบโลมาสีชมพูตายเกยหาดละแม คาดถูกของแข็งบาดหางเจ็บ-พายุพัดหลงทาง

พบโลมาสีชมพูตายเกยหาดละแม คาดถูกของแข็งบาดหางเจ็บ-พายุพัดหลงทาง

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.50 น.

7 ธ.ค.60 ที่บ้านแหลมสันติ หมุ่ที่ 5 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร นายสุพัชรพงศ์ วรประดิษฐ์ นายอำเภอละแม พร้อมนส.ราตรี จันทรัตน์ ประมง อ.ละแม เดินทางไปตรวจสอบ ซากโลมาขนาดใหญ่ที่ลอยมาเกยตื้นติดริมหาดละแม ตามที่นายเริงศักดิ์ รัตนนิพนธ์ ผช.ผญบ.และ นายสุชาติ แสงอรุณ ผญบ.หมู่ที่ 5 ได้ช่วยกันออกไปนำเข้ามาจากในท้องทะเล ที่โลมาลอยมาเกยตื้น

บริเวณหาดละแม หน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตชุมพร พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังช่วยกัน พลิกร่างของสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ เข้าไปตรวจสอบพบว่า เป็นโลมาอิรวดี หรือ โลมาสีชมพู เสียชีวิต ในสภาพพึ่งตายไม่นานนัก นส.ราตรี ทำการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เป็นโลมาอิรวดีเพศผู้ อายุ ราว 15-20 ปี ลำตัวยาว 2.2 เมตร น้ำหนักประมาณ 100 กม. ผิวสีชมพูสวยงามมาก พบว่า ที่ปลายโคนหาง มีบาดแผลขนาดใหญ่ ยาวร่วม 15 ซม.กว้างประมาณ 10 ซม.จนใส้ทะลักออกมา ส่วนอื่นไม่มีร่องรอยบาดแผลแต่อย่างใด  จึงสรุปสาเหตุการตายว่า น่าจะกระทบกับของแข็งในขณะที่กำลังอยู่ในทะเล อาจจะเป็นใบพัดเรือ หรือโขดหินที่แหลมคม จนทำให้ส่วนหางไม่สามารถใช้การได้ ทำให้โลมาหลงทาง ประกอบกับ ถูกพายุแรงที่กำลังพัดถาโถมในขณะนี้ จนเสียชีวิตแล้วลอยมาเกยตื้นหน้าอ่าวละแม

นายเริงศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงเที่ยงพบเห็นว่า มีปลาขนาดใหญ่กำลังเกยตื้น จึงรีบนำเรือออกไปตรวจสอบพบเป็นโลมาอิรวดี ที่ไม่เคยพบเห็นในทะเลชุมพร พร้อมกับ นายสุชาติ ผญบ. ช่วยกันใช้เชือกมัดลากเข้ามายังฝั่งแล้วแจ้งนายอำเภอและประมงอำเภอให้ออกมาตรวจสอบ นางสาวราตรี ประมง อำเภอละแม กล่าวว่า “โลมาสีชมพู เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธ์ เหลือไม่กี่ตัวในทะเลไทย ปกติ จะไม่พบในทะเลชุมพร แต่จะอยู่ แถวทะเลสงขลาลงไป คาดว่า เมื่อได้รับบาดเจ็บคงหลงทาง อายุขนาดนี้ถือว่าน่าเสียดายเพราะ กำลังอยู่ในวัยเจริญพันธ์ จะได้ นำซากส่งศูนย์วิจัยประมงทะเล ภาคใต้ตอนบนต่อไป”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่องความน่ารัก‘น้องสมาย’ ช่างซ่อมช่วยพ่อไม่ห่วงสวย

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307517

ส่องความน่ารัก‘น้องสมาย’ ช่างซ่อมช่วยพ่อไม่ห่วงสวย

ส่องความน่ารัก‘น้องสมาย’ ช่างซ่อมช่วยพ่อไม่ห่วงสวย

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.35 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลได้มีการแชร์ภาพความน่ารักของ น.ส.ชุติการ เหินอดิศัย หรือ “น้องสมาย” สาวน้อยวัย 18 ปี ที่ไม่ห่วงสวย ลุกขึ้นมาเป็น “ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์” อยู่ที่ร้านเหินการช่าง เลขที่ 96/20-21 หมู่ 3.ต.นครชัยศรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ช่วยครอบครัว

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังร้านเหินการช่าง ภาพที่เห็น คือ “น้องสมาย” สาวน้อยหน้าใส กำลังช่วยพ่อซ่อมรถจักรยานยนต์อยู่ภายในร้าน โดยที่เจ้าตัวไม่ห่วงสวย นิ้วมือและเสื้อผ้าจะเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องที่ดำๆก็ตาม

“น้องสมาย” บอกว่าทำแบบนี้มาตั้งแต่อายุ 14 ปีแล้ว โดยเมื่อก่อนตอนที่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2-3 เมื่อกลับพอมาจากโรงเรียน ก็จะช่วยพ่อซ่อมรถ เช่น ปะยาง เปลี่ยนยางรถจักรยานยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถบ้าง เปลี่ยนผ้าเบรคบ้าง

“ตอนนี้หนูออกมาเรียนมา กศน. ช่วงวันอังคาร-วันเสาร์ ซึ่งหลังจากที่จบ กศน. ชั้น ม.6 ก็คิดว่าจะเรียนเป็นช่างซ่อมรถต่อ เพื่อหาความรู้เพิ่มเติม เพราะระบบเครื่องยนต์รถมีวิวัฒนาการไปมากแล้ว จึงต้องเรียนหาความรู้เพิ่มเติม” น้องสมาย กล่าว

“น้องสมาย” กล่าวอีกว่า ครอบครัวมีพี่น้อง 3 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด โดยพี่สาว 2 คนทำงานที่โรงงาน ส่วนตนเองเป็นลูกสาวคนสุดท้อง ตั้งแต่เกิดมาจนจำความได้และเข้าเรียนก็เห็นพ่อเปิดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์มาจนถึงวันนี้ และเห็นพ่อต้องเหนื่อยทำงานเลี้ยงเรามา ส่งเราเรียนก็ด้วยอาชีพช่างซ่อมรถที่พ่อทำ จึงอยากช่วยแบ่งเบาภาระพ่อ จึงคิดว่าถึงเราจะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆก็น่าจะทำได้

“วันหนึ่งตอนอายุราวๆ 13-14 ปี กลับมาจากโรงเรียน เห็นพ่อก้มหน้าก้มตาซ่อมรถจักรยานยนต์อยู่ จึงเข้าไปบอกพ่อว่าหนูอยากทำบ้าง พ่อก็สอนปะยาง เปลี่ยนยาง เปลี่ยนผ้าเบรค ถ่ายน้ำมันเครื่องให้ จนมาถึงตอนนี้ก็ทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผ่าเครื่อง ประกอบเครื่องยนต์ หนูทำได้หมด และคิดว่าจะทำอย่างนี้ไปตลอด เพราะว่าเป็นอาชีพที่พ่อทำเลี้ยงเรา ส่งเสียให้เราเรียนมาจนเติบโตได้ขนาดนี้ และไม่เคยคิดว่าอาชีพนี้จะเป็นอุปสรรคแต่อย่างใด ส่วนเรื่องความสวยก็ไม่เป็นอุปสรรคเช่นกัน” น้องสมาย กล่าว

ด้านนายทัพเทพ เหินอดิศัย อายุ 56 ปี พ่อของน้องสมาย บอกว่า ภูมิใจในตัวลูกคนนี้มาก เพราะว่าไม่เคยคิดเหมือนกันว่าวันหนึ่งลูกสาวกลับมาจากโรงเรียนมาบอกว่าพ่อให้หนูช่วยทำบ้าง นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาลูกสาวคนนี้ก็มาช่วยซ่อมรถตลอดมาจนถึงวันนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ดอยอินทนนท์คึกคัก นทท.แห่ท้าลมหนาว-ชมพระอาทิตย์ขึ้น

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307480

ดอยอินทนนท์คึกคัก นทท.แห่ท้าลมหนาว-ชมพระอาทิตย์ขึ้น

ดอยอินทนนท์คึกคัก นทท.แห่ท้าลมหนาว-ชมพระอาทิตย์ขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.43 น.

7 ธ.ค.60 นายรุ่ง​ หิรัญ​วงษ์​ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์​ เปิดเผยว่า​ บนดอยอินทนนท์​นักท่องเที่ยว​ยังคึกคัก​ เดินทางเพื่อสัมผัสอากาศหนาวอย่างคับคั่ง​ สภาพอากาศ ท้องฟ้าเปิด มีเมฆเล็กน้อย สามารถเห็นทะเลหมอกบางๆ ฟุ้งกระจายตามยอดเขา​ มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณกิ่วแม่ปานและยอดดอยจำนวนมาก​ ​ อุณหภูมิบนดอยอินทนนท์วัดได้อุณหภูมิ  10 องศาเซลเซียส​ ที่​กิ่วแม่ปานอุณหภูมิ 11 องศาเซลเซียส​ ส่วนที่ทำการอุทยานฯอุณหภูมิ วัดได้​ 13 องศาเซลเซียส​  โดยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในวันที่ 6​ ธ.ค.60  จำนวน​ 4,829 คน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,891,266 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พลังผู้หญิง ‘ปูนซีเมนต์นครหลวง’ เปิดกว้างทุกความเป็นไปได้ องค์กรแห่งโอกาส เท่าเทียม ยั่งยืน ให้ ‘ผู้หญิง’ เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
แนวหน้าวาทะเด็ด
โสภณ ตลก หมอวรงค์ ชี้สภาเลี้ยงข้าวสส.มานานแล้ว
พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน
กรมการพัฒนาชุมชนติวเข้มผู้ประกอบการ OTOP รุ่นใหม่ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล
รบ.ทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมัน ดีเซลอั้นไม่อยู่ สั่งตรึงเพดานไม่เกิน33บาท
อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ
พลังงาน สั่งระดมรถบรรทุก-เพิ่มรอบส่งน้ำมัน เร่งกระจายเข้าปั๊มทั่วประเทศ แก้ขาดแคลน
ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่
มก.ขับเคลื่อนต้นแบบการศึกษาใหม่ของประเทศ เมื่อโรงเรียนกลายเป็นฟาร์มเรียนรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

Recent Posts

  • วิทยาลัยจีนแนะ นศ. “พักตำรา-หาความรัก” ช่วงวันหยุดฤดูใบไม้ผลิ หวังกระตุ้นยอดแต่งงาน
  • เกาหลีใต้บรรลุดีลนำเข้าน้ำมันดิบเร่งด่วนจากยูเออี อีก 18 ล้านบาร์เรล
  • ฝ่ายค้านมาเลเซียกังวลกระทบจุดยืนเป็นกลาง หลังเรือรบสหรัฐฯ เทียบท่า “ปีนัง”
  • ปธน.คิวบาประกาศกร้าว พร้อมต้านทานสุดกำลังหากสหรัฐฯ บุกยึดประเทศ
  • ฮอร์มุซเริ่มคลายล็อก? เรือเพิ่มเท่าตัว หลังอิหร่านเปิดทางให้บางประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d