Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ซิกโก้’เจ้าม้าตัวแสบ! ให้หญ้าไม่กิน..แต่ถ้า ‘แกงส้ม-ไข่เจียว’ พี่ฟาดเรียบ

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307203

'ซิกโก้'เจ้าม้าตัวแสบ! ให้หญ้าไม่กิน..แต่ถ้า 'แกงส้ม-ไข่เจียว' พี่ฟาดเรียบ

‘ซิกโก้’เจ้าม้าตัวแสบ! ให้หญ้าไม่กิน..แต่ถ้า ‘แกงส้ม-ไข่เจียว’ พี่ฟาดเรียบ

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.12 น.

ที่ร้านพังงาวิวพอยท์ ต.ตากแดด อ.เมือง ซึ่งเป็นร้านขายอาหารที่มองเห็นวิวของตัวเมืองพังงาจนถึงทะเลจากด้านบนลงสู่ด้านล่างสวยงาม มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก นอกจากจะมีร้านอาหารแล้วยังมีอีกจุดหนึ่ง ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมจากลูกค้าก็คือม้า ที่นี่เลี้ยงไว้ทั้งหมดจำนวน 6 ตัว  แต่ที่น่าสนใจมากที่สุดมีอยู่หนึ่งตัวชื่อ “เจ้าซิกโก้” เป็นม้าเพศผู้อายุ 8 ปี ที่มีนิสัยไม่เหมือนม้าโดยทั่วไปที่ชอบกินหญ้า แต่กลับชอบมากินอาหารของคน พ.ต.ท.เลิศ โพธิ์ขวาง เจ้าของร้านพังงาวิวพอยท์ เล่าให้ฟังว่าตนเองได้ซื้อม้ามาเลี้ยงจำนวน 6 ตัว เมื่อปี 2554 เพราะมีความชอบส่วนตัว ตอนแรกๆม้าทั้งหมดก็ปกติดีตามนิสัยของม้า แต่มาช่วงปี 2557 เจ้าซิกโก้ เริ่มมีพฤติกรรมคล้ายคน จากการสักเกตุเวลามีลูกค้ามาสั่งของที่เคาท์เตอร์ เจ้าซิกโก้ก็จะเดินเข้ามาในร้านมุ่งหน้าไปที่เคาท์เตอร์ ยืนรอเหมือนจะสั่งอะไรกิน เลียนแบบลูกค้าทุกอย่าง แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นเวลาที่ตนเองรับประทานอาหาร เจ้าซิกโก้ก็จะเดินปรี่เข้ามาทันทีและตรงเข้าไปกินอาหารบนโต๊ะ โดยเฉพาะแกงส้มที่มีรสชาติเผ็ดมาก รวมไปถึงไข่เจียว ซึ่งทำให้ตนเองนั้นตกใจมาก เพราะกลัวว่ามันจะเป็นอะไรไป เพราะโดยนิสัยของม้าทั่วไปจะกินแต่หญ้า จึงเกิดความกังวลและต้องคอยเฝ้าดูพฤติกรรมของเจ้าซิกโก้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง กลับตรงกันข้ามกินเป็นประจำทุกวันจนถึงปัจจุบัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถ้าหิวอย่าขอเงินผม! หนุ่มถูกคนเร่ร่อนขอตังค์ ก่อนเดินไปซื้อข้าวนั่งคุยด้วย

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307200

ถ้าหิวอย่าขอเงินผม! หนุ่มถูกคนเร่ร่อนขอตังค์ ก่อนเดินไปซื้อข้าวนั่งคุยด้วย

ถ้าหิวอย่าขอเงินผม! หนุ่มถูกคนเร่ร่อนขอตังค์ ก่อนเดินไปซื้อข้าวนั่งคุยด้วย

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.08 น.

5 ธ.ค. 60 โลกออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวดีๆ ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Paphrakorn Kaenvong” ที่เผยเรื่องราวเมื่อตนเองถูกผู้ยากไร้ขอเงิน ก่อนจะกลายเป็นการแบ่งปันดี ๆ ที่สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ที่ได้พบเห็น

โดยผู้โพสต์ระบุว่า ถ้าหิวอย่าขอเงินผม เพราะผมก็ไม่ค่อยมี งั้นเอาแบบนี้……เดี๋ยวผมซื้อข้าวให้กินดีกว่าไม่ได้ดีเป็นศาสดาเพราะว่ามุมมืดผมก็มีขอบคุณที่ให้ผมได้แบ่งปันขอบคุณพวกโรคจิตที่แอบถ่าย#ไปตามกำลังและโอกาส#paphrakorn

หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเก็นเป็นจำนวนมาก โดยชมว่ามีน้ำใจแบ่งปัน ถึงว่าจะมีเงินน้อยก็พร้อมช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพงกว่าเนื้อวัว! คนสุโขทัยแห่ล่าหนูนา ย่างขายกิโลละ300-500บาท

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307131

แพงกว่าเนื้อวัว! คนสุโขทัยแห่ล่าหนูนา ย่างขายกิโลละ300-500บาท

แพงกว่าเนื้อวัว! คนสุโขทัยแห่ล่าหนูนา ย่างขายกิโลละ300-500บาท

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.13 น.

5 ธ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ขณะนี้ได้มีกลุ่มชาวบ้านพากันออกล่า “หนูพุก” ที่อาศัยหากินอยู่ตามท้องทุ่งนาในเขตพื้นที่ อ.เถิน จ.ลำปาง กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ตั้งแต่ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เพื่อนำมาย่างขายเป็นรายได้เสริม เนื่องจากหนูนามีราคาแพงกว่าเนื้อวัวเนื้อควาย ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของทุกปี

นายศรศักดิ์  เงินขาว อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 470 หมู่ 11 ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม เปิดเผยว่า ตนเองมีอาชีพเป็นช่างทำกรงนกหัวจุก และทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ก็จะออกจากบ้านไปพร้อมกับเพื่อนๆ ตระเวนหาจับหนูพุกมาย่างไฟ แล้วให้แม่เอาไปเร่และวางขายในตลาดสดใกล้บ้าน เป็นรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว

ในช่วงฤดูหนาวคนที่นี่จะนิยมกินเนื้อหนูพุกกันมาก แต่ในหมู่บ้านหาจับไม่ได้แล้ว เหลือแต่หนูตัวเล็กๆ จึงต้องไปไกลถึง อ.เถิน จ.ลำปาง ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับ อ.ทุ่งเสลี่ยม โดยจะก่อกองไฟนอนกันกลางทุ่งนา และออกล่าหนูพุกตัวใหญ่กันตั้งแต่สองทุ่มไปจนถึงตีสาม ค้างแรมนอนสองคืนก็กลับบ้านเอาหนูมาย่างขาย หมดแล้วก็กลับไปล่าต่อ

“ตอนนี้หนูนาย่างราคากิโลละ 300 บาท แพงกว่าเนื้อวัวเนื้อควายอีก จึงต้องวางมือจากอาชีพหลักเพื่อไปจับหนูแทน เพราะแค่ช่วงเวลาสองเดือนก็สามารถหาเงินได้ถึง 50,000 บาท โดยเฉพาะช่วงสิ้นปีที่หนูนาใกล้จะหมด ราคาจะพุ่งเป็นกิโลละ 500 บาทเลยทีเดียว”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จีนสั่งห้าม’สอนหญิงเป็นช้างเท้าหลัง’ ย้ำขัดหลักการสังคมนิยม

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307120

จีนสั่งห้าม'สอนหญิงเป็นช้างเท้าหลัง' ย้ำขัดหลักการสังคมนิยม

จีนสั่งห้าม’สอนหญิงเป็นช้างเท้าหลัง’ ย้ำขัดหลักการสังคมนิยม

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.37 น.

5 ธ.ค. 2560 สำนักข่าว BBC ของอังกฤษ รายงานเมื่อ 4 ธ.ค. 2560 ตามเวลาท้องถิ่นว่า ทางการจีนได้สั่งปิดการเรียนการสอนหลักสูตรที่ปรับพฤติกรรมผู้หญิงให้เชื่อฟังผู้ชาย ด้วยเหตุผลว่าค่านิยมดังกล่าวขัดต่อหลักการสังคมนิยม สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอที่ผู้สอนพูดจาแสดงออกว่าต่อต้านหลักการความเท่าเทียมทางเพศ รวมถึงแนะนำให้เป็นฝ่ายยอมแม้จะถูกทำร้าย

รายงานข่าวระบุว่า มีการเปิดสอนหลักสูตรดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากในรอบหลายปีที่ผ่านมา อาทิ คลิปวีโอหนึ่งที่เผยแพร่การเรียนการสอนในโรงเรียนวัฒนธรรม Fushun ถึงกับบอกว่าผู้หญิงไม่ควรทำงานเอง แต่ให้อยู่เฉยๆ ในระดับเบื้องล่าง ซึ่งหมายถึงอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ชายอย่างพ่อ สามี และบุตรชายก็พอ นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำอื่นๆ เช่น ไม่ควรโต้เถียงแม้จะถูกดุด่า ไม่หย่าร้าง หรือแม้กระทั่งถ้าผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายมากกว่า 3 คนขึ้นไป อสุจิของฝ่ายชายจะส่งผลกลายเป็นพิษและฆ่าหญิงนั้นตายได้

“เมื่อสามีสั่งอะไร ภรรยาต้องรับคำสั่งนั้นโดยไร้ข้อแม้” ครูคนหนึ่งที่เป็นผู้หญิงเช่นกันแต่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว ระบุ

นอกจากนี้ ยังมีคลิปวีดีโอที่แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงต้องทำงานบ้าน เช่น ถูพื้นและขัดห้องน้ำด้วยมือเปล่า ทั้งนี้ BBC อ้างรายงานจาก นสพ.Global Times ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นของจีน ระบุว่า พนักงานของสถาบันที่สอนหลักสูตรดังกล่าวที่เปิดสอนมาตั้งแต่ปี 2554 ประท้วงคำสั่งปิดดังกล่าว พร้อมย้ำว่าคลิปวีดีโอที่ถูกเผยแพร่นั้นเป็นการบิดเบือนข้อมูล ข้อเท็จจริงคือพวกเขาเพียงต้องการฟื้นฟูวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีนเท่านั้น

ขณะที่แฟนเพจทางการของสำนักงานศึกษาธิการประจำเมือง Fushun ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ Weibo ของจีน ยืนยันว่าการสอนดังกล่าวขัดต่อศีลธรรมอันดีงามของสังคมจึงต้องสั่งปิดทันที และยังเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยว่า ยังมีที่ไหนที่สอนหลักสูตรทำนองนี้อีกบ้าง พร้อมย้ำว่าเราต้องหยุดยั้งปรากฏการณ์ใดๆ ก็ตาม ทีกระทบต่อค่านิยมหลักตามหลักการสังคมนิยม

ขอบคุณ www.bbc.com

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผกก.ต่อใจป้ำควักเงินตัดเครื่องแบบให้ลูกน้องในสังกัดคอมมานโดกว่า 300 นาย

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307045

ผกก.ต่อใจป้ำควักเงินตัดเครื่องแบบให้ลูกน้องในสังกัดคอมมานโดกว่า 300 นาย

ผกก.ต่อใจป้ำควักเงินตัดเครื่องแบบให้ลูกน้องในสังกัดคอมมานโดกว่า 300 นาย

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

nn…ถามถึง“มือกฎหมาย”ระดับประเทศในบ้านเรา มีมากมายนับไม่ถ้วนกันเลยทีเดียว แต่ที่เป็นที่รู้จักกันดี ติดอันดับท็อปไฟว์ไปทางไหนใครๆก็รู้จักคงไม่พ้น 3 ท่านนี้ ..ไม่ว่าจะเป็น“เนติบริกร”อย่าง อ.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯใน“รัฐบาลลุงตู่” อ.มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ใน“รัฐบาลลุงตู่” รวมถึงอ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานที่ปรึกษาปฏิรูปกฎหมายใน“รัฐบาลลุงตู่” ถือเป็น“นักกฎหมายมือฉมัง”ระดับประเทศที่หาผู้ใดเทียบเทียมได้ และเป็นมือกฎหมายที่ทำงานใน“รัฐบาลนายกฯลุงตู่”ทั้งหมด แถมเป็นกรุ๊ปเดียวกันด้วย…แต่การเป็น“มือกฎหมาย”ก็ใช่ว่าชีวิตจะซีเรียสไปซะทั้งหมด เพราะแต่ละท่านก็ยังมีมุมที่เป็นส่วนตัว หรือผ่อนคลายบ้าง…โดยเฉพาะรองฯวิษณุ หลายครั้งที่นักข่าวสัมภาษณ์ประเด็นที่เกี่ยวกับกฎหมาย ก็มักจะมีมุขตลกๆ ขำๆ ปิดท้ายมาให้นักข่าวได้เฮฮากันตลอดๆ…อย่างวันก่อน หลังไมค์การให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ นักข่าวได้สอบถามถึง การบวชของ“อ.บวรศักดิ์”ที่ร่วมบวชในโครงการอุปสมบทพระภิกษุถวายเป็นพระกุศลแก่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรมหาวิหาร ว่า “อ.บวรศักดิ์ บวช อาจารย์ไม่ไปร่วมงานด้วยหรือ” สิ้นเสียง อ.วิษณุก็คิดอยู่พักหนึ่งก่อนตอบว่า “อ่อใช่ พอดีวันนี้ ผมมีงาน แต่ไม่เป็นไร ท่านบวชมาหลายครั้งแล้ว” พร้อมกับขึ้นรถออกไป…แหมมม…เล่นปล่อยมุขซ้าาา งานนี้” พระอาจารย์ บวรศักดิ์”คงสะดุ้งโหยงแล้ว….!!!!…nn

nn…วันก่อนที่กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม หรือหน่วยคอมมานโด บก.ป.โชคชัย 4 พ.ต.อ.ต่อศักดิ์
สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป. เรียกตรวจแถวกำลังพลในสังกัด 356 นาย เพื่อตัดชุดสีกากีให้เป็นไปตามกฎระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ…ซึ่งผบ.ตร. “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” มีคำสั่งให้ตำรวจทั่วประเทศแต่งกายให้เป็นระเบียบเดียวกัน ใช้ชุดสีกากีพระราชทาน เนื้อสีเดียวกัน ตำรวจคอมมานโดจึงรับปฏิบัติเคร่งครัด…งานนี้ ที่สำคัญ ผกก.ต่อนำรายได้จากร้านกาแฟคอมมานโด คอฟฟี่เลิฟ ทั้งสองสาขา ซึ่งเปิดดำเนินการมาพักหนึ่งแล้วด้วยทุนส่วนตัว มาเป็นค่าใช้จ่ายตัดเครื่องแบบ รวมถึงหมวกให้ทุกคน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลในการปฏิบัติงาน…ในคราเดียวกัน ยังดำเนินการต่อในเรื่องของทรงผมข้าราชการตำรวจ ที่ต้องตัดผมสั้นเกรียนสามด้าน หลังวัดตัวตัดชุดกันแล้ว ก็มาเข้าแถวตัดผมอย่างพร้อมเพรียง…ตบท้าย ผกก.ต่อให้โอวาทกำชับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนาย ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ให้คุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนที่จ่ายให้ เพราะความเชื่อที่ว่า เมื่อเราทำดีแล้ว สิ่งดีๆ ก็จะเข้ามาหาเอง…เรียกว่า ความเชื่อความศรัทธาของผกก.ต่อ คงประเดิมสัมฤทธิผลทันควัน เพราะเมื่อเจ้าตัวประกาศควักทุนส่วนตัวตัดเครื่องแบบให้ลูกน้องทั้งหน่วยแบบนี้ ไม่เพียงแค่ได้ใจไปโข แต่ยังได้ความร่วมมือร่วมใจพร้อมทุ่มเทลุยงานสุดตัวไปอีกต่างหาก…nn

nn…ถ้าเป็นนักร้องก็ถือว่าฮอตสุดขีด สำหรับผู้ว่าราชการจังหวัดเลย “ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม” เพราะภารกิจแต่ละวันยาวเป็นหางว่าว
อย่างวันก่อนเป็นควันหลงที่เจ้าตัวต้องไปเปิดงานโน้นงานนี่แบบ “นันสต็อป” แว่วจากหน้าห้องพ่อเมืองชัยวัฒน์ว่า วันนั้นประเดิมคิวงานแรกเวลา 07.00 น. ในการเปิดงานกีฬาสีของโรงเรียนเมืองเลย…ถัดไปอีก 1 ชั่วโมง ก็ไปตรวจเยี่ยมตรวจตลาดสีเขียวอีก 1 ชั่วโมง …ก่อนจะตามด้วยการเปิดงานที่ 3 เวลา 09.00 น. พิธีเปิดการจัดระเบียบสายและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จากสายโทรคมนาคม ค่ายสื่อสารต่างๆที่ไม่เป็นระเบียบของสารพัดค่าย ตามแผนปฏิบัติการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งงานนี้เขาจัดที่ถนน
จรัสศรี ข้างศาลากลางจังหวัดเลย แต่ก็อย่างว่า เป็นผู้ว่าฯขวัญใจประชาชน เปิดงานแล้วก็ต้องมีพบปะทักทายพ่อแม่พี่น้องประชาชนกันบ้าง การเดินทางไปเปิดงานต่อไปจึงอาจมีเลทบ้าง เป็นธรรมดา

…ฉะนั้น การเปิดงานจัดระเบียบสายและอุปกรณ์สื่อสารฯ งานที่ 3 ที่พ่อเมืองชัยวัฒน์ต้องไป จึงเลยเวลาไปจนเกือบ 10.00 น. ซึ่งการเดินทางไปกับการแต่งกาย เลยผสมผสานสืบเนื่องจากงานแรกและงานที่สองไปด้วย คือ เริ่มจากงานเปิดกีฬาสี ทั่นผู้ว่าฯเลยแต่งชุดกีฬา
กางเกงวอร์ม ไปงานที่สองนั่งรถไป แต่พอไปเปิดงานที่ 3 จัดระเบียบสายและอุปกรณ์สื่อสารของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่อยู่ห่างกัน 500 เมตร ด้วยเลยเวลานัดมาเกือบ 1 ชั่วโมง…แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็ชะเง้อคอรอทั่นผู้ว่าฯชัยวัฒน์อย่างใจจดจ่อ โทรไปสอบถามเลขาฯหน้าห้องก็รับแจ้งว่า ทั่นผู้ว่าฯออกไปงานที่ 3 แล้ว…กระทั่งเวลา 10.04 น. ผู้คนในงานที่ 3 ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งตั้งหน้าตั้งตาวิ่งมาจากหลังศาลากลาง
เลาะมาด้านข้าง เข้าถนนจรัสศรี ตรงเข้ามาในงานจัดระเบียบสายและอุปกรณ์สื่อสาร พอเข้ามาใกล้เลยถึงบ้างอ้อว่า ไม่ใช่ใคร แต่เป็น
พ่อเมืองชัยวัฒน์นั่นเอง…พอเห็นเช่นนั้น ทุกคนปรบมือให้ดังกึกก้อง ก็แหมมมม…ทั่นผู้ว่าฯอุตส่าห์วิ่ง 500 เมตร เพื่อมาให้ทันพิธีเปิดงานที่ 3 แม้จะช้าไปบ้าง แต่ก็ได้ใจคนจัดงานกับคนเมืองเลยไปเต็มๆ ด้วยเข้าใจในภารกิจถึงต้องวิ่งรอก แต่พ่อเมืองก็เต็มใจและพยายามทำทุกวิถีทางให้มาถึงงานเร็วที่สุด เพราะทราบดีว่าชาวบ้านรออยู่ แถมยังมีงานที่ 4 จ่อคิวอยู่อีก…นี่ยังดีน๊า…สองงานอยู่ไม่ไกลกันมาก ถ้าเป็นหลักกิโลขึ้น สงสัยทั่นผู้ว่าฯคงต้องแว้นมาละมั้งเจ้าค่ะ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อ่างเก็บนํ้านฤบดินทรจินดา พระราชดำริ‘ในหลวงร.9’เพื่อชาวปราจีน

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307030

อ่างเก็บนํ้านฤบดินทรจินดา พระราชดำริ‘ในหลวงร.9’เพื่อชาวปราจีน

อ่างเก็บนํ้านฤบดินทรจินดา พระราชดำริ‘ในหลวงร.9’เพื่อชาวปราจีน

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ในหลวงรัชกาลที่ 9” พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เคารพรักยิ่งของปวงชนชาวไทย และยังทรงได้รับการยกย่องในฐานะ “บุคคลสำคัญของโลก” อาทิ ในห้วงเวลา 1 ปีเศษนับตั้งแต่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคตเมื่อ 13 ต.ค. 2559 จนถึงวันที่ 26 ต.ค. 2560 ซึ่งมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง องค์กรระหว่างประเทศก็ได้ร่วมแสดงความไว้อาลัยแด่พระองค์ท่านด้วย

อาทิ 28 ต.ค. 2559 ณ ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ องค์การสหประชาชาติ (UN) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ปีเตอร์ ทอมสัน ประธานสมัชชาสหประชาชาติ นำผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกร่วมแสดงความไว้อาลัย พร้อมกล่าวว่า พระองค์ทรงครองราชย์ถึง 70 ปี และได้รับการเทิดทูนอย่างที่สุด เนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณในการพัฒนาความเป็นอยู่ให้กับประชาชน ทรงยึดมั่นในพระราชปณิธาน “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม” อย่างแท้จริง โดย UN ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ (UNDP Award) ในปี 2549

เช่นเดียวกับเมื่อ 26 ก.ย. 2560 ที่สำนักงานใหญ่ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส อิรินาโบโควา เลขาธิการ UNESCO นำคณะผู้เข้าร่วมประชุมสันติภาพนานาชาติ (International World Peace) ร่วมถวายสดุดี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกล่าวว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็น “นักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่” โดยเฉพาะ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระองค์นั้นถือเป็น “มรดกของมนุษยชาติ” ในการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของผู้คนอย่างสันติและยั่งยืน

ทั้งนี้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงให้ความสำคัญกับ “ทรัพยากรน้ำ” เป็นพิเศษ ดังข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2495-2559 มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งสิ้น 4,685 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำถึง 3,204 โครงการ อีกทั้งยังกระจายทั่วทุกภูมิภาค แบ่งเป็นภาคเหนือ 1,233 โครงการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 841 โครงการ ภาคใต้ 627 โครงการ และภาคกลาง 503 โครงการ

ปราจีนบุรี จังหวัดในภาคกลางที่อยู่ห่างจาก กทม. ไปทางทิศตะวันออก ด้วยระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตรซึ่งถือว่าไม่ไกลนัก
ทีมงาน “แนวหน้าวาไรตี้” มีโอกาสไปเยี่ยมชม อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา หรือชื่อเดิมคือ โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ ต.แก่งดินสอ อ.นาดี ซึ่งสำหรับชาวปราจีนบุรีแล้วนี่คือ “มรดกจากพ่อหลวง ร.9” มอบให้ไว้สำหรับแก้ปัญหาในพื้นที่ ทั้ง “น้ำท่วม-น้ำแล้ง” ที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีมานาน

เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในอดีตพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรีมักต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งเป็นประจำแทบทุกปี เนื่องจากปริมาณน้ำจากลำห้วยโสมงที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติปางสีดาและอุทยานแห่งชาติทับลานมีเป็นจำนวนมาก จึงก่อให้เกิดน้ำท่วมในฤดูฝน เมื่อเข้าสู่หน้าแล้งน้ำจำนวนมากก็จะแห้งหายไป เนื่องจากไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ ตามมาด้วยปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำและน้ำเน่าเสีย “บางปีถึงขนาดไม่สามารถผลิตน้ำประปาให้กับชุมชนได้” เพราะไม่มีน้ำผลักดันน้ำเค็มและเสียออกทะเล

เฉลิมเกียรติ เล่าต่อไปว่า กระทั่งในปี 2521 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัสครั้งแรกเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา โดยให้กรมชลประทานไปพิจารณาวางโครงการอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำพระปรงอ่างเก็บน้ำห้วยยาง และอ่างเก็บน้ำห้วยโสมง อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่อุทยานปางสีดาและทับลาน ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่โครงการถูกประกาศเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ทำให้ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ

กระทั่งเดือนส.ค. 2552 เมื่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกไม่ขัดข้องหากจะดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ และต่อมาในเดือนต.ค. ปีเดียวกัน คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นได้อนุมัติโครงการ การก่อสร้างจึงเริ่มขึ้น ส่วนชื่อ “อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา” ก็เป็นชื่อที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชทานในปี 2559 โดยอ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีลักษณะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เขื่อนสูง 32.75 เมตร กว้าง 9 เมตร ยาว 3,967.51 เมตร เก็บกักน้ำได้ 295 ล้านลูกบาศก์เมตร

รองอธิบดีกรมชลประทาน เผยว่า ขณะนี้งานก่อสร้างตัวเขื่อนและอาคารประกอบได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงแต่งานก่อสร้างระบบชลประทานฝั่งซ้าย ประกอบด้วย คลองส่งน้ำสายใหญ่ ความยาว 46.968 กิโลเมตร คลองส่งน้ำสอยรวม 37 สาย ความยาวประมาณ 139.710 กิโลเมตร และคลองระบายน้ำยาวรวม 44.100 กิโลเมตร ส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทาน 94,800 ไร่ ในเขต ต.แก่งดินสอ อ.นาดี ต.บ้านนา ต.บ่อทอง ต.เมืองเก่า และเทศบาลตำบลกบินทร์บุรี อ.บินทร์บุรี

นอกจากนี้ยังมีงานก่อสร้างระบบชลประทานฝั่งขวา ประกอบด้วย คลองส่งน้ำสายใหญ่ ยาว 14.569 กิโลเมตร คลองส่งน้ำสายซอย 9 สาย ความยาวรวม 19.346 กิโลเมตร คลองระบายน้ำความยาวรวม 8.950 กิโลเมตร ส่งน้ำในพื้นที่ชลประทาน 16,500 ไร่ ในเขต ต.แก่งดินสอ อ.นาดี โดยงานก่อสร้างทั้งหมดมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2563 อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่เมื่อฤดูฝนปี 2559 ที่ผ่านมา อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ได้ช่วยบรรเทาผลกระทบเหตุน้ำท่วมย่านตลาดเก่ากบินทร์บุรี รวมทั้งพื้นที่เศรษฐกิจในเขต อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ และอ.เมือง

“หลังการดำเนินการสร้างเสร็จสมบูรณ์ จะทำให้สามารถขยายพื้นที่ชลประทานในเขต อำเภอนาดี และอำเภอกบินทร์บุรี ได้ถึง 111,300 ไร่ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน และปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง รวมทั้งช่วยรักษาระบบนิเวศน์ ผลักดันน้ำเค็ม น้ำเน่าเสีย ในแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกง” รองอธิบดีกรมชลประทาน ระบุ

ขณะที่ สุชาติ ธนะพฤกษ์ เจ้าของสวนนายแป๊ะ กล่าวว่า ในอดีตตนเคยปลูกมะนาว แต่เกิดปัญหาน้ำแล้งในฤดูร้อน และปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน จึงเปลี่ยนไปปลูกพืชไม้ผลที่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งช่วงเริ่มต้นก็ยังมีปัญหาน้ำในหน้าแล้งไม่เพียงพอ ทำให้ต้องปรับวิธีการผลิตให้เข้ากับปริมาณน้ำที่มีอย่างจำกัดจากธรรมชาติ จนวันนี้เมื่ออ่างเก็บน้ำสร้างเสร็จแล้ว ทำให้สามารถผลิตไม้ผลคุณภาพดีได้ โดยตนมีแผนที่จะฟื้นการประมงขึ้นมาใหม่ เนื่องจากไม่มีปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นอย่างที่ผ่านมา

ด้าน ภานุมาศ สามสีเนียม เจ้าหน้าที่อาวุโส หัวหน้าโครงการห้วยโสมง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวเสริมว่า อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดายังส่งผลดีต่ออุทยานแห่งชาติทับลานและปางสีดา เพราะด้วยเขื่อนที่ยาวถึง 4 กิโลเมตร ผนวกกับมีภูเขาล้อมรอบ จึงมีสภาพเหมือน “ป้อมปราการ” ป้องกันการบุกรุกป่า อีกทั้งยังเป็น “แหล่งน้ำ” ให้กับสัตว์ป่าในพื้นที่ ซึ่งหลังจากเริ่มมีการกักเก็บน้ำเมื่อเดือนส.ค. 2559 พบทั้งช้าง กระทิง หรือแม้แต่สัตว์หายากอย่าง “นกอ้ายงั่ว” มาอยู่ใกล้ๆ อ่างเก็บน้ำ ชี้ให้เห็นว่ามีความอุดมสมบูรณ์เกิดขึ้น

“สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การสนับสนุนอาชีพให้แก่ประชาชนรอบโครงการ เช่น การมอบปัจจัยการผลิตทั้งด้านพืช ด้านปศุสัตว์ และประมง ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับชาวบ้าน เพื่อกำหนดกติกาหมู่บ้านและข้อบังคับผู้ทำการประมงในอ่างเก็บน้ำ เพื่อเป็นการควบคุมและจัดระเบียบการทำการประมงไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเขตพื้นที่อุทยานโดยรอบ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตให้กับชาวบ้านควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมให้พื้นที่ให้เกิดความสมบูรณ์และยั่งยืน” เจ้าหน้าที่อาวุโส หัวหน้าโครงการห้วยโสมง กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพทย์เผย‘ขนส่ง-ตำรวจ’จ่อห้ามผู้ป่วย4โรคขับรถ

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307086

แพทย์เผย‘ขนส่ง-ตำรวจ’จ่อห้ามผู้ป่วย4โรคขับรถ

แพทย์เผย‘ขนส่ง-ตำรวจ’จ่อห้ามผู้ป่วย4โรคขับรถ

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 20.23 น.

4 ธ.ค.60 จากกรณีที่นายอัครเดช อุดมรัตน์ อายุ 44 ปี ขับรถกระบะยี่ห้ออีซุซุ รุ่นดีแม็ก สีดำ ทะเบียน ผค 43 ชลบุรี ไปเกิดอุบัติเหตุพุ่งชนจักรยานยนต์หลายคันจนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 15 ราย บนถนนเส้นพัทยาใต้ บริเวณหน้าตึกคอมพัทยา ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อเช้าวันที่ 4 ธ.ค. 2560 โดยที่ผลตรวจเบื้องต้นพบว่านายอัครเดช ไม่ได้ดื่มสุราก่อนขับรถเนื่องจากไม่พบแอลกอฮอล์ในเลือด แต่ผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่าสาเหตุมาจากตนมีอาการโรคลมชัก ก่อนหน้านี้เคยเข้ารับการรักษาที่ รพ.กรุงเทพพัทยา นอกจากนี้ยังยอมรับว่าเคยใช้สารเสพติดมาก่อนนั้น

ในวันเดียวกัน นพ.อุดม ภู่วโรดม ผอ.สถาบันประสาทวิทยา อธิบายถึงโรคลมชัก ว่า โรคลมชัก เป็นความผิดปกติทางสมอง ซึ่งมีตั้งแต่สมองอาจมีก้อนเนื้อ หรือสมองได้รับบาดเจ็บ หลอดเลือดสมองผิดปกติ ผู้ป่วยสามารถแสดงอาการชักได้โดยไม่มีสัญญาณล่วงหน้า  และไม่มีระยะเวลาเรื่องอายุในการสิ้นสุดพฤติกรรมการเกิดลมชัก สามารถเป็นได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ

“อันตรายของโรคลมชัก สามารถเกิดได้ทั้งกับตนเองและคนรอบข้าง โดยอาการชักจะเกิดขึ้นเพียงแค่ 2-5 นาที แต่ในช่วงเวลานี้จะเกิดอันตรายมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม หากมีอาการชักตามลำพัง จะทำให้เกิดอันตรายแก่ตัวเอง เช่น ล้มหัวฟาดพิ้นได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนรอบข้างอาจได้รับผลกระทบ หากผู้ที่มีอาการกำลังขับขี่ยานพาหนะอยู่ ก็อาจได้รับอันตรายได้” นพ.อุดม กล่าว

ผอ.สถาบันประสาทวิทยา อธิบายต่อไปว่า โรคลมชัก ถือว่า เป็นโรคที่ต้องรับประทานยากันชักต่อเนื่อง และห้ามขับขี่ยานพาหนะจนกว่าจะไม่แสดงอาการตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นไป สำหรับการช่วยผู้ที่เกิดอาการชัก ไม่ควรทำการ งัด ง้าง ถาง กด ผู้ป่วยเด็ดขาด  ควรจับให้นอนท่าตะแคง และช่วยเหลืออยู่ห่างๆ เพื่อไม่ให้ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนจากสิ่งของ  ส่วนจะรู้หรือไม่ว่า คนขับขี่ที่ก่อเหตุที่พัทยาป่วยเป็นโรคลมชักหรือไม่ สามารถหาหลักฐานได้ทางการแพทย์ เนื่องจากผู้ป่วยโรคลมชักต้องมีประวัติการรักษา

ขณะที่ นพ.ดิเรก ขำแป้น ผอ.สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โดยปกติแล้วมีอาการ 9 อย่าง ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้หากขับขี่ยานพาหนะ ประกอบด้วย  1.โรคทางสายตา คนที่มีปัญหาอาจทำให้การมองเห็นเป็นไปอย่างลำบาก 2.อาการทางสมอง บางคนอาจเป็นไม่มาก แต่หากมีการหลงลืมเส้นทาง ก็อาจได้รับอันตราย  และอาจมีผลต่อการตัดสินใจ เนื่องจากไม่มีสมาธิ

3.โรคหลอดเลือดสมอง มีปัญหาต่อกำลังแขนขาทำให้อ่อนแรง 4.โรคพาร์กินสัน การสั่นตลอดเวลา มีผลการขับขี่  5.ลมชัก หากเกิดอาการจะควบคุมร่างกายไม่ได้ ทำให้สูญเสียการควบคุมรถยนต์ 6.โรคไขข้อเสื่อม มีผลทำให้นั่งรถนานไม่ได้  7. โรคหัวใจ ทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอก หากเกิดความเครียดจากการขับรถก็ส่งผลเกิดอันตรายได้ เช่น หมดสติ 8. เบาหวานชนิดที่ต้องฉีดอินซูลิน เพราะง่ายต่อการหมดสติ หากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ 9.การรับประทานยาบางชนิด ที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม

นอกจากนี้ นพ.ดิเรก ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกและตำรวจ เตรียมยกร่าง  การจัดทำใบอนุญาตขับขี่ใหม่ ในผู้ใช้รถใช้ถนนใหม่ โดย 4 โรคที่อาจไม่ได้รับอนุญาตให้ขับขี่ยานพาหนะ ประกอบด้วย โรคลมชัก , การผ่าตัดสมอง, โรคหัวใจและโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลิน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน เพราะได้รับอันตรายกับตัวเองจากโรค ทั้งการหมดสติ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือ อาจก่ออันตรายกับผู้อื่น

“ในการขับขี่จำต้องใช้ประสาทสัมผัสหลายอย่าง ทั้งสติ กำลังแขนขา การตัดสินใจ หากร่างกายไม่พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ก็จะได้รับอันตรายได้” นพ.ดิเรก ระบุ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปลุกผีแดงฮาร์ดคอร์ คสช.พลิกแฟ้มคดีอาวุธสงครามจับคนเก่ามาเล่าใหม่

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307073

ปลุกผีแดงฮาร์ดคอร์ คสช.พลิกแฟ้มคดีอาวุธสงครามจับคนเก่ามาเล่าใหม่

ปลุกผีแดงฮาร์ดคอร์ คสช.พลิกแฟ้มคดีอาวุธสงครามจับคนเก่ามาเล่าใหม่

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 19.38 น.

ปฏิบัติการ “แหวกคลอง ลุยหนองน้ำ”…

ยึดอาวุธสงครามซึ่งมีจำนวนที่เรียกได้ว่าเข้าขั้น “คลังแสง” ในพื้นที่ “เมืองแปดริ้ว”อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา กลายเป็นประเด็นที่ “ต้อง…ห้ามพลาด” เพราะตัวละครที่ถูก“โยงใย” ล้วนไม่ธรรมดาเสียแล้ว จากเดิมที่ข่าวช่วงแรกมีเพียง “โกตี๋” นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ ที่ยึดบทบาท “พระเอกเดี่ยว” เพียงคนเดียว ซึ่งปัจจุบันก็ไม่รู้ว่า ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือไม่

กระทั่ง 4 ธ.ค.60 มีการเปิด “ตัวละครใหม่” อย่าง “วัฒนา ทรัพย์วิเชียร” ออกมา ภายหลังเขาเดินทางเข้ามอบตัวเมื่อเย็นวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ทหารนำตัวมาควบคุมไว้ในมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11 ) ตามมาตรา 44(ม.44) ฐานความผิดมีอาวุธสงครามในครอบครอง

จากนั้นก็ปรากฏ “ตัวละคร” ออกมาอีกหลายตัว ซึ่งล้วนมีเส้นสายเครือข่าย “โยงใย” เชื่อมถึงกันเป็นทอดๆ

ตามรายงานข่าว ระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา “พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ”หัวหน้าส่วนปฏิบัติการฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบและแห่งชาติ(คสช.) เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีในฐานความผิดร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในครอบครองและความผิดฐานอั้งยี่ซ่องโจร กับ “5 แดงฮาร์ดคอร์” ประกอบด้วย

1.นายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร

2.นายชัยวัฒน์ ผลโพธิ์ หรือ “เปี๊ยก กาละแม”

3.นายสมเจตน์ คงวัฒนะ หรือ “สน”

4.นายมนัส หรือ “พล.ท.มนัส เปาริก” หรือ “เสธ.หยอย” อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งพัวพันกับกลุ่มเสื้อแดง

5.นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่ม นปช.หรือคนเสื้อแดง

ส่วนอาวุธสงครามจำนวนมากในพื้นที่ “เมืองแปดริ้ว” พบว่าเป็นอาวุธที่บุคคลเหล่านี้ส่งมอบให้กับผู้ก่อเหตุวุ่นวายในช่วงปี 2557 และมีความเกี่ยวพันกับอาวุธเหล่านี้ โดย “จักรภพ-เสธ.หยอย”เคยถูกออกหมายจับในคดีเกี่ยวข้องอาวุธสงครามในช่วงการชุมนุมทางการเมืองปี 2557 มาแล้ว

“พล.ท.มนัส” ปัจจุบันอายุ 68 ปี เป็นอดีตรองแม่ทัพภาค 3 เคยตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2557 ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงคราม ที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย

เขาเดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบ.ตร.(ในขณะนั้น) พร้อมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อต่อสู้คดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 ก.ค.2557 ภายหลัง พล.ท.มนัส ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 2 แสนบาท เพื่อขอประกันตัวออกไปในชั้นสอบสวน และได้รับอนุญาตให้ประกันตัวด้วยเหตุผล ความจำเป็นเกี่ยวกับปัญหา “สุขภาพ”

ในขณะนั้น พล.ท.มนัส ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเชื่อมโยงกับคดีการจับกุมอาวุธสงครามรายสำคัญในพื้นที่ต่างๆ รวม 46 คดี มีการยึดอาวุธสงครามและยุทธภัณฑ์ไว้ได้เป็นจำนวนมาก พร้อมกับยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็น “หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธชายชุดดำ” 

อย่างไรก็ตาม คดีเมื่อปี 2557 มีการออกหมายจับผู้ต้องหา 13 ราย ได้แก่ พล.ท.มนัส เปาริก หรือเสธ.หยอย , นายจักรภพ เพ็ญแข , นายจักรินทร์ เรืองศักดิ์วิชิต , นายกฤษณะ ทัพไทย หรือสยาม , นายชัยวัฒน์ ผลโพธิ์ หรือเปี๊ยก , นายวัฒนา หรือศิวะ ทรัพย์วิเชียร หรือศิวะ , นายพีรพงษ์ สินธุสนธิชาติ , จ.ส.อ.ภคภูมิ โกศินานนท์ หรือ “จ่าโก” , นายสมเจตน์ คงวัฒนะ , นายจิราวัฒน์ อรชุนกะ , นายอัคคี ไม่ทราบนามสกุล และชายไม่ทราบชื่ออีก 2 คน

ผู้ต้องหาถูกจับกุมแล้ว 3 ราย คือ จ.ส.อ.ภคภูมิ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมพร้อมอาวุธสงครามหลายรายการในพื้นที่ย่านคลอง 6 จ.ปทุมธานี , นายสมเจตน์ และนายจิราวัฒน์

ไล่เรียงตรวจสอบความเชื่อมโยงของ “ขบวนการ” ดังกล่าว พบว่า ทุกคนล้วน “เชื่อมโยง”ถึงกัน…

ข้อมูลจาก “สายลับแดงแปรพักตร์” ระบุว่า ที่มาของ “อาวุธ” ดังกล่าวที่ตรวจยึดได้ที่ “แปดริ้ว” มีความเชื่อมโยงกับปี 2557 โดยเมื่อครั้งนั้นเดือน มิ.ย.2557 ทหาร-ตำรวจ ได้บุกตรวจค้นบ้านของ “วัฒนา ทรัพย์วิเชียร” ซึ่งเป็นคนสนิทของ “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ที่ ต.สิงหนาท อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา

เมื่อตรวจค้นบริเวณโดยรอบบ้าน “คันคลอง-หัวคันนา” เนื้อที่กว่า 60 ไร่ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนสงคราม พร้อมกระสุนอีกจำนวน 30 นัด , ตรวจค้นต่อลงงมค้นหาภายในคลองส่งน้ำรอบบ้าน ความลึกประมาณ 2 เมตร พบลูกระเบิดชนิดขว้าง RDG-5 อีกจำนวน 11 ลูก กระสุนเอ็ม 79 จำนวน 16 นัด แผ่นเกราะกันกระสุน จำนวน 2 แผ่น มีร่องรอยถูกยิง ด้วยอาวุธปืน จำนวน 1 นัด

“วัฒนา” สารภาพว่ารับอาวุธมาจาก “สมเจตน์ คงวัฒนา” หรือสน ผู้ต้องหาเครือข่ายอาวุธสงคราม วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกจับกุมตัวได้ไปแล้ว โดยวัฒนานำอาวุธส่วนหนึ่งไปฝั่งไว้ที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา

อีกส่วนหนึ่งนำไปมอบให้นายชัยวัฒน์ กาละแม หรือ “เปี๊ยก” เพื่อเอาไปก่อเหตุโจมตีช่วงที่มีการชุมนุมของ “กลุ่ม กปปส.” เมื่อปี 2557

ที่สำคัญ…..ยังเป็นที่รู้กันว่า “วัฒนา” เป็นคนสนิทของ “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และเขายังเป็นเจ้าของ “บ่อดิน” ที่ จ.ฉะเชิงเทรา อีกด้วย

ต่อมาปี 2558 เกิดเหตุปาระเบิด RGD-5 ใส่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพ ซึ่งเจ้าหน้าที่พอจะมี “เค้าลาง” ผู้ก่อเหตุอยู่ในมือแล้ว

“หน่วยพิเศษ” จึงแบ่งกำลังหลายสาย บุกคนหลายจุด “สายแรก” บุกตะลุยตรวจค้นที่อาพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ ถ.ลำลูกกา ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ที่พักของ “ยุทธนา เย็นภิญโญ” หรือฉายา “องค์ดำ” พบอาวุธมีดสปาต้า , เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง , สมุดบันทึกซึ่งมีรายชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์สมาชิกผู้ร่วมวางแผน “เผาเมือง” หลายราย

อีกเป้าหมายสำคัญ ซึ่งกลายมาเป็น “หลักฐาน” เชื่อมโยงกับการตรวจยึดอาวุธสงครามที่“แปดริ้ว” นั่นคือการบุกเข้าตรวจค้นหมู่บ้านแห่งหนึ่งบน ถ.ไทยรามัญ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ พบ “ระเบิด RGD-5” ที่ใช้ก่อเหตุป่วนเมือง โดยกองกำลังที่ถูกอ้างว่าผ่านการฝึกฝนจาก…

“เสธ.ทหาร” คนดัง!!!

นอกจากนี้ เลขล็อต 57 ที่ “กระเดื่องระเบิด” ยังตรงกับที่ตรวจยึดได้เมื่อช่วง มิ.ย.2557 ที่บ้านของ “วัฒนา” และตรงกับของ “กิตติพงษ์ จันทร์ชุ่ม” ที่ถูกจับวันที่ 19 มิ.ย.2557 แถวถนนประเสริฐมนูกิจ เขตลาดพร้าว

ปฏิบัติการทลาย “คลังแสง…แปดริ้ว” จึงคล้ายกับเหตุการณ์เมื่อปี 2557 เพราะครั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างออกหมายจับบุคคลเกี่ยวข้องจำนวนมาก ไม่ต่างจากครั้งเมื่อปี 2557 ที่มีผู้ถูกออกหมายจับไม่น้อย

ที่สำคัญ คือ “เสธ.หยอย” และ “จักรภพ” โดยเฉพาะ “พล.ท.มนัส” จึงแยกไม่ออกจาก“แดงฮาร์ดคอร์”!!!  

ในส่วนของ “เสธ.หยอย” นั้น เมื่อปี 2557 ถูกศาลทหารออกหมายจับในข้อกล่าวหาร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ที่ใช้เฉพาะในราชการสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งการออกหมายจับครั้งนั้นถือว่าน่าสนใจ เพราะ“เสธ.หยอย” ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะนอกจากเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่แล้ว

ใครๆก็รู้ว่าเขาคือนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 (ตท.10) รุ่นเดียวกับ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และมีความสัมพันธ์ในระดับพิเศษ ถือเป็น “แขนและขา” ที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ

ที่ผ่านมาเขาผู้นี้มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวและปฏิบัติการในทาง “ลับ” จนมีอีกฉายาหนึ่งว่า “กุนซือผมขาว”

ก่อนที่ “พล.ท.มนัส” จะถูกศาลทหารออกหมายจับ คสช. เคยมีคำสั่งให้ พล.ท.มนัส ไปรายงานตัวเมื่อวันที่ 23 พ.ค.2557 และได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 28 พ.ค.2557 ซึ่งถือเป็นคนแรกๆที่“คสช.” มีคำสั่งให้ไปรายงานตัว

นอกจากนี้ หากย้อนหลังกลับไปในยุคที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุมการชุมนุมของ “คนเสื้อแดง” ซึ่งนำไปสู่การ “เผาบ้านเผาเมือง” ในปี 2553 ทาง “พล.ท.มนัส” ก็เคยถูก ศอฉ. กล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ “กองกำลังชุดดำ” ของคนเสื้อแดงมาแล้ว

เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้นำไปสู่การทำให้ “พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม” ต้องเสียชีวิต และนายทหารอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บล้มตาย

แต่ “เสธ.หยอย” ปฏิเสธ…

“ผมไม่ได้เป็นคนฝึกกองกำลังคนเสื้อแดง แต่ทาง ศอฉ. เคยกล่าวหาผมว่าผมจะทำหน้าที่แทน เสธ.แดง ตอนที่เขาถูกยิงตายไปแล้ว ผมไม่เกี่ยว คนเสื้อแดงเขาฝึกกันเอง มีการบอกต่อๆกันมาว่าจะต้องทำยังไง ในเน็ตหาอ่านได้ ต้องเอาเหล็กเสียบตีนตะขาบรถถัง น้ำมันเครื่องราดจุดไฟเผา ผมไม่ต้องสอนหรอก”

ครั้งนั้น ภายหลังศาลทหารออกหมายจับ พล.ท.มนัส ได้มีผู้คนออกมาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย

หนึ่ง…จะสามารถจับกุม พล.ท.มนัส มาลงโทษจริงได้หรือไม่

สอง…นอกจาก พล.ท.มนัส จะสามารถสืบสาวราวเรื่องไปถึง “นายใหญ่” ได้หรือไม่

ไม่ต่างจากการออกหมายจับในครั้งนี้ก็เช่นกัน…

เพราะตัวละครที่ถูกปล่อยออกมาล้วนแล้วแต่เป็น ”คนเก่า” ที่ถูกขุดขึ้นมา ”เล่าใหม่”

เพียงแต่ยังไม่รู้ว่า บทสรุปสุดท้ายจะจบลงอย่างไรเท่านั้นเอง

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เริ่มแล้ว!เทศกาลข้าวใหม่-ผลิตภัณฑ์แปรรูปของดีเมืองสุรินทร์

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307039

เริ่มแล้ว!เทศกาลข้าวใหม่-ผลิตภัณฑ์แปรรูปของดีเมืองสุรินทร์

เริ่มแล้ว!เทศกาลข้าวใหม่-ผลิตภัณฑ์แปรรูปของดีเมืองสุรินทร์

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.01 น.

4 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานเวทีตลาดเขียว องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลข้าวใหม่จังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2560 ซึ่งจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ภาคีทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมจัดงานเทศกาลข้าวใหม่ ประจำปี 2560 ขึ้น โดยกำหนดจัดพร้อมกันกับทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่ออนุรักษ์สืบสานประเพณี วัฒนธรรมฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ ประเพณีของชาวอีสานมิให้เสื่อมสูญ และส่งเสริมข้าวพันธุ์พื้นเมืองให้ทุกคนได้เห็นคุณค่า วัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับวีถีชีวิตและผลผลิตของชาวนา โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดีและที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสุรินทร์ ให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษารับรู้และร่วมกันอนุรักษ์ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การจัดแสดงนิทรรศการพันธุกรรมพืช สืบสานวัฒนธรรม วิถีชีวิตชาวนา และเผยแพร่พันธุ์ข้าวไทย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมฟื้นฟู สร้างความสำนึกและเห็นคุณค่าข้าวไทย เช่น การสาธิตและแสดงภูมิปัญญาและเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำนาของเกษตรกรชาวนา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  การจำหน่ายข้าวใหม่ของฤดูกาลผลิตปี 2560 สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวแก่ประชาชนในราคาถูก ซึ่งนอกจากจะร่วมกันส่งเสริมคุณค่าและความภูมิใจข้าวพื้นเมืองของชาวนาสุรินทร์แล้ว ยังสามารถเลือกซื้อข้าวใหม่ในราคาถูกเพื่อนำไปจัดเป็นของขวัญล้ำค่า มอบให้กับบุคคลที่รักในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 นี้อีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนพิดโลกไม่กลัวอด! ‘ข้าวแกง333ปี’ ฝีมือแม่ครัวระดับตำนาน จาน20บ. คนจนกินฟรี

Posted on August 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/307015

คนพิดโลกไม่กลัวอด! 'ข้าวแกง333ปี' ฝีมือแม่ครัวระดับตำนาน จาน20บ. คนจนกินฟรี

คนพิดโลกไม่กลัวอด! ‘ข้าวแกง333ปี’ ฝีมือแม่ครัวระดับตำนาน จาน20บ. คนจนกินฟรี

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.21 น.

4 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดโพธิญาณ ริมแม่น้ำน่าน ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาอุดหนุนร้านขายข้าวแกง ที่ทางวัดเปิดขายเป็นประจำทุกวันในราคาถูก เพื่อหารายได้เข้าวัด โดยมีกลุ่มแม่บ้านผู้สูงอายุที่อายุใกล้ 100 ปี ได้ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นแม่ครัวจิตอาสา ซึ่งประกอบด้วย นางปราณี ชูชาติ อายุ 82 ปี นางจำเนียร จันทร์ลอย อายุ 83 ปี นางเฮียง ยิ่งยืน อายุ 86 ปี และนางสุดใจ ชาญณรงค์ อายุ 82 ปี หากนับอายุรวมกันแล้วมากถึง 333 ปี จนเป็นชื่อเรียกติดปากของร้านข้าวแกงแห่งนี้นั้นเอง แม่ครัวแต่ละคนถือว่าเป็นหัวเรือใหญ่ในการทำกับข้าวในแต่ละวัน เมนูอาหารที่จะทำหลากหลายรายการ อาทิ ผัดกะเพราหมูสับ ผัดแตงกวา ผัดถั่วฝักยาว แกงหมูใส่มะเขือ ก๋วยจั๊บน้ำข้น เป็นต้น จำหน่ายกันในราคาเพียงชามละ 20 บาทเท่านั้น เมื่อกินอิ่มแล้วยังมีกล้วยแถมให้กินฟรีๆ กินกี่ลูกก็ได้จนกว่าจะอิ่ม ถือว่าคุ้มค่าเกินราคาแน่นอน

ทั้งนี้เพื่อสงเคราะห์ให้แก่ผู้ที่มีรายได้น้อยได้รับประทานอาหารในราคาถูก บางรายเป็นคนยากจนก็จะให้กินฟรีๆโดยไม่คิดเงิน หากใครจะจ่ายเป็นค่าข้าวแกงก็จะนำเงินไปหยอดลงในตู้รับบริจาค ส่วนผลกำไรที่เหลือนั้น ทางวัดจะนำมาบูรณะพัฒนาศาสนสถานภายในวัดโพธิญาณ และยังเก็บไว้เป็นกองทุนเพื่อซื้อข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อแจกให้แก่ผู้สูงอายุและผู้ยากไร้ในทุกๆปี

พระพระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณ กล่าวว่า ร้านข้าวแกง 333 ปี เริ่มเปิดให้บริการแก่ญาติโยมตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา จวบจนปัจจุบันนับเป็นเวลาถึง 5 เดือนแล้ว ทางวัดตั้งใจเปิดร้านข้าวแกงในราคาถูกให้แก่ผู้ที่มีรายได้น้อย หรือผู้ที่มาทำบุญที่วัดได้รับประทานกับข้าวที่สดใหม่ ไม่ได้หวังผลเอากำไร โดยมีจิตอาสาเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ละแวกวัดมาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมกลุ่มกันทำกับข้าวตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ละคนจะมีหน้าที่แตกต่างกันไปตามความสามารถ เช่น ผัด แกง ต้ม ทอด ซึ่งถือว่าแต่ละคนเป็นผู้ที่มีฝีมือทางด้านการทำอาหาร หากไม่ได้มาทำกิจกรรมตรงนี้ผู้สูงอายุวัยชราส่วนใหญ่ก็จะอยู่บ้านตามลำพัง ลูก หลาน ออกไปทำงานกันหมดก็จะรู้สึกเหงา ถ้าออกมาพบปะพูดคุยกับคนวัยเดียวกันก็จะมีความสุข ได้คลายเครียด ได้เฮฮาตามประสาคนแก่ ส่งผลให้สุขภาพจิตดีและอายุยืนยาวตามไปด้วย หากญาติโยมคนใดสนใจอยากลิ้มลองรสชาติข้าวแกงคุณยาย 333 ปี ก็สามารถเดินทางมากันได้เป็นประจำทุกวันที่วัดโพธิญาณ.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,891,280 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

แนวหน้าวาทะเด็ด
กรมการพัฒนาชุมชนติวเข้มผู้ประกอบการ OTOP รุ่นใหม่ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล
รบ.ทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมัน ดีเซลอั้นไม่อยู่ สั่งตรึงเพดานไม่เกิน33บาท
ขุดมันขึ้นมาฝัง! อัษฎางค์ เตือน อนุทิน ระวังตกม้าตาย เพราะประธานสภา
เทพไทลั่น!โหวตนายกฯ 19 มี.ค. อนุทินนอนมา ถ้าเพื่อไทยไม่เล่นแง่
อิหร่านยอมรับ ผบ.กองกำลัง “บาซิจ” ถูกอิสราเอลสังหารแล้ว
เซ็กซี่สวยสะดุ้ง'ไอซ์ ปรีชญา'ชูป้ายอวดหุ่นแซ่บในชุดชั้นในสีแดงซีทรู
กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง ททท. นำเสนอเอกลักษณ์ไทย ณ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว กรุงเบอร์ลิน พร้อมต่อยอดความร่วมมือในยุโรปและเอเชีย
คุณแหน : 18 มีนาคม 2569
ฟิลิปปินส์แจกเงินช่วยคนขับสามล้อ สู้วิกฤตราคาน้ำมันพุ่งจากสงคราม

Recent Posts

  • วิทยาลัยจีนแนะ นศ. “พักตำรา-หาความรัก” ช่วงวันหยุดฤดูใบไม้ผลิ หวังกระตุ้นยอดแต่งงาน
  • เกาหลีใต้บรรลุดีลนำเข้าน้ำมันดิบเร่งด่วนจากยูเออี อีก 18 ล้านบาร์เรล
  • ฝ่ายค้านมาเลเซียกังวลกระทบจุดยืนเป็นกลาง หลังเรือรบสหรัฐฯ เทียบท่า “ปีนัง”
  • ปธน.คิวบาประกาศกร้าว พร้อมต้านทานสุดกำลังหากสหรัฐฯ บุกยึดประเทศ
  • ฮอร์มุซเริ่มคลายล็อก? เรือเพิ่มเท่าตัว หลังอิหร่านเปิดทางให้บางประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d