Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เป็น’มะเร็ง’อย่ากลัว แม่ชีศันสนีย์เผยเคล็ด’ธรรมชาติ’ช่วยบำบัด

Posted on August 14, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/306134

เป็น'มะเร็ง'อย่ากลัว แม่ชีศันสนีย์เผยเคล็ด'ธรรมชาติ'ช่วยบำบัด

เป็น’มะเร็ง’อย่ากลัว แม่ชีศันสนีย์เผยเคล็ด’ธรรมชาติ’ช่วยบำบัด

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 19.45 น.

แม่ชีศันสนีย์ แห่งเสถียรธรรมสถาน เผยป่วยเป็นมะเร็งจริง แต่ได้รับการรักษากับแพทย์ศิริราชควบคู่กับธรรมชาติบำบัด จนผลการรักษาดีขึ้นมาก แนะอย่าเครียด เผยเตรียมทำหนังสือเป็นวิทยาทาน 

29 พ.ย.60 หลังจากที่เพจเฟซบุ๊ก “เสถียรธรรมสถาน Sathira Dhammasathan” ได้โพสต์แจ้งข่าวเมื่อวานนี้ (28 พ.ย.60)  ว่า แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ป่วยเป็นมะเร็งที่กระเพาะอาหาร หลังจากการตรวจ แม่ชีศันสนีย์ ได้รักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด โดยปฏิเสธการคีโมและผ่าตัด

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เปิดแถลงข่าวถึงอาการป่วยที่เสถียรธรรมสถาน โดยมีสื่อมวลชน และศิษยานุศิษย์เดินทางมาเป็นจำนวนมาก

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แถลงว่า ตนเองรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และเจ็บช่องท้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังกลับจากงานที่จังหวัดเพชรบุรี จึงได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งแพทย์ พบว่า เนื้อร้ายแพร่กระจายจำนวนมาก และพบก้อนเนื้อใหญ่ 2 ก้อน ขนาด 10 เซนติเมตร เบียดถุงน้ำดี ซึ่งเชื่อว่าเป็นมานานแล้ว และน่าจะระยะสุดท้าย ซึ่งแพทย์ไม่แนะนำให้ผ่าตัด แต่ให้ใช้วิธีรับการรักษาเช่นเดียวกับมะเร็งในเม็ดเลือดขาว

ทั้งนี้ หลังกลับจากพบแพทย์ ตนเองได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน การกินอยู่ การหลับนอนทุกอย่าง ก่อนหน้านี้ ใน 1 วันตนเองทานอาหารมื้อเดียว เพราะมีภารกิจมาก จึงหันมาดูแลตัวเอง โดยใช้วิธีธรรมชาติบำบัดควบคู่กันไป ทานผลไม้ ปรากฏว่า 1 เดือน น้ำหนักตัวลดลงไปกว่า 10 กิโลกรัม ซึ่งเป็นผลดีต่อตัวเอง เซลล์สร้างใหม่อย่างรวดเร็ว และเดือนมิถุนายนได้ไปตรวจอีกครั้ง ปรากฏว่าดีขึ้นมาก เวลาสองทุ่ม ต้องบังคับตัวเองให้หลับนอน ภาวนาไปเรื่อยๆ เพื่อให้เยียวยาร่างกาย ตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึง  4 ทุ่ม จึงจะหลับ

แม่ชีศันสนีย์ กล่าวอีกว่า จากก้อนเนื้อที่มีขนาด 10 เซนติเมตร พบเหลือ 3 เซนติเมตร และจาก 3 เซนติเมตรลดเหลือ 1 เซนติเมตร ในระยะเวลาเพียง 5 เดือน ล่าสุดหมอบอกว่า หลังจากทำเพทพีทีสแกน หรือ PET/CT Scan เพื่อตรวจหาก้อนเนื้อมะเร็งแล้วปรากฏว่า มันเล็กจนไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้อีก (non-active) ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าสนใจมาก ที่วิทยาศาสตร์และจิตบำบัดมาใช้รักษาร่วมกันจนเป็นผลที่น่าพอใจ

แม่ชีศันสนีย์ ระบุว่า สัปดาห์แรกตนเองต้องนอนพักติดเตียง เพื่อไม่ให้เลือดไหล หลังจากนั้น มาปรับการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ซึ่งก็เลือกที่จะทำงานเหมือนเป็นปกติ แต่เมื่อถึงเวลาพักผ่อนและกินอาหาร ก็ต้องทำให้ตรงเวลา และใครที่ทราบว่า ป่วยเป็นมะเร็งนั้น อย่าได้ไปกลัว ขอให้มีสติเพื่อใช้ชีวิตอย่างปกติ ที่สำคัญต้องคุยกับตัวเอง หรือภาวนาจิต ปรับสภาพการทำงานการกินอยู่ เพราะมะเร็งไม่ใช่เรื่องของกรรมเก่า แต่เป็นเรื่องของพฤติกรรมการใช้ชีวิต

“มะเร็ง คือโรคของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ อย่าไปกลัว เครียด คนรอบข้างก็เช่นกัน ต้องปรับเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้หมด เราควรจะคุยกับร่างกายให้มากกว่าส่งไลน์คุยกับคนอื่น”

ทั้งนี้ แม่ชีศันสนีย์ ระบุว่า ขณะนี้ ตนเองเก็บบันทึกการพูดคุยกับร่างกาย คุยกับแพทย์ โดยจะรวบรวมไว้เพื่อจะทำเป็นหนังสือไปให้ผู้ที่เป็นมะเร็ง ได้เป็นกำลังใจอีกทาง ซึ่งคาดว่า คงจะเป็นต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กูมีตังค์จ่าย!หนุ่มบิ๊กไบค์เมาโวยวาย ชูนิ้วกลางใส่ตำรวจ-ด่ากราดกลางแยก (ชมคลิป)

Posted on August 14, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/306110

กูมีตังค์จ่าย!หนุ่มบิ๊กไบค์เมาโวยวาย ชูนิ้วกลางใส่ตำรวจ-ด่ากราดกลางแยก (ชมคลิป)

กูมีตังค์จ่าย!หนุ่มบิ๊กไบค์เมาโวยวาย ชูนิ้วกลางใส่ตำรวจ-ด่ากราดกลางแยก (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 18.14 น.

29 พ.ย.60 โลกออนไลน์ได้แห่แชร์คลิปที่เพจเฟซบุ๊ก “Thailand Police Story” โดยเป็นเหตุการณ์ขณะที่ชายคนหนึ่งขี่บิ๊กไบค์อยู่ในอาการเมา อาละวาดแจกกล้วย พร้อมด่าทอตำรวจ แสดงความไม่พอใจด้วยการเบิ้ลรถเสียงดัง ก่อนจะลงจากรถแล้วบุกเข้ามาที่ป้อมตำรวจ พร้อมกับพูดว่า “อยากจะปรับก็ปรับ ปรับเลย ไม่ซีเรียส กูมีตังค์จ่าย”

จากนั้น หนุ่มคนดังกล่าวได้โทรศัพท์หาบุคคลหนึ่งบอกว่าตนเองนั้นถูกตำรวจจับโดยบอกว่า “ไอ้ตำรวจกรวย มันจับผมพี่ ผมไม่ได้ใส่หมวก และก็กินเหล้าด้วยพี่” แล้วคลิปก็ตัดจบไป

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจครั้งแรก! กับแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวไก่มะระสุดเซ็กซี่ (ชมคลิป)

Posted on August 14, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/306021

เปิดใจครั้งแรก! กับแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวไก่มะระสุดเซ็กซี่ (ชมคลิป)

เปิดใจครั้งแรก! กับแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวไก่มะระสุดเซ็กซี่ (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.46 น.

29 พ.ย. 60 เป็นข่าวในโซเซียลยังไม่เสน็ดน้ำ สำหรับสาวสวยหุ่นอย่างกับนางแบบที่จังหวัดอุดรธานี  จับตะหลิว และทัพพีลวกเส้นช่วยแม่ขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระที่อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี รสชาติแซบเวอร์ เจ้าตัวเปิดใจครั้งแรก หนูไม่อายใจที่ทำมาหากินสุจริต ที่ไม่คิดขายตัวอย่างที่โซเซียลว่ากันไว้

นับเป็นแบบอย่างที่ดีกับสาวๆ อีกหลายคน อย่างที่จังหวัดอุดรธานีสาวสวยหน้าตาและหุ่นอย่างกับนางแบบไม่อายทำกิน ไม่หมิ่นเงินน้อย จับตะหลิวและทัพพีลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวขายช่วยแม่ตั้งแต่เช้าจรดเย็น รสชาติบอกได้คำเดียวว่าแซบเวอร์ โดยเจ้าตัวเปิดใจครั้งแรกรู้สึกภูมิใจที่ทำอาชีพสุจริตขายก๋วยเตี๋ยวก็รวยได้ขอให้ตั้งใจทำในสิ่งที่ตนเองชอบ

โดยวันนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 222 หมู่ 1 บ้านนาคำ ต.นาคำ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระที่มีลักษณะร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระกะลา ตั้งแต่ร้านก็มีการตกแต่งที่โดดเด่น มีรูปปั้นไก่ตัวใหญ่ 2 ตัวอยู่ร้าน ร้านดูสะอาดสะอ้าน ส่วนชามก๋วยเตี๋ยวก็เป็นกะลามะพร้าว ราคาธรรมดา 40 บาท พิเศษ 50 บาท ส่วนแก้วน้ำก็ใช้กระบอกไม้ไผ่ และที่ห้องน้ำก็ตกแต่งด้วยไม้ไผ่ตีฝาห้องน้ำและหลังคาปูทับด้วยหญ้าคา

และที่พิเศษกว่านั้นคือคือเจ้าของร้านนั้น เป็นหญิงสาวสวยหน้าตาและหุ่นนางแบบเสียด้วย ทราบชื่อคือน้องแพรววา วินันท์วราพล อายุ 24 ปี เจ้าของร้านหน้าตาสดใสยิ้มแย้มแจ่มใส นอกจากนี้ยังมีน้องเหมย หรือน.ส.ภัทร์พิชาภา วินันท์วราพล อายุ 29 ปี พี่สาวมาช่วยกันขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระและอาหารตามสั่งอย่างขยันขันแข็ง โดยมีคุณแม่คือนางพิมพ์ภัทรา คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ

น้องแพรววา เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ปกติก็ไม่ได้แต่งตัวหวือหวาอะไรแต่วันนั้นพี่ๆ ให้ลองแต่งตัวเซ็กซี่และพี่เขาก็ถ่ายไปลงโซเซียล โดยบอกว่าเป็นการเรียกลูกค้าอีกรูปแบบหนึ่ง หลังจากลงไปก็มีกระแสตอบกลับมาหลายอย่าง ทั้งแต่งตัวเกินไปหรือเหมือนผู้หญิงขายตัว แต่สำหรับตนเองแล้วไม่คิดอย่างนั้นเพราะปกติก็จะแต่งตัวเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดาอยู่แล้ว

ส่วนที่ใครจะมองอย่างไรนั้นตนคิดว่ามีอาชีพสุจริต ไม่คิดขายตัวแน่นอน ตนมองว่าทำอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวช่วยแม่ก็พออยู่ได้ ไม่อายทำกิน ไม่หมิ่นเงินน้อย ขอให้ทำในสิ่งที่ตนเองรักและได้อยู่ใกล้ชิดแม่คือการขายก๋วยเตี๋ยวเท่านี้ก็พอใจแล้ว ตอนนี้ก็ช่วยกันเป็นครอบครัวกับพี่สาวและแม่ขายอาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ โดยเปิดบริการทุกวัน ที่บ้านนาคำ อ.บ้านดุง เส้นหลักจากอ.เพ็ญมาอ.บ้านดุง หรือหากใครมาคำชะโนดก็มาแวะทานได้ ร้านอยู่ติดถนนมีป้ายขนาดใหญ่บอกชัดเจน เปิดตั้งแต่ 08.00-17.00 น.ทุกวัน แต่หากลูกค้ามาวันไหนไม่เห็นน้องแพรววาแต่งตัวเซ็กซี่ขายก๋วยเตี๋ยวไม่ว่ากันนะค่ะเพราะปกติไม่ใส่อยู่แล้ว น้องแพรววาบอกทิ้งท้าย ส่วนเรื่องหัวใจนั้นตอนนี้มีคนจับจองเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

ส่วนนางพิมพ์ภัทรา วินันท์วราพล อายุ 49 ปี แม่ของแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว บอกว่า ขายก๋วยเตี๋ยวมาเกือบ 2 ปีแล้วตอนแรกก็ขายเฉพาะแม่ ต่อมาลูกสาวทั้งสองคนเรียนจบก็บอกว่าอยากมาช่วยแม่ แม่ก็บอกว่าทำไมไม่ไปหางานทำ ลูกเขาก็บอกจะได้อยู่ใกล้ชิดแม่และทำงานที่ตนเองรัก ส่วนที่ลูกสาวแต่งตัวเซ็กซี่ขายก๋วยเตี๋ยวก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่คิดอะไรส่วนใครที่ว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนั้นไม่เป็นไร รู้แต่ว่าลูกสาวรู้จักช่วยกันทำมาหากิน รู้สึกดีใจมาก

ขณะที่ผู้สื่อข่าวเข้าไปชิมแล้วปรากฏว่ารสชาติก๋วยเตี๋ยวไก่มะระของน้องแพรวารสชาติอร่อย เข้มข้นน่าไปลิ้มลอง หากใครผ่านไปเส้นทางบ้านสุ่มเส้าไปคำชะโนดหรืออ.บ้านดุง แวะทานได้ครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กลุ่มเด็กน้อยมานิน่าเอ็นดู เล่นสไลเดอร์ดินโคลนสนุกสนาน

Posted on August 14, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/306017

กลุ่มเด็กน้อยมานิน่าเอ็นดู เล่นสไลเดอร์ดินโคลนสนุกสนาน

กลุ่มเด็กน้อยมานิน่าเอ็นดู เล่นสไลเดอร์ดินโคลนสนุกสนาน

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.42 น.

29 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกชุกในช่วงนี้ได้สร้างบรรยากาศให้เด็กๆกลุ่มชาติพันธุ์มานิ ที่อาศัยตามแนวเทือกเขาบรรทัด ซึ่งอยู่ติดกับหมู่บ้านชาวบ้าน ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล ได้ลงมาเล่นน้ำฝนโดยใช้พื้นที่เนินดินสูงที่มีน้ำฝนไหลผ่าน ทำเป็นสไลด์เดอร์ไหลลื่นเล่นไปมากันอย่างสนุกสนาน

แม้เนื้อตัวจะเปอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนแต่เด็กๆก็ยังสนุกสนานกับสายฝนที่โปรยปรายมา สร้างความน่ารักน่าเอ็นดูแก่ชาวบ้านที่พบเห็นวิถีชีวิตของเด็กๆเหล่านี้

สำหรับกลุ่มชาติพันธ์มานิ พื้นที่ จ.สตูล อาศัยอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ไม่น้อยกว่า 50 คน หลายคนพักเป็นหลักแหล่งใกล้บริเวณน้ำตกวังสายทอง ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล อยู่ใกล้ชิดกับชาวบ้าน นำของป่ามาขาย สื่อสารกับชาวบ้านและให้ความรู้ข้อมูลวิถีชีวิตกับนักท่องเที่ยว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อาจารย์-จนท.ร้องลั่น! ตัวเงินตัวทองแอบซุกห้องน้ำมหาวิทยาลัยดัง

Posted on August 14, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/306005

อาจารย์-จนท.ร้องลั่น! ตัวเงินตัวทองแอบซุกห้องน้ำมหาวิทยาลัยดัง

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.10 น.

29 พ.ย. 60 เวลา 10.30 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือมีตัวเงินตัวทองหรือวรนุชเข้าไปภายในอาคาร 4 ตึกบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ส่วนวังจันทน์ ถ.วังจันทน์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อไปถึงพบว่าตัวเงินตัวทองได้วิ่งหลบหนีเข้าไปอยู่ในห้องน้ำชายชั้นล่าง โดยมีอาจารย์และเจ้าหน้าที่ยืนมุงดูอยู่ห่างๆ ด้วยความตื่นตกใจกลัว พร้อมกับปิดประตูขังตัวเงินตัวทองเอาไว้ในห้องน้ำเพื่อป้องกันการหลบหนี จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้ไม้ที่ทำเป็นบ่วงเพื่อคล้องตัว แต่ตัวเงินตัวทองสู้สุดฤทธิ์พยายามดิ้นสะบัดไม่ยอมให้จับได้ง่ายๆ สุดท้ายกู้ภัยต้องใช้ความชำนาญส่วนตัวเอามือเปล่าจับและเท้าเหยียบกดได้ในที่สุด ก่อนจะรีบนำเชือกมามัดปากและส่วนลำตัวกับขาอย่างแน่นหนาดิ้นไม่หลุด ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นตัวเงินตัวทองเพศเมีย ความยาวหัวจรดห่าง 1.50 เมตร อายุวัย 1-2 ปี น้ำหนักประมาณ 4 กก. ก่อนดำเนินการเอาไปปล่อยในป่ากลับคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

จากการสอบถาม นายคัมภีวัฒน์  คำถาเครือ อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่วิชาการห้องโสตทัศนศึกษา กล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจว่า ก่อนหน้านี้ตนเองกำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำ สังเกตเห็นว่ามีอาจารย์ผู้หญิงวิ่งกรีดร้องด้วยความตกใจกลัวผ่านหน้าห้องน้ำชาย แต่ตนเองก็ไม่ได้สนใจอะไรจึงรีบเดินไปทำธุระส่วนตัว ปรากฏว่าเมื่อเข้าไปในห้องน้ำก็พบกับตัวเงินตัวทองซุกตัวอยู่ใต้ชักโครก รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากจึงวิ่งออกมาแล้วปิดประตูห้องน้ำเอาไว้รอแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย คาดว่าตัวเงินตัวทองน่าจะมุดมาจากท่อระบายน้ำ หรืออาจจะปีนกำแพงรั้วเข้ามา เนื่องจากมหาวิทยาลัยอยู่ติดกับคูเมืองโบราณที่มีป่าและน้ำ  ส่วนอีกด้านติดกับแม่น้ำน่าน  ซึ่งอาจเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลื้อยคลานนานาชนิด  โดยก่อนหน้านี้เคยเจอตัวใหญ่กว่าตัวนี้ 4-5 เท่า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มป.โทวิศวะทิ้งเงินเดือน หันปลูกเห็ดโคนน้อยในตะกร้ากำไรงาม

Posted on August 14, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305959

หนุ่มป.โทวิศวะทิ้งเงินเดือน หันปลูกเห็ดโคนน้อยในตะกร้ากำไรงาม

หนุ่มป.โทวิศวะทิ้งเงินเดือน หันปลูกเห็ดโคนน้อยในตะกร้ากำไรงาม

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.07 น.

29 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฟาร์มปรเมศวร์เห็ดโคนน้อยกาฬสินธุ์  หมู่ 3 บ้านดงน้อย ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์  แหล่งเพาะเลี้ยงเห็ดโคนน้อย ส่งจำหน่ายตลาดแห่งแรกของจ.กาฬสินธุ์ นายปรเมศวร์ ศรีชัยเชิด วัย 37 ปี อดีตหนุ่มปริญญาโทวิศวะ ที่หลบหนีเมืองกรุงกลับมายังบ้านเกิดมาเป็นเจ้าของฟาร์มเห็ดโคนน้อย ใช้แรงงานในครัวเรือน 5 คน แต่มีรายได้หลักหมื่นต่อวัน โดยใช้พื้นที่เล็กๆบริเวณหลังบ้านบนเนื้อที่เกือบ 2 ไร่ พร้อมเปิดโอกาสให้กับผู้ในสนเข้ามาเรียนรู้วิธีการเพาะเห็ดโคนน้อยที่ลงทุนต่ำ รายได้สูงแก้ปัญหาทำนาขาดทุนเพราะราคารับซื้อข้าวตกต่ำ

นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ภายหลังเรียนจบใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานในสาขาอาชีพที่ตนเองเรียนจบมานานกว่าสิบปี กระทั่งเกิดจุดเปลี่ยนด้วยความมุ่งหวังที่จะเดินตามรอยเท้าพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ยึดหลักพอเพียง เหลือกินก็ขายเป็นรายได้คือความคิดในระยะแรก มีทั้งที่นาที่สวนและพื้นที่บริเวณบ้าน การเลือกทำนาส่วนหนึ่งเพื่อให้ได้ข้าวพอกินในครัวเรือน ส่วนฟางก็นำมาใช้ประโยชน์ในการเพาะเห็ดโคนน้อย ดูแล้วเหมาะสมและเป็นวิธีสร้างรายได้ได้จึงริ่เริ่มเรียนรู้ด้วยตนเอง มาศึกษาค้นหาจากหลายช่องทางจะทำการเกษตร จนได้รู้จักกับเห็ดโคนน้อย ก่อนจะสร้างอาณาจักรฟาร์มเห็ดโคนน้อยเป็นของตนเอง จากการเพาะเห็ดไว้รับประทานเองในครัวเรือน เห็ดเริ่มมีมากขึ้นเพราะดอกเห็ดออกทุกวันจึงเริ่มนำออกจำหน่าย ด้วยรสชาติหวาน หอม และนุ่ม จึงถูกใจคนชื่นชอบเห็ดอย่างมาก นอกจากนั้นยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ซึ่งตนมองว่าระยะเวลาเพียง 1 – 2 อาทิตย์ เงินที่ลงทุนได้คืนแล้วทั้งหมด แตกต่างจากการทำนาที่ใช้เวลานานลงทุนสูง ซึ่งเวลานี้ชาวนาเองก็ต้องปรับตัวเหมือนกับครอบครัวของตนเองที่เป็นชาวนา แต่ปรับเปลี่ยนวิธีคิดให้เหมาะสม

โรงเรือนถูกสร้างขึ้นมาแบบง่ายๆ จากวัสดุธรรมชาติที่หาได้ตามหัวไร่ปลายนา ขนาด 1.20 ม. X 5 ม. คลุมด้วยผ้าพลาสติกสีดำต้นทุนไม่ถึง 1,000 บาท ขณะทีก้อนฟางเพาะเห็ดโคนน้อยจะต้องผ่านการต้มในน้ำเดือด 5 นาที ก่อนพักทิ้งไว้ 1 คืน และมีคลุกผสมกับเชื้อเห็ดที่เตรียมไว้ ก้อนฟางเพาะเห็ดโคนน้อยขนาด 12 นิ้วX 45 ซม. หนา 20 ซม. เป็นสี่เหลี่ยมจะวางเรียงในโรงเรือนที่สร้างขึ้นผ้าพลาสติกสีดำคลุมไว้อย่างมิดชิดเป็นเวลา 3 วัน เมื่อเปิดดูจะมีใยสีขาวเกาะอยู่ให้ฉีดน้ำล้างออกจากนั้นคลุมไว้อีก 3-5 วัน ช่วงนี้เห็ดโคนน้อยจะเริ่มงอกขึ้นมาให้เฝ้าสังเกตและเริ่มเก็บเห็ดเป็นระยะๆ ปล่อยทิ้งข้ามวันไม่ได้เพราะเห็ดจะมีสีดำรับประทานไม่ได้ โดยจะสามารถเก็บผลผลิตเห็ดโคนน้อยต่อไปอีก 15 -20 วัน

นอกเหนือจากการขายดอกเห็ดสดๆ จากฟาร์มใน กก.ละ 140-150 แบบไม่ตัดขา และ กก.ละ 200 บาท ที่ตัดขาแล้ว ในความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนใคร ฟาร์มเห็ดปรเมศวร์ ยังสร้างตะกร้าเห็ดโคนน้อยพอเพียง เปิดขายบนโลกโซเชียลที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพียง 1 อาทิตย์ในการเปิดตลาดขาย ความแปลกใหม่ทันสมัยและย่อส่วนฟาร์มเห็ดให้ทุกคนเป็นเจ้าของได้อย่างง่ายดาย ออเดอร์ตะกร้าเห็ดโคนน้อยพอเพียง พุ่งสูงกว่า 100 ตะกร้าอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เรียกว่าสายฟ้าแลบแบบไม่ทันตั้งตัว

นายปรเมศวร์ ยังกล่าวว่า ตะกร้าเห็ดโคนน้อยพอเพียง ที่จัดส่งทั่วประเทศก็ไม่แตกต่างจากโรงเรือนที่เราสร้างขึ้น แตกต่างเพียงสามารถเคลื่อนที่ได้ไม่เปลืองพื้นที่ บริหารจัดการง่ายซึ่งราคาจำหน่ายตะกร้าเห็ดอยู่ที่ 200 บาท โดยจะได้เห็ดโคนน้อยไว้รับประทานเอง 15-20 วัน หรือได้เห็ดประมาณ 2 กก. ถ้าคิดเป็นมูลค่าก็ราวๆ 400 บาท โดยที่เจ้าของตะกร้าเห็ดที่ซื้อไปไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก และที่สำคัญวัสดุเหลือใช้ทั้งตะกร้าก็ยังนำมาใช้ประโยชน์อื่นๆได้อีก ส่วนฟางสามารถนำไปใส่ต้นไม้เป็นปุ๋ยธรรมชาติ โดยตอนนี้จากการลงทุนในหลักพันกลับได้เม็ดเงินกลับคืนมาในหลักหมื่น จึงคิดว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ จากนี้ก็เริ่มจะขยายฟาร์มและเพิ่มอัตรากำลังแรงงาน เพราะตอนนี้ทำกันแบบครอบครัวทำกันเล็กๆ มีพี่สาว น้องสาว พ่อและแม่คอยช่วย แต่เกรงว่าจะไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าที่มีออเดอร์สั่งมาทุกๆวัน

ทั้งนี้ ปรเมศวร์ฟาร์มยังเปิดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สำหรับผู้สนใจธุรกิจเช่นนี้เพราะลงทุนน้อยได้ผลตอบแทนเร็ว ขณะที่ยังเป็นตัวแทนในการจำหน่ายวัสดุและอุปกรณ์การเพาะเห็ดโคนในส่วนผู้สนใจอยากจะเพราะเห็ดโคนน้อยราคาสูงสู่ตลาด ที่ยังเป็นที่ต้องการอย่างมากในเวลานี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แปดริ้วรวมพลังสร้างฝายมีชีวิต น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

Posted on August 14, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305942

แปดริ้วรวมพลังสร้างฝายมีชีวิต น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

แปดริ้วรวมพลังสร้างฝายมีชีวิต น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 09.51 น.

แปดริ้วรวมพลังสร้างฝายมีชีวิต ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากสู่ชุมชนเข็มแข็ง น้อมนำหลักแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

29 พ.ย.60 นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.) ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า จ.ฉะเชิงเทรา ได้จัดกิจกรรมสานพลังประชารัฐ สร้างฝายมีชีวิต รักษ์น้ำ รักป่า ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากสู่ชุมชนเข็มแข็ง น้อมนำหลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้เชิญพระอาจารย์มหาสุภาพ พุทธวิริโย เจ้าอาวาสวัดป่านาคำ ต.จุมจัง อ.กุฉินาราย์ จ.กาฬสินธุ์ มาบรรยายแนวคิด แนวทางการพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทรา สร้างสมดุลระหว่างป่า แหล่งน้ำ ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาก้าวสู้ EEC

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าว ทาง จ.ฉะเชิงเทรา ได้ต่อยอดโดยมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา จัดอบรมครูฝายมีชีวิต พร้อมพาคณะครูฝาย รวม 50 คน เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์พัฒนาคุณธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามหลักสูตร “สร้างเครือข่ายปราชญ์เกษตร ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง” ระหว่างวันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2560 เพื่อให้คณะศึกษาดูงานได้เรียนรู้วิธีคิด วิธีทำฝายมีชีวิต แบบลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้มีทักษะในการทำฝายมีชีวิต และสามารถนำมาปรับใช้ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา อีกทั้งเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต และเป็นแนวทางในการพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชนให้เกิดความผาสุกสู่ตัวเอง ครอบครัวและชุมชนต่อไป

“ฝายมีชีวิตเกิดจากพลังของชาวบ้านที่ตื่นตัวลุกขึ้นมาอนุรักษ์สายน้ำและผืนป่า เพื่อสืบสานและตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งในปี 2561 จ.ฉะเชิงเทรา มีแผนการดำเนินการสร้างฝ่ายมีชีวิตในพื้นที่( KICK OFF ) ตามรอยศาสตร์พระราชา ในวันที่ 4 ธันวาคม 2560 นี้ เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้แก่ อ.ท่าตะเกียบ สนามชัย แปลงยาว และพนมสารคาม” นายสุวิทย์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เครื่องจ่ายยาอัจฉริยะ…นวัตกรรมช่วยผู้สูงอายุ หมดปัญหาหลงลืม

Posted on August 14, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305932

เครื่องจ่ายยาอัจฉริยะ...นวัตกรรมช่วยผู้สูงอายุ หมดปัญหาหลงลืม

เครื่องจ่ายยาอัจฉริยะ…นวัตกรรมช่วยผู้สูงอายุ หมดปัญหาหลงลืม

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 08.08 น.

อาจารย์-นิสิต ม.นเรศวร คิดค้น “เครื่องจ่ายยาอัจฉริยะประจำบ้าน” ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ต้องทานยาประจำ

ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร อ.เมือง จ.พิษณุโลก ดร.สุเมธ เหมะวัฒนะชัย จากหน่วยวิจัยเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมความเที่ยงตรงและการแพทย์(PMET) ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วย นายอัครวินท์ ครองไชย , นายธนา เสมารัมย์ และนายสุภาพ มายาง นิสิตคณะวิศวกรรมเครื่องกล ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยนเรศวร แถลงความสำเร็จการประดิษฐ์นวัตกรรมช่วยผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว และต้องรับประทานยาประจำ คือ “Meddi เครื่องจ่ายยาอัจฉริยะประจำบ้าน”

ดร.สุเมธ กล่าวว่า Meddi เครื่องจ่ายยาอัจฉริยะ เป็นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยในการจ่ายยาสำหรับคนในครอบครัว โดยสามารถตั้งเวลาและชนิดยาผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ทำให้จ่ายยาให้กับผู้ป่วยได้ถูกต้องแม่นยำและตรงตามเวลา เพื่อป้องกันการผิดพลาด เมื่อผู้ป่วยลืมรับประทานยา

เครื่องจ่ายยาอัจฉริยะประจำบ้าน ใช้งานได้ง่าย ภายในตัวเครื่องจะมีกล่องบรรจุยาชนิดต่างๆ รองรับยาได้มากถึง 8 ชนิด เลือกผู้ใช้งานได้มากถึง 3 คน ผู้ใช้งานแต่ละคนสามารถตั้งเวลาการจ่ายยาในแต่ละครั้ง พร้อมตั้งค่าจำนวนเม็ดยาและชนิดของเม็ดยาที่จะจ่ายยาออกมา เมื่อถึงเวลาทานยาตัวเครื่องจะมีเสียงและไฟกระพริบแจ้งเตือน ทำให้การจ่ายยาและทานยาเป็นไปอย่างถูกต้องและตรงเวลา

สำหรับราคาเครื่องต้นแบบที่ต่างประเทศ ยังไม่รวมภาษี จะตกอยู่ที่ 3-4 หมื่นบาท ในขณะที่เครื่องนี้จะอยู่ที่ 12,000 บาท

ดร.สุเมธ กล่าวอีกว่า เนื่องจากยารักษาโรคเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่จำเป็นและการทานยาด้วยปริมาณที่ถูกต้องและตรงเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การรักษาสัมฤทธิ์ผล ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว และต้องทานยาหลายชนิด ผู้สูงอายุบางรายมีอาการหลงลืมไม่ทราบปริมาณและเวลาในการทานยา ทำให้บุคคลในครอบครัวเป็นห่วง และจำเป็นต้องมีผู้ดูแลจัดยาให้ตลอดเวลา

Meddi เครื่องจ่ายยาอัจฉริยะ จะช่วยให้แก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างดี สำหรับในอนาคตก็จะพัฒนาเครื่องให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและอยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตร

นอกจากนี้ Meddi เครื่องจ่ายยาอัจฉริยะ ยังได้รับรางวัล Young innovator awards จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท และได้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศสิงคโปร์เป็นระยะเวลา 5 วัน โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดผลงานเพิ่มเติมได้ที่ sumeth@nu.ac.th เบอร์โทรศัพท์ 055-964283 /  055-964238 / 055-964230-1

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มักง่าย-ไม่คัดแยก’ ‘ขยะพลาสติก’อนาคตมีล้น

Posted on August 14, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305821

‘มักง่าย-ไม่คัดแยก’  ‘ขยะพลาสติก’อนาคตมีล้น

‘มักง่าย-ไม่คัดแยก’ ‘ขยะพลาสติก’อนาคตมีล้น

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นอีกครั้งที่เป็นประเทศไทยถูกมองจากชาวโลกในทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก กับกรณีผลการศึกษาของ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา (University of Georgia, USA) ระบุว่า“ไทยติดอันดับ 6 ของประเทศที่มีปัญหาการจัดการขยะพลาสติกมากที่สุดในโลก” ขณะเดียวกัน รายงานสถานการณ์ขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทย ปี พ.ศ.2559 จัดทำโดย กรมควบคุมมลพิษ ก็ระบุว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีขยะทั้งสิ้น 27.06 ล้านตัน หรือ “คน 1 คน สร้างขยะวันละ 1.14 กิโลกรัม” ในจำนวนนี้ “เกือบครึ่ง” หรือ 11.69 ล้านตัน ถูกกำจัดอย่างไม่ถูกหลักวิชาการ

และที่น่าห่วงคือ “ขยะพลาสติก” เพราะต้องใช้เวลาเป็นร้อยปีในการย่อยสลาย ซึ่งเอกสาร (ร่าง) แผนจัดการขยะพลาสติกอย่างบูรณาการ (พ.ศ. 2560-2564) ของกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ในแต่ละปีมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณ 2 ล้านตันในจำนวนนี้มีเพียง 1 ใน 4 หรือประมาณ 5 แสนตันเท่านั้นที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ส่วนอีก 1.5 ล้านตัน ที่ส่วนใหญ่เป็น “ถุงพลาสติกปนเปื้อน” อาทิ ถุงร้อน-ถุงเย็นบรรจุอาหาร และถุงหูหิ้ว รวมแล้วราว 1.2 ล้านตัน ต้องถูกทิ้งเป็นขยะมูลฝอยอย่างไร้ประโยชน์

ที่งานเสวนา “ทางออกขยะพลาสติก : มุมมองของผู้ผลิตเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์” ณ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักรกรุงเทพฯ ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม วช. กล่าวถึงผลการศึกษาของ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สรุปออกมาว่า “คนไทยใช้ถุงพลาสติกคนละ 8 ใบต่อวัน” ซึ่งคงไม่ผิดไปจากความคาดหมาย อาทิ เมื่อไปตลาดซื้อเนื้อหมู 2 ขีดก็ซ้อนไป 2 ชั้นแล้ว ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้วจะใช้กันเพียง 3 ใบต่อวันเท่านั้น

มุมมองภาคเอกชน ภราดร จุลชาต ประธานกลุ่มพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวว่า วิถีชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะ “การกิน”อาหารไทยจำเป็นต้องใช้ถุงพลาสติกห่ออยู่มาก อาทิ แผงลอยขายอาหารข้างทาง “Street Food” ที่ทั้งได้รับคำชมจากนานาชาติว่าอร่อยที่สุดในโลก และได้รับความนิยมจากคนไทยเองด้วยความสะดวกหากินง่าย เช่น “ข้าวแกง” ทำให้การบริหารจัดการขยะทำได้ยาก

“สมัยนี้เราเห็นคนหิ้วปิ่นโตน้อยลง หรืออย่างอาหารสำหรับพนักงานคนงานผู้มีรายได้น้อยซึ่งมีเป็นจำนวนมาก บรรจุภัณฑ์แม้กระทั่งโฟมก็ยังเห็นอยู่ แล้วก็การใส่ถุง อันนี้เป็นวิถีชีวิตซึ่งต้องคำนึงค่อนข้างมาก” ภราดร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภราดร มองว่า ก่อนจะไปคิดถึงการจะทำอย่างไรกับขยะแต่ละชนิด อย่างแรกขอให้หาทาง “ทำให้ขยะทุกชิ้นลงถังขยะ” เสียก่อน ซึ่งก็อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง “สำหรับคนไทยแล้วการขอความร่วมมือคงใช้ไม่ได้ในวันนี้” รวมถึงการเพิ่มจำนวนถังขยะให้เพียงพอ เพราะถ้าขยะทุกชิ้นถูกทิ้งลงถัง ก็จะไม่หลุดออกไปลงสู่ที่ที่ไม่เหมาะสม เช่น ในแม่น้ำลำคลองหรือท้องทะเล

“ปัญหาของขยะริมแม่น้ำ ชุมชนเราอยู่ริมแม่น้ำ5 สายหลักเสียเยอะ สมัยก่อนทำกับข้าว ใช้ใบตองก็ทิ้งลงคลองเพราะครัวก็อยู่หลังคลอง ปัจจุบันเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ก็ยังทิ้งลงคลองเหมือนเดิม ทั้งที่วิถีชีวิตมันเปลี่ยนไปแล้ว ความเป็นระเบียบวินัยไม่มี อยากฝากภาครัฐว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนทิ้งขยะลงถัง ถ้าลงถังแล้วเราจะแยกได้ว่าในถังมันมีอะไรบ้าง แล้วจะลดใช้ได้อย่างไร”ประธานกลุ่มพลาสติก สอท. ให้ความเห็น

ขณะที่ สุพจน์ เกตุโตประการ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ กลุ่มบริษัทดาว (DOW) ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในความเป็นจริงต้องยอมรับว่าการเลิกใช้พลาสติกเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการลำเลียงขนส่งอาหาร หากไม่มีพลาสติกบนโลกอาหารจะสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์สวนทางกับจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปัญหาขยะพลาสติกนั้นมาจากการบริหารจัดการ เช่นใน ประเทศจีน ที่จัดเก็บขยะอย่างถูกต้องได้เพียงร้อยละ 40

สุพจน์ ระบุว่า ปัญหาขยะส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ผลิตพลาสติก ไม่ว่าผู้ผลิตเม็ดพลาสติก ผู้แปรรูปเม็ดพลาสติก และบริษัทห้างร้านที่นำผลิตภัณฑ์พลาสติก เช่น ถุงพลาสติก ไปใช้ อย่างไรก็ตามในส่วนผู้ผลิตมีกฎหมายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมควบคุมอยู่แล้วหากผู้เกี่ยวข้องเข้มงวด ย่อมป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกจากกระบวนการผลิตหลุดออกมายังภายนอกได้ แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือผู้บริโภค ต้องทิ้งขยะให้ลงถัง และต้องแยกขยะให้เป็นด้วย

“เคยเห็นเด็ก 2-3 คน รับขวดน้ำมาดื่มน้ำ ดื่มแล้วก็เดินไป สักพักก็เห็นเด็กโยนขวดน้ำทิ้งข้างทางเลย อันนี้เห็นได้เลยว่า ถ้าการโยนขวดทิ้งข้างทางเกิดขึ้นจากคนคนเดียวแล้วทุกคนทำอย่างนี้ ขวดเหล่านี้อาจจะตกลงไปในท่อระบายน้ำ จากท่อระบายน้ำก็ตกลงไปในแม่น้ำ แล้วแม่น้ำก็ลงไปในทะเล มันเป็นสิ่งที่เห็นได้ง่าย” สุพจน์ ยกตัวอย่าง

อีกด้านหนึ่ง ในทางวิทยาศาสตร์ก็มีความพยายามผลิตวัสดุอื่นมาทดแทนพลาสติกแบบที่ใช้กันมานาน อาทิ “พลาสติกชีวภาพ” (Bio Plastic) ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี มันฝรั่งมันเทศ มันสำปะหลัง พลาสติกเหล่านี้แม้จะยังใช้เวลาย่อยสลายนานอยู่บ้างแต่ก็ไม่นานเท่าพลาสติกสังเคราะห์แบบเดิม ทว่าปัญหาสำคัญคือยังผลิตได้ไม่มากอีกทั้งยังมีราคาแพง

นพดล สวนประเสริฐกรรมการผู้จัดการ บริษัท Global Biopolymers จำกัด ซึ่งในอดีตเคยดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เล่าย้อนไปสมัยที่มีโครงการส่งเสริมให้ปลูกยางพาราในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่าการเพาะชำต้นกล้ายางต้องใช้ถุงพลาสติกจำนวนมาก และเมื่อดึงออกจากถุงเพื่อนำไปปลูกในแปลงดินจริงๆ พบว่ารากต้นยางเสียหายและทำให้ต้นยางตายในเวลาต่อมา จึงตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ถุงพลาสติกชีวภาพโดยปลูกลงไปทั้งถุง ผลที่ได้คือต้นยางรอดชีวิตมากขึ้น และลดปัญหาขยะพลาสติกตกค้างด้วย

นพดล ให้ความเห็นว่า มุมหนึ่งต้องยอมรับความจริงเรื่องที่ถุงพลาสติกชีวภาพมีราคาแพงกว่าถุงพลาสติกทั่วไป แต่อีกมุมหนึ่ง “การลงทุนเพิ่มเพื่อแลกกับสิ่งแวดล้อมที่ดีในระยะยาว เป็นสิ่งที่คุ้มค่ากว่าหรือไม่?” เพราะกิจการทางการเกษตร การเพาะต้นกล้าพืชชนิดต่างๆ ต้องใช้พลาสติกห่อดินที่เป็นรากต้นกล้าจำนวนมากอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ในฐานะเจ้าภาพหลักด้านนี้ ควรเป็น “แบบอย่าง” เป็นผู้ริเริ่ม

“กระทรวงเกษตรความจริงมีเงินเยอะแยะ แต่เจ้าหน้าที่ผู้จัดซื้อก็ไม่กล้า เหตุผลเพราะมีระเบียบพัสดุอยู่ ถ้าซื้อของแพงดีไม่ดีเดี๋ยวก็ถูกตรวจสอบนั่นนี่ ถ้าจะให้เกิดเป็นรูปธรรมมันอาจจะต้องมีมติคณะรัฐมนตรี ว่าถ้าคุณจะใช้พลาสติกทางการเกษตร คุณสามารถใช้พลาสติกชีวภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้แม้จะราคาแพงกว่า ผู้ปฏิบัติเขาจะได้ดำเนินการได้อันนี้ทำได้ง่ายๆ ใช้แค่มติคณะรัฐมนตรีไม่ต้องออกกฎหมายเพิ่มเติม” นพดล ฝากข้อเสนอแนะ

ในทศวรรษที่ 1860’s (ราวปี 2403 - 2412) เป็นยุคที่กีฬาบิลเลียดได้รับความนิยมสูงในสังคมตะวันตก จึงมีความพยายามหาวัสดุอื่นสำหรับทำลูกบิลเลียดแทนงาช้าง ซึ่งในปี 2412 ชายชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ John Wesley Hyatt ได้ค้นพบการผลิตพลาสติกชนิดแรก เรียกว่า เซลลูลอยด์ (Celluloid) จากนั้นในปี 2413 การค้นพบของเขาถูกนำไปใช้ประโยชน์มากมาย ทั้งทำลูกบิลเลียด ฟันปลอม และแป้นกดเครื่องดนตรีเปียโน จึงถือได้ว่านาย Hyatt เป็น “บิดาแห่งพลาสติก” เพราะค้นพบวัสดุชนิดนี้เป็นคนแรกของโลก

ในทศวรรษที่ 1860’s (ราวปี 2403 – 2412) เป็นยุคที่กีฬาบิลเลียดได้รับความนิยมสูงในสังคมตะวันตก จึงมีความพยายามหาวัสดุอื่นสำหรับทำลูกบิลเลียดแทนงาช้าง ซึ่งในปี 2412 ชายชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ John Wesley Hyatt ได้ค้นพบการผลิตพลาสติกชนิดแรก เรียกว่า เซลลูลอยด์ (Celluloid) จากนั้นในปี 2413 การค้นพบของเขาถูกนำไปใช้ประโยชน์มากมาย ทั้งทำลูกบิลเลียด ฟันปลอม และแป้นกดเครื่องดนตรีเปียโน จึงถือได้ว่านาย Hyatt เป็น “บิดาแห่งพลาสติก” เพราะค้นพบวัสดุชนิดนี้เป็นคนแรกของโลก
10 อันดับประเทศที่มีปัญหาการจัดการขยะพลาสติกมากที่สุดในโลก

10 อันดับประเทศที่มีปัญหาการจัดการขยะพลาสติกมากที่สุดในโลก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

“ดร.รัชดา”กับคำสั่งเสียของพ่อ “ให้จัดงานศพอย่างเรียบง่ายที่สุด ไม่ให้เป็นภาระต่อคนในครอบครัวและผู้อื่น”

Posted on August 14, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305850

“ดร.รัชดา”กับคำสั่งเสียของพ่อ “ให้จัดงานศพอย่างเรียบง่ายที่สุด ไม่ให้เป็นภาระต่อคนในครอบครัวและผู้อื่น”

“ดร.รัชดา”กับคำสั่งเสียของพ่อ “ให้จัดงานศพอย่างเรียบง่ายที่สุด ไม่ให้เป็นภาระต่อคนในครอบครัวและผู้อื่น”

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 02.00 น.
nn…มีเรื่องราวการจัดงานศพอย่างเรียบง่ายหลังพบเรื่องที่ “ดร.รัชดา ธนาดิเรก” อดีต สส.กทม.เขต 33 (บางพลัด บางกอกน้อย) พรรคประชาธิปัตย์ อดีตโฆษกกรรมาธิการการต่างประเทศ ได้โพสต์บนหน้าเฟซบุ๊คส่วนตัวว่าคำสั่งเสียของพ่อ “ให้จัดงานศพอย่างเรียบง่ายที่สุด ไม่ให้เป็นภาระต่อคนในครอบครัวและผู้อื่น”…ซึ่งคุณพ่อของ ดร.รัชดาก็คือ “คุณพ่อเทอดศักดิ์ ธนาดิเรก”…โดย ดร.รัชดาโพสต์อีกว่า “คุณพ่อได้จากครอบครัวของเราไปเมื่อวันพุธที่ 22 วันรุ่งขึ้น พวกเราก็ทำพิธีรดน้ำศพ ที่บ้านและตอนค่ำ ก็ทำพิธีสวด และฌาปนกิจ ไม่ได้บอกกล่าว ใครเลย มีแต่คนในครอบครัวและที่ใกล้ชิดมากๆๆๆ สามทุ่ม พวกเรากลับถึงบ้าน บ้านที่ไม่มีพ่อเหมือนเดิม…เช้าวันศุกร์ก็พากันไปลอยอังคารและออกทุกข์ในวันเดียวกัน..พอวันเสาร์ พี่น้อง ปฏิบัติภารกิจตามที่ต้องรับผิดชอบเหมือนปกติ” …อดีต สส.กทม.ยังเล่าว่าแม้จะเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากในการจัดงานศพ แต่ความอาลัยรักที่มีให้ท่านนั้นจะกี่วันก็ไม่มีวันหมด พวกเราจึงไม่ได้คิดว่ามันสั้นไปคุณพ่อย้ำเสมอว่า “ต้องจัดให้เรียบง่าย สำหรับท่าน ไม่อยากให้เป็นภาระทั้งเจ้าภาพและแขกเหรื่อ เจ้าภาพ ก็ต้องแต่งหน้าแต่งตัว คอยรับแขก ด้านแขกที่มาก็ต้องฝ่าฟันรถติด หาที่จอดรถ..” สำหรับครอบครัวเห็นว่า จัดแบบนี้ดี ตรงที่ช่วงเวลาแสนเศร้า เราแสดงออกได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลการต้อนรับแขกเหรื่อ ไม่ต้องจัดลำดับการทอดผ้า วางดอกไม้จันทน์วาระสุดท้ายของผู้วายชนม์ จะจัดอย่างไรก็ไม่มีผิด มีถูก การจัดหลายวัน ก็มีในด้านดีเช่นกัน เอาเป็นว่าตามแต่เจ้าภาพ จะปรารถนาสบายใจที่สุด…เล่าเรื่องราวนี้ให้ฟัง เพราะหวังว่าจะเป็นอีกข้อมูลให้ประกอบการตัดสินใจสำหรับวันที่ใครก็เลี่ยงไม่ได้…แล้ว ดร.รัชดา ฝากทิ้งท้าย “สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณทุกกำลังใจที่มีให้คุณพ่อเสมอมาค่ะ”…ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ เป็นการจัดงานที่เรียบง่ายจริงๆ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,892,233 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ลุ้นระทึกอีก 30 วัน! เทพไท กางสถิติชี้ชะตาเลือกตั้ง 69 โมฆะหรือไม่?
ชมสด!ประชุมสภาฯ โหวตนายกรัฐมนตรี
มติพท.ดันอนุทิน/รบ.ปึ้ก292เสียง สภาโหวตนายกฯ รทสช.โผล่ร่วมจับมือ ปชป.ของดออกเสียง
คืบโผ ครม.อนุทิน 2 ขยับ ทรงศักดิ์ ขึ้นรองนายกฯ คุมน้ำ-ยาเสพติด
อิหร่านประหารชีวิต พลเมืองสวีเดน ข้อหาจารกรรมข้อมูล
รัสเซียจ่อส่งผู้หญิงไม่อยากมีลูก พบ "นักจิตวิทยา"
คุรุสภา สั่งการเอาผิดจรรยาบรรณขั้นเด็ดขาด ครูโหด ตบ-ต่อย นักเรียน ป.5 เหตุไม่ส่งงาน
มวล.จัดงานเกษตรวลัยลักษณ์’69 ดึงนวัตกรรมพลิกโฉมเกษตรไทยสู่อนาคต
เท้ง เผย พรรคประชาชน จ่อเสนอญัตติด่วนแก้วิกฤตพลังงานเข้าที่ประชุมสภาฯ
จับตา พรรคส้ม รื้อโครงสร้างดิ้นสู้คดี 44 สส. ด้าน เท้ง ปัดตอบปมเปลี่ยนตัวหัวหน้า

Recent Posts

  • ชาวฮ่องกงเเห่ขับรถไปเติมน้ำมันที่จีนเเผ่นดินใหญ่ หลังสงครามทำพิษราคาน้ำมันพุ่งสูง
  • รัสเซียจ่อส่งผู้หญิงไม่อยากมีลูก พบ “นักจิตวิทยา”
  • ศาลอิหร่านสั่งแขวนคอ 3 นักโทษ ฐานสังหารตำรวจและก่อปฏิบัติการเอื้อประโยชน์ให้สหรัฐฯในการประท้วงใหญ่
  • อินโดนีเซียรวบ 4 ทหารหน่วยข่าวกรอง คดีสาดน้ำกรดนักสิทธิมนุษยชน ปมวิจารณ์กองทัพ
  • เกาหลีใต้ยกระดับเตือนภัย รับคอนเสิร์ต BTS ใจกลางโซล คาดคนร่วมงานกว่า 2.6 แสน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d