Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ทุ่งดอก’คอสมอส’บานสะพรั่งรับลมหนาว นทท.แห่เที่ยวชมกันคึกคัก

Posted on August 12, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305512

ทุ่งดอก'คอสมอส'บานสะพรั่งรับลมหนาว นทท.แห่เที่ยวชมกันคึกคัก

ทุ่งดอก’คอสมอส’บานสะพรั่งรับลมหนาว นทท.แห่เที่ยวชมกันคึกคัก

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.43 น.

27 พ.ย.60 บรรยากาศในช่วงนี้พื้นที่ จ.นครราชสีมา มีสภาพอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ช่วงเช้า และเย็น อุณหภูมิในช่วงเช้ามืดและกลางคืนอยู่ประมาณไม่ถึง 20 องศา ส่วนกลางวันประมาณกว่า 20 องศา

นอกจากนี้พืชสวนไม้ดอกหลายแห่งกำลังอยู่ในช่วงเบ่งบานสวยงามมีประชาชนต่างพาครอบครัว บุตรหลานไปพักผ่อนท่องเที่ยวชมธรรมชาติกันอย่างคึกคักในหลายจุด อาทิ ที่วัดโป่งดินสอ ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีนักท่องเที่ยวพากันไปชมทุ่งดอกคอสมอสกันอย่างคึกคักท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น ลมเย็นพัดเบาๆ แสงแดดอ่อนๆทำให้ร่างกายอบอุ่น ซึ่งทุกคนต่างยืนรับแดดกันสบายใจ

ทั้งนี้ทุ่งคอสมอสดังกล่าวนี้ทางพระภิกษุและสามเณรวัดโป่งดินสอ ได้ร่วมกันปลูกขึ้นบนเนื้อที่จำนวน 5 ไร่ บริเวณท้ายวัด เพื่อปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยปุ๋ยที่ได้จากต้นคอสมอส สำหรับใช้ทำการปลูกต้นไม้สร้างความร่มรื่นให้กับพื้นที่วัดในอนาคต ซึ่งช่วงนี้ต้นคอสมอสที่ปลูกได้โตเต็มที่ และกำลังออกดอกบานสะพรั่งเต็มทุ่งพื้นที่ 5 ไร่ เมื่อมองมุมกว้างจะเห็น สีสันสวยงาม ทั้งสีส้มและสีเหลือง ประกอบกับช่วงนี้อากาศในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา กำลังหนาวเย็นต่อเนื่อง เมื่อดอกคอสมอสต้องลมหนาว จะพลิ้วไหวสวยงาม โดยมีฉากหลังเป็นเจดีย์ของวัดโป่งดินสอ ทำให้มีนักท่องเที่ยวพาครอบครัวมาเที่ยวชม และถ่ายรูปเซลฟี่แชร์ในโลกโซเชียลกันอย่างคึกคัก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนาวนี้ที่ดอยอินทนนท์ ชวนสัมผัสลมหนาว8องศา

Posted on August 12, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305511

หนาวนี้ที่ดอยอินทนนท์ ชวนสัมผัสลมหนาว8องศา

หนาวนี้ที่ดอยอินทนนท์ ชวนสัมผัสลมหนาว8องศา

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.40 น.

นายรุ่ง​ หิรัญ​วงษ์​ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์​ เปิดเผยว่า​ วันจันทร์ที่ 27 พ.ย.60​ อุณหภูมิบนดอยอินทนนท์ลดฮวบ​ บนยอดดอยอุณหภูมิ 8 องศาเซลเซียส​ที่​กิ่วแม่ปานอุณหภูมิ 9 องศาเซลเซียส​

ส่วนที่ทำการอุทยานฯอุณหภูมิวัดได้​ 13 องศาเซลเซียส​และที่กิ่วแม่ปานฟ้าเปิดวันนี้มีทะเลหมอก​ นักท่องเที่ยว​ต่างประทับใจที่ได้สัมผั​ส​อากาศ​หนาว​และเห็นทะเลหมอกขาวโพลน​ โดยเมื่อวานนี้นักท่องเที่ยวเข้ามาในวันที่ 26 พ.ย.60 จำนวน 7,263 คน​ ทั้งนี้ทางอุทยานฯได้เตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเข้มข้น เพราะเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัวแล้ว​

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หุบเขาสีชมพู! ‘ดอกพญาเสือโคร่ง’บานท่ามกลางสายหมอกที่อุทยานห้วยน้ำดัง

Posted on August 12, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305503

หุบเขาสีชมพู! 'ดอกพญาเสือโคร่ง'บานท่ามกลางสายหมอกที่อุทยานห้วยน้ำดัง

หุบเขาสีชมพู! ‘ดอกพญาเสือโคร่ง’บานท่ามกลางสายหมอกที่อุทยานห้วยน้ำดัง

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.06 น.

27 พ.ย.60 นายบัญชา รามศิริ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เปิดเผย​ว่า​ ขณะนี้ที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง​ บรรยากาศ​การท่องเที่ยว​คึกคัก​ ซึ่งขณะนี้​ดอกนางพญาเสือโคร่งบานแล้วที่อุทยานแห่งชาติห้วยนำดัง บริเวณลานกางเต็นท์ และครัวสายหมอก ปรากฏการณ์ดอกนางพญาเสือโคร่งบานเร็วกว่าปกติ มีผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งปรกติดอกนางพญาเสือโคร่งจะบานช่วงประมาณสิ้นปีถึงกลางเดือนมกราคม

สภาพอากาศ บริเวณที่ทำการฯ จุดชมวิวดอยกิ่วลม พระตำหนักเอื้องเงิน และลานกางเต็นท์ อุณหภูมิต่ำสุด 14°C สูงสุด 21°C น้ำพุร้อนโป่งเดือด อุณหภูมิต่ำสุด 19°C สูงสุด 26°C ที่โป่งน้ำร้อนท่าปาย อุณหภูมิต่ำสุด 18°C สูงสุด 28°C  สถิตินักท่องเที่ยวรวม วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 จำนวน  851 คน​ เหตุการณ์ทั่วไป ปกติ ไม่มีอุบัติเหตุและเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวแต่อย่างใด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนูอยากติดทีมชาติ! ‘น้องปาล์ม’นักเรียนหญิงป.2วัย7ขวบคว้า15เหรียญทองเทควันโด

Posted on August 12, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305486

หนูอยากติดทีมชาติ! 'น้องปาล์ม'นักเรียนหญิงป.2วัย7ขวบคว้า15เหรียญทองเทควันโด

หนูอยากติดทีมชาติ! ‘น้องปาล์ม’นักเรียนหญิงป.2วัย7ขวบคว้า15เหรียญทองเทควันโด

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 09.09 น.

27 พ.ย.60 ที่วัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา นายสุรพงษ์ และนางรัชณีย์กร ชลเจริญ (บิดา-มารดา) ได้พา ด.ญ.ศรัณย์รัช หรือ (น้องปาล์ม) ชลเจริญ อายุ 7 ขวบ เข้ากราบนมัสการและขอพร จากหลวงพ่อภัตร อริโย เจ้าอาวาสวัดนาทวี และเกจิดังภาคใต้ ฉายา “เทพสามตา” หลังจากที่หลวงพ่อภัตร ได้ทำนายทายทักว่า ด.ญ.ศรัณย์รัช จะได้เดินทางไปแข่งขันเทควันโดยังต่างประเทศ ซึ่งต่อมา ด.ญ.ศรัณย์รัช สังกัดสโมสร the most taekwondo hatyai ส่งเข้าร่วมแข่งขันในรายการ kimunyong cup 2017 ปรากฏว่า ด.ญ.ศรัณย์รัช ชนะเลิศ จึงถูกส่งเข้าร่วมแข่งขันเป็นตัวแทนประเทศไทย ทีม all star Thailand ที่มหาวิทยาลัยฮานยาง กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 28 ต.ค. – 1 พ.ย.60 และชนะเลิศได้รับเหรียญทองอีก 1 เหรียญ

โดย ด.ญ.ศรัณย์รัช เรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนธิดานุเคราะห์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผลงานดีเด่นประจำปี 2559 – 2560 ชนะเลิศเทควันโด ชิงแชมป์ประเทศไทย ปี 2559 – 2560 , ชนะเลิศเทควันโดชิงแชมป์ภาคใต้ ปี 2559 – 2560 และเข้าแข่งขันรายการระดับจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ ได้เหรียญทองอีก 14 เหรียญทอง และผลงานล่าสุดเข้าแข่งขันเทควันโดชิงชนะเลิศที่ประเทศเกาหลีใต้ ได้เหรียญทองเหรียญที่ 15 มาอีก 1 เหรียญทอง

นางรัชณีย์กร (มารดา) กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจ และปลื้มมาก เพราะลูกอายุยังน้อย แต่ได้ประสบการณ์จากการมาซ้อมและมาแข่งในครั้งนี้ ดีใจมาก โดยมีความหวังให้ลูกทำในสิ่งที่เขาชอบ ทำเพื่อสุขภาพ เพื่ออนาคตข้างหน้าที่มั่นคงของเขา เขาจะหยุดหรือจะเดินต่อ แม่รับได้หมด ขอให้ลูกสู้ไม่ถอย

นางรัชณีย์กร ยังกล่าวอีกว่า ที่ได้พาลูกมากราบหลวงพ่อภัตร นั้น ครั้งหนึ่งที่ได้พาลูกมากราบ และหลวงพ่อภัตร ทักว่าจะได้ไปต่างประเทศ ตรงนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร แต่หลังจากกลับบ้าน และลูกได้ไปแล้วได้เหรียญทองกลับมา เลยนึกถึงคำที่ท่านพูดว่า เด็กคนนี้ต้องได้ไปและได้เหรียญทองต่างประเทศ จึงย้อนกลับมาหาหลวงพ่อภัตร มากราบขอบท่าน

ด้าน ด.ญ.ศรัณย์รัช (น้องปาล์ม) เผยว่า หลังจากที่ได้เหรียญทองจากประเทศเกาหลีใต้ ได้ตั้งความหวังในชีวิตว่า กลับมาก็จะตั้งใจว่าจะได้เป็นนักกีฬาทีมชาติ และก็จะขยันซ้อมต่อเพื่ออนาคตที่จะได้เป็นทีมชาติ

“หนูจะต้องฝึกซ้อมบ่อยๆ และจะไม่ขาดซ้อม หนูก็จะได้ไปทีมชาติ และดีใจที่ได้เหรียญทองมาในครั้งนี้ด้วย” ด.ญ.ศรัณย์รัช ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้น้องปาล์มขยันฝึกซ้อม ด.ญ.ศรัณยฺรัช กล่าวว่า ก็เวลาโค้ชบอกหนู หนูก็ตั้งใจฟังแล้วทำตามที่โค้ชบอก และที่สำคัญพ่อกับแม่ก็ให้กำลังใจด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มาตรฐานแผงกั้น’ไทยยังขาด ‘รถตกตึก’ถึงเวลาล้อมคอกลานจอด

Posted on August 12, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305412

‘มาตรฐานแผงกั้น’ไทยยังขาด ‘รถตกตึก’ถึงเวลาล้อมคอกลานจอด

‘มาตรฐานแผงกั้น’ไทยยังขาด ‘รถตกตึก’ถึงเวลาล้อมคอกลานจอด

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชีวิตคือความไม่แน่นอน..ทุกคนมักต้องเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดกับตนเองหรือบุคคลใกล้ตัว หากเป็นเรื่องดีก็คงไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเป็น“เรื่องร้าย” ย่อมนำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจ แต่ก็ยังมีความจริงอีกข้อคือ “เรื่องร้ายๆ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะความประมาท” เห็นได้ชัดจากกรณี “อุบัติเหตุบนท้องถนน” ที่สถิติมักระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากดื่มเครื่องดื่มมึนเมาแล้วไปขับรถบ้าง ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดบ้าง หรือแม้จะไม่ได้ประมาทในการขับขี่ แต่การ “ไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน” เช่น หมวกกันน็อก เข็มขัดนิรภัย เมื่อเกิดเหตุย่อมได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

เช่นเดียวกับเรื่องราวอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน การมีกลไกมีระบบป้องกันที่ดีได้มาตรฐาน เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นอย่างน้อยยังสามารถ “ผ่อนหนักให้เป็นเบา” ลงได้บ้าง ดังเรื่องราวที่ต้องบอกว่าเป็น “อุทาหรณ์” ของผู้ก่อสร้างและผู้ใช้งานอาคารลานจอดรถ เมื่ออดีตนายทหารท่านหนึ่งที่เกษียณอายุราชการแล้วในวัยหกสิบเศษ ประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์พุ่งตกลงมาจากอาคารแห่งหนึ่งภายในซอยไผ่สิงโต ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. 2560 ที่ผ่านมา แต่เคราะห์ดีที่ไม่เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส

หลังเกิดเหตุ หน่วยงานผู้เชี่ยวชาญอย่าง สภาวิศวกร ส่งทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบ โดย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร เปิดเผยว่า พบโครงสร้างแผงกั้นรถยนต์มีลักษณะเป็นโครงสร้างยื่น (Cantilever wall) ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความหนา 10 ซม. เสริมด้วยเหล็กตะแกรงชั้นเดียว เป็นเหล็กเส้นกลมขนาด 9 มม. วัดกำลังอัดของคอนกรีตได้ประมาณ 240-280 กก./ตร.ซม. และมีความสูงของแผงประมาณ 1 เมตร

ซึ่งสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุเนื่องจาก แผงกั้นไม่สามารถต้านแรงกระแทกได้ โดยอาจเกิดจาก 1.แรงกระแทกมากเกินไป
ซึ่งเกิดจากการเร่งเครื่องยนต์ของผู้ขับขี่เอง และ 2.แผงกั้นอาจไม่ได้มาตรฐานในด้านความแข็งแรงต่อแรงกระแทก ทั้งนี้จากข้อมูลทางโครงสร้างและภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิด จะทำให้ทราบความเร็วที่รถวิ่งเข้าปะทะ และคำนวณแรงกระแทกได้

เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันกฎหมายควบคุมอาคารยังไม่ได้กำหนดค่าแรงกระแทกที่ใช้ในการออกแบบแผงกั้นรถยนต์ จึงทำให้อาคารจอดรถยนต์จำนวนมากในประเทศไทยไม่มีมาตรฐานและอาจไม่แข็งแรงพอ โดยสำหรับอาคารจอดรถในประเทศไทย สามารถจัดกลุ่มแผงกั้นรถยนต์ที่มีความเสี่ยงอันตรายไว้ 4 ประเภท ได้แก่ 1.แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็กที่ออกแบบไม่ได้มาตรฐาน เช่น ผนังบางเกินไป หรือ เหล็กเสริมน้อยเกินไป 2.แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากผนังอิฐมอญ หรือ อิฐบล็อก หรืออิฐมวลเบาที่ไม่ได้เสริมเหล็ก

3.แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ที่ใช้จุดยึดเชื่อมต่อเพียงแค่ 2-3 ตำแหน่ง และ 4.แผงกั้นรถยนต์ชนิดเส้นหรือตาข่ายโลหะที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่ผู้ผลิตกำหนดหรือไม่ผ่านการทดสอบ จึงเสนอให้ 1.กรมโยธาธิการและผังเมือง ต้องออกกฎกระทรวงหรือกฎหมายอื่น
ภายใต้ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ระบุให้อาคารต้องออกแบบแผงกั้นรถยนต์รับแรงกระแทกจากรถยนต์ (โดยระบุค่าแรงกระแทกที่ใช้ออกแบบ)2.สภาวิชาชีพ สมาคมวิชาชีพ และหน่วยงานรัฐ เร่งออกมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างแผงกั้นรถยนต์ตกตามมาตรฐานในต่างประเทศ

และ 3.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น กทม. สุ่มตรวจความแข็งแรงของแผงกั้นรถยนต์ในอาคารต่างๆ ที่อยู่ภายในท้องที่ของตนเอง ทั้งนี้ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีการออกมาตรฐาน IBC2006 (International Building Code, 2006) ระบุว่าที่กั้นรถยนต์จะต้องต้านแรงกระแทกขนาด 6,000 ปอนด์ (2721.55 กก.) กระทำที่ระดับความสูง 18 นิ้ว (45.72 ซม.) เหนือพื้นอาคารที่จอดรถ

อย่างไรก็ตามยังมีข้อวิจารณ์ว่าแรงดังกล่าวมีขนาดคงที่ ไม่ขึ้นอยู่กับความเร็วยานพาหนะ และค่าดังกล่าวอาจมีค่าน้อยเกินไปสำหรับกรณีที่รถยนต์ที่มีน้ำหนักมากและหรือที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง ขณะที่ ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ได้มีการออกมาตรฐาน AS/NZS2890.1 ซึ่งกำหนดว่า แผงกั้นรถยนต์ต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร และต้องออกแบบให้ทนต่อแรงกระแทกได้อย่างน้อยเท่ากับ 3 ตันสำหรับแผงกั้นทั่วไป และ 24 ตันสำหรับแผงกั้นที่ปลายทางวิ่งที่มีระยะทางเกิน 20 เมตร และที่มีการเคลื่อนที่ของยานพาหนะภายในอาคาร

จากบทเรียนกรณีรถตกตึกข้างต้น เลขาธิการสภาวิศวกร สรุปแนวทางสำหรับการออกแบบและก่อสร้างที่กั้นที่ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็กในอาคารจอดรถไว้ว่า 1.ที่กั้นควรมีความสูงไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร 2.การก่อสร้างควรเป็นคอนกรีตเทในที่ พร้อมทั้งฝังเหล็กเดือย (Dowel) ยึดกับพื้นอย่างเพียงพอ 3. การก่อสร้างกำแพงไม่ควรใช้กำแพงทำจากอิฐก่อ หรือคอนกรีตบล็อก เพราะไม่แข็งแรง ไม่สามารถต้านแรงกระแทกได้

4.ควรคำนวณแรงกระแทกตามมาตรฐานการออกแบบหรือโดยอาศัยหลักการพลังงาน แล้วออกแบบเป็นกำแพงยื่น (Cantilever wall) 5.สำหรับกำแพงที่ทำจากคอนกรีตหล่อในที่ ควรเสริมเหล็กยืนที่ฝังยึดเข้ากับพื้นโครงสร้างเป็น 2 ชั้นทั้งผิวด้านนอกและผิวด้านใน ห้ามเสริมเหล็กยืนชั้นเดียวตรงกลางผนัง และ 6.ควรใช้คอนกรีตที่มีกำลังรับแรงอัดสูงเกิน 280 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตรขึ้นไป ซึ่งคอนกรีตที่มีกำลังรับแรงอัดสูงสามารถต้านทานแรงกระแทกได้ดีกว่า

ตลอดปี 2559 ที่ผ่านมา ข้อมูลจาก กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า มียอดรถยนต์จดทะเบียนสะสมในประเทศไทยทั้งสิ้น 37,338,139 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถที่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมใช้อย่างรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (เช่น รถเก๋ง) 8,197,012 คัน และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (เช่น รถกระบะ) อีก 6,277,527 คัน ซึ่งด้วยความที่สังคมสมัยใหม่มีความเป็นเมืองมากขึ้น อาคารสูงไม่ว่าจะเป็นสำหรับอยู่อาศัย หรือเปิดเป็นสำนักงาน ตลอดจนห้างสรรพสินค้าต่างๆ ได้รับความนิยม จึงต้องก่อสร้างพื้นที่จอดรถไว้บนอาคารเพื่อรองรับผู้มาใช้บริการ

นอกจาก “ความเพียงพอ” กับปริมาณรถแล้ว “ความปลอดภัย” ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อจะได้ไม่เกิดความสูญเสีย!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 27 พฤศจิกายน 2560

Posted on August 12, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305431

ลึกลับในสนามข่าว : 27 พฤศจิกายน 2560

ลึกลับในสนามข่าว : 27 พฤศจิกายน 2560

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

nn…เก็บตกควันหลงกับบรรยากาศอันคึกคักสนุกสนานในงานเลี้ยง“สร้างสรรค์ สัมพันธ์ ชาวพ.ต.ส.”ที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง แจ้งวัฒนะเมื่อวันก่อน จัดโดย สมาคมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พ.ต.ส.) มีเจ้าของหลักสูตรคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ที่เปิดกันมาแล้ว 8 รุ่นแล้ว…สมาคมพ.ต.ส.ที่มีนักการเมืองคนสำคัญอย่าง “บิ๊กตุ้ย” สรอรรถ กลิ่นประทุม” อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงเป็น นายกสมาคมฯ แต่ความจริงแล้ว “บิ๊กตุ้ย” เป็นนักศึกษาพ.ต.ส.รุ่นที่ 5 แต่อาจจะด้วยเป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองและมีอุปนิสัยที่น่ารัก เป็นกันเองกับพี่ๆ น้องๆ เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน สมาชิกในสมาคมพ.ต.ส.ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่มีชื่อเสียงนักการเมืองจากทุกค่าย คนใหญ่ คนโตกันทั้งนั้น พร้อมใจกันยก 2 มือเชียร์ให้เป็น“นายกสมาคม พ.ต.ส.”เลย…

…งานนี้นอกจากจะเป็นโอกาสดีที่นักศึกษา พ.ต.ส.ทุกรุ่นได้มาพบปะกันแล้ว ยังได้สร้างความสุขมันส์สุดๆด้วยการเชิญวง “คาราบาว” ของ “น้าแอ๊ด” มาเล่นคอนเสิร์ตให้ ชาว พ.ต.ส.ปล่อยแก่กันกระจายด้วย..ที่สำคัญอีกอย่าง… คนที่สร้างสีสันให้กับงานสุดๆถ้าไม่มีคนนี้งานอาจ “กร่อย” ได้ ก็คงไม่พ้น “โอปอ” อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แห่งค่ายเพื่อไทย นั่นเอง ด้วยคารมเป็นต่อ รูปหล่ออาจจะเป็นรอง นายกสมาคมฯหน่อย เลยทำให้ได้รับเสียงโหวตให้เป็นพิธีกรทำหน้าที่ “เอ็นเตอร์เทรน”ชาว พ.ต.ส.บนเวที ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ…จะว่าไปเหมือนงานรวมพลคนการเมืองเหมือนกัน เพราะบางคนก็อยู่เบื้องหน้า บางคนก็อยู่เบื้องหลัง มองไปทางไหน ก็คนกันเองทั้งนั้นและที่ต้องลุ้นกันก็ตอนที่พิธีกรฝีปากกล้า(หาญ) ถามชงให้ชาว พ.ต.ส.ตอบ “จะมีการเลือกตั้ง” เมื่อไหร่ หรือ การนำเอาเนื้อเพลง “คืนความสุขให้คนไทย” มาแปลงเป็นคำถาม…แหมมมม!เล่นเฉี่ยวไปโฉบมาแบบนี้ ทำเอาชาว พ.ต.ส.หลายคน เสียวสันหลังกันเลยทีเดียว….โธ่! ก็นะพิธีกรคงไม่ค่อยสะทกสะท้านเท่าไหร่หรอก เพราะคุ้นชินกับการเข้าค่ายอยู่บ่อยๆ แต่สมาชิกชาว พ.ต.ส.คนอื่นๆ นี่สิ คงทำใจ“ลำบาก”เหมือนกัน…..555…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สนั่นโซเชียล! รายงานสภาพอากาศสุดฮา…หลังราคายางตกต่ำ-น้ำท่วมสวน (ชมคลิป)

Posted on August 12, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305472

สนั่นโซเชียล! รายงานสภาพอากาศสุดฮา...หลังราคายางตกต่ำ-น้ำท่วมสวน (ชมคลิป)

สนั่นโซเชียล! รายงานสภาพอากาศสุดฮา…หลังราคายางตกต่ำ-น้ำท่วมสวน (ชมคลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 21.50 น.

26 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลมีการเผยแพร่คลิปสุดฮารับน้ำท่วมภาคใต้ เป็นคลิปที่มีความยาว 33 วินาที ถูกบันทึกในสวนยางพาราแห่งหนึ่งในภาคใต้ ที่มีสภาพถูกน้ำท่วมขัง บนกิ่งของต้นยางพารามีผู้ชายอายุประมาณ 30 – 40 ปี คนหนึ่ง มีลักษณะคล้ายสาวประเภทสอง นุ่งผ้าถุงลายดอก ไม่สวมเสื้อ ใส่หมวกอาบน้ำสีฉูดฉาด นั่งรายงานสภาพฝน ฟ้า อากาศของพื้นที่ภาคใต้ ด้วยท่าทางที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครอยากเหมือน ก่อนที่ช่วงท้ายของการรายงานข่าวสภาพอากาศ มีการสร้างความฮายิ่งขึ้นด้วยการกระโดดลงจากต้นยาง แช่น้ำที่ท่วมขังในสวยยาง ก่อนจบการรายงานสภาพอากาศ

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ สร้างความสนุกสนาน ขบขัน และความฮากับผู้ที่เข้าไปชมคลิปเป็นอย่างมาก ต่างชื่นความความครีเอท และมีคาแรกเตอร์ส่วนตัวที่ไม่เหมือนใคร ถือเป็นคลิปที่แก้ความเครียดให้ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยเฉพาะเกษตรชาวสวนยาง ซึ่งขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่าแสนสาหัส เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ที่เดือดร้อนทั้งเรื่องราคายางพาราตกต่ำและน้ำท่วมสวนยางพารา ทำให้ชาวสวนไม่สามารถกรีดยาง ไม่มีเงิน ไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รวมพลอดีตแชมป์มวยชื่อดัง เปิดค่ายสอนเยาวชนฟรีมุ่งสู่สังเวียนโลก

Posted on August 12, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305465

รวมพลอดีตแชมป์มวยชื่อดัง เปิดค่ายสอนเยาวชนฟรีมุ่งสู่สังเวียนโลก

รวมพลอดีตแชมป์มวยชื่อดัง เปิดค่ายสอนเยาวชนฟรีมุ่งสู่สังเวียนโลก

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 20.39 น.

26 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่คลองสวนพลูรีสอร์ท ม.3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายสำเริง อดิษะ นายกสมาคมรถตู้โดยสารต่างจังหวัด นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เช่น พระครูเกษมจันทวิมล(พระอาจารย์แดง) เจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญ หลวงพ่ออุดม วัดพิชัยสงคราม หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ และพระธรรมรัตนมงคลเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์เพื่อประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ทำบุญเปิดค่ายมวยไทย ซึ่งสอนศิลปะแม่ไม้มวยไทย คลองสวนพลูรีสอร์ท โดยมี พล.ร.อ.ปรีชาญ จามเจริญ เจ้ากรมพระธรรมนูญ มาเป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส นายวิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ หรือเสี่ยเน๊า โปรโมเตอร์มวยชื่อดัง ร่วมงานด้วย

สำหรับค่ายมวยคลองสวนพลูรีสอร์ทนี้ เปิดสวนศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้กับเยาวชนในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ได้มาศึกษาเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัว แม่ไม้มวยไทยนายขนมต้ม โดยมีครูฝึกสอนระดับแชมป์โลก นักมวยไทยชื่อดัง เช่นขาวผ่อง สิทธิชูชัย ,สามารถ พยัคฆ์อรุณ ,ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ , เพชรเกษม  ส.ธนิกุล , ฉัตรชัย สาสะกุล เป็นต้น สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาฝึกสอนให้กับเยาวชน ได้ศึกษาเรียนรู้จนสามารถไต่เต้าขึ้นเป็นนักมวยมืออาชีพ และระดับโลกต่อไป

ขาวผ่อง สิทธิชูชัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้มวยไทยกำลังเป็นที่นิยมเนื่องจากมีการเผยแพร่ไปทั่วโลก แต่บางครั้งพบว่านักมวยที่ขึ้นชก บางคนยังไม่มีการเรียนรู้เรื่องของแม่ไม้มวยไทย และลูกไม้ในการต่อสู้ จึงเห็นว่าในการชกกับชาวต่างชาติบางทีก็สู้เขาไม่ได้ จึงได้หารือกับนายสำเริง อดิษะ อดีตนักมวยไทยเวทีราชดำเนิน และลุมพินี ปี 2520-2524 ซึ่งเคยเป็นรองแชมป์มวยไทยทั้งสองเวที และมีความรักในมวยไทย ได้จัดสรรพื้นที่จำนวน 2 ไร่ เพื่อเป็นโรงยิมสำหรับสอนมวยไทยให้กับผู้สนใจ โดยเฉพาะเยาวชนเพื่อให้อนุรักษ์มวยไทยและห่างไกลจากยาเสพติด โดยจะเน้นการสอนแม่ไม้มวยไทยที่สำคัญจำนวน 15 ท่า ซึ่งเป็นท่าไม้ตาย รวมทั้งลูกไม้ในการชกมวยไทยอีก 15 ท่า ให้ได้เรียนรู้ โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายกับเยาวชนและผู้ที่สนใจมาเรียน ซึ่งตนและเพื่อนอดีตแชมป์มวยหลายคน จะเดินทางมาเป็นครูฝึกสอนเป็นระยะๆตามความเหมาะสม และหากคนไหนต้องการที่จะเป็นนักมวยอาชีพ ทางค่ายก็ยินดีส่งเสริมสนับสนุนให้เข้าสู่เวทีมวยอาชีพ

ด้านนายสำเริง เจ้าของค่ายมวยเปิดเผยว่า การเปิดค่ายมวยนับเป็นความฝันของตนเองที่ต้องการจะสร้างนักมวยรุ่นใหม่ และเป็นการอนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทย อีกทั้งยังเป็นการดึงเยาวชนให้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด นอกจากนี้ยังได้เปิดให้บริการฟิตเนส และเครื่องออกกำลังกาย เป็นลานกีฬาให้คนในชุมชนอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อึ้งคนไทยป่วยจิตห่วง’รูปลักษณ์’พุ่ง ไม่’ปัง-เป๊ะ-เว่อร์’ถึงขั้นทำร้ายตัวเอง’

Posted on August 12, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305418

อึ้งคนไทยป่วยจิตห่วง'รูปลักษณ์'พุ่ง ไม่'ปัง-เป๊ะ-เว่อร์'ถึงขั้นทำร้ายตัวเอง'

อึ้งคนไทยป่วยจิตห่วง’รูปลักษณ์’พุ่ง ไม่’ปัง-เป๊ะ-เว่อร์’ถึงขั้นทำร้ายตัวเอง’

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.14 น.

พบคนไทยรุ่นใหม่ป่วยเป็นโรคบีดีดีเพิ่ม คิดหมกมุ่นรูปลักษณ์ตัวเอง”ไม่ปัง- เป๊ะ- เว่อร์”เกินเหตุ เผยมาจากค่านิยม ถ้าแก้ไขด้วยการตัด เติม เสริมแต่งไม่ได้ดั่งใจสุดท้ายนำไปสู่อาจก่อให้เกิดความเครียดรุนแรงถึงขั้นกลายเป็นซึมเศร้า หนีสังคม ถึงขั้นทำร้ายตัวเอง 

26 พ.ย.60 นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เผยว่า มีความเป็นห่วงปัญหาสุขภาพจิตของประชาชน โดยเฉพาะโรคบีดีดี ( Body Dysmorphic Disorder :BDD ) หรือโรคคิดหมกมุ่น ซึ่งเกิดจากการให้คุณค่าเรื่องรูปลักษณ์ของตนเองมากจนเกินไป หรือมีความคาดหวังเกิดขึ้น อยากให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือไม่สามารถยอมรับรูปลักษณ์ของตนเองที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้ทั้งๆที่รูปร่างตนเองก็เป็นปกติทั่วไป จนเกิดความทุกข์ เครียด วิตกกังวล อย่างซ้ำซาก ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือเกิดข้อจำกัดต่างๆ ทางสังคม รวมทั้งสัมพันธภาพกับคนอื่น โดยพบผู้ป่วยโรคนี้ได้ร้อยละ 1.7 ในผู้หญิงพบร้อยละ 1.9  ส่วนผู้ชายร้อยละ 1.4

โรคบีดีดีนี้ ในทางจิตวิทยาเชื่อว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดมาจากค่านิยม เช่นความงาม และความเชื่อทางสังคม เช่นเชื่อเรื่องขนาดของอวัยวะเพศ กระแสสังคมขณะนี้ให้ค่านิยมเรื่องความสวยความงามทิศทางเดียวกันทั่วโลก เพื่อทำให้ตัวเองดูดีขึ้น มีการโฆษณาโดยเฉพาะวงการบันเทิงตามสื่อต่างๆจำนวนมาก จึงเป็นตัวกระตุ้นอยากจะให้ตัวเองดูดีหรือที่นิยมพูดกันว่า ปัง เป๊ะ เว่อร์ เหมือนกับพรีเซนเตอร์ พยายามหาจุดตำหนิ เช่นริมฝีปากหนา กล้ามเนื้อเล็กไปหน่อย สีของฟันไม่ขาว ทำให้เกิดพฤติกรรมบางอย่างซ้ำๆ เพื่อแก้ปัญหาจุดที่ตัวเองคิดว่ายังไม่ดี เช่นบางคนออกกำลังกายหรือเข้าฟิตเนสอย่างหักโหม เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ พบทันตแพทย์หรือเข้าคลินิกความงามบ่อยๆซ้ำๆ

“ผู้ที่น่าห่วงที่สุดคือผู้ที่ทำแล้วผลไม่เป็นไปตามคาดหวัง ยิ่งก่อให้เกิดความกังวล ความเครียดจากการคิดหมกมุ่น มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต โดยพบว่ากว่าร้อยละ 90 ลงท้ายด้วยการมีภาวะซึมเศร้า เก็บตัว หลีกหนีสังคม โดยร้อยละ 70 มีภาวะเครียดรุนแรง และพบร้อยละ 20 มีการทำร้ายตัวเองในที่สุด” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

นายแพทย์ธิติพันธ์ ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์ จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ผลการวิจัยในแถบยุโรป อเมริกา ในช่วง10 ปีมานี้ พบประชาชนทั่วโลกมีความคิดหมกมุ่นกังวลเกี่ยวกับร่างกายตัวเองเฉลี่ยร้อยละ 34   ในผู้หญิงพบได้ร้อยละ 41 ผู้ชายพบร้อยละ 27 และเป็นที่น่าสังเกตว่าในกลุ่มผู้ชายพบแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่าอดีตประมาณ 2 เท่าตัว จะพบมากในกลุ่มโสดอายุระหว่าง 15-30 ปี ในส่วนของประเทศไทยผู้เชี่ยวชาญคาดว่าสถิติไม่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ส่วนของร่างกายที่มีการคิดหมกมุ่นมากอันดับ 1 ได้แก่ปัญหาเส้นผม เช่น ผมบาง หนาเกินไป ร้อยละ 63 รองลงมาคือปัญหาเกี่ยวกับจมูก เช่นจมูกไม่โด่ง จมูกเบี้ยว และปัญหาสุขภาพผิว เช่น สิว ปาน ไฝ พบร้อยละ 50 เท่ากัน ปัญหาเกี่ยวกับตา เช่น ตาชั้นเดียว ตาเล็ก หนังตาตก ร้อยละ 27 ปัญหาโครงสร้างร่างกายเช่น อ้วน ผอม หรืออยากมีกล้ามเนื้อ ร้อยละ 20, ปัญหาริมฝีปาก เช่น หนาหรือบางเกินไป ปัญหาเกี่ยวกับคาง กรามเป็นเหลี่ยม พบร้อยละ17 เท่ากัน ปัญหาเรื่องฟัน เช่น ฟันเหลือง ฟันห่างร้อยละ 13

นายแพทย์ธิติพันธ์ กล่าวต่อว่า ในการสังเกตว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวเป็นโรคบีดีดี หรือไม่ ให้เริ่มจากการมีความคิดว่ามีบางส่วนบนร่างกายตัวเองผิดปกติหรือมีส่วนที่ต้องการจะแก้ไขให้มันดีขึ้น ร่วมกับการมีพฤติกรรมหรือความกังวล ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ 1. กังวลว่าคนอื่นจะเห็นความผิดปกติของตัวเอง 2. พยายามปกปิดส่วนนั้นของร่างกายไว้ 3.ส่องกระจกตรวจสอบความผิดปกติบ่อยครั้ง 4.หลีกเลี่ยงการส่องกระจกหรือเงาสะท้อน 5. พยายามอย่างมากที่จะแก้ไขความผิดปกติ เช่นการเข้าฟิตเนส เพิ่มกล้ามเนื้อ เป็นต้น หากมีตามที่กล่าวมา แสดงว่าเริ่มเป็น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือจิตแพทย์ ซึ่งที่โรงพยาบาลจิตเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์ เริ่มพบผู้ป่วยประเภทนี้เข้ารักษาเฉลี่ยเดือนละ 10-20 ราย ส่วนใหญ่จะมีอาการในกลุ่มเครียดหรือกังวล

ในการป้องกันหรือลดทอนความคิดหมกมุ่นรูปลักษณ์ตัวเอง มีข้อแนะนำดังนี้ 1. รับข้อมูลผ่านสื่อโดยใช้วิจารณญาณ โดยคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละคน ตั้งแต่สีผิว รูปร่าง โครงสร้าง หน้าตา การจะให้เหมือนกันย่อมเป็นไปไม่ได้ 2. อวัยวะร่างกายแต่ละส่วนที่ได้มาตั้งกำเนิด ถูกสร้างมาเพื่อใช้งานเป็นหลัก ความสวยงามถือเป็นผลพลอยได้ ซึ่งอวัยวะนั้นอาจมีจุดบกพร่องเรื่องความสวยงามไปบ้าง แต่ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ 3.ให้มองที่คุณค่าภายในของคน ไม่ใช่มองที่รูปร่างหน้าตาภายนอกเท่านั้น 4. ปรับความคิด หากทุกคนหน้าตาเป๊ะ เวอร์ ขาวใสเหมือนในโฆษณาหมด จะทำให้คนที่มีหน้าตาธรรมดา ผิวเข้มกลายเป็นผู้โดดเด่นสะดุดตาไปทันที

นายแพทย์ธิติพันธ์  กล่าวอีกว่า  สำหรับการรักษาผู้ที่ป่วยเป็นโรคบีดีดี ที่ได้ผลดีที่สุดคือการรับประทานยาเพื่อปรับสารสื่อประสาทในสมอง ช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมและยับยั้งความคิดได้  ใช้เวลารักษา 6-9 เดือน ควบคู่กับการทำจิตบำบัด ปรับความคิดผู้ป่วยและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความผิดปกติของส่วนต่างๆของร่างกาย แนะนำวิธีการจัดการความกังวลที่เหมาะสม  ส่วนการรักษาด้วยหัตถการทางการแพทย์ เช่นผ่าตัดแก้ไข มักจะไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากหลังแก้ไขผู้ป่วยก็จะยังไม่พอใจ และอาจยิ่งกังวลเพิ่มไปอีก ทำให้ต้องเข้าไปแก้ไขซ้ำๆ ต่อเนื่อง ไม่มีที่สิ้นสุด และอาจเกิดปัญหาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีตนักเรียนเตรียมทหารเตือนสติรุ่นน้อง! ‘ไม่มีใครทำลายพวกเราได้ ยกเว้นพวกเราเอง’

Posted on August 12, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/305408

อดีตนักเรียนเตรียมทหารเตือนสติรุ่นน้อง! 'ไม่มีใครทำลายพวกเราได้ ยกเว้นพวกเราเอง'

อดีตนักเรียนเตรียมทหารเตือนสติรุ่นน้อง! ‘ไม่มีใครทำลายพวกเราได้ ยกเว้นพวกเราเอง’

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 16.17 น.

26 พ.ย.60 จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่โพสต์จากบุคคลที่อ้างว่าเป็นแอดมิน “กลุ่มมุ่งสู่โรงเรียนเตรียมทหาร” โดยมีเนื้อหาแนะนำการอยู่รอดในโรงเรียนเตรียมทหาร ว่า “ต้องทำตัวกลมกลืน อย่าแหลม อย่าเด่น ระบบการลงโทษถูกสืบทอดมายาวนาน 60 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ทำให้ระบบเสีย คือ สังคมออนไลน์ นักเรียนเตรียมทหารไม่ใช่ฆาตกร ไม่ใช่ชนชั้นล่าง”

ทั้งนี้ หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกมา ได้ถูกชาวเน็ตโจมตีอย่างหนัก เพราะทนไม่ได้กับการปลูกฝังให้มองประชาชนเป็นชนชั้นล่าง วิจารณ์หนักถึงขั้นว่า “ขนาดเป็นแค่นักเรียนยังกดคนอื่นขนาดนี้ หากเรียนจบไปมีอำนาจในบ้านเมืองจะยิ่งขนาดไหน”

ล่าสุด ในหน้าเพจเฟซบุ๊ก Thatpon Srisupunbut ซึ่งเป็นอดีตนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 56 ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า

“อดทนต่อความเจ็บใจ” เป็นสิ่งที่พวกคุณควรจะมีมากที่สุดในตอนนี้ ก่อนที่คุณจะให้คนอื่นมีสติคุณควรจะมีสติเสียก่อน

คุณต้องคิดก่อนว่าตอนนี้คุณกำลังคลั่งสถาบันรึเปล่า คุณกำลังนำเกียรติยศและศักดิ์ศรีในอาชีพมาข่มศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์หรือไม่ คุณกำลังดูหมิ่นอาชีพอื่นและคนธรรมดาอยู่รึเปล่า

…คุณแน่ใจแล้วใช่มั้ยว่าคุณกำลังปกป้องโรงเรียน ?…

ผมก็คืออดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 56 ผมก็รักโรงเรียนเตรียมทหารไม่แพ้กับคุณ ผมได้ skill ต่างๆ ในการดำรงชีวิตให้ผมอยู่รอดจนถึงทุกวันนี้ก็มาจากเตรียมทหาร ที่นี่เป็นสถานที่ที่ผมรักและเคารพเหมือนบ้านหลังที่สอง ผมอาจจะถือว่าโชคดีที่พี่ 54 และพี่ 55 และนายทหารนายตำรวจปกครองในสมัยนั้นไม่เคยซ้อมผม ถึงแม้ว่าผมจะมึนๆ กว่าเพื่อนหน่อยก็เหอะ ถึงพวกพี่ๆ จะโหดแค่ไหนยังไงพี่ก็เห็นผมเป็นน้อง ไม่เคยทำให้ผมต้องมีกระดูกหักหรือบาดเจ็บสาหัสเลย พวกพี่ๆ มีมาตรฐานในการสอนดีผมขอนับถือครับ

แต่มาวันนี้ทำไมมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น มาตรฐานของระบบมันต่ำลงหรืออย่างไร…?

และการแสดงออกต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ของนักเรียนเตรียมทหารมันแสดงให้เห็นถึงอะไร…?

พวกคุณถูกสอนมาให้อดทนไม่ใช่เหรอครับ พวกคุณอดทนกันได้ทุกอย่าง แต่กลับอดทนไม่ได้แม้แต่คำพูดของใครก็ไม่รู้ การที่คุณจะเป็น “ผู้นำ” ได้นั่น หมายความว่าคุณต้องรับทั้งดอกไม้และก้อนหิน หากคุณคิดว่าคนอื่นจะให้แต่ดอกไม้ คุณคงไม่เหมาะกับการที่จะเป็นผู้นำ

ไม่ว่าจะมีคนด่ามีคนว่าให้โรงเรียนเตรียมทหารอย่างไรมันก็ไม่สำคัญ เพราะเราทุกคนล้วนรู้ว่าโรงเรียนนี้มีความสำคัญต่อประเทศไม่แพ้โรงเรียนอื่นๆ เลย แต่การกระทำของพวกคุณเหมือนการโยนขี้ขึ้นฟ้า ซึ่งในที่สุดขี้จะตกลงมาใส่ตัวคุณและโรงเรียนเตรียมทหาร…

คุณไม่จำเป็นต้องไปตอบโต้ใคร มันเสียเวลาและไม่มีประโยชน์ ผมอยากจะแนะนำให้คุณนำเวลาเหล่านี้ไปฝึกและพัฒนาตนเองเพื่อที่จะได้เป็นผู้นำหน่วยที่ดีในอนาคตข้างหน้า

ไม่มีอาชีพใดที่ไม่สำคัญ ทุกอาชีพมีความสำคัญต่อประเทศชาติทั้งหมด เพราะคุณเองไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง คุณเองไม่สามารถเป็นได้ทุกอย่าง ยังไงคุณก็ต้องพึ่งคนอื่น ผมเชื่อว่าทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่มีใครสูงกว่าและไม่มีใครต่ำกว่าใคร คุณมีหน้าที่ในการปกป้องประเทศชาติ ส่วนคนอื่นมีหน้าที่ช่วยพัฒนาประเทศชาติตามแต่ละอาชีพของตน คุณควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ใช่ไปเที่ยวว่าให้ประชาชนอย่างนั้นอย่างนี้ คุณลืมไปแล้วใช่มั้ยครับว่าใครเป็นคนให้เงินเดือนคุณ? แล้วไปบอกว่า “อยากสบายให้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย” คุณรู้เหรอว่าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วมันสบาย คุณยังไม่เคยเรียนไม่ใช่เหรอครับ แล้วคุณไปรู้แทนเขาได้อย่างไร?

ผมไม่รู้ว่าใครสอนคุณมาแบบนี้ แต่ผมแนะนำว่าคุณควรจะรู้จักหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก่อน ไม่ใช่รู้ทุกอย่างยกเว้นหน้าที่ของตัวเอง…

สุดท้ายผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ “น้องเมย” หรือ “นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์” ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทุกคนที่เข้ามาเป็นนักเรียนเตรียมทหารล้วนแต่เป็นผู้ที่ถูกทดสอบทั้งสติปัญญาและร่างกายมาเป็นอย่างดี พวกเขาเหล่านั้นเข้ามาด้วยความหวังว่าจะมีอนาคตที่ดี ได้โปรดอย่าทำลายความหวังของพวกเขา ทุกคนสมควรได้รับการมีชีวิตและได้รับการฝึกที่ถูกต้อง แต่หากเรายังยึดมั่นแต่ในเกียรติและศักศรีจนเกินไป ยึดมั่นแต่ในระบบเดิมๆ ความคิดเดิมๆ ยังไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ยังปกป้องคนที่กระทำผิด ยังรักสถาบันผิดทาง และยังมองข้ามความเป็นมนุษย์ เหตุการณ์แบบนี้คงจะเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ แบบไม่มีวันที่สิ้นสุด และสุดท้ายอาจจะไม่มีโรงเรียนเตรียมทหารให้เราได้ชื่นชมอีกต่อไป

“ไม่มีใครทำลายพวกเราได้ ยกเว้นพวกเราเอง”

#พี่ขอให้น้องเมยไปสู่สุขตินะครับ

#น้องเมย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,894,857 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

แนวหน้า ก้าวสู่ปีที่ 47 'มั่นคง ตรงไป ตรงมา' อุดมการณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยน
น้ำมันสำรอง 103 วัน พลังงาน กางแผนขนส่ง-อัดฉีดเติมปั๊มด่วน
อัครนันท์ ยังไม่ชัวร์นั่ง รมช.ศึกษาฯ แจงสาเหตุ ชอบสะสมพระเครื่อง-ของขลังจำนวนมาก
คิวบาไฟดับทั้งประเทศรอบสองในสัปดาห์เดียว กระทบประชาชนกว่า 10 ล้าน
นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ รับรางวัล โพธิพุทธคยา รางวัลเกียรติยศผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม
ลับหรือลวง? ดร.ณัฏฐ์ เปิด 3 จุดชี้ขาด พิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 69 กกต. ส่อเหนื่อยสู้คดี
บุคคลในข่าว 8 มกราคม 2568
อัยการสั่งฟ้อง อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ข้อหาติดสินบน-ยักยอกเงิน
อิหร่านยิงมิสไซล์ 2 ลูก ใส่ฐานทัพบนเกาะดิเอโกการ์เซีย แต่ถูกสกัดได้
แนวหน้าวาทะเด็ด

Recent Posts

  • ศรีลังกาขึ้นราคาน้ำมัน 25% รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
  • โจมตีโรงพยาบาลซูดานคร่าชีวิต 64 ศพ WHO ประณามหนัก เรียกร้องยุติสงคราม
  • “ทรัมป์” ยื่นคำขาดอิหร่าน 48 ชั่วโมงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่ทำลายโครงสร้างพลังงาน
  • คิวบาไฟดับทั้งประเทศรอบสองในสัปดาห์เดียว กระทบประชาชนกว่า 10 ล้าน
  • ชาวเช็กกว่า 2 แสนชุมนุมต่อต้านรัฐบาลใหม่ หวั่นนำประเทศสู่ระบอบอำนาจนิยม

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d