กูเกิลเปิดแอพช่วยคุมใช้เน็ตค้นหาไว-ไฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 01 ธ.ค. 2560 เวลา 06:06 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/528137

กูเกิลเปิดแอพช่วยคุมใช้เน็ตค้นหาไว-ไฟ

กูเกิลส่งแอพ Datally เปิดให้บริการในไทย หวังลดการใช้ดาต้า มั่นใจไม่กระทบผู้ให้บริการเครือข่าย

นายซีซาร์ เซงกุปตา รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์กูเกิล เปิดเผยว่า กูเกิลเปิดให้บริการแอพพลิเคชั่น Datally ในไทยเป็นแห่งแรก เพื่อให้ผู้ใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือสามารถลดต้นทุนและควบคุมการใช้งานเครือข่ายได้ ซึ่งจะลดความกังวลเกี่ยวกับการใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเกินปริมาณแพ็กเกจที่ซื้อไว้

ทั้งนี้ กูเกิลมองว่าจากจำนวนประชากรอินเทอร์เน็ตในไทยที่มีกว่า 44 ล้านคน ยังมีผู้ใช้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอีกกว่า 50% ที่ไม่ได้ซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต แบบไม่จำกัด หรือซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแบบเติมเงิน ทำให้ต้องจำกัดการใช้งาน ซึ่งอาจจะใช้งานเกินปริมาณแพ็กเกจโดยไม่รู้ตัว

สำหรับบริการลักษณะรูปแบบดังกล่าว ได้เปิดทดลองให้ใช้งานที่ฟิลิปปินส์ไปแล้ว ในชื่อบริการว่า Triangle และมีผู้ใช้งานกว่า 5.4 ล้านคน และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ที่ได้ทดลองใช้งานมีการบอกต่อให้คนรู้จักได้ใช้งานด้วย

นอกจากนี้ ฟีเจอร์ของ Datally จะมีจุดเด่นตรงที่แจ้งให้ผู้ใช้งานทราบว่าอินเทอร์เน็ตถูกใช้ไปในแอพใดบ้าง ปริมาณมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตให้เหมาะสมกับแพ็กเกจที่ใช้งาน ทั้งยังช่วยค้นหาประเภทไว-ไฟทั้งแบบฟรีและเสียเงิน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ด้วย

นายซีซาร์ กล่าวเสริมว่า ก่อนเปิดให้บริการแอพพลิเคชั่นดังกล่าวนี้ ได้ชี้แจงไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายทราบแล้วว่าการควบคุมการใช้งานนั้นจะไม่กระทบกับการให้บริการด้านอื่นๆ แต่จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางอินเทอร์เน็ตในบางท้องที่ได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทางด้านของการเปิดให้บริการฟรีนั้น แม้ว่ากูเกิลจะร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์ในอินเดียสำหรับเปิดให้บริการไว-ไฟฟรี แต่ยังไม่มีให้บริการในไทย ซึ่งบริษัทพยายามพูดคุยกับหลายๆ ประเทศ โดยบริการดังกล่าวยังเปิดให้ใช้งานได้บนแอนดรอยด์เท่านั้น

แท็บเล็ตดิจิทัลรุ่นใหม่ เนื้อสัมผัสแบบ ‘กระดาษ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 30 พ.ย. 2560 เวลา 13:58 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/528092

แท็บเล็ตดิจิทัลรุ่นใหม่ เนื้อสัมผัสแบบ ‘กระดาษ’

แท็บเล็ตดิจิตอลที่ถูกออกหน้าจอให้มีเนื้อสัมผัสเหมือนกับกระดาษ ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ยังชื่นชอบเสน่ห์ของการเขียน-อ่านหนังสือพิมพ์ด้วยน้ำหมึก

อารมณ์กระดาษที่หลายคนถวิลหา เพราะความเคยชินกับกระดาษทั้งการอ่านและการเขียน ก่อนที่หน้าจอสัมผัสแบบกระจกจะเข้าครอบครองโลก เริ่มตั้งแต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ที่สามารถแทนที่และลดการใช้กระดาษลงไปอย่างมากมาย แต่ก็มีผู้คนมากมายที่อยากได้ความรู้สึกแบบผิวสัมผัสที่เหมือนกระดาษผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ด้วยความเคยชิน

ความต้องการเหล่านี้กำลังถูกเติมเต็ม ด้วยรีมาร์กาเบิล (reMarkable) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายแท็บเล็ต แต่มีรูปร่างหน้าตาและผิวสัมผัสเหมือนกับ “กระดาษ” ไม่มีผิดเพี้ยน

ทางด้านผู้ผลิตรีมาร์กาเบิล ได้อธิบายว่า เห็นหน้าตาคล้ายกับแท็บเล็ตทั่วไปแบบนี้ แต่มันไม่ใช่แท็บเล็ตอย่างแน่นอนเพราะนอกจากการอ่านและเขียนแล้ว เจ้ารีมาร์กาเบิลไม่สามารถติดตั้งแอพพลิเคชั่น ดูวิดีโอ หรือถ่ายรูปได้ มันเพียงแต่มีไว้เพื่อผู้ใช้งานที่ต้องการอ่าน เขียน หรือสเกตช์์ลงไปบนผิวของจอแสดงผลที่คล้ายกับเนื้อกระดาษเท่านั้น

โดยหน้าจอของรีมาร์กาเบิล ขนาด 10.3 นิ้ว ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับสมุดโน้ตมาตรฐาน ที่มีเนื้อสัมผัสราวกับกระดาษอุ่นๆ จะแสดงผลลัพธ์เป็นสีโมโนโทนขาว-ดำ ดูสบายตา ด้วยเทคโนโลยีจอแสดงผลแบบอัลตร้า ไฮ ฟริคชั่น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำเอาวัสดุพิเศษรวมเข้าไปในหน้าจอ จึงช่วยลดการสะท้อนแสง ต่างจากหน้าจอของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป อีกทั้งยังสามารถตอบรับน้ำหนักในการขีดเขียนได้สมจริง และมีรีเฟรช เรต ที่ต่ำมาก ทำให้ทุกครั้งที่ผู้ใช้งานจรดดินสอลงไปนั้น ได้ความรู้สึกคล้ายกับการเขียนด้วยน้ำหมึกลงบนกระดาษอย่างแท้จริง

สำหรับคุณสมบัติทั่วไป ตัวเครื่องรีมาร์กาเบิลมีขนาดประมาณ 7×10 นิ้ว มีความหนา 0.5 นิ้ว และมีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 350 กรัมเท่านั้น อีกทั้งตัวเครื่องยังไม่มีส่วนประกอบที่ผลิตจากแก้ว ผู้ใช้งานจึงวางใจได้เลยว่าไม่ต้องกลัวทำแตกอย่างแน่นอน ตัวเครื่องมีพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 8 กิกะไบต์ ใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ รองรับการอ่านเอกสารแบบพีดีเอฟ และอีพับ  และสามารถเชื่อมต่อการสำรองข้อมูลระบบคลาวด์ ผ่านการเชื่อมต่อไว-ไฟได้อีกด้วย

ถึงแม้จะไม่สามารถลงแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ แต่ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อรีมาร์กาเบิลกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ รวมถึงการไลฟ์สตรีมกับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปก็สามารถทำได้เช่นกัน เรียกได้ว่ารีมาร์กาเบิลถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มเป้าหมายที่ยังชื่นชอบการอ่านหนังสือ หรือกลุ่มนักออกแบบ นักเขียน ที่ยังชอบเสน่ห์ของการใช้กระดาษอยู่ เพราะจอแบบอีอิงค์ ความละเอียดสูงตอบสนองปากกาได้แบบทันทีเหมือนเวลาเห็นภาพที่เกิดจากการเขียนลงแผ่นกระดาษจริงๆ

ใครที่ถูกใจในความสร้างสรรค์ของผลิตภัณฑ์ละก็ ราคาเปิดตัวของรีมาร์กาเบิล หรือเปเปอร์ แท็บเล็ตนั้น อยู่ที่ 599 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2 หมื่นบาท โดยมาพร้อมกับมาร์กเกอร์ มาร์กเกอร์ทิปส์ และสายสำหรับต่อพ่วงอุปกรณ์ หรือชาร์จแบตเตอรี่ สมใจคนรักอารมณ์กระดาษ ความรู้สึกที่สัมผัสได้ในแบบกระดาษด้วยระบบดิจิทัลเสียที

“Brain Implant” อนาคตใหม่หยุดการฆ่าตัวตาย?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 30 พ.ย. 2560 เวลา 11:51 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/528075

"Brain Implant" อนาคตใหม่หยุดการฆ่าตัวตาย?

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

นับตั้งแต่ที่ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังอย่างเทสลา ประกาศตั้งบริษัท Neuralink เพื่อคิดค้นวิธีการเชื่อมสมองมนุษย์เข้ากับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการฝังชิปเข้าไปในสมองมนุษย์ที่เรียกว่า “Brain Implant” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของสมองและสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่ออัพโหลดข้อมูลสำคัญๆ เข้าไปเพิ่มเติมได้ หลายฝ่ายต่างหยิบยกประเด็นการสร้างสมองกลอัจฉริยะ เพื่อยกระดับศักยภาพมนุษย์ให้ทัดเทียมกับเอไอขึ้นมาถกเถียงกันเป็นระยะ

ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจจากทั่วโลกอีกครั้ง เมื่อหน่วยงานโครงการวิจัยขั้นสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ทดลอง Brain Implant ซึ่งควบคุมและสั่งการโดยเอไอเป็นครั้งแรกกับมนุษย์

ทางหน่วยงานระบุว่า โครงการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาทหารและอดีตทหารผ่านศึกที่ต้องทนทรมานกับโรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง หรือ PTSD โดยทหารที่มีอาการ PTSD 20% เคยผ่านสมรภูมิรบในอิรักและอัฟกานิสถานมาก่อน และมีแนวโน้มฆ่าตัวตายมากกว่าคนปกติ

สำหรับการทดลอง Brain Implant นั้น ทีมวิจัยจะใช้ชิปอัจฉริยะสั่งให้อัลกอริทึมเอไอตรวจจับรูปแบบการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางอารมณ์ โดยเมื่อตรวจพบชิปดังกล่าวจะปล่อยคลื่นไฟฟ้ากระตุ้นให้สมองกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งทีมวิจัยพบว่าการปล่อยคลื่นไฟฟ้าไปยังสมองส่วนที่ควบคุมการตัดสินใจและอารมณ์ ช่วยให้ผู้เข้ารับการทดลองสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นมาก

ด้าน เดอะ เนเจอร์ วารสารวิทยาศาสตร์สหรัฐ รายงานว่า ทางหน่วยงานทำการทดลองดังกล่าวกับทหาร 6 ราย ที่มีอาการลมชัก และก่อนหน้านี้ได้รับการฝังขั้วไฟฟ้าในสมองไว้แล้วเพื่อควบคุมการกำเริบของโรค

“ความน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับการทดลองครั้งนี้คือ นี่เป็นครั้งแรกที่มีการนำมาใช้กับสมองมนุษย์ ซึ่งเปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่โลกของสมอง ทำให้เราได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง” เอ็ดเวิร์ด ชาง นักประสาทวิทยา หนึ่งในทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลฟอร์เนีย เปิดเผยกับเดอะ เนเจอร์

แม้ว่าการทดลองดังกล่าวจะน่าตื่นเต้นมากเพียงใดก็ตาม แต่ก็ได้สร้างความวิตกเกี่ยวกับประเด็นจริยธรรมขึ้น จากการที่นักวิจัยสามารถเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกส่วนลึกของผู้เข้ารับการทดลองได้ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับขอบเขตการนำ Brain Implant ไปใช้จริงในอนาคต

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนระบุว่า การทดลองดังกล่าวอาจยังมีจุดอ่อนอยู่ เนื่องจากการทดลองใช้คลื่นไฟฟ้ากระตุ้นสมองในช่วงที่ผ่านมาก่อให้เกิดผลข้างเคียงหลายอย่าง โดยดอกเตอร์อดัม เฮนส์ชเกอ นักจริยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากผลการทดลองการปล่อยคลื่นไฟฟ้า ผู้เข้ารับการทดลองมีอาการพูดจาติดขัด มีภาวะหลงลืม โดยบางรายมีอาการซึมเศร้าและอารมณ์แปรปรวนมากกว่าเดิม

แม้ทดลองดังกล่าวยังไม่พร้อมใช้สำหรับแก้ไขปัญหา PTSD รวมไปถึงอาการซึมเศร้าที่เกี่ยวข้อง แต่เฮนส์ชเกอ ระบุว่า Brain Implant อาจนำไปใช้รักษาโรคอื่นๆ ได้ เช่น โรคพาร์กินสัน

ภาพ เอเอฟพี

นักวิชาการชี้ลงทะเบียนซิม ไม่ช่วยลดปัญหาก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 30 พ.ย. 2560 เวลา 06:04 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527944

นักวิชาการชี้ลงทะเบียนซิม ไม่ช่วยลดปัญหาก่อการร้าย

นักวิชาการด้านโทรคมนาคม มองลงทะเบียนซิมการ์ดไทยไร้ผล ชี้สิ้นเปลืองใช่เหตุ

แหล่งข่าวจากผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคม เปิดเผยว่า รูปแบบการลงทะเบียนที่หน่วยงานภาครัฐบังคับให้จุดจำหน่ายซิมการ์ดต้องถ่ายรูป และส่งข้อมูลเบื้องต้นนั้น มีเพียงบางจุดจำหน่าย และพบร้านค้ารายย่อยส่งข้อมูลที่ผิดพลาดกลับมา สะท้อนถึงความไม่สำเร็จของการลงทะเบียนซิมการ์ดตามที่ กสทช.หวังไว้

ดังนั้น การออกมาตรการให้สแกนลายนิ้วมือและจดจำใบหน้านั้น ตัวอุปกรณ์ตรวจสอบต้องได้รับมาตรฐานเดียวกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงของโอเปอเรเตอร์และ กสทช. เองก็ไม่สามารถหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมได้ ทำให้มีความเป็นไปได้ยาก และมีความผิดพลาดในการส่งข้อมูลค่อนข้างสูง หากไม่ให้ผู้เชี่ยวชาญการลงทะเบียนทำ

“หลายประเทศได้ยกเลิกการยืนยันตัวตนไปแล้ว โดยใช้วิธีสร้างแรงจูงใจให้โอเปอเรเตอร์ในประเทศทำข้อตกลง ร่วมกันในเรื่องของลายเซ็นในโทรศัพท์มือถือ เพื่อเชื่อมโยงกับเจ้าของและนำไปสู่การบริการข้ามเครือข่ายที่เป็นบริการเสริมและการใช้จ่ายผ่านมือถือ ซึ่งจะช่วยในเรื่องความปลอดภัยและตรวจสอบได้ดีกว่าการลงทะเบียนซิมเพียงอย่างเดียว” แหล่งข่าวเปิดเผย

ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส แสดงความคิดในกรณีนี้ว่า กรณี กสทช.ให้ผู้ประกอบการเริ่มจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการด้วยวิธีอัตลักษณ์นั้น ทางบริษัทยินดีปฏิบัติตามกฎและกติกาที่ กสทช.ประกาศมาโดยตลอด

ทั้งนี้ บริษัทมองว่านับเป็นเรื่องดีที่ กสทช.ออกกฎให้ประชาชนลงทะเบียนซิมเพื่อแสดงอัตลักษณ์ เนื่องจากในปัจจุบันมีการปลอมแปลงการใช้ซิมการ์ด โดยที่เจ้าของเบอร์หรือผู้ใช้บริการไม่ทราบ และยังดีต่อผู้ประกอบการในการจัดสรร เลขหมายด้วย

‘บิตคอยน์’ผงาดทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 29 พ.ย. 2560 เวลา 07:22 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527829

'บิตคอยน์'ผงาดทั่วโลก

ธนาคารใหญ่เกาหลีใต้เตรียมเปิดบริการเงินดิจิทัล ด้าน บิตคอยน์พุ่งต่อใกล้แตะหมื่นดอลลาร์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บิตคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลที่มีการซื้อขายมากที่สุดในตลาด มีแนวโน้มได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากสถาบันการเงินจำนวนมากขึ้นเริ่มเปิดรับบิตคอยน์ โดยล่าสุด ธนาคารชินฮันแบงก์ ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของเกาหลีใต้จะเตรียมเปิดบริการระบบเก็บข้อมูลและบิตคอยน์ วอลเล็ต เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเก็บรักษาบิตคอยน์ในระบบ

ชินฮันแบงก์ระบุว่า กำลังอยู่ระหว่างคัดเลือกบริษัทมาร่วมทดสอบระบบ ดังกล่าว ซึ่งหากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาล จะเริ่มเปิดบริการใหม่ราวกลางปี 2018 ขณะที่บริษัทยังมีแผนพัฒนาแอพพลิเคชั่น บนสมาร์ทโฟนสำหรับใช้บริการบิต คอยน์ วอลเล็ต และเครื่องมือวิจัยทางสถิติต่างๆ ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของชินฮันแบงก์เกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า บิตฮัมบ์ แพลตฟอร์มซื้อขายเงินดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ถูกเจาะข้อมูลผู้ใช้ 3 หมื่นราย เมื่อเดือน มิ.ย. ซึ่งทำให้ต้องจ่ายเงินชดเชยเพิ่มเติมแก่ผู้ใช้กลุ่มดังกล่าว 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32 ล้านบาท) โดยบลูมเบิร์กระบุว่า ขณะนี้ตลาดเงินดิจิทัลของเกาหลีใต้มีมูลค่าติดอันดับต้นๆ ของโลก อยู่ที่ราว 275 ล้านล้านวอน (ราว 8.30 ล้านล้านบาท)

ด้าน ปาร์กนกซอน นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอ็นเอช อินเวสต์ เมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตี้ส์ เปิดเผยว่า หากในอนาคตมีการเปิดการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าบิตคอยน์ในเกาหลีใต้ ดีมานด์เงินดิจิทัลจะยิ่งสูงขึ้น เพราะการกระทำ ดังกล่าวจะช่วยยกสถานะของบิตคอยน์

ก่อนหน้านี้ ซีเอ็มอี กรุ๊ป บริษัทให้บริการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ของโลกจากสหรัฐ เปิดเผยว่า จะเริ่มเปิดการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าบิตคอยน์ในไตรมาส 4 ปี 2017 ขณะที่ตลาดซื้อขายตราสารอนุพันธ์ชิคาโก (ซีบีโออี) คู่แข่งของซีเอ็มอี เปิดเผยเมื่อเดือน ส.ค.ว่า บริษัทวางแผนเปิดการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าบิตคอยน์ในปี 2018

สำหรับในวันที่ 28 พ.ย. บลูมเบิร์กระบุว่า มูลค่าบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 9,887.33 ดอลลาร์/บิตคอยน์ ในการซื้อขาย เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากวันก่อนหน้าที่ 9,747 ดอลลาร์ ใกล้แตะ 1 หมื่นดอลลาร์

กสทช.เผย 1 เดือนมีคนขึ้นทะเบียนโดรนแล้ว 5,280 เครื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 28 พ.ย. 2560 เวลา 18:49 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527720

กสทช.เผย 1 เดือนมีคนขึ้นทะเบียนโดรนแล้ว 5,280 เครื่อง

เลขาธิการ กสทช. เผยยอดขึ้นทะเบียนโดรนทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.- 28 พ.ย. 60 มีจำนวนทั้งสิ้น 5,280 เครื่อง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ข้อมูลจากการลงทะเบียนโดรนที่สำนักงาน กสทช. ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค พบว่า ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. – 28 พ.ย. 2560 มีผู้มาขึ้นทะเบียนโดรนทั้งหมด 5,280 เครื่อง แยกเป็น ขึ้นทะเบียนในส่วนกลาง 2,344 เครื่อง ขึ้นทะเบียนในส่วนภูมิภาค 2,936 เครื่อง

นอกจากนี้ข้อมูลจาก Call Center 1200 สำนักงาน กสทช. พบว่ามีผู้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนโดรนทั้งหมด 1,470 สาย เป็นสายสอบถามเข้ามาจากส่วนกลางทั้งหมด

บิตคอยน์พุ่งจ่อทะลุ1หมื่นเงินดิจิทัลโต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 28 พ.ย. 2560 เวลา 07:23 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527624

บิตคอยน์พุ่งจ่อทะลุ1หมื่นเงินดิจิทัลโต

บิตคอยน์มุ่งสู่ 1 หมื่นดอลลาร์ หลังสถาบันแห่ลงทุน ส่งตลาดเงินดิจิทัลขยายตัว

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บิตคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลชื่อดัง ปรับตัวเพิ่มขึ้นผ่านหลัก 9,500 ดอลลาร์สหรัฐ/บิตคอยน์ ในการซื้อขายระหว่างวันเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยสามารถขึ้นไปมากกว่า 9,747 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดระหว่างวัน ซึ่งเป็นการทำสถิติใหม่ ขณะที่ยังขึ้นมาแล้ว 45% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

โทมัส กลัคสมันน์ หัวหน้าฝ่ายการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลของเกตคอยน์ เปิดเผยว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของสกุลดิจิทัลดังกล่าวเป็นผลมาจากการเข้ามาลงทุนของบรรดานักลงทุนสถาบัน และอาจทำให้ บิตคอยน์ปรับขึ้นผ่านระดับจิตวิทยาที่ 1 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งจะยิ่งดึงดูดนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้นอีก

ขณะเดียวกัน อีเธอเรียม อีกหนึ่งสกุลเงินดิจิทัล ปรับเพิ่มขึ้นทำสถิติที่ 485 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนมองว่าอาจจะทะลุเกิน 500 ดอลลาร์ในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ คอยน์มาร์เก็ตแคป เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลสกุลเงินดิจิทัล ระบุ ว่า ความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวส่งผลให้ ตลาดเงินดิจิทัลมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปมากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 9.9 ล้านล้านบาท) ซึ่งบิตคอยน์คิดเป็น 1.58 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 5.2 ล้านล้านบาท) จากมูลค่าทั้งหมดดังกล่าว

เกาหลีใต้-อังกฤษสอบ”กูเกิล”แอบเก็บข้อมูลผู้ใช้โดยไม่ขอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 27 พ.ย. 2560 เวลา 07:28 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527469

เกาหลีใต้-อังกฤษสอบ"กูเกิล"แอบเก็บข้อมูลผู้ใช้โดยไม่ขอ

เกาหลีใต้-อังกฤษ ตรวจสอบกูเกิลแอบเก็บข้อมูลที่อยู่ผู้ใช้โดยไม่ขอ ชี้ทำมานานตั้งแต่เดือน ม.ค.

คณะกรรมาธิการการสื่อสารแห่งชาติเกาหลีใต้ (เคซีซี) เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นมันนี่ว่า ได้เรียกตัวแทนของกูเกิล ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นชื่อดังจากสหรัฐ เข้าชี้แจงกรณีที่กูเกิลเก็บข้อมูลที่อยู่ผู้ใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดใช้บริการระบุที่อยู่หรือโลเกชั่นเซอร์วิสก็ตาม

การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสำนักข่าวควอร์ตซ์ รายงานว่า โทรศัพท์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เก็บข้อมูลจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ใกล้เคียง โดยข้อมูลดังกล่าวรวมไปถึงหมายเลขเซลล์ไอดี (Cell ID) ซึ่งสามารถใช้ระบุที่อยู่ของผู้ใช้โทรศัพท์ได้ และส่งไปยังกูเกิลมานานเกือบ 1 ปีแล้ว

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมาธิการข่าวสารของอังกฤษ เปิดเผยว่า กำลังตรวจสอบระบบติดตามของกูเกิลตามที่มีรายงานมา และกำลังติดต่อกับกูเกิลเพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

ด้านกูเกิล ชี้แจงว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลที่อยู่ผู้ใช้เป็นไปเพื่อใช้ในการยกระดับระบบแจ้งเตือนและการส่งข้อความ โดยเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และจะยุติในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งกูเกิลจะกำจัดข้อมูลทั้งหมดในทันที ขณะที่กูเกิลได้อัพเดทระบบปฏิบัติการเพื่อไม่ให้รวบรวมข้อมูลเซลล์ไอดีของผู้ใช้แล้ว

ภาพ เอเอฟพี

กสทช.จัดประมูลเลขสวยครั้งที่3 ได้เงินเข้ารัฐกว่า46ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 26 พ.ย. 2560 เวลา 14:21 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527362

กสทช.จัดประมูลเลขสวยครั้งที่3 ได้เงินเข้ารัฐกว่า46ล้าน

สำนักงาน กสทช. เปิดประมูลเลขสวยครั้งที่ 3 ของปีนี้ เงินประมูลทะลุกว่า 46 ล้านบาท เผยเลขแพงสุด 4.5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า ผลการประมูลเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เป็นเลขหมายสวย ครั้งที่ 3/2560 จำนวน 95 เลขหมาย มีผู้สนใจประมูลเลขหมายรวมทั้งสิ้น 36 เลขหมาย คิดเป็นเงินที่ได้จากการประมูลรวม 46,367,219 บาท

รายได้จากการประมูลหลังหักค่าใช้จ่าย สำนักงาน กสทช. จะนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน

สำหรับเลขหมายที่มีการประมูลราคาสูงสุดในวันนี้ กลุ่ม 7 ตัวเหมือน ราคาตั้งต้น 3 ล้านบาท ได้แก่ เลขหมาย 096-9999999 ในราคาชนะประมูล 4,504,444 บาท

สำหรับกลุ่ม 6 ตัวเหมือน ราคาตั้งต้น 500,000 บาท มีผู้เสนอราคาเลขหมาย 099-6999999 สูงสุดในราคา 3,015,000 บาท โดยเป็นเลขหมายที่มีการแข่งขันการประมูลสูงสุดจำนวน 150 ครั้ง และกลุ่มเลขหมาย 4 ตัวเหมือนติดกัน 2 ชุด ราคาตั้งต้น  500,000 บาท มีผู้เสนอราคาเลขหมาย 099-9995555 สูงสุดในราคา 1,530,000 บาท

คิดดีพาส แอปพลิเคชั่นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 25 พ.ย. 2560 เวลา 15:04 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527226

คิดดีพาส แอปพลิเคชั่นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่

KIDDEEPASS (คิดดีพาส) แอปพลิเคชั่นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ที่คัดสรรวัตถุดิบแห่งการเรียนรู้สำหรับลูกน้อยไว้อย่างครบวงจร

นำโดย ณกุล ยุคล ณ อยุธยา ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท คิดดีพาส จำกัด จัดงานเปิดตัว KIDDEEPASS (คิดดีพาส) แอปพลิเคชั่นเพื่อการเรียนรู้ภายใต้คอนเซปต์ “แอปพลิเคชั่นเดียวครบทุกประสบการณ์เรียนรู้” พร้อมเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกน้อยเติบโตอย่างสมวัย

ภายในงานถูกเนรมิตให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งความสนุกที่เต็มไปด้วยกิจกรรมเสริมทักษะและพัฒนาการของเด็กและครอบครัว จากพันธมิตรเครือข่ายของ KIDDEEPASS งานนี้มีเหล่าครอบครัวคนบันเทิง อาทิ ครอบครัวพระเอกตลอดกาล ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี ที่พาลูกชายคนโต น้องเต้นท์ และภรรยาพีช – สัตมน ที่อุ้มท้องลูกคนที่สองมาร่วมงาน, ครอบครัว โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล พร้อมด้วยลูกสาวลูกชายฝาแฝด น้องอลิน น้องอลัน และครอบครัว เอ็ม – อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล ที่มาพร้อมภรรยา มิลค์-บุสกร และลูกสาวฝาแฝด น้องฌานา และน้องฌารีณ มาร่วมงานและร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเลี้ยงลูกในแบบฉบับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ โดยมี ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ รับหน้าที่พิธีกร ณ ควอเทียร์ วอเตอร์ การ์เดน ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์

KIDDEEPASS (คิดดีพาส) ขอเชิญทุกท่านก้าวเข้าสู่อาณาจักรแห่งการเรียนรู้ของลูกน้อยได้แล้ววันนี้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น KIDDEEPASS ฟรีได้ทั้งในระบบแอนดรอยด์และไอโอเอส หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.KIDDEEPASS.com