Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘เฝอ’ยายเสบี่ยงที่อ.ศรีเชียงใหม่ ตำนานความอร่อยเด็ดกว่า30ปี

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304823

'เฝอ'ยายเสบี่ยงที่อ.ศรีเชียงใหม่ ตำนานความอร่อยเด็ดกว่า30ปี

‘เฝอ’ยายเสบี่ยงที่อ.ศรีเชียงใหม่ ตำนานความอร่อยเด็ดกว่า30ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 10.17 น.

23 พ.ย.60 ‘เฝอ’ หรือ ก๋วยเดตี๋ยวรสเด็ดยายเสบี่ยง ที่อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นสูตรเด็ด ขายมานานกว่า 30 ปี ยังคงความอร่อยมาจนถึงทุกวันนี้

ร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดเฝอยายเสบี่ยง ที่เห็นอยู่นี้เป็นร้านเฝอเก่าแก่ ดั้งเดิมซึ่ง ยายเสบี่ยง ศรีละวงษา เปิดขายมานานกว่า 30 ปี โดยความอร่อยของเฝอ หรือ ก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนี้ จะอยู่ที่น้ำซุป กลมกล่อม เพราะต้มจากกระดูกวัวทั้งชิ้นจนเปื่อย ปรุงรสด้วยสูตรเฉพาะของทางร้าน มีทั้งเฝอน้ำใส เฝอน้ำตก เฝอเนื้อ เฝอหมู มีขนาดปกติ พิเศษ และจัมโบ้ ราคาตั้งแต่ 40-50 บาท “เฝอ” ต้องรับประทานกับผักสด ซึ่งที่ร้านบุฟเฟ่ต์ผักไม่อั้น และพิเศษสุดด้วยกระดูกเปื่อยที่ทางร้านตักมาเสิร์ฟทั้งกระดูก นำมาแทะเนื้อเปื่อย เอ็นเปื่อย เนื้อติดซี่โครง อร่อยได้อีกแบบ หรือจะสั่งเนื้อลวก ลูกชิ้นลวก จิ้มกับแจ่วเพี้ยสูตรเด็ดของทางร้านก็ได้เช่นกัน

ร้านเฝอยายเสบี่ยง ตั้งอยู่ที่ริมถนนศรีเชียงใหม่-สังคม ข้างปั๊มน้ำมัน ปตท. เขตเทศบาลศรีเชียงใหม่ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 7 โมงเข้าไปจนถึง บ่ายสาม ก็หมดแล้ว ใครผ่านไปเส้นทางนั้นแวะชิมเฝอ รสเด็ดสูตรดั้งเดิมได้

คำว่า “เฝอ” มาจากเวียดนาม โดยมีรากศัพท์จากภาษาฝรั่งเศส หมายถึง อาหารที่ทำจากเส้น ซึ่งได้แผ่อิทธิพลมายังประเทศลาว และแถบแม่น้ำโขงในฝั่งไทยด้วย ชาวหนองคาย ชาวลาว และชาวเวียดนาม ส่วนใหญ่จะเรียก ก๋วยเตี๋ยว ว่า “เฝอ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตำรวจโคตรใจเย็น จับหนุ่มกวนบาทา ด่าแต่ละคำมันน่านัก (ชมคลิป)

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304824

ตำรวจโคตรใจเย็น จับหนุ่มกวนบาทา ด่าแต่ละคำมันน่านัก (ชมคลิป)

ตำรวจโคตรใจเย็น จับหนุ่มกวนบาทา ด่าแต่ละคำมันน่านัก (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 10.17 น.

 23 พ.ย. โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก “บางนรา สง่างาม” เป็นเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย รวบตัวชายคนหนึ่งใส่กุญแจ โดยที่หนุ่มคนดังกล่าว มีอารมณ์โกรธ พร้อมด่ากราด และพูดจายั่วยุตำรวจแบบไม่สนใจใคร เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา

โดยระบุว่า “อาชีพอย่างเรามันต้อง “อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวันไหวต่อความอยากลำบาก”#ตำรวจอาชีพ” 

หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมายและแชร์หลายหมื่นครั้ง อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ทั้งหมดยังไม่มีรายละเอียดใดๆ อย่าเพิ่งด่วนสรุปและใช้วิจารณญาณในการตัดสิน

ขอบคุณ : บางนรา สง่างาม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เงิบคาพวงมาลัย! ไฟเขียว1วินาที วิจารณ์แซดเร็วกว่าความไวแสง

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304815

เงิบคาพวงมาลัย! ไฟเขียว1วินาที วิจารณ์แซดเร็วกว่าความไวแสง

เงิบคาพวงมาลัย! ไฟเขียว1วินาที วิจารณ์แซดเร็วกว่าความไวแสง

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 09.24 น.

บนโลกโซเชียลแห่แชร์คลิปสัญญาณไฟที่บริเวณสามแยกคุกเก่า’ ถ.มหาไชย เขตพระนคร กรุงเทพฯ พบว่าสัณญาณไฟเขียวขึ้นเพียง 1 วินาทีเท่านั้น แต่ไฟแดง 57 วินาที

อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตหลายรายตั้งข้อสงสัยว่า ระบบสัญญาณไฟอาจขัดข้องหรืออยู่ระหว่างการรอซ่อมก็เป็นได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นาทีเป็นนาทีตาย! ชายช็อกหมดสติคาสะพานลอย ตร.รุดช่วยCPRทัน (ชมคลิป)

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304812

นาทีเป็นนาทีตาย! ชายช็อกหมดสติคาสะพานลอย ตร.รุดช่วยCPRทัน (ชมคลิป)

นาทีเป็นนาทีตาย! ชายช็อกหมดสติคาสะพานลอย ตร.รุดช่วยCPRทัน (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 09.03 น.

23 พ.ย. 60 เพจเฟซบุ๊ก “สน. ดอนเมือง” ได้โพสต์คลิปพร้อมภาพนายตำรวจสน.ดอนเมือง 2 คนกำลังช่วยกัน CPR ปั๊มหัวใจชายหนุ่มเเต่งกายคล้ายชุดทหารนอนหมดสติ

โดยเฟซบุ๊กดังกล่าวระบุว่า “ตื่นมาเถอะน้อง พ่อ แม่ พี่ น้อง ของน้องรออยู่นะ กลับบ้านไปกราบท่านก่อนอย่าพึ่งทิ้งกันไป สู้ๆนะน้องพี่ขอให้เราปลอดภัย พวกพี่ทำดีที่สุดแล้ว” อย่างน้อยพี่ก็ช่วยให้เราได้มีลมหายใจสู้อีกครั้ง

เจ้าหน้าที่จราจารับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบชายไทยแต่งกายคล้ายทหารเป็นลมหมดสติบนสะพานลอยคลังน้ำมันบาฟก์ พวกเรารีบวิ่งมาดูและช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น(CPR)จนได้สติ จึงวิทยุแจ้งกู้ภัยให้การช่วยเหลือและแจ้งรถพยาบาลมารับตัวนำส่ง รพ.ภูมิพล ต่อไป. สน.ดอนเมือง

ทั้งนี้อาการล่าสุดของผู้ป่วยปลอดภัยเเล้ว “ตอนนี้อาการของคนป่วยฟื้นคืนสติเรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนนี้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทางญาติฝากมาขอบคุณเจ้าหน้าที่ ตำรวจ กู้ภัย กู้ชีพ และ อาสาทุกท่านที่ได้ช่วยเหลือลูกเขาไว้  ขอบคุณมากมาย”

ขอบคุณ : สน. ดอนเมือง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตายกันไปข้าง! กองทัพหนูบุกตลาด ‘ตรัง’ พ่อค้า-แม่ค้ารวมตัวปิดศึกล่า

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304808

ตายกันไปข้าง! กองทัพหนูบุกตลาด 'ตรัง' พ่อค้า-แม่ค้ารวมตัวปิดศึกล่า

ตายกันไปข้าง! กองทัพหนูบุกตลาด ‘ตรัง’ พ่อค้า-แม่ค้ารวมตัวปิดศึกล่า

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 08.30 น.

23 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกของ 22 พ.ย. ภายในตลาดสดเทศบาลนครตรัง อ.เมือง จ.ตรัง ได้มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้ารวมทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเทศบาลนครตรัง รวมพลนำเครื่องมือเป็นกรงดักหนู มาช่วยกันกำจัดกองทัพหนูซึ่งเข้ากัดกินสินค้า เข้าของจนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังขี้และฉี่รดภายในแผงสินค้า ช่องระบายน้ำส่งกลิ่นเหม็นและสร้างความรำราญให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายสินค้าภายในตลาดเป็นอย่างมาก โดยก่อนหน้านีได้มีการร้องขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลนครตรังและทางจังหวัดให้ลงมาดูแลและช่วยกำจัดกองทัพหนูดังกล่าว

ด้านเทศบาลนครตรัง ได้ประสานพ่อค้าแม่ค้ารวมถึงนำกำลังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเทศบาลนครตรัง นำกรงดักหนูมาวางเพื่อดักหนู นอกจากนี้ยังมีการยาเบื่อหนูมาให้พ่อค้าแม่ค้าเพื่อกำจัดและลดปริมาณหนูอีกด้วย พร้อมทั้งถือโอกาสทำความสะอาดตลาดไปพร้อมๆกันด้วย

นายยอดเพชร ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครตรัง กล่าวว่า ปัจจัยเรื่องของหนูเป็นสัตว์ที่แพร่ขยายพันธุ์เร็วมาก เพราะฉะนั้นหากหลายฝ่ายไม่ร่วมกัน อาศัยท้องถิ่นอย่างเดียวคงควบคุมไม่ได้ หนูเป็นปัญหาเรื่องสัตว์นำโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคฉี่หนู แต่ในพื้นที่เทศบาลนครตรังตอนนี้ยังไม่พบผู้ป่วยโรคฉี่หนู และโรคกาฬโรคซึ่งก็ยังไม่พบ

นายสมหมาย กล่าวว่า ปัญหาของหนูในตลาดสดคือการกัดทำลายข้าวของ ของแม่ค้าในตลาด เพราะโดยปกติในตลาดสดจะต้องไม่มีการเก็บสินค้าไว้ในแผงในตลาด แต่เนื่องจากตลาดเทศบาลสร้างมาตั้งแต่ 2505 อายุกว่า 55 ปีแม่ค้าส่วนใหญ่ จะเก็บสินค้าไว้ในตลาด นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชากรหนูแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีอาหาร ที่อยู่อาศัยก็จะอยู่บริเวณโดยรอบ นี่คือปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมประชากรหนูได้ ให้เป็นตลาดปลอดหนู แต่ก็ได้ควบคุมอยู่ในระดับไม่เป็นปัญหา ในส่วนของชาวบ้านทั่วไปก็ได้มีการแจกยาเบื่อหนู โดยการลงชื่อบัตรเพื่อขอรับได้ และในส่วนของตลาดสดเทศบาลนครตรัง ก็ได้มีการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำเป็นประจำ กวาดล้างทุกวัน เพื่อไม่ให้มีเศษอาหารตกค้าง ส่วนการล้างใหญ่อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ส่วนช่วงไหนที่มีจำนวนประชากรหนูเยอะก็มีการจัดกิจกรรมวางกรง วางยาเบื่อ

“ต้องช่วยกัน พ่อค้าแม่ค้า และขอความร่วมมือ เศษอาหารแต่ละวันอย่าทิ้งในท่อระบายน้ำ เพราะหากวางยาเบื่อแล้วมีอาหารกิน หนูก็จะไม่กินยาเบื่อ และหนูก็จะรู้ว่าแต่ละวันอาหารจะอยู่ที่ไหน และช่วยเก็บสินค้าให้มิดชิดทำให้หนูไม่มีที่อยู่อาศัย เราวางกรงหนูก็จะเข้ากรง แต่ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปวางกรงดักหนูคืนละ 50 กรง หนูจะเข้ากรงประมาณ 10 ตัวไม่เกินนี้ปัญหาคือ1.มันกินอิ่มแล้วก็ไม่เข้ากรง 2.ไม่กินยาเบื่อเพราะฉะนั้นต้องมีความร่วมมือกันทุกฝ่าย ทั้งนี้ที่ตลาดสดเทศบาลนครตรัง ทางเจ้าหน้าที่จะเข้ามาดูแลและล้างทำความสะอาดทุกวัน โดยเฉพาะวันพุธทุกสัปดาห์จะมีหน่วยควบคุมแมลงและพาหะโรคเทศบาลนครตรัง มาตามกำจัดหนูให้เพื่อให้ตลาดสดปราศจากหนูและปลอดเชื้อโรคประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจในความสะอาดรวมทั้งทางเจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมแมลงและพาหะนำโรค” นายสมหมาย กล่าว

นายสมหมาย กล่าวอีกว่า เทศบาลนครตรัง ศูนย์บริการสาธารณสุขตรัง ลงพื้นที่ทำการดักจับหนูในพื้นที่ตลาดสดเทศบาลนครตรัง โดยทางเจ้าหน้าที่ได้นำกรงดักหนู จำนวน 40 กรง พร้อมใส่ปลาแห้งที่มีกลิ่นหอมฟุ้งเพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อหนูให้มาติดกับ โดยได้นำกรงวางตามจุดต่างๆตามแผงร้านค้าโซนที่ขายเนื้อสัตว์ ในขณะที่เข้าไปในพื้นที่บริเวณดังกล่าว พบว่ามีหนูหลายตัวได้วิ่งออกมาตามซอกมุมต่างๆเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ได้นำกรงที่ใส่ปลาแห้งไว้วางไว้ด้านใต้ของแผงร้านค้า และทิ้งไว้เป็นเวลา 2 ชม. ผลปรากฏว่าพบหนูเข้าไปติดกับดักหลายตัว และจะนำหนูที่ติดกรงไปทำลายต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บ้านผาสุข’ชุมชนต้นแบบ ใช้ทักษะ‘วิจัย’แก้ปัญหานํ้า

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304694

‘บ้านผาสุข’ชุมชนต้นแบบ ใช้ทักษะ‘วิจัย’แก้ปัญหานํ้า

‘บ้านผาสุข’ชุมชนต้นแบบ ใช้ทักษะ‘วิจัย’แก้ปัญหานํ้า

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“R&D – Research & Development” เอ่ยถึง 2 คำนี้ที่แปลเป็นไทยได้ว่า “วิจัยและพัฒนา” หลายคนคงรู้สึกว่าเป็นเรื่อง “ยากและไกลตัว” สำหรับชาวบ้านหาเช้ากินค่ำทั่วไป แล้วก็บอกว่าควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ “ปัญญาชน” นักวิชาการดีกรีปริญญาทั้งหลายในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำกันไปดีกว่า เพราะลำพังชาวบ้านอย่าว่าแต่ไปลงมือทำเองเลย เพียงแค่อ่านเอกสารผลงานที่เผยแพร่ออกมาเฉยๆ ก็รู้สึก “มึน” เสียแล้วกับคำศัพท์ที่เข้าใจยากแถมบางทียังเป็นภาษาต่างประเทศอีกต่างหาก

ทว่าจริงๆ แล้ว การวิจัยและพัฒนาเป็นทักษะที่ “ใกล้ตัว” ทุกคนมากกว่าที่คิด และแม้แต่ระดับประชาชนคนธรรมดาๆ ก็สามารถนำไปแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของตนได้ ดังเรื่องเล่าจาก “บ้านผาสุข” ชุมชนเล็กๆ ที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 130 ครัวเรือน ตั้งอยู่ ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ผู้คนในหมู่บ้านผาสุขดำรงชีวิตด้วยการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติเป็นพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และเป็นแหล่งอาหารมาช้านาน กระทั่งวันหนึ่งก็เกิดปัญหา “ทรัพยากรน้ำขาดแคลน” จนลุกลามไปเป็น “ความขัดแย้ง” ของเพื่อนบ้านร่วมชุมชนเดียวกัน

“คนในชุมชนเกิดความไม่เข้าใจเรื่องการใช้น้ำของแต่ละครัวเรือนที่ไม่เท่ากันบางครัวเรือนใช้มาก บางครัวเรือนใช้น้อย ทำให้เกิดการแย่งชิงน้ำใช้ เพราะความเข้าใจผิดแม้จะอธิบายอย่างไรก็ไม่เข้าใจกลายเป็นปัญหาถกเถียงกันของคนในชุมชน”

(ซ้าย) เอกพล ศิริทรัพย์อุดม, (ขวา) สถาพร ใจปิง

คำบอกเล่าจาก เอกพล ศิริทรัพย์อุดมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.3 บ้านผาสุข ถึงเหตุการณ์เมื่อสิบกว่าปีก่อน โดยเมื่อย้อนไปในปี 2545 ชุมชนเริ่มประสบปัญหาน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของชาวบ้านโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ถึงขั้นต้องแย่งชิงน้ำเพื่อใช้อุปโภคบริโภค เพราะ “ชุมชนไม่เห็นข้อมูลที่แท้จริงของปัญหาในเรื่องของการจัดการน้ำในชุมชน” และยังขาดทักษะการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากในอดีตชาวบ้านรู้จักแต่การทำไร่เลื่อนลอย ต่อมาเมื่อเปลี่ยนมาทำนาก็ต้องดึงน้ำไปใช้ทำนามากขึ้น นอกจากนี้มีการปล่อยน้ำทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์

เอกพล เล่าต่อไปว่า ในเวลาต่อมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ส่งทีมงานเข้ามาฝึกอบรมให้ชาวบ้านมีทักษะการวิจัย ซึ่งตนเป็นคนหนึ่งที่เข้าร่วมอบรมด้วย แน่นอนว่าตอนแรกๆก็รู้สึก “ไม่มั่นใจว่าจะทำได้” แต่เมื่อผ่านไปสักพัก เมื่อเริ่มเข้าใจแล้วกลับพบว่า “จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องยาก” และยังมีประโยชน์ต่อชุมชนอย่างมากอีกด้วย ทำให้ความคิดของตนและชาวบ้านเกี่ยวกับคำว่าวิจัยค่อยๆ เปลี่ยนไป

“ก่อนนี้เราไม่เคยรู้เรื่องการทำวิจัยมาก่อนตอนนี้เรารู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร เป็นการระดมความคิด ช่วยกันคิดช่วยกันทำ ทำให้รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อนอะไรหลัง นำมาสู่การวางแผน สืบค้นปัญหา จัดเก็บข้อมูล ตั้งแต่การใช้น้ำของแต่ละครัวเรือน สำรวจแหล่งต้นน้ำ สอบถามผู้สูงอายุและปราชญ์ชุมชน จดบันทึก ลงพื้นที่สำรวจ และนำข้อมูลทั้งหมดมารวบรวมจัดทำเป็นฐานข้อมูลกลายเป็นคู่มือของชุมชน ที่นำมาใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการน้ำของชุมชน แตกต่างจากที่เคยทำมา ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีข้อมูลเป็นของชุมชนเอง” เอกพล เล่าอย่างภูมิใจ

แผนที่ชุมชนบ้านผาสุข

ข้อค้นพบจากการวิจัยของชุมชนบ้านผาสุข ได้นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในชุมชนเพื่อฟื้นฟูรักษาป่าต้นน้ำ และให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน จนเกิดเป็น 1.กฎกติกาของชุมชน ด้วยการใช้หลัก “ธรรมาภิบาล” ในการจัดสรรน้ำ และการเข้าใช้ประโยชน์จากดิน น้ำ ป่า 2.การฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำและปลูกป่าเสริม ตามความเชื่อและการใช้ประโยชน์จากป่าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยแบ่งการใช้ประโยชน์ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ป่าต้นน้ำ ป่าอนุรักษ์ และป่าใช้สอย สำหรับ “ป่าชุมชน-พื้นที่ทำกิน” ได้ผ่านการจัดทำ “โฉนดชุมชน” ที่ชาวบ้านได้ร่วมกันนำเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ และได้รับงบประมาณสนับสนุนในการดำเนินการจากชลประทานจำนวน 27 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้รับงบประมาณจากโครงการประชารัฐอีก 250,000 บาทเพื่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ ระยะทาง 12,000 เมตร เพื่อแก้ไขปัญหาการแย่งน้ำเพื่อการเกษตรบริเวณลำน้ำมางกับห้วยป่าแอ้ว ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำเพื่อการเกษตรได้ 23 ไร่

และ 3.การใช้ข้อมูลงานวิจัยที่เป็นข้อเท็จจริงมาเป็นเครื่องมือสร้างความเข้าใจ นำไปสู่การพูดคุยและหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างสันติ ลดปัญหาความขัดแย้งในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเรื่องนี้ เอกพล ระบุว่า “ข้อดีอย่างหนึ่งของการทำงานวิจัย คือทำให้คนในชุมชนสามัคคีกัน”ได้เรียนรู้ว่าถ้ารู้จักแบ่งปันจะไม่เกิดการทะเลาะวิวาทแย่งชิง และการอยู่ร่วมกันถ้าไม่ช่วยกันคิด ไม่ช่วยกันทำ ปัญหาทุกอย่างก็จะไม่มีทางออก

“ทุกชุมชนควรนำงานวิจัยมาใช้เพราะถือเป็นสิ่งสำคัญและมีประโยชน์มากดังเช่นที่ชุมชนบ้านผาสุขได้รับ ทำให้เราได้ข้อมูลที่สามารถสะท้อนหรือนำเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐเพื่อใช้พิจารณาได้ทันที โดยเฉพาะเรื่องระบบน้ำหรือชลประทาน จึงอยากเห็นชุมชนอื่นๆ ทำงานวิจัยเช่นกัน อย่าคิดว่าเป็นปัญหาหนัก ทำไม่ได้ เพราะเมื่อลงมือทำ สุดท้ายก็จะทำได้ และไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด” เอกพล กล่าวย้ำ

ขณะที่ สถาพร ใจปิง สมาชิกทีมนักวิจัยชุมชนบ้านผาสุข กล่าวเสริมว่า งานวิจัยนี้ทำให้เกิดระบบการบริหารจัดการน้ำที่เข้าไปมีส่วนช่วยลดความขัดแย้งของคนในชุมชนโดย “สันติวิธี” อาศัยกระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นเครื่องมือในการสืบค้นหาสาเหตุ และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการหาทางออก ตลอดจนสร้างจิตสำนึกให้คนในชุมชนรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงร่วมกันพัฒนาชุมชนและพื้นที่ในการสร้างคุณภาพทรัพยากร และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

“ที่สำคัญผลงานวิจัยนี้ เป็นการดำเนินงานโดยชาวบ้านซึ่งเป็นคนในชุมชนที่ประสบปัญหาโดยตรง ซึ่งสามารถลดปัญหาความขัดแย้งการใช้น้ำทั้งในปัจจุบันและอนาคต ที่เป็นปัญหาสะสมมานานได้” สถาพร กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อดีต นายกฯชวน’ ฝาก ให้ร่วม”อนุรักษ์ภาษาถิ่นใต้” หวั่นสูญเอกลักษณ์คนปักษ์ใต้

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304772

‘อดีต นายกฯชวน’ ฝาก ให้ร่วม”อนุรักษ์ภาษาถิ่นใต้” หวั่นสูญเอกลักษณ์คนปักษ์ใต้

‘อดีต นายกฯชวน’ ฝาก ให้ร่วม”อนุรักษ์ภาษาถิ่นใต้” หวั่นสูญเอกลักษณ์คนปักษ์ใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
nn…ถึงสนามการเวทีการเมืองยังไม่รู้จะเปิดเมื่อไหร่ แต่การทำงานให้สังคม ก็ยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่มีวันหยุด..ยิ่งสภาพสังคมที่สื่อออนไลน์จนล้นส่งผลให้คนไทยสนใจอ่านหนังสือน้อยลงและต่ำมากเมื่อเทียบประเทศ เพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน เมื่อเร็วๆ นี้ อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเชิญเป็นประธานเปิดกิจกรรมเสวนาวรรณกรรมและนิทรรศการศิลปะ “การผลิบานไม่รู้จบ”ที่โรงเรียนสภาราชินีตรัง มีคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน พร้อมเชิญ สถาพร ศรีสัจจัง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ศิลปินแห่งชาติ และกวีซีไรต์ ร่วมเสวนาอย่างคับคั่ง ทั้ง “จิระนันท์ พิตรปรีชา, ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ, ขจรฤทธิ์ รักษา, จำลอง ฝั่งชลจิตร, ประมวล มณีโรจน์ และ วิสุทธิ์ ขาวเนียม …โดยอดีตนายกฯชวนได้พูดช่วงหนึ่งว่า โชคดีที่มีเพชรน้ำงามทางด้านวรรณศิลป์ในระดับชาติที่เราภาคภูมิใจเพราะบุคคลเหล่านี้สามารถสร้างแรงบันดาลใจ แรงจูงใจให้เกิดขึ้นได้…อย่างตนเองเล่นการเมือง ก็มาจากเหตุจูงใจเช่นกันโดยมี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นแบบอย่าง ทำให้สนใจในการเล่นการเมือง”…แล้วนายหัวชวน ออกตัวว่าไม่ได้อยู่ในฐานะหรือมีความสามารถทางด้านวรรณศิลป์ หรือวรรณกรรม หรือด้านนิพนธ์ใดๆ ที่จะมาบังอาจออกความคิดความเห็น…“แต่ผมเป็นนักบันทึก นักย่อความได้รับรางวัลมาโดยตลอด ที่สำคัญที่สุดก็คือตำราเรียงความ ขณะเรียนชั้นมัธยมศึกษา เมื่อจบออกไปจึงรู้ว่าวิชาย่อความ วิชาเรียงความ มีความสำคัญทั้งสิ้นและมีความจำเป็น” และยังย้ำว่า “โดยเฉพาะภาษาถิ่นที่ควรมีการอนุรักษ์ไว้ ที่ผ่านมา โรงเรียนบางแห่ง ไม่ให้เด็กนักเรียนพูดใต้ มิหนำซ้ำ พ่อแม่บางราย พูดแต่ภาษาใต้ แต่กับลูกพูดภาษากลาง ทำให้นึกไม่ออกว่า เป็นคนภาคไหน กลาง ก็ไม่ใช่ ใต้ ก็ไม่ชัด ไม่มีอะไร เป็นของตัวเอง จึงขอฝากภาษาถิ่น ไว้กับโรงเรียน หากไม่รักษาไว้ ต่อไป จะสูญเสียความเป็นเอกลักษณ์ของเรา”…แหม ฟังแล้วโดนใจจริงๆ ไม่ว่าจะพัฒนาไปมากแค่ไหน ก็ควรอนุรักษ์ภาษาถิ่นเอาไว้ เป็นเอกลักษณ์คนปักษ์ใต้ ที่ชัดเจนที่สุด…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านชื่นชมหมอสมุนไพรเมืองช้าง รักษาคนไข้ฟรีตั้งแต่เด็ก-คนชรา

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304708

ชาวบ้านชื่นชมหมอสมุนไพรเมืองช้าง รักษาคนไข้ฟรีตั้งแต่เด็ก-คนชรา

ชาวบ้านชื่นชมหมอสมุนไพรเมืองช้าง รักษาคนไข้ฟรีตั้งแต่เด็ก-คนชรา

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.00 น.

22 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ บ้านกระทมพงษ์ ม. 12 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ หลังจากได้รับคำร่ำลือจากชาวบ้านว่า มีการเปิดศูนย์การเรียนรู้สมุนไพร และมีหมอแพทย์แผนไทย รักษาด้วยยาแผนโบราณ สมุนไพร รักษาคนไข้ตั้งแต่เด็กอ่อนไปจนถึงผู้ใหญ่ โดยรักษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และมีคนไข้มารักษาไม่ขาดสาย อยู่ที่บ้านเลขที่ 87 บ้านกระทมพรก ม.12 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ ชื่อนายกิตติพงษ์ ชุมมี อายุ 44 ปี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันจนติดปาก “หมอพงษ์” เมื่อเดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าวพบ นายกิตติพงษ์ ชุมมี หรือ “หมอพงษ์” กำลังทำการรักษาชาวบ้านซึ่งเป็นผู้สูงอายุ หลังจากนั้นจึงได้มีโอกาสพูดคุยกับหมอพงษ์

หมอพงษ์ เปิดเผยว่า ตนได้เรียนวิชาแพทย์แผนไทยจากศีรษะอโศก จ.ศรีสะเกษ เพื่อรักษาภรรยาของตนเองที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน มือ เท้า ขา เปื่อย เน่า หมดหนทางรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบัน ตนไปรักษามาหมด โรงพยาบาลไหนดีโรงพยาบาลไหนดังก็ไม่หาย เมื่อภรรยาป่วยใกล้ตายหมดหนทาง ตนจึงพยายามศึกษาแผนแพทย์ไทยจากตำราและอินเตอร์เน็ต จนไปศึกษาอย่างเป็นจริงเป็นจังที่ศีรษะอโศก ตนรักษาภรรยาจนรอดตาย โดยยาที่ใช้รักษาจะเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่หาง่ายและมีอยู่ในครัวเรือน และเปิดรักษาฟรีมาจนถึงทุดวันนี้ เริ่มตั้งแต่การรักษาโรคซางในเด็ก ท้องอืด ท้องเฟ้อ ชัก ประดง โดยรักษาได้ตั้งแต่เด็กอ่อนอายุเพียง 1 วัน จนถึงผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ทุกวันนี้มีคนไข้เข้ามาให้การรักษาถึงที่บ้าน และมารับไปรักษานอกพื้นที่ก็มี หรือแม้ในยามวิกาลดึกขนาดไหนก็ต้องไป โดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทนแต่อย่างใด จนเป็นที่ร่ำลือกันไปทั่ว แม้ประชาชนที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียงก็จะพาลูกหลานมาให้หมอพงษ์รักษา และเชื่อมั่นในฝีมือหมอพงษ์ ว่าหายขาดแน่นอน

ด้าน ชาวบ้าน ที่มารักษากับหมอพงษ์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หมอพงษ์เป็นหมอเทวดา ไม่ว่าลูกหลานหรือพ่อแม่ของตนจะอาการเป็นอย่างไร เมื่อนำมาให้หมอพงษ์ รักษารับรองอาการจะต้องหายเป็นปลิดทิ้ง คนไข้หลายคนไปหาหมอที่โรงพยาบาล แพทย์บอกหาสาเหตุไม่พบ แต่พอนำมาให้หมอพงษ์รักษาแพทย์แผนไทย ด้วยการใช้ยาสมุนไพรอาการก็หายไป และหมอพงษ์ก็เป็นคนใจดีมากๆ ไม่เคยเก็บค่ารักษาเลยแม้แต่บาทเดียว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตื่นตาฉลามวาฬ โผล่โชว์ตัวแหวกว่ายจุดดำน้ำเรือรบหลวงช้างจ.ตราด

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304699

ตื่นตาฉลามวาฬ โผล่โชว์ตัวแหวกว่ายจุดดำน้ำเรือรบหลวงช้างจ.ตราด

ตื่นตาฉลามวาฬ โผล่โชว์ตัวแหวกว่ายจุดดำน้ำเรือรบหลวงช้างจ.ตราด

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 16.27 น.

22 พ.ย.60 ภายหลังที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยังยืน หรืออพท.1 ที่ได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 5,500,000 บาท ในการนำเรือรบหลวงช้าง เรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่ทางกองทัพเรือได้ปลดประจำการและมอบให้กับจังหวัดตราด เพื่อให้เป็นอาศัยของสัตว์น้ำแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ของจังหวัด และเป็นจุดดำน้ำที่เป็นเรือรบที่ใหญ่สุดในประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2555 จากนั้นได้เปลี่ยนชื่อ เป็นเรือช้าง

นายสุธารักษ์ สุนทรวิภาต ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง กล่าวว่า หลังจากที่นำเรือช้าง มาจมที่ท้องทะเลตราด เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยเราชาวต่างชาติ ที่ชอบการดำน้ำ เริ่มเดินทางมาที่จุดหรือช้างมาสัมผัสการดำน้ำแห่งใหม่ของจังหวัดตราด นอกเหนือจากเกาะรัง ซึ่งสถิติในช่วงไฮซีซั่นตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนเมษายนของทุกปี จะมีนักดำน้ำเดินมาดำน้ำดูเรือช้างเพิ่มปีละ 20 % โดยจากการเก็บสถิติครั้งล่าสุดเดือนตุลาคม 2559-ตุลาคม 2560 ปรากฏว่ามีนักดำน้ำเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 50 คน สูงสุดอาจจะถึง 100 คนต่อวัน เบื้องต้นประมาณการรายได้ไม่ต่ำกว่า 36 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมธุรกิจต่อเนื่อง ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการจมเรือช้างเมื่อ 5 ปีก่อน นอกจากธุรกิจดำน้ำแล้วยังส่งผลดีต่อสัตว์น้ำประเภทต่างๆเช่นเต่าทะเลและฉลามวาฬ เป็นต้น

คุณคริสเทล โกลสเทน เจ้าของธุรกิจดำน้ำ บีบีไดเวอร์เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการดำเนินการส่งผลดีต่อธุรกิจดำน้ำเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศสนใจเดินทางมาดำน้ำบริเวณเรือช้างอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเข้าปีที่สามของการจมเรือเริ่มมีสัตว์น้ำในหลายชนิดว่ายเวียนบริเวณเรือช้างเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงเต่าทะเลและฉลามวาฬ ที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน ก็ปรากฎตัวให้นักดำน้ำให้เห็นตัวกันต่อเนื่อง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักดำน้ำเป็นอย่างมาก และต้องขอบคุณอพท.และจังหวัดตราดที่นำเรือช้างมาจม เพื่อทำเป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งดำน้ำที่มีความสำคัญของจังหวัดตราดอีกแห่งหนึ่ง และเป็นจุดดำน้ำเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ถึงแม้ว่าสภาพใต้ท้องทะเลหรือพันธุ์สัตว์น้ำที่พบเห็นนั้น จะน้อยกว่าและไม่สวยเท่ากับภาคใต้ก็ตาม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยว“หลาดต้นน้ำลำขนุน” ชิมอาหารท้องถิ่นชมวิถีชีวิตชาวตรัง

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304644

เที่ยว“หลาดต้นน้ำลำขนุน” ชิมอาหารท้องถิ่นชมวิถีชีวิตชาวตรัง

เที่ยว“หลาดต้นน้ำลำขนุน” ชิมอาหารท้องถิ่นชมวิถีชีวิตชาวตรัง

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.18 น.

22 พ.ย.60 “นาชุมเห็ด” เป็นอีกหนึ่งตำบลตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง มีการแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 9 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 1 บ้านไทรงาม หมู่ 2 บ้านควนหิน หมู่ 3 บ้านต้นปรง หมู่ 4 บ้านลำพิกุล หมู่ 5 บ้านมาบเมา หมู่ 6 บ้านหนองเป็ด หมู่ 7 บ้านทอนพลา หมู่ 8 บ้านลำขนุน และหมู่ 9 บ้านโคกโดน สภาพที่ตั้งมีลักษณะเป็นที่ราบเชิงเขา และที่ราบลุ่ม ริมแม่สายธาร ลำคลอง ป่าต้นน้ำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด

“บ้านลำขนุน” หมู่ 8 เป็นอีกหนึ่งชุมชนเล็กๆ ที่ชาวบ้านมีวิถีผูกพันกับการประกอบอาชีพทำเกษตร มีทำเลตั้งอยู่ริมป่าต้นน้ำเทือกเขาบรรทัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ทั้งป่าไม้ สายน้ำ มีคลองหลายสายไหลผ่าน โดยมีต้นขนุนปานต้นใหญ่อยู่ริมลำคลองในชุมชน ชาวบ้านจึงเรียกคลองลำขนุน และใช้เป็นชื่อหมู่บ้านลำขนุน

ที่ผ่านมาบ้านลำขนุน เป็นชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้ที่นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับชุมชนวิถีเกษตร ทั้งการปลูกพืชผักผสมผสาน การเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ พลังงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และพลังงานทดแทนจากก๊าชชีวภาพ นอกจากนี้ยังมีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติเป็นที่ตั้งทั้งภูผาหมอก น้ำตกสายรุ้ง คลองลำขนุน คลองลำพิกุล เป็นต้นทุนของชุมชนในการการจัดการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ปัจจุบัน มีนายหนูอิ่ม ปานนิล ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 ล้านลำขนุน เป็นผู้นำท้องที่ในชุมชนที่มีความรู้ ความสามารถ ความตั้งใจ ในการพัฒนาให้ชาวบ้าน ชุมชน ท้องถิ่น ได้รับความเจริญเดินตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปพร้อมๆกับการดูแลพิทักษ์รักษาสภาพแวดล้อมธรรมชาติของชุมชน ตามวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เป็นมาในอดีต ด้วยความรักความสามัคคี ความผูกพันที่ดีต่อกัน ทำให้วันนี้ ชุมชนบ้านลำขนุน ได้จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับชาวบ้านชุมชนอีกอย่างหนึ่ง ด้วยการเปิด “หลาดต้นน้ำ @ ลำขนุน” ขึ้น เป็นตลาดนอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชุมชนบ้านลำขนุนได้อย่างลงตัวแล้ว ยังเป็นตลาดที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนสีเขียวของจังหวัดตรัง ได้อย่างงดงามอีกด้วย

นายหนูอิ่ม ปานนิล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านลำขนุน ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เล่าให้ฟังว่า แนวคิดการจัด “หลาดต้นน้ำ @ลำขนุน” มาจากการที่หมู่บ้านมีความเป็นอยู่โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน เป็นภาพที่ปรากฎออกสู่ภายนอก ทำให้ประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวอยากเดินทางเข้าแวะชม ศึกษาความเป็นอยู่ของชาวบ้านในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตทางการเกษตร แหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อประชาชนเดินทางมาเที่ยวชม ก็ได้มีการซื้อพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านติดไม้ติดมือกันไป อีกทั้งทางจังหวัดตรังได้ประกาศให้เป็นพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวชุมชนสีเขียว

หลาดต้นน้ำ @ลำขนุน เป็นตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์พืชผลทางการเกษตรที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อจำหน่ายให้กับคนที่มาเที่ยว จะได้ซื้อสินค้า เป็นการต่อยอดพืชผลทางการเกษตรและสร้างรายได้ให้กับตัวเอง ชุมชน จึงได้มีการสร้างสถานที่เป็นจุดรวบรวมพืชผลทางการเกษตร อาหารดีของชุมชน อาทิ ไข่ลูกเลย ไข่ลูกสะไภ้ แกงไก่บ้านใส่หยวกกล้วย แกงเลียง ยำผักกูด ผัดผักเหรียง เป็นต้น

“การตั้งตลาดต้นน้ำลำขนุนอาศัยพื้นที่ธรรมชาติมาเป็นจุดขายให้มากที่สุดคือ มีสายน้ำคลองลำขนุนไหลผ่านตลอดปี น้ำใส ทรายสวย สะอาด เป็นคลองต้นน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาบรรทัดผ่านชุมชน โดยชาวบ้านในชุมชนช่วยกันดูแล พื้นที่ประมาณ 4 ไร่ สินค้าที่นำมาขาย นอกเหนือนำพืชผลทางการเกษตรมาปรรูปแล้ว ยังมีอาหารพื้นบ้านที่ชาวบ้านประกอบกันเอง ที่อยากให้คนที่มาเที่ยวได้ชิมได้กิน ในวันเสาว์และอาทิตย์ ระหว่าง 08.00-18.00น.” นายหนูอิ่ม เล่าให้ฟังถึงที่มา

ขณะที่ นางสุทธิลักษณ์ พยัคพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาชุมเห็ด กล่าวว่า ที่ผ่านมาทาง อบต.นาชุมเห็ดทำงานร่วมกับหมู่บ้านมาโดยตลอด ไปพร้อมๆกับการดูแลรักษาพื้นที่เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านลำขนุน หมู่ 8 เป็นชุมชนที่เข้มแข็งผ่านการได้รับรางวัลการันตีอย่างต่อเนื่อง จากนั้นทางอำเภอย่านตาขาว ได้เข้ามาส่งเสริมการพัฒนาความเจริญ ให้บ้านลำขนุน ได้รับงบประมาณด้านการเกษตร ตามโครงการ 9101 ตามรอยพ่อ ใต้ร่มพระบารมี เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าชุมชน และเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพและรายได้ให้ชุมชนอีกด้วย ในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาชุมเห็ด ก็มีการจัดสรรงบประมาณบางส่วนเข้ามาส่งเสริมกิจกรรมดังกล่าวอีกด้วย

ด้าน นายศิริพล พิพัฒน์รัตนเสรี นายอำเภอย่านตาขาว กล่าวว่า อำเภอย่านตาขาว โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ และตัวแทนชุมชนบ้านลำขนุนด้วยการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาสร้างความเข้มแข็งและสร้างโอกาส ในการพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยบ้านลำขนุนเป็นชุมชนที่เข้มแข็งที่ยังคงดำรงชีวิตภายใต้วิถีดั้งเดิม อีกทั้งยังอยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ที่ยังคงสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยกรธรรมชาติป่าเขา ลำธาร สายน้ำ เหมาะที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ชาวบ้านในพื้นที่จึงมีการสร้าง “หลาดต้นน้ำ @ ลำขนุน” ขึ้น

“ จุดเริ่มต้นแนวคิดการก่อตั้งตลาดเป็นการใช้งบประมาณโครงการ 9101 ตามรอยพ่อ ใต้ร่มพระบารมี เพื่อที่จะรวบรวมพืชผลทางด้านการเกษตร รวมทั้งสินค้าโอท๊อปต่างๆได้มีโอกาสมาจำหน่ายในตลาดแห่งนี้ จนชาวบ้านได้มีการพัฒนาและเนรมิตรเป็น “หลาดต้นน้ำ @ ขนุน” แห่งนี้ โดยให้ชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันขับเคลื่อนต่อยอดเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าชุมชนในรูปแบบของการรวบรวมผลผลิตและพืชพันธุ์ต่างๆ จุดเด่นของที่นี้ คงเป็นต้นทุนของแหล่งน้ำ คือคลองสายลำขนุน ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาที่สูงมาก ในการรองรับและเป็นแหล่งจูงใจให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาแวะชมด้วยบรรยากาศธรรมชาติที่สดชื่น เย็นสบาย อีกทั้งเส้นทางการคมนาคมก็สะดวกสบาย เป็นเส้นทางหลักที่สามารถแวะชมน้ำตกได้ตลอดทั้งสายอีกด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวเดินทางมาแวะชม ชิม และสัมผัสความงดงามของธรรมชาติเรือกสวน สายน้ำ และขุนเขา”นายศิริพล กล่าว

ณ วันนี้ “หลาดต้นน้ำ @ ลำขนุน” หมู่ 8 ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินทางสู่เส้นทางท่องเที่ยวสีเขียว ที่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้ความสนใจแวะเวียนเดินทางไปเที่ยวพักผ่อน ช่วงวันหยุดกันเป็นจำนวนมาก นอกจากผู้มาเยือนจะได้รับสัมผัสความเป็นวิถีชุมชนของชาวบ้านอย่างเต็มอิ่ม แล้วยังมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้การทำกิจกรรมการเกษตรผสมผสานทั้งการปลูกพืช การทำประมง การทำปศุสัตว์ สวนปาล์ม ยางพารา ผลไม้ มะนาว ข้าว การเลี้ยงปลา การเลี้ยงไก่ รวมทั้งสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาการแกะสลักรูปหนังตะลุง โนราโกลน โนราล้อเลียนอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,899,098 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

IAEA เตือนทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ หลังอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน
เครือซีพี ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว” เพื่อ 13 โรงพยาบาล จัดหาเครื่องมือแพทย์รักษาผู้ป่วยกระดูกและข้อทั่วประเทศ
รำลึก 200 ปี วีรกรรม 'ท้าวสุรนารี' แห่งเมืองโคราช
‘กิ่งก้านแห่งยุคสมัย’ คว้ารางวัลช้างเผือก ‘สืบสาน รักษา ต่อยอด’ สะท้อนพลังศิลปะร่วมสมัยสู่เวทีนานาชาติ
หมอตุลย์ ลั่น!ไม่ไว้วางใจอนุทิน ซัดบริหารผิดพลาด-ปล่อยทุนใหญ่กักตุนน้ำมัน
ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ
ปราชญ์ สามสี ค้านตรรกะ วิโรจน์ งบจ่ายไปแล้วก็กินไปเถอะ
นายกฯ ขับรถเอง! สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม รณรงค์ประหยัดพลังงาน
คณะดนตรีเกาเดอมัส ตุนหวง ฮ่องกง เปิดบทใหม่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีนครั้งแรก
‘ท่องเที่ยวสุขใจไปกับ รฟม.’ เปิดเสน่ห์คลองบางหลวง สัมผัสวิถีชุมชนฝั่งธนฯ

Recent Posts

  • “สิริพงศ์” ซัด “พีระพันธุ์” เก่งแต่วิจารณ์ ผลงานอยู่ไหน ยันพาณิชย์แทรกแซงราคาน้ำมันไม่ได้
  • รถพุ่งชนคนเดินถนนบาดเจ็บหลายรายในเมืองเดอร์บี ตำรวจจับผู้ต้องสงสัย
  • รัฐบาล ขอมั่นใจช่วงสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอ ตรวจสอบสถานะปั๊มได้ทางแอป Fuel-Now
  • ชุมนุม “No Kings” ทั่วสหรัฐฯ ต้านโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ประท้วงนับล้านวิจารณ์นโยบายรัฐ
  • “คิม จองอึน” คุมเข้มทดสอบเครื่องยนต์ขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็ง รุ่นอัปเกรด

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d