Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

นายกฯโชว์ซิ่ง ขับยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบผลงานนร.อาชีวะ

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304620

นายกฯโชว์ซิ่ง ขับยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบผลงานนร.อาชีวะ

นายกฯโชว์ซิ่ง ขับยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบผลงานนร.อาชีวะ

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 13.00 น.

นายกฯโชว์ขับยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ ของนักเรียนอาชีวะ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ พร้อมสั่งกระทรวงศึกษาบรรจุเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เกม แอนิเมชั่น ในหลักสูตร เปิดโอกาสเด็กเลือกเรียนด้วยตัวเอง ตั้งแต่ระดับประถม ด้าน EEC เดินหน้าพัฒนาเยาวชนใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก เน้นสร้างแรงบันดาลใจ เสริมทักษะ สอดรับความต้องการแรงงานในอนาคต  

22 พ.ย.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการประชาสัมพันธ์แนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเยาวชนพื้นที่อีอีซี กับ 4 กิจกรรมค่ายการเรียนรู้ และระบบโออีอาร์ ภายใต้โครงการศึกษาและจัดทำมาตรการสำคัญภาครัฐเพื่อพัฒนาบุคลากรรองรับอีอีซี โดยมีดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นผู้นำชม

โดยระหว่างการเยี่ยมชม นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับนักเรียนจากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ที่นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจเยี่ยมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งได้นำยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาคเอกชน ประดิษฐ์ขึ้นมาจัดแสดง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ทดลองขับขี่ภายในตึกสันติไมตรี พร้อมกล่าวชื่นชมความสามารถ ระบุ เป็นสิ่งที่รัฐบาลอยากเห็น คือยานยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นฝีมือของคนไทย และแม้จะเป็นรถต้นแบบแต่ก็ขอให้พัฒนาต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับเยาวชนชั้น ป.6 และ ม.6 จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เยาวชนชั้น ม.5 จากโรงเรียนดอนฉิมพลีพิทยาคม จ.ฉะเชิงเทรา และเยาวชนชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่ร่วมกันนำเสนอกิจกรรมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เกมและแอนิเมชั่น อินเตอร์เน็ตออฟติงส์ การบินและอวกาศ รวมทั้งกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบสะเต็มศึกษา โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับ รมช.ศึกษาธิการ ว่า ขอให้บรรจุเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าไปในหลักสูตรเพื่อให้เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบและถนัดตั้งแต่ประถม ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกในระดับมหาวิทยาลัย ดีกว่าให้ผู้ใหญ่ไปกำหนดแนวทางให้โดยที่เด็กเองไม่ได้ชอบทุกคน และไม่ได้ทำงานตามที่ได้จบมา

“กิจกรรมเหล่านี้รัฐบาลคิดและทำให้เพื่อเด็กรุ่นหลัง คนคิดอีกไม่กี่ปีก็ตายแล้ว พวกเราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง อยากฝากผู้ดำเนินกิจกรรม คุณครู ทั้งหลาย เวลาคิดเวลาสอนขอให้คิดแบบเชื่อมโยง คำนึงถึงความเป็นไปได้ และนำเอาไปใช้จริง มีการใช้ระบบอินเตอร์เน็ตมาใช้ และเชื่อมโยงพูดคุยกัน รัฐบาลกำลังดำเนินโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านที่จะครอบคลุมทั่วประเทศ ให้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) กล่าวว่า “รัฐบาลมีนโยบายในการดำเนินโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก ในเขต 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่นำร่อง Thailand 4.0 และเพื่อให้การดำเนินนโยบายบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ให้มีความรู้และทักษะที่สอดรับกับความต้องการแรงงานในพื้นที่จึงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง สกรศ. จึงจัดทำโครงการศึกษาและจัดทำมาตรการสำคัญภาครัฐเพื่อพัฒนาบุคลากรรองรับอีอีซีขึ้นเพื่อพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ให้มีศักยภาพและตอบสนองต่อความต้องการของภาคการผลิตและภาคการบริการในพื้นที่ โดยมอบหมายให้ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลโครงการจัดทำหลักสูตรแนวทางการพัฒนาระบบการศึกษา เพื่อยกระดับศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่อีอีซี โดยเน้นไปที่ระดับมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นระดับที่สามารถกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจในการเลือกสาขาวิชาชีพเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งให้มีการจัดกิจกรรมประกอบหลักสูตร และทำระบบ Open Educational Resources Network (OER) เพื่อรวบรวมและนำเสนอองค์ความรู้ที่ได้จากการจัดกิจกรรมนำไปเผยแพร่ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ต่อไป

โครงการศึกษาและจัดทำมาตรการสำคัญภาครัฐเพื่อพัฒนาบุคลากรรองรับ EEC ในขั้นต้นนี้ เป็นการดำเนินงานศึกษา วิจัย จัดทำหลักสูตรและฝึกอบรมเยาวชนในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นระดับที่สามารถกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจในการเลือกสาขาวิชาชีพที่จะรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยมีการจัดทำกิจกรรมประกอบหลักสูตรผ่านการจัด ค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมใหม่ จำนวน 4 กิจกรรม ประกอบด้วย เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) เทคโนโลยีเกมและแอนิเมชัน (Games&Animation) อินเทอร์เน็ตออฟติงส์ (Internet of Things หรือ IoT) และเทคโนโลยีการบินและอวกาศ (Drone) ซึ่งใช้หลักการเรียนการสอนแบบ STEM Education + ART ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง (Brain-based Learning) เป็นแนวคิดหลักในการจัดกิจกรรม

ค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจะมีขึ้นรวมทั้งสิ้น 92 ครั้ง ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ในพื้นที่ 3 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2560 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา วันที่ 16 ธ.ค. 2560 – 21 ม.ค. 2561 ณ มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี วันที่ 27 ม.ค. – 17 ก.พ. 2561 ณ ศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก วิทยาลัยเทคนิคระยอง จ.ระยอง นอกจากนั้น ยังมีหลักสูตรอบรมเข้มข้นการจัดการเรียนรู้ค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามหลัก BBL+STE(A)M สำหรับครู ในวันที่ 18 ก.พ. 2561 ณ มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี เยาวชนและครูผู้สนใจสามารถติดต่อลงทะเบียนเข้ารับการอบรมได้ที่ www.eeco.or.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร 02-1056524, 02-1056511 และ 02-1056517

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แจกแท็บเล็ตนักเรียน’ผลาญ6พันล้าน ‘ซิมคนจน’ระวังซ้ำรอย

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304450

‘แจกแท็บเล็ตนักเรียน’ผลาญ6พันล้าน ‘ซิมคนจน’ระวังซ้ำรอย

‘แจกแท็บเล็ตนักเรียน’ผลาญ6พันล้าน ‘ซิมคนจน’ระวังซ้ำรอย

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ก่อนหน้านี้ “แนวหน้าวาไรตี้” นำเสนอมุมมองกรณี “แจกซิมคนจน” หลังมีการเปิดเผยจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์เมื่อ 14 พ.ย. 2560 กรณีมีแนวคิดที่จะให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักดำเนินการ ด้วยเชื่อว่าจะทำให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงอินเตอร์เนต ได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ มากขึ้นมีประโยชน์ต่อการศึกษาหาความรู้และการประกอบอาชีพ อย่างไรก็ตาม แนวคิดการแจกซิมคนจนดูจะคล้ายกับอีกโครงการหนึ่ง นั่นคือ “แจก แท็บเล็ตเด็ก ป.1” ที่ถูกตั้งคำถามมาตั้งแต่ต้นว่าคุ้มค่าหรือไม่?

ย้อนไปเมื่อกลางปี 2554 ซึ่งมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุเพราะผู้คน “แบ่งสีเลือกข้าง” อย่างชัดเจน ทำให้บรรยากาศการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ “ดุเดือด” ไปด้วย ทว่าเป็นความดุเดือดในเชิงนโยบายที่ออกมาเพื่อ “เกทับ” กันสุดฤทธิ์โดยเฉพาะ 2 พรรคใหญ่อย่าง “ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย” แน่นอนว่าสำหรับพรรคเพื่อไทย “ประชานิยม”คือเครื่องหมายการค้าที่อยู่คู่กันมานานตั้งแต่สมัยยังเป็นพรรคไทยรักไทย และครั้งนี้ได้ใส่นโยบายแจกแท็บเล็ตเด็ก ป.1 เข้ามาในการหาเสียงด้วย

แม้จะมีเสียงท้วงติงจากคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์ แต่นโยบายดังกล่าว พิชัย นริพทะพันธุ์ 1 ในทีมงานด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ยืนยัน “ทำได้แน่นอน” โดยกล่าวเมื่อ 15 มิ.ย. 2554 ว่าจะใช้บริการแท็บเล็ตจาก “จีน-อินเดีย” ที่ราคาต่อเครื่องไม่แพง พร้อมย้ำ “เด็กไทยทุกคนต้องเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนต” แน่นอนผลการเลือกตั้งเมื่อ 3 ก.ค. 2554 พรรคเพื่อไทยยังคงได้รับชัยชนะตามเคย เพราะได้ใจคนระดับล่างผู้มีรายได้น้อยเสมอมา

ป้ายหาเสียงพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554

23 ส.ค. 2554 มีการจัดเสวนาเรื่อง“มองรอบด้านเด็กไทยกับไอที” ซึ่งในเวทีนี้ นพ.ศิริไชยหงษ์สงวนศรี จิตแพทย์เด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี แสดงความกังวลนโยบายแจกแท็บเล็ตให้เด็ก ป.1 เนื่องด้วยประเทศไทยไม่มีผลวิจัยชี้ว่าแจกแล้วจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะ “หากไม่ควบคุมเนื้อหา” ก็สุ่มเสี่ยงที่เด็กจะนำไปใช้รับสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร เช่น เรื่องเพศและความรุนแรง ขณะที่ พญ.นิตยา คชภักดี กรรมการราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “เด็ก ป.1 ต้องเรียนรู้เพื่อพัฒนาทั้งกายและสมอง” จึงไม่ควรให้นำแท็บเล็ตกลับบ้าน

20 ก.ย. 2554 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยแพร่ผลสำรวจเรื่อง “ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อโครงการ One Tablet PC Per Child”สอบถามประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 809 คน แบ่งเป็นครูที่สอนเด็ก ป.1 190 คน ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอยู่ชั้น ป.1 202 คน และประชาชนทั่วไปอีก 417 คนพบว่า “ประชาชนเชื่อว่าแท็บเล็ตมีผลต่อพฤติกรรมการอ่าน” โดยมีสัดส่วนผู้ตอบ “ด้านบวก” ร้อยละ41.18 ว่าแท็บเล็ตจะช่วยฝึกฝนทักษะการอ่านได้และยังใช้สืบค้นข้อมูลได้ส่วน ทว่า “ด้านลบ” ก็มาใกล้เคียงกัน คือร้อยละ 39.04 กังวลเรื่องเด็กจะมีสมาธิในการอ่านลดลง

11 พ.ค. 2555 มีรายงานผลการทดลองใช้แท็บเล็ตในเด็ก ป.1 และ ป.4 จาก โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร ฝ่ายประถม ที่เริ่มนำร่องเมื่อภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 โดย ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในขณะนั้น สรุปผลว่า “ควรใช้ แท็บเล็ตกับเด็ก ป.4 จะดีกว่า” เพราะเป็นวัยที่มีความพร้อมมากกว่า และตั้งข้อสังเกตด้วยว่า “เมื่อเกิดปัญหาทางเทคนิคกับแท็บเล็ต ครูไม่สามารถแก้ไขเองได้” ต้องพึ่งพาช่างเทคนิค ดังนั้นหากแจกทุกโรงเรียนก็อาจต้องมีช่างเทคนิคประจำอย่างน้อยโรงเรียนละ 1 คนหรือไม่?

รายงาน “ความพึงพอใจเกี่ยวกับนโยบายการแจกแท็บเล็ต ให้กับเด็กนักเรียนชั้น ป.1 พ.ศ.2556” โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ

ในเวลาต่อมา สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจโรงเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,854 แห่ง ระหว่างวันที่ 16 ม.ค.-31 มี.ค. 2556 ซึ่งขณะนั้นรัฐบาลเริ่มทยอยจัดส่งแท็บเล็ตไปตามโรงเรียนต่างๆ แล้ว และสรุปออกมาเป็นรายงาน “ความพึงพอใจเกี่ยวกับนโยบายการแจกแท็บเล็ต ให้กับเด็กนักเรียนชั้น ป.1 พ.ศ.2556” พบว่า แม้โรงเรียนกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะมีระบบคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนต แต่ก็เป็นส่วนใหญ่เช่นกันที่ระบุว่ามีปัญหาเช่น ความเร็วอินเตอร์เนตช้า ขาดงบประมาณดูแลรักษาเครื่อง สภาพเครื่องค่อนข้างเก่าใช้งานมานาน มีไม่พอกับนักเรียน เป็นต้น

ขณะที่ “ผลกระทบ” ของการแจกแท็บเล็ตให้เด็ก ป.1 “ด้านบวก” 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.เด็กสนใจเรียนมากขึ้นเพราะมีสื่อที่ทันสมัย 2.สร้างพื้นฐานการใช้คอมพิวเตอร์ให้กับเด็ก และ 3.เรียนรู้ได้ทันโลกอย่างไม่จำกัดสถานที่และเวลา ส่วน “ด้านลบ”3 อันดับแรก ได้แก่ 1.มีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น สายตาหรือการไม่ได้ออกกำลังกาย 2.ขาดทักษะการเขียน ใช้มือเขียนหนังสือไม่เป็น และ 3.ขาดมนุษยสัมพันธ์ เพราะไม่ได้ฝึกทักษะทางสังคมจากการเล่นกับเพื่อนๆ

7 ต.ค. 2556 ช่วงเวลาที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักใน 2 เรื่องคือ “จำนำข้าว”กับ “นิรโทษสุดซอย” ก็มีรายงานจาก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุว่า ปีแรกของการแจกแท็บเล็ตให้เด็ก ป.1 “พบแท็บเล็ตชำรุดต้องส่งซ่อมแล้ว 258,000 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 30จากทั้งหมด 860,000 เครื่อง” นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าบริษัทสัญชาติจีน Shenzhen ScopeScientific Development ที่ชนะประมูลงานผลิตแท็บเล็ตป้อนให้รัฐบาลไทย มีปัญหาซ่อม แท็บเล็ตล่าช้า อีกทั้งยังปิดศูนย์ซ่อมในบางจังหวัดโดยไม่แจ้งให้โรงเรียนในพื้นที่ทราบล่วงหน้า

21 มี.ค. 2557 ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ดุเดือดด้วยการประท้วงขับไล่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยตามด้วยให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งโดยกลุ่ม กปปส. จาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในขณะนั้น ที่ช่วงเวลาดังกล่าวมีสถานะเป็นเพียงรักษาการหลังรัฐบาลได้ยุบสภาไปก่อนหน้านั้นแล้ว เปิดเผยในวันดังกล่าวว่า ได้มอบหมายให้ยกเลิกสัญญากับหลายบริษัทที่ร่วมประมูลงานโครงการ แท็บเล็ตรอบ 2 ซึ่งครั้งนี้แบ่งงานแยกตามภูมิภาค ทั้งแท็บเล็ตชั้นประถมและมัธยม เนื่องจากไม่สามารถส่งมอบแท็บเล็ตได้ครบถ้วนตามที่กำหนดในสัญญา

16 มิ.ย. 2557 หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในขณะนั้น ตัดสินใจนำกองทัพเข้าควบคุมอำนาจการปกครองในนาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อ 22 พ.ค. 2557เพื่อคลี่คลายวิกฤติสุญญากาศทางการเมือง ได้เพียง 3 สัปดาห์เศษ สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้น เปิดเผยว่า หลังการประชุมกับ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในขณะนั้น ที่ คสช. มอบหมายให้ดูแลงานด้านสังคมจิตวิทยา รวมถึงด้านการศึกษา

มีมติให้ “ยุติโครงการแจก แท็บเล็ตนักเรียน”เพราะพบปัญหาหลายประการ อาทิ 1. แท็บเล็ตเป็นรุ่นที่มีคุณภาพต่ำเพราะมีราคาถูก พบว่ามีอายุการใช้งานเพียง 3 ปีเท่านั้นและไม่คุ้มค่าหากจะซ่อมแซม 2.การแจกถือว่าเกินความจำเป็นและไม่คุ้มค่า เพราะใช้ในการเรียนเพียง 1-2 ชม.ต่อวันอีกทั้งแท็บเล็ตถือเป็นครุภัณฑ์ของทางราชการไม่สามารถให้นำไปเก็บเป็นของส่วนบุคคลได้ และ3.หน้าจอขนาดเล็กไม่เหมาะกับเด็ก เพราะส่งผลเสียต่อสายตา โดยให้นำงบประมาณที่จัดไว้ให้โครงการดังกล่าว ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นแทน เช่น ทำห้องเรียนคอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพ

แม้นโยบายแจกแท็บเล็ต ป.1 จะไม่อาจชี้ชัดได้ว่ามีเรื่องทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่สิ่งที่เป็นจริงประการหนึ่งแน่นอนคือ “การใช้งบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า” ตั้งแต่ปี 2555 ที่แจกเฉพาะนักเรียน ป.1 ตั้งงบประมาณไว้ 2 พันล้านบาท และปี 2556ที่เพิ่มการแจกนักเรียน ม.1 อีกระดับชั้น ตั้งงบประมาณว้ 4.6 พันล้านบาท สรุปรวม 2 ปีใช้งบประมาณไปกว่า 6 พันล้านบาท ทั้งนี้ตลอดช่วงเวลาที่รัฐบาลดำเนินโครงการ ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นกันว่า “หลายพื้นที่แม้แต่อินเตอร์เนตก็ยังเข้าไม่ถึง” ทำให้ไม่สามารถใช้งานแท็บเล็ตได้

ก็หวังว่า “แจกซิมคนจน” โดยรัฐบาล คสช. จะพิจารณาให้รอบคอบก่อนประกาศใช้..จะได้ “ไม่ซ้ำรอย”!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ระบบขนส่งเมืองกรุงสุดเสี่ยง! ผลสำรวจเผย’สายหื่น’แฝงตัวเพียบ

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304572

ระบบขนส่งเมืองกรุงสุดเสี่ยง! ผลสำรวจเผย'สายหื่น'แฝงตัวเพียบ

ระบบขนส่งเมืองกรุงสุดเสี่ยง! ผลสำรวจเผย’สายหื่น’แฝงตัวเพียบ

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 20.15 น.

21 พ.ย.60 ที่งานแถลงข่าวกิจกรรมรณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง (Safe City for Women) เนื่องในวันขจัดความรุนแรงต่อสตรีสากลปี 2560 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ นางวราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานส่งเสริมสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,654 คน ที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะประเภทต่างๆ ในกรุงเทพฯ เกี่ยวกับปัญหาการคุกคามทางเพศ

พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 35 ระบุว่า ตนเองเคยมีประสบการณ์ถูกคุกคามทางเพศเมื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะ และในจำนวนดังกล่าวเป็นเพศหญิงถึงร้อยละ 45 นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างที่เคยมีประสบการณ์ถูกคุกคามทางเพศ ระบุว่าเหตุการณ์ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีนับจนถึงวันที่ให้ข้อมูล ชี้ให้เห็นว่าปัญหาการคุกคามทางเพศยังเป็นปัญหาที่ดำรงอยู่ในสังคมไทย ณ ปัจจุบัน

นางวราภรณ์ กล่าวต่อไปว่า พฤติกรรมคุกตามทางเพศที่กลุ่มตัวอย่างตอบว่าพบเจอมากที่สุด อันดับ 1 ลวนลามด้วยสายตา เช่น มองช้อนใต้กะโปรง จ้องไปที่หน้าอก อันดับ 2 ถูไถถูกเนื้อต้องตัว ทั้งที่ผู้คนในสถานที่และเวลานั้นไม่ได้แน่นขนาดต้องยืนเบียดกัน นอกจากนี้ยังมีการผิวปากแซว พูดจาแทะโลม ชวนคุยเรื่องลามก ไปจนถึงกรณีที่มีสถิติไม่มากนักแต่เป็นพฤติกรรมที่เข้าขั้นรุนแรง เช่น การโชว์อวัยวะเพศ การใช้อวัยวะเพศถูไถร่างกาย การแสดงการสำเร็จความใคร่ให้เห็น

“ถามว่าเหตุเกิดที่ไหนมากที่สุด? แน่นอนอันดับต้นๆ คือรถโดยสารประจำทางเพราะมีผู้ใช้บริการมาก แต่ที่น่าสนใจคือบนรถมอเตอร์ไซค์ ในแง่ที่ผู้ตอบแบบสอบถามก็ไม่ได้ตอบว่าใช้บริการมากเป็นอันดับ 2 แต่เป็นสถานที่ที่ตอบว่าถูกคุกตามมากเป็นอันดับ 2 ต่อมาก็จะเป็นแท็กซี่กับรถตู้ ซึ่งก็เป็นพื้นที่ปิดหรืออาจจะอยู่ใกล้ชิดตามลำพังกับคนขับ และอันดับ 5 คือรถไฟฟ้า” นางวราภรณ์ กล่าว

ผจก.แผนงานส่งเสริมสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สสส.กล่าวอีกว่า ร้อยละ 33 ของกลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า แม้ตนเองไม่เคยถูกคุกคามทางเพศโดยตรง แต่เคยเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวบนระบบขนส่งสาธารณะ เมื่อถามต่อไปว่าพบเห็นแล้วทำอย่างไร ร้อยละ 13 ของกลุ่มตัวอย่างที่เคยพบเห็นเหตุการณ์ ตอบว่านิ่งเฉยหรือเดินหนี ขณะที่ร้อยละ 28 ตอบว่าแจ้งพนักงานประจำรถ และยังมีบางส่วนพยายามเข้าไปขัดขวางแทรกแซง ซึ่งยังเป็นเรื่องดีที่มีคนพร้อมจะแสดงออกว่าไม่ยอมรับพฤติกรรมดังกล่าว

“เท่าที่เคยมีการสำรวจในประเทศอื่นๆ พบว่าผู้กระทำจริงๆ มีไม่เยอะแต่เป็นผู้ที่กระทำซ้ำๆ และสาเหตุที่กระทำซ้ำๆ เพราะตอนที่เขากระทำไม่มีใครเข้าไปยุ่ง ผู้ที่ถูกกระทำเองเท่าที่เคยพูดคุยก็จะรู้สึกช็อก ทำอะไรไม่ถูก ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์อาจจะนิ่งเฉย ไม่เข้าไปแทรกแซงอย่างชัดเจน อันนี้เป็นประเด็นที่เห็นว่าเป็นจุดสำคัญ เพราะผู้กระทำจำนวนไม่น้อย ถ้าเห็นว่ามีคนเข้ามายุ่งเข้ามาแทรกแซงก็จะหยุดพฤติกรรม” นางวราภรณ์ ระบุ

ขณะที่ นางยงค์ ฉิมพลี คณะกรรมการป้องปรามและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศในการทำงาน องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเป็นพนักงานเก็บค่าโดยสารรถประจำทาง หรือกระเป๋ารถเมล์สังกัด ขสมก. พบเห็นพฤติกรรมคุกคามทางเพศอยู่เป็นระยะๆ อาทิ ผู้หญิงนั่งเบาะเดี่ยวชิดหน้าต่างแล้วผู้ชายยืนชิดในลักษณะใช้อวัยวะเพศถูไถไปที่ไหล่ของผู้หญิง ซึ่งผู้หญิงจะไม่สามารถหลบหลีกได้ ที่ผ่านมาต้องพยายามใช้คำพูดบางอย่างเพื่อให้ผู้กระทำยุติพฤติกรรมดังกล่าว โดยที่ต้องไม่ให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ เข้าใจผิดว่าแสดงกิริยาไม่สุภาพด้วย

“มันเป็นดาบสองคมเหมือนกัน ถ้าเราใช้วาจาไม่สุภาพแล้วถูกรายงานไปเราก็ถูกลงโทษ เราก็จะไปบอกกับผู้กระทำว่า..ขอโทษค่ะ! คุณพี่จะลงที่ไหนคะ? ถ้ายังไม่ลงรบกวนช่วยขยับเข้าข้างในหน่อยได้ไหม?..ทำแบบนี้เพื่อจะไม่ให้มีบุคคลที่ 3 เข้าใจว่าเราไปไล่ผู้โดยสาร เพราะบางทีผู้โดยสารที่กระทำ เขาเกิดความอับอายเขาก็จะลงจากรถเลย ผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็จะบอกว่าพนักงานไล่ผู้โดยสารลงแน่นอน” นางยงค์ กล่าว

ด้าน น.ส.จรีย์ ศรีสวัสดิ์ ผู้แทนจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมองในแง่กฎหมายที่มีอยู่ เช่นคำว่า “อนาจาร” ก็ยังมีข้อถกเถียงว่าพฤติกรรมอย่างไรเข้าข่ายบ้าง จึงอยากให้ระบุในกฎหมายให้ชัดเจน นอกจากนี้ การติดตั้งกล้องวงจรปิดบนรถประจำทาง ที่ขณะนี้ทาง ขสมก.มีแล้ว ก็อยากให้ขยายไปยังรถร่วมเอกชน รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนไทยไม่แพ้ชาติใด! สถานทูตเตือนเลิกคิดขนยาเข้าญี่ปุ่น แฉโดนจับไม่เว้นวัน

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304550

คนไทยไม่แพ้ชาติใด! สถานทูตเตือนเลิกคิดขนยาเข้าญี่ปุ่น แฉโดนจับไม่เว้นวัน

คนไทยไม่แพ้ชาติใด! สถานทูตเตือนเลิกคิดขนยาเข้าญี่ปุ่น แฉโดนจับไม่เว้นวัน

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 19.15 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงโตเกียว ได้ออกประกาศผ่านเฟซบุ๊ก “สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – 在東京タイ王国大使館” แจ้งเตือนเรื่องการเดินทางเข้าญี่ปุ่น เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการตรวจสอบพบคนไทยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจของญี่ปุ่นจับกุมตัวชนิดรายวัน ในโทษฐานลักลอบนำเข้ายาเสพติด ซึ่งมีโทษหนัก และมีคนไทยจำนวนมากถูกจำคุกอยู่ในขณะนี้ โดยประกาศดังล่าวระบุว่า

“เตือนสติคนไทย :

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับแจ้งจากตำรวจญี่ปุ่นว่ามีคนไทยถูกจับกุมที่สนามบินในข้อหาลักลอบนำยาเสพติดเข้าญี่ปุ่นเกือบทุกวัน! บางวันหลายคน!! ซึ่งเป็นความถี่และปริมาณการถูกจับที่สูงจนน่ากลัว ผู้ถูกจับกุมมีทุกเพศทุกวัย ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง ทั้งวัยรุ่น และผู้สูงอายุ หลายคนถูกหลอก หลายคนตั้งใจให้เค้าหลอก ทั้งจากแฟน จากเพื่อน จากผู้ว่าจ้าง ฯลฯ

การลักลอบขนยาเสพติดเข้าญี่ปุ่นมีโทษร้ายแรง และผู้กระทำผิดถูกดำเนินคดีทุกราย อย่าให้ตัวคุณต้องประสบชะตากรรมเหมือนคนไทยหลายๆคนที่ต้องโทษถูกจองจำในเรือนจำญี่ปุ่นอยู่ในขณะนี้

เตือนคนไทยที่อาศัยช่องทางจากการได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า) สำหรับการท่องเที่ยวระยะสั้น 15 วัน ลักลอบขนยาเสพติดเข้าญี่ปุ่น มีโทษจำคุก ไม่น้อยกว่า 10 ปี ปรับไม่ต่ำกว่า 3 ล้านเยน”

นอกจากนี้ในประกาศฉบับเดียวกัน ยังได้แจ้งเตือนคนไทยและหญิงไทยที่อาจถูกชาวต่างชาติหลอกลวง ให้ลอบขนยาเสพติดเข้าไปยังประเทศญี่ปุ่น และต้องถูกจับกุมตัวไปในที่สุด โดยระบุว่า

“ตั้งแต่ต้นปี 2557 เป็นต้นมา มีคนไทยหลายรายถูกจับกุมที่สนามบินต่างๆ ของญี่ปุ่น ภายหลังที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่นตรวจพบยาเสพติดประเภทยากระตุ้นประสาทในสัมภาระและซุกซ่อนตามร่างกาย โดยบุคคลที่ถูกจับมักเป็นหญิงไทย อายุระหว่าง 20-35 ปี ได้รับการติดต่อให้ขนยาเสพติดจากชาวแอฟริกันที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

ทางการญี่ปุ่นเข้มงวดและบังคับใช้กฎหมายปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น โดยตรวจค้นสัมภาระและร่างกายของผู้โดยสารต่างชาติในสนามบินนานาชาติหลายแห่ง รวมถึงสนามบินนาริตะ ฮาเนดะ และคันไซ หากตรวจพบสารเสพติดในครอบครอง มีโทษจำคุกหลายปีและปรับเป็นเงินหลายล้านเยน หากไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ผู้กระทำความผิดต้องจำคุกเพิ่มเติมตามจำนวนเงินค่าปรับ

จึงขอแจ้งเตือนคนไทย เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการรับฝากสิ่งของจากคนแปลกหน้า หรือคนแอฟริกันที่มาทาบทามให้ส่งสัมภาระหรือสิ่งของโดยที่ท่านไม่ได้ตรวจสอบ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่า หากจะส่งสิ่งของระหว่างประเทศ สามารถส่งทางไปรษณีย์ได้ และท่านต้องรับโทษตามกฎหมาย หากสิ่งของที่นำมาญี่ปุ่นนั้นเป็นยาเสพติดหรือของผิดกฎหมาย ไม่สามารถอ้างได้ว่าได้รับการร้องขอให้นำสิ่งของมาโดยไม่ได้รับรู้

มิเช่นนั้น อาจต้องประสบชะตากรรม ถูกจองจำในเรือนจำญี่ปุ่นดังเช่นคนไทยหลายสิบคนที่กำลังรับโทษอยู่ที่ญี่ปุ่นในขณะนี้”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กองทัพแมลงปีกแข็งบุกวัดพระธาตุภูขวางโบราณ

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304514

กองทัพแมลงปีกแข็งบุกวัดพระธาตุภูขวางโบราณ

กองทัพแมลงปีกแข็งบุกวัดพระธาตุภูขวางโบราณ

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.38 น.

21 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดพระธาตุภูขวาง บ้านม่วงคำ หมู่ 1 ตำบลห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีกองทัพแมลงปีกแข็งสีดำเป็นจำนวนมาก ได้ยึดอุโบสถวิหารกุฏิ และตามสถานที่รอบวัดได้ถูกแมลงปีกแข็งยึดเกาะซุกซ่อนอาศัยอยู่ ทั้งด้านนอกและด้านในของวัดพร้อมกับกัดแทะกินเนื้อไม้ไปทั่วบริเวณ

จากการตรวจสอบพบว่า แมลงปีกแข็งพากันเกาะอยู่กันเป็นกลุ่มก้อนซุกซ่อนตามก้อนกระถางพระพุทธรูป กระถางต้นไม้และซุกซ่อนตามเพดานฝ้าของอุโบสถทั้งหลัง จนทางพระเณรพากันนำเอาไม้กวาดมากวาดทิ้งทุกเช้าและทุกเวลามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีแมลงปีกแข็งยึดเป็นที่อยู่อาศัยไปทั่วบริเวณวัด

พระอาจารย์วิโรจน์ ปัญญาสาโร เจ้าอาวาส กล่าวว่า ในแต่ละวันและทุกเช้าแมลงปีกแข็งสีดำจะกันออกมาเกาะอยู่ตามพื้นและบนฝ่าเพดานของอุโบสถและตามรอบๆบริเวณวัด ทางพระเณรจะช่วยนำไม้กวาดเก็บออกทิ้งทุกวัน เพราะแมลงจะพากันบินออกมาจากที่ซ่อนตามรูไม้ร่องไม้ และพบว่าไม้ได้ถูกแมลงกัดแทะด้วยเช่นกัน ซึ่งพวกแมลงปีกแข็งได้มาอยู่ในวัดกว่า 20 ปีแล้วจนถึงทุกวันนี้ ก็ยังพบเห็นกันทุกวันโดยเฉพาะตอนพลบค่ำ ส่วนเวลากลางคืนพวกแมลงจะพากันบินมาจากรูและที่ซ่อนตัวอยู่ จนพระเณรต้องกางมุ้งครอบเวลานอนเพราะถูกแมลงรบกวน

นายเอกพันธ์ วันดี ชาวบ้าน กล่าวว่า วัดได้ถูกพวกแมลงปีกแข็งมาอยู่นานแล้ว แต่ก็ไม่มีใครหรือหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือหรือกำจัดพวกแมลงปีกแข็งเหล่านี้ให้หนีไปอยู่ที่อื่น ก็ขอฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลจัดการช่วยเหลือกำจัดพวกแมลงปีกแข็งให้ด้วย เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่พระเณร ที่ต้องคอยกวาดไล่ทุกวันผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว และวัดพระธาตุภูขวางเป็นวัดแห่งหนึ่งที่สำคัญของจังหวัดพะเยาที่มีอายุหลายร้อยปีอีกด้วย

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปั้นจากใจหุ่น’ตูน บอดี้สแลม’ วานผู้ว่าฯส่งถึงมือเผื่อประมูลสมทบก้าวคนละก้าว

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304509

ปั้นจากใจหุ่น'ตูน บอดี้สแลม' วานผู้ว่าฯส่งถึงมือเผื่อประมูลสมทบก้าวคนละก้าว

ปั้นจากใจหุ่น’ตูน บอดี้สแลม’ วานผู้ว่าฯส่งถึงมือเผื่อประมูลสมทบก้าวคนละก้าว

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.21 น.

21 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องปฏิบัติราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ชั้น 2 บนศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดห้องทำงานนายกิตติชัย ตรีรัตน์วิชา อายุ 43 ปี อาจารย์พิเศษ คณะมนุษยศาสตร์ โปรแกรมทัศนศิลป์ สาขาประติมากรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งเป็นนักปั้นรูปเหมือนชาวจังหวัดนครราชสีมา ได้นำงานปั้นรูปเหมือน “ ตูน บอดี้สแลม ” ที่มีขนาดความสูง 63 ซม. มอบให้นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ดูงานปั้นรูปเหมือนที่ปราณีตมีความสวยงาม เพื่อตั้งใจที่จะนำไปมอบให้กับตูน บอดี้สแลม เพื่อเป็นกำลังใจในการวิ่งการกุศลจากอ.เบตง จ.ยะลา – อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตามวัตถุประสงค์หลักในการขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือให้กับโรงพยาบาล จำนวน 11 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ตูน บอดี้สแลม อยู่ระหว่างวิ่งผ่านหลายจังหวัดทางภาคใต้จะเข้าสู่จังหวัดภาคกลาง

นายกิตติชัย ตรีรัตนวิชา กล่าวว่า ตนเป็นอาจารย์ส่วนตัวมีความชื่นชอบในผลงานเพลงของตูน บอดี้สแลม อย่างจับใจและทุนเดิม ตนทราบและเฝ้าติดตามการทำกิจกรรมการกุศลของตูนตลอด ดีใจมากที่พี่ตูนมีตั้งใจในการวิ่งการกุศลทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันในโครงการก้าวคนละก้าว ตนเองและนักศึกษาทุกคนต่างรู้สึกประทับใจ เกิดความศรัทธากับความตั้งใจจริงของตูน เราจึงได้นำแรงบันดาลใจตรงนี้มาถ่ายทอดเป็นงานปั้น ในสไตล์งานปั้นอิมเพรสซันนิสม์ (Impressionism) หรืองานปั้นสื่อถึงความประทับใจ โดยออกแบบมาจากอิริยาบถของตูน บอดี้สแลม ขณะกำลังวิ่ง โดยมีการเก็บรายละเอียดจากของจริงทั้งหมด ตั้งแต่รองเท้า กางเกง เสื้อกันฝน และหมวก รวมทั้งสัดส่วนกล้ามเนื้อ เส้นผม หนวดเครา และสีหน้ากริยาท่าทางทุกรายละเอียด ที่ให้พี่ตูนวิ่งหลับตาแสดงถึงการมีจุดหมายปลายทางที่ยิ่งใหญ่ โดยที่ฐานจะทำลาดเอียง จากต่ำไปสูง แสดงถึงเส้นทางวิ่งจากภาคใต้ไปภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งใช้การปั้นด้วยมือจากหุ่นขี้ผึ้ง ก่อนที่จะนำไปทำเป็นบล็อกสำหรับหล่อไฟเบอร์กล๊าสแล้วตกแต่งให้สามบูรณ์แบบ ใช้เวลารวมกว่า 10 วัน จึงเสร็จสมบูรณ์ตรงตามที่ตั้งใจ

ทั้งนี้ช่วงที่ตนกำลังปั้นได้มีคนนำภาพไปแชร์ในโลกโซเชียล จนกลายเป็นกระแสไปทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมา ฉะนั้นตนจึงไม่อยากจะนำไปให้เป็นการส่วนตัว แต่ต้องการที่จะให้เป็นในนามตัวแทนของชาวจังหวัดนครราชสีมา จึงได้มาขอพบผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อช่วยการประสานไปยังทีมงานของตูน แล้วนัดจุดมอบให้ด้วยตนเอง

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า งานปั้นชิ้นนี้มีความประณีตสวยงามมาก นายกิตติชัย ถือว่าเป็นศิลปินหนุ่มไฟแรงที่มีผลงานด้านศิลปะเป็นที่ยอมรับมากมาย ฉะนั้นเมื่อมีความตั้งใจปั้นหุ่นของตูนบอดี้สแลม จากความประทับใจส่วนตัว ทำให้งานออกมาดีราวกับหุ่นมีชีวิตจริง เห็นแล้วก็รู้สึกประทับใจมาก จึงคิดว่าถ้านำไปมอบให้กับตูนแล้ว เมื่อตูนจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกเองก็น่าประทับใจ แต่ถ้าตูนจะนำไปประมูลหาเงินรายได้สมทบกับเงินบริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาล ก็คาดว่าจะมีคนอยากประมูลนำไปเก็บไว้เป็นที่ระลึกแน่นอน ขณะนี้ทราบว่าตูนวิ่งมาถึงจังหวัดชุมพรแล้ว โดยจะได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งประสานเพื่อให้นำไปมอบและพบกับตูนจุดใดจุดหนึ่งให้ถึงมือตูน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดตำนานการล้มบอลครั้งแรกของโลก!!!

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304500

เปิดตำนานการล้มบอลครั้งแรกของโลก!!!

เปิดตำนานการล้มบอลครั้งแรกของโลก!!!

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.07 น.

เรื่องล้มบอล ได้ยินกันมาตั้งแต่นานนม

โดยเฉพาะประเทศไทย เคยมีประเด็นใหญ่ด้วยการนำนักบอลไปสาบานที่วัดพระแก้ว ก็เพราะประเด็นการพัวพันกับเรื่องนี้นี่แหละ เช่นเดียวกับวันนี้ที่มี”คดีประวัติศาสตร์ล้มบอลไทย”!!!!

ซึ่งจริง ๆ มันมีมานานมาก ๆ กว่า 100 ปีแล้ว

นับกันแบบที่จับได้ นี่คือการล้มบอลอย่างเป็นทางการหนแรกในประวัติศาสตร์โลกลูกหนัง และที่สำคัญก็คือ สองทีมที่มาพันพัวนัวกับเรื่องนี้คือสองผู้ยิ่งใหญ่ที่ครองใจคนทั้งโลก

นั่นก็คือ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล!!!

ย้อนกลับไปศตวรรษที่แล้ว ในวันที่ 2 เมษายน 1915

เกมระหว่าง แมนฯยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล ในลีกสูงสุดมีความหมายอย่างยิ่งยวด เมื่อ แมนฯยู สถานการณ์ย่ำแย่กำลังหนีตกชั้น ขณะที่ ลิเวอร์พูล ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา ไม่ได้ลุ้นแชมป์และไม่หนีตกชั้น เพราะอยู่กลางตารางแบบชิลๆ

เกมที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นักเตะบางส่วนของทั้งสองทีม ได้ทำการตกลงที่จะ”ล็อคผล”ให้ แมนฯยู เป็นฝ่ายชนะ เพื่อประโยชน์ที่ได้รับคือการ “อยู่รอด” รวมถึงเรื่องของ “การพนัน”

ผลจบลงด้วยชัยชนะของ แมนฯยู 2-0 จากการเหมายิงของ จอร์จ แอนเดอร์สัน ในนาทีที่ 40 กับ 75 แต่เกมจบทุกอย่างมันไม่ได้จบไปตามเกม

มร.เจจีเอ ชาร์ป ผู้ตัดสินเกมนั้น มีรายงานไปยัง สมาคมฟุตบอลอังกฤษ(เอฟเอ) หลังเกมว่า นักเตะลิเวอร์พูล ดูแปลก ๆ ไม่ตั้งใจเล่น แถมยังยิงมีการยิงจุดโทษไม่เข้าอีกต่างหาก

จุดโทษดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 48 บ็อบ พูร์เซลล์ ของลิเวอร์พูล ทำฟาวล์แต่ แพท โอดอนเนลล์ ของแมนฯยู ยิงไปติดเซฟของ อิลิชา สก็อตต์ นายประตูหงส์แดง

ขณะเดียวกัน บริษัทรับพนันถูกต้องตามกฏหมายของอังกฤษ มีสิ่งผิดปกติก็คือ มีคนทำนายผลว่า “แมนฯยูชนะ 2-0”แบบผิดสังเกตุ จึงเรียกนักเตะจากเกมนี้มาสอบสวน

สุดท้ายเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีเดียวกัน ได้มีการตัดสินคดีนี้ หลังพบว่า นักเตะของแมนฯยูไนเต็ด เป็นคนวางแผนการณ์ทั้งหมด ทำให้มีการแบนนักเตะทั้งหมด 7 คนออกจากวงการลูกหนังตลอดชีพ

แซนดี้ เทิร์นบูลล์, อาร์เธอร์ วอลเลย์ และเอนอช เวสต์ ของแมนฯยูไนเต็ด ส่วนฟากฝั่งหงส์แดงคือ แจ๊คกี้ เชลดอน, ทอม มิลเลอร์, บ็อบ พูร์เซลล์ และโธมัส แฟร์ฟาวล์

นักบอลบางคนที่อยู่ในทีมก็ไม่ทราบเรื่องนี้ก็เยอะ

โดยเฉพาะ บิลลี่ เมเรดิธ กองหน้าคนสำคัญของทีมก็บอกว่า มันแปลกตรงที่ว่าทำไม

ไม่มีใครส่งบอลให้ผมเลย!!!!!!

ต่อมา แซนดี้ เทิร์นบูลล์ เสียชีวิตระหว่างไปรับใช้ชาติในสงครามโลก ครั้งที่ 1 ขณะที่อีก 5 คนในนั้นพ้นแบนเพราะไปร่วมรวบในสงครามโลก

ส่งผลให้ เอนอช เวสต์ ซึ่งเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ไปรบ โดนลงโทษตลอดชีวิต ก่อนจะได้รับการยกโทษในอีก 30 ปีต่อมา ซึ่ง เวสต์ ก็มีอายุ 59 ปีเข้าให้แล้ว

นั่นคือเหตุการณ์สะท้านโลกเมื่อ 101 ปีที่แล้ว

ที่เค้าเรียกกันว่า The 1915 Good Friday betting scandal

ประเด็นก็คือในซีซั่นนั้น 1914-15 แมนฯยูไนเต็ด ก็ไม่ได้รอดตกชั้นเพราะทำอันดับได้ที่ 18 แต่เนื่องจากติดสงครามโลก ทำให้ลีกหยุดแข่งไปจนกระทั่งกลับมาอีกครั้งในปี 1919-1920 มีการกลับมาเตะกันใหม่

แมนฯยูไนเต็ด รอดตายเพราะลีกมีการเพิ่มทีม

มีบันทึกอีกด้วยว่า ตัวตั้งตัวตีให้มีการ”เพิ่มทีม”ก็คือ แมนฯยูไนเต็ด อันดับ 18 จากลีกล่าสุด และเชลซี ที่ได้อันดับ 19 จากปี 1915 นั่นเอง

อาจเป็นเรื่องราวและสถิติที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่นัก แต่เป้นอุธาหรณ์เอาไว้สอนใจ 100 ปีที่แล้วยังมีโทษหนักขนาดนี้ นาทีปัจจุบันจะขนาดไหน ที่สำคัญที่สุดก็คือ ถึงแม้จะเป็นยอดทีม เป็นทีมยิ่งใหญ่

แต่กรณีนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเอาเยี่ยง!

บี แหลมสิงห์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชมแสงสีทองของพระอาทิตย์ตกดินที่ทะเลสาบดอยเต่า

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304479

ชมแสงสีทองของพระอาทิตย์ตกดินที่ทะเลสาบดอยเต่า

ชมแสงสีทองของพระอาทิตย์ตกดินที่ทะเลสาบดอยเต่า

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 16.14 น.

21 พ.ย.60 นักท่องเที่ยวแห่ชมแสงสีทองสาดส่องท้องฟ้าของพระอาทิตย์ตกดินที่ทะเลสาบดอยเต่า ท่ามกลางอากาศที่กำลังเย็นสบาย ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารบนเรือนแพ ช่วงฤดูหนาวปีนี้นับว่าโชคดีที่ปริมาณน้ำในทะเลสาบดอยเต่าเพิ่มขึ้นสูงในรอบหลายปี ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะช่วงตอนเย็นอากาศกำลังเย็นสบาย

และนี่คือภาพวิวมุมสูงของทะเลสาบดอยเต่า ที่ถ่ายจากลานวัดพระธาตุดอยต๊อก ที่ตั้งอยู่ทิศตะวันนออกเฉียงเหนือของอำเภอดอยเต่าดอยเต่า ที่เป็นจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งซึ่งจะมองเห็นทะเลสาบดอยทะเลสาบดอยเต่า เป็นเวิ้งน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งตอนเย็นของฤดูหนาวจะมีม่านหมอกจางๆปกคลุมอยู่ และอากาศกำลังเย็นสบาย นอกจากนี้เมื่อมองไปท้องทะเลสาบจะเห็นแพ ของร้านอาหารเรือนแพ ที่ใช้เรือเล็กลากจูงนักท่องเที่ยวไปกลางน้ำสัมผัสกับวิวของเวิ้งน้ำกว้างไกล ในทะเลสาบ สีเขียวของภูเขาและท้องฟ้าสีครามสะท้อนลงมาในผิวน้ำอย่างเห็นได้ชัดสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ พอตกเย็นพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินก็จะเห็นแสงสีทองสาดส่องจากภูเขาทางด้านทิศตะวันตก สาดส่องขึ้นบนท้องฟ้าตกกระทบกับผิวน้ำในทะเลสาบ จะแสงสีทองสาดส่องทั่งบริเวณ

ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกมนต์เสน่ห์หนึ่งของทะเลสาบดอยเต่า ในช่วงฤดูหนาว ที่บรรยากาศแบบนี้หายไปนานหลายปี เนื่องจากก่อนหน้านี้น้ำทะเลสาบดอยเต่า ได้แห้งเหลือเพียงทุ่งหญ้าเลี้ยงวัวเท่านั้น ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวที่นี่เป็นไปด้วยความคึกคัก ประกอบกับช่วงเย็นอากาศกำลังเย็นสบาย นักท่องเที่ยวต่างพากันมาท่องเที่ยวสัมผัสบรรยากาศที่สวยแปลกตา ซึ่งสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารบนแพ แต่ละวันนับหมื่นบาทเลยทีเดียว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดชีวิต!”คุณยายสายโหด”ฆ่างูด้วยมือเปล่า ลั่นไม่กลัว-โชว์ตะกรุดวัดดัง (ชมคลิป)

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304456

เปิดชีวิต!

เปิดชีวิต!”คุณยายสายโหด”ฆ่างูด้วยมือเปล่า ลั่นไม่กลัว-โชว์ตะกรุดวัดดัง (ชมคลิป)

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.15 น.

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ “ก๊อตซิลล่าน้อย เก็บเห็ด”  ได้แชร์ภาพ-คลิปของคุณยายสายโหด จับงูตัวใหญ่ฟาดลงพื้นอย่างแรงหลายครั้งจนงูตาย และขย่อนกบออกมา โดยผู้ใช้เฟสบุ๊คระบุว่า “เหตุเกิดหน้าห้อง ผมเองครับ ได้ยินเสียงเหมื่อนมีใคร กำลังฟาดอะไรอยู่หน้าห้อง พอออกไปดู อื้อหืออออออ เจอยายกำลังฟาดงูอยู่ตัวอย่างใหญ่เลย ดีแล้วมันไม่เข้ามานอนด้วยตอนกลางคืน555”

21 พ.ย.60 ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้อินบ็อก เพื่อสอบถามผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ชื่อว่า “ก๊อตซิลล่าน้อย“ เก็บเห็ด” หรือมีชื่อว่านายเอกรินทร์ บุญตั้ง อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์  จึงทราบว่า ได้ถ่ายภาพ-คลิปจากมือถือส่วนตัว ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมสระน้ำ บ้านหนองกง ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ แต่ไม่ทราบว่าคุณยายคนดังกล่าวที่ชาวโซเชียลขนานามว่าเป็น’คุณยายสายโหด’คนนี้เป็นใคร รู้เพียงว่าปลูกผักขาย

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหนองกง ม.1 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ พบกับ นายถวิล ประสานดี ผู้ใหญ่บ้านหนองกง พากันไปดูที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่บริเวณทางโค้งสระน้ำบ้านหนองกง หน้าร้านอาหารตามสั่ง ของนางสาวละเอียด แสงพา อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวคุณยายสายโหดคนดังกล่าว

ผู้ใหญ่บ้านหนองกง จึงพาไปพบกับคุณยายสายโหด หรือ นางสมสุข แสงพา (คุณยายแม็ก) ที่ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ พบว่า คุณยายแม็กใช้ชีวิตอยู่กับสามี คือนายสังวาล แสงพา อายุ 77 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคอัลไซร์เมอร์ และทำงานไม่ได้ มีเพียงคุณยายแม็ก เป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว มีรายได้จากเบี้ยยังชีพคนชรา และจากการปลูกผักสารพัดชนิด และทำนา บนพื้นที่ 8 ไร่ ของตนเอง และทำกับข้าวพื้นเมือง ตระเวนออกเร่ขาย ภายในหมู่บ้าน และบริเวณหลังมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ นับว่าเป็นอย่างเรียบง่าย สมถะ พอเพียง ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก เหลือก็เอาไปขาย

ทั้งนี้ผู้ใหญ่บ้านหนองกง ได้ตัดก้านกล้วย 2.5 เมตร มาให้คุณยายแม็ก หรือ คุณยายสายโหด จำลองเหตุการในวันที่ตีงูให้ชม

คุณยายแม็ก กล่าวว่า ตนเองขี่รถจักรยาน ออกตระเวนขายผัก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบงูสิงห์ดง กำลังเลื่อยอยู่กลางถนน แต่หางงูเข้าไปในป่าหญ้าแล้ว กำลังจะเข้าบ้านยายเอื้อง ซึ่งเปิดเป็นหอพัก ให้เด็กนักศึกษาเช่าเลยรีบเข้าไปจับที่หางงูสิงห์ดง ซึ่งไม่มีพิษ โดยใช้มือเปล่าๆ ทั้งสองข้าง ดึงลางตัวงูสิงห์ดงอยู่ 3 ครั้ง จับหางอย่างแน่นและล็อคด้วยมือทั้งสองข้าง หางงูสิงห์ดงตัวใหญ่ก็รัดข้อมือพยายามต่อสู้เช่นกัน แต่คุณยายแม็ก ไม่กลัวจับเหวี่ยงมาข้างตัว และก็ฟาดสุดแรงเกิดไปกับพื้นคอนกรีต นักศึกษาที่ถ่ายภาพรีบก็ตระโกนเสียงดังว่า “ยายงูยังไม่ตาย” จับฟาด 3 ครั้ง จนงูตาย คายคางคกที่กินอยู่ในปากงูออกมา

ผู้ใหญ่บ้านหนองกง กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า ยายแม็กสวมตะกรุดกันภัย หลวงพ่อจู วัดบ้านเสม็ด เพิ่งทำตอนผูกพันธศรีมา เมื่อปีที่แล้ว มีคำร่ำลือ ประสบการณ์ปาฏิหาริย์ มาหลายราย อย่างน้องบอล คนในหมู่บ้านหนองกง ขับรถแหกโค้ง รถคว่ำ รถเละหมด ตาย 2 ศพ แต่คนขับไม่เป็นอะไรเลย เพราะคนขับสวมตะกรุดป้องกันภัย หลวงพ่อจู วัดบ้านเสม็ด

“ทั้งเนื้อทั้งตัว สวมตะกรุดป้องกันภัยอันเดียว จับงูมาสองครั้ง ไม่เป็นอะไรเลย ไม่กลัว เพราะใส่ตะกรุดติดตัวเป็นประจำ ไม่เคยถอด แม้แต่ตอนนอนหลับก็จะสวมตะกรุดป้องกันภัย หลวงพ่อจู วัดบ้านเสม็ด ยายตีงูสิงห์ดง 3 ครั้ง จนคางคกกระเด็นออกจากปากงู คางคกก็ตาย สงสารทั้งงู ทั้งคางคก แต่ถ้าไม่ตีก็กลัวจะเข้าไปที่ห้องพักนักเรียนก็จะพากันกลัวอีก ซึ่งงูสิงห์ดง ไม่มีพิษ หากว่าเป็นงูที่มีพิษ ยายก็ไม่กล้าจับเพราะว่าไม่ได้เรียนมาเรียนจับแต่งูแบบนี้แหละ” คุณยายแม็ก กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กระหึ่มโซเชียล!คุณยายสายโหดจับงูมือเปล่าฟาดจนตาย ซ้ำกบกระเด็นออกปาก

ขอบคุณคลิป : SURIN TV

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รีสอร์ทภูเรือปิ๊งไอเดียเก๋ เสิร์ฟข้าวหลากสี-อาหารไทยใส่ปิ่นโตสไตล์โฮมเมด

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304417

รีสอร์ทภูเรือปิ๊งไอเดียเก๋ เสิร์ฟข้าวหลากสี-อาหารไทยใส่ปิ่นโตสไตล์โฮมเมด

รีสอร์ทภูเรือปิ๊งไอเดียเก๋ เสิร์ฟข้าวหลากสี-อาหารไทยใส่ปิ่นโตสไตล์โฮมเมด

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 13.36 น.

21 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รีสอร์ทอ.ภูเรือ ชื่อว่า “เรือนไม้ รีสอร์ท” ปิ๊งไอเดียการผูกปิ่นโตให้กับนักท่องเที่ยวและได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก กลายเป็นเทรนด์ใหม่มาเที่ยวในอ.ภูเรือ จ.เลย จำต้องลองทานเป็นการย้อนยุคมาให้คนรุ่นหลังลืมปิ่นโตที่เคยคู่เคียงมากับสังคมไทยพร้อมทั้งพบความสะดวก อาหารใหม่สด ร้อนอยู่เสมอนักท่องเที่ยวทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน ผู้สูงอายุต่างแห่จองพร้อมชอบอกชอบใจ

น.ส.จิตชนก ต๊ะวิชัย หรือน้องหนูดี สาวน้อยคนภูเรือ ดีกรีบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คณะสังคมสงเคราะห์ ที่จบออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยหันหลังเลือกเส้นทางชีวิตสู่บ้านเกิด ยึดอาชีพเกษตรกรเป็นชาวนาเต็มตัว ช่วยเหลือธุรกิจครอบครัวดูแลกิจการเล็กๆในรีสอร์ทของตัวเอง ได้เปิดเผยว่า ก่อนที่ตนเองจะคิดทำผูกปิ่นโต มีอยู่วันหนึ่งไปปลูกผักที่ท้ายรีสอร์ท เกิดหิวข้าวขึ้นมาจึงได้สั่งให้คนที่บ้านเอากับข้าวมาส่งที่แปลงผัก พอเขายกสำรับข้าวใส่ถ้วย ใส่จานมาไปให้ ก็ไม่ได้ทานสักทีเพราะมัวทำงานติดลมต่อเนื่องอยู่ ทำให้ เศษฝุ่น เศษฟางก็ตกไปในอาหารกับข้าวก็เย็นจืดชืดจะกลับไปอุ่นก็ต้องหอบถ้วยหอบจานพะรุงพะรังจำต้องทานแบบเย็นๆจืดชืดไปพอทานเสร็จทำให้กลับมาคิดว่า ในสมัยโบราณรุ่นปู่ ย่า ตายายเรา เวลาเขาไปนาไปไร่เขาใส่อาหารอะไรไปกินกัน

” จึงหวนคิดว่าในสมัยโบราณเขานิยมใช้ปิ่นโตกัน จึงเกิดเป็นแนวคิดนี้ขึ้นมาและอีกอย่างลูกค้าที่มาพักและเที่ยวมาในรีสอร์ทส่วนใหญ่จะมาเสพกับบรรยากาศ มาถ่ายรูป มาเซลฟี่กันบางกลุ่มบางทีเราจัดอาหารขึ้นโต๊ะ จนกับข้าวเย็นหมดยังไม่มากันเลยต้องนำมาอุ่นให้ใหม่อีกรอบ จึงหันมาลองใช้ปิ่นโตดูลูกค้ามาเมื่อไรเราก็จัดใส่ปิ่นโตทานกันเลย สะดวกทั้งคนขายและคนทานอาหารก็ยังร้อน ยังคงความอร่อยตอนแรกเราทำเฉพาะลูกค้าในรีสอร์ทเท่านั้นตอนหลังมามีการบอกกล่าวในหมู่นักท่องเที่ยวมีการสั่งเป็นกรุ๊ปทัวร์เราก็ทำส่วนใหญ่เขาจะสั่งไปทานตามแหล่งท่องเที่ยวสวยๆดูดด่ำกับบรรยากาศขณะทานข้าว พกไปไหนสะดวก” น.ส.จิตชนก กล่าว

ส่วนเรื่องขยะตัดไปเลยทานหมดเหลือกระดูกเศษผักก็ทิ้งไว้ในปิ่นโตส่วนในเรื่องราคาปิ่นโตต่อเถาเริ่มต้นที่ 259 บาท อาหาร 2 อย่างและข้าวเปล่า รวมทั้งน้ำสมุนไพรและขนมหวานลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้ตามเมนูที่เรามีแต่ถ้าเป็นกรุ๊ปใหญ่ต้องสั่งก่อน ถึงจะทำทันกัน เพราะเราทำแบบโฮมเมดทั้งครอบครัวช่วยกันทำ มีแม่ มีน้า มีญาติส่วนประเภทผักเชื่อได้เลยว่าปลอดสาร 100 เปอร์เซ็นต์เพราะผักเราปลูกเองแต่ถ้าไม่พอเราก็ไปเอาแปลงผักกับญาติที่ปลูกแบบปลอดสารพิษมาทำอาหารให้ทานกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,899,202 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

IAEA เตือนทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ หลังอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน
เครือซีพี ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว” เพื่อ 13 โรงพยาบาล จัดหาเครื่องมือแพทย์รักษาผู้ป่วยกระดูกและข้อทั่วประเทศ
ตอนมีอำนาจทำไมไม่ทำ! สิริพงศ์ ตอก พีระพันธุ์ ยันพาณิชย์คุมน้ำมันไม่ได้
รำลึก 200 ปี วีรกรรม 'ท้าวสุรนารี' แห่งเมืองโคราช
ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ
‘กิ่งก้านแห่งยุคสมัย’ คว้ารางวัลช้างเผือก ‘สืบสาน รักษา ต่อยอด’ สะท้อนพลังศิลปะร่วมสมัยสู่เวทีนานาชาติ
หมอตุลย์ ลั่น!ไม่ไว้วางใจอนุทิน ซัดบริหารผิดพลาด-ปล่อยทุนใหญ่กักตุนน้ำมัน
ปราชญ์ สามสี ค้านตรรกะ วิโรจน์ งบจ่ายไปแล้วก็กินไปเถอะ
นายกฯ ขับรถเอง! สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม รณรงค์ประหยัดพลังงาน
คณะดนตรีเกาเดอมัส ตุนหวง ฮ่องกง เปิดบทใหม่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีนครั้งแรก

Recent Posts

  • โจรดักปล้นรถบรรทุกฉก KitKat ไปกว่า 4 แสนชิ้น เนสท์เล่เตือนส่อขาดตลาดช่วงอีสเตอร์
  • ICAO ออกกฎจำกัดพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน ไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน ห้ามชาร์จระหว่างบิน
  • “สิริพงศ์” ซัด “พีระพันธุ์” เก่งแต่วิจารณ์ ผลงานอยู่ไหน ยันพาณิชย์แทรกแซงราคาน้ำมันไม่ได้
  • รถพุ่งชนคนเดินถนนบาดเจ็บหลายรายในเมืองเดอร์บี ตำรวจจับผู้ต้องสงสัย
  • รัฐบาล ขอมั่นใจช่วงสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอ ตรวจสอบสถานะปั๊มได้ทางแอป Fuel-Now

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d