Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สัมผัสลมหนาว ชมทะเลหมอกที่’ผาหมวก’จ.เลย (คลิป)

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311810

สัมผัสลมหนาว ชมทะเลหมอกที่'ผาหมวก'จ.เลย  (คลิป)

สัมผัสลมหนาว ชมทะเลหมอกที่’ผาหมวก’จ.เลย (คลิป)

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.00 น.

เป็นบรรยากาศ นักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัด ทยอยเดินทาง ไปสัมผัสความหนาว และสัมผัสหมอก เมฆ ติดดิน กันอย่างคึกคัก บนแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของ ผาหมวก อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

ผาหมวก ตั้งอยู่ที่บ้านนาโพธิ์ อ.นาแห้ว จ.เลย เดิมทีเป็นฐานที่มั่นทหารสมัยสงครามร่มเกล้า ที่ผาหมวกเป็นจุดชมวิว มองเห็นบ้านนาโพธิ์ บ้านเหมืองแพร่ฝั่งไทยและบ้านเหมืองแพร่ฝั่ง สปปล.(สังเกตุที่แม่น้ำเหือง) เป็นเส้นกันกลางในฤดูหนาวและฤดูฝนจะเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยแห่งหนึ่งในอำเภอนาแห้ว จากผาหมวก ที่นี่สูงประมาณ 630 เมตร จากระดับน้ำทะเล ผาหมวกแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับหน้าผาที่ยื่นออกมาและมีเมฆเป็นพื้นหลังสีขาวเหมือนนุ่นและไกลออกไปจะเห็นภูเขาต่างๆ เช่น ภูค้อ ภูสนทราบและภูเขาใน สปป ลาว เปรียบดังสรรค์บนดิน เฆมเอื้อมถึง

 

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตือนภัย!พ่อแม่ซื้อลูกโป่งให้ลูกเล่น อันตรายจากก๊าซติดไฟได้ง่าย (ชมคลิป)

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311789

เตือนภัย!พ่อแม่ซื้อลูกโป่งให้ลูกเล่น อันตรายจากก๊าซติดไฟได้ง่าย (ชมคลิป)

เตือนภัย!พ่อแม่ซื้อลูกโป่งให้ลูกเล่น อันตรายจากก๊าซติดไฟได้ง่าย (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 20.29 น.


กรณีนี้สร้างความตกใจแก่ผู้ปกครองต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นถึงต้นเหตุของการเกิดเปลวไฟ

“ลูกโป่งอันตราย ขอแชร์ต่อค่ะ เพราะฮีเลียมมันแพงเกิดการมักง่าย อัดไฮโดรเจนเข้าไป เป็นไงหล่ะ ไวไฟ โดนความร้อนก็ระเบิด เกิดไฟลุกท่วม โชคดีที่น้องไม่เป็นอะไร คุณพ่อคุณแม่ระวังด้วยนะคะ อันตรายมากๆ ไม่ซื้อให้ลูกเล่นอีกแล้ววว ปล. คลิปนี้ไม่ทราบว่าต้นเรื่องมาจากแหล่งใดนะคะ มีการแชร์เยอะในกลุ่มไลด์ ฝากไว้เตือนภัยใกล้ตัวสำหรับผู้ปกครองค่ะ รอผู้เชี่ยวชาญมาตอบนะคะ”

ด้านความเห็นชาวเน็ตบอกว่า ลูกโป่งที่ขายในประเทศไทยโดยทั่วไป พบบรรจุแก๊สอยู่ 2 ชนิด คือ ไฮโดรเจน และ ฮีเลียม ความแตกต่างของแก๊ส 2 ชนิดนี้ คือ แก๊สไฮโดรเจนมีความไวไฟสูง ติดไฟง่าย ส่วนแก๊สฮีเลียมเป็นแก๊สเฉื่อย ไม่ติดไฟ ดังนั้น หากจะใช้งานลูกโป่งในสถานที่ซึ่งมีแสงไฟมาก ตัวอย่างเช่น การจัดตกแต่งงานเลี้ยง งานฉลองต่างๆ ก็ควรเลือกใช้ลูกโป่งบรรจุแก๊ส  ปล.ที่ผมสงสัยคือ ของที่อยู่ในมือเด็กผู้ชายคืออะไร มันคือวัตถุทำให้เกิดประกายไฟหรือไม่?

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปีใหม่เที่ยวที่นี่! ‘เชียงรายดอกไม้งามครั้งที่14’ ชมความสวยงามดอกไม้เมืองหนาว

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311677

ปีใหม่เที่ยวที่นี่! 'เชียงรายดอกไม้งามครั้งที่14' ชมความสวยงามดอกไม้เมืองหนาว

ปีใหม่เที่ยวที่นี่! ‘เชียงรายดอกไม้งามครั้งที่14’ ชมความสวยงามดอกไม้เมืองหนาว

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.30 น.

29 ธ.ค.60 นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานพิธีเปิดงาน “เชียงรายดอกไม้งาม ครั้งที่ 14” เอกไม้กับความรัก ณ สวนตุงและโคมนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย โดยมี พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันกุล ประคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง) ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดและมีนายสมบูรณ์ ศิริเวช รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย นางรัตนา จงสุทธานามณี ที่ปรึกษาเทศบาลนครเชียงราย ในฐานะผู้จัดงานให้การต้อนรับ โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวสนใจเข้าไปชมความงดงามภายในงานเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า งานเชียงรายดอกไม้งาม มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.60 ไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค.61 โดยระหว่างวันที่ 30 ธ.ค.ไปจนถึงวันที่ 17 ม.ค.61 ก็จะมีกิจกรรมดนตรีในสวนภายในสวนตุงและโคมนครเชียงรายดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น.ของทุกวันฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ขณะที่ภายในงานพบว่าการจัดประดับตกแต่งไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวคืบหน้าไปเกือบ 90% เนื่องจากวันก่อนมีฝนตกลงมาทำให้ต้องเก็บดอกบางส่วนที่เป็นไม้เมืองหนาวเอาไว้ก่อน และหลังฝนหยุดแล้วพบว่าอากาศหนาวเย็นจึงมีการนำออกมาปลูกแสดงให้ได้ชมความสวยงามกันต่อไป

โดยนายวันชัย กล่าวว่า สำหรับงานเชียงรายดอกไม้งานนี้เกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่นางรัตนา จงสุทธานามณี เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย และได้ร่วมกับเทศบาลนครเชียงราย คิดหาแนวทางในการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีรายได้ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย จึงได้ออกแบบให้มีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวให้นักท่องเที่ยวได้ชมเพราะเชียงรายมีอากาศหนาวเย็นในฤดูหนาว กระทั่งสามารถจัดติดต่อกันมาได้เป็นปีที่ 14 แล้ว

“สำหรับในปีนี้รูปแบบการจัดงานยังคงมีไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวนานาพันธุ์จัดแสดงนับล้านดอกหมุนเวียนกันไปจนถึงปลายเดือน ม.ค.2561 โดยแบ่งพื้นที่เป็นโซนๆ เช่น ไม้ดอกเมืองหนาวหายากโดยเฉพาะลิลลี่ ทิวลิป ฯลฯ ประติมากรรมดอกไม้ อุโมงค์ดอกไม้ นิทรรศการดอกไม้เมืองหนาว ประกวดถ่ายภาพและวาดภาพงานเชียงรายดอกไม้งาม การแสดงศิลปวัฒนธรรมบนเวที ฯลฯ ส่วนกิจกรรมดอกตรีในสวนก็จะมีนักร้องนักแสดงชื่อดังมาขับกล่อมบทเพลงให้เข้ากับบรรยากาศและมีการแสดงของเยาวชนที่งดงามอีกด้วย ” นายวันชัยกล่าว

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.แห่ขึ้น’ภูชี้ฟ้า’ต่างผิดหวัง ฝนตกฟ้าปิดอดชมความสวยงามพระอาทิตย์ขึ้น

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311662

นทท.แห่ขึ้น'ภูชี้ฟ้า'ต่างผิดหวัง ฝนตกฟ้าปิดอดชมความสวยงามพระอาทิตย์ขึ้น

นทท.แห่ขึ้น’ภูชี้ฟ้า’ต่างผิดหวัง ฝนตกฟ้าปิดอดชมความสวยงามพระอาทิตย์ขึ้น

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.54 น.

29 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า จากสภาพอากาศที่ยังคงหนาวเย็นบรรยากาศที่วนอยุทยานภูชี้ฟ้า ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย ในช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างเดินทางขึ้นไปชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นกันอย่างต่อเนืองนับ 1,000 คน แต่ปรากฎว่าเช้านี้นักท่องเที่ยวต่างต้องผิดหวัง เนื่องจากเห็นปรากฎการณ์ทะเลในช่วงเช้าตรู่อยู่เพียงครู่เดียว จากนั้นทะเลหมอกก็เริ่มกระจายตัว และในช่วงที่พระอาทิตย์จะขึ้นกลับพบว่าท้องฟ้าปิดไม่เห็นดวงอาทิตย์ ประกอบกับได้มีฝนตกลงมาทำให้นักท่องเที่ยวต้องใช้ร่มและเสื้อกันหนาวมาป้องกัน และต่างพากันเดินทางกลับ โดยไม่ได้พระทิตย์และความสวยงามของทะเลหมอก

โดยนายสิริพรชัย โรจน์พันทวี นักท่องเที่ยว กล่าวว่า ตนพร้อมครบครัวตั้งใจที่จะมาภูชี้ฟ้ามานานแล้ว โดยจองที่พักและการเดินทางก่อนหน้านี้ 2 สัปดาห์ เพื่อต้องการชมความสวยงามของทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น แต่โชคไม่ดีที่อากาศปิดและมีฝนตกลงมา ทำให้รู้สึกผิดหวัง แต่ก็ประทับใจเพราะสภาพอากาศที่นี่มีอากาศที่ดีกว่าในตัวเมือง ด้านที่พักก็ดีและอาหารก็อร่อย แม้จะได้เห็นทะเลหมอกเพียงแวปเดียวและไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นแต่ก็คุ้มค่าที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยว

ด้านนายบันเทิง เครือวงศ์  ประธานการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.เชียงราย ซึ่งประกอบกิจการที่พักบนภูชี้ฟ้า กล่าวว่า ตามปกติในช่วงระหว่างในช่วงปลายปี โดยเฉพาะระหว่าง 28 ธ.ค. -3 ม.ค. จะมีนักท่องเที่ยวมายังภูชี้ฟ้าอย่างเนืองแน่นวันละไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 คน และช่วงสิ้นปีมากกว่าวันละ 10,000 คน แต่ปีนี้โชคไม่ดีมีฝนตกลงมา ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่จองหัองพักหรือซื้อทัวร์มาแล้ว เพราะมีการจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้าแล้ว แต่จะมีผลกับนักท่องเที่ยวขาจร ซึ่งส่วนใหญ่จะมากางเต้นท์จำนวนมาก แต่ปีนี้ฝนตกพบว่าแทบไม่ค่อยมี ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลง แต่เชื่อว่าในช่วงสิ้นปี ฝนอาจไม่ตกก็จะทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นและแห่มาเที่ยวยาวหลังสิ้นปี เพราะนักท่องเที่ยวหลายคนอาจเปลี่ยนแผนการเดินทางตามสภาพภูมิอากาศ

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ข้าวแกงป้าไพ’คนตรึม ขาย10บาทราคาเดิมเพิ่มเติมผัก-น้ำพริกฟรี!

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311661

'ข้าวแกงป้าไพ'คนตรึม ขาย10บาทราคาเดิมเพิ่มเติมผัก-น้ำพริกฟรี!

‘ข้าวแกงป้าไพ’คนตรึม ขาย10บาทราคาเดิมเพิ่มเติมผัก-น้ำพริกฟรี!

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.46 น.

29 ธ.ค.60 ร้านข้าวแกงป้าไพ ปากซอย 18 ถนนทะเลหลวง อ.เมือง จ.สงขลา ยังคงมีลูกค้าทั้งประชาชน นักศึกษา เดินทางมาอุดหนุนข้าวแกงรสชาติดีราคาถูกถุงละ 10 บาทของป้าไพกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เช้า ถึงช่วงเที่ยงทุกวัน ถึงแม้ว่าในวันนี้ราคาพืชผักในตลาดทรัพย์สินพลาซ่าสงขลา จะมีการปรับราคาขึ้นหลากหลายชนิด อาทิ ถั่วฝักยาว ปรับราคาสูงสุดจากกิโลกรัมละ 50 บาท เป็น  80-100 บาท หรือเกือบเท่าตัว ผักกาดขาว จากราคา 35 บาท เป็น 50 บาท กระหล่ำปลี จาก 25 บาท ขึ้นเป็น 35 บาท แตงกวาเล็กจาก 25 บาท เป็น 40 บาท แตงกวายาว จาก 20 บาท เป็น 30 บาท มะเขือเปราะจาก 25 บาท เป็น 50 บาท มะเขือยาว จาก 35 บาท เป็น 50 บาท และมะระ จาก 35 บาท เป็น 50 บาท  ป้าไพ เจ้าของร้านวัย 66 ปี ยังยืนยันว่า มีผลกระทบกับทางร้านบ้าง ต้นทุนเพิ่มกำไรลด แต่เพื่อลูกค้าส่วนใหญ่ก็ไม่เป็นไร ยังคงขายราคาเดิม

เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าขาประจำและเป็นนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป โดยจะซื้อกับข้าวแกงถุง 10 บาท ไปเป็นอาหารมื้อเที่ยงและอาหารมื้อเย็น ซึ่งจะเป็นการสวนกระแสในช่วงพืชผักแพง  ทางร้านจึงต้องปรับยุทธวิธีในการขายเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับลูกค้า โดยประชาชนยังคงกินอาหารตามปรกติ มีลูกค้ามาอุดหนุนเนืองแน่นทุกวัน

นางประไพ ทองมณี อายุ 66 ปี เจ้าของร้านข้าวแกง เปิดเผยว่า ในช่วงนี้พืชผักแพง  มีผลกระทบกับทางร้านบ้างแต่ไม่มาก แต่ยังคงขายราคาเดิม ถุงละ 10 บาท ลูกค้าก็ยังมาซื้อตามปกติเหมือนเดิม เพราะพืชฝักที่ปรับราคาขึ้นทางร้านมีความจำเป็นต้องใช้ ในการประกอบอาหารทั้งแกงและผัด รวมทั้งมีแตงกวาและถั่วฝักยาวที่เป็นผักน้ำพริกแถมให้ฟรีสำหรับลูกค้าที่นั่งรับประทานที่ร้าน  โดยทางร้านไม่สามารถที่จะปรับราคาขึ้นได้ ก็ยังขายในราคาเดิม เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าขาประจำและเป็นนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไปที่ทำให้ทางร้านอยู่ได้ ถึงแม้ว่าราคาข้าวแกงถุงๆละ 10 บาท จะได้กำไรไม่มากแต่เราก็อยู่ได้

สำหรับร้านข้าวแกงป้าไพ ย่านวชิราสงขลา  ขายข้าวแกงมานานกว่า 20 ปี โดยเริ่มจากการขายแกงในราคาถุงละ 5 บาท จนถึงขณะนี้ผ่านไปกว่า 20 ปีขายอยู่ที่ราคาถุงละ 10 บาทเท่านั้น โดยในแต่ละวันทางร้านป้าไพจะปรุงอาหารไว้ขายไม่ต่ำกว่า 40 ชนิด อาทิ แกงส้ม แกงกะทิ ต้มยำ ผัดเผ็ด ปลาทอด หมูทอด และอาหารที่นี่ขายดี เนื่องจากรสชาติจัดจ้านเป็นที่นิยมของชาวใต้ยิ่งนัก

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เลยคึกคัก!นทท.แห่เซลฟี่’ทุ่งดอกดาวเรือง’ เหลืออร่ามรับลมหนาว

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311653

เลยคึกคัก!นทท.แห่เซลฟี่'ทุ่งดอกดาวเรือง' เหลืออร่ามรับลมหนาว

เลยคึกคัก!นทท.แห่เซลฟี่’ทุ่งดอกดาวเรือง’ เหลืออร่ามรับลมหนาว

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 08.29 น.

29 ธ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงนี้จ.เลย อากาศหนาว สบายๆ มีหลายแห่งเปิดสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ สัมผัสควาชิว กับทุ่งดอกดาวเรืองที่กำลังบานสะพรั่ง รอนักท่องเที่ยว สัมผัสหนาว ที่ภูเรือนักท่องเที่ยวแห่ชม พร้อมถ่ายรูปเก็บภาพ เป็นที่ระลึก คึกคัก

นายสมศักดิ์ ทองวัตร เจ้าของแปลงดอกดาวเรือง 180 หมู่ 8 ต.หนองบัว อ.ภูเรือ จ.เลย กล่าวว่า ตนได้ทำการปลูกดาวเรืองไว้เพื่อรอรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวภูเรือ ขณะนี้ดอกดาวเรืองได้ออกบานสวยงามสีเหลือง เต็มพื้นที่ มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายัง อำเภอภูเรือเข้ามาเที่ยวและถ่ายภาพอย่างคึกคัก สัมผัสอากาศหนาว ชิวๆ ซึ่งในปีนี้จะมีดอกดาวเรือง ให้นักท่องเที่ยวได้ เห็น กว่า 50 ไร่ หรือประมาณ 250,000 ดอกมีการจัดบริเวณทุ่งดอกดาวเรืองสีเหลือผสมประสานกับภูเขาที่เป็นสีเขียว อย่างลงตัว

สำหรับแปลงดอกดาวเรืองนี้ อยู่บริเวณริมถนนสายเลย-ภูเรือ ก่อนถึงตัว อ.ภูเรือ บริเวณบ้านหนองบง 1 กิโลเมตร ต้นดาวเรืองนี้เป็นพันธุ์ โกเด้นคิง ลักษณะเด่นของดอกดาวเรืองในไร่นี้คือมีดอกที่โตและเหลืองสด เมื่อมองในมุมที่กว้างๆก็จะคล้ายเป็นสีเหลืองทองเป็นทุ่งกว้าง หากเป็นคู่รักบรรยากาศจะจะโรแมนติก มากๆ

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่าง ๆ เมื่อเช้าวันนี้ (หน่วยวัดเป็นองศาเซลเซียส) ดังนี้.– อ.เมืองเลย 18.8, อ.วังสะพุง 18.4 อ..ด่านซ้าย 17.0 อ.เชียงคาน17.0 อ.ท่าลี่ 18.0 อ.ภูกระดึง 14.0 .,อ.ภูเรือ 15.0 อ.นาแห้ว 13.7 อ.ปากชม 18.0 อ.นาด้วง 19.0 อ.ภูหลวง 17.0, ผาขาว 17.8 อ.เอราวัณ 18.0, อ.หนองหิน 18.0 องศา อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 12.0,อุทยานแห่งชาติภูเรือ 10.0, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง (อ.ภูเรือ)12.0 , ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 16.0อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (อ.นาแห้ว) 15.5 องศา

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แรงงานไทยในต่างแดน เพื่อชีวิตที่ดี..ลำบากก็ต้องเสี่ยง

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311520

แรงงานไทยในต่างแดน  เพื่อชีวิตที่ดี..ลำบากก็ต้องเสี่ยง

แรงงานไทยในต่างแดน เพื่อชีวิตที่ดี..ลำบากก็ต้องเสี่ยง

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“เขียนป้ายไปปักไว้ บอกคนทั้งหลายว่าอยากขายที่นา นำทรัพย์สินเงินตรา จากขายที่นาตีตั๋วเครื่องบิน จะไปซาอุ, บอกเมียและลูกน้อย คอยพี่หน่อยพ่อหน่อยเถิดหนา อีกไม่นานกลับมา เยี่ยงราชาเงินทองล้นกาย จะมีโทรทัศน์ วิทยุ สเตอริโอ บ้านตึกหลังโตโต โอ้ฮะโอ นั่งกินนอนกิน”

บทเพลง ซาอุดร ผลงานของวงคาราบาว สะท้อนชีวิตคนไทยจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ภูมิภาคที่ถูกจัดว่า “ยากจน” ที่สุดของประเทศไทย ผู้มุ่งหมายจะบินลัดฟ้าไป “ขุดทอง” ในประเทศแถบตะวันออกกลางอย่าง ซาอุดีอาระเบีย ก่อนจะจบท้ายด้วยการ “ถูกหลอกลอยแพ” ไม่ได้ไปตามที่ฝันทั้งที่เสียเงินเสียทองไปแล้ว ซึ่งบทเพลงนี้เผยแพร่ครั้งแรกในปี 2528 แต่แล้ว ณ ปัจจุบันผ่านไป 3 ทศวรรษ ก็ยังมีข่าวแรงงานไทยตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่โฆษณาชักชวนไปทำงานต่างแดนอยู่เนืองๆ

เป็นธรรมดาที่ “ประเทศร่ำรวย” จะถูกมองเป็น “ปลายทาง” สำหรับผู้คนจากประเทศที่ยากจนกว่าจะไขว่คว้าหาทางไปทำงาน “กลิ่นเงินมันหอมหวาน” ดังที่ผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมา (พม่า) ลาวและกัมพูชา ก็ทำทุกวิถีทางไม่ว่าถูกหรือผิดกฎหมายเพื่อที่จะได้เข้ามาทำงานในประเทศไทย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีคนไทยดิ้นรนจะไปทำงานในต่างแดนบ้าง โดยปัจจุบันความนิยมของคนไทยได้หันเหจากซาอุฯ ไปยังหลายประเทศ เช่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ อิสราเอล หรือแม้แต่ข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อนบ้านทางใต้อย่างมาเลเซีย

ที่งานประชุมเชิงปฏิบัติการ “สถานการณ์การย้ายถิ่นข้ามชาติ องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการและการคุ้มครองดูแลคนไทยในต่างประเทศ” ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ณ รร.โนโวเทล ย่านสยามสแควร์ กรุงเทพฯ ผศ.ดร.สุทธิพร บุญมาก อาจารย์สาขาวิชาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ บอกเล่าเรื่องราวการศึกษาวิถีชีวิตคนไทยในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่ข้ามฝั่งไปทำงานในมาเลเซียไว้อย่างน่าสนใจ

อย่างที่ทราบกันดีว่าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) เผชิญเหตุความไม่สงบมากว่าทศวรรษและยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใด สภาพแบบนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเมื่อพื้นที่เต็มไปด้วยความรุนแรง การลงทุนประกอบการบริษัทห้างร้านต่างๆ ก็น้อย การหางานทำในละแวกบ้านจึงเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะกับคนที่มีระดับการศึกษาไม่สูงนัก

ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ที่แม้จะได้จะเรียนสูงๆ แต่ด้วยค่านิยมในท้องถิ่นที่นิยมส่งบุตรหลานไปเรียนในตะวันออกกลาง แม้จะสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาชีพชั้นสูงอย่างแพทย์ แต่ก็ไม่สามารถมาทำงานเป็นแพทย์ในไทยได้ หรืออีกไม่น้อยก็เรียนหนังสือในมาเลเซียอยู่แล้ว ทว่าในเมื่อบ้านเกิดไม่มีงานให้ทำ “มาเลเซียจึงเป็นจุดหมายปลายทางของคนปลายด้ามขวาน” ไม่ว่าจะมีพื้นเพครอบครัวแบบใด

อาจารย์สุทธิพร เล่าต่อไปว่า แม้นโยบายการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติของมาเลเซียจะยุ่งยากซับซ้อน เช่น นายจ้างต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการนำเข้าและใช้แรงงานข้ามชาติทั้งหมด มีการเข้มงวดเป็นพิเศษกับแรงงานระดับล่าง (Unskilled Labour) หรือแม้กระทั่งกำหนดแบบ “เจาะจงชาติพันธุ์” ว่างานอะไรให้คนชาติใดทำ เช่น งานบางประเภทให้เฉพาะคนอินเดีย คนฟิลิปปินส์ ฯลฯ แต่นั่นไม่เป็นปัญหาสำหรับคนไทยชายแดนใต้ ที่เข้าไปทำงานใน “ร้านต้มยำกุ้ง” ที่ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการก็เป็นคนไทย แต่ก็มีชาวมาเลเซียที่เห็นว่าธุรกิจนี้ดีเลยหันมาเปิดกิจการบ้าง

“จริงๆ ร้านต้มยำก็คือร้านขายอาหารไทย หรือ Thai Halal Food แต่เนื่องจากคำว่าไทยในสังคมมุสลิม มีความหมายถึงศาสนาพุทธ จึงไม่สามารถใช้คำว่าร้านอาหารไทยได้ จึงใช้คำว่าต้มยำที่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เคยมีงานวิจัยของ สกว. บอกว่ามีร้านต้มยำแบบนี้ถึง 5 พันร้านในมาเลเซียฝั่งตะวันตก แล้วก็มีแรงงานนอกระบบประมาณ 1 แสนกว่าคน มันเป็นเครือข่ายที่ใหญ่มาก และช่วยให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้มีเงินเข้ามาหมุนเวียนในประเทศ เป็นแหล่งจ้างงานของเยาวชนคนรุ่นใหม่” อาจารย์สุทธิพร กล่าว

อีกด้านหนึ่ง สมาน เหล่าดำรงชัย นักวิจัยอาวุโส ศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของการส่งแรงงานไทยไปทำงานอย่างถูกกฎหมายในต่างแดน คือ “คนงานไทยไม่เคยได้รู้เกี่ยวกับลักษณะงานอย่างละเอียด” ทำให้หลายกรณีแรงงานไทยเมื่อไปแล้วเจอนายจ้างบางรายที่ “เป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว” ก็ไม่สามารถทำงานได้ตามความคาดหวังของนายจ้างดังกล่าว จบลงด้วยการ “ถูกส่งกลับ” ทั้งที่ทำงานไปได้เพียงไม่กี่เดือน

เช่นเดียวกับ “การอบรมภาษาต่างประเทศ” ที่พบว่าแม้จะอบรมไปแล้วแต่ไม่สามารถใช้ภาษาสื่อสารกับคนในประเทศปลายทางได้ จนกระทบกับการทำงาน อาทิ เคยเจอแรงงานไทยไปทำงานที่ เกาหลีใต้ ยอมรับว่า “ที่อบรมมานั่นแค่พอผ่าน” เมื่อไปอยู่ที่หน้างานจริงๆ กลับพูดคุยกับนายจ้างหรือเพื่อนร่วมงานไม่รู้เรื่อง “ฟังไม่ทัน” จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่จัดอบรม “ขอให้เรียนกันแบบจริงจัง” คนสอนควรเป็นคนเกาหลีแท้ๆ และการสอบก็ต้อง “เข้มงวด” ในระดับที่ผลสัมฤทธิ์คือสามารถพูดคุยกับคนที่เป็นเจ้าของภาษาได้

สมาน กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ จากประสบการณ์ที่ทำวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยที่ไปทำงานในต่างแดน อาทิ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ยังพบปัญหาอีกประการคือ “แรงงานไทยจำนวนไม่น้อย แม้จะขยันทำงานแต่ไม่สามารถเก็บเงินสร้างเนื้อสร้างตัวได้” ซึ่งเหตุผลสำคัญคือ “เมื่อส่งเงินกลับมายังประเทศไทย กลับกลายเป็นญาติพี่น้องที่บ้านของตัวแรงงานนำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยจนหมด” ดังนั้นบทบาทภาครัฐคงไม่ใช่แค่ให้ความรู้กับคนที่จะไปทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรวมไปถึงพ่อแม่พี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหายของแรงงานด้วย

“เคยเจอคนไทยไปทำงานต่างประเทศ เขาร้องไห้เลย บอกว่าส่งเงินกลับบ้านแต่ไม่เหลือเงินสักบาท พอหมดสัญญาจ้าง เดินทางกลับเมืองไทยไปถึงบ้านเหลือไว้ให้แค่ 2 หมื่นบาท มันเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความรู้เรื่องการจัดระบบการใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ถ้าจะทำผมว่ามันต้องเป็นนโยบายระดับประเทศ คือครัวเรือนในไทยมีเยอะ ถ้าทำได้คนไทยก็จะมีเงินเก็บ แล้วหนี้สินก็จะลดลง” สมาน ให้ความเห็น

นอกจากนี้ สมาน ยังกล่าวอีกว่า จากที่เคยทำโครงการแรงงานไทยคืนถิ่น พบว่า “คนไทยจำนวนมากชีวิตต้องวนเวียนอยู่กับการดิ้นรนออกไปทำงานในต่างประเทศ” เนื่องจากไม่สามารถนำความรู้และประสบการณ์จากต่างแดนที่มีกลับหางานแบบเดียวกันในเมืองไทยทำได้ “เพราะเทคโนโลยีที่มีอยู่ในประเทศไทยในงานประเภทนั้นๆ ด้อยกว่าเมื่อเทียบกับประเทศที่เคยไปทำงาน” เท่ากับว่าไทยเสียบุคลากรในการร่วมพัฒนาประเทศไปโดยปริยาย

“ในต่างประเทศเขาใช้ทักษะสูงกว่าในไทย เคยเจอคนไทยไปสมัครทำงานด้านอิเล็กทรอนิกส์ในเมืองไทย ปรากฏว่าทำไม่ได้เพราะเครื่องไม้เครื่องมือไม่เหมือนกัน ก็เลยต้องกลับไปทำงานที่ไต้หวันใหม่”สมาน ยกตัวอย่าง

บทสรุปของเรื่องนี้ “เพราะทุกคนต้องการอยู่รอดและมีชีวิตที่ดีขึ้น” ดังนั้นหากอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอนแล้วหางานที่ดีทำไม่ได้ ก็ไม่แปลกและไม่ผิดอะไรที่คิดจะ “ไปตายเอาดาบหน้า” ยังต่างแดน แต่ก็อย่างที่มีคนว่าไว้ “การลงทุนมีความเสี่ยง” ในที่นี้คือตั้งแต่เสี่ยงเสียเงินไปฟรีๆ โดยไม่ได้ไปทำงานจริง หรือได้ไปแต่ไปเจอสภาพการทำงานที่ไม่ได้สุขสบาย โดยที่บางทีทางบ้านก็ไม่ได้รับรู้ เมื่อส่งเงินกลับมาให้ก็ใช้กัน “มือเติบ” ไม่เกรงใจ และสุดท้ายคือระบบเศรษฐกิจไทยไม่สามารถนำสิ่งที่แรงงานกลุ่มนี้ได้เรียนรู้จากต่างแดนกลับมาขับเคลื่อนประเทศ

จะแก้ไขกันอย่างไร? วันนี้คงต้องโยนไปให้ภาครัฐ ที่คงไม่ใช่เพียงกระทรวงแรงงานเพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องบูรณาการกันหลายภาคส่วน เป็นผู้ร่วมกันหาคำตอบ!!!

“ข้อมูล “จำนวนแรงงานไทยที่ยังคงทำงานอยู่ในต่างประเทศ” รวบรวมโดย กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน ระบุว่า คนไทย
ที่ยังคงทำงานในต่างประเทศ ณ สิ้นเดือน พ.ย. 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 170,576 คน โดย 3 ประเทศที่มีแรงงานไทยไปทำงานมากที่สุด อันดับ 1 ไต้หวัน 77,567 คน อันดับ 2 อิสราเอล 27,311 คน และอันดับ 3 เกาหลีใต้ 23,543 คน”

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมื่อ“รมช.วิวัฒน์” กับ“อ.ยักษ์”เป็น คนคนเดียวกัน ยังลุยงาน“ศาสตร์พระราชา”

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311597

เมื่อ“รมช.วิวัฒน์” กับ“อ.ยักษ์”เป็น คนคนเดียวกัน ยังลุยงาน“ศาสตร์พระราชา”

เมื่อ“รมช.วิวัฒน์” กับ“อ.ยักษ์”เป็น คนคนเดียวกัน ยังลุยงาน“ศาสตร์พระราชา”

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.

nn…หลังเข้ามารับตำแหน่ง ครม.“ลุงตู่ 5” ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรฯ เสร็จสิ้นหน้าที่ในกระทรวงเกษตรฯแล้ว มืดค่ำก็มาเป็น “อาจารย์ ยักษ์” ของลูกศิษย์ ประชุมเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ทั้งศิษย์รุ่นใหญ่ รุ่นกลางเพื่อขับเคลื่อนงานของ “พ่อหลวง” ที่ยังไม่เสร็จ..ทั้งเรื่องจัดทัพ จะเคลื่อนกันอย่างไร เริ่มต้นทบทวนอุดมการณ์ของเครือข่ายกันก่อน…เครือข่ายฯเชื่อเรื่อง ทาน เรื่องการให้ เชื่อเรื่องการแบ่งปัน ไม่เชื่อเรื่องการแข่งขัน เราเชื่อมร้อยกันด้วยโซ่ 3 เส้น คือ 1.ทิฐิสามัญญตา คือยึดคำสอนของศาสดาตามความเชื่อในศาสนาของตน พุทธ คริสต์ อิสลาม *โดยเราจะทำงานร่วมกันบนความสมัครสมาน สามัคคี อะลุ้มอล่วย เป็นพี่เป็นน้อง *ยึดหลักปรัชญาของพระเจ้าแผ่นดินองค์เดียวกัน (ร.9) 2.ศีลสามัญญตา(ทาน) เรามารวมกันเพื่อ“ให้”ไม่ใช่เพื่อมาแสวงผลประโยชน์ส่วนตน เราต้องถามตัวเองเสมอว่า เราได้ให้อะไรกับเครือข่าย กับส่วนรวม มากกว่าจะถามว่าเครือข่ายให้อะไรกับเรา เครือข่ายเชื่อว่าทาน มีฤทธิ์ 3.วิสาสาปรมาญาติ ต้องประชุมร่วมกันเป็นเนืองนิตย์ เพราะเชื่อว่าความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง การประชุมร่วมกันจะทำให้อุดมการณ์ถูกตอกย้ำทำความเข้าใจเป้าหมายร่วมกันมากขึ้น *การสร้างคน ภายใต้ปรัชญาที่เราเชื่อว่า เป็นปรัชญาที่ดีที่สุดในโลกคือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แล้วอาจารย์ยักษ์ ก็แบ่งงานในขณะนี้ออกเป็น 3 ส่วน คือ งานเชิงรุก หรือ งานแลไปข้างหน้า งานตั้งรับ และงานสะสางปัญหา…อาวุธสำคัญ คือศาสตร์พระราชา คือ ความรู้ คือปัญญาและคุณธรรม รวมทั้งศรัทธาที่มีต่อองค์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อได้ลั่นวาจาว่า จะถวายทั้งชีวิต เป็นราชพลีในการสืบสานงานของพระราชา…ดูไปข้างหน้าจึงมีแต่ เหนื่อยกับหนัก มีแต่ภาระกับงาน งาน งาน งาน และงาน โดยยังคงมุ่งมั่นเดินตามรอยของพระเจ้าแผ่นดิน …งานของ อ.ยักษ์ จึงมีทั้งงานในตำแหน่ง รมช. งานกระทรวง งานตามนโยบายรัฐบาล งานชาวบ้าน งานขับเคลื่อนเครือข่าย งานการศึกษา งานชุมชน งานอบรม งานเอามื้อสามัคคี งานเชื่อมร้อย 7 ภาคี และอีกมากมายฯลฯ จึงไม่แปลกที่ รมช.คนนี้ จะเดินทางไปถึงกระทรวง ตอนเจ็ดโมงเช้า ออกจากกระทรวงค่ำมืด กลับมาประชุม ลูกศิษย์วางแผนเพื่อเคลื่อนงานต่อ ..บางวันตอนเย็นก็เปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นม่อฮ่อม สลับร่างเป็น อ.ยักษ์ บรรยายและอบรมที่ศูนย์ฯมาบเอื้องหรืออื่นๆ ตามแต่ที่จะเจียดเวลาไปได้…ในช่วง 3 เดือนแรก แห่งความวุ่นวายนี้ ดูตาราง อ.ยักษ์ แล้วแทบจะร้องให้ว่าเอาเวลาที่ไหนนอน ทั้งหัวใจและร่างกาย ทุ่มเทกับงานสืบสาน“งานของพระราชา”จนอดเป็นห่วงสุขภาพไม่ได้…ยังไงก็ขอให้กำลังใจด้วยนะครับ…nn

nn….ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2561“บิ๊กจอม” พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้ออกมา อวยพร แน่เนิ่นๆ ขออวยพรให้ พี่น้องชาวไทยทุกคนและสื่อมวลชนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีความสุข คิดหวังสิ่งใด ขอให้สมใจปรารถนาอย่างที่ใจคิดทุกประการ…และทางกองทัพอากาศ ได้จัดกิจกรรม “เติมความสุขให้คนไทย ด้วยใจ จากกองทัพอากาศ” โดยการตั้งจุดบริการพี่น้องประชาชนตามเส้นทางสายหลักต่างๆ ที่พี่น้องประชาชน จะเดินทางออกจากกรุงเทพ ทั้งไปและกลับ ในพื้นที่กองบินต่างๆ ทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานเอกชน และ ชุมชนต่างๆ…โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนเหนือของกทม.ที่ตั้งจุดหน้า สนามกีฬากองทัพอากาศ ธูปะเตมีย์ และ ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ร่วมกับเครือข่าย นอกจากนี้ ขส.ทอ.จัดบริการตรวจสภาพรถฟรี ให้กับข้าราชการ ครอบครัว และชุมชนรอบที่ตั้ง กองทัพอากาศ อีกทั้งกองทัพอากาศ ยังเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมสักการะ “พระมหาธาตุนภเมทนีดล” และ“พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ”บนยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่…สนใจอย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมสักการะ และเข้าใช้จุดบริการของ ทัพฟ้า ด้วยนะครับ

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คืนนี้เคาท์ดาวน์ที่ไหนดี! 12สถานที่ยอดฮิต ควงคนที่คุณรักต้อนรับศักราชใหม่2018

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311631

คืนนี้เคาท์ดาวน์ที่ไหนดี! 12สถานที่ยอดฮิต ควงคนที่คุณรักต้อนรับศักราชใหม่2018

คืนนี้เคาท์ดาวน์ที่ไหนดี! 12สถานที่ยอดฮิต ควงคนที่คุณรักต้อนรับศักราชใหม่2018

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 19.11 น.

เทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีได้วนกลับมาอีกครั้ง สำหรับเทศกาลปีใหม่ ทั่วทุกมุมโลกต่างเริ่มจัดงานเพื่อเตรียมเฉลิมฉลองกันอย่างคึกคัก สำหรับประเทศไทยในปีนี้ก็ไม่แพ้ใครมีสถานที่ยอดนิยมต่างร่วมจัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ ให้คุณได้เลือกไปนับถอยหลังต้อนรับศักราชใหม่กันสุดฟินทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

โดยวันนี้แนวหน้าออนไลน์ได้รวม 12 สถานที่เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปี 2017 ที่น่าสนใจมาฝากกัน

1. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (Central World)

สถานที่เคาท์ดาวน์ยอดนิยมของคนกรุง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล จัดงาน “AIS Bangkok Countdown 2018” ในคอนเซ็ปต์ “ซุปเปอร์ โซนิกส์ สเปซ” ผสมผสานเทคโนโลยี ครีเอทโชว์ทั้งแสง สี เสียง เลเซอร์สุดล้ำที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของโลกอวกาศ ชมพลุไฟสุดอลังการพร้อมคอนเสิร์ตแบบเต็มรูปแบบจากศิลปินชื่อดัง อาทิ เป๊ก ผลิตโชค, แสตมป์, ROOM39, ดาเอ็นโดรฟิน ฯลฯ

 

2. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ (Asiatique the Riverfront)

เคาท์ดาวน์ไปพร้อมบรรยากาศสุดฟินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ กับงาน Asiatique Thailand countdown 2018 ที่ขนศิลปินดังในยุค 90 อย่าง หนุ่ย อำพล, มอส ปฏิภาณ, ป้าง นครินทร์, เดอะ พาร์กินสัน, อินสติ้งค์, มิสเตอร์ทีม, นนท์ ธนนท์, ร่วมด้วยดีเจ ริต้า และนาฟ อิเลคโทรนิค ไลฟ์ แบน พร้อมตื่นตาไปกับการแสดงพลุสุดอลังการอีกด้วย ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Asiatique.Thailand/

 

3. Mega Countdown 2018

อีกหนึ่งสถานที่เคาท์ดาวน์สุดสนุกในกรุงเทพฯ ที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ย่านบางนา โดยในปีนี้มีศิลปินดังตบเท้ามาร่วมส่งสุขส่งท้ายปี2017 กันอย่างคึกคัก อาทิ ตูน บอดี้สแลม, นิว-จิ๋ว , อ๊อฟ ปองศักดิ์ , Tattoo colour , 25 Hours, ก้านคอคลับ และ Slot machine ตั้งแต่เวลา 18.00-01.30 น. ณ ลานจอดรถด้านนอกฝั่งอิเกียร์ ชั้น 1 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/megabangnashoppingcenter

 

4. Warm up Countdown 2018 (Pink Cloud Party)

สยามสแควร์สถานที่ยอดนิยมของวัยรุ่น ในปีได้จัดงานเคาท์ดาวน์สุดเก๋ Warm Up Countdown Party 2018 ในธีม Pink Cloud Party ปาร์ตี้สีชมพู ให้เหล่าวัยรุ่นได้จัดเต็มความงามเครื่องแต่งกายและไอเท็มต่างๆ มาประชันกันพร้อมบรรยากาศสุดฟินจากศิลปินสุดฮอตในขณะนี้ เป๊ก ผลิตโชค, The Toys, 2Moons The Series และโอ๊ต ปราโมทย์ โดยงานจะเริ่มตั้งแต่ 11.00 น. – 20.00 น. ที่ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ ฝั่งสยามสแควร์

 

5. The Bangkok Countdown (TBC) Live Park พระราม 9

สาวก EDM และสายแดนซ์ห้ามพลาดงานเคาท์ดาวน์สุดมัน The Bangkok Countdown (TBC) ที่รวมเอาเหล่าดีเจชั้นนำของโลกและดีเจชื่อดังเมืองไทย มาสร้างความสนุกรับปีใหม่กันอย่างจุใจ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 ธันวาคม 2560 ที่ Live Park พระราม 9

 

6. กอดข้ามปี KHAOYAI COUNTDOWN

ต้อนรับศักราชใหม่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติโอบล้อมที่ Mindwinter Green เขาใหญ่ ในงาน กอดข้ามปี  KHAOYAI COUNTDOWN เพิ่มความโรแมนติกกับเสียงเพลงเพราะจากศิลปิน บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, แสตมป์ อภิวัชร, สิงโต นำโชค, Mind, The Parkinson, ว่าน ธนกฤติ และศิลปินอื่นอีกเพียบ จัดเต็มตลอด 2 วันตั้งแต่วันที่ 30–31 ธันวาคม 2560 รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.facebook.com/Khaoyaicountdown/

 

7. PATTAYA COUNTDOWN 2018

ฟังเสียงคลื่นรับลมทะเลไปพร้อมกับการนับถอยหลังต้อนรับปีใหม่ไปกับงาน พัทยาเคาท์ดาวน์ (PATTAYA COUNTDOWN 2018) ที่บริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวเมืองพัทยา (แหลมบาลีฮาย) ภายในงานมีการตกแต่งแสงไฟให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมเก็บภาพประทับใจ รวมถึงกิจกรรมสร้างความบันเทิงต่างๆ อาทิ การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง กิจกรรมจุดพลุไฟเฉลิมฉลอง

 

8. Khonkaen Countdown 2018 

เคาท์ดาวน์สุดสนุกแดนอีสาน ในงาน Khonkaen Countdown 2018 โดยปีนี้มาในธีม เบิกบานทั่วหล้า ที่บริเวณประตูเมือง จังหวัดขอนแก่น ภายในงานได้เนรมิตรสวนสาธารณะประตูเมือง ให้กลายเป็นสวนเรืองแสง ประดับไฟวิบวับสวยงาม มีการจำลองประสาทที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อให้เป็น Landmark เด็ดยามค่ำคืน พร้อมคอนเสิร์ตสุดมันที่มาสร้างสีสันให้คืนข้ามปีเป็นคืนพิเศษยิ่งกว่าคืนไหน

 

9. อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

ชมดอกไม้นานาพรรณกว่าล้านดอก พิเศษกับไฮไลท์ดอกทิวลิปและกล้วยไม้นับหมื่นต้นที่พร้อมยลโฉม ที่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ก่อนที่จะไปชมความงามของพลุสุดอลังการในช่วงเคาท์ดาวน์รับปีใหม่ พร้อมเพลงบรรเลงจากศิลปินล้านนา และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน “เตวิชญ์” และ “บอย-พิษณุ” ตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็น ถึง ตี 1

 

10. ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ 

แหล่งรวมนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในปีนี้ยังคงจัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์มาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปีนี้ยังคงจัดเต็มกิจกรรมการแสดงดนตรี การแสดงศิลปวัฒนธรรม รวมไปถึงการแสดงของพลุดอกไม้ไฟสุดอลังการ ฟินไปกับอากาศเย็นร่วมนับถอยรับปี 2018

11. ฟูลมูนเคาท์ดาวน์ปาร์ตี้ เกาะพงัน 

สถานที่เคาท์ดาวน์รับปีใหม่สำหรับคนรักปาร์ตี้ ในงาน ฟูลมูนเคาท์ดาวน์ปาร์ตี้ เกาะพงัน ที่จัดเต็มทั้งเครื่องดื่ม เสียงเพลง แสงสี และกิจกรรมสุดสนุกอื่นๆ อีกมากมายริมชายหาด ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมมันกันอย่างคึกคัก

 

12. Suanphueng Highland Countdown 2017

สถานที่พักผ่อนชมธรรมชาติยอดฮิตอย่าง สวนผึ้งไฮแลนด์ จ.ราชบุรี โดยในปีนี้ได้จัดงานเคาท์ดาวน์สุดโรแมนติก พร้อมเสียงเพลงจากศิลปินอย่าง Lipta, อะตอม ชนกันต์, PAUSE, Season Five

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดรายงานสถานการณ์สื่อปี’60 ปีแห่งการ’ควบคุม-คุกคาม-คลุกคลาน’

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311589

เปิดรายงานสถานการณ์สื่อปี’60 ปีแห่งการ'ควบคุม-คุกคาม-คลุกคลาน'

เปิดรายงานสถานการณ์สื่อปี’60 ปีแห่งการ’ควบคุม-คุกคาม-คลุกคลาน’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.34 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์สื่อมวลชนประจำปี 2560 หัวข้อ “ควบคุม คุกคาม คลุกคลาน” โดยระบุว่า

สถานการณ์ด้านสื่อในปี 2560 ภายใต้รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตกอยู่ในสถานการณ์ “ควบคุม คุกคาม คลุกคลาน” เป็นอีกปีหนึ่งที่สื่อยังคงปฏิบัติงานภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดของอำนาจรัฐ อีกทั้งเผชิญกับท่าทีของผู้นำที่มีอคติในการทำงานของสื่อ เป็นปีที่สื่อยังถูกกดดันจากการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบอำนาจรัฐด้วยข้ออ้างเหตุผลความมั่นคงของรัฐ ถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดัน แทรกแซงการทำงานของสื่ออยู่เสมอ นับเป็นอุปสรรคสำคัญในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

ขณะเดียวกัน ยังเป็นปีที่สื่อยังต้องเผชิญกับวิกฤติจากการเปลี่ยนของเทคโนโลยีสู่โลกดิจิทัล และผลจากปัญหาเศรษฐกิจทำให้สื่อหลายค่าย ทั้งหนังสือพิมพ์ ทีวีดิจิทัล ต้องปรับโครงสร้างขนานใหญ่นำมาสู่การเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก

ควบคุมเข้มข้น

ปี 2560 เป็นปีที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ผ่านการทำประชามติ เพื่อเตรียมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง คืนเสรีภาพให้ประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ขณะที่เนื้อหาในรัฐธรรมนูญได้รองรับสิทธิในการแสดงความคิดเห็น การพูด การพิมพ์ไว้ ในมาตรา 34 และมาตรา35 บัญญัติให้บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ แต่คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 97 และ 103 ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2557 ห้ามวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของคสช. โดยมีเจตนาเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของคสช. ยังคงมีผลบังคับใช้ เพื่อควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนอย่างเข้มงวด ทำให้การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนต้องระมัดระวังตัวและเซ็นเซอร์ตัวเอง โดยเฉพาะประเด็นตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาล บุคคลในคณะรัฐบาล ต่อเรื่องความโปร่งใสต่างๆ ที่มักจะถูกเตือน และกดดันจากคนในรัฐบาล ส่งผลต่อเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน

รัฐบาลคสช. ยังคงควบคุมเวทีเสวนาการแสดงความเห็นที่มีต่อนโยบายรัฐ ที่องค์กรต่างๆ จัดอย่างเข้มงวด ผู้จัดจะต้องแจ้งไปยังสถานีตำรวจในท้องที่ทราบทุกครั้งก่อน หลายเวทีถูกเจ้าหน้าที่ร้องขอให้ยกเลิก เช่น เวทีของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ แห่งประเทศไทย หรือ FCCT ที่เตรียมจัดหัวข้อ “ความทรงจำแห่งอภิวัฒน์ 2475 – ปริศนาหมุดคณะราษฎรหาย” เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2560 สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีให้เหตุผลว่ากระทบต่อความมั่นคง ผู้ไม่หวังดีอาจฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ต่างๆ ให้เกิดความวุ่นวาย หรือ เวทีเสวนาแถลงจุดยืนผลกระทบของประชาชนที่มีต่อ ‘ร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ – ร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า’ ฉบับใหม่ของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ถนนรามคำแหง 39 เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ได้เข้าควบคุมและปิดกั้นไม่ให้สื่อมวลชนเข้ารายงานข่าว อ้างว่ากลัวกลุ่มการเมืองจะเอาเยี่ยงอย่าง

ความพยายาม “ควบคุม” สื่อมวลชน ยังสะท้อนผ่านการเสนอร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. …. ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน ที่เสนอให้สภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) เห็นชอบ ซึ่งเป็นข้อเสนอในกรอบการปฏิรูปประเทศด้านสื่อจากแม่น้ำ 5 สายของคสช.

เนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว องค์กรวิชาชีพสื่อและนักข่าวได้รวมพลังคัดค้านอย่างหนัก เพราะเห็นเป็นกฎหมายที่มีหลักการควบคุมบังคับมากกว่าคุ้มครอง เปิดทางให้รัฐเข้าแทรกแซงการทำงานของสื่อ รวมถึงให้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อ เช่นวิชาชีพอื่นๆ พร้อมทั้งกำหนดบทลงโทษ หากรายงานข่าวผิดจากมาตรฐานกลาง จะถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพไม่สามารถกลับมาทำงานสื่อมวลชนได้ หรือถ้าสื่อไม่มีใบอนุญาต จะถูกปรับ และผู้บริหารสื่อองค์กรสื่อที่ฝ่าฝืนอาจได้รับโทษจำคุกด้วย

ถึงแม้ คณะกรรมาธิการจะยอมปรับเนื้อหา ไม่บังคับให้สื่อมวลชนต้องมีใบอนุญาตและลดตัวแทนภาครัฐเหลือเพียงปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ที่จะเข้าร่วมเป็นกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติเพื่อลดกระแสคัดค้านจากสื่อมวลชน จนที่ประชุมสปท. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ส่งให้รัฐบาลพิจารณาออกเป็นกฎหมาย แต่องค์กรวิชาชีพสื่อยังคงคัดค้านและได้เข้าพบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับปากว่าหากรัฐบาลจะผลักดันให้มีกฎหมายคุ้มครองสื่อจะไม่ยึดรูปแบบของสปท. แต่เห็นด้วยที่จะให้มีกลไกกำกับดูแลสื่อ มีผู้ตรวจการสื่อรับเรื่องร้องทุกข์แต่ละสังกัด และให้ประชาชนมีบทบาทตรวจสอบสื่อที่ละเมิดจริยธรรม ตามแนวทางที่องค์กรวิชาชีพสื่อเสนอ

อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมกับคณะกรรมการปฏิรูปด้านอื่น โดยตั้งตัวแทนจากภาครัฐ สปท. สื่อมวลชน และนักวิชาการเข้าร่วม เพื่อวางกรอบการปฏิรูปสื่อสารมวลชนทั้งระบบ แยกออกเป็น 6 ประเด็น อาทิ การปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมสื่อสารมวลชน การปฏิรูปดูแลสื่อออนไลน์ การปฏิรูประบบความปลอดภัยไซเบอร์ การปฏิรูประบบข้อมูลข่าวสารภาครัฐ และการปฏิรูปมาตรฐานวิชาชีพและระบบกำกับดูแลสื่อมวลชน ซึ่งในเรื่องหลังนี้ยังพบว่า มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสื่อฉบับสปท. ให้พิจารณา รวมถึงยังมีความพยายามผลักดันแนวคิด “ควบคุมสื่อ” ผ่านกรรมการที่ใกล้ชิดภาครัฐ

จึงต้องจับตาว่า ในแผนการปฏิรูปสื่อที่จะเสนอเป็นร่างกฎหมายออกมาในปี 2561 จะเกิด “สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ”ครอบคลุมสื่อทุกประเภท มากำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชนวิชาชีพในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น โดยยังคงรักษาหลักการ“กำกับดูแลกันเอง”ของสื่อมวลชน โดยองค์กรวิชาชีพ ในมาตรฐานสากล เคารพกฎหมาย สำนึกแห่งความรับผิดชอบด้านจริยธรรมวิชาชีพ ในช่วงรอยต่อการปฏิรูปนี้จริงหรือไม่

คุกคามลุยฟ้อง

การคุกคามสื่อมวลชนที่ชัดเจนคือ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินคดีกับนายณัฐพร วีระนันท์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา ข้อหาบุกรุกสถานที่และยึดโทรศัพท์มือถือ หลังจากได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ หจก.สมถวิล เรียลเอสเตรท ในชื่อ “เก๋ไก๋ อพาร์ทเม้นท์” ภายในซอยพหลโยธิน 32 ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2560 เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับหอพักของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และน้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หลังถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้เชิญตัวนายณัฐพรไปโรงพักและยึดโทรศัพท์มือถือ เป็นการใช้กฎหมายเพื่อข่มขู่ คุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ได้ปฏิบัติตามหน้าที่โดยสุจริตเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม เพราะขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ได้แสดงตนและสังกัดชัดเจน ไม่ได้เข้าไปในจุดห้ามเข้า หรือรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ จึงไม่เข้าข่ายบุกรุกสถานที่ ตามที่พนักงานสอบสวนทำสำนวนฟ้องอัยการ

อีกกรณีคือ การฟ้องร้องสื่อ นักวิชาการกลุ่มการเมืองด้วยข้อหายุยงปลุกปั่น มาตรา 116 ตามประมวลกฎหมายอาญา พบแนวโน้มการฟ้องร้องจากเจ้าหน้าที่ทหารสูงขึ้นนับตั้งแต่มีการรัฐประหารเมื่อปี 2557 รวมแล้วจนถึงขณะนี้เกือบ 30 คดี ส่วนใหญ่เป็นการวิจารณ์รัฐบาลคสช. และเป็นการติชมโดยสุจริต โดยในปี 2560 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ตั้งข้อหากับนายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสของ Khaosod English กรณีโพสต์เฟซบุ๊ก ที่มีข้อความกระทบกฎหมายอาญา มาตรา 116 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จำนวน 5 โพสต์ เช่น การแสดงความคิดเห็นต่อการตัดสินคดีจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร การจัดการปัญหาน้ำท่วมภาคอีสานของคสช. ซึ่งหากผิดจริง โทษความผิดสูงสุดจำคุก 20 ปี

การฟ้อง “เหมาเข่ง” ด้วยข้อหายุยงปลุกปั่น ได้กลายเป็นเครื่องมือของรัฐเพื่อใช้ปรามนักเคลื่อนไหว สื่อมวลชนที่วิจารณ์รัฐบาลโดยสุจริต ซึ่งการฟ้องในช่วงหลังจะพ่วงความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เข้าไปด้วยตามคำสั่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงกวดขันหัวหน้าหน่วยตรวจสอบข้อมูลในโซเชียลมีเดีย หากถูกพาดพิงทำให้เสียหายก็ให้ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตาม หากดูผลของคดีความผิด มาตรา 116 จำนวน 20 กว่าคดีจะพบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในชั้นสอบสวนและการพิจารณาของศาล มี 6 คดีที่ศาลได้จำหน่ายคดีและสั่งไม่ฟ้อง

ล้มลุกคลุกคลาน

เป็นปีที่สื่อมวลชนอยู่ในภาวะยากลำบากจากผลกระทบของสึนามิดิจิตอลลูกใหญ่ที่รุนแรง หรือ Digital Disruption จากพฤติกรรมผู้อ่านที่เปลี่ยนไปเสพสื่อออนไลน์ที่ฟรีและเร็วกว่า ควบคู่กับปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ยอดงบโฆษณาลดลง บริษัทสื่อขนาดใหญ่ปรับลดขนาดองค์กร ลดพนักงาน นิตยสารชื่อดังที่อยู่คู่สังคมมาหลายสิบปีถึงคราวอวสานลง ส่วนทีวีดิจิตอลก็ลดคน เป็นปีแห่งการล้มลุกคลุกคลานของสื่ออีกปี

สื่อกระแสหลักในค่ายดังประกาศนโยบายเออลี่ รีไทร์เช่น บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ออกโครงการสมัครใจเกษียณก่อนกำหนดรอบที่สาม และขายสินทรัพย์บริษัทรวม 1,403 ล้านบาท อาทิ มหาวิทยาลัยเนชั่น บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด ประกาศเลิกจ้างพนักงานจำนวน 127 คน ปรับโครงสร้างองค์กร ปรับผังรายการ ลดความเข้มข้นในรายการข่าว และวิเคราะห์ข่าวการเมืองเพื่อความอยู่รอด ส่วนเครือมติชนปรับโครงสร้างลดต้นทุน ยุบแผนกการพิมพ์ แผนกขนส่ง มีพนักงานถูกเลิกจ้าง 270 คน ยังมีอีกหลายค่ายที่ไม่เป็นข่าวแต่ก็ได้รับผลกระทบหนักหน่วงไม่ต่างกัน หนังสือพิมพ์ลดจำนวนหน้าเพื่อลดต้นทุนและมุ่งทำเนื้อหาบนออนไลน์

ในปี 2560 เป็นปีขาลงของนิตยสารทั้งไลฟ์สไตล์ การเมือง แฟชั่น บันเทิง ต่างประสบชะตากรรมจำนวนมาก “ดิฉัน” ตีพิมพ์ฉบับสุดท้ายเดือนธันวาคม 2560 รวมอายุ 37 ปี “ขวัญเรือน” อำลาผู้อ่านฉบับเดือนธันวาคมเป็นฉบับสุดท้ายเช่นกัน รวมอายุ 49 ปี “คู่สร้างคู่สม” ฉบับสุดท้ายเดือนธันวาคม อวสานในอายุ 38 ปี “เนชั่นสุดสัปดาห์” ก็ปิดตัวหลังโลดแล่นมา 25 ปี ยังไม่นับนิตยสารฉบับดังที่จากลาไปเมื่อปี 2559 เช่น ขวัญเรือน สกุลไทย Cosmopolitan บางกอกรายสัปดาห์ เปรียว หรือ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

ขณะที่ทีวีดิจิทัล ได้รับผลกระทบถ้วนหน้าจากผู้บริโภคที่หันไปดูทีวีออนไลน์แทน ผลประกอบการส่วนใหญ่ขาดทุน หลายช่องแก้ปัญหาด้วยการดึงกลุ่มทุนเข้ามาถือหุ้น ในปี 2560 ทีวีดิจิทัลที่ประกาศโครงการเออรี่รีไทร์ เช่น ไทยรัฐทีวี วอยซ์ทีวี ส่วนไทยพีบีเอส ออกโครงการออลี่ รีไทร์รอบสอง ค่ายเนชั่น ขายช่อง NOW26 แต่หากนับจากปลายปี 2559 เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อต่อลมหายใจหลายช่อง เช่น เครือแกรมมี่ขายช่อง GMM25 ให้ตระกูลสิริวัฒนภักดี ส่วนอีกช่องของแกรมมี่ คือ ช่อง ONE กลุ่มปราสาททองโอสถเจ้าของช่องพีพีทีวี เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 50 เช่นเดียวกับ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งฯ เจ้าของช่อง AMARIN ขายช่องให้กับ ตระกูลสิริวัฒนภักดี

วิกฤติอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลทำให้มีข้อเสนอจากสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ถึงรัฐบาลให้เข้าแก้ปัญหา โดยขอให้รัฐเป็นผู้รับภาระค่าโครงข่ายทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินแทนผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และยุติการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดที่เหลืออยู่ทั้งหมดของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ซึ่งได้ชำระค่าธรรมเนียมไปแล้วรวมมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าคลื่นที่ใช้ในกิจการทีวีดิจิทัลในปัจจุบันทั้งหมด

จากสถานการณ์สื่อในปี 2560 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนร่วมวิชาชีพยืนหยัดต่อสู้ต่อผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นแม้จะเหนื่อยยากเพียงใด ทั้งนี้เพื่อธำรง รักษาอุดมการณ์ของความเป็นสื่อมวลชนมืออาชีพที่มีหน้าที่นำเสนอข่าวสาร ข้อมูลเพื่อประชาชนส่วนรวม เพื่อประโยชน์สาธารณะ มีความรับผิดชอบ เคารพกฎหมาย และจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอย่างแน่วแน่ มั่นคงต่อไป

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,853,860 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ยศชนัน-จุลพันธ์ นำทัพปราศรัยใหญ่เชียงราย ชูแก้จน-ปราบยาเสพติด
เป๊ก เศรณี ตอบชัดความสัมพันธ์กับ แอนโทเนีย หลังลือหนักซุ่มคบกัน
ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
พีระพันธุ์ พลัฏฐ์ เบอร์ 6 ฟังเสียงชาววังบูรพา-พาหุรัด หวังรัฐบาล รทสช. แก้ปัญหาปากท้อง ฟื้นเศรษฐกิจเขตพระนคร
สมช.โยนปชช.ฟ้องเอง ฟัน‘ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’
ธนกร ชู อนุทิน นั่งนายกฯ สานต่อนโยบายเพื่อประชาชน ชี้เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศเวลานี้มากที่สุด
บัญชีม้าไม่ใช่ทางลัด เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา ชีวิตอาจพังเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์
สุชัชวีร์ นำทัพไทยก้าวใหม่ หาเสียงบ้านเกิดระยอง ชูสร้างบ้านพักครูคุณภาพ อาหารเช้าเด็กฟรี
โอ๊ยเล่าเรื่อง  'พนักงานใหม่(โปรดรับไว้พิจารณา)(HUMANRESOURCE)'
คุณแหน : 31 มกราคม 2569

Recent Posts

  • WHO ประเมิน ไวรัสนิปาห์ในอินเดีย ความเสี่ยงระบาดต่ำ เฝ้าระวังผู้สัมผัสกว่า 190 คน ยังไม่พบติดเพิ่ม
  • เอกสารลับคดีเอปสตีนฉาวอีกระลอก พบอีเมลชวน “ดยุคแห่งยอร์ก” พบหญิงรัสเซียวัย 26 ปี
  • ลุยจิ มันจิโอนี รอดโทษประหาร หลังศาลสหรัฐฯ สั่งยกฟ้องคดีฆาตกรรมซีอีโอบ.ประกัน
  • ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
  • วงการฮอลลีวูดสูญเสีย “แคทเธอรีน โอฮารา” คุณแม่จาก Home Alone เสียชีวิตวัย 71 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d