Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

หลุมดิน ดักเขียด…วิถีชาวนาอีสาน ขุดแล้วโปะล่อ’โม’มาตกหลุม(ชมคลิป)

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304135

หลุมดิน ดักเขียด...วิถีชาวนาอีสาน ขุดแล้วโปะล่อ'โม'มาตกหลุม(ชมคลิป)

หลุมดิน ดักเขียด…วิถีชาวนาอีสาน ขุดแล้วโปะล่อ’โม’มาตกหลุม(ชมคลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 19.34 น.

ส่อง “หลุมดิน ดักเขียด” วิถีชาวนา สุดยอดภูมิปัญญาคนอีสานเด้อ “ขุดแล้วโปะ” ล่อ “เขียดโม” ตกหลุมรอเก็บขาย ใช้ทำอาหาร “แซ่บ…อีหลี”

“ภูมิปัญญาท้องถิ่น”…

ถือเป็นความรู้นอก “ตำรา” ที่ห้องเรียนอาจไม่มีสอน หากแต่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ และเรียนรู้จาก “ธรรมชาติ” ที่อยู่รอบตัว ก่อนจะนำมาสังเคราะห์ในรูปแบบ “วิถีชาวบ้าน” ก่อเกิดเป็นนวัตกรรมทางความคิด และหรือนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ ที่มักจะได้ผลเกินคาดชนิดที่ใครหลายคนต้อง“อึ้ง” กับผลลัพธ์ที่ได้

ดังเช่นเรื่องราวของ “วันชนะ สาธร” หนุ่มใหญ่วัย 46 ปี จากถิ่น “เมืองช้าง-สุรินทร์”…

19 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้เดินทางไปพบกับ “วันชนะ” ที่บ้านเลขที่ 50 บ้านสว่าง หมู่ 8 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ซึ่งอาศัย “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” แบบอีสานดั้งเดิมที่สุดยอดมากๆในการจับ “เขียด” ตามท้องทุ่งนาข้าวที่เก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว

“นวัตกรรมไทบ้าน” ที่วันชนะนำมาใช้ คือ การทำ “หลุดดิน…ดักเขียด” ซึ่งใช้อุปกรณ์เพียง“เสียม” ในการขุดดินลึกพอประมาณ นำ “โคลน” มาทาที่บริเวณปากหลุม แต่ผลลัพธ์ที่ได้ช่างน่า“ทึ่ง” จริงๆ นับเป็นอาชีพเสริมหลังฤดูการทำนา สร้างรายได้จุนเจือหล่อเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้วัตถุดิบมาประกอบอาหาร “เมนูเด็ด” เลี้ยงภายในครอบครัว และแบ่งไปขายพอมีรายได้วันละ 300 บาท

“วันชนะ” เล่าว่า ช่วงเย็นๆเขาและลูกชายจะออกมาทำ “หลุมดิน” โดยใช้เพียงเสียมขุดดินทำ“หลุม” ขนาดหลุมกว้าง 30 เซนติเมตร ลึก 80 เซนติเมตร ขุดจำนวน 6 หลุม โดย “เคล็ดลับ” อยู่ที่การเลือก “ทำเล” ขุดหลุม โดยจะเลือกตรง “มุมคันนา” แล้วเอาโคลนมา “โปะ” หรือมาลูบปากหลุมให้เรียบๆ ปล่อยทิ้งไว้ จากนั้นประมาณช่วงเวลา “ตี 5” ก็จะมาดู แล้วจะพบว่า “เขียด” จะกระโดดเข้าหลุดดินเต็มไปหมด จับไปขายแบบ สบายๆไม่ต้องลงทุน แค่ลงแรงเท่านั้น ซึ่งในแต่ละวันจะได้เขียดที่ตกหลุมดินที่ทำไว้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม นำไปขายในหมู่บ้านในราคากิโลกรัมละ 100 บาท

“ผมเกิดมาพ่อแม่ก็พาทำหลุมดิน ดักเขียด มาตั้งแต่เป็นเด็ก ใช้เวลาขุดประมาณ 20 นาทีต่อหลุม เป็นวิถีชาวบ้านอีสานดั้งเดิม ขุด 6 หลุม ขนาดหลุมกว้าง  30 เซนติเมตร ลึก 80 เซนติเมตร วันหนึ่งจะได้เขียด 2-3 กิโลกรัม นำไปขายให้ชาวบ้านในราคาละ 100 บาท ชาวบ้านเรียกเขียดนา หรือภาษาอีสาน เรียกว่า “เขียดโม” วันชนะ กล่าว

พร้อมการันตีว่านี่คือวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่มีรสชาติไม่ต่างจาก “กบ” แต่ตัวเล็กกว่า“พอดีคำ” เป็นเมนูเด็ดที่…

แซ่บ…อีหลี!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวอ่างทองฮุยเลฮุย ลงแขกเกี่ยวข้าวกลางน้ำท่วม (ประมวลภาพ)

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304116

ชาวอ่างทองฮุยเลฮุย ลงแขกเกี่ยวข้าวกลางน้ำท่วม (ประมวลภาพ)

ชาวอ่างทองฮุยเลฮุย ลงแขกเกี่ยวข้าวกลางน้ำท่วม (ประมวลภาพ)

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 18.02 น.

19 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของชาวนากว่า 50 คน ร่วมแรงร่วมใจลงแขกเกี่ยวข้าวกลางน้ำ ที่กลางทุ่งนาหมู่ 2 ตำบลตลาดใหม่ อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง หลังระดับน้ำลดลงไม่ทันเกี่ยวข้าวในนาของนายสำเริง จูจวง อายุ 54 ปี จำนวน 8 ไร่ ที่กำลังสุกงอมอยู่กลางนา ที่มีน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร ซึ่งในการจ้างแรงงานคนเก็บเกี่ยวนำผลผลิตไปขายคงไม่คุ้มต้นทุน ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตำบลตลาดใหม่ จึงได้ร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าวตามวัฒนธรรมสมัยโบราณ ในการช่วยกันเก็บเกี่ยวผลผลิตในนาข้าวช่วยเหลือเพื่อนชาวนา ที่นำข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ร่วมพลังกันลุยน้ำลงแขกเกี่ยวข้าวที่หาพบได้ในบริเวณทุ่งนา ตำบลตลาดใหม่

ด้านนายธงชัย ธรรมเนียมใหม่ อดีตกำนันตำบลตลาดใหม่ กล่าวว่า หลังได้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมในจังหวัดอ่างทอง มีพี่น้องชาวนาในบริเวณตำบลตลาดใหม่ ได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมนาข้าวเสียหาย ด้านนาข้าวของนายสำเริง มีอยู่จำนวน 8 ไร่ ข้าวในนาอายุอยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่เนื่องจากน้ำที่ท่วมขังยังลดลง จะใช้รถเก็บเกี่ยวคงไม่ได้ หากจ้างแรงงานคนลงไปเกี่ยวนั้นไม่คุมทุนแน่นอน

ชาวบ้านตลาดใหม่ กำนันผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยชาวนา จึงร่วมใจกันนำวัฒนธรรมลงแขกเกี่ยวข้าวที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ มาใช้ในการช่วยเหลือเก็บเกี่ยวข้าวในแปลงนาที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยทางเจ้าของนาได้ทำข้าวปลาอาหารมาเลี้ยง มีทั้งขนมนมเนย ชาวนาเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ประสบปัญหาก็ตามมาช่วยเหลือลงแขกเกี่ยวข้าวในนา เพื่อเป็นการลดต้นทุนและสร้างความรักความสามัคคีกันต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวนาสุรินทร์หันมาเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งหลังเก็บเกี่ยว อึ้งรายได้วันละ9พันบาท

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304099

ชาวนาสุรินทร์หันมาเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งหลังเก็บเกี่ยว อึ้งรายได้วันละ9พันบาท

ชาวนาสุรินทร์หันมาเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งหลังเก็บเกี่ยว อึ้งรายได้วันละ9พันบาท

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 16.50 น.

19 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณท้องทุ่งนา ต.หนองเรือ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ พบว่าเกษตรกรชาวนา หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาเรียบร้อยแล้ว ได้หันมาเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง กว่า 4,000 ตัว เนื่องจากมีรายได้ดี เพราะว่าเป็ดจะออกไข่ฟองใหญ่ทุกวัน และจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่บ้าน ลงทุนน้อยแต่ให้ผลประโยชน์คุ้มค่า

เกษตรกรอำเภอชุมพลบุรี บอกว่า เลี้ยงเป็นมานาน 4 เดือน โดยซื้อลูกเป็ดตัวเมียทั้งหมด ราคาตัวละ 10 บาท ซื้อมาเลี้ยงประมาณ 4,000 ตัว เลี้ยงตามแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือตามทุ่งนา ให้เป็ดหากินเองตามธรรมชาติ จับกุ้ง หอย ปู ปลา หรือไม่ก็กินจอกแหน หน้านี้ฝนตกชุกอาหารจากธรรมมีมากไม่ต้องลงทุนซื้อหัวอาหารให้กิน เป็นการประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างดี

โดยการเลี้ยงเป็ดต้องเอาใจใส่และต้องมีเวลา ต้องเปลี่ยนสถานที่เลี้ยงไปเรื่อยๆเป็ดจะได้มีอาหารกินอิ่มทุกวัน ซึ่งจะมีผลต่อการออกไข่ ไข่จะมีขนาดลูกโตสมบรูณ์สีแดง เป็ดจะออกไข่ทุกวันสามารถเก็บไข่ขายได้ในตอนเช้า จะเก็บไข่ได้ประมาณกว่า 100 แผง แผงละ 30 ฟอง ซึ่งจะมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงบ้าน ในราคาขายส่ง เกรด A ลูกละ 3 บาท เกรด B ลูกละ 2 บาท มีรายได้เฉลี่ยวันละ 9,000 บาท หรือเดือนละประมาณ 270,000 บาท  หรือปีละเกือบ 1,800,000 บาท ซึ่งเป็ดแต่ละรุ่นจะมีอายุการออกไข่ สามารถให้ไข่ได้ไม่เกิน 6-7 เดือน อายุมากขึ้นจะให้ไข่น้อยลง จากนั้นก็จะขายเหมาเป็นเป็ดเนื้อให้ร้านอาหารต่อไป แล้วจึงเริ่มลงทุนเลี้ยงใหม่

อย่างไรก็ตาม ก่อนขายเป็ดเป็นเนื้อ ต้องเริ่มเลี้ยงเป็ดรุ่นใหม่ก่อน เพื่อเป็นการหมุนเวียนต่อเนื่องไม่ขาดช่วงและถือเป็นอาชีพสุจริต การเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง จะย้ายถิ่นไปตามแปลงนาข้าวที่ชาวนาเก็บเกี่ยวเสร็จ โดยผ่านแปลงนา การผ่านแปลงนาในทุกแห่ง ต้องขออนุญาตเจ้าของที่นา ซึ่งส่วนใหญ่จะอนุญาต เพราะเจ้าของที่นาจะได้รับประโยชน์จากมูลเป็ดเป็นปุ๋ยอินทรีย์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดแล้ว‘ถนนคนเดินศรีสัชนาลัย’ ขนของดี-วัฒนธรรมพื้นถิ่นมาโชว์

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304081

เปิดแล้ว‘ถนนคนเดินศรีสัชนาลัย’ ขนของดี-วัฒนธรรมพื้นถิ่นมาโชว์

เปิดแล้ว‘ถนนคนเดินศรีสัชนาลัย’ ขนของดี-วัฒนธรรมพื้นถิ่นมาโชว์

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.41 น.

คนแห่เที่ยวคึกคัก “ถนนคนเดินศรีสัชนาลัย” เปิดแล้ว ขน “ของดีพื้นเมือง-ศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น” มาโชว์ในงานเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุโขทัย ว่า ทาง จ.สุโขทัย ได้เปิดโครงการ “ถนนคนเดินศรีสัชนาลัย” บริเวณถนนพิศาลดำริ ตรงข้างที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.) สุโขทัย เป็นประธานเปิดโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ “ถนนคนเดินศรีสัชนาลัย” กำหนดจัดขึ้นทุกวันเสาร์กลางเดือน เวลา 15.00-21.00 น. โดยอำเภอศรีสัชนาลัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมคนรักษ์ศรีสัชนาลัย ผู้ประกอบการร้านค้า และทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันจัดโครงการนี้ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งรวมจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้แก่ชุมชน ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายตลาดประชารัฐ ส่งเสริมให้มีพื้นที่ตลาดใหม่ เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากการไม่มีสถานที่ค้าขายอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รฟท.เปิดขบวนสุดพิเศษ ชวนนั่งรถไฟชิลๆเที่ยวชมวิวเขื่อนสักชลสิทธิ์

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304049

รฟท.เปิดขบวนสุดพิเศษ ชวนนั่งรถไฟชิลๆเที่ยวชมวิวเขื่อนสักชลสิทธิ์

รฟท.เปิดขบวนสุดพิเศษ ชวนนั่งรถไฟชิลๆเที่ยวชมวิวเขื่อนสักชลสิทธิ์

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.01 น.

19 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แห่นั่งรถไฟเที่ยวพิเศษ “รถไฟลอยน้ำ” ชมความงามกลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยและจังหวัดลพบุรี ได้กำหนดเดินขบวนรถขบวนแรกในวันนี้ โดยออกจากสถานีต้นทางหัวลำโพง ปลายทางกลางลำน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ นับเป็นเส้นทางรถไฟแห่งเดียวในประเทศ ที่ประชาชนสามารถสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางน้ำล้อมรอบเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ สร้างความรู้สึกที่คล้ายกับขบวนรถกำลังแล่นล่องลอยไปในท้องทะเล เสมือนหนึ่งว่ารถไฟกำลังลอยน้ำ

โดยขบวนรถไฟจะหยุดให้นักท่องเที่ยวลงชื่นชมความงามและถ่ายภาพ ณ จุดชมวิว ประมาณ 30 นาที จากนั้นขบวนรถไฟได้นำนักท่องเที่ยวกลับมาที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวหยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน นั่งรถตัวหนอนวิ่งชมทัศนียภาพบนสันเขื่อน ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ชมฟาร์มแพะ แกะ สวนดอกทานตะวัน พร้อมซื้อของฝากและของที่ระลึก ซึ่งมีนายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้ร่วมขึ้นขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษขบวนแรกในวันนี้ด้วย พร้อมทั้งได้เป็นประธานเปิด “ตลาดประชารัฐ รถไฟป่าสัก” ณ บริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มากับขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษ ได้เที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอีกทางหนึ่ง รวมทั้งให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อยชุมชน มีพื้นที่ในการค้าขาย และเป็นการยกระดับการค้าขายในชุมชนด้วย

ทั้งนี้ การรถไฟได้จัดเดินขบวนรถพิเศษนำเที่ยว “เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถไฟ โดยกำหนดเดินรถในวันเสาร์-อาทิตย์ ต่อเนื่องไปจนถึง วันที่ 28 มกราคม 2561 เป็นเบื้องต้น ส่วนจะขยายเวลาไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์หรือไม่ อยู่ที่จำนวนนักท่องเที่ยวและปริมาณน้ำในเขื่อน โดยขบวนรถไฟจะออกจากสถานีกรุงเทพ เวลา 07.10 น. หยุดรับส่งผู้โดยสารสถานี สามเสน บางซื่อ หลักสี่ ดอนเมือง รังสิต อยุธยา สระบุรี แก่งคอย และแก่งเสือเต้น โดยเปิดจำหน่ายตั๋วทุกสถานีทั่วประเทศ หรือสั่งจองทางโทรศัพท์หมายเลข 1690

โอกาสนี้ นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เชิญชวนนักท่องเที่ยว เยี่ยมชมความงดงามของทุ่งทานตะวันแปลงใหญ่ ใกล้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งขณะนี้ กำลังออกดอกบานสะพรั่งเหลืองอร่ามพร้อมกันทั่วท้องทุ่ง บนพื้นที่กว่า 70 ไร่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินถ่ายภาพกันได้อย่างสะดวกสบาย จุดเด่นของทุ่งทานตะวันแปลงนี้ ได้แก่ความสูงของต้นทานตะวันเท่าๆกัน และมีฉากหลังเป็นภูเขาสูง ที่เรียกว่า เขาพญาเดินธง ทำให้เกิดความสวยงามมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กรมสุขภาพจิตเตือนเมื่อพบไลฟ์สดทำร้ายตัวเอง แนะวิธียับยั้ง-อย่าชม อย่าแชร์

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304039

กรมสุขภาพจิตเตือนเมื่อพบไลฟ์สดทำร้ายตัวเอง แนะวิธียับยั้ง-อย่าชม อย่าแชร์

กรมสุขภาพจิตเตือนเมื่อพบไลฟ์สดทำร้ายตัวเอง แนะวิธียับยั้ง-อย่าชม อย่าแชร์

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.49 น.

นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึง กรณีมีการถ่ายทอดสด การทำร้ายตัวเองแล้วมีการแชร์กันออกไป ว่า สิ่งที่น่าห่วง ที่มักพบบ่อยครั้ง คือ การแสดงความคิดเห็น หรือคอมเม้นท์แบบยั่วยุ ท้าทาย ซึ่งขอย้ำว่า การส่งสัญญาณก่อนทำร้ายตนเองทางโลกโซเชี่ยล ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพ และคลิปวีดีโอ อาทิ การตัดพ้อหรือพูดจาสั่งเสียเป็นนัยๆ เช่น ลาก่อน ,ครั้งนี้จะเป็นโพสต์สุดท้าย ,คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ,อโหสิกรรมให้ด้วย หรือใช้ข้อความบ่งบอกไม่อยากมีชีวิตอยู่ อยู่ไม่ได้จริงๆ ,ถึงเวลาแล้ว ,ชีวิตมันสั้นนัก หรือพูดถึงความเจ็บปวดความสูญเสียที่เกิดขึ้นในชีวิต รวมทั้งโพสต์ถึงการเป็นภาระของผู้อื่น หรือรู้สึกผิด บางรายมีการโพสต์ภาพวิธีที่จะใช้ทำร้ายตัวเอง สัญญาณเหล่านี้ เป็นสัญญาณเตือน ที่สำคัญที่สุด ที่จะเกิดการทำร้ายตนเองจริงได้

“อย่ามองว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจ ไร้สาระ หรือล้อเล่น จำเป็นต้องดำเนินการช่วยเหลือทันที เพราะการปรากฏตัวในโลกโซเชียล เป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกได้ว่า เขาอาจยังมีความลังเลอยู่ เขากำลังร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งในจังหวะนั้นสามารถช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤตนี้ได้ ด้วยการประวิงเวลา ให้กำลังใจ ให้ข้อคิด สนทนาเรียกสติ ยับยั้งความคิด ให้หลุดพ้นห้วงอารมณ์นั้น ให้ผ่านพ้น 24 ชั่วโมงไปให้ได้”

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ทุกคนในโลกโซเชียลสามารถช่วยได้ โดยยึดหลัก 5 อย่า 3 ควร  โดย 5 อย่า ได้แก่

1.อย่าท้าทาย ไม่สื่อความหมายต่างๆ เช่น “ทำเลย” “กล้าทำหรือเปล่า” เพราะจะยิ่งไปกระตุ้นให้เขาทำ

2.อย่าใช้คำพูดเยาะเย้ย ตำหนิ ด่าว่า เช่น “โง่” “บ้า” หรือตำหนิอื่นๆ เพราะจะยิ่งเพิ่มความคิดทางลบและเพิ่มโอกาสทำมากยิ่งขึ้น

3.อย่านิ่งเฉย การนิ่งเสมือนเป็นการสนับสนุนทางอ้อม

4.อย่าแชร์ หรือบอกต่อ หรือเผยแพร่ข้อความ หรือภาพการทำร้ายตนเองของบุคคลนั้น เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ผู้อื่นที่คิดจะทำร้ายตนเองเกิดการเลียนแบบได้ เข้าใจผิดว่า เป็นทางออกของปัญหา โดยเฉพาะกับผู้ที่มีสภาพจิตใจเปราะบางอยู่แล้ว และยิ่งหากผู้รับชมเป็นเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ไม่ระมัดระวังในการรับสื่อ อาจเข้าใจผิดคิดว่า การทำร้ายตนเองเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ง่าย

5. อย่าติดตามการถ่ายทอดสดจนจบ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจตนเองในอนาคต เช่น เกิดความรู้สึกสะเทือนใจ เก็บไปเป็นความเครียดฝังใจ ครุ่นคิด จนนอนไม่หลับ เป็นภาพติดตาซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพจิต

ส่วนสิ่งที่ควรทำ 3 ควร ได้แก่

1.ควรห้าม หรือขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะโดยทั่วไปผู้ที่คิดทำร้ายตนเอง ส่วนใหญ่จะลังเลใจ

2.ควรชวนคุย ประวิงเวลาให้มีโอกาสทบทวน โดยการถามถึงความทุกข์ รับฟัง และไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียว คิดถึงคนที่รักและเป็นห่วง แนะทางออกอื่นๆ

3.ควรติดต่อหาความช่วยเหลือ เช่น บุคคลที่ใกล้ชิดเขาที่สุดขณะนั้น หรือ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ โทร 191  สมาคมสมาริตันส์ หรือสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้เข้าสู่ระบบบริการโดยเร็ว อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยิ้มกันวันอาทิตย์

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303936

ยิ้มกันวันอาทิตย์

ยิ้มกันวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ซุบซิบ : ภาพสะท้อนผ่านกระจกของประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ปูติน ผู้นำรัสเซีย ขณะยืนคุยกับนายกรัฐมนตรีดมิทรี เมดเวเดฟ นักการเมืองคนสนิท ขณะอยู่ในวิหารนิว เยรูซาเลม ที่เมืองอิสตรา นอกกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

วาฬเกยตื้น : ซากวาฬตัวใหญ่ถูกซัดขึ้นมาเกยตื้นบนชายหาดอิปาเนมา ในนครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังหาทางเร่งขนย้ายซากออกนอกพื้นที่ เพราะกำลังส่งกลิ่นรบกวนนักท่องเที่ยวอย่างมาก

ชีวิตโรฮีนจา : ผู้อพยพชาวมุสลิมโรฮีนจากำลังเดินทางข้ามแม่น้ำนาฟด้วยแพทำเองแบบตามมีตามเกิด จากรัฐยะไข่ของเมียนมา หวังข้ามไปยังประเทศบังกลาเทศ เพื่อหลบหนีสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นในเมียนมา

บาร์บี้สวมฮิยาบ : อิบติฮาจ มูฮัมหมัด นักกีฬาฟันดาบชาวอเมริกัน เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก โชว์ตุ๊กตาบาร์บี้ที่ออกแบบเป็นรูปของเธอ ถือเป็นครั้งแรกที่บาร์บี้ออกแบบตุ๊กตาที่สวมฮิยาบ หรือผ้าคลุมศีรษะแบบสตรีมุสลิม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผนึกกำลัง3วัดดัง อนุรักษ์ศิลปหัตถกรรม

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303979

ผนึกกำลัง3วัดดัง  อนุรักษ์ศิลปหัตถกรรม

ผนึกกำลัง3วัดดัง อนุรักษ์ศิลปหัตถกรรม

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 02.00 น.

“ศิลปหัตถกรรม” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 อธิบายว่าหมายถึง “ศิลปวัตถุที่เป็นผลงานประเภทศิลปะประยุกต์ มีจุดประสงค์และความต้องการในด้านประโยชน์ใช้สอย เช่น งานโลหะ งานถักทอ งานเย็บปักถักร้อย” ในอดีตนั้นงานศิลปหัตถกรรม เป็นภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น มีทั้งความวิจิตรตระการตาซึ่งทรงคุณค่าควรค่าแก่การอนุรักษ์ เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป หัตถกรรมพื้นบ้านของไทยถูกนึกถึงเพียงในมุมของการใช้ประดับตกแต่ง แต่ไม่ค่อยเหมาะสมนักกับการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

ซึ่งก็มีความพยายามที่จะ “สืบสาน” ศิลปหัตถกรรมไทยไม่ให้สาบสูญไปตามกาลเวลา ผ่านการปรับปรุงพัฒนาให้สอดคล้องกับยุคสมัย ดังโครงการความร่วมมือระหว่างวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดราชประดิษฐ สถิตมหาสีมาราม และวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อร่วมกันสืบสาน พัฒนา ศิลปหัตถกรรม ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือเรียกย่อๆ ว่า “SACICT” เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการดำเนินงานอนุรักษ์ ส่งเสริมพัฒนาต่อยอด และสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทย รวมทั้งส่งเสริมด้านการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อตอบสนองต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงภายใต้บริบทวัฒนธรรมร่วมสมัยและวัฒนธรรม สร้างสรรค์ข้ามแดนมาอย่างต่อเนื่อง ใน 5 มิติ

ได้แก่ 1.การเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้และอนุรักษ์สืบสานศิลปหัตถกรรมไทย (SACICT Knowledge) 2.การส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ (SACICT Concept) 3.การพัฒนาผู้ประกอบการและเชื่อมโยงกับหน่วยงานและเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ (SACICT Smart Craft) และ 6.การพัฒนาองค์กรเพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อเป็นการยกระดับองค์กรและการทำงานเชิงรุกมากขึ้น (SACICT Innovation)

โดยตลอดปี 2560 SACICT ได้เน้นภารกิจสำคัญภายใต้กลยุทธ์ “หัตถศิลป์ของชีวิตประจำวัน : Today Life’s Crafts” เพื่อเป็นการผลักดันให้งานศิลปหัตถกรรมไทยที่มีความร่วมสมัยเข้าสู่วิถีชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างกลมกลืน สร้างความคุ้นเคย ความน่าจดจำให้งานหัตถศิลป์ไทย และยังเป็นแรงบันดาลใจในการร่วมต่อยอดให้งานหัตถศิลป์ รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมไทย

เช่น การฟื้นฟูมรดกศิลป์ภูมิปัญญาที่ถูกลืม หรือ Revival of Forgotten Heritage เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานและพัฒนางานศิลป์และผ้าพื้นเมืองที่กำลังจะสูญหายให้อยู่คู่คนไทยจากรุ่นสู่รุ่น การเพิ่มมูลค่าและพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ความเป็นสากลร่วมกับนักออกแบบและชุมชนหัตถศิลป์ ส่วนการดำเนินงานในปี 2561 นั้นจะมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อมโยงกลุ่มเครือข่ายหน่วยงานพันธมิตร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในงานหัตถศิลป์ เพื่อต่อยอดและผลักดันให้งานหัตถศิลป์ไทยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง

ทำไมต้องเป็นวัด? คำถามนี้ นางอัมพวัน อธิบายว่า วัดคือศูนย์กลางขององค์ความรู้ในงานศิลปหัตถกรรมหลากหลายแขนงที่มาตั้งแต่ในอดีตกาล ซึ่งหัตถกรรมบางประเภทอาจสูญหายไปแล้ว หรือกำลังจะสูญหาย นอกเหนือจากจะหาชมได้ในพิพิธภัณฑ์แล้วก็ยังมีวัดที่ยังคงรักษาผลงานอันล้ำค่านั้นไว้อยู่ จึงประสานความร่วมมือจนเกิดเป็นข้อตกลงร่วมกันของวัดทั้ง 3 เพื่อร่วมอนุรักษ์และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมให้เป็นที่รู้จักต่อสาธารณะ

“อีก 2 ปีข้างหน้า เรามุ่งหวังจะเป็นหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางด้านงานหัตถศิลป์ในประเทศและภูมิภาค เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพราะเชื่อว่าคุณค่าและความงดงามของศิลปหัตถกรรมไทย สามารถประยุกต์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตได้เสมอ เพราะมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ภูมิปัญญาอันทรงคุณค่า ที่สามารถเพิ่มคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทย” ผอ.ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถึงจะจน…! สาวใหญ่ใจงาม ไม่รู้ใครโอนเงินให้กว่าครึ่งแสน โร่เข้าแบงก์ส่งคืน

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/304009

ถึงจะจน...! สาวใหญ่ใจงาม ไม่รู้ใครโอนเงินให้กว่าครึ่งแสน โร่เข้าแบงก์ส่งคืน

ถึงจะจน…! สาวใหญ่ใจงาม ไม่รู้ใครโอนเงินให้กว่าครึ่งแสน โร่เข้าแบงก์ส่งคืน

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 20.03 น.

สาวใหญ่”ทุ่งสง”น้ำใจงาม พบคนโอนเงินผิดเข้าบัญชีกว่าครึ่งแสน รีบวิ่งไปธนาคารแจ้งคืนเงินให้เจ้าของ เผยฐานะโคตรจน ทำงานรับจ้างรายวัน แถมต้องเลี้ยงลูกสาวป่วยพิการทางสมอง แต่ไม่มีความโลภ ย้ำ”ถึงจะจน..แต่ไม่เคยคิดเอาของคนอื่น” เผยประวัติเคยเก็บเงินได้ท่องเที่ยวได้ก้อนโต และเคยส่งคืนมาแล้ว

วันที่ 18 พฤศจิกายน นางพิจิต เอาไชย อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/3 บ้านหนองหว้า หมู่ 5 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางมาที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อติดต่อขอพบ นายสมใจ สุทธิรักษ์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาทุ่งใหญ่ เพื่อนำเงินสดที่กดผิดออกไปจากบัญชีเงินฝากของตนเองจำนวน 6 หมื่นบาท เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นเงินที่ตนขายรถไปและคนซื้อรถโอนมาให้ หลังกดเงินออกมาแล้ว จึงติดต่อกลับไปหาคนที่ซื้อรถ แต่คนที่ซื้อแจ้งว่ายังไม่ได้โอนเงิน ทำให้รู้ว่าเงินดังกล่าวที่เข้าบัญชีไม่ใช่ของตน น่าจะมีคนโอนเงินผิดเข้ามา จึงติดต่อขอนำเงินจำนวนดังกล่าวมาคืนกับธนาคาร เพื่อให้ติดตามส่งคืนคนที่โอนผิด

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นวันหยุด ผู้จัดการธนาคารจึงมอบหมายให้ นางจุฬาวรรณ เหมทานนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการ และพนักงานธนาคาร เดินทางมารับเงินจาก นางพิจิต พร้อมทำบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อติดต่อหาเจ้าของเงินตัวจริง และคืนเงินกลับเข้าบัญชีให้เจ้าของต่อไป

นางพิจิต เปิดเผยว่า มีฐานะยากจน ทำงานรับจ้างไปวันๆ อาศัยอยู่กับลูกสาวอายุ 22 ปี ซึ่งป่วยพิการทางสมอง เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่ตอนอายุ 6 ขวบ ถึงแม้ตนจะมีฐานะยากจน แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะเอาเงินของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง คิดเสมอว่าเจ้าของเงินต้องเดือดร้อน และคงมีความจำเป็นที่จะใช้เงิน นอกจากนี้เมื่อเดือนที่ผ่านมา ตนเก็บกระเป๋าเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางมาเที่ยว อ.ทุ่งใหญ่ และทำตกริมถนนสายทุ่งใหญ่ – กระบี่ ซึ่งในกระเป๋ามีเงินสกุลต่างชาติเป็นจำนวนมาก หลังพบกระเป๋าและตรวจสอบว่าเป็นกระเป๋าของใคร จึงติดต่อเจ้าของโรงแรม ที่นักท่องเที่ยวเจ้าของกระเป๋ามาพัก สร้างความดีใจให้ชาวต่างชาติเจ้าของกระเป๋าเป็นอย่างมาก พร้อมกล่าวของคุณและตอบแทนความมีน้ำใจของตน โดยมอบเงินจำนวน 1 หมื่นบาท อย่างไรก็ตามเงินจำนวน  1 หมื่นบาทที่นักท่องเที่ยวให้เพื่อแทนความขอบคุณตนนั้น ตนไม่ได้ต้องการเพราะการทำความดีของตนไม่ต้องการการตอบแทน  ตนตั้งใจทำความดี แม้จะมีฐานะยากจนแต่ไม่เคยคิดจะเอาของคนอื่นมาเป็นของเรา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิด ‘ถ้ำน้ำริน’ ตำนานทางเข้าเมืองพญานาค ลึก9ก.ม. แต่ไม่เคยมีใครไปจนสุดทาง

Posted on August 3, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303930

เปิด 'ถ้ำน้ำริน' ตำนานทางเข้าเมืองพญานาค ลึก9ก.ม. แต่ไม่เคยมีใครไปจนสุดทาง

เปิด ‘ถ้ำน้ำริน’ ตำนานทางเข้าเมืองพญานาค ลึก9ก.ม. แต่ไม่เคยมีใครไปจนสุดทาง

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.08 น.

18 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูณ์ พร้อมด้วยนางอังคณา หัตถกิจโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ นายสมชาย ธีรางกูร นายอำเภอน้ำหนาว และคณะลงพื้นที่ต.หลักด่าน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเข้าสำรวจและเยี่ยมชม ถ้ำใหญ่น้ำหนาว พบตัวถ้ำมีความสวยงาม มีหินงอกหินย้อยมากมาย อีกทั้งภายในถ้ำยังมี ลำธารธรรมชาติที่มีน้ำใสเย็นจัดตลอดทั้งปีไหลออกมาจากปากถ้ำ โดยไม่เคยเหือดแห้ง สามารถดึงนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนได้จำนวนมาก

นายพิบูลย์ กล่าวว่า ถ้ำใหญ่น้ำหนาว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว   บ้านห้วยลาด ต.หลักด่าน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์   ทางเข้าสู่ถ้ำอยู่บริเวณ กม.60 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-กกกะทอน จากหน่วยพิทักษ์ของอุทยานฯจะมีเส้นทางเดินเท้าไปสู่ปากถ้ำ ระยะทางประมาณ 200 เมตร โดยถ้ำนี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนและมีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมา ภายในถ้ำใหญ่น้ำหนาว มีขนาดใหญ่ มีถ้ำย่อยแยกออกไปเป็นจำนวนมาก อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศา และยังเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย ในรูปทรงและลักษณะต่างๆ มากมาย

นอกจากนี้ยังมีลำธารธรรมชาติที่มีน้ำใสเย็นจัดตลอดทั้งปี ไหลออกมาจากปากถ้ำโดยไม่เคยเหือดแห้ง โดยมีทีมนักสำรวจจากต่างประเทศได้เข้าไปสำรวจภายในถ้ำ เป็นระยะทางกว่า 9 กิโลเมตร แต่ไม่สามารถเข้าไปสำรวจได้จนสุดภายในถ้ำยังคงมีทางให้เดินต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงฤดูฝนถ้ำนี้จะมีน้ำเต็มไม่สามารถเข้าไปสำรวจได้ หากนักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสธรรมชาติ และอากาศหนาวเย็นภายในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวในช่วงนี้สามารถแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมถ้ำใหญ่น้ำหนาว จะพบกับป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์โดยรอบถ้ำ และ   หินงอกหินย้ายที่งดงามภายในถ้ำอีกด้วย

“ตำนานเล่าขานถ้ำใหญ่น้ำหนาว หรือถ้ำน้ำรินถ้ำแห่งนี้มีตำนานเกี่ยวกับพญานาคเล่าขานสืบต่อกันมาว่าครั้งอดีตกาล ก่อนที่จะมีบ้านห้วยลาด บริเวณนี้มีหมู่บ้านเก่าแก่อยู่หมู่บ้านหนึ่ง ชาวหมู่บ้านนี้มีความศรัทธายิ่งในพระพุทธศาสนาสมัยนั้นมีความเชื่อกันว่าบริเวณถ้ำใหญ่มีทางเดินที่สามารถเข้าสู่เมืองบาดาลได้ ทุกๆ  ปีพญานาค และบริวารจะแปลงกายเป็นมนุษย์มาร่วมทำบุญกับชาวบ้านที่วัดบ้านธาตุ แต่มาปีหนึ่งหลังจากทำบุญเสร็จสิ้นปรากฏว่า ขันทองคำของพญานาคได้หายไปใบหนึ่ง  เมื่อพญานาคและบริวารไม่สามารถหาขันทองคำได้จึงโกรธและประกาศว่าจะไม่มาทำบุญร่วมกับชาวบ้านตลอดไป   พร้อมกับแปลงร่างจากมนุษย์กลายเป็นพญานาคพากันเลื้อยหายเข้าไปในถ้ำ เกิดเสียงก้องกัปนาท และพื้นพสุธาหวั่นไหว แผ่นดินที่ตั้งของวัดบ้านธาตุ และ บริเวณใกล้เคียงได้ถูกดูดกลืน จนกลายเป็นตำนานของถ้ำใหญ่ที่เล่าขานสืบต่อกันมา และเกิดเป็นประเพณีท้องถิ่น บุญบั้งไฟเพื่อบูชาพญานาค  มักจัดขึ้นในเดือนแปดของทุกปี  เพื่อให้เจ้าพ่อปกปักรักษาและให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,899,281 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

หมอตุลย์ ลั่น!ไม่ไว้วางใจอนุทิน ซัดบริหารผิดพลาด-ปล่อยทุนใหญ่กักตุนน้ำมัน
ตอนมีอำนาจทำไมไม่ทำ! สิริพงศ์ ตอก พีระพันธุ์ ยันพาณิชย์คุมน้ำมันไม่ได้
ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ
ปราชญ์ สามสี ค้านตรรกะ วิโรจน์ งบจ่ายไปแล้วก็กินไปเถอะ
รัฐบาล ขอมั่นใจช่วงสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอ ตรวจสอบสถานะปั๊มได้ทางแอป Fuel-Now
นายกฯ ขับรถเอง! สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม รณรงค์ประหยัดพลังงาน
กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม
ซาบีดา ลุยเปิดเส้นทางพหุวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ชวนสัมผัสวัฒนธรรม 3 วิถี
ประเมินพลาด/น้ำมันป่วน ‘อนุทิน’ขอโทษ รับปากจะไม่ให้ขาดแคลน
กกต. สั่งงดขาย เลี้ยงเหล้า 297 พื้นที่เลือกตั้งเทศบาล

Recent Posts

  • โจรดักปล้นรถบรรทุกฉก KitKat ไปกว่า 4 แสนชิ้น เนสท์เล่เตือนส่อขาดตลาดช่วงอีสเตอร์
  • ICAO ออกกฎจำกัดพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน ไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน ห้ามชาร์จระหว่างบิน
  • “สิริพงศ์” ซัด “พีระพันธุ์” เก่งแต่วิจารณ์ ผลงานอยู่ไหน ยันพาณิชย์แทรกแซงราคาน้ำมันไม่ได้
  • รถพุ่งชนคนเดินถนนบาดเจ็บหลายรายในเมืองเดอร์บี ตำรวจจับผู้ต้องสงสัย
  • รัฐบาล ขอมั่นใจช่วงสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอ ตรวจสอบสถานะปั๊มได้ทางแอป Fuel-Now

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d