Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เริ่มแล้ว! เทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303810

เริ่มแล้ว! เทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม

เริ่มแล้ว! เทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 18.18 น.

จังหวัสมุทรสาครร่วมกับชมรมสตรีท่าฉลอม องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรสาคร สมาคมประมง ชมรมอวนดำจังหวัดสมุทรสาคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร หน่วยงานราชการต่างๆและภาคเอกชน จัดงาน“เทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 10” 

โดยมี ประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีเปิดงานในครั้งนี้ ณ บริเวณริมเขื่อนวัดสุทธิวาดวราราม (วัดช่องลม) ตำบลมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงศักยภาพความอุดมสมบูรณ์ทางทะเล ส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุนการประกอบอาชีพการทำประมง ธุรกิจการแปรรูปอาหารและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด อีกทั้งเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้กับประชาชนทั่วไปได้รับรู้พร้อมทั้งนักท่องเที่ยวได้รับประทานปลาทูที่มีคุณภาพ สะอาด รสชาติอร่อย ราคายุติธรรม ซึ่ง“เทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 10” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 22 พฤศจิกายน 2560 ณ บริเวณริมเขื่อนวัดสุทธิวาดวราราม (วัดช่องลม) ตำบลมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.เตรียมสัมผัสอากาศเย็นกลางขุนเขาอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303807

นทท.เตรียมสัมผัสอากาศเย็นกลางขุนเขาอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

นทท.เตรียมสัมผัสอากาศเย็นกลางขุนเขาอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 18.12 น.

17 พ.ย.60 นายอุทัย ชาญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว กล่าวว่า ในช่วงเดือน ธันวาคม ถึง มกราคม  ของทุกปี  นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติ และ   อากาศที่หนาวเย็นมากที่สุด  โดยตัวอุทยานเองนั้นสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 4,000 – 6,000 คน และ รถยนต์ ได้ถึง 2,500 – 3,000 คัน ภายในอุทยานจะมีบริการทั้งบ้านพักและเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว   ปีนี้จะเน้นความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว และ ความปลอดภัยในทุกมิติ ต้องไม่มีอุบัติเหตุ โดยทางอุทยานจะมีมาตรการความปลอดภัย   โดยได้ซักซ้อมตามมาตรฐานของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช โดยเฉพาะช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า 2560 รับปีใหม่ 2561  เราจะมีการประชาสัมพันธ์ เสียงตามสายภายในอุทยานแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวทุกสองชั่วโมง นอกจากนี้  อุทยานยังได้เตรียมพร้อมเผชิญเหตุฉุกเฉิน ทั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วกรณีมีอุบัติเหตุและเหตุฉุกเฉิน และได้ประสานกับ ตำรวจ โรงพยาบาล กู้ภัย ให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวมั่นใจในความปลอดภัย

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว กล่าวอีกว่า สำหรับเส้นทางเดินป่า ศึกษาธรรมชาติภายในอุทยานนั้นรับรองว่ามีความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว และบริเวณจุดกางเต้นท์โดยรอบอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เราได้กั้นรั้วไฟฟ้าป้องกันสัตว์ป่าในพื้นที่กว่า 200 ไร่  นักท่องเที่ยวจึงมั่นใจได้ว่า ช้าง และ สัตว์ป่า จะไม่เข้ามารบกวนการท่องเที่ยวภายในพื้นที่ที่อุทยานได้จัดเตรียมไว้

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ต้องการเดินทางมาเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ขอให้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ทำตามกฏระเบียบภายในอุทยาน อย่าพยายามดื้อและฝืน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่กระทบกับนักท่องเที่ยวคนอื่น และเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง และ ครอบครัว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ก๋วยเตี๋ยวชาวนา’ร้านธรรมดารสชาติไม่ธรรมดา กำไรสุดปังเดือนละครึ่งแสน!

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303804

'ก๋วยเตี๋ยวชาวนา'ร้านธรรมดารสชาติไม่ธรรมดา กำไรสุดปังเดือนละครึ่งแสน!

‘ก๋วยเตี๋ยวชาวนา’ร้านธรรมดารสชาติไม่ธรรมดา กำไรสุดปังเดือนละครึ่งแสน!

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.52 น.

17 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพบร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ  ชื่อว่า “ร้านก๋วยเตี๋ยวชาวนา” มาออกบูธจำหน่าย ในงาน Hip Weekend Market  ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ ห้างโรบินสันสุรินทร์  มีนางสาวสุดารัตน์ ชาวนา อายุ 36 ปี เป็นเจ้าของ“ร้านก๋วยเตี๋ยวชาวนา” เสริฟ์ด้วยชามตาไก่ สุดวินเทจ หลากหลาย เมนู ไม่ว่าจะเป็น น้ำตก หมูสด น้ำใส หมูเปื่อย เกาเหลา ข้าวเปล่า รสเด็ด อิ่มกันพุงกาง กำไรสุดปังเดือนละกว่า 50,000 บาท

จากวิถีชีวิตลูกชาวนา บ้านนอก ที่ต้องดิ้นรน ต่อสู้ชีวิต เพื่อความอยู่รอด หลังสามีเพิ่งเสียชีวิต ทิ้งภาระลุกน้องให้เลี้ยงดูเพียงลำพัง หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว นาปีเสร็จสิ้น นางสาวสุดารัตน์ ชาวนา พร้อมด้วย แม่ น้องสาว และลูกสาว วัยเพียง 1 ขวบ ได้เช่าบ้านหลักเล็กๆ เปิด “ร้านก๋วยเตี๋ยวชาวนา” ตั้งอยู่ริมถนนสายสุรินทร์-ศีขรภูมิ ตรงข้าม โฮมโปรสุรินทร์ หากวันไหนมีงาน Hip Weekend Market ก็จะปิดร้านหลัก มาเปิดบูธขายก๋วยเตี๋ยว ขายดิบขายดีกว่าวันละ 60 ชาม ยอดขายสูงสุดวันละ 10,000 บาท หักต้นทุน ก็พอจะเหลือกำไรวันละ 4,000 -5,000 บาท

นางสาวสุดารัตน์ ชาวนา อายุ 36 ปี เจ้าของร้าน “ร้านก๋วยเตี๋ยวชาวนา” กล่าวว่า ปกติขายอยู่ ตรงข้ามโฮมโปร ถนนสุรินทร์-ศีขรภูมิ ที่ตั้งชื่อ “ร้านก๋วยเตี๋ยวชาวนา” เพราะเป็นลูกชาวนา 100% และพ่อนามสกุล “ ชาวนา” ด้วย ไปจ่ายตลาดเองทุกวัน ราคาเริ่มต้น ธรรมดา 35 บาท พิเศษ 40 บาท ยอดขายดี ประมาณวันละ 50-60 ชาม มีรายได้ประมาณ 6,000-10,000 บาท ต่อวัน หักลบต้นทุนก็จะเหลือกำไรประมาณเดือนละ 50,000 บาท

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถ้าผู้หญิงเป็น ‘ดอกไม้’ คุณอยากซ้อมหรือถนอม 23พ.ย.ร่วมชูป้าย’ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง’

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303800

ถ้าผู้หญิงเป็น 'ดอกไม้' คุณอยากซ้อมหรือถนอม 23พ.ย.ร่วมชูป้าย'ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง'

ถ้าผู้หญิงเป็น ‘ดอกไม้’ คุณอยากซ้อมหรือถนอม 23พ.ย.ร่วมชูป้าย’ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง’

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.41 น.

36 ปีที่ทั่วโลกเริ่มรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรีอย่างจริงจัง นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2524ณ เวลานี้เราเดินทางมาถึงจุดไหนแล้ว?

ข่าวดี คือ จำนวนประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวพุ่งสูงขึ้น จากเดิมมีเพียง 7 ประเทศจากทั้งหมด 173 ประเทศทั่วโลก เพิ่มเป็น 127 ประเทศภายในระยะเวลา 25 ปี [1]

อย่างไรก็ตาม “กฎหมายคุ้มครอง” ไม่ใช่สิ่งที่สามารถขจัดความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อผู้หญิงได้ทั้งหมด

บทความนี้จะตีแผ่แรงสั่นสะเทือนของปัญหาความรุนแรงต่อเพศหญิง ที่ส่งผลกระทบต่อทุกมิติในระดับโลกแบบที่คาดไม่ถึง (และแน่นอนมันส่งผลกระทบถึง…คุณผู้อ่าน…ด้วยเช่นกัน) ซึ่งเราทุกคนในฐานะ “มนุษย์” จะต้องร่วมยุติความรุนแรงนี้ไปด้วยกัน

คำถามคือเราจะช่วยกันยุติได้อย่างไร?

ก่อนที่จะตอบคำถามด้านบน ขอเล่าความจริงบางอย่างให้อ่านกัน…

ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเพศหญิง ไม่ได้แค่สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้หญิงที่โดนทำร้ายเท่านั้น แต่ความเจ็บปวดนี้ ยังส่งผลกระทบไปยังคนทุกเพศทุกวัยในสังคม กระเทือนถึงรากลึกทัศนคติแห่งการใช้ชีวิตของผู้คนในเรื่องสิทธิความเท่าเทียม ไปจนถึงสั่นคลอนเศรษฐกิจระดับชาติ เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งถูกทำร้ายไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม สร้างบาดแผลแก่ร่างกายและจิตใจของพวกเธอ จนกระทั่งทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานลดลงจึงทำให้มีรายได้ลดน้อยลงไปด้วย

โดยมีข้อมูลว่า ผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงจากคู่ครองจะมีรายได้จากงานประจำน้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่ถูกกระทำความรุนแรงถึง 60% [2] ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ผู้หญิงเหล่านี้มีสถานะในสังคมต่ำลงไปโดยปริยาย พวกเธอจึงไม่สามารถออกมาทำกิจกรรมร่วมกับสังคมหรือชุมชนภายนอกได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร อย่างร้ายแรงที่สุดอาจนำไปสู่การเกิดเหตุฆาตกรรมหรือการฆ่าตัวตาย

บาดแผลนี้จึงถูกส่งต่อไปยังคนในครอบครัว โดยเฉพาะลูกของพวกเธอจะซึมซับความรุนแรงไปโดยไม่รู้ตัว เด็กที่เติบโตขึ้นในครอบครัวที่มีความรุนแรงอาจจะมีความบกพร่องทางอารมณ์และพฤติกรรม ส่งผลให้มีโอกาสเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดด้านความรุนแรงต่อไปได้ในอนาคต และมีโอกาสเกิดอัตราการเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยสูงขึ้นจากโรคอุจจาระร่วงหรือการขาดสารอาหารในทารกและเด็ก เนื่องจากผู้เป็นแม่ที่โดนทำร้ายจนสภาพจิตใจและร่างกายไม่พร้อมดูแลลูกได้เต็มร้อย

ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงลุกลามก่อให้เกิดปัญหาระดับชาติ อันเนื่องด้วยภาระค่าใช้จ่ายมากมายมหาศาลในการเยียวยาผู้ถูกกระทำ ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายทางตรง อย่าง ระบบสาธารณสุข สวัสดิการสังคม กระบวนการยุติธรรม บริการที่ปรึกษาและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

แต่ปัญหาตามมาที่ใหญ่หลวง คือ การสูญเสียแรงงานที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ การที่ผู้หญิงไม่มีโอกาสในการศึกษา การจ้างงาน และการใช้ชีวิตนั้น บ่อนทำลายเป้าหมายของบางประเทศในการลดระดับความยากจน

โดยผลสำรวจชี้ว่า ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงทั่วโลกคิดเป็นประมาณ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของทั้งโลกหรือประมาณ 1.5ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบได้กับขนาดเศรษฐกิจของประเทศแคนาดาทั้งประเทศ[3] หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าการเกิดสงครามกลางเมืองเลยทีเดียว และนี่คือสิ่งที่สังคมต้องจ่ายให้กับผลกระทบของปัญหาเหล่านี้

ผลกระทบที่ขยายผลจากปัญหาที่มีจุดเริ่มต้นในครอบครัว เป็นเหตุผลว่า ทำไมองค์กรทั่วโลกต่างต้องรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรีอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเป้าหมายสูงสุดของการรณรงค์ คือ การขุดรากถอนโคนระดับจิตสำนึกในการปฏิรูปความคิดและทัศนคติของผู้คนที่มีต่อประเด็นปัญหาเรื่องนี้ ว่าปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อผู้หญิงไม่ใช่เรื่องปกติ ไม่ใช่ปัญหาภายในครอบครัว ไม่ใช่ความผิดของผู้หญิง แต่มันคือปัญหาสังคม

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วจะพบคำตอบของคำถามด้านบนที่ว่า เราจะช่วยกันยุติปัญหานี้ได้อย่างไร?

มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลได้เก็บข้อมูลสถานการณ์ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในรอบปี 2559 โดยการรวบรวมข่าวความรุนแรงในครอบครัวจากหนังสือพิมพ์ในปี 2559 จำนวน 13 ฉบับ ได้แก่ ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด คมชัดลึก มติชน แนวหน้า ไทยโพสต์ กรุงเทพธุรกิจ บ้านเมือง สยามรัฐ พิมพ์ไทย ผู้จัดการรายวัน โพสต์ทูเดย์ พบข่าวความรุนแรงในครอบครัวสูงถึง 466 ข่าว โดยพบว่าส่วนใหญ่สามีกระทำต่อภรรยา 71.8%

นอกจากนี้ยังพบว่า ข่าวความรุนแรงทางเพศของคนในครอบครัว มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้นมากที่สุด 33.3% รองลงมาคือ ข่าวการฆ่ากัน  21.2% และข่าวทำร้ายกัน 14.8% นอกจากนี้ยังพบมูลเหตุที่ทำให้เกิดกรณีข่าวสามีฆ่าภรรยามาจากการหึงหวง ระแวง ฝ่ายหญิงไม่ยอมคืนดี 78.6%

ในการรายงานข้อมูลสถานการณ์นี้ใช้ชื่อ ตอน ความรุนแรง “ฆ่า” ครอบครัว เพื่อขุดลึกถึงต้นตอของปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง พบว่า ทัศนคติแบบ “ชายเป็นใหญ่” เปลี่ยน “บ้าน” ให้เป็น “เวทีมวย” ด้วยแรงกระตุ้นจากเครื่องดื่มมึนเมาและสารเสพติด โดยมีมูลเหตุหลักจากความหึงหวง

ทัศนคติแบบ “ชายเป็นใหญ่” ทำให้ผู้ชายบางคนมองภรรยาตัวเองเป็นสมบัติในครอบครองที่สามารถใช้อำนาจเหนือและปฏิบัติกับเธออย่างไรก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทัศนคติแบบ “ชายเป็นใหญ่” ไม่ได้จำกัดแค่อยู่ในความคิดของผู้ชายเท่านั้น แต่ก็เป็นทัศนคติที่อยู่ในความคิดของผู้หญิงด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นการนำไปสู่ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในที่สุด

ความคิดและทัศนคติเหล่านี้ เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องเปลี่ยนแปลง

นี่จึงเป็นที่มาของแคมเปญรณรงค์ในโอกาสวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล ในวันที่ 25 พฤศจิกายน โดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ เจ.วอลเตอร์ ธอมสัน ประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “บ้าน… ไม่ใช่เวทีมวย” ต้องการปลุกกระแสสังคม “#ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง” จี้จุดกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ชาย ผ่านกีฬามวยไทย ซึ่งเป็นกีฬายอดนิยมที่ผู้ชายชื่นชอบ โดยต้องการสื่อสารว่า ผู้ชายต้องล้อมกรอบความรุนแรงด้วยเชือกเส้นหนา 3 เส้น บนสังเวียนมวยที่มีกติกา และอย่านำความรุนแรงกลับไปที่บ้าน

ในขณะที่ผู้หญิงเองเมื่อถูกกระทำความรุนแรง จะต้องกล้าที่จะลุกออกมาสื่อสารกับสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่สำคัญที่สุด คือ การปลูกฝังทัศนคติความเท่าเทียมและการเคารพซึ่งกันและกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ให้กับทุกคนในสังคม ตั้งแต่สถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา ไปจนถึงทุกภาคส่วน ว่าความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องส่วนตัวและไม่ใช่ปัญหาระดับปัจเจกบุคคล แต่เป็นประเด็นปัญหาระดับมนุษยชาติที่สั่นสะเทือนทุกมิติระดับโลก และทุกคนล้วนมีส่วนในการยุติปัญหาความรุนแรง

คนที่เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ไม่ได้หมายถึงผู้กระทำความรุนแรงเพียงเท่านั้น แต่คนคนนั้นหมายถึงพวกเราทุกคนที่มีทัศนคติและความคิดบางอย่าง ที่มีส่วนขยายหรือซ้ำเติมต่อปัญหาที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น จะดีกว่าไหมถ้าเราทุกคนร่วมมือกันดูแลและถนอม “ดอกไม้” ดอกนั้นเพื่อสร้างความสวยงามให้บานสะพรั่งไปทั่วโลก

ชมภาพยนตร์โฆษณาชุด ‘บ้าน… ไม่ใช่เวทีมวย’ ได้ที่ https://goo.gl/iiVRFW หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล แล้วมาร่วมกันชูป้าย “บ้าน…. ไม่ใช่เวทีมวย ผู้ชายไม่ทําร้ายผู้หญิง” ที่คุณเขียนขึ้น และโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย พร้อมกับติดแฮชแท็ก #ผู้ชายไม่ทําร้ายผู้หญิง ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน “เพราะเราคงไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สังเวย15,000ศพ! ปภ.เผยยอดคนไทยเสียชีวิตบนถนนปี59

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303778

สังเวย15,000ศพ! ปภ.เผยยอดคนไทยเสียชีวิตบนถนนปี59

สังเวย15,000ศพ! ปภ.เผยยอดคนไทยเสียชีวิตบนถนนปี59

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 16.25 น.

อธิบดี ปภ.เผยปี 59 คนไทยสังเวยชีวิตบนถนนกว่า 15,000 ศพ ด้านผลโพลชี้ ปชช.อยากให้มีหน่วยงานวิเคราะห์จุดเสี่ยงทั่ว ปท.

17 พ.ย.60 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ภ.อู่ทองนอก กรุงเทพฯ มีการจัดแถลงข่าวงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง ความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 13 “ลงทุนเพื่อความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน” (Invest for Substainable Road Safety) ซึ่ง นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดี ปภ.เปิดเผยว่า ข้อมูลจากใบมรณบัตรเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งสิ้น 15,448 ราย มีผู้พิการประมาณ 5 พันราย นอกจากนี้ ทุกๆ วันยังมี 42 ครอบครัว ต้องสูญเสียสมาชิกจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และ 15 ครอบครัวต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูสมาชิกที่กลายเป็นผู้พิการ

อธิบดี ปภ.กล่าวต่อไปว่า ปี 2554 – 2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งล่าสุดเมื่อ 4 ต.ค.2559 มีมติคณะรัฐมนตรีให้ปฏิรูปความปลอดภัย 5 ด้านคือ 1.เมาแล้วขับ 2.ขับเร็วเกินกฎหมายกำหนด 3.มาตรฐานการได้ใบขับขี่ 4.ความปลอดภัยรถโดยสาร และ 5.การใช้อุปกรณ์ลดการบาดเจ็บรุนแรง เช่น เข็มขัดนิรภัย

ขณะที่ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย SUPER POLL เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน โดยระบุว่า ร้อยละ 76.7 เคยประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่เหตุเล็กก็เหตุใหญ่ ร้อยละ 91.4 เชื่อว่าเป็นสาเหตุทางวิทยาศาสตร์มากกว่าเวรกรรม ร้อยละ 96.6 เห็นด้วยหากภาครัฐจะลงทุนตั้งหน่วยงานศึกษาถนนที่ประสบอุบัติเหตุทุกจุด นอกจากนี้ ร้อยละ 63.9 มองว่า กระทรวงคมนาคมควรเป็นเจ้าภาพเรื่องดังกล่าว รองลงมา ร้อยละ 56.4 มองว่าควรเป็นรัฐบาลและ คสช. และร้อยละ 33.9 มองว่าควรเป็นหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนมีความตื่นตัวเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนนมากขึ้น

ด้าน นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวเสริมว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าคนไทยต้องการคำตอบ อาทิ เหตุใดถนนนั้นแยกนี้ถึงเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากบ่อยครั้ง ทั้งนี้ ในงานเสวนาจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 7 ธ.ค.2560 ณ ไบเทค บางนา แบ่งเป็น 7 หัวข้อหลัก ประกอบด้วย 1.ลงทุนเพื่อความปลอดภัยทางถนนที่ยังยืน 2.ประชารัฐเพื่อสังคม กับความปลอดภัยทางถนน 3.ลงทุนเพื่อสังคมร่วมใจป้องกันภัยทางถนน 4.มิติใหม่บังคับใช้กฎหมาย Road Safety 4.0 5.รถพยาบาลปลอดภัย 6.มิติทางสังคมกับการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย และ 7.ระบบใบขับขี่ใหม่กับความปลอดภัยทางถนน

นอกจากนี้ ในงานแถลงข่าว ยังมีเสียงสะท้อนจากตัวแทนผู้ประสบอุบัติเหตุ อาทิ นายประสงค์ ที่เล่าว่า ในปี 2538 สมัยนั้นแม้จะมีด่านตรวจจำนวนมาก แต่ประเด็นเมาแล้วขับยังไม่ได้รับความสนใจเท่าใดนัก ตนเองก็ดื่มแล้วขี่ จยย.ซึ่งยุคนั้นยังไม่มีระบบเบรค ABS ด้วยความเร็วสูงแล้วไปล้มคว่ำ แม้จะสวมหมวกกันน็อคแต่ได้รับบาดเจ็บเพราะคอฟาดเข้ากับขอบทางอย่างแรง

นายประสงค์ กล่าวว่า ในขณะนั้นมีชาวบ้านหลายคนเป็นพลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือ แต่น่าเสียดายที่ทั้งตนเองและชาวบ้านไม่มีความรู้เรื่องกระดูกคอและไขสันหลัง ทำให้เคลื่อนย้ายผิดวิธี อาการบาดเจ็บจึงรุนแรงขึ้น ตนจึงมองว่า ทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องลงทุนให้ความรู้กับประชาชน เพราะหากวันนั้นตนได้รับการเคลื่อนย้ายอย่างถูกวิธี อาจไม่ต้องเจ็บหนักจนพิการต้องนั่งรถเข็นอย่างทุกวันนี้ก็ได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ชม’ต้นเมเปิ้ลแดง’แห่งเมืองแพร่

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303776

เตรียมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ชม'ต้นเมเปิ้ลแดง'แห่งเมืองแพร่

เตรียมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ชม’ต้นเมเปิ้ลแดง’แห่งเมืองแพร่

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 16.15 น.

17 พ.ย.60 นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังเส้นทางลอยฟ้าหลังคาเมืองแพร่ ด้านหลังวัดพระธาตุช่อแฮ สืบเนื่องจากที่มีนักท่องเที่ยวได้แจ้งมาทางจังหวัดแพร ว่าพบใบไม้สีแดงลักษณะเหมือนใบเมเปิ้ลที่ขึ้นอยู่บนภูกระดึง จึงแจ้งมายังจังหวัดเพื่อให้เข้าตรวจสอบ

โดยเมื่อลงพื้นที่พบว่าบริเวณดังกล่าว ปรากฏใบไม้สีแดงตามที่แจ้งจริง โดยนักวิชาการป่าไม้ที่ไปกับคณะได้ยืนยันว่าคือใบเมเปิ้ล และจากการสำรวจเบื้องต้นพบมีไม่น้อยกว่า 20 ต้น จึงคาดว่าเยอะที่สุดในประเทศไทย โดยมีทั้งสายพันธุ์ใบสามแฉกและห้าแฉก

ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวอีกว่า นับเป็นโอกาสดีเป็นอย่างมาก ที่พบว่ามีใบเมเปิ้ลแดงในจังหวัดแพร่เป็นจำนวนมาก และยังอยู่ข้างทางจึงสามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ ซึ่งต่อไปจะได้ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชมใบเมเปิ้ลแดงในช่วงฤดูหนาวนี้

ทั้งนี้ บริเวณที่พบต้นเมเปิ้ลคือ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 43 ช่วงสะพาน 9 ถึงสะพาน 10 ก่อนถึงภูพญาพ่อประมาณ 2 กิโลเมตร และนอกจากนี้ เส้นทางลอยฟ้าหลังคาเมืองแพร่นี้ ยังถือเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจุดชมทะเลหมอกภูพญาพ่อ ต้นเฟิร์นล้านปี ดอกงวมดอยเหลืองอร่าม จึงนับได้ว่าเส้นทางนี้เหมาะสมอย่างยิ่ง ที่จะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พี่ตูนสายย่อ โชว์ลีลาก่อนรับเงินบริจาคเรียกเสียงกรี๊ดลั่น (ชมคลิป)

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303770

พี่ตูนสายย่อ โชว์ลีลาก่อนรับเงินบริจาคเรียกเสียงกรี๊ดลั่น (ชมคลิป)

พี่ตูนสายย่อ โชว์ลีลาก่อนรับเงินบริจาคเรียกเสียงกรี๊ดลั่น (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.29 น.

บนทวิตเตอร์ @cintry ได้แชร์คลิปน่ารักจากผู้ชายที่ชื่อว่า ตูน บอดี้แสลม โดยได้รับเสียงเชียร์จากประชาชนที่มารอบริจาคเงินและรอให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

ล่าสุดที่วันนี้ก้าวเข้าสู้วันที่ 17 ของการวิ่งระดมทุนในโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยวิ่งจากกองบังคับการกองบิน 7 – สวนโมกขพลาราม – สามแยกบ้านห้วยไผ่ – เสถียรบริการ สิ้นสุดที่ป้อมสายตรวจอำเภอคันธุลี จ.สุราษฎร์ธานี

ระหว่างทางพี่ตูน มีอาการค่อนข้างเหนื่อยล้าแต่ยังฮึดสู้ แถมยังเต้นสายย่อโชว์น้องๆ ทั้งยังได้เสียงเชียร์ลั่นให้พี่ตูนและทีมก้าวปฏิบัติภารกิจสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้เพื่อคนไทยทุกคน

เอ่อ พี่ตูนครับท่านี้พี่ได้แต่ใดมา… pic.twitter.com/lrQWwetCuy

— C. Intra (@cintry) November 17, 2017

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โขลกกู้ชีวิต! ทำนาไม่พอกิน กลุ่มแม่บ้านสุโขทัยฮึดสู้ รวมพลังตำพริกแกงสูตรเด็ดขาย

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303764

โขลกกู้ชีวิต! ทำนาไม่พอกิน กลุ่มแม่บ้านสุโขทัยฮึดสู้ รวมพลังตำพริกแกงสูตรเด็ดขาย

โขลกกู้ชีวิต! ทำนาไม่พอกิน กลุ่มแม่บ้านสุโขทัยฮึดสู้ รวมพลังตำพริกแกงสูตรเด็ดขาย

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.07 น.

17 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณศาลาหมู่บ้านตระพังโพธิ์ศรี หมู่ 8 ต.วังทองแดง อ.เมือง จ.สุโขทัย ได้มีกลุ่มแม่บ้านประมาณ 30 คน มารวมตัวกันทำน้ำพริกแกงเผ็ด เพื่อจำหน่ายหารายได้เสริมเลี้ยงคนในครอบครัว หลังสู้ทนทำนามาหลายปีแต่ชีวิตความเป็นอยู่ก็ขัดสนเหมือนเดิม มิหนำซ้ำบางปีกลับแย่ลง เพราะต้องผจญทั้งภัยแล้งและราคาข้าวตกต่ำ

นางนุชรี  สายปาน ตัวแทนกลุ่มแม่บ้านฯ เปิดเผยว่า ที่หมู่บ้านแห่งนี้สามารถทำนาปลูกข้าวได้เพียงปีละครั้ง โดยอาศัยน้ำฝนจากฟ้า ถ้าปีไหนน้ำดีก็อาจทำนาได้ 2 ครั้ง แต่ส่วนมากทำได้แค่ครั้งเดียว บางปีเจอแล้งถล่มซ้ำอีก แถมราคาข้าวก็ตกต่ำ ทำให้ทุกคนต้องดิ้นรนหาอาชีพเสริม เพื่อความอยู่รอดของคนในครอบครัว

“สาเหตุที่คิดทำน้ำพริกแกงเผ็ดขาย เพราะทุกบ้านต้องซื้อกินกันอยู่แล้ว แถมมีปลูกกันทุกครัวเรือนด้วย ทั้ง ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย พริก มะกรูด ฯลฯ ถ้านำผลผลิตไปขายก็ได้ราคาถูก เพราะของมีล้นตลาด จึงได้คิดแปรรูปทำเป็นน้ำพริกแกงเผ็ด ขายถุงละ 20 บาท หรือกิโลกรัมละ 100 บาท แทน” นางนุชรีกล่าว

นางนุชรี กล่าวต่ออีกว่า ถึงแม้เพิ่งจะเริ่มทำกันมาได้แค่ 4 เดือน แต่ปรากฏว่าขายดีมาก เฉพาะทำขายในหมู่บ้านก็หมดแล้ว เนื่องจากน้ำพริกแกงเผ็ดฝีมือคนที่นี่นั้น มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อยถูกปาก มีสูตรปรุงเฉพาะ รวมทั้งเป็นของสดปลอดสารพิษ ปัจจุบันจึงบอกให้คนในหมู่บ้านปลูกพืชเครื่องเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อการผลิตจำหน่าย พวกเราฝันอยากจะให้อาชีพนี้มั่นคง ขยายโตมากขึ้น เพื่อทุกครอบครัวจะมีรายได้ทุกเดือน เสริมจากอาชีพหลักคือการทำนา

นอกจากกลุ่มแม่บ้านจะทำน้ำพริกแกงเผ็ดขายแล้ว อย่างอื่นก็มีเป็นน้ำพริกแกงส้ม และน้ำพริกลาบ สนใจสั่งซื้อติดต่อได้ที่หมายเลข 063-6678098

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คืนชีวิตสัตว์ป่าสู่ทุ่งกบาลกระไบชายแดนไทยกัมพูชา

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303743

คืนชีวิตสัตว์ป่าสู่ทุ่งกบาลกระไบชายแดนไทยกัมพูชา

คืนชีวิตสัตว์ป่าสู่ทุ่งกบาลกระไบชายแดนไทยกัมพูชา

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.24 น.

17 พ.ย.60 เมื่อเวลา 11.15 น. ที่ทุ่งกบาลกระไบ ‘หรือภาษาเขมร แปลว่า หัวกระบือ’ พื้นที่รับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ได้ทำโครงการ “ส่งสัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์” หลังจากปล่อยสัตว์สู่ป่าแล้ว เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปตั้งฐานปฏิบัติการจุดสกัดกบาลกระไบ เพื่อคอยปกป้องคุ้มครองและติดตามดูแลสัตว์ป่าเหล่านี้

นายชัชวาล อินทุมาร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก เปิดเผยว่า ทุ่งกบาลกระไบ ในความรับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 7,000 ไร่ ซึ่งสภาพเป็นทุ่งหญ้า 3,000 ไร่ ป่าดิบแล้ง 3,000 ไร่ ป่าเต็งรัง 500 ไร่และเป็นพลาญหิน อีก 500 ไร่ สภาพพื้นที่เหมาะสมที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ดังนั้นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก จึงได้จัดโครงการ “ส่งสัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์” เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงพระชนมายุครบ 60 พรรษา เป็นการนำสัตว์ป่าจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ ต.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ มาปล่อยที่ทุ่งกบาลกระไบ โดยนำสัตว์ป่ามาปล่อย 2 ครั้ง คือครั้งแรก เมื่อวันทิ่ 18 กรกฎาคม 2558 และครั้งทิ่ 2 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 โดยได้ปล่อยสัตว์ป่า 7 ชนิด ได้แก่ กวางป่า, เนื้อทราย, เป็ดก่า, นกยูงไทย, ไก่ฟ้าพญาลอ,  ไก่ฟ้าหลังขาว, ไก่ป่าตุ้มหูขาว รวมจำนวนกว่า 600 ตัว

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก กล่าวอีกว่า หลังจากที่ปล่อยสัตว์แล้ว เจ้าหน้าที่ก็ได้จัดหาแหล่งน้ำแหล่งอาหาร โดยเฉพาะกวางป่ากับเนื้อทรายเราได้จัดทำทุ่งหญ้า และทำโป่งเทียมให้เขาเพื่อให้สัตว์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ไม่อพยพเคลื่อนย้ายออกไป และที่สำคัญ ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรักได้จัดเจ้าหน้าที่เข้ามาเฝ้าระวังดูแลติดตามสัตว์ป่าเหล่านี้ ไม่ให้ออกนอกพื้นที่ไม่ให้ถูกล่าด้วยน้ำมือมนุษย์ ซึ่งการเฝ้าระวังของเราทำให้สัตว์อยู่ในป่านี้ได้ สามารถสืบพันธุ์ออกลูกออกหลานแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว จากการใช้กล้องดักถ่ายสัตว์ป่า หรือ camera trap และจากการติดตามดูร่องรอยพบว่ากวางป่ามีลูกเพิ่มขึ้น 4-5 ตัว ส่วนเนื้อทราย จากการปล่อยครั้งแรก 30 ปล่อยครั้งที่ 2 อีก 4 ตัว รวม 34 ตัว มาวันนี้ พบว่ามีลูกออกมาแล้ว ถึง 15 ตัว จึงเห็นได้ว่าในทุ่งกบาลกระไบ มีประชากรสัตว์ป่าเพิ่มขึ้นโดยสัตว์มีความอยู่รอดสูงมาก

นายชัชวาล กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากสัตว์ที่เรานำมาปล่อยแล้ว ในพื้นที่ทุ่งกบาลกระไบยังมีสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติมาก่อนแล้วอีกหลายชนิด สัตว์เล็กอย่างชะมด อีเห็น กระรอกกระแต กระทิง วัวแดง ซึ่งเราได้พบรอยเท้า และร่องรอยการหากินแต่ยังไม่พบตัว นอกจากนั้นก็มีหมูป่าซึ่งมีจำนวนมาก คาดว่าจำนวนประชากรของหมูป่าน่าจะมีร่วม 1,000 ตัว เพราะหมูป่ามีการแพร่พันธุ์เร็วมาก คลอดลูกครอกหนึ่งกว่า 10 ตัว แต่ในระบบนิเวศน์ก็มีการกำจัดการมีประชากรมากเกินไปก็คือมีนักล่าอย่างหมาใน ที่ล่าหมูป่าเป็นอาหาร ซึ่งในทุ่งกบาลกระไบ พบว่ามีหมาในอยู่จำนวนไม่น้อยเช่นกัน

ทั้งนี้ ถ้าหากมีนักเรียนนักศึกษาประชาชนทั่วไป ต้องการที่จะเข้ามาศึกษาหาความรู้ในเรื่องของสัตว์ป่าที่หายากขึ้นทุกวัน ก็สามารถเข้ามาศึกษาดูที่ทุ่งกบาลกระไบได้ โดยขอให้ติดต่อประสานมาที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ 33150 หมายเลขโทรศัพท์ 0-4582-1405 หรือ 09-0273-8969” นายชัชวาล กล่าว.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไอ้หย่ะ! หนุ่มน้อยรอเซลฟี่พี่ตูนแต่กลับได้ใจทั้งโซเชียลแบบนี้ (ชมคลิป)

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303711

ไอ้หย่ะ! หนุ่มน้อยรอเซลฟี่พี่ตูนแต่กลับได้ใจทั้งโซเชียลแบบนี้ (ชมคลิป)

ไอ้หย่ะ! หนุ่มน้อยรอเซลฟี่พี่ตูนแต่กลับได้ใจทั้งโซเชียลแบบนี้ (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 12.26 น.

บนเพจ ที่นี่มัน สุราษฎร์ ได้แชร์คลิปวิดีโอที่สร้างสีสันและรอยยิ้มให้ชาวโซเชียลกันเป็นจำนวนมาก เมื่อหนุ่มน้อยแต่งกายด้วยชุดลูกเสือ ยืนรอข้างทางพร้อมร่วมบริจาคเงินกับพี่ตูน บอดี้สแลม เพื่อสมทบในโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ แต่ความน่ารักจึงเกิดขึ้น เมื่อหนุ่มน้อยตั้งท่าเตรียมตัวพร้อมจะเซลฟี่กับพี่ตูน แถมยังปฏิบัติตามกฎกติกาที่เจ้าหน้าที่สั่งอย่างเคร่งครัด จะน่ารักและเรียกรอยยิ้มได้ขนาดไหน ต้องไปชม !!

ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตต่างชื่นชมความน่ารักของเด็กชายรายนี้ ที่ปฏิบัติตามกฎโดยการเปิดโหมดวิดีโอเพื่อรอเซลฟี่และยังยืนภายในเส้นขาวเพื่อไม่ให้ไปรบกวนทีมงานอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,899,401 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

หมอตุลย์ ลั่น!ไม่ไว้วางใจอนุทิน ซัดบริหารผิดพลาด-ปล่อยทุนใหญ่กักตุนน้ำมัน
ตอนมีอำนาจทำไมไม่ทำ! สิริพงศ์ ตอก พีระพันธุ์ ยันพาณิชย์คุมน้ำมันไม่ได้
ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ
ประเมินพลาด/น้ำมันป่วน ‘อนุทิน’ขอโทษ รับปากจะไม่ให้ขาดแคลน
ปราชญ์ สามสี ค้านตรรกะ วิโรจน์ งบจ่ายไปแล้วก็กินไปเถอะ
นายกฯ ขับรถเอง! สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม รณรงค์ประหยัดพลังงาน
กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม
รัฐบาล ขอมั่นใจช่วงสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอ ตรวจสอบสถานะปั๊มได้ทางแอป Fuel-Now
ดีเจแมน เปิดใจสาเหตุหย่า ใบเตย ครั้งแรก เตือนคนพาดพิง อย่าล้ำเส้น
กกต. สั่งงดขาย เลี้ยงเหล้า 297 พื้นที่เลือกตั้งเทศบาล

Recent Posts

  • โจรดักปล้นรถบรรทุกฉก KitKat ไปกว่า 4 แสนชิ้น เนสท์เล่เตือนส่อขาดตลาดช่วงอีสเตอร์
  • ICAO ออกกฎจำกัดพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน ไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน ห้ามชาร์จระหว่างบิน
  • “สิริพงศ์” ซัด “พีระพันธุ์” เก่งแต่วิจารณ์ ผลงานอยู่ไหน ยันพาณิชย์แทรกแซงราคาน้ำมันไม่ได้
  • รถพุ่งชนคนเดินถนนบาดเจ็บหลายรายในเมืองเดอร์บี ตำรวจจับผู้ต้องสงสัย
  • รัฐบาล ขอมั่นใจช่วงสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอ ตรวจสอบสถานะปั๊มได้ทางแอป Fuel-Now

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d