Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ยาย107ปีเฮลั่น! ถนนเข้าหมู่บ้านได้ลาดยางหลังเป็นหลุม-บ่อหลายสิบปี

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303594

ยาย107ปีเฮลั่น! ถนนเข้าหมู่บ้านได้ลาดยางหลังเป็นหลุม-บ่อหลายสิบปี

ยาย107ปีเฮลั่น! ถนนเข้าหมู่บ้านได้ลาดยางหลังเป็นหลุม-บ่อหลายสิบปี

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 16.28 น.

16 พ.ย.60 นายไมตรี ไตรติลานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดถนนลาดยางเข้าหมู่ 4 บ้านเขาว่าน ต.บ้านใหม่คลองเคียน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี บริเวณหน้าวัดเขาว่าน หมู่ 4 บ้านเข่าว่าน โดยมีนายอำเภอบ้านไร่ ผู้อำนวยการทางหลวงชนบทอุทัยธานี องค์กรปกครองส่วนตำบลบ้านใหม่คลองเคียน พร้อมชาวบ้านในเขตนั้น และผู้สัญจรใช้ถนนเส้นนั้นมาร่วมมากเป็นจำนวนมาก

จากกรณีคุณยายวัย 107 ปี และชาวบ้านเขาว่านหมู่ที่ 4 บ้านเข่าว่าน ต.บ้านใหม่คลองเคียน ได้ร้องเรียนขอให้หน่วยราชการเข้าไปปรับปรุงถนนลูกรังในหมู่บ้านให้เป็นถนนลาดยางปลอดฝุ่น   เนื่องจากเด็กนักเรียนและคนชราได้รับความเดือดร้อนจากฝุ่นและถนนเป็นหลุมบ่อมานานหลายปี

เนื่องจากถนนสายนี้เป็นสายหลักในการสัญจรไปมาของชาวบ้าน และยังเชื่อมต่อกับอำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท  มีระยะทางยาวโดยประมาณ  3,700 เมตร ซึ่งก่อนหน้านั้นถนนสายนี้เป็นลูกรัง เป็นหลุม เป็นบ่อ เวลาฝนตกน้ำจะท่วมขังตามแอ่ง โดยจำเพราะฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร มีรถบรรทุกอ้อย เป็นจำนวนมาก วิ่งผ่านไป-มาทำให้เกิดมลพิษ  ฝุ่นละอองเป็นจำนวนมากทำให้สัญจรไม่สะดวก

ซึ่งคุณยายน้ำค้าง เจริญธัญกรณ์ คุณยายวัย 107 ปี บ้านเลขที่ 21  นายประสิทธิ์ สนธิ์ชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านเขาว่าน  จึงนำชาวบ้านออกมาร้องเรียนกับสื่อมวลชน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยเหลือทำโครงการสร้างถนนลาดยางเข้าหมู่บ้าน  บ่างช่วงที่ผ่านมาผ่านชุมชนหนาแน่น  ในระยะทาง 2 กิโลเมตรเศษ เพื่อลดฝุ่นและหลุมบ่อจากถนนลูกรัง   ในปัจจุบันนี้ ได้สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านมายาวนาน  โดยเฉพาะนักเรียนที่ต้องใช้เส้นทางนี้เดินทางไป กลับโรงเรียนทุกวัน โดยชาวบ้านเปิดเผยว่า ที่ผ่านมา เคยมีนักการเมือง และส่วนราชการ รับปากจะปรับปรุงถนนลูกรังให้เป็นถนนลาดยาง แต่ผ่านมาหลายปีก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมเลย

หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้เข้ามาทำข่าว แล้วนำเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านออกนำเสนอ หลังจากนั้นทางหลวงชนบทอุทัยธานี ได้จัดสรรทำงบประมาณในการดำเนินงานก่อสร้างลาดยาง  เป็นระยะทาง 2.000 เมตร ใช้งบประมาณ11.470.000 บาท  เข้าช่วยเหลือทันที่ และยังเหลือถนนลูกรังอีกประมาณ 1.700 เมตร ที่จะดำเนินงานต่อ

ซึ่งคุณยายน้ำค้าง วัย 107 ปี นายประสิทธิ์ สนธิ์ชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านเขาว่านตัวแทนชาวบ้าน ได้ขอขอบคุณผู้สื่อข่าว ที่เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านที่นำเสนอข่าวไป จนหมู่ที่ 4 บ้านเขาว่าน ได้รับงบประมาณเข้ามาช่วยเหลือจนได้ถนนลาดยางเข้าหมู่บ้าน

ด้านคุณยายน้ำค้าง วัย 107 ปี กล่าวตนเองนั้นได้ร้องขอความช่วยเหลือการสร้างถนนมาตลอด จนตอนนี้ อายุ 107 ปี ได้ถนนเข้าหมู่บ้านยายก็สมใจแล้ว  เพื่อให้ลูกให้หลาน ถึงยายจะตายก็ตายตาหลับ  ต้องขอขอบคุณนักข่าวที่เข้ามาช่วยเหลือจนได้ถนนลาดยางแบบสมใจจริง

คุณลุงประสิทธิ์ อิ่มเอม อายุ 76 ปี บ.เลขที่ 18 ชาวบ้านเขาว่านกล่าวขอบคุณผู้สื่อข่าว ที่เข้ามาทำข่าวจนชาวบ้านได้รับความสะดวกสบาย ดังกล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จนท.อุทยานฯสำรวจนกอพยพหนีหนาวจากเทือกเขาหิมาลัย

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303592

จนท.อุทยานฯสำรวจนกอพยพหนีหนาวจากเทือกเขาหิมาลัย

จนท.อุทยานฯสำรวจนกอพยพหนีหนาวจากเทือกเขาหิมาลัย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 16.02 น.

16 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสันหลังมังกร อ่าวทุ่งนุ้ย บ้านหลอมปืน หมู่ที่ 14 ต.ละงู จ.สตูล มีนกอพยพหนีหนาวจากเทือกเขาหิมาลัย นับ 100 ตัว บินโฉบไปมาริมทะเลในช่วงเช้าของวัน บ้างก็เกาะกิ่งไม้โชว์ตัวสีขาวตัดกับสีเขียวของป่าโกงกางในบริเวณนั้น

โดยวันนี้นายวิชัย สำสู พนักงานพิทักษ์ป่า หัวหน้าชุดงานวิชาการและสำรวจ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา พร้อมเจ้าหน้าที่นำกล้องส่องทางไกล สำรวจนกอพยพที่บินหนีฤดูหนาวและได้มาอาศัยในพื้นที่บริเวณสันหลังมังกร ซึ่งวันนี้พบถึงจำนวน 7 ชนิด ที่กำลังออกมาหาอาหารกิน โดยเจ้าหน้าที่ต่างส่องกล้องดูนก เพื่อทำการเก็บข้อมูลและจดบันทึกชนิดแต่ละสายพันธุ์ของนก และตรวจเทียบจากหนังสือกรมอุทยานฯในเรื่องสัตว์ปีก และการสำรวจเรายังได้เห็นนกอพยพที่มีมากกว่า 100 ตัว และได้บินโฉบเชี่ยวริมชายทะเลสร้างความตะลึงและความสวยงามแก่ประชาชนนักท่องเที่ยวผ่านไปมา

นายวิชัย สำสู กล่าวว่า การออกมาสำรวจในครั้งนี้เป็นแผนดำเนินงานของทางนายวิทยา บุญชิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา โดยเก็บข้อมูลนกหรือสัตว์ปีกที่พบในท้องถิ่นและนกต่างถิ่นที่บินข้ามมาจากหลายประเทศ เป็นการเก็บข้อมูลไว้เพื่อการศึกษาต่อไปและนำไปให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษาไว้เรียนรู้ศึกษาทำความเข้าใจต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่จะออกสำรวจทุกเดือน เดือนละ 7 วัน  จากการสำรวจตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงเดือนพฤศจิกายน พบนกอพยพแล้ว 7 ชนิด ประกอบด้วยนกอีก๋อย ,นกหัวโตทราย ,นกยางกรอกพันธุ์จีน ,นกยางเขียว ,นกยางโทนน้อย ,นกยางทะเลขาแดง และนกนางนวลแกลบธรรมดา ซึ่งบางชนิดหนีหนาวมาจากเทือกเขาหิมาลัยและทุ่งกว้าง ส่วนนกพื้นถิ่นหรือนกเจ้าถิ่น ซึ่งมีมากถึง 50 ชนิด ยังมีให้พบอย่างต่อเนื่อง

นายวิชัย กล่าวอีกว่า การสำรวจส่องกล้องทางไกลในวันนี้เราพบนกอพยพที่เห็นได้ชัดมากมี นกอีก๋อย นกหัวโตทราย และนกยาง ถือว่าเป็นความโชคดีมาก หากท่านใดอยากดูนก ก็เลือกช่วงเวลาที่น้ำลงมากๆในช่วงน้ำตาย เพราะนกเหล่านี้จะออกมาหากุ้ง ปลา ไส้เดือนทะเล หอยตัวเล็กๆ ซึ่งเป็นสัตว์หน้าดินกินเป็นอาหาร โอกาสที่จะพบนกก็มีมากกว่าช่วงเวลาปกติ  หรือนักเรียนเยาวชนที่ต้องการสำรวจไปพร้อมๆกับทางอุทยานฯ ก็สามารถประสานมาได้ เพราะทาอุทยานฯมีภารกิจสำรวจทุกเดือน โดยพื้นที่ซึ่งทางอุทยานออกสำรวจนก ได้แก่  บริเวณอ่าวทุ่งนุ้ย (บ้านหลอมปืน) ,เขาโต๊ะหงาย หาดกาสิง(บ้านบ่อเจ็ดลูก) ,แหลมเต๊ะบัน(ปากบารา) และพื้นที่เป้าหมายใหม่อีก 2 จุด คือ เกาะลิดีและเกาะเขาใหญ่ ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา

สำหรับบรรยากาศในการดูนกในครั้งนี้ ทางคณะได้ออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า  ทำให้เห็นนกได้อย่างชัดเจน สามารถเปรียบเทียบชนิดของนกที่พบจากพื้นที่จริงกับนกในหนังสือได้อย่างง่าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชิญวัดดวง! ตร.กาฬสินธุ์ดัดหลังโจร เปิดลานตากข้าวหน้า 23 โรงพักช่วยชาวนา

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303552

เชิญวัดดวง! ตร.กาฬสินธุ์ดัดหลังโจร เปิดลานตากข้าวหน้า 23 โรงพักช่วยชาวนา

เชิญวัดดวง! ตร.กาฬสินธุ์ดัดหลังโจร เปิดลานตากข้าวหน้า 23 โรงพักช่วยชาวนา

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.48 น.

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและอำนวยความสะดวกการบริการจัดเตรียมลานตากข้าวเปลือก บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรนาคู จ.กาฬสินธุ์ ตามโครงการลานตากข้าวเพื่อประชาชน 23 สถานีของตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศ โดยในวันนี้ พ.ต.ท.โสณกุญช์ ทรัพย์สมบัติ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.นาคู พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.นาคู และคณะกต.ตร.สภ.นาคูร่วมกันเปิดลานคอนกรีตหน้าโรงพัก เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่นำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวมาตากให้แห้ง ซึ่งถือเป็นการป้องกันการลักขโมยข้าวเปลือกของกลุ่มมิจฉาชีพตามสถานที่ตากข้าวของชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะตามถนน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกษตรตากข้าวเปลือกให้แห้ง เพื่อที่จะไม่ถูกหักค่าความชื้นมากเกินไปและสามารถขายข้าวได้ราคาดีขึ้น และยังเป็นการชะลอการขายข้าวพร้อมกันของเกษตรกรในช่วงนี้ ซึ่งจะทำให้ราคาข้าวตกต่ำ โดยมีเกษตรกรชาวนาต่างนำข้าวเปลือกมาตากอย่างไม่ขาดสาย

จากนั้น พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยพ.ต.ท.โสณกุญช์ ทรัพย์สมบัติ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.นาคู เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.นาคู และคณะกต.ตร.สภ.นาคูร่วมกันออกเยี่ยมเกษตรกรที่กำลังเก็บเกี่ยวข้าวตามทุ่งนา เพื่อสร้างความมั่นใจที่ตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์สินให้กับประชาชนและประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรนำข้าวมาตากที่ลานหน้าโรงพักได้ตลอดเวลา

พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นฤดูเริ่มต้นการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีของเกษตรกรในหลายพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาหลายๆพื้นที่มักเกิดปัญหาการขโมยข้าวเปลือกกัน โดยในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ขณะนี้ยังไม่พบการขโมยข้าวเปลือก แต่อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาการขโมยข้าวเปลือก ตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ได้มีนโยบายให้สถานีตำรวจทั้ง 23 แห่ง จัดเตรียมสถานที่ โดยเปิดลานหน้าโรงพักให้เกษตรกรที่ไม่มีสถานที่ตากข้าวนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวมาตากได้ ซึ่งโครงการนี้ตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว ซึ่งการที่เปิดให้เกษตรกรนำข้าวเปลือกมาตากลานหน้าโรงพัก นอกจากจะเป็นการป้องกันการลักขโมยข้าวเปลือกแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่มีสถานที่ตากข้าว อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรตากข้าวเปลือกให้แห้ง เพื่อที่จะไม่ถูกหักค่าความชื้นมากเกินไป ซึ่งจะสามารถขายข้าวได้ราคาดีขึ้น และยังเป็นการชะลอการขายข้าวพร้อมกันของเกษตรกรในช่วงนี้ตามนโยบายรัฐบาลอีกด้วย

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้กำชับให้สถานีตำรวจทั้ง 23 แห่งเร่งประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงให้เกษตรกรนำข้าวมาตากได้ทุกวันฟรีโดยมีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น พร้อมกับส่งสายตรวจออกดูแลสอดส่องความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างเข้มงวด ในช่วงการเก็บเกี่ยว เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสของกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆและป้องกันการขโมยข้าวของเกษตรกรที่ตากไว้ตามชุมชน และถนน อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการขโมยเครื่องมือการเกษตรอีกด้วย

ด้าน นายหมวน โสมิตร อายุ 72 ปี เกษตรกรบ้านจาร ม.1 ต.โนนนาจาร อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การนำข้าวเปลือกมาตากที่หน้าโรงพักทำให้ตนและเกษตรกรทุกคนสบายใจขึ้นอย่างมาก เพราะไม่ต้องห่วงว่าข้าวที่ทำด้วยน้ำพักน้ำแรงมาตลอดทั้งปีจะหาย ทั้งนี้นอกจากจะป้องกันการขโมยข้าวที่ชาวบ้านตากไว้ตามจุดต่างๆได้แล้ว ยังทำให้เกษตรกรมีสถานที่ตากข้าวให้แห้ง ป้องกันการหักค่าความชื้น และเป็นการชะลอการขายข้าวที่จะทะลักออกสู่ตลาดพร้อมกันทำให้ข้าวราคาตกต่ำ โดยเฉพาะในช่วงนี้ราคาข้าวเปลือกเหนียว  จากเดิมปีที่แล้วราคาสูงกิโลกรัมละ 9 บาท แต่ปีนี้ราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัม 6 บาท เท่านั้น ส่วนข้าวเปลือกเจ้ารับซื้อเพียงกิโลกรัมละ 10.80 บาท และที่สำคัญจะไม่ทำให้เจ้าของโรงสีบางแห่งแอบฉวยโอกาสกดราคาได้อีกด้วย ดังนั้นชาวบ้านจึงขอขอบคุณโครงการดีๆของตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเปิดให้บริการกับประชาชนนำข้าวมาตากโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นในครั้งนี้

สำหรับ จ.กาฬสินธุ์ มีพื้นที่ทำนาทั้งหมด 1,443,470 ไร่ ถูกน้ำท่วมเสียหาย 184,508 ไร่ เหลือพื้นที่ปลูกข้าว 1,258,961 ไร่ ซึ่งสำนักงานเกษตร จ.กาฬสินธุ์ คาดว่าจะมีผลผลิตข้าวนาปี 2560/61 จะมีผลผลิต461,531 ตัน และออกสู่ตลาดทั่วไป 335,906 ตัน จำหน่ายบริโภคภายจังหวัด 45,314 ตัน ส่วนที่เหลือเกษตรกรเก็บไว้บริโภค 41,281 ตัน และทำเมล็ดพันธุ์ 18,884 ตัน

พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและอำนวยความสะดวกการจัดลานตากข้าวเปลือกบริเวณหน้า สภ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ ตามโครงการลานตากข้าวเพื่อประชาชน ของตำรวจภูธรกาฬสินธุ์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศ โดย พ.ต.ท.โสณกุญช์ ทรัพย์สมบัติ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.นาคู พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ให้เกษตรกรในพื้นที่นำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวมาตากให้แห้ง ที่ลานหน้าโรงพัก เพื่อป้องกันการลักขโมย

พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและอำนวยความสะดวกการจัดลานตากข้าวเปลือกบริเวณหน้า สภ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ ตามโครงการลานตากข้าวเพื่อประชาชน ของตำรวจภูธรกาฬสินธุ์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศ โดย พ.ต.ท.โสณกุญช์ ทรัพย์สมบัติ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.นาคู พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ให้เกษตรกรในพื้นที่นำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวมาตากให้แห้ง ที่ลานหน้าโรงพัก เพื่อป้องกันการลักขโมย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยวเชียงใหม่ขึ้นดอยม่อนแจ่ม ชมทุ่งดอกทานตะวันเหลืองอร่ามสบายตา

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303549

เที่ยวเชียงใหม่ขึ้นดอยม่อนแจ่ม ชมทุ่งดอกทานตะวันเหลืองอร่ามสบายตา

เที่ยวเชียงใหม่ขึ้นดอยม่อนแจ่ม ชมทุ่งดอกทานตะวันเหลืองอร่ามสบายตา

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.39 น.

16 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงาน​ว่า​ นักท่องเที่ยว​เดินทางไปชมความงดงามของดอกทานตะวันกันอย่างคึกคัก​ ซึ่งกำลังออกดอกสวยงามเบ่งบานสู้แสงอาทิตย์​ ที่ดอยม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะการปลูกตามบนดอยทางลาดลดหลั่น​กันลงไป ซึ่งแต่เดิมเป็นแปลงผักที่ได้เก็บเกี่ยวไปก่อน ตอนนี้หันมาใช้พื้นที่ปลูกดอกทานตะวัน​เพื่อเพิ่มความสวยงามให้ช่วงฤดูหนาวนี้​

โดยมีค่าเข้าชมคนละ 10 บาท​ นอกจากนี้ยังมีพืชเมืองหนาวให้ได้ช็อบกันมากมาย​ หรือใครไม่อยากเสียค่าเข้าก็ไปตรงจุดชมวิว​สามแยก​บ้าน​ใหม่ก็สวยไม่แพ้กัน

อย่างไรก็ตามปกติดอยม่อนแจ่ม จะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสธรรมชาติ และชมทิวทัศน์ของขุนเขา ซึ่งช่วงนี้สภาพอากาศที่อุ่นขึ้นดอกทานตะวันกำลังออกดอกสวยงามสลับกับแปลงปลูกสตรอเบอรี่​ และดอกบัวตอง​ ดอกปอเทืองเหลืองอร่ามสวยงามมาก​

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวนาตากข้าวเปลือกริมโขงยาวเป็นหางว่าว ไล่ความชื้นก่อนส่งขายโรงสี

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303478

ชาวนาตากข้าวเปลือกริมโขงยาวเป็นหางว่าว ไล่ความชื้นก่อนส่งขายโรงสี

ชาวนาตากข้าวเปลือกริมโขงยาวเป็นหางว่าว ไล่ความชื้นก่อนส่งขายโรงสี

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 10.51 น.

16 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในเขตตำบลหินโงม นำข้าวมาตากไว้บนถนนของเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร และตามลานวัด เหตุมีการเก็บเกี่ยวพร้อมกัน จนไม่มีพื้นที่ในการตากข้าว

ช่วงนี้ชาวนาในเขตอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย โดยเฉพาะในเขตตำบลงินโงม ได้นำข้าวเปลือกที่เพิ่งเก็บเกี่ยวและนวดเสร็จ มาตากตามถนนของเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง เพื่อให้ข้าวแห้งก่อนนำไปขายหรือเก็บไว้ในยุ้งข้าว ทำให้ถนนมีข้าวเปลือกตากยาว เป็นระยะทางกว่ากิโลเมตร นอกจากนี้ตามลานวัดต่างๆ ในหมู่บ้านก็มีชาวบ้านนำข้าวเปลือกมาตากจนเต็มพื้นที่

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้ต้องมีการนำข้าวเปลือกมาตากถนนและตามลานวัด เนื่องจากมีการเก็บเกี่ยวในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ประกอบกับต้นข้าวบางส่วนถูกลมพัดจนล้ม จึงต้องรีบเก็บเกี่ยว ส่งผลให้ข้าวมีความชื้นสูง หากนำไปขายก็จะถูกกดราคา และหากนำไปเก็บไว้ในยุ้งฉางทันทีก็จะทำให้ข้าวเสียหายจากเชื้อรา ส่วนที่ต้องเลือกตากบนถนนและตามลานวัดที่เป็นคอนกรีต เนื่องจากไม่มีพื้นที่ตาก เพราะต้องเตรียมพื้นที่ในการปลูกพืชชนิดอื่นต่อไป และที่สำคัญการตากบนถนนและตามลานวัดทำให้ข้าวที่ตากแห้งไว ตากเพียง 2 – 3 วัน ก็สามารถนำไปขายหรือเก็บในยุ้งฉางได้ทันที ชาวนาที่ตากต้องคอยเฝ้าข้าวของตนเอง หรือฝากเพื่อนบ้านที่ตากข้าวใกล้ๆกันไว้ และในช่วงเย็นก็จะเก็บไว้ก่อน ค่อยมาตากใหม่ในวันรุ่งขึ้น แต่ที่ผ่านมายังไม่มีเหตุการณ์ข้าวที่ตากไว้ถูกขโมยแต่อย่างใด.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร้องสื่อถนนขึ้นยอดภูเขาศูนย์ชำรุดขรุขะ หวั่นนทท.อันตรายวอนซ่อม

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303474

ร้องสื่อถนนขึ้นยอดภูเขาศูนย์ชำรุดขรุขะ หวั่นนทท.อันตรายวอนซ่อม

ร้องสื่อถนนขึ้นยอดภูเขาศูนย์ชำรุดขรุขะ หวั่นนทท.อันตรายวอนซ่อม

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 10.34 น.

16 พ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เดินทางมาขึ้นชมความงามทะเลหมอกบนยอดภูเขาศูนย์ ต.ไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช แต่ปรากฏว่าเส้นทางขึ้นชมทะเลหมอก ถูกน้ำกัดเซาะพังเป็นหลุมเป็นบ่อลึกยาวหลายเมตร โดยถนนบางช่วงเหลือแต่เศษหิน ทำให้รถเก๋งขับขึ้นด้วยความยากลำบาก แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าช่วยเหลือ

จากการตรวจสอบพบว่า เส้นทางดังกล่าวเป็นถนนลาดยาง ลักษณะคดโค้งขึ้นตามไหล่เขายาวถึงยอดภูเขาศูนย์ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ต่อเนื่องนานหลายวัน ถนนถูกน้ำกัดเซาะจนพังเป็นหลุมเป็นบ่อยาวหลายกิโลเมตร ทำให้การเดินทางขึ้นไปชมทะเลหมอกเป็นไปด้วยความยากลำบาก เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ อย่างไรก็ตามความเดือดร้อนดังกล่าว ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าแก้ไขหรือช่วยเหลือแต่อย่างใด

จากการสอบถามสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เขตพื้นที่อำเภอฉวาง ทราบว่าถนนดังกล่าวเป็นของป่าไม้ โดยมอบหมายให้บริษัททีโอทีดูแล ยังไม่ได้ส่งมอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงไม่สามารถเข้าดำเนินการซ่อมแซมได้

น.ส.พัชรา หนูในนา นักท่องเที่ยวจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี เดินทางมาพร้อมครอบครัว เพื่อสัมผัสอากาศเย็นบนยอดภูเขาศูนย์ บอกว่าเส้นทางขึ้นลำบากมาก เสี่ยงที่จะเกิดอันตราย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยปรับปรุงเส้นทางให้มีสภาพดีกว่านี้ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มหากาพย์‘รถเมล์NGV’(1) 12ปี….ล้มแล้วล้มอีก

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า’

http://www.naewna.com/likesara/303324

มหากาพย์‘รถเมล์NGV’(1) 12ปี....ล้มแล้วล้มอีก

มหากาพย์‘รถเมล์NGV’(1) 12ปี….ล้มแล้วล้มอีก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กำเนิดขึ้นในปี 2519 เพื่อจัดระเบียบการให้บริการรถประจำทาง (รถเมล์) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ก่อนหน้านั้นเต็มไปด้วยปัญหามากมาย อาทิ การเดินรถทับเส้นทางเดียวกันของผู้ประกอบการหลายบริษัทจนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทเพราะแย่งกันรับผู้โดยสาร หรือผู้ประกอบการบางรายเลิกกิจการไปเพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการในเส้นทางนั้นๆ ทำให้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) ตัดสินใจตั้ง ขสมก. ขึ้นมาเป็น “องค์กรกลาง” คลี่คลายสารพัดปัญหาดังกล่าว

วันเวลาผ่านไป 4 ทศวรรษ ที่ ขสมก. เป็นแกนหลักในการจัดบริการเดินรถประจำทางในเมืองหลวงและจังหวัดข้างเคียง แม้มุมหนึ่งจะได้รับคำชมในด้านบริการว่ามีปัญหาน้อยกว่ารถร่วมเอกชน แต่อีกมุมหนึ่ง ขสมก. ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่พอสมควร อาทิ ภาวะขาดทุนสะสมจนรัฐบาลทุกยุคสมัยต้องเจียดเงินไปอุดหนุนปีละหลายพันล้านบาท รวมถึงกรณี “รถเมล์ NGV” ที่มีปัญหายืดเยื้อยาวนาน จนเมื่อ 7 พ.ย. 2560 มีรายงานว่า ขสมก. ตัดสินใจ “ยกเลิก” การประมูลโครงการที่พยายามจะให้เกิดขึ้นตลอดมากว่าทศวรรษ หลังไม่มีเอกชนรายใดสนใจ

เรื่องราวของรถเมล์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Vehicles – NGV) เป็นเชื้อเพลิง “ปรากฏเป็นข่าวครั้งแรกในปี 2548” สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น) แห่งพรรคไทยรักไทย เมื่อมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลงวันที่ 29 พ.ย. 2548 ระบุว่า ด้วยทาง ขสมก. รายงานมาว่ารถเมล์จำนวนมากของ ขสมก. มีสภาพเก่าทรุดโทรม อีกทั้งยังปล่อยควันดำเป็นมลพิษไม่เหมาะสมที่จะนำมาวิ่งบนท้องถนน จึงเห็นควรปรับปรุงสภาพรถให้ดีขึ้น

“โดยจัดหารถใหม่มาใช้ทดแทนรถเก่าที่เสื่อมสภาพ รวมทั้งนำรถโดยสารดังกล่าวในส่วนที่ไม่ชำรุดมากมาซ่อมบำรุงให้เป็นรถปรับอากาศ และใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) เป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันดีเซล เพื่อลดปัญหามลพิษจากไอเสียเครื่องยนต์ และนำระบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Card) มาใช้จำหน่ายเป็นตั๋วโดยสารรายเดือน โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ขณะนั้นคือ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล) รับไปพิจารณาดำเนินการโดยด่วน ทั้งนี้ ให้หารือรายละเอียดกับรองนายกรัฐมนตรี (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ด้วย”

ผ่านไป 3 เดือนเศษ “วันแห่งความรัก” 14 ก.พ. 2549 รัฐบาลนายกฯ ทักษิณ มีมติ ครม. ให้จัดหารถโดยสารปรับอากาศใหม่ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) เป็นเชื้อเพลิง เพื่อทดแทนรถโดยสารเก่าจำนวน 2,000 คัน ของ ขสมก. โดยให้เป็นโครงการลงทุนพิเศษของรัฐเพื่อการพัฒนาประเทศ (โครงการที่ 32) และให้ดำเนินการต่อไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการดำเนินโครงการลงทุนพิเศษของรัฐเพื่อการพัฒนาประเทศ พ.ศ. 2549 ทว่าหลังจากนั้นก็เกิดวิกฤติทางการเมือง และจบลงด้วยการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 เสียก่อน จึงไม่ทันได้เริ่มดำเนินการ

29 ก.ย. 2552 หลังโครงการรถเมล์ NGV เงียบหายไปราว 3 ปี รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจ “ปลุกชีพ” ขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีมติ ครม. ในวันดังกล่าว ว่าด้วยแผนปรับปรุงการบริหารจัดการและบริการระบบขนส่งมวลชนของ ขสมก. ซึ่งระบุว่า ครม. เห็นชอบให้จัดหารถเมล์ที่ใช้ “CNG” (Compressed Natural Gas) อันเป็นอีกชื่อหนึ่งของ NGV เป็นเชื้อเพลิง จำนวน 4,000 คัน ทั้งนี้ในสมัยรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ มีความชัดเจนขึ้นมาประการหนึ่ง คือจะใช้วิธีการ “เช่า” สำหรับการจัดหารถเมล์ในโครงการนี้

“โดยวิธีการเช่า โดยให้ยึดหลักการในการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส เปิดกว้าง และมีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม โดยมีคณะกรรมการพิจารณากำหนดราคากลางที่เหมาะสม ตามความเห็นของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในการประชุมเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2552 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ และให้กระทรวงคมนาคมจัดทำแผนและขั้นตอนเพื่อการจัดหารถโดยสารดังกล่าวในรายละเอียดร่วมกับ ขสมก. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง”

26 เม.ย. 2554 รัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ มีมติ ครม.อีกครั้ง โดยระบุว่า ให้จัดหารถโดยสารใหม่ทดแทนรถโดยสารเก่าที่ปลดระวาง เสียหาย ซ่อมบำรุงไม่ได้ และมีอายุการใช้งานเกิน 17 ปี ขึ้นไป ในจำนวนไม่เกิน 1,957 คัน ประกอบด้วย รถธรรมดา 1,579 คัน และรถปรับอากาศ 378 คัน ทั้งนี้ให้ใช้บริการอุตสาหกรรมการต่อรถและซ่อมบำรุงรถในประเทศเป็นสำคัญ เพื่อส่งเสริมการจ้างงานภายในประเทศสำหรับในส่วนของเครื่องยนต์แชสซีส์ (Chassis) ให้ดำเนินการโดยจัดประมูลเป็นการทั่วไป เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและยุติธรรมในกระบวนการสรรหา

แต่แล้วเมื่อนายอภิสิทธิ์ ประกาศยุบสภาเมื่อค่ำวันที่ 9 พ.ค. 2554 และมีการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. ปีเดียวกัน รัฐบาลใหม่โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แห่งพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น “พรรครุ่นที่ 3” ของขั้วการเมืองชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังเป็นน้องสาวของอดีตนายกฯ ทักษิณอีกด้วย แต่ถึงกระนั้น โครงการรถเมล์ NGV ในยุคนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ยังได้รับการสานต่อ โดยเปลี่ยนวิธีการ “จากเช่าเป็นซื้อ” โดยเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2555 คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ที่มี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน

อนุมัติให้ ขสมก. ทำการจัดซื้อรถเมล์ จำนวน 3,153 คัน วงเงิน 13,163 ล้านบาท เพื่อใช้งานในระยะเวลา 10 ปี โดย นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ปลัดกระทรวงคมนาคม (ในขณะนั้น) เปิดเผยว่า เหตุที่เปลี่ยนจากการเช่ามาเป็นการซื้อเพราะคุ้มค่ามากกว่า เนื่องจากมีบริการซ่อมบำรุงให้ด้วย นอกจากนี้ในวันดังกล่าว ที่ประชุม กนร. ยังมีมติให้ปรับปรุงรถเมล์เดิมที่มีอยู่จำนวน 353 คัน โดยเปลี่ยนเครื่องยนต์จากดีเซลไปเป็น NGV เพื่อลดต้นทุน กำหนดวงเงินปรับปรุงคันละไม่เกิน 1 ล้านบาท

ทว่าโครงการยังไม่ทันคืบหน้า ช่วงปลายปี 2556 ก็เกิดวิกฤติทางการเมืองอีกครั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภาในเช้าวันที่ 9 ธ.ค. 2556 แต่วิกฤติยังยืดเยื้อต่อไป มีการชุมนุมจนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 22 พ.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ในขณะนั้น) ตัดสินใจเข้าควบคุมอำนาจการปกครอง ในนาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อคลี่คลายวิกฤติดังกล่าว และหลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ปีเดียวกัน

9 ต.ค. 2557 มีความเคลื่อนไหวจากกระทรวงคมนาคม โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ เปิดเผยว่า ได้เห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. สอดคล้องกับ นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. (ในขณะนั้น) ที่เปิดเผยในวันเดียวกันว่า ขสมก. อนุมัติข้อกำหนดสัญญาว่าจ้าง (Term of Reference – TOR) โครงการรถเมล์ NGV จำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,162.2 ล้านบาท แบ่งเป็นระยะแรกคือ “รถปรับอากาศประกอบสำเร็จ จำนวน 489 คัน” ส่วนที่เหลืออีก 2,694 คัน เป็นโครงการในระยะต่อไป

แต่ทว่า จนกระทั่ง ณ ปัจจุบัน “วิกฤติการประมูล” ก็ทำให้ยังไม่มีรถ 489 คันที่ว่า..ออกมาวิ่งบนท้องถนนเมืองกรุงแม้แต่คันเดียว!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 16 พฤศจิกายน 2560

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303416

ลึกลับในสนามข่าว : 16 พฤศจิกายน 2560

ลึกลับในสนามข่าว : 16 พฤศจิกายน 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 02.00 น.

nn…ช่วงนี้ รมต.หลายคน คงเอือมระอา กับกระแสข่าวปรับครม.ที่มีมาตลอดเพราะต้องเจอะเจอกับนักข่าวที่จ้องจะซักถามเรื่องนี้โดยเฉพาะรมต.กลุ่มเสี่ยง ทั้งรมต.โลกลืม รมต.ไม่มีผลงาน ล้วนเสียวสันหลังกันทั้งนั้น…เมื่อวันประชุม ครม.วันอังคาร รมต.ออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ถือเป็นหนึ่งใน “รมต.กลุ่มเสี่ยง” จะโดนปรับพ้น ครม. เหมือนกันที่ผ่านมามีข่าวแพลมๆ ออกตลอด…ล่าสุด ก็มีข่าวถึงขนาด “เก็บของ” ในห้องกันแล้วข่าวนี้ เล่นเอา “รมต.ออมสิน” ถึงกับมึนงง พอเจอนักข่าวเลยบอกว่า ข่าวไปไกลกันถึงขนาดนั้นได้อย่างไร…ก่อนชี้แจงว่า ก็แค่หาเอกสารไม่เจอ เลยให้เจ้าหน้าที่จัดเรียงเอกสารใหม่ หนังสืออะไรที่ไม่ใช้ ก็ให้จัดลงกล่อง ลงลังไปซะก็แค่นั้น… แต่ทำไมข่าวมันเป็นตุ เป็นตะได้ขนาดนี้…ที่สำคัญรมต.ออมสินยังบอกอีกว่า “ท่านนายกฯลุงตู่” ยังไม่เคยส่งสัญญาณอะไรในเรื่องนี้เลย…เรื่องเอาเป็นว่า “จบนะ”…เพราะสุดท้ายเรื่องปรับครม.ต้องรอความชัดเจนจาก นายกฯลุงตู่ กลับมาเท่านั้น…nn

nn…เป็นปกติทุกวัน ประชุมครม.รมต.หลายท่านจะใช้เวลาช่วงเช้า ก่อนประชุม ไปรับประทานอาหารที่ห้องอาหาร ใต้ตึกบัญชาการกัน ก่อนจะมีรมต.ขาประจำ พบเห็นทั้ง รมต.ออมสิน ชีวะพฤกษ์ กับ รมต.วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ที่ติดใจรสอาหาร แม่ค้าร้านข้าวแกง…ล่าสุดทั้ง 2 รมต.มานั่งทานข้าว เลยนั่งร่วมโต๊ะทานข้าวด้วยกันมีโอกาสคุยปรับสารทุกข์สุกดิบกันไป ยิ่งตอนนี้ข่าวปรับ ครม.ดังกระหึ่มเหลือเกิน…และบังเอิญมีนักข่าวอยู่โรงอาหารด้วยมีโอกาสไปกระแซะ ถามข่าวคราวว่านายกฯลุงตู่ส่งกระแสการปรับ ครม.มาบ้างหรือยัง..รมต.ออมสินก็รีบยกมือปัดพัลวันและบอกว่า “ไม่มีๆ พุทโธ่สื่อไปลงกันได้อย่างไรว่า เก็บของ…งงเลย”…นักข่าวเลยหันไปถาม รมว.วีระว่าได้รับการส่งกระแสจิตจากนายกฯบ้างหรือไม่…ก็ไม่มีเสียงตอบรับจาก รมว.วัฒนธรรม แต่มีเสียงแทรกจาก รมต.ออมสินว่า “โอ๊ยไม่ต้องไปห่วงท่านหรอก ท่านไม่ธรรมดา นอกจากกาวแล้ว ยังมีเสริมเหล็ก เสริมอะไรอีกเยอะแยะเลย”…เอ้ารอลุ้นกันหลังนายกฯลุงตู่กลับมา เก้าอี้รมต.ไหน จะมีกาว หรือเสริมเหล็กกันบ้าง…555…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เร่งช่วย ‘เจ้าโทน’ ช้างป่าบาดเจ็บ ร้องโหยหวนก้องป่า ยังไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303450

เร่งช่วย 'เจ้าโทน' ช้างป่าบาดเจ็บ ร้องโหยหวนก้องป่า ยังไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้

เร่งช่วย ‘เจ้าโทน’ ช้างป่าบาดเจ็บ ร้องโหยหวนก้องป่า ยังไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 21.16 น.

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 15 พฤศจิกายน นายภิรมย์ ชุมนุมนายอำเภอวังจันทร์ ได้รับแจ้งจาก นายสมพร วงษ์ประดิษฐ์ ผู้ใหญ่ ม.4 ต.ชุมแสง ว่า มีช้างบาดเจ็บที่ขาหน้าขวา ส่งเสียงร้องดังทั่วเขาจึงแจ้งไปยังว่าที่ร้อยโทฉัฐวัฒน์ เฉลิมฤทธิวัฒน์ กำนันตำบลชุมแสง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จึงรุดเข้าตรวจสอบพื้นที่ซึ่งอยู่บริเวณหลังวัดเขาโอภาส หมู่ 4 ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณป่ารก ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ถึงได้จะพบช้างป่าโทนเพศผู้ อายุประมาณ 13 ปี ยืนเจ็บยกขาหน้าขวาส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่เป็นระยะ ยังไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าใกล้ มีท่าทีวิ่งไล่อีกด้วย

นายสมพร เปิดเผยว่า มีชาวบ้านมาได้ยินเสียงช้างร้องมา 2 วันแล้วที่บนยอดเขา จึงได้ทำการออกค้นหาแต่ก็ไม่เห็นตัว ด้วยความกลัวและกังวล จึงตัดสินใจแจ้งไปยังที่อำเภอวังจันทร์เพื่อขอความช่วยเหลือ รวมถึงได้ระดมกำลังคนในหมู่บ้านช่วยกันค้นหา จนได้พบเจอเห็นช้างนอนบาดเจ็บ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานทีมสัตวแพทย์เข้าให้การช่วยเหลือและหาสาเหตุของอาการเจ็บต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แลนด์มาร์คแห่งใหม่! เลยเนรมิต‘สกายวอล์ค’ยาวสุดในไทย

Posted on July 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/303446

แลนด์มาร์คแห่งใหม่! เลยเนรมิต‘สกายวอล์ค’ยาวสุดในไทย

แลนด์มาร์คแห่งใหม่! เลยเนรมิต‘สกายวอล์ค’ยาวสุดในไทย

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 20.38 น.

“เลย”เทงบ 30 ล้านบาท สร้าง“สกายวอล์ค”แลนด์มาร์คแห่งใหม่ คาดเสร็จปี 61 มั่นใจ“ใหญ่ เสียว ยาว”ที่สุดในประเทศไทย

15 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.) เลย ได้จัดสรรงบสนับสนุนของจังหวัด และมอบหมายให้ นายสมพงษ์ ผลพัฒนกุล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเลย จัดทำงบประมาณสร้าง “สกายวอล์ค” แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใน จ.เลย โดยให้ออกแบบและจัดจ้างให้เสร็จทันใช้ปีหน้า เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่กำลังทะลักมาในพื้นที่ จ.เลย

สำหรับโครงการนี้จะสร้างอยู่บนภูเขาสูงติดแม่น้ำโขง บริเวณพระใหญ่ภูคกงิ้ว บ้านคกงิ้ว ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย สร้างบนภูเขาปากน้ำเหือง ซึ่งตรงบริเวณแม่น้ำเหืองไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง จุดมุมมองเห็นแม่น้ำ 2 สี แม่น้ำเหืองจะมีสีขุนข้น ส่วนแม่น้ำโขงจะใสสะอาด จะเห็นต่างกันอย่างชัดเจน สามารถมองเห็นทัศนียภาพของแม่น้ำโขงแบบพาโนรามาในมุมสูง ทั้งไทยและ สปป.ลาว โดยเฉพาะยามพระอาทิตย์กำลังจะลาลับเหลี่ยมเขา

ทั้งนี้ ใช้งบประมาณการสร้าง 30 ล้านบาท ทางเดินทำด้วยกระจกความยาวกว่า 100 เมตร กว้าง 2 เมตร มีความสูงจากน้ำโขง 80 เมตร เท่ากับตึก 30 ชั้น

ด้านนายสมพงษ์ กล่าวว่า การสร้างสกายวอล์ค ตัวโครงสร้างจะเป็นเหล็กกลม จะทำให้ดูสวยงามกว่าเหล็กชนิดอื่นๆ ในส่วนของพื้นทางเดินจะปูด้วยกระจกใสแทมเพอร์ลามิเนต ที่มีความมั่นคงแข็งแรง ทนทาน หนา 4 เซนติเมตร ซึ่งกระจกจะรับน้ำหนักได้ 500 กิโลกรัม ต่อตารางเมตร ซึ่งกระจกทุกแผ่นต้องผ่านการทดสอบโดยจะมีทีมงานของสำนักงานโยธาเข้าไปตรวจสอบทุกแผ่น จะไม่ใช้ในการสุ่มตรวจ แต่เป็นการตรวจทุกแผ่น เพราะฉะนั้นความมั่นใจของกระจกจะมี 100 เปอร์เซ็นต์ และในส่วนของเหล็กที่จะทำการก่อสร้างจะมีการชุบ เหล็กชุบกัลไนซ์ มีคุณสมบัติป้องกันสนิม จะเป็นโครงสร้างที่พิเศษกว่าที่อื่น

นอกจากนี้ สกายวอล์คจะมีทางเดินที่ไกลกว่าที่อื่น มีความยาวทั้งหมดกว่า 100 เมตร มีจุดรองรับ 5 จุด ทางเดินถูกสร้างให้ยื่นออกไปบริเวณหน้าผา 21 เมตร แต่ที่ จ.หนองคายยื่นออกไปแค่ 6 เมตร พร้อมทั้งยังมีจุดชมวิว 3 จุด ซึ่งจะมีความกว้าง 8 เมตร และ ในแต่ละจุดจากจุดแรกถึงจุดที่ 3 มีความยาว 40 เมตร วัดระดับความสูงจากน้ำโขงถึงจุดชมวิวสูง 80 เมตร หรือความสูงเท่ากับตึก 30 ชั้น มีความกว้างของทางเดิน 2 เมตร เดินสวนกันไปมาได้

“สกายวอล์คจะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ และจะเป็นสกายวอล์คที่หวาดเสียวที่สุดในประเทศไทย ไม่แพ้ประเทศจีน และปลอดภัยที่สุดเพราะมีเสารองรับบนทางเดิน และยังได้มากราบไหว้พระพุทธรูปปางลีลาประทานพร ที่มีองค์พระใหญ่สูงสง่ากว่า 19 เมตร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเมืองเชียงคาน โดยใช้งบประมาณการก่อสร้าง 30 ล้านบาท โดยจะเริ่มการก่อสร้างปลายปีนี้ และเสร็จในฤดูกาลท่องเที่ยวปีหน้า ในช่วงประมาณปลายปี 2561” นายสมพงษ์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,899,730 hits

Join 4,119 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

หมอตุลย์ ลั่น!ไม่ไว้วางใจอนุทิน ซัดบริหารผิดพลาด-ปล่อยทุนใหญ่กักตุนน้ำมัน
ตอนมีอำนาจทำไมไม่ทำ! สิริพงศ์ ตอก พีระพันธุ์ ยันพาณิชย์คุมน้ำมันไม่ได้
ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ
ประเมินพลาด/น้ำมันป่วน ‘อนุทิน’ขอโทษ รับปากจะไม่ให้ขาดแคลน
ปราชญ์ สามสี ค้านตรรกะ วิโรจน์ งบจ่ายไปแล้วก็กินไปเถอะ
นายกฯ ขับรถเอง! สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม รณรงค์ประหยัดพลังงาน
กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม
รัฐบาล ขอมั่นใจช่วงสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอ ตรวจสอบสถานะปั๊มได้ทางแอป Fuel-Now
'สยาโม-อ้นอังกอร์'คว้า รางวัล New Generation Idol Star Award 2026
กกต. สั่งงดขาย เลี้ยงเหล้า 297 พื้นที่เลือกตั้งเทศบาล

Recent Posts

  • อิสราเอลเผย ใกล้ทำลาย “เป้าหมายสำคัญสูงสุด” ในอิหร่านได้ทุกจุดแล้ว
  • บาห์เรนประกาศห้ามเดินเรือตอนกลางคืน หวั่นโดนอิหร่านโจมตี
  • ปธ.สภาอิหร่านอ้าง สหรัฐฯ กำลังแอบวางแผนโจมตีภาคพื้นดิน
  • ‘อธิบดีกรมการข้าว’ ประชุมพิจารณาจัดสรรเมล็ดพันธุ์ข้าวฤดูนาปี 68
  • จากรำข้าวสู่ตลาดมูลค่าสูง ‘น้ำมันรำข้าว’ ราชาแห่งน้ำมันเพื่อสุขภาพ ด้วยพลังการเรียนรู้ของวิสาหกิจชุมชน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d