เคล็ดลับความสำเร็จฉบับเซเลบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/323063

เคล็ดลับความสำเร็จฉบับเซเลบ

วันที่ 25 เมษายน 2561 – 16:00 น.
แบรนด์,อรญา หอมเศรษฐี,ซุปไก่สกัด,รุ่นสู่รุ่น
เปิดอ่าน 1,142 ครั้ง

ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลหากรู้จักวางแผน และลงมือทำอย่างจริงจัง

เจตริน-ศ.พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน

เพราะคนแต่ละรุ่นมีเป้าหมาย และจุดหมายของความสำเร็จที่แตกต่างกัน แต่เคล็ดลับความสำเร็จนั้นมีเพียงหนึ่ง ที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งคุณก็ประสบความสำเร็จได้หากรู้จักวางแผน และลงมือทำอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ ในโอกาสที่ อรญา หอมเศรษฐี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) เปิดตัวแคมเปญ “แบรนด์ซุปไก่สกัด เคล็ดลับความสำเร็จ ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น” พร้อมแบรนด์แอมบาสเดอร์คู่ใหม่ “เจ” เจตริน ควงคู่ “เจ้านาย” จิณเจษฎ์ พร้อมเผยเป็นครอบครัวแบรนด์ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ศ.พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน ร่วมด้วยเซเลบริตี้มากมาย อาทิ ม.ร.ว.จิราคม- “คุณน้ำอบ” ม.ล.อรณิช กิติยากร, “เตย” วินรัตน์ ศันสนะเกียรติ, “จุ๋ย” จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, “เอิร์น” ณัฐชยา ไกรฤกษ์, ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง, พญ.คุณสวรรยา เดชอุดม, ผศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์พญ.โรจนี เลิศบุญเหรียญ เป็นต้น ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน

อรญา หอมเศรษฐี

ม.ร.ว.จิราคม-ม.ล.อรณิช กิติยากร

          ภายในงาน คู่พ่อลูกคนดัง ม.ร.ว.จิราคม-ม.ล.อรณิช กิติยากร โดยฝ่ายลูกสาว “คุณน้ำอบ” เผยว่า สำหรับคุณพ่อที่เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ แม้จะเกษียณมา 11 ปีแล้ว แต่เคล็ดลับความสำเร็จที่คุณพ่อส่งต่อให้ลูกๆ คือจะให้อิสระเต็มที่ในการเลือกใช้ชีวิต และทำในสิ่งที่ลูกรัก เพราะการได้ทำสิ่งที่ชอบจะทำให้มีความสุข มีความตั้งใจที่จะทำสิ่งนั้นให้ประสบความสำเร็จได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่น้ำอบได้รับมาจากคุณพ่อคือ การเป็นคนซื่อสัตย์ ไม่คดโกง รู้คุณของแผ่นดินและมีวินัย เชื่อว่าทุกคนมีความสำเร็จแตกต่างกันไปตามสิ่งที่ชอบและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันนี้โลกเปิดกว้างให้เรามีอิสระและสามารถแสดงตัวตนได้อย่างเต็มที่

ณัฐชยา ไกรฤกษ์-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

          คู่เซเลบเพื่อนซี้ “จุ๋ย” จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา– “เอิร์น” ณัฐชยา ไกรฤกษ์ เผยว่า จริงๆ ทั้งสองคนอยู่ข้างๆ เป็นกำลังใจ และเป็นที่ปรึกษาให้กันมาตลอด แค่เห็นอีกคนอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกอุ่นใจแล้ว จริงๆ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เราทั้งสองคนคิดว่าสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ซึ่งนอกจากเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวที่เราคุยกันเสมอคือเรื่องสุขภาพที่เป็นห่วงกันและกันอยู่ตลอด เพราะเราต่างก็มีหน้าที่ มีงานที่ต้องทำมากมายในแต่ละวัน แต่สิ่งหนึ่งที่เราคิดตรงกัน คือ การมีสุขภาพที่ดี เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จได้

ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง-พญ.โรจนี เลิศบุญเหรียญ

          คู่อาจารย์-ลูกศิษย์แพทย์ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง-พญ.โรจนี เลิศบุญเหรียญ โดยฝ่ายลูกศิษย์เผยถึงเคล็ดลับที่อาจารย์ส่งต่อให้ลูกศิษย์ทุกคนคือ ความตั้งใจในการดูแลคนไข้ และมองหาแต่สิ่งดีๆ ให้แก่คนไข้ ซึ่งอาจารย์เป็นต้นแบบที่ดีมาก แล้วพอเราได้มาเป็นอาจารย์เอง เราก็ตั้งใจส่งต่อสิ่งดีๆ ที่ได้รับมาจากอาจารย์ของเราไปยังลูกศิษย์ทุกคน อีกอย่างที่เห็นชัดมาก คือการรักในสิ่งที่ทำ ซึ่งส่งผลดีให้แก่สังคมและประเทศชาติของเรา ซึ่งทุกอาชีพมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน แต่ก็ล้วนมีความสำคัญในสังคมทั้งนั้น ถ้าเราทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ประสบความสำเร็จ ก็ย่อมที่จะก่อให้เกิดแต่สิ่งที่ดีกับสังคมโดยรวม

เพลงพระราชนิพนธ์กระหึ่ม “ไทย-อิตาลี” 150 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/322837

เพลงพระราชนิพนธ์กระหึ่ม “ไทย-อิตาลี” 150 ปี

วันที่ 24 เมษายน 2561 – 12:32 น.
ความสัมพันธ์ไทย-อิตาลี,การแสดงดนตรีแจ๊ส,วงดนตรีสลิโววิทซ์,ไทย-อิตาลี150 ปี,สยามพารากอน อิตาเลียน แกรนด์ วีคเอ็นด์,ชนิสา แก้วเรือน,ฟรานเชสโก ซาเวริโอ นิสิโอ,กุณฑิณี ไกรฤกษ์,โสภิตนภา ชุ่มภาณี,มลทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์,สายสัมพันธ์ไทย-อิตาลี 150 ปี คมชัดลึก
เปิดอ่าน 1,492 ครั้ง

สอดประสานระหว่างสองวัฒนธรรมผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่า

ประเทศไทยและอิตาลีมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่อกันมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการทูต การค้าขาย รวมถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ในวาระแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยาวนานถึง 150 ปีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐอิตาลี ศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย จัดงาน“สยามพารากอน อิตาเลียน แกรนด์ วีคเอ็นด์ : วิเวเร่ อัลลิตาเลียน่า-สมูท ไลฟ์สไตล์, เออร์เบิร์น, กลาเมอร์, ไลฟ์ มิวสิค” ที่แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน

ชนิสา แก้วเรือน-ฟรานเชสโก ซาเวริโอ นิสิโอ

กุณฑิณี ไกรฤกษ์- โสภิตนภา ชุ่มภาณี

ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์ 

โดยภายในงานได้นำเรื่องราวของดนตรีและท่วงทำนองแห่งเสียงเพลงที่บรรเลงโดยวงดนตรีแจ๊สชื่อดัง สลิโววิทซ์ (SLIVOVITZ) เพื่อร่วมสานสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศที่ยาวนาน รวมถึงนำผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ของสาธารณรัฐอิตาลี อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม กาแฟรสชาติต้นตำรับมาจำหน่ายภายในงาน ซึ่งได้รับเกียรติจาก ฟรานเชสโก ซาเวริโอ นิสิโอ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย, ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ ฌอง มารี วัลเล่, แลมเบอร์โต มาเรีย โมรุซซิ, กุณฑิณี ไกรฤกษ์, “คุณแก้ว” ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, “ใหม่” เกล็ดดาว พานิชสมัย, “เจี๊ยบ” โสภิตนภา ชุ่มภาณี, “คิด” คงภัทร์ จิรมณีกุล, อดิทิพ ภาณุพงศ์ และ “คุณเฟรม” ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์ มาร่วมงาน

คงภัทร์ จิรมณีกุล-อดิทิพ ภาณุพงศ์

ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์-เกล็ดดาว พานิชสมัย

          ฟรานเชสโค ซาเวริโอ นิสิโอ กล่าวว่า ประเทศไทยและอิตาลีมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่อกันมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการทูต การค้าขาย รวมถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับดนตรีถือเป็นสื่อเชื่อมไมตรีและความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีแนวไหน ประเภทใด ล้วนมีคุณค่าในตัวเอง และเพื่อเป็นการเน้นย้ำให้มิตรภาพและความร่วมมือกันด้านวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เราจึงได้จัดการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินวงสลิโววิทซ์ ซึ่งเป็นวงดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียงทั้งในอิตาลีและในประเทศแถบยุโรป

         ชนิสา แก้วเรือน กล่าวว่า ศูนย์การค้าสยามพารากอนได้รับการขนานนามให้เป็นเดสติเนชั่นของการช็อปปิ้งระดับโลก เราจึงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษมอบให้แก่ลูกค้าเสมอมา ซึ่งงาน “สยามพารากอน อิตาเลียน แกรนด์ วีคเอ็นด์ : วิเวเร่ อัลลิตาเลียน่า-สมูท ไลฟ์สไตล์, เออร์เบิร์น, กลาเมอร์, ไลฟ์ มิวสิค” ที่จัดขึ้นครั้งนี้ เป็นงานที่เราร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยจัดขึ้นเพื่อเชื่อมสัมพันธ์อันดีของสองประเทศอย่างสม่ำเสมอ

ฌอง มารี วัลเล่-แลมเบอร์โต มาเรีย โมรุซซิ

ในงานทุกท่านต่างเพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีแจ๊สจากวงดนตรีสลิโววิทซ์ ซึ่งได้เชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้แก่เพลง Love at Sundown (ยามเย็น), H.M. Blues (ชะตาชีวิต) นอกจากนี้ยังมี เพลงสุดอมตะอย่าง Fly Me To The Moon โดยมีนักร้องสาวเสียงทรงพลังของเมืองไทย “แก้ม” วิชญาณี เปียกลิ่น มาร่วมถ่ายทอดบทเพลงอันแสนไพเราะ ร่วมกับวงสลิโววิทซ์ ซึ่งถือเป็นการแสดงที่สอดประสานระหว่างสองวัฒนธรรมผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่า นอกจากนี้ภายในงานยังมีบาริสต้ามาร่วมสร้างสรรค์กาแฟในถ้วยให้กลายเป็นศิลปะอันวิจิตรงดงาม รวมถึงยังมีผลิตภัณฑ์อันเลื่องชื่อของอิตาลีและเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยมาให้เลือกช็อปและชิมด้วย

ศิลปินวงสลิโววิทซ์

สำหรับประวัติของ สลิโววิทซ์ (SLIVOVITZ)  เป็นวงดนตรีจากอิตาลีที่เริ่มมีผลงานออกสู่สาธารณชนตั้งแต่ปี 2001 และสร้างความโดดเด่นด้วยดนตรีบรรเลงแนวทดลองที่ผสานเอาดนตรีตามขนบจากฝั่งตะวันตกและตะวันออกมาหลอมรวมกันจนกลายเป็นซาวนด์ดนตรีแปลกใหม่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเคยร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีแจ๊สในอิตาลีมากมาย อาทิ อุมเบรียแจ๊ส, มิทเทิลเฟสต์ 2015, ยังแจ๊ส อิน โฟลีโญ่ 2012,  เตอาโน แจ๊ส 2014 และเทศกาลอื่นๆ นอกจากนี้พวกเขายังตระเวนเปิดการแสดงไปทั่วอิตาลีและยุโรป เช่นเยอรมันนี (เบอร์ลิน 2013), สเปน (บาร์เซโลนา 2005), ออสเตรีย (โฮคนอยเคียร์เช่น 2006) รวมไปถึงเทศกาลซิเกในฮังการี (ปี 2004 และ 2010), เซอร์เบีย (เทศกาลดนตรีแจ๊สเบลเกรดและนีสวิลล์ ในเมืองนีส 2010), โครเอเชีย (เซกราบ 2015) และสโลวาเนีย (ลุบยานา 2015)

สลิโววิทซ์ ออกอัลบั้มมาแล้วทั้งหมด 5 อัลบั้ม (4 สตูดิโออัลบั้ม และ 1 บันทึกการแสดงสด) ในจำนวนนี้ 3 อัลบั้มจัดจำหน่ายโดยค่าย มูนจูนเรคคอร์ดส์ ในนิวยอร์กที่ทำงานร่วมกับศิลปินอย่าง โทนี เลวิน (คิง คริมสัน) และ ซอฟท์ แมชีน มาแล้ว สลิโววิทซ์ มีอัลบั้มล่าสุด “Liver” ออกมาเมื่อปีที่แล้ว ผ่านทางค่าย ซาวนด์ฟลายเรคคอร์ดส์ ในประเทศอิตาลี
ส่วนสมาชิกในวง ประกอบด้วย  ริคคาร์โด วิลลารี – ไวโอลินอะคูสติกและไวโอลินไฟฟ้า, ซาลวาตอเร ไรโนเน – กลอง, มาร์เชลโล จานนีนี – กีตาร์อะคูสติกและกีตาร์ไฟฟ้า, ปิเอโตร ซานตานเจโล – เทเนอร์ อัลโต้ และ โซปราโนแซ็กโซโฟน, วินเชนโซ ลามานญา- เบส, ดีเรค ดิ เปรี- ฮาร์โมนิก้า และ ชิโร ริคคาร์ดิ – ทรัมเป็ต

แหล่งรวมพลคนรุ่นใหม่ไลฟสไตล์ชัดเป๊ะ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/322680

แหล่งรวมพลคนรุ่นใหม่ไลฟสไตล์ชัดเป๊ะ!

วันที่ 23 เมษายน 2561 – 15:40 น.
เอพีฮอนด้า,โยอิจิ มิซึทานิ,เกรฮาวด์ คอฟฟี่,ภาณุ อิงคะวัต
เปิดอ่าน 1,453 ครั้ง

รวมพลคนรักรถระดับตำนาน ควบรวมเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแฟชั่น อาหาร และเครื่องดื่ม มาไว้ที่นี่

          เอาใจหนุ่ม-สาวรุ่นใหม่โดยเฉพาะคนรักรถจักรยานยนต์ เมื่อ โยอิจิ มิซึทานิ บิ๊กบอส บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จับมือ ภาณุ อิงคะวัต ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท เกรฮาวด์ จำกัด จัดงานเปิดตัว “คับเฮ้าส์” พื้นที่ที่เปิดมุมมองไลฟ์สไตล์ผ่านแก่นแท้ของการใช้ชีวิตที่ให้มาสนุกด้วยวัฒนธรรมการสร้างสรรค์เรื่องราว ผสานความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ออกแบบได้ ผ่านรถจักรยานยนต์ที่มีคุณค่าระดับตำนาน ควบรวมเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแฟชั่น อาหาร และเครื่องดื่ม ไว้ใจกลางเมืองในย่านเอกมัย โดยจัดงานเปิดตัวอย่างคึกคัก เมื่อค่ำวันก่อน ท่ามกลางคนรุ่นใหม่จากหลากหลายวงการ และเหล่าเซเลบริตี้ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ “สุกี้” กมล สุโกศล แคลปป์, “ด้วง” ดวงฤทธิ์ บุนนาค, “คุณชายน้อง” ม.ร.ว.จุลรังษี ยุคล, “แบงก์” ศรันย์ ชัยปานี, “ปลาทู” ดิฐวัฒน์ อิสสระ, “บุ๋ม” จารุจิต-“บุ๊ก” พิมพ์เลิศ ใบหยก ฯลฯ พร้อมชมแฟชั่นโชว์ชุด “คับเฮ้าส์ แคปซูล คอลเลกชั่น บาย เกรฮาวด์” จากเหล่านายแบบและนางแบบชื่อดัง

แฟชั่นโชว์ชุด “คับเฮ้าส์ แคปซูล คอลเลกชั่น บาย เกรฮาวด์”

ดวงฤทธิ์ บุนนาค

โยอิจิ มิซึทานิ-ภาณุ อิงคะวัต

          ภาณุ อิงคะวัต เผยว่า รับหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการออกแบบคับเฮ้าส์ซึ่งเป็นโชว์รูมมอเตอร์ไซค์รูปแบบใหม่ โจทย์คือไลฟ์สไตล์โชว์รูมที่อยากเจาะตลาดกลุ่มฮิพสเตอร์ ซึ่งยังไม่เคยทำที่ไหนมาก่อน จึงมีการพูดคุยกันจนออกมาเป็นอย่างที่เห็นวันนี้ คือมีเกรฮาวด์ คอฟฟี่ เป็นที่แรก มีแคปซูลแฟชั่นเล็กๆ เป็นเสื้อผ้าของชาวมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ และยังมีไบค์สไตลิสต์ ที่จะมาช่วยออกแบบรถให้ถูกใจทุกคนด้วย

จงกล พลาฤทธิ์ กับมุมเกรฮาวด์ คอฟฟี่

ดิฐวัฒน์ อิสสระ

          หลังเดินชมพื้นที่โดยรอบแล้ว ไฮโซหนุ่มอารมณ์ดี “ปลาทู” ดิฐวัฒน์ เผยว่า เป็นคนที่เดินทางตลอดทั้งในประเทศและนอกประเทศ เวลาที่อยู่เมืองไทยจึงไม่ค่อยมากและมักใช้ชีวิตอยู่ใกล้ๆ บ้าน วนเวียนอยู่ย่านเอกมัย-ทองหล่อ หากมีมอเตอร์ไซค์ขนาดกะทัดรัดขี่เล่นใกล้ๆ สนุกๆ ก็น่าจะดี แต่จะต้องเป็นแบบสวยๆ ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองด้วย ซึ่งเดินดูแล้วก็มีคันที่ถูกใจอยู่เช่นกัน

ม.ร.ว.จุลรังษี ยุคล

          ด้านหนุ่มขาลุยอย่าง “คุณชายน้อง” ม.ร.ว.จุลรังษี บอกว่า ที่ผ่านมายังไม่มีมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง แต่ก็ชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์ไม่น้อยเพราะรู้สึกได้ถึงความคล่องตัว ทั้งยังสามารถซึมซับบรรยากาศรอบๆ ได้ด้วย ยิ่งถ้าเป็นช่วงอากาศดีๆ จะฟินมาก มอเตอร์ไซค์จะมีความแตกต่างอย่างคันใหญ่จะตอบโจทย์เรื่องความเร็วแต่ก็จะอันตราย และหากขี่นานๆ จะเมื่อยง่ายด้วย ขณะที่คันเล็กนอกจากจะคล่องตัวแล้วราคาก็สามารถจับต้องได้ง่ายกว่าด้วย แต่นั่นก็แล้วแต่จุดประสงค์ของแต่ละคนด้วย อย่างผมถ้ามีเงินเหลือคงจะซื้อทั้ง 2 แบบ

จารุจิต-พิมพ์เลิศ ใบหยก

          ส่วนสาวสวยหุ่นดี “บุ๋ม” จารุจิต เล่าว่า แฟนหนุ่มก็ขับมอเตอร์ไซค์เช่นกันเป็นแบบบิ๊กไบค์ แต่เขาไม่ให้ซ้อนเพราะกลัวว่าจะเกิดอันตราย บวกกับท่านั่งของผู้หญิงเวลาซ้อนก็ไม่สวยเท่าไหร่ด้วย และยิ่งเป็นช่วงหน้าร้อนแบบนี้ยิ่งไม่อยากนั่งเลย จะมีโอกาสนั่งมอเตอร์ไซค์บ้าง ก็ตอนที่ไปงานไม่ทันต้องใช้บริการพี่วิน แต่เวลาซ้อนก็ไม่รู้สึกว่ากลัวเพราะพี่เขามืออาชีพขี่ทุกวัน ไม่น่ากลัวเหมือนเวลาที่ซ้อนแฟน

แกะกล่องสมาร์ทโฟนของคนชอบแชะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/322263

แกะกล่องสมาร์ทโฟนของคนชอบแชะ

วันที่ 22 เมษายน 2561 – 09:00 น.
หัวเหว่ย,สมาร์ทโฟน,อิงม่าร์ หวาง,ทศพร นิษฐานนท์,ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา,มลอธิฉัตร ฉัตรชัย,พอล สุจริตกุล,จิราภา ลักษณวิศิษฏ์
เปิดอ่าน 1,473 ครั้ง

คอนซูเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย แกะกล่องรุ่นใหม่ล่าสุด พี 20 ซีรีส์ ทั้ง “หัวเหว่ย พี 20 ” และ “หัวเหว่ย พี 20 โปร”

ในยุคที่โทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยที่ 5 และการถ่ายภาพเป็นเรื่องของชีวิตประจำวัน สมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชันถ่ายรูปสวยเลยต้องใจขาแชะทั้งหมาย  ซึ่งสมาร์โฟนสัญชาติจีนพะยี่ห้อ “หัวเหว่ย (HUAWEI)” ก็เป็นที่หมายปองของใครหลายคน ด้วยชูเรื่องการถ่ายภาพมาตั้งแต่เริ่มเปิดตัว

ล่าสุดสามผู้บริหารจากหัวเหว่ย คอนซูเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดย อิงม่าร์ หวาง ผู้อำนวยการ ทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ และ ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด นัดแนะแฟนแบรนด์แกะกล่องรุ่นใหม่ล่าสุด พี 20 ซีรีส์ ทั้ง “หัวเหว่ย พี 20 ” และ “หัวเหว่ย พี 20 โปร” ชวนสัมผัสนวัตกรรมและดีไซน์สุดล้ำก่อนใครบริเวณลานชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพลินจิต ค่ำวันก่อน

ทศพร นิษฐานนท์-อิงม่าร์ หวาง-ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา

หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา-ปาวา นาคาศัย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

บรรยากาศตื่นตาด้วยเจ้าภาพเนรมิตลานโล่งให้เป็นแกลเลอรี่แสดงภาพถ่ายสวยๆ จากหัวเหว่ย พี 20 ซีรีส์ ท่ามกลางแขกเหรื่อและเหล่าเซเลบริตี้ผู้สนใจใคร่รู้ในนวัตกรรมถ่ายภาพสุดเจ๋งนี้ตบเท้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ “มาส” ศุภมาส-“มิลค์กี้” จิราภา ลักษณวิศิษฏ์, “คุณขวัญ“ ม.ล.พลอยนภัส- “นัท” อภิชาติ ลีนุตพงษ์, “ปอนด์“ หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, “จุ๋ย” จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, “ติ๊บ” สันติมาน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, “เบอร์ดี้” ปาวา นาคาศัย, “มิ้นท์” อรรถวดี จิรมณีกุล, “คุณข้าวเม่า” ม.ล.อธิฉัตร ฉัตรชัย, “โตโต้” อภิชาต สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, พอล สุจริตกุล, “ปั้น” ชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์ เป็นต้น

อภิชาต สนิทวงศ์ ณ อยุธยา-ชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์-ม.ล.อธิฉัตร ฉัตรชัย

ได้เวลาซีอีโอหนุ่ม ทศพร ขึ้นป่าวประกาศให้รู้ทั่วงานว่า หลังจากที่หัวเหว่ย พี 20 ซีรีส์ เปิดตัวที่ปารีสเมื่อเดือนที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งในรุ่นแฟลกชิพที่มีกระแสตอบรับจากสื่อและคนใช้ทั่วโลกเป็นอย่างดี ด้วยการปฏิวัตินวัตกรรมและดีไซน์ที่จะมาสร้างนิยามใหม่ให้การถ่ายภาพ ด้วยกล้องหลัง 3 ตัวอันทรงพลังที่พัฒนาร่วมกับไลก้า พร้อมกับเทคโนโลยี “AI” เพื่อให้การถ่ายภาพมีความเป็นมืออาชีพแม้ผู้ถ่ายจะไม่ได้เชี่ยวชาญมากก็ตาม

จิราภา-ศุภมาส ลักษณวิศิษฏ์

พอล สุจริตกุล

ด้านหนุ่มหน้ามน “คุณข้าวเม่า” ม.ล.อธิฉัตร บอกว่ากำลังเรียนอยู่ปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ เน้นเรื่องการถ่ายภาพเพราะอยากเป็นช่างภาพมืออาชีพ ตอนนี้กำลังสนใจการถ่ายภาพแนวสโลโมชั่นเป็นพิเศษ แต่ก็ต้องมีกล้องที่มีประสิทธิภาพสูงถึงจะทำได้ อย่างสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดนี้สามารถถ่ายภาพได้ถึง 960 เฟรมต่อวินาทีไม่ต่างจากกล้องตัวใหญ่เลย ทำให้ยิ่งอยากลองนำไปฝึกถ่ายภาพแนวนี้ดู ถือเป็นทางเลือกของคนสนใจเรื่องถ่ายภาพทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ

สันติมาน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

 อภิชาติ -ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์

งามแข อมาตยกุล

ตรวจดวงชะตาหารายได้ช่วย รพ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/322049

ตรวจดวงชะตาหารายได้ช่วย รพ.

วันที่ 19 เมษายน 2561 – 14:59 น.
โหราศาสตร์,สิริวัฒนาพยากรณ์,โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา,ซินแสโค้วสุ่งกิม,นักโหราศาสตร์,อาจารย์สัญชัย สายทอง,อาจารย์ดาริฑกา ไพรสณฑ์,โหงวเฮ้ง,ลายมือ,สิริวัฒนาพยากรณ์ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 1,612 ครั้ง

45 นักโหราศาสตร์ นั่งเช็คดวงในงาน “สิริวัฒนาพยากรณ์เพื่อรพ.เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา

โหราศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของการพยากรณ์ที่ได้รับความสนใจ และถ่ายทอดกันมาตั้งแต่  ครั้งอดีตกาล ต่อเนื่องมาถึงในปัจจุบัน มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของผู้คน ปรากฎการณ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ที่ต่างเชื่อมโยงกัน โอกาสนี้ มูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงาน “สิริวัฒนาพยากรณ์เพื่อโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา” ภายในงานพบกับการรวมตัวของสุดยอด 45 นักโหราศาสตร์ชั้นนำของประเทศไทยที่จะมาร่วมทำนายโชคชะตาราศีในศาสตร์ต่างๆ

หัทยา อังควินิจวงศ์-คุณหญิง ตรึงใจ อิฐรัตน์-อารยา จิตตโรภาส-ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล

จากกระแสตอบรับเป็นอย่างดีของผู้สนใจการพยากรณ์โชคชะตาราศีและผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการกุศลอย่างต่อเนื่อง คุณหญิงตรึงใจ อิฐรัตน์ ประธานมูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์  และ อารยา จิตตโรภาส ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน จึงได้ร่วมกันจัดงานขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยครั้งนี้การจัดงาน  “สิริวัฒนาพยากรณ์เพื่อโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา” เพื่อนำรายได้จากการจัดงานทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา อ.แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในพระองค์ เดิมชื่อโรงพยาบาลแม่แจ่ม เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กตั้งอยู่ในกลางชุมชนในซอยลึกคับแคบ และไม่สามารถขยายสิ่งปลูกสร้างได้ ทำให้ไม่สามารถรองรับการเจ็บป่วยปัญหาความเดือดร้อนของประชากรในพื้นที่ได้เพียงพอ ในเวลาต่อมาทรงทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์โปรดให้ก่อสร้างอาคารบริการผู้ป่วยในพระราชทาน และย้ายที่ตั้งโรงพยาบาลแห่งใหม่ และทรงโปรดเกล้าให้จัดตั้งมูลนิธิ “เทพรัตนเวชชานุกูล” เพื่อให้การสนับสนุนการให้บริการของโรงพยาบาลมีศักยภาพเพียงพอในการดูแลประชาชนในเขตทุรกันดารของอำเภอแม่แจ่มสืบไป

อาจารย์ดาริฑกา ไพรสณฑ์

สำหรับไฮไลท์ในปีนี้ยังได้รับเกียรติจากนักพยากรณ์ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การพยากรณ์จากหลายแขนง อาทิ อาจารย์ดาริฑกา ไพรสณฑ์ นักพยากรณ์ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ไพ่ทาโรต์ดีกรีแชมป์ประเทศไทย ในการแข่งขัน  “ศึกชิงจ้าวหมอดู” ให้รายละเอียดว่า ทาโรต์ นับเป็นศาสตร์แห่งการนำทางที่มีมานับพันปีจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่บันทึก สมัยอารยธรรมโบราณยุคเมโสโปเตเมีย แต่มามีหลักฐานชัดเจนมากจากทางฝรั่งเศสตอนใต้ ความแม่นยำอยู่ตรงคน  2 คนคือผู้ทำนาย และผู้รับคำทำนาย โดยไพ่ทาโรต์ 1 สำรับมี 78 ใบทำหน้าที่เป็นตัวนำสื่อ ผ่านกระบวนการของจิตใต้สำนึก (Subconscious) ไพ่ทาโรต์ที่เก่าแก่ที่สุดเป็นสำรับไพ่ชื่อ Cary-Yale Visconti deck ผลิตขึ้นในคริสต์ศตวรรษ ที่ 15 โดยคอนเซปต์ส่วนตัวของอาจารย์จะเน้นเรื่อง การให้คำปรึกษา แนะนำ และให้ทางออกที่ถูกต้อง น่าพอใจ เพราะทาโรต์ที่แท้จริงคือวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และความเป็นจริงไม่ใช่เรื่องความลุ่มหลง งมงาย ลัทธิ และพิธีกรรมแต่อย่างใด ในปัจจุบันมีการนำทาโรต์มาวิเคราะห์บุคลิกลักษณะและจิตใจของผู้คนเช่น ผู้บริหารในองค์กร ชั้นนำ มีการนำไปใช้ร่วมกับศาสตร์อื่น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารงานให้ประสบผลสำเร็จ การดูไพ่ทาโรต์ เป็นการดูเพื่อหาทิศทางของการตัดสินใจ แก้ไขสิ่งที่ไม่ดีให้ดีขี้น สิ่งที่ติดขัดให้คลี่คลาย เพราะบางครั้งเมื่อมนุษย์เกิดความสับสนหาทางออกไม่ได้ เพื่อไม่ให้ตนเองหลงทาง เสียเวลา ก็ควรจะกางแผนที่สักนิด จะได้เลือกเดินทางในสิ่งที่ถูกต้องตามความถนัดและศักยภาพของตัวเอง

อาจารย์สัญชัย สายทอง

ด้าน อาจารย์สัญชัย สายทอง นักโหราพยากรณ์ทำนายดวงชะตาตามวันเดือนปีเกิด ลายมือ และโหงวเฮ้ง กล่าวว่า การทำนายชะตาที่ดีจะไม่ดูเอาใจคน หรือทำนายให้คนเกิดความวิตกกังวล แต่ศาสตร์แห่งการพยากรณ์ที่ดี คือการชี้แนะแนวทางส่งเสริมดวงชะตา ไม่ต้องกังวลว่าดูดวงแล้วดวงจะเลวร้าย แต่ดูเพื่อหาวิธีการรับมือ แก้ปัญหา และส่งเสริมดวงให้ดีขึ้นจากคำแนะนำของนักพยากรณ์ โดยจากประสบการณ์ดูดวงมากว่า 40 ปี ตนได้ศึกษาและตระหนักว่าผู้ที่จะได้รับผลดีจากการดูดวงและส่งเสริมดวงให้ดีขึ้นนั้น ต้องเป็นคนมีศีลธรรม หมั่นทำบุญ ทำทาน  สวดมนต์ และปฏิบัติดีด้วย ทั้งนี้ในวัน เดือน ปีเกิดของคนเรานั้น ย่อมมีทั้งช่วงเวลาที่ดีและไม่ดี มีมืด มีสว่าง การดูดวงจะทำให้ผู้คนรู้จักตื่นตัว ระวังตัว และหมั่นทำความดี ซึ่งพอได้รู้จังหวะของดาวเดือนที่เคลื่อนย้ายก็จะทำให้เตรียมตัวพร้อมรับสถานการณ์ในจังหวะต่างๆ ของชีวิต ผู้ที่มาดูดวงจึงควรจดจำสิ่งดีๆ ไปเป็นพื้นฐานการดำเนินชีวิต สร้างฐานะในทางที่ดี รู้จักยิ้มแย้มรับโชคชะตา พูดจาไพเราะก็จะทำให้มารผจญต่างๆ พ่ายแพ้ได้

ซินแสโค้วสุ่งกิม

และอีกหนึ่ง ซินแสโค้วสุ่งกิม นักโหราพยากรณ์ ที่ใช้การทำนายจากหมากรุกจีน และอี้จิง กอปรกับการใช้ปฏิทินจีนโบราณ  ซึ่งเป็นศาสตร์การพยากรณ์โบราณของจีนที่มีการค้นพบมากว่า 6,000 ปี โดยศาสตร์นี้เคย สูญหายไปจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่มากว่า 1,000  ปี แต่ก็ได้รับการฟื้นคืนจากชาวจีนพลัดถิ่น โดยในประเทศไทย มีคนที่สามารถใช้ศาสตร์นี้ทำนายได้ เพียงไม่กี่คนเป็นการเปิดเผยชะตากรรมของมนุษย์ เฉลยสิ่งที่เป็นเงื่อนไขของมนุษย์แต่ละคนว่าทำสิ่งใดแล้วจะเจริญรุ่งเรือง หรือ สิ่งใดเป็นกับดัก และเป็นสิ่งที่ต้องส่งเสริม ซึ่งซินแสได้กล่าวว่า  “ตนใช้เวลาฝึกฝนการพยากรณ์ศาสตร์นี้มากว่า 10 ปี ซึ่งค้นพบว่าศาสตร์แห่งหมากรุกจีนสามารถช่วยให้คนรู้ตัวตนของตนเอง และดำเนินชีวิตไปในทางที่ควร และปรับใช้ในการประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจให้เจริญก้าวหน้า ซึ่งศาสตร์นี้จะทำให้ผู้ที่ได้รับการทำนายทราบถึงจุดเด่นในการพัฒนาตนเอง ไม่ต้องพึ่งไสยศาสตร์  แต่ปรับจากพฤติกรรมโดยตรง นอกจากนี้ผลการพยากรณ์จะเป็นการแนะนำสิ่งถูกต้อง ไม่ผิดศีลธรรมและแนะนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนหรือสูญเสียสิ่งใด ทั้งนี้อยากฝากผู้ที่มารับการพยากรณ์ว่า คนเราเกิดมาพร้อมแผนที่ชีวิตซึ่งเปรียบเหมือนชะตาเกิดซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงได้ เพราะเกิดจากรรมเก่า แต่คนเราสามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตได้เพราะเกิดจากการกระทำในปัจจุบัน การดูโชคชะตาจะช่วยให้เราไม่ทำผิดซ้ำอีก และนำข้อมูลที่ได้ไปพัมนาตนเองให้ดีขึ้นได้”

ภายในงานยังมีนักพยากรณ์จากทีมงานสิริวัฒนาพยากรณ์หลากหลายศาสตร์ที่มีชื่อเสียงอีกมากมายมาสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนทำนายโชคชะตาราศีในรูปแบบต่างๆ ตลอดทั้งงาน อาทิ คฑา ชินบัญชร, ชลกนก ดิตถ์จุลกะ,  ชาติ หวังโซ๊ะ, จุฑามาศ ณ สงขลา, รัตนมณี อียีปต์มนตรา, เจน ธูปพยากรณ์, พิศิษฐ์ จิรยานิชไพศาล, ศุภชัย อนุที,  สรกฤต สหธนกฤตนนท์, มดดำ ละลิลา, ปิยะมาศ ปรัชญาเกรียงไกร เป็นต้น
  ผู้สนใจเข้ารับการพยากรณ์สามารถซื้อบัตรพยากรณ์แบบวันต่อวันในราคาใบละ 400บาทที่บริเวณงาน “สิริวัฒนาพยากรณ์เพื่อโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา”ระหว่างวันที่ 21– 29 เมษายน 2561 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อโทร.0-2251-6458

ปันของใช้ให้เพื่อนของหนู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/322029

ปันของใช้ให้เพื่อนของหนู

วันที่ 19 เมษายน 2561 – 14:20 น.
โรบินสัน,เปิดเทอม,อนวัช สังขะทรัพย์,โรบินสัน สคูล เบรค,แบ่งปันของใช้,กระเป๋านักเรียน,รถเข็นเด็ก,เปลเด็ก,ของใช้เด็กอ่อน,ของเล่นเสริมพัฒนาการ,มูลนิธิเด็กอ่อน,เด็กด้อยโอกาส
เปิดอ่าน 1,377 ครั้ง

โรบินสันชวนแบ่งปันของใช้จำเป็นสำหรับเด็ก มอบให้มูลนิธิเด็กอ่อน-เด็กด้อยโอกาส

          ใกล้ถึงเทศกาลเปิดเทอมของเจ้าตัวน้อยทีไร เหล่าคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครอง คงกำลังปวดหัวกับการเตรียมตัวต้อนรับภาคการศึกษาใหม่ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่สูงปรี๊ด ทั้งค่าเทอม เครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์การเรียน ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน

หวังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมจัดแคมเปญ “โรบินสัน สคูล เบรค” ชวนช็อปพร้อม “ทำดี” ด้วยการแบ่งปันของใช้จำเป็นสำหรับเด็กในสภาพดี ใช้งานได้ เพื่อนำไปมอบให้มูลนิธิเด็กอ่อน และเด็กด้อยโอกาสในจังหวัดต่างๆ กับกิจกรรม “โรบินสันทำดี…ปันของใช้ให้เพื่อนของหนู” ตั้งแต่วันนี้ถึง 23 พฤษภาคม ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสันทั้ง 46 สาขาทั่วประเทศ

ของใช้ต่างๆ เตรียมลำเลียงสู่น้องหนู

อนวัช สังขะทรัพย์

อนวัช สังขะทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เปิดเทอมปีนี้โรบินสันยังคงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขานรับนโยบายรัฐบาลเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายพ่อแม่และผู้ปกครอง ผ่านแคมเปญ โรบินสัน สคูล เบรค พร้อมเดินหน้าสานต่อปณิธานทำดีด้วยการสร้างเครือข่ายแห่งการแบ่งปันเป็นปีที่ 3 ในกิจกรรม

“โรบินสัน ทำดี…ปันของใช้ให้เพื่อนของหนู” ที่จะเชิญชวนร่วมแบ่งปันของใช้จำเป็นสำหรับเด็กในสภาพดี ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋านักเรียน รถเข็นเด็ก เปลเด็ก ของใช้เด็กอ่อน และของเล่นเสริมพัฒนาการเพื่อนำไปมอบให้กับมูลนิธิเด็กอ่อน และเด็กด้อยโอกาสในจังหวัดต่างๆ ที่โรบินสันตั้งอยู่ในช่วงเปิดเทอม

คุณแม่เก๋ สอนน้องตัง ให้รู้จักแบ่งปัน

          พร้อมกันนี้ได้เชิญคุณแม่เซเลบริตี้และลูกรักมาร่วม “ทำดี” เพื่อเป็นการปลูกฝังการแบ่งปัน เริ่มที่คุณแม่คนสวย “เก๋” ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์ บอกว่า ปกติจะสอนเรื่องการแบ่งปันกับลูกๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะการแบ่งปันระหว่างพี่น้อง เพื่อน และคนที่ด้อยโอกาสกว่าเรา เพื่อให้เค้าเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยน โอบอ้อมอารี เค้าจะได้รับความรัก ความเอ็นดูจากคนรอบข้าง วันนี้ชวน “น้องตัง” นำกระเป๋าเป้มาร่วมส่งต่อให้เพื่อนๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งน้องตังก็เต็มใจ ลงมือเลือกเองกับมือเลยทีเดียว

คุณแม่แอน เลือกรองเท้าให้น้องอเล็กซี่

          ด้าน “แอน” ชัชนิต มุสิกไชย มหาคุณ  ที่ชวน “น้องอเล็กซี่” มาด้วย กล่าวว่า อเล็กซี่เป็นลูกบุญธรรมก็จะเน้นสอนเรื่องการแบ่งปันเป็นพิเศษ เพราะเขาจะคิดว่าของทุกอย่างที่พ่อแม่ซื้อให้เป็นของตัวเอง จะไม่รู้จักแบ่งปันให้กับใคร การแบ่งปันที่ให้อเล็กซี่ทำมาตลอด คือ ทุกวันเกิดจะให้นำของไปบริจาคให้บ้านเด็กอ่อนพญาไทที่เขาเคยอยู่ พอโตขึ้นเริ่มรู้ความก็จะให้เขาช่วยตัดสินใจว่าจะนำของชิ้นไหนไปแบ่งปันให้พี่น้องและเพื่อนๆ แรกๆ ก็ไม่ยอมแต่พอเราอธิบายด้วยเหตุผลก็เข้าใจ อย่างวันนี้แอนก็ชวนน้องมาเลือกกระเป๋า รถเข็นเด็ก ร่วมแบ่งปันให้กับเด็กๆ ด้อยโอกาส พร้อมกับให้รางวัลลูกด้วยการพาช็อปของใช้สำหรับเปิดเทอม แต่ก็จะไม่ตามใจลูก จะดูว่าของที่ลูกอยากได้เป็นสิ่งที่ต้องใช้จริงๆ และราคาแพงเกินไป เพื่อให้เขารู้จักคิด และถ้าห้างฯ มีโปรโมชั่นยิ่งดีจะได้สอนลูกให้รู้จักคุณค่าของเงินไปด้วย

สาวกรองเท้าหนังแท้จากนิวยอร์กร่วมฉลอง 4 ทศวรรษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/321890

สาวกรองเท้าหนังแท้จากนิวยอร์กร่วมฉลอง 4 ทศวรรษ

วันที่ 18 เมษายน 2561 – 15:55 น.
ไนน์ เวสท์ เดย์,อุไรรัตน์ อัศวธิตานนท์,รองเท้าหนังแท้,นิวยอร์ก
เปิดอ่าน 1,319 ครั้ง

ฉลอง 4 ทศวรรษรองเท้าจากนิวยอร์ก สาวกสาวไทยร่วมงานคับคั่ง

ไหนๆ ก็เป็นเลขสวยมีความหมายมงคล มหัศจรรย์แห่งหมายเลข 9 ยังเนรมิตความสวยกายสุขใจให้คุณผู้หญิง ล่าสุด อุไรรัตน์ อัศวธิตานนท์ ผู้จัดการทั่วไป จีอาร์ไอ แฟชั่น (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าแบรนด์ไนน์ เวสท์ จัด “ไนน์ เวสท์ เดย์” ฉลองครบรอบ

40 ปีของการก่อตั้งไนน์ เวสท์ ในมหานครนิวยอร์ก แห่งสหรัฐอเมริกา และเพื่อขอบคุณลูกค้าในประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา โดยงานนี้ได้รวมพลบรรดาเซเลบริตี้สาวกรองเท้าหนังแท้ ที่ผนึกสีสันกันมาร่วมงาน อาทิ “คุณกิ๊ก” ม.ล.สมรดา ชุมพล, “น้อยหน่า” เพ็ญสุภา-“หนูนวล” สาริศา คชเสนี, ศุภมาส-“มิลค์กี้” จิราภา ลักษณวิศิษฏ์, อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์, นันทรัตน์ สุรักขกะ, นันทมาศ ศุภนันตฤกษ์, แพร วัชราภัย, “แพร” พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, “ปอนด์” หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา ฯลฯ ที่ซีซีช็อป สยามพารากอน เมื่อวันก่อน

สาริศา-เพ็ญสุภา คชเสนี

แพร วัชราภัย

 

อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์

 อุไรรัตน์ อัศวธิตานนท์ เผยว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีที่แล้ว สาวนิวยอร์กสมัยนั้นไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักวิชาการ พนักงานบริษัท แม้กระทั่งทีนเอจอเมริกัน ต้องใส่รองเท้าไนน์เวสท์ ที่ขายอยู่ที่ตึกระฟ้าโซโลว์บิลดิ้ง ตั้งอยู่เลขที่ 9 เวสท์ ฟิฟตี้ เซเว่น สตรีท ในนิวยอร์ก ซึ่งเลขที่ตั้ง เป็นที่มาของชื่อแบรนด์นั้นเอง และเพราะเป็นรองเท้าบ่งบอกถึงความมีไลฟ์สไตล์ และมีราคาที่จับต้องได้ ในปีนี้เพื่อฉลอง 40 ปี ไนน์ เวสท์ ได้นำความโดดเด่นของแต่ละยุค มาผนึกพลังสวย อาทิ ยุค 70s ยุคดิสโก้ของความเป็นแดนซ์ซิ่งควีน ยุค 80s กับแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์สุดขั้ว ยิ่งใหญ่ยิ่งดี หรือ ยิ่งเยอะยิ่งดี และความแปลกของโครงสร้าง อาทิ รองเท้าส้นใหญ่ด้านบนและเพรียวลงด้านล่างเหมือนโคนไอศกรีม ยุค90s ยุคฮิปสเตอร์ ที่นักศึกษาอเมริกันและกรั๊นจ์มาบรรจบพบกัน รองเท้าส้นตึกสูงๆ กับอารมณ์ “โบโฮ” และพาวเวอร์ของสาวยุค 2000s ผสานเข้าด้วยกัน เป็นสีสันการผนึกพลังสวย สร้างแคปซูลคอลเลกชั่นพิเศษ เชื่อมโยงกับการเดินทางตลอดเส้นทาง 40 ปีนี้ และเพื่อให้แฟนๆ ไนน์ เวสท์ชาวไทยได้มีส่วนร่วมเฉลิมฉลอง

ศุภมาส ลักษณวิศิษฏ์-อุไรรัตน์ อัศวธิตานนท์-จิราภา ลักษณวิศิษฎ์

บรรดาสาวกไนน์ เวสท์ ที่มาร่วมแสดงความยินดี ต่างเผยทรรศนะเกี่ยวกับแบรนด์ในดวงใจ อาทิ “คุณกิ๊ก” ม.ล.สมรดา เล่าว่าชีวิตการทำงานมี 5 วันมากกว่าวันพักผ่อน ต้องยืนอยู่บนรองเท้าส้นสูง เพื่อให้บุคลิกเราดูดี การเลือกรองเท้า มีความสำคัญมาก ทำให้ประชุมงานสำคัญอย่างมั่นใจ เจอผู้ใหญ่ก็เป็นที่ยอมรับเวลาเลือกรองเท้า จะเลือกแบบสไตล์เก๋ๆ ใส่สบายเท้าเป็นอันดับแรก ในขณะที่ “น้อยหน่า” เพ็ญสุภา เผยถึงความประทับใจว่าเป็นแฟนคลับตั้งแต่สมัยเรียนที่เมืองนอก วัสดุดี ใส่แล้วไม่กัด ราคากันเอง วันนี้เลือกลุคสปอร์ตสลิปออนหนังนุ่มมาก เตรียมพร้อมท่องเที่ยวซัมเมอร์

 

นันทมาศ ศุภนันตฤกษ์

แพร วัชราภัย

ทางด้านเซเลบรุ่นใหม่ “แพร” พัณณิตา เผยว่าตอนเริ่มเป็นสาวอายุ 14 ปีได้ ซื้อส้นสูงไนน์ เวสท์ใส่ทน ใช้งานสมบุกสมบันมากค่ะ เวลาซื้อรองเท้า จะเลือกโทนสีดำ สีเบจ สีนู้ด เพราะแมตช์กับทุกชุดได้ง่าย อีกหนึ่งสาว แพร วัชราภัย เผยว่า “ใส่ไนน์ เวสท์ตั้งแต่เป็นเด็กเริ่มหัดใส่ส้นสูง เพราะเป็นแบรนด์ที่คุณแม่ใส่ ช่วงแรก คุณแม่ซื้อแบบไหนก็ใส่ด้วย เพราะเป็นคนเท้าเล็กมาก บางแบรนด์เท่านั้นที่มีไซส์ คิดว่ารองเท้าเป็นแอคเซสโซรี่ ชิ้นสำคัญ ที่ช่วยให้ลุคเราดูสวยสง่าก็ได้ น่ารักคิกขุได้ หรือเท่ได้ ขึ้นกับแต่ละแบบ

บันทึกเรื่องราวผ่านหนังสือ”กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/321086

บันทึกเรื่องราวผ่านหนังสือ”กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์”

วันที่ 17 เมษายน 2561 – 08:30 น.
พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล,กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์,เมลเบิร์น,โตเกียว,เกาะนาโอชิมะ,บาร์เซโลนา
เปิดอ่าน 1,349 ครั้ง

รู้จักคุณแม่ผู้รักในการบันทึกเรื่องราวผ่านหนังสือ “กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์”

การเดินทางทำให้เราได้เรียนรู้กัน และเป็นการเก็บความทรงจำร่วมกันซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ด้วยเหตุนี้ “ตุ๊กตา” พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล คุณแม่ผู้รักในการบันทึกเรื่องราวผ่านตัวหนังสือ แห่งสำนักพิมพ์ยาหยี จึงเปิดตัวหนังสือ 4 เล่มใหม่ “กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์”

ไกด์บุ๊คแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อครอบครัว ชวนพาลูกเปิดโลกกว้าง พ่อแม่เที่ยวสนุกใน 4 เมือง 3 ประเทศสุดหรรษาสนุกกับการเดินทางกุ๊กกิ๊กกับผู้ร่วมคณะทัวร์กุ๊กกิ๊ก คุณพ่อ “บอย” ตรัย ภูมิรัตน และ เด็กหญิงชื่นใจ ขวัญใจคุณพ่อคุณแม่ทั่วไทยในโลกโซเชียล ที่จะมาชวนให้ทุกครอบครัวร่วมออกเดินทางไปกับคณะทัวร์ กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์ ซึ่งประกอบไปด้วย 4 เมือง เมลเบิร์น, โตเกียว, เกาะนาโอชิมะ และบาร์เซโลนา

ตัวอย่างหนังสือ “กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์ 4 เมือง 3 ประเทศ”

ภายในงานร่วมพูดคุยสนุกๆ ถึงเรื่องราวของแต่ละทริป เคล็ดลับและความประทับใจในการเดินทางร่วมกันฉบับครอบครัว กับแขกรับเชิญพิเศษ นาระ เอื้อทวีกุล และ “แก้ม” มลลิกา เรืองกฤตยา ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ คลอเส็ท นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ร่วมเวิร์กช็อปทำเข็ดกลัดสุดว้าวจากแบรนด์ littlemojo และแน่นอนว่างานนี้ครอบครัวนักเดินทาง อาทิ พ.อ.ธีระ-พลอย จริยะเวช, “โป้” ปิยะ ศาสตรวาหา-อภิชนา “น้องชินา”, “แพร” ณกุล ยุคล ณ อยุธยา, “เพียว” รมณี คบคงสันติ กับลูกชาย น้องพูมิ ฯลฯ ไม่พลาดร่วมงานที่โอเพ่นเฮ้าส์ ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เมื่อวันก่อน

พ.อ.ธีระ-พลอย จริยะเวช

พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล-ตรัย ภูมิรัตน และลูกสาว น้องชื่นใจ

พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล เผยว่า หลายคนมักมองว่า การไปเที่ยวครอบครัวเป็นการไปเที่ยวเพื่อลูกเท่านั้น แต่คอนเซ็ปต์ของครอบครัวเราคือ แต่ละทริปเดินทางจะต้องมีเรื่องราวของทุกคน และได้ไปในที่ที่ตัวเองชอบ ไม่ได้ไปแต่สวนน้ำ สวนสัตว์ ดังนั้นพ่อแม่ลูกต่างมีโอกาสได้ไปเที่ยวในสถานที่ที่ตัวเองชอบไปพร้อมๆ กันในทริปเดียว เป็นความสุข ความสนุกของการได้ไปเที่ยวในที่ที่ของตัวเอง นอกจากนี้ในหนังสือยังมีเคล็ดลับการเตรียมของใช้จำเป็นที่ต้องพกไปด้วยทุกทริป ในทุกประเทศ และท้ายเล่มก็มีบันทึกน่ารักๆ เพื่อให้ พ่อ แม่ ลูก ได้เขียนบันทึกสั้นๆ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ ร่วมกันในทริปนั้นๆ และสามารถเก็บไว้ให้ลูกๆ ได้ย้อนกลับมาดูเมื่อเขาเติบโตขึ้นด้วย

มลลิกา เรืองกฤตยา กับลูกสาว “น้องมาหยา”

คุณแม่นักเดินทางมาร่วมบอกเล่าประสบการณ์สนุกเริ่มจาก “แก้ม” มลลิกา เล่าว่าตั้งแต่มีลูกสาวสองคนทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในเรื่องของสัมภาระที่ต้องเพิ่มมากขึ้น รวมถึงจุดหมายปลายทางที่เปลี่ยนไป เช่น ต้องพาเขาไปเที่ยวสวนน้ำ สวนสนุกซึ่งชีวิตปกติคงไม่มีโอกาสได้ไป แต่ก็ต้องยอมแลกเพื่อความสนุกและประสบการณ์ใหม่ที่ลูกๆ จะได้รับ รวมทั้งทำให้เขาได้เห็นโลกในมุมที่แตกต่างออกไป

นาระ เอื้อทวีกุล กับลูกชายทั้งสอง “น้องชาร์วี”-“น้องนาร์วาฬ”

ส่วน นาระ เอื้อทวีกุล เล่าความประทับใจในการเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว ว่าตั้งแต่ลูกคนเล็กอายุครบ 1 สัปดาห์ ก็พาไปเที่ยวนอกบ้านแล้ว ความที่ลูกชายคนโตก็ยังเล็ก ยังไม่มีวีรกรรมแสบซ่ามาก แต่ก็จะมีเรื่องที่ทำให้ได้เห็นพัฒนาการของลูกที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ตอนไปหัวหินแล้วเขาหลุดพูดขึ้นมาว่าจะไปขี่ม้าหรือเรียกให้ดูเจ็ตสกี ทำให้รู้สึกว่าเขาพยายามจะสื่อสารกับเราว่าเขาอยากจะทำอะไร ซึ่งจริงๆ บางครั้งเป็นสิ่งที่เราไม่คิดว่าเขาจะรับรู้ได้ แต่เขาก็รับรู้ได้ทั้งหมดกับบรรยากาศที่เกิดขึ้น

รมณี คบคงสันติ กับลูกชาย น้องพูมิ

แต่งหรูดูโปโล “ออล เอเชีย คัพ 2018” คึกคัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/321055

แต่งหรูดูโปโล “ออล เอเชีย คัพ 2018” คึกคัก

วันที่ 16 เมษายน 2561 – 09:30 น.
โปโล,โปโล ออล เอเชีย คัพ 2018,วี เอส สปอร์ตคลับ,พลตจารึก อารีราชการัณย์
เปิดอ่าน 1,146 ครั้ง

ขี่ม้าโปโล ออล เอเชีย คัพ 2018 พัฒนาศักยภาพนักกีฬาขี่ม้าโปโลในทวีปเอเชีย

การแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโล ออล เอเชีย คัพ 2018 เป็นหนึ่งในรายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาขี่ม้าโปโลในทวีปเอเชีย สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในครั้งนี้เป็นการพบกันระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติฟิลิปปินส์

ผลการแข่งขันคือ ทีมชาติไทยคว้าแชมป์ไปด้วยคะแนน 8.5:6 ที่สนามวี เอส สปอร์ตคลับ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันก่อน

          ในงานนี้ได้รับเกียรติจาก พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการแข่นขันรอบชิงชนะเลิศ พร้อมด้วย กนกศักดิ์ ปิ่นแสง นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย วิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ก่อตั้งสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีกับทีมที่คว้าแชมป์ในปีนี้ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก นพ.วารินทร์ ตัณฑศุภศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย พร้อม ฮาจี อิซมาอิล บิน ฮาจี อับดุล มานัป เอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลามประจำประเทศไทย และ วศิน ไสยวรรณ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุด Multi-Corporate Segment ร่วมชมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์-กนกศักดิ์ ปิ่นแสง มอบถ้วยให้ทีมผู้ชนะการแข่งขัน

 

ภูริต ภิรมย์ภักดี-วิชัย ศรีวัฒนประภา-ปิติ ภิรมย์ภักดี

บรรยากาศในสนามการแข่งขัน

ส่วนบรรยากาศของงานได้เนรมิตสถานที่จัดงานให้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเป็นตะวันออก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โอดิสซีย์ ทู ดิ โอเรียนท์” อย่างอลังการ เปิดตัวด้วยโชว์ “Equestrian Glory of Warrior” ต่อด้วยการแสดงเปิดงานที่ใช้ชื่อโชว์ตามคอนเซ็ปต์ของงาน คือ “โอดิสซีย์ ทู ดิ โอเรียนท์” เพื่อให้แขกทุกท่านได้สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งตะวันออกที่สะกดสายตาของเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ อาทิ อรัญญา มาลีนนท์ อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา, กิตติ พงษ์ศักดิ์, รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์, หม่อมไฉไล ยุคล ณ อยุธยา, วี มาร์, บัณพร เอี่ยมอมรพันธ์, ภูริต-ปิติ ภิรมย์ภักดี, อัครรัฐ วรรณรัตน์, กรกนก ยงสกุล, ชญานินท์ สุขขะสันติกูล, พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ เป็นต้น

.ดร.สุนันท์ สิงห์สมบุญ-วรมาศ ศรีวัฒนประภา-นันทวรรณ สุขขะสันติกูล

ศศิวิมล ดารารัตน์โรจน์ เจ้าของรางวัลเบสท์ สไตลิส

และสุดยอดไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยคือผู้ชมจะลงไปย่ำสนาม “สตอมปิ้ง เดอะ ดิวอทส์” สัมผัสหญ้านุ่มๆ ซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญของผู้เข้าชมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลเพื่อกลบดินและเกลี่ยรอยเท้าม้าให้พื้นสนามเรียบ และเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้โอกาสพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะกัน รวมถึงให้แขกผู้มีเกียรติที่มาได้ประชันชุดสำหรับการประกวด “เบสท์ เดรส อวอร์ด” ให้แก่สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษที่แต่งกายโดดเด่นและเข้าคอนเซ็ปต์ “โอดิสซีย์ ทู ดิ โอเรียนท์” มากที่สุด โดยฝ่ายหญิงคือ นันทวรรณ สุขสันติกุล และ ดร.สุนันท์ สิงห์สมบุญ ฝ่ายชายคือ Mr.Christopher Giercke ต่อด้วยรางวัล “เบสท์ สไตลิส” ฝ่ายหญิงคือ ศศิวิมล ดารารัตนโรจน์และฝ่ายชายคือ ปนุ สมบัติยานุชิต ในส่วนของ “รางวัลขวัญใจช่างภาพ” ฝ่ายหญิงคือ ยุวเรต ศรุตานนท์ และฝ่ายชายคือ ปิติ ภิรมย์ภักดี ปิดท้ายด้วยการมอบ “รางวัลม้าฝีเท้าดี” คือ จังเก้งทรู และ “รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า” คือ ไมกี้ โรเมโร่

ครอบครัวเซเลบฝ่าค่ายกลนินจา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/321254

ครอบครัวเซเลบฝ่าค่ายกลนินจา

วันที่ 15 เมษายน 2561 – 10:00 น.
ขวัญแก้ว สิริจินดา,รักษิต รักการดี,จิราภา ลักษณวิศิษฏ์,เซเลบ,นินจา เมซ เดอะ บิ๊ก แอดเวนเจอร์ พรีเซ็นเต็ด บาย เอส โคล่า
เปิดอ่าน 1,392 ครั้ง

เปิดนิทรรศการ “นินจา เมซ เดอะ บิ๊ก แอดเวนเจอร์ พรีเซ็นเต็ด บาย เอส โคล่า” การผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ ฝ่าค่ายกลนินจา ยกทั้งหมู่บ้านนินจาออกมาจากญี่ปุ่น

น้องไท-น้องทีน่า เศรษฐบุตร

เปิดโอกาสให้ชาวไทยทุกเพศทุกวัยได้มาทดสอบความกล้าและปฏิภาณไหวพริบฝ่าค่ายกลลึกลับของหมู่บ้านนินจาต้นตำรับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น นำโดย ขวัญแก้ว สิริจินดา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมธุรกิจ ฝ่ายการตลาด ร่วมกับ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) นำโดย รักษิต รักการดี ผู้อำนวยการแผนกคอนเสิร์ตและกิจกรรมพิเศษ จัดเปิดนิทรรศการ “นินจา เมซ เดอะ บิ๊ก แอดเวนเจอร์ พรีเซ็นเต็ด บาย เอส โคล่า” การผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ ฝ่าค่ายกลนินจา ยกทั้งหมู่บ้านนินจาออกมาจากญี่ปุ่น พร้อมเผยความลับชีวิตนินจาในรอบ 1,000 ปี

ช้างน้อย-วิสทา-น้องเอรา-น้องไอริน กุญชร ณ อยุธยา

      โดยในงานเปิดมี “ใหม่” สยาม เศรษฐบุตร นำทีมลูกๆ น้องไท-น้องทีน่า เศรษฐบุตร เช่นเดียวกับครอบครัวกุญชร ณ อยุธยา นำโดย ช้างน้อย-วิสทา-น้องเอรา-น้องไอริน กุญชร ณ อยุธยา“เอิร์น” จิรวัฒน์ เหมันต์สุทธิกุล และ “มิลค์กี้” จิราภา ลักษณวิศิษฏ์ ร่วมบุกบ้านนินจาอิงะริว ที่เวสต์เกตฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต เมื่อวันก่อน

สยาม เศรษฐบุตร บอกว่า ตั้งแต่เด็กๆ เราจะคุ้นเคยกับการ์ตูนเรื่องนินจาฮาโตริ เราก็จะคลั่งไคล้ในเรื่องความฉลาดและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งก็ฮาโตริก็เป็นนินจาสำนักอิงะเหมือนกัน ขณะที่ “น้องไท เศรษฐบุตร” บอกว่า วันนี้ได้เรียนรู้หน้าที่ของนินจา และได้รู้ว่ากว่าจะเป็นนินจาได้ต้องฝึกหนักมาก และชอบทุกด่าน เพราะท้าทายและสนุกมาก ส่วน “น้องทีน่า” ปิดท้ายว่าชอบด่านชิงช้าทรงตัวที่สุด หนูว่านินจาเก่งมากๆ และการเป็นนินจามันยากมากด้วย

จิรวัฒน์ เหมันต์สุทธิกุล-จิราภา ลักษณวิศิษฏ์ 

      วิสทา กุญชร ณ อยุธยา เผยว่าพอบอกลูกว่าจะพามาบ้านนินจาเขาก็ตื่นเต้นมาก เพราะเคยพาไปบ้านนินจาที่ญี่ปุ่น ลูกประทับใจจนวิ่งเข้าออกอยู่หลายรอบ พอได้มาที่นี่ความทรงจำเดิมกลับมา ลูกสาวทั้งสองคนชอบเล่นกีฬาและการปีนป่าย ในหมู่บ้านนินจาที่นี่แต่ละด่านจะมีประตูยอมแพ้ที่เดินออกไปได้เลย แต่เขากลับไม่ยอมแพ้ ทำให้เห็นว่าลูกมีใจสู้ต่ออุปสรรค เราประทับใจในเรื่องสถานที่กว้างขวาง จำลองเป็นหมู่บ้านนินจาได้ดีเกินคาด โครงสร้างแข็งแรง