เซเลบร่วมยินดี 7 ปีแห่งความสำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/356396

เซเลบร่วมยินดี 7 ปีแห่งความสำเร็จ

วันที่ 20 ธันวาคม 2561 – 22:00 น.
อมรสิริ บุญญสิทธิ์,นูเมโร ไทยแลนด์,นิตยสารนูเมโร ไทยแลนด์,กรองกาญจน์ ชมะนันทน์,มนตร์ลดา พงษ์พานิช,ชนัดดา จิราธิวัฒน์,7ปี นิตยสารนูเมโร ไทยแลนด์,อมรสิริ บุญญสิทธิ์ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 307 ครั้ง

แจกรางวัลผลิตภัณฑ์แบรนด์ความงาม 4 สาขา

“จ๋า” อมรสิริ บุญญสิทธิ์ บรรณาธิการนิตยสารนูเมโร ไทยแลนด์ จัดงานฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 อย่างงดงาม พร้อมมอบรางวัลผลิตภัณฑ์แบรนด์ความงาม เบสท์ บิวตี้ แบรนด์ โปรดักส์ 2018-19 มากถึง 4 สาขา เพื่ออัพเดทเทรนด์ความงามและยังถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการเลือกซื้อของขวัญสำหรับเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังร่วมแสดงความยินดีกันคับคั่ง อาทิ “คิด” คณชัย เบญจรงคกุล, เจย์-“เปิ้ล” จริยดี สเปนเซอร์, “ก้อง” กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี, “เรต” ยุวเรต ศรุตานนท์, “ก๊องส์” กรองกาญจน์ ชมะนันทน์, “ส้ม” ชนัดดา จิราธิวัฒน์, ม.ล.สมรดา ชุมพล, “นุช” นุชนาถ ระวีแสงสูรย์ และ “มิ้นต์” ณิชชา บุณยากร ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ แบงค็อก สุขุมวิท เมื่อวันก่อน

มนตร์ลดา พงษ์พานิช-อมรสิริ บุญญสิทธิ์-ชนัดดา จิราธิวัฒน์-กรองกาญจน์ ชมะนันทน์

ภายในงานตื่นตาตื่นใจไปกับแฟชั่นโชว์เครื่องประดับอันเลอค่าที่มาในลุคเสื้อผ้าจากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์กับโชว์ “บิวตี้เจมส์ x เดอะ แพรอท แบงค็อก ฟอลล์/วินเทอร์ 2018” พร้อมเพลิดเพลินไปกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินรุ่นใหญ่ที่มาร่วมสร้างเสียงดนตรีอันไพเราะให้เป็นค่ำคืนที่น่าจดจำ และพบกับเซอร์ไพรส์เมนูอาหารจานพิเศษด้วยฝีมือการรังสรรค์จากเชฟของครัวห้องอาหารมาร์เก็ต คาเฟ่ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ แบงค็อก สุขุมวิท ช่วยเติมเต็มความอร่อยให้แก่ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และเอาใจผู้หลงใหลในศาสตร์ตัวเลขกับ “ดร.ไก่” มัทนาปวีณย์ สาระคุณมนตรี ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ตัวเลข ที่มาแชร์เกี่ยวกับพลังอำนาจของตัวเลขที่ส่งเสริมด้านต่างๆ ให้ชีวิตรุ่งโรจน์ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังได้ลุ้นไปกับงานประกาศรางวัลเบสท์ บิวตี้ แบรนด์ โปรดักส์ 2018-19 ที่นูเมโร ไทยแลนด์ตั้งใจมอบให้ผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่า ปิดท้ายด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้จากคณะเต้นรำฟลามิงโก้มืออาชีพชื่อดังจากประเทศสเปน ที่มาเปิดฟลอร์ให้เหล่าเซเลบริตี้สนุกสุดเหวี่ยง นับเป็นดินเนอร์ปาร์ตี้ส่งท้ายปีที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

จริยดี-เจย์ สเปนเซอร์

ธิติ มหาโยธารักษ์-จงจิตต์ อินทุ่ง-วิรัตน์ ลีมากุล

วสุ สกุลอนันต์-มนตร์ลดา พงษ์พานิช-สนิทพิมพ์ สงวนสัตย์

“จ๋า” อมรสิริ กล่าวว่า นูเมโรทำงานมาด้วยความตั้งใจและอยากเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของทุกท่าน เนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 หวังว่าในปีหน้าจะช่วยสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้แก่วงการสื่อประเทศไทย ในปีที่ผ่านมาเราได้สร้างสื่อสองภาษา ชื่อ The Thailanders ซึ่งจะร่วมกันสร้างผลงานที่มีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ในปีต่อๆ ไป

“นิโคลีน” กลับไทยแล้วพร้อมสานต่องานออทิสติก-อยากกินชาบู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/356390

“นิโคลีน” กลับไทยแล้วพร้อมสานต่องานออทิสติก-อยากกินชาบู

วันที่ 20 ธันวาคม 2561 – 18:05 น.
นิโคลีน,นสพิชาภา ลิมศนุกาญจน์,มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018,รองอันดับ 1 มิสเวิลด์ 2018,ควีน ออฟ เอเชีย,นิโคลีน คมชัดลึก
เปิดอ่าน 485 ครั้ง

“นิโคลีน” พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ หอบตำแหน่งรองอันดับ 1 มิสเวิลด์ 2018 พ่วงควีน ออฟ เอเชีย กลับเมืองไทย

เมื่อเวลา 15.02 น.วันที่ 20 ธันวาคม ที่อาคารผู้โดยสารชั้น 2 ประตู 10 ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย น.ส.พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ หรือ “นิโคลีน” มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 หลังจากได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 มิสเวิลด์ 2018 พ่วงตำแหน่งควีน ออฟ เอเชีย จากการประกวดรอบตัดสินที่เมืองซานย่า สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมาได้ฤกษ์เดินทางกลับประเทศไทย ด้วยสายการบินฮ่องกง แอร์ไลน์ เที่ยวบิน HX775 ฮ่องกง-กรุงเทพฯ โดยบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และบริษัท สตาร์ดอม เอเชีย จำกัด ในนามกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ ร่วมกับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จัดพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไบรอัล แอล.มาร์การ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้เดินทางมาต้อนรับ “นิโคลีน” ด้วยตัวเองถึงประตูทางออก นอกจากนี้ยังมีเพื่อนนางงามอีกหลายคน เช่น “แพรว” น.ส.แพรววนิต เรืองทอง รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018, “การ์ตูน” น.ส.ณัฏฐณิชา บุญปอง แชนแนลทรี แอมบาสเดอร์ เป็นต้น คอยต้อนรับ ก่อนที่ขบวนกลองยาวจะเริ่มบรรเลงเพลงสุดครึกครื้น รอต้อนรับ พร้อมกองทัพสื่อมวลชน แฟนคลับนางงาม และประชาชนทั่วไป หลายคนเตรียมภาพถ่ายนิโคลีนมาชู อีกทั้งมีป้ายชื่อขนาดใหญ่รอต้อนรับอย่างอบอุ่น ทันทีที่มาถึง ”นิโคลีน” ได้ส่งยิ้มพร้อมโบกมือทักทายผู้มาต้อนรับก่อนจะขึ้นเวทีแล้วโผเข้าสวมกอด นางสุวิชา โฮจิ มารดาที่มารอตั้งแต่เช้า จากนั้นก้มลงไปกราบเท้าด้วยความตื้นตันใจ โอกาสนี้ น.ส.ธัญชนก มูลนิลตา รุ่นพี่มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015 รับหน้าที่สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกแรกที่กลับมาเมืองไทยหลังได้รับตำแหน่ง โดยนิโคลีนกล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้ เรียกว่าไม่เหนื่อย เพราะรู้ว่ามีคนไทยมารอรับอยู่ แต่ไม่คิดว่าแฟนๆ จะมารอรับเยอะขนาดนี้ ตลอดเวลาที่ไปประกวดก็รู้ว่าไม่ได้ไปคนเดียว รู้ว่ามีกำลังใจจากทุกคนไปด้วยเสมอ เมื่อเห็นแฟนๆทุกคนที่มารอ ก็รู้สึกขอบคุณมากๆ มีความสุข

เมื่อพิธีกรได้ถามถึงวินาทีที่ผ่านเข้ารอบ นิโคลีนกล่าวว่า ตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก และตื่นเต้นที่ในที่สุดที่สร้างประวัติศาสตร์สำเร็จ เพราะรู้ว่าไม่ได้แค่สร้างประวัติศาสตร์ของตัวเอง แต่ยังเป็นนางงามไทยที่สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีมิสเวิลด์แล้ว โดยหลังจากที่ประกวดจบในวันที่ 8 ธันวาคม ก็ได้อยู่ทำกิจกรรมต่อที่เมืองซานย่า ประเทศจีน และอยู่ทำความรู้จักกับสาวงาม และองค์กรมิสเวิลด์ทั่วโลก

“นิโคลขอขอบคุณทุกคน ทุกสะเต็ปของนิโคลีนที่อยู่บนเวทีรู้ว่ามีคนไทยคอยอยู่เคียงข้าง และภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย    ขอบคุณทุกคนที่ช่วยโหวต กดไลค์รูป ช่วยแชร์ และเป็นกำลังใจให้อยู่เสมอ  นิโคลตั้งเป้าไว้ว่า จะทำให้ดีที่สุดเพื่อประเทศไทย นำสายสะพายประเทศไทยเข้ารอบให้ลึกที่สุด ทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าทีทำได้ เพื่อให้ได้มายืน ณ จุดนี้ ” นิโคลลีน เผย
จากนั้นรองอันดับ 1 มิสเวิลด์คนแรกในประวัติศาสตร์ไทย ได้โชว์คัลเลอร์การ์ดควงโบกธงชาติไทยให้ได้รับชมแบบสดๆ เพราะเป็นความสามารถพิเศษที่เธอได้รับเลือกให้เล่นใหญ่ยืนเป็นเซ็นเตอร์ควงโบกธงช่วงโชว์เปิดรอบตัดสินมิสเวิลด์ 2018 ที่ทั่วโลกยังทึ่งกับความสามารถของตัวแทนประเทศไทย
ทั้งนี้ หลังจากให้สัมภาษณ์บนเวทีแล้ว นิโคลีนได้ลงมาเพื่อตอบข้อซักถามของบรรดาสื่อมวลชนต่อ โดยผู้สื่อข่าวถามว่ามงกุฎที่สวมมาวันนี้มีความหมายอย่างไร นิโคลีตอบว่าเป็นของตำแหน่ง “ควีน ออฟ เอเชีย” ส่วนมงกุฎรองอันดับหนึ่งได้ใส่ระหว่างอยู่เมืองจีน 1 สัปดาห์หลังจากที่ไดเรับตำแหน่ง วันนี้จึงอยากสวมมงกฎอีกอันมาให้คนไทยดู ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนประกาศผล 5 คนสุดท้ายรู้สึกอย่างไร นิโคลีนบอกว่า ตอนนั้นหูดับไปเลย รู้สึกเงียบมาก เงียบขนาดนี้ก็ยังไม่ได้ยินเสียงอะไรในฮอลล์เลย พอได้ยินคำว่า “ไทยแลด์” ก็รู้สึกว่าเราได้เข้ามาลึกมาก นี่คือประวัติศาตร์ของประเทศไทย แล้วก็เดินขึ้นไปรับตำแหน่งอย่างภูมิใจ นี่คือจุดที่ลึกที่สุดที่ประเทศไทยได้เข้ารอบ มีความสุขมากๆ

“วินาทีนั้นบอกตัวเองว่าอย่าล้มๆ เพราะนี่คือวินาทีที่สำคัญที่สุดห้ามล้มเด็ดขาด แล้วเริ่มกังวลเหงื่อออกที่มือ เขาจะเรียกเราอีกไหม หรือว่าจะหยุดที่ท็อปห้า ภาวนาว่าขอเข้าไปอีกให้ลึกที่สุด อย่างน้อยก็รอง อย่างดีก็มงฯ ไปเลย กดดันมาก แต่ช่วงที่ตื่นเต้นที่สุดคงเป็นช่วงที่ต้องเป็นผู้นำควงธงชาติไทยบนเวที เพราะรอนานมากกว่าจะได้ขึ้นโชว์ พอได้โอกาสที่ย่ิงใหญ่ก็กังวลว่าจะทำธงตกไหม แต่ก็ภูมิใจที่ได้พาธงชาติไทยไปอยู่ในแด้นซ์ ออฟ เดอะ เวิลด์ ดีใจมากๆ เราทำได้ทุกอย่างที่เราคิด ขณะเดียวกันนิโคลรู้ล่วงหน้า 3 อาทิตย์ว่าจะต้องมาทำหน้าที่นี้ แม้แต่แม่ก็ยังไม่รู้เลย ที่แน่ๆ ซ้อมทุกวันตลอด 3 อาทิตย์เลย” สาวนิโคล เผยปนรอยยิ้ม

ผู้สื่อข่าวถามว่าเครียดไหมระหว่างประกวด จริงๆ แล้วเหนื่อยเรื่องของเวลาการตื่นนอน เวลาไปทำกิจกรรม แต่สิ่งที่ทำให้หายเหนื่อยก็คือ อย่างแรกคือแฟนๆชาวไทย อย่างที่สองพยายามมีเพื่อนในกองเยอะๆ มีเพื่อนสนิทเป็นแคนาดา อเมริกา เม็กซิโก อยากให้ทุกคนมีความสุขเราไม่ได้อยู่บนเวทีคนเดียว เพราะเราไม่ได้ใส่สายสะพายแค่ชื่อเราคนเดียว แต่เรานำไปทั้งประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่าอะไรคือจุดแข็งที่ทำให้ชนะใจกรรมการได้ นิโคลลีนตอบในทันทีว่า คงเป็นการที่เราเป็นตัวของตัวเอง บวกกับที่ทำโครงการจิตอาสา “เลิฟ ฟอร์ ออลล์” โครงการให้โอกาสผู้ป่วยออทิสติก ทำจริงๆ รับรู้ปัญหาจริงๆ เราสามารถที่จะสื่อสารออกไปให้ทุกคนทราบได้ นี่คือจุดแข็งของเรา และการที่ต้องแข็งกับสาวงามกว่าร้อยประเทศ ความยากอยู่ที่ ทุกคนเก่งหมด สวยหมด มีความสามารถ มีความแข็งแรง และมีทัศนคติที่ดีทุกคน แล้วแต่ปีนั้นเข้าจะสัมผัสได้ถึงตัวตนของใคร เพราะว่าทุกคนสามารถเป็นมิสเวิลด์ได้หมด สามารถที่จะทำงานร่วมกับทุกคน ประทับใจมากที่คุณจูเลียเลือกเรา
ผู้สื่อข่าวถามถึงภารกิจต่อไปในฐานะทีมมิสเวิลด์ 2018 นิโคลีน แย้มว่าปีนี้มีภารกิจบิวตี้ ออฟ เดอะ เพอร์โพส ทัวร์ หรือ นางงามจิตกุศล จะเดินทางไปหลายประเทศ อย่างแอฟริกา เม็กซิโก ประเทศไทย อินเดีย เริ่มพฤษภาคมปีหน้า ส่วนงานด้านจิตอาสาของตนเองก็จะสานต่องานเกี่ยวกับผู้ป่วยออทิสติก อย่างแรกเลยจะมีศูนย์ประสานงานการกุศลนั่นคือส่วนหนึ่งของความคืบหน้าโครงการนี้ ที่สำคัญคุณจูเลีย ประธานองค์กรมิสเวิลด์จะเดินทางมาเมืองไทยด้วย มาช่วยโครงการเลิฟ ฟอร์ ออลล์ และผลักดันให้ไปสู่ต่างประเทศได้

“คุณจูเลียเข้ามาบอกว่ายินดีกับตำแหน่งนี้ เขาเป็นคนพูดน้อย แต่เป็นคนจริงใจกับทุกสิ่งที่เขาพูดออกมา เรารู้สึกได้ถึงความจริงใจของเขา ตอนประกวดนิโคลรู้สึกว่า เลิฟ ฟอร์ ออลล์ ได้ไปสู่ชาวโลกแล้ว ทุกคนถึงรู้ถึงศักยภาพของเด็กออทิสติก ทั้งโลกรู้ว่าเด็กออทิสติกต้องมีที่ยืนในสังคม นิโคลจะทำงานต่อไป เพื่อให้เด็กเหล่านี้ ยืนหยัดได้อย่างแข็งแรง  ในกองประกวดมีหลายประเทศที่ทำงานเกี่ยวกับเด็กออทิสติก อย่างอินโดนีเซีย บังคลาเทศ เราได้แชร์ไอเดียกัน บางคนถามนิโคลว่าเราสอนภาษาอังกฤษให้น้องๆ ยังไง นอกจากนี้นิโคลยังได้สอนดนตรีให้น้อง ๆ ไม่แน่โอกาสต่อไปพวกเขาอาจจะเดินทางมาร่วมกันทำงานในเมืองไทย รู้สึกภูมิใจที่จะมีคนมาช่วยทำให้โครงการเราแข็งแรงขึ้น” นิโคลีน แจกแจง
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับโครงการนี้ที่มีน้องชายออทิสติกเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ หลังได้รับตำแหน่งนิโคลีนได้พูดคุยอะไรกับน้องชายบ้างหรือไม่ ซึ่งสาวจิตใจงามบอกว่า ตอนนั้นน้องชายได้ส่งคลิปวิดีโอมาให้ดูขณะอยู่ในรถบัส ก่อนเดินทางไปขึ้นเวทีประกวดรอบสุดท้าย ตนเห็นแล้วน้ำตาไหล โดยน้องบอกว่า “คุณทำได้” เป็นคำพูดแค่ไม่กี่คำ แต่รู้ว่าน้องจริงใจมาก น้องไม่ต้องการให้เราได้ที่หนึ่ง แต่อยากให้เรามีความสุขกับการประกวด นิโคลเองก็อยากให้น้องมีความสุขเช่นกัน
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามถึงเส้นทางสายนางงามของนิโคลลีนมาถึงจุดสูงสูดแล้วหรือยัง? เจ้าตัว บอกปนใบหน้าเปื้อนยิ้มว่าถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ตำแหน่งมิสเวิลด์ แต่รู้สึกว่านี่แหละคือความภูมิใจของประเทศ จะนำความสำเร็จนี้ไปถ่ายทอดแก่รุ่นน้อง โดยเฉพาะการเตรียมตัวเข้าประกวด ปีหน้าใครอยากมาประกวดมาได้เลย สัญญาว่าจะช่วยน้องให้มากที่สุด ถ่ายทอดทุกส่ิงทุกอย่าง

“ถามว่าได้อะไรจากเวทีนี้บ้าง สิ่งแรกคืออย่ายอมแพ้ และยังทำมันต่อไป เช่น น้องๆ ออทิสติกอยากให้มีคนคอยสนับสนุนเขาตลอดเวลา เหมือนอย่างที่นิโคลมีคนมาสนับสนุน อยากให้ทุกคนรู้ว่าอย่ายอมแพ้ พยายามต่อไป ถ้าคุณยังไม่ถึงเป้าหมายของคุณ ก็ต้องมีเป้าหมายต่อไป เพื่อก้าวไปถึงจุดนันให้ได้ นิโคลอยากขอบคุณคุณแม่ แม้อยู่เบื้องหลังทุกๆ ส่ิง ทุกๆอย่าง ทุกเข็มกลัดที่แม่ติดอยู่บนเสื้อนิโคล เป็นส่ิงที่นิโคลตื้นตันมากๆ นิโคลรู้สึกโชคดีมากที่มีคุณแม่ที่มหัศจรรย์ขนาดนี้ ขอบคุณแม่มีเป็นคุณแม่ที่วิเศษที่สุดบนโลกใบนี้ อยากให้คุณแม่ภูมิใจในตัวของตัวนิโคลีนค่ะ”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จากที่ แคทรีโอนา เกรย์ มิสยูนิเวิร์ส 2018 เคยได้ตำแหน่งรองอันดับ 1 บนเวทีมิสเวิลด์ และกลับมาแก้มือจนคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สปีนี้ได้นั้น ส่วนอยากสานต่อบ้างแบบนี้หรือไม่   นิโคลีน เผยว่า ตอนนี้ อยากมุ่งเรื่องการทำงานกับมิสเวิลด์ กับบีอีซี เทโรก่อน มีความสุขมากๆ แล้ว ต่อจากนี้อยากเรียน อยากทำงาน แต่ถ้าโอกาสเข้ามาเราก็อยากลองดู ตำแหน่งนี้ถือว่าสูงสุด ณ ตอนนี้แล้ว แต่อนาคตเป็นสิ่งที่เดาไม่ได้ ตอนนี้ขอเรียนก่อน ทำงาน เก็บเงิน ใช้วิชาที่เรียนเรื่องธุรกิจไปผลักดันโครงการ เลิฟ ฟอร์ ออลล์
“ตั้งแต่ได้ตำแหน่ง นิโคลีนต้องเตรียมตัวประกวด พอได้ตำแหน่งก็ต้องออกไปงานทุกวัน จนไปประกวด หรือโครงการเลิฟ ฟอร์ ออลล์ ก็มีวันที่นิโคลีนเหนื่อยมากๆ แต่ก็บอกตัวเองว่าเราไม่ได้เหนื่อยเพื่อตัวเอง แต่เหนื่อยเพื่อคนอื่น”
ท้ายที่สุดผู้สื่อข่าวถามว่า กลับมาเมืองไทยวันแรกอยากกินอะไรมากที่สุด นิโคลลีนตอบทันที ว่าชาบูค่ะ ที่เมืองจีนอาหารอร่อย แต่ก็ไม่เหมือนบ้านเรา อยู่บ้านเราได้กินกับเพื่อนๆ รู้สึกว่ามีความสุขกว่า

ย้อนความทรงจำแสนสุขช่วงคริสต์มาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/356243

ย้อนความทรงจำแสนสุขช่วงคริสต์มาส

วันที่ 19 ธันวาคม 2561 – 18:00 น.
คริสต์มาส,ซานตาคลอส
เปิดอ่าน 227 ครั้ง

“คริสต์มาส” เทศการเฉลิมฉลองเติมเต็มความสุขในครอบครัว

มาถึงแล้วกับช่วงเวลาดีๆ เทศกาล “คริสต์มาส” ที่ทุกคนรอคอย ก่อนก้าวสู่ศักราชใหม่ไปด้วยกัน โดยปีนี้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี และห้างเซ็นทรัลชิดลม ตั้งใจมอบประสบการณ์ความสุขสุดพิเศษให้ทุกคนมาร่วมสนุกด้วยกันแบบจัดเต็มในงาน “เลท’ส เซเลเบรท 2019 ทูเกทเตอร์” ภายใต้บรรยากาศการเฉลิมฉลองบนดินแดนมหัศจรรย์ของ “ซานตาคลอส” กับ “ไจแอนท์ซานต้า” คู่หูดูโอขนาดสูงกว่า 10 เมตร และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอกาสนี้เหล่าเซเลบริตี้รุ่นใหม่อย่าง “แน้ป” ธนาภา โปษยานนท์, “ฟอร์ด” จารุเดช บุญญสิทธิ์, “จุ๋ย” จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ได้เล่าถึงความประทับใจในบรรยากาศคริสต์มาสและปีใหม่ในความทรงจำ พร้อมเผยถึงการเฉลิมฉลองเติมเต็มความสุขในครอบครัวให้ฟังด้วย

ธนาภา โปษยานนท์

          เซเลบสาวสวยใส “แน้ป” ธนาภา เล่าให้ฟังว่า สมัยที่เรียนอยู่ที่ต่างประเทศ ช่วงคริสต์มาสเป็นช่วงเวลาที่แน้ปจะได้กลับมาเมืองไทย ได้เจอครอบครัว ได้รับประทานอาหารกันพร้อมหน้าพร้อมตา และทุกปีเราจะไปฉลองกันที่บ้านพักตากอากาศที่หัวหิน

จารุเดช บุญญสิทธิ์

          ด้านเซเลบหนุ่มหล่อหน้าใสมาดนุ่ม “ฟอร์ด” จารุเดช เล่าว่าเมื่อถึงเทศกาลคริสต์มาสทีไรก็จะนึกถึงบทเพลงเพราะๆ นึกถึงรอยยิ้มที่มีความสุข และเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวเราจะได้มาอยู่กันพร้อมหน้า ซึ่งการให้เวลาแก่ครอบครัว ได้อยู่กับคนที่เรารัก เป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดแล้ว

จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

          ปิดท้ายที่เซเลบสาวสวยมีสไตล์ “จุ๋ย” จรสพรรณ เผยถึงคริสต์มาสในความทรงจำว่า นึกถึงความเป็นครอบครัวใหญ่ที่ได้รับประทานอาหารด้วยกัน ความที่แต่ละคนมีหน้าที่การงานต้องรับผิดชอบมากขึ้น โอกาสมารวมตัวกันพร้อมหน้าจึงค่อนข้างยาก ดังนั้นเมื่อถึงวันคริสต์มาสและปีใหม่จึงเป็นช่วงเวลาพิเศษมากๆ สำหรับทุกคนที่จะได้มาอัปเดตชีวิต มาเล่าสู่กันฟัง สำหรับปีนี้จุ๋ยตั้งใจรับหน้าที่ทำอาหารและขนมให้ครอบครัวได้รับประทาน อยากเห็นทุกคนมีรอยยิ้มและมีความสุข ซึ่งตัวเราเองก็มีความสุขไปด้วย

งาน Let’s Celebrate 2019 ‘Together’ เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 17 มกราคม 2562 ที่บริเวณทางเชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิตสู่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และฝั่งลานมรกต บนตึกเซ็นทรัลชิดลม และแวดล้อมด้วยเหล่ามินิซานต้านับร้อยที่ยกขบวนกันมาสร้างสีสัน ตื่นตากับต้นคริสต์มาสขนาดมหึมาสูงกว่า 30 เมตร เทียบเท่าตึก 7 ชั้น สูงที่สุดในประเทศไทย ท่ามกลางการตกแต่งด้วยบอลลูนและไฟคริสต์มาสกว่า 1 ล้านดวง ตลอดแนวสี่แยกเพลินจิตจนถึงสี่แยกชิดลม นอกจากนี้ตื่นตาตื่นใจไปกับ Let it Snow! หิมะโปรยปรายกลางกรุง ที่ลานมรกต และบริเวณโถงเปียโน ชั้น 1 พร้อมชวนให้เก็บภาพแล้วแชร์บนโซเชียลมีเดียระหว่างเวลา 12.00–20.00 น.

บันทึกประวัติศาสตร์พระราชไมตรีของในหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/356137

บันทึกประวัติศาสตร์พระราชไมตรีของในหลวง ร.9

วันที่ 18 ธันวาคม 2561 – 17:44 น.
นวมินทรบรมนาถราชไมตรี,บัณฑูร ล่ำซำ,ธนาคารกสิกรไทย,จิระนันท์ พิตรปรีชา,มรวจักรรถ จิตรพงศ์,อนันต์ ชูโชติ
เปิดอ่าน 375 ครั้ง

“นวมินทรบรมนาถราชไมตรี” หนังสือดีสู่เยาวชน

พระราชกรณียกิจด้านการเจริญพระราชไมตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กับนานาประเทศ เป็นประวัติศาสตร์ทรงคุณค่าและน่าจดจำของเหล่าพสกนิกรไทย ซึ่งในโอกาสครบ 59 ปีแห่งพระราชกรณียกิจสำคัญนี้ ธนาคารกสิกรไทย นำโดย บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ได้จัดทำหนังสือ “นวมินทรบรมนาถราชไมตรี” เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิธ ประมวลพระราชกรณียกิจในการเจริญพระราชไมตรีกับนานาประเทศของพระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อให้ปวงชนชาวไทยโดยเฉพาะอนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้ โดยจะมอบหนังสือดังกล่าวให้แก่สถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาทุกแห่งในประเทศ ตลอดจนหน่วยงานราชการต่างๆ จัดแถลงข่าวแจกแจงรายละเอียดโดยมีแขกเหรื่อ อาทิ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์, อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร, ทวีสิน ใจห้าว, ดร.แถมสุข -รณดล นุ่มนนท์, พันพิน ต่วนโสภณ, ศิริรัตน์ ภาศักดิ, สุธาทิพย์ ธัชยพงษ์, กนิษฐา ไกรฤกษ์, กัณทาทิพย์ สิงหเนติ, มนต์ฤดี วัชรประทีป, อารสา อัทพรพงษ์, อัจฉรา เสริบุตร เป็นต้น มาร่วมชื่นชมหนังสือดี ที่ชั้น 39 ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน

นวมินทรบรมนาถราชไมตรี

 บัณฑูร ล่ำซำ

         บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ พระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการเจริญพระราชไมตรีกับ 28 ประเทศและอีกหนึ่งนครรัฐ ในช่วงปี 2502-2537 นับเป็นพระราชกรณียกิจอันสำคัญยิ่งอีกด้านหนึ่งที่ทรงปฏิบัติเพื่อเกียรติภูมิของไทยปรากฎในสากล ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าที่ควรบันทึกไว้เพื่อให้ปวงชนและอนุชนชาวไทยได้ศึกษาหาความรู้และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้

ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์

         เนื่องในโอกาสวันที่ 18 ธันวาคม 2561 เป็นวันครบรอบ 59 ปีแห่งการเจริญพระราชไมตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐเวียดนามเป็นแห่งแรก ในวันที่ 18 ธันวาคม 2502 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเสด็จพระราชดำเนินเจริญพระราชไมตรี ธนาคารกสิกรไทยในฐานะองค์กรหนึ่งที่อยู่ใต้ร่มพระบารมีรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ของพระองค์ จึงได้จัดทำหนังสือเทิดพระเกียรติ “นวมินทรบรมนาถราชไมตรี” รวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ ภาพพระราชกรณียกิจ พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบรมราโชวาท ภาพยนตร์พระราชกรณียกิจ (จัดทำเป็นคิวอาร์โค้ด) ตลอดจนเนื้อหาทางประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญที่คณะผู้จัดทำได้จัดทำและเรียบเรียงขึ้นใหม่ จัดพิมพ์จำนวน 15,999 เล่ม ความหนา 590 หน้า แต่ละบทมีคลิปวีดิทัศน์พระราชกรณียกิจแทรกอยู่ในเนื้อหาหนังสือ จำนวน 41 ตอน ความยาวตอนละประมาณ 2 นาที มอบให้เป็นวิทยาทานแก่สถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาในประเทศ ตลอดถึงหน่วยงานราชการต่าง ๆ โดยไม่มีการจำหน่ายแต่อย่างใด สำหรับผู้สนใจสามารถอ่านได้ที่ http://www.นวมินทรบรมนาถราชไมตรี.com หรือดาวน์โหลดอ่านฟรีในรูปแบบ e-Book จากแอปฯ Ookbee

กัณทาทิพย์ สิงหเนติ-มนต์ฤดี วัชรประทีป-อารสา อัทพรพงษ์-อัจฉรา เสริบุตร

ดร.แถมสุข -รณดล นุ่มนนท์-บัณฑูล ล่ำซำ

          หนังสือ “นวมินทรบรมนาถราชไมตรี” ได้ประมวลพระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินเจริญพระราชไมตรีกับนานาประเทศ แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์ในการดำเนินพระราชวิเทโศบายในการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีกับนานาประเทศเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาของประชาชน สื่อมวลชน ตลอดจนผู้นำของประเทศต่าง ๆ ที่เสด็จพระราชดำเนินเยือน ส่งผลให้เกิดความเข้าใจและการยอมรับในสถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยมีเอกลักษณ์ที่ควรแก่การยกย่องสมกับที่ไทยเป็นประเทศที่มีอารยธรรมสืบทอดมายาวนานหลายศตวรรษ นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ ซึ่งส่วนหนึ่งได้ก่อเกิดเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งเป็นการวางแนวทางการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย

พันพิน ต่วนโสภณ-ศิริรัตน์ ภาศักดิ-สุธาทิพย์ ธัชยพงษ์-กนิษฐา ไกรฤกษ์

จิระนันท์ พิตรปรีชา

         ทั้งนี้ บัณฑูร กล่าวในตอนท้ายว่า โครงการจัดทำหนังสือเทิดพระเกียรติ “นวมินทรบรมนาถราชไมตรี” เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นด้วยความเคารพเทิดทูนและจงรักภักดีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์ เฉกเช่นโครงการที่เคยทำมาในอดีต เช่น โครงการจัดทำหนังสือและสารคดีกึ่งละครโทรทัศน์ชุด “ธิราชเจ้าจอมสยาม” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในวาระครบ 100 ปีแห่งการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี 2553 โครงการจัดทำหนังสือและสารคดีกึ่งละครโทรทัศน์ชุด “ศึกเก้าทัพ” ร่วมกับกองทัพบก เพื่อปลุกจิตสำนึกให้คนไทยรักสามัคคี หวงแหนแผ่นดินไทย และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ในวาระเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในปี 2555 ตลอดจนโครงการเฉลิมพระเกียรติต่างๆ ที่ได้จัดทำและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ได้ทรงแสดงพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการสืบสานแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจต่อจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ ธนาคารกสิกรไทยจึงขอเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่จะสนองพระราชปณิธานนั้น โดยการถวายความจงรักภักดีด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพร้อมที่จะส่งเสริมวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองของชาติไทยให้ประจักษ์ในสากลโลกต่อไป

ของขวัญจากใจให้น้องๆ ขายแดนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/356050

ของขวัญจากใจให้น้องๆ ขายแดนใต้

วันที่ 18 ธันวาคม 2561 – 11:45 น.
ของขวัญจากใจ,มิลเลี่ยนกิฟท์ล,มิลเลี่ยนสมายล์ ปี 9,ขวัญชิ้นใหม่,บุษบา จิราธิวัฒน์,พิชัย จิราธิวัฒน์,พลอธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์,เซ็นทรัล ทำ,เซ็นทรัล ทำ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 501 ครั้ง

เชิญมอบของขวัญชิ้นใหม่แทนคำว่า “รักและห่วงใย” ในเทศกาลปีใหม่และวันเด็กปี 2562

ท่วงทำนองของความสุขกลับมาบรรเลงขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับน้ำใจของคนไทยที่ไม่มีที่สิ้นสุด กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ กองทัพบก สานต่อกิจกรรมดีๆ เพื่อน้องๆ และเยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอใน จ.สงขลา กับโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์ ปี 9” ของขวัญจากใจ เพื่อรอยยิ้ม ความหวัง และกำลังใจ โดยเชิญชวนทุกคนมาร่วมส่งมอบของขวัญชิ้นใหม่แทนคำว่า รัก และห่วงใย เนื่องในเทศกาลปีใหม่และวันเด็กปี 2562

พิชัย จิราธิวัฒน์-พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์-บุษบา จิราธิวัฒน์

“เต้ง” พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เผยถึงความตั้งใจในการสร้างสรรค์โครงการดีๆ ให้น้องๆ ว่า เยาวชนคืออนาคตของประเทศ แต่มีเด็กๆ จำนวนมากที่ต้องได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้นอกเหนือจากการใส่ใจการศึกษาและโภชนาการที่สมบูรณ์ให้แก่น้องๆ การสร้างขวัญกำลังใจให้เยาวชนกลุ่มนี้ เป็นสิ่งไม่ควรมองข้าม กลุ่มเซ็นทรัลจึงร่วมกับกองทัพบกจัดกิจกรรม “มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์” ของขวัญจากใจ เพื่อรอยยิ้ม ความหวัง และกำลังใจ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ภายใต้ โครงการเพื่อสังคมหลัก “เซ็นทรัล ทำ” เชิญชวนประชาชน ภาครัฐ ภาคีเอกชน และพันธมิตรคู่ค้า ร่วมมอบของขวัญชิ้นใหม่ ที่ไม่เคยผ่านการใช้มาก่อน อาทิ จักรยาน อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์เครื่องเขียน ของเล่นเด็ก ให้แก่น้องๆ และเยาวชนที่อาศัยอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมถึง 4 อำเภอใน จ.สงขลา ได้แก่ อ.จะนะ อ.นาทวี อ.เทพา และอ.สะบ้าย้อย

วินีย์ รายนานนท์ 

วิทูวัฒน์ อังสนานนท์-จุฑาทิพย์ ติยะวัชรพงศ์ และลูกสาว

เขมธิดา โอสถาพันธุ์-อนินทร์ ศิริวุทธินันท์

สำหรับพิธีเปิดโครงการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในธีม “แบ่งฝัน ปันยิ้ม” เพราะเราเชื่อว่าทุกการแบ่งปัน คือการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้เพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ โดยของขวัญที่ได้รับจากทุกคนจะถูกนำไปคัดแยกและลำเลียงโดยกองทัพบก ก่อนส่งถึงมือน้องๆ เนื่องในเทศกาลปีใหม่และวันเด็กปี 2562 เพื่อต่อยอดเทศกาลแห่งความสุขเป็นเทศกาลแห่งการให้ด้วยการสร้างรอยยิ้มที่สดใสให้เด็กๆ อีกครั้ง” โดยมีเหล่าเซเลบริตี้มาร่วมมอบของขวัญมากมาย อาทิ วิทูวัฒน์ อังสนานนท์, จุฑาทิพย์ ติยะวัชรพงศ์, นิศากร สิหนาทกถากุล, เขมธิดา โอสถาพันธุ์, อนินทร์ ศิริสุทธินันท์, วินีต์ รายนานนท์ ฯลฯ พร้อมร่วมส่งกำลังใจผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรมรับมอบของขวัญ กิจกรรมแต่งตัวตุ๊กตา กิจกรรมถ่ายภาพแห่งรอยยิ้ม ร่วมเขียนการ์ดส่งความสุขให้น้องๆ

นิศากร สิหนาทกถากุล และลูกชาย

ทั้งนี้ ตลอดเวลาของการดำเนินโครงการมิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์ ที่ผ่านมาสามารถระดมของขวัญได้มากกว่า 1,500,000 ชิ้น และสร้างความสุขให้เด็กๆ มาแล้วไม่ต่ำกว่า 520,000 คน ซึ่งเป็นพลังน้ำใจจากคนไทย และหน่วยงานทุกภาคส่วนในการสร้างปรากฏการณ์ของคาราวานของขวัญแทนใจที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน”

ด้าน พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า การเป็นผู้ให้ซึ่งก่อเกิดจากสังคมที่เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน จะช่วยสร้างความหวังและกำลังใจแก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ตลอดจนเป็นคนดีของสังคมและพร้อมที่จะกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศของเราต่อไป

พลังแห่งสาวงามเพื่อที่สุดในจักรวาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/355940

พลังแห่งสาวงามเพื่อที่สุดในจักรวาล

วันที่ 17 ธันวาคม 2561 – 14:20 น.
มิสยูนิเวิร์ส 2018,มิสยูนิเวิร์ส,แคทรีโอนา เกรย์,โศภิดา กาญจนรินทร์
เปิดอ่าน 286 ครั้ง

94 สาวงามจากทั่วโลกร่วมแสดงพลังหญิงบนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018

วันนี้ที่รอคอยของแฟนคลับนางงามก็เดินทางมาถึง หลังจากที่ใช้เวลาเฟ้นหาสาวงามผู้ได้ชื่อว่า สวยที่สุดในจักรวาล และมีความเป็น Empower Woman มาร่วม 1 เดือน ในที่สุดรอบตัดสินผู้ที่จะคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส 2018ไปครองก็ได้เปิดฉากขึ้นอย่างอลังการเวลา 07.00 น. ในบ้านเราหรือตรงกับเวลาทุ่มตรงของประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำเสนอความเป็นไทยบนเวทีการประกวดทว่าต้องสอดคล้องกับความเป็นสากลของเวทีมิสยูนิเวิร์ส

สีสันสาวงาม 94 ประเทศจากทั่วโลกบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2018

โชว์พลังความงามในชุดว่ายน้ำ

ภายในมีเซเลบริตี้ในเมืองไทยจากทุกวงการ โดยเฉพาะในแวดวงสาวงาม อาทิ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, ยุทธศักดิ์ ศุภสร ผู้ว่า ททท. “ปุ๊ก” อาภัสรา หงสกุล อตีดนางงามจักรวาลคนแรกของเมืองไทย, “น้ำตาล” ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2016, “อร” อรอนงค์ ปัญญาวงศ์, “ชาม” ไอยวริญท์ โอสถานนท์, “จ๋า” อลิสา พันธุศักดิ์, “อั่น” ภูวนาท คุนผลิน, “มาร์ค” ธาวิน เพียวตง “เต้” ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, “วู้ดดี้”วุฒิธร มิลินทจินดา, “บี” ปิยะวรรณ สารสิน, “มิ้งค์” ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ, “มีมี่” มิลิน ยุวจรัสกุล ฯลฯ ร่วมเกาะขอบเวทีชม ท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนนางงามทั่วโลกกระหึ่มฮอลล์อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันก่อน

รำไทยสอดประสานความเป็นสากล

พี่นางงามจักรวาลไม่พลาดร่วมส่งกำลังใจ

          บนเวทีเวทีจัดเต็มรูป Super X ส่งตรงจากฮอลลีวูดที่พร้อมให้คนไทยสัมผัสเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์เวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์ส เป็นความตั้งใจให้ผู้ชมและแฟนนางงามได้ใกล้ชิดกับสาวงามมากที่สุดให้สมกับการรอคอย ได้รับการรังสรรค์โดยทีมโปรดักชั่นระดับโลกที่เนรมิตเวทีออสการ์และซูเปอร์โบวล์ที่ขนอุปกรณ์ระดับมืออาชีพบินลัดฟ้าจากฮอลลีวูดมายังประเทศไทยเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และไม่ลืมโชว์ลวดลายกราฟฟิคบนเวทีเป็นลายกนกของไทยตัดทอนปรับเปลี่ยนสีด้านหลังตามซีนไปเรื่อยๆ หลังจากสาวงามทั้ง 94 ประเทศเปิดตัวโดยชุดราตรีสั้นด้วยรอยยิ้มสดใสไปพร้อมๆ กับการร่ายรำแบบไทยผสมผสานกับการร้องเพลของนักร้องชื่อดัง ก็เข้าสู่การประกาศชื่อสาวงามผู้เข้ารอบ 20 คน

โศภิดา กาญจนรินทร์ 

เห่อแฮน เนีย สาวงามจากเวียดนาม

ชุดประจำชาติยอดเยี่ยมจากประเทศลาว

แคทรีโอนา เกรย์ มิสยูนิเวิร์ส 2018

          แล้วการประกวดฯ ก็ดำเนินมาถึงรอบ 10 คนสุดท้าย ซึ่ง “นิ้ง” โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ไม่ทำให้แฟนคลับสาวงามชาวไทยผิดหวังในรอบนี้ ซึ่งหลังจากนี้ พิธีการได้ประกาศรางวัลชุดประจำชาติ ก็เป็นสาวงามจากลาว อรออนงค์ หอมสมบัติ มาในชุดที่ออกแบบเป็นกินรีสีทองตามคติความเชื่อท้องถิ่น ได้รางวัลอันทรงเกียรตินี้ไปครอง ก่อนจะเปิดเวทีให้สาวงามอวดเรือนร่างอันงดงามในชุดว่ายน้ำจากแบรนด์ sirivannavari และชุดราตรีหรูหราตามลำดับ จนกระทั่งมาถึงรอบ 5 คนและ 3 คนเพื่อตอบคำถามจากคณะกรรมการ ในที่สุดสาวงามจากประเทศฟิลิปปินส์ แคทรีโอนา เกรย์ ในชุดสีแดงเพลิงก็ส่งประกายออร่าจนคว้ามงกุฎ มิสยูนิเวิร์ส 2018 ไปครองตามความคาดหมาย และความดีใจของแฟนคลับนางงามทั้งของไทยและต่างประเทศ

แฟชั่นนิสต้ายลบูติคโฉมใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/355748

แฟชั่นนิสต้ายลบูติคโฉมใหม่

วันที่ 16 ธันวาคม 2561 – 10:00 น.
มิว มิว,Miu Miu,ปียารัตน์ ชวนะนันท์
เปิดอ่าน 338 ครั้ง

บูติคสวยงามพร้อมนำเสนอคอนเซปต์การตกแต่งรูปแบบใหม่สาขาแรกในประเทศไทย

มิว มิว (Miu Miu) เผยโฉมบูติคอันสวยงามอีกครั้ง พร้อมนำเสนอคอนเซปต์การตกแต่งร้านในรูปแบบใหม่เป็นสาขาแรกในประเทศไทย สะท้อนถึงอัตลักษณ์ความสง่าและหรูหราของแบรนด์ได้อย่างร่วมสมัยลงตัว โดยในวันเปิดงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารแบรนด์ มิว มิว ปียารัตน์ ชวนะนันท์ และผู้บริหารสยามพารากอน อาทิ มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์, แคโรไลน์ เซซิเลีย เมอร์ฟีย์ ร่วมด้วยแขกผู้มีเกียรติ อาทิ กัลยารัตน์ อัครเดชเดชาชัย, สลิลาพร กองทองมณีโรจน์, “รี่” ภัทรี ภักดีบุตร, ทพญ. พีรญา ทั่งทอง, “ยูมิ” นริพร เคียงศิริ, พีรดา รัตนะรัต, “พลอย” ชวพร เลาหพงศ์ชนะ, “เป๋า” วฤธ หงสนันทน์, “โอ๋” หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ, “โต” พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูลฯลฯ มาร่วมงานอย่างคับคั่งพร้อมสัมผัสกับ มิว มิว คอลเลกชั่นประจำฤดูก่อนใบไม้ร่วง-ฤดูหนาวปี 2019 ที่ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน

แคโรไลน์ เซซิเลีย เมอร์ฟีย์-ชญาภา จูตระกูล- มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์

ณพิชญา รัชชานนท์กุล-ทพญ. พีรญา ทั่งทอง-ดวงฤทัย โชติบูรณ์วงศ์

หรูหราในโทนสีฟ้า

บนพื้นที่กว่า 140 ตารางเมตร ได้ปรับแต่งเป็นโทนสีฟ้าเพื่อเฉลิมฉลองร้านคอนเซปต์ใหม่โดยเฉพาะ ทั้งผนังและพื้นอยู่ในโทนสีเดียวกัน เสมือนเป็นกล่องสีโมโนโครมสร้างบรรยากาศภายในร้านให้รู้สึกอบอุ่นและกันเองแต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามที่ร่วมสมัย ไม่เพียงเท่านี้ ผนังรอบร้านตลอดจนชั้นวางแสดงสินค้าได้ตกแต่งด้วยผ้าลาย Damask สีฟ้าเช่นกัน กระจกภายในร้านนั้นมีความยาวตั้งแต่พื้นสูงถึงเพดาน พื้นที่ปูพรมสีฟ้าอ่อนสื่อสารความหรูหราอันสอดคล้องไปกับภาพรวมของร้าน ขับกันได้ดีกับราวแขวนเหล็กและกระจกเงาวาว เสริมให้สินค้ายิ่งโดดเด่นสะดุดตา โต๊ะและโซฟาถูกบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีฟ้าทอลาย Damask ล้อไปกับลูกเล่นการตกแต่งร้านในคอนเซปต์ใหม่ มอบผลงานอันผสมผสานไว้ทั้งกลิ่นอายความหรูหราและความสวยงามแบบสุภาพสตรีที่ปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่

กัลยารัตน์ อัครเดชเดชาชัย-ปียารัตน์ ชวนะนันท์-สลิลาพร กองทองมณีโรจน์

นริพร เคียงศิริ-พีรดา รัตนะรัต

หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ-พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล

สำหรับคอลเลกชั่นในซีซันนี้ มิว มิว ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพื้นที่ที่ใช้จัดแสดงแฟชั่นโชว์ ที่ Hôtel Regina กรุงปารีส ซึ่งตั้งอยู่ใน Place des Pyramides จัตุรัสสาธารณะอันเปรียบเสมือนบ้านของผลงานศิลปะชิ้นเอกของศิลปินชื่อดัง Emmanuel Frémiet อย่างรูปปั้นฌาน ดาร์ก (Jeanne d’Arc) หรือโจน ออฟ อาร์ค (Joan of Arc) ปี 1874 โดยโรงแรมเปรียบเสมือนกับศูนย์รวมที่พบปะของเรื่องราว ความลับ และปริศนามากมาย ยิ่งวันและคืนหมุนเวียนไปเท่าไหร่ ยิ่งมีความน่าสนใจชวนค้นหามากขึ้นเท่านั้น

ฉลองเปิดบูติคใหม่ที่ไอคอนสยาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/355742

ฉลองเปิดบูติคใหม่ที่ไอคอนสยาม

วันที่ 15 ธันวาคม 2561 – 08:00 น.
ดิออร์,เลดี้ ดิออร์ แอส ซีน บาย,ครุยส์ 2019
เปิดอ่าน 298 ครั้ง

เซเลบร่วมชื่นชมคอลเลกชั่นล่าสุด “ครุยส์ 2019” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของนักขี่ม้าที่ให้ความสำคัญต่อความเป็นผู้หญิง

มอบประสบการณ์ในการช็อปปิ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสง่างามและความร่วมสมัยอันไร้ซึ่งกาลเวลาของโลกดิออร์ ณ บูติกแห่งใหม่ของดิออร์ ลักชัวรี่แบรนด์ระดับโลก บนชั้นเอ็ม โซนไอคอนลักซ์ ภายในไอคอนสยาม อันงดงามด้วยแรงบันดาลใจจากแฟล็กชิปแห่งแรกของดิออร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงปารีส ที่โดดเด่นด้วยการวางผังที่เปิดโล่ง เรียบหรู และเพื่อเป็นการฉลองการเปิดบูติคแห่งใหม่นี้ ดิออร์ยังได้จัดแสดงนิทรรศการ “เลดี้ ดิออร์ แอส ซีน บาย” แสดงผลงานกระเป๋าเลดี้ ดิออร์ แฟชั่นเฮาส์ดิออร์ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1995 โดยนิทรรศการจะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 20 มกราคม 2562

มลชยา เตชะไพบูลย์-อารีรัตน์ กฤษณะสมิต-ศรีศุภางค์ มอฤทธิ์-สุรีย์ รัตนหิรัญญา-สุริยน ศรีอรทัยกุล-สรัญทร เตชะไพบูลย์-นันทวัน แสงธรรมกิจกุล

วิลาสินี สุรเลิศรังษี-อริยะ เตชะไพบูลย์

ธราภุช คูหาเปรมกิจ-ณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม-อัครรัฐ วรรณรัตน์

ภายในงานเปิดบูติกแห่งใหม่คับคั่งไปด้วยแฟนแบรนด์ตัวจริง อาทิ “ศรี” ศรีศุภางค์ มอฤทธิ์, สุรีย์ รัตนหิรัญญา, “หนึ่ง” สุริยน ศรีอรทัยกุล, “กิฟท์” สรัญทร เตชะไพบูลย์, “ปอ” ศีกัญญา ศักธิเดช ภาณุพันธ์, “เบอร์ดี้” ปาวา นาคาศัย, “เป๋า” วฤธ หงสนันทน์ เป็นต้น ที่มาร่วมชื่นชมคอลเลกชั่นล่าสุด “ครุยส์ 2019” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของนักขี่ม้าที่ให้ความสำคัญต่อความเป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นกระโปรงบานยาว งานปักอันวิจิตร สีสันอันสดใส หมวกและดอกไม้ตกแต่งขนาดใหญ่ ซึ่งมาเรีย กราเซีย คิอูริ อาร์ทิสติคไดเรกเตอร์ของคอลเลกชั่นเสื้อผ้าสุภาพสตรีของดิออร์ สำหรับคอลเลกชั่นครุยส์ 2019 นี้ ได้นำองค์ประกอบดังกล่าวมาตีความ โดยผสมผสานประเพณีดั้งเดิมและความเป็นอิสรภาพเข้าด้วยกันด้วยวิธีการอันร่วมสมัย

กรกฤช เจียรพินิจนันท์

          กรกฤช เจียรพินิจนันท์ ช่างภาพหนุ่ม กล่าวว่า แฟชั่นกับศิลปะดำเนินไปเป็นคู่ขนาน ทั้งในแง่ของวัตถุพยานทางประวัติศาสตร์ และในฐานะของการเป็นผลผลิตทางวัฒนธรรม ประทับใจในแง่มุมต่างๆ ของดิออร์ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของประวัติศาสตร์และในแง่ของการนำมาพัฒนาเป็นชิ้นงาน ในแง่ของความทรงจำและการเดินทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงความประทับใจเหล่านั้นนำมาพัฒนาเป็นงานศิลปะอย่างที่เห็นในวันนี้

ปาวา นาคาศัย เดินชมนิทรรศการ

          ด้านเซเลบสาวสวย “เบอร์ดี้” ปาวา เผยว่า ชอบผลงานของโอลิมเปีย สแกร์รีย์ ตั้งแต่เห็นกระเป๋าในรูปบัตรเชิญแล้ว ยิ่งมาเห็นของจริงซึ่งสวยมาก และมีความหมายที่ดีด้วย ซึ่งดิออร์เป็นแบรนด์แฟชั่นที่ขึ้นชื่อเรื่องอาร์ตอยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นกระเป๋า แต่วัสดุต่างๆ และเรื่องราวในการสร้างสรรค์กระเป๋าแต่ละใบก็ไม่เหมือนกัน สำหรับเสน่ห์ของกระเป๋าดิออร์ที่ทำให้เป็นแฟนแบรนด์จนถึงวันนี้ คือดีไซน์ที่มีความคลาสสิก และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความประณีต และพิถีพิถันในการรังสรรค์กระเป๋าขึ้นมาแต่ละใบ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานอาร์ต และเป็นแฟนตัวจริงของดิออร์ ไม่ควรพลาดมาชมนิทรรศการครั้งนี้

วฤธ หงสนันทน์

          ขณะที่ “เป๋า” วฤธ หนุ่มหล่อที่พิถีพิถันในการแต่งตัว บอกว่า ปัจจุบันแบรนด์แฟชั่นระดับลักชัวรี่ในยุคนี้ เน้นเจาะกลุ่มวัยรุ่นค่อนข้างมาก สำหรับตัวเองมองว่าเสน่ห์ของดิออร์ เมนส์ คือความเรียบง่ายของเสื้อผ้าที่มีคลาส และเสริมบุคลิกให้ผู้สวมใส่ดูดีมากยิ่งขึ้น โดยส่วนตัวชอบสูทของดิออร์มาก ทั้งคัตติ้งดี มีความประณีต ช่วยทำให้บุคลิกดีขึ้น

สาวกม้าลำพองชวนสัมผัสยนตรกรรมหรู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/355499

สาวกม้าลำพองชวนสัมผัสยนตรกรรมหรู

วันที่ 13 ธันวาคม 2561 – 15:00 น.
คาวาลลิโน มอเตอร์,เฟอร์รารี่,เฟอร์รารี่ จีทีซี 4 ลุซโซ,กันธิชา ฉิมศิริ,นันทมาลี ภิรมย์ภักดี,ธนน วีอารยะ,อภิเนสภ์ พรพิบูลย์,จรินทร์ ธรรมวัฒนะ,ดอยธิเบศร์ ดัชนี
เปิดอ่าน 2,579 ครั้ง

เฟอร์รารี่ จีทีซี 4 ลุซโซ รถคันโปรดตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง

สนุกสนานกันอย่างเต็มที่ในงาน “ดิ อาเตอร์ ไซด์ ออฟ ลุซโซ เอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้” ซึ่ง บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เฟอร์รารี่แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดขึ้นสำหรับลูกค้าคนสำคัญท่ามกลางบรรยากาศ มูนไนท์ ซิเนม่า แสนรื่นรมย์ ที่สุโขทัย การ์เด้น วิลล่า โรงแรมสุโขทัย เมื่อวันก่อน โดยมีเหล่าแฟนพันธุ์แท้ม้าลำพองร่วมงานกันอย่างคึกคัก

          ภายในงานมีการเปิดตัวไวรัลวิดีโอถ่ายทอดความประทับใจในเฟอร์รารี่ จีทีซี 4 ลุซโซ รถคันโปรดที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง โดยแขกรับเชิญสุดพิเศษ อภิเนสภ์ พรพิบูลย์ ประธานชมรม “เฟอร์รารี่ โอนเนอร์ส คลับ ไทยแลนด์” ซึ่งเป็นตัวแทนของ “เอเวอรี่เดย์ ลุซโซ” แม้จะมีเฟอร์รารี่รุ่นพิเศษไว้ครอบครอง แต่รุ่น จีทีซี 4 ลุซโซ เป็นซูเปอร์คาร์ที่ขับขี่ได้สำหรับทุกวัน “จิน” จรินทร์ ธรรมะวัฒนะ ถ่ายทอดเรื่องราวครอบครัวสุดน่ารักที่ใช้เวลาร่วมกันในวันหยุด และมีความสุขในการเดินทางไปพร้อมๆ กับรถคันโปรด “ลุซโซ ฟอรื แฟมิลี่” รวมไปถึง “ลุซโซ แอนด์ อาร์ต” ได้รับการถ่ายทอดผ่าน “ม่องต้อย” ดอยธิเบศร์ ดัชนี ที่เปรียบ จีทีซี 4 ลุซโซ เสมือนงานศิลป์ที่ล้ำค่า

อภิเนสภ์ พรพิบูลย์-จรินทร์ ธรรมวัฒนะ-ดอยธิเบศร์ ดัชนี

นันทมาลี ภิรมย์ภักดี

          “บิ๋ง” นันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ กล่าวว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัส จีทีซี 4 ลุซโซ รถเฟอร์รารี่ลักชัวรี จีที 4 ที่นั่ง ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายและสมบูรณ์แบบสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน บ่งบอกถึงความทรงพลัง หรูหรา และสะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่เพื่อผู้ที่ต้องการสัมผัสสุนทรียะแห่งการขับขี่ในทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นระยะทางสั้นๆ หรือการเดินทางไกล ในสภาวะถนนบนภูเขา หรือถนนในเมือง ตอบโจทย์สำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการพลังขับเคลื่อนที่ไม่ธรรมดา แต่ยังต้องการความสะดวกสบายในห้องโดยสาร ด้วยภาพลักษณ์ที่สง่างาม คล่องตัว และหรูหราในทุกรายละเอียด

ธีรรัตน์ จงประเสริฐ-ไปรยา ไทยชาติ-จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง-ภาพิชชา พรพิบูลย์-ฑิพาภรณ์ ตระกูลพูนทรัพย์

ธนน วีอารยะ

          “นน” ธนน วีอารยะ หนึ่งในผู้ครอบครอง เฟอร์รารี่ จีทีซี 4 ลุซโซ กล่าวว่า เป็นความคุ้มค่าที่ประเมินราคาไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของความรู้สึก เพราะนอกจากตอบสนองเรื่องการใช้งานและสมรรถนะแล้ว รถรุ่นนี้ยังมอบช่วงเวลาดีๆ ให้คนในครอบครัวหรือเพื่อนๆ ได้ใช้เวลาร่วมกันในรถคันนี้ เพราะเป็นรถสี่ที่นั่ง ต่างจากรุ่นอื่นๆ จึงเท่ากับซื้อรถคันเดียวแต่ได้รถสองคัน และสิ่งที่ชอบที่สุดคือ การไม่โชว์ตัวเองของลุซโซ ที่หากไม่ใช่คนที่เล่นรถตัวจริง และมองไกลๆ จะไม่ทราบเลยว่านี่คือเฟอร์รารี่ ผมจึงชอบในความไม่เหมือนใครของคันนี้ด้วย

กันธิชา ฉิมศิริ 

          ด้าน “ยุ้ย” กันธิชา ฉิมศิริ สาวสวยผู้รักความเร็ว และมีประสบการณ์ท้าทายในสนามแข่งขันร่วมกับซูเปอร์คาร์อย่างเฟอร์รารี่มาหลายรุ่น กล่าวว่า ชอบเฟอร์รารี่เพราะเป็นรถสปอร์ตที่สามารถใช้ได้ทุกวัน และมีการพัฒนาที่ก้าวหน้าขึ้น มีความทันสมัย ระบบปลอดภัยทำงานได้ดีมากในเวลาฉุกเฉิน เกาะถนนได้ดี ทำให้สนุกและไม่รู้สึกกลัวเวลาอยู่ในสนามแข่ง และเสียงเครื่องยนต์เวลาเร่งเครื่องก็หล่อเท่มาก สำหรับรุ่นล่าสุดนี้มีโอกาสลองขับแล้ว ประทับใจในไอเดียใหม่ๆ ซึ่งไม่เคยเห็นในรถสี่ที่นั่ง เป็นรถอเนกประสงค์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถสปอร์ตเพราะเกาะถนนดีมาก นิ่งมาก และฉลาดมากในการออกแบบพื้นที่จัดเก็บสัมภาระซึ่งมีขนาดใหญ่

เซเลบสาววัยทำงานส่องชุดโปรดจากแดนมังกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/355502

เซเลบสาววัยทำงานส่องชุดโปรดจากแดนมังกร

วันที่ 13 ธันวาคม 2561 – 07:00 น.
หม่า เจี้ยน เฉิง,สาวิตรี โรจนพฤกษ์,จารุจิต ใบหยก,อรชุมา ดุรงค์เดช,แฟชั่น,แดนมังกร,โอ-วี-วี,เครือไห่หลัน กรุ๊ป,เซ็นทรัลเวิลด์
เปิดอ่าน 357 ครั้ง

แฟชั่นยักษ์ใหญ่จากมณฑลเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เปิดตัวแบรนด์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

แบรนด์แฟชั่นอินเตอร์พรีเมียมจากแดนมังกร “โอ-วี-วี” (OVV) ในเครือไห่หลัน กรุ๊ป บริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่จากมณฑลเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน นำเข้าโดย บริษัท เอช แอล เอ การ์เม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “โอ วี วี ซอฟท์ โอเพนนิ่ง” เปิดตัวแบรนด์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

เปา เซียว – หม่า เจี้ยน เฉิง – จาง เจี้ยน กั๋ว

พร้อมเชื้อเชิญเวิร์กกิ้งวูเมนผู้มีสไตล์การแต่งตัวเป็นของตัวเอง อาทิ “เกมส์” ดวงพร ปฐวีกานต์, “บุ๋ม” จารุจิต ใบหยก, “เฟย์” อรชุมา ดุรงค์เดช, “จูน” สาวิตรี โรจนพฤกษ์ มาร่วมยินดีและสัมผัสคอลเลกชั่นใหม่ก่อนใคร งานนี้ทีมผู้บริหารจากไห่หลัน กรุ๊ป นำโดย เปา เซียว กรุ๊ป ไดเร็คเตอร์ ออฟ อินเตอร์เนชั่นแนล บิซิเนส ดีพาร์ทเม้นท์ หม่า เจี้ยน เฉิง ผู้จัดการทั่วไป และ จาง เจี้ยน กั๋ว ไดเร็คเตอร์ ออฟ ไห่หลัน โอเวอร์ซี มาร์เก็ตติ้ง ดีพาร์ทเม้นท์ บินตรงมาต้อนรับด้วยตัวเอง ที่โอ-วี-วี สโตร์ โซนเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน

จารุจิต ใบหยก

“โอ-วี-วี” เน้นเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงวัยทำงานที่รักการแต่งตัวเรียบหรูอย่างมีสไตล์ คอนเซปต์หลักของแบรนด์คือการผสมผสานความสวยงามทันสมัยที่สามารถเข้าถึงง่ายโดยไม่ต้องพยายาม อีกทั้งยังมาพร้อมกับราคาที่จับต้องได้ ใส่ทำงานและปาร์ตี้ได้ในเวลาเดียวกัน น้อยแต่ดูดี

ทุกชิ้นได้รับการออกแบบโดยทีมดีไซเนอร์จากมิลาน, ลอนดอน, โซล, ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ ไลน์แฟชั่นแบ่งออกเป็น 3 สไตล์ ได้แก่ นิว คลาสสิก, สมาร์ท แคชชวล และ แวเคชั่น แอนด์ อีเวนท์ เพื่อให้สาวๆ ได้เลือกสรรสไตล์ที่เหมาะกับตนเองมากที่สุด

อรชุมา ดุรงค์เดช

หลังจากได้ชมคอลเลกชั่นสวยๆ ภายในร้าน สาวช่างเลือกต่างแชร์ไอเดียการแต่งตัวอันเป็นเอกลักษณ์ เริ่มจากสาวดีไซเนอร์เครื่องประดับ “บุ๋ม” จารุจิต เผยว่า ปกติชอบแต่งตัวเรียบๆ คุมโทนสีดำหรือขาวแบบไม่ต้องคิดเยอะ แต่ถ้าต้องไปทำงานหรืองานปาร์ตี้ต่อก็จะเลือกเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งทำงานและไปปาร์ตี้ช่วงเย็นต่อได้เลย อยู่ที่การจับคู่แฟชั่นให้เข้ากับบุคลิกและกาลเทศะ ขณะที่นักธุรกิจและแฟชั่นนิสต้าสาว “เฟย์” อรชุมา แย้มว่าชอบแต่งตัวแนวผู้หญิงทำงานที่มีความสมาร์ท คล่องตัว มั่นใจ ถ้าสามารถใส่ไปออฟฟิศและต่อด้วยงานเลี้ยงช่วงเย็นได้เลยยิ่งดีจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนชุด ส่วนโทนสีจะชอบขาวมากกว่าดำๆ เพราะใส่แล้วรู้สึกสบายตาและมั่นใจกว่า