Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2564(2021)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เช็คอินถ่ายรูปแห่งใหม่! สัมผัสกลิ่นอายท้องทุ่งนา ลิ้มรสอาหารเพียงเมนูละ 39 บาท

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620247

เช็คอินถ่ายรูปแห่งใหม่! สัมผัสกลิ่นอายท้องทุ่งนา ลิ้มรสอาหารเพียงเมนูละ 39 บาท

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.27 น.

เปิดแหล่งท่องเที่ยวและจุดเช็คอินแห่งใหม่รับเปิดเมือง พบกับมุมถ่ายรูปสุดชิวเอาใจคนชอบเซลฟี่ ล้อมรอบด้วยกลิ่นอายท้องทุ่งนาที่เป็นธรรมชาติ ลิ้มรสอาหารเมนูละ 39 บาท  ปชช.และนักท่องเที่ยวสามารถแวะพักรถและเซลฟีก่อนเดินทาง  

ครอบครัว “ยายกระแส กลั่นสระน้อย” วัย 91 ปี ชาวตำบลบุกระสัง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ที่เคยเป็นข่าวโด่งดัง​หยุดหายใจนาน 3 ชั่วโมงแล้วฟื้น จากนั้นใช้ชีวิตอยู่มาได้ต่ออีก 3 เดือนก่อนจะเสียชีวิตอย่างสงบ​ เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2564 ที่ผ่านมา ได้ร่วมกันเปิดแหล่งท่องเที่ยวและจุดเช็คอินแห่งใหม่ชื่อ “สวนกระแส” ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงหมายเลข 24  โชคชัย-เดชอุดม  ขาเข้าอำเภอหนองกี่ ก่อนถึงตัวอำเภอเพียง 3 กิโลเมตร รับเปิดเมืองหลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย โดยมีนายวิรัตน์   กลิ่นขจร นายอำเภอหนองกี่​ เป็น​ประธานเปิด   

ซึ่งภายในแหล่งท่องเที่ยวสวนกระแสดังกล่าว​ ก็จะมีมุมสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เช็คอินถ่ายรูปเป็นที่ระลึก จุดนั่งพักผ่อนและรับประทานอาหารแบบชิวๆ ร้านจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และของที่ระลึก ซึ่งบรรยากาศก็เป็นธรรมชาติเพราะล้อมรอบด้วยท้องทุ่งนา โดยผู้ที่เข้ามาเที่ยวชมหรือแวะพักรถที่สวนกระแสดังกล่าว​ ก็แค่ซื้อคูปองในราคา 39 บาท แต่สามารถนำคูปองดังกล่าวไปแลกซื้ออาหารเครื่องดื่มภายในแห่งท่องเที่ยวสวนกระแสได้ ซึ่งวันเปิดก็มีการแต่งตัวเลียนแบบน้อง “ลิซ่า แบล็กพิงค์” มาสร้างสีสันภายในแหล่งท่องเที่ยว​ “สวนกระแส” พร้อมทั้งเชิญชวนให้ท่องเที่ยวและผู้ที่สัญจรผ่านถนนสาย 24 แวะเช็คอินและพักรถที่สวนกระแสดังกล่าวด้วย  

นางวันวิสา กลั่นสระน้อย ลูกสาวคุณยายกระแสที่ทำแหล่งท่องเที่ยวและจุดเช็คอินสวนกระแสดังกล่าว เพราะตั้งใจอยากให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอหนองกี่  ทั้งยังเป็นจุดพักรถสำหรับผู้คนที่เดินทางผ่านถนนสายดังกล่าวด้วย   ซึ่งใครเข้ามาที่สวนกระแสก็สามารถมาแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก นั่งพักผ่อน  และรับประทานอาหารเมนูละ 39 บาท  โดยเฉพาะลูกชิ้นหมูที่เป็นหมูแท้ๆ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีโรงงานผลิตเองมาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานกับน้ำจิ้มรสเด็ดอีกด้วย รับรองว่านักท่องเที่ยวที่มานอกจากจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติแล้ว  ยังได้รับประทานลูกชิ้นที่เป็นเอกลักษณ์ของคนบุรีรัมย์ด้วย   แต่ลูกชิ้นสวนกระแสที่นี่ไม่ใช่แค่ยืนกินเท่านั้นสามารถนั่งกิน นอนกินตามมุมต่างๆ ได้แบบชิวๆ อีกด้วย. -008   

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิจิตรแจกฟรี! ‘กล้วยแขก-มันทอด’ รวมตัวทำดีวันพ่อแห่งชาติ

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620237

พิจิตรแจกฟรี! 'กล้วยแขก-มันทอด' รวมตัวทำดีวันพ่อแห่งชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.05 น.

จิตอาสาและชาวบ้าน อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ทอดกล้วยแขก มัน ทอด แจกฟรี ให้กับประชาชน เนื่องในวันวันพ่อแห่งชาติ วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

5 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่าจิตอาสาพระราชทาน  พร้อมด้วย ชาวบ้านวัดใหม่แสงมรกต และชาวบ้านไผ่ท่าโพ  อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ร่วมกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง สละเวลา และ ทุนทรัพย์ เปิดโรงครัวนำกล้วยน้ำว้า กว่า 400 กิโลกรัม และมันเทศ กว่า 100 กิโลกรัม

จากสวนเกษตรผสมผสาน ในพื้นที่นำมาทำการแปรรูป ร่วมกัน ทอดกล้วยแขกและมันทอด แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ผ่านไปผ่านมา หน้าตลาดสดร่วมเจริญ ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร โดยมีประชาชนที่สวมหน้ากากอนามัย  ต่างทยอยเข้ารับกล้วยแขกและมันทอด  เพื่อนำไปรับประทาน

นายสมยศ เอมใจ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโพธิ์ประทับช้าง กล่าวว่า จิตอาสาพระราชทาน พร้อมด้วย ชาวบ้านวัดใหม่แสงมรกต และชาวบ้านไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ต่างพากันรวมตัวทำความดีเพื่อถวายกุศลเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่9 ของปวงชนชาวไทย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านคัดค้าน! ก่อสร้าง’ทางแยกต่างระดับแยกนางรอง’บุรีรัมย์

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620235

ชาวบ้านคัดค้าน! ก่อสร้าง'ทางแยกต่างระดับแยกนางรอง'บุรีรัมย์

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.51 น.

กรมทางหลวงเดินหน้าเปิดเวทีรับฟังความเห็นสำรวจและออกแบบ ก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 24 กับ 348 และ 2037 (แยกนางรอง) จ.บุรีรัมย์ หวังรองรับความเจริญในอนาคต ขณะชาวอำเภอนางรองถือป้ายฮือต้าน หวั่นกลายเป็นเมืองร้าง กระทบเศรษฐกิจ ประกอบอาชีพ ความเป็นอยู่ และโบราณสถาน

5 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมทางหลวงเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น โครงการสำรวจและออกแบบทางแยกต่างระดับ จุดตัดทางหลวงหมายเลข 24 กับทางหลวงหมายเลข 348 กับทางหลวงหมายเลข 2037 (แยกนางรอง) ที่หอประชุมเจ้าพ่อหลักเมืองนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เพื่อรองรับความเจริญในอนาคต และปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น โดยการเปิดเวทีสำรวจและออกแบบทางแยกต่างระดับครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนชาวอำเภอนางรองได้แสดงความเห็น และสะท้อนถึงผลดี ผลเสียของการสร้างทางแยกต่างระดับดังกล่าวด้วย

ทั้งพ่อค้าและตัวแทนประชาชนชาวอำเภอนางรองที่เข้าร่วมรับฟังการสำรวจออกแบบในครั้งนี้ ต่างไม่เห็นด้วยกับการสร้างทางแยกต่างระดับ ต่างเห็นว่าหากมีการก่อสร้างก็จะส่งผลกระทบสร้างผลเสียมากกว่าผลดี ทั้งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ การประกอบอาชีพ วิถีชีวิต รวมถึงผลกระทบต่อศาสนสถาน โบราณวัตถุ และแหล่งโบราณคดี ไม่ว่าจะเป็นพระอุโบสถเก่าแก่ พระประธานรูปปั้น และศาลเจ้าพ่อหลักเมืองนางรอง และเชื่อว่าหากมีการก่อสร้างนางรองก็จะกลายเป็นเมืองร้างอย่างแน่นอน และเชื่อว่าจะยิ่งทำให้การจราจรติดขัดมากกว่าเดิม จึงอยากให้กรมทางหลวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนและพิจารณายุติโครงการดังกล่าว แต่หากจะทำโครงการเพื่อรองรับความเจริญหรือปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น ควรจะสร้างทางเลี่ยงเมือง (วงแหวนรอบเมือง) ในระยะที่เหมาะสม ที่จะสามารถรองรับการขยายความเจริญของเมืองได้ในอนาคตจะเกิดประโยชน์มากกว่า

ทั้งนี้ ตัวแทนพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนชาวอำเภอนางรองที่เข้าร่วมประชุมยังได้รวมตัวกันถือป้ายแสดงที่บริเวณสี่แยกไปรษณีย์ จุดที่จะมีโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับ เพื่อแสดงสัญลักษณ์ในการคัดค้านไม่เอาทางต่างระดับดังกล่าวด้วย

ตัวแทนประชาชนชาวนางรอง รายหนึ่ง กล่าวว่า หากมีการก่อสร้างทางแยกต่างระดับ ชาวนางรองจะได้รับความเดือดร้อนอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นห้างร้าน บ้านเรือน วัด โรงเรียน และเชื่อว่าการสร้างทางแยกต่างระดับไม่สามารถรองรับการขยายตัวของเมือง หรือแก้ไขปัญหาการจราจรได้ หากจะแก้ไขปัญหาจริงควรจะสร้างถนนเลี่ยงเมืองจะเกิดประโยชน์มากกว่า จึงอยากเรียกร้องให้กรมทางหลวง หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณาโครงการดังกล่าว ได้ทบทวนและยุติโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบและความเดือดร้อนของชาวนางรอง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จัดใหญ่ขบวนแห่หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ โชว์‘ควายยักษ์’เงินล้านเปิด‘สหัสขันธ์’เมืองท่องเที่ยว

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620217

จัดใหญ่ขบวนแห่หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ โชว์‘ควายยักษ์’เงินล้านเปิด‘สหัสขันธ์’เมืองท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 10.41 น.

เปิดงานนมัสการหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์คึกคักขนควายยักษ์ราคาหลักล้านโชว์อลังการ พร้อมเปิดนิทรรศการโครงการทำดีเพื่อพ่อสานต่อพระราชปณิธาน ในหลวง ร.9  จัดใหญ่ขบวนแห่หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์รอบเมืองหวังให้คนสหัสขันธ์ผ่านพ้นวิกฤติโควิด

5 ธันวาคม 2564 พระครูสิทธิวราคม ดร. เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน ตำบลนิคม อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำพิธีอัญเชิญหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์จำลอง แห่รอบอำเภอสหัสขันธ์ สร้างสิริมงคลและขวัญกำลังใจให้ประชาชนในอำเภอสหัสขันธ์ ให้ผ่านพ้นวิกฤติสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด19 ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว โดยเฉพาะด้านงานท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประชากรในพื้นที่ 

สำหรับขบวนแห่ ประกอบด้วย ขบวนเชิญผ้าห่มพระพุทธเจดีย์ศรีสัตตราช  ขบวนนางรำ และองค์พระที่ประดิษฐานบนรถยนต์ กำหนดเส้นทางตั้งแต่ตัวอำเภอสหัสขันธ์ ถึงวัดเวฬุวันระยะทางกว่า 10 กม.  โดยมีนายชานุวัฒน์ วรามิตร นายก อบจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงาน โครงการทำดีเพื่อพ่อสานต่อพระราชปณิธานในหลวง ร.9 และงานนมัสการหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ มีนางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ นายวิญญู ขันผง นายกเทศมตรีตำบลนิคม นางอรวิภา แก้วยิ่ง ปลัดเทศบาลตำบลนิคม นายพิเชษฐ์ ปรีจิต  กำนันตำบลนิคม และประชาชนร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ กิจกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและมีบรรยากาศคึกคักอย่างมากจะเป็นการนำควายยักษ์เงินล้านของซุ้มควายกาฬสินธุ์ นำโดย ผศ.ดร.สมจิตร  กันธาพรม หรือ ดร.จ๋องคนเลี้ยงควาย ที่ขนเอาควายในกลุ่มคนเลี้ยงควายมาโชว์ในงานกว่า 20 ตัว ดาวเด่นปีนี้มีควายหลักล้านค่ายแพรวา มาโชว์ 1 คู่ ราคาที่ 7 ล้านบาท  ควายยักษ์แมมมอธ  น้ำหนักกว่า 1.6 ตัน โดยเปิดขายหญ้าป้อนควาย เพื่อนำรายได้เข้าสาธารณกุศลร่วมกับวัดเวฬุวัน  ซึ่งตลอด 3 วัน ระหว่างวันที่ 4-6 ธ.ค. นี้ จะมีควายจากทั่วประเทศมาโชว์ในงานทุกวัน  ผู้ที่สนใจสามารถมาชมและปรึกษาเทคนิคการเลี้ยงควายในงานได้  จากนั้นนายวิญญู  ขันผง  นายก ทต.นิคม  ได้นั่งควายโชว์รอบงานเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ร่วมงานอย่างมาก

พระครูสิทธิวราคม ดร. เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน กล่าวว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันพ่อ ปีนี้ได้จัดพิเศษภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 เป็นการร่วมกันระหว่างวัด เทศบาล และชุมชน  รวมถึงภาคเอกชนที่เข้ามาขับเคลื่อนสร้างสีสันของงานให้มีหลากหลาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วย โดยได้ผสานเอาวิถีพุทธ การปฏิบัติธรรม ฟังธรรมเทศนาผนวกเข้ากับกิจกรรมบูรพาจารย์ทำบุญระลึกถึงหลวงปู่สอ พันธโล และอดีตเจ้าอาวาสวัดเวฬุวันที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติมาทุกปี  แบบเรียบง่ายตามวัตรปฏิบัติวัดสายป่ากาฬสินธุ์  แต่ปีนี้เพื่อผ่อนคลายความเศร้า กังวลของชาวบ้านต่อสถานการณ์บ้านเมืองท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 จึงได้จัดให้มีขบวนแห่ การฟ้อนรำ ตามความเหมาะสมเพื่อผ่อนคลายความกังวลใจต่าง ๆ ของประชาชน

นายชานุวัตน์  วรามิตร  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์  กล่าวว่า  งานนมัสการหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ จะถูกยกเป็นงานประเพณีหลักที่สำคัญอีกวาระของอำเภอสหัสขันธ์ และจังหวัดกาฬสินธุ์  โดยเฉพาะในด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์อำเภอ และจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่มุ่งเป้าให้อำเภอสหัสขันธ์ เปิดเป็นเมืองท่องเที่ยวให้สมบูรณ์แบบ  โดย อบจ.กาฬสินธุ์ ได้สนับสนุน และส่งเสริมการจัดกิจกรรมมาโดยต่อเนื่อง  โดยเฉพาะกลุ่มคนเลี้ยงควายที่ดูว่าจะมีอนาคตไกลเป็นอาชีพจริงที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้จริง

ขณะที่โซนโอทอปผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจากพื้นที่ตำบลนิคมและอำเภอสหัสขันธ์  มีหลากหลายซึ่งเป็นสินค้าเกรดเอทั้งสิ้นส่วนนี้ก็ควรที่จะยกขึ้นมาพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์และต่อยอดการขายให้ดีขึ้นไปอีก  ซึ่งการจัดงานนมัสการหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ นี้นอกเหนือจากจะเป็นการรวมพลังสามัคคีร่วมประเพณีแล้วยังเป็นพื้นที่กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างดีด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

​’ดอยอินทนนท์’หนาวยะเยือก 2 องศา นทท.แห่ชม’เหมยขาบ’ 5 วันติดกัน

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620216

​'ดอยอินทนนท์'หนาวยะเยือก 2 องศา นทท.แห่ชม'เหมยขาบ' 5 วันติดกัน

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 10.38 น.

5 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพอากาศทางภาคเหนือ หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่องทำให้บนดอยสูงอุณหภูมิลดต่ำลง ในวันนี้ เป็นเลขตัวเดียว ติเกันมา 5 วันที่หน่วยพิทักษ์ยอดดอยอินทนนท์ลดเหลือ 4 องศาเซลเซียส เกิดน้ำค้างแข็ง(เหมยขาบ)บนยอดหญ้า ติดต่อมาหลายวัน นักท่องเที่ยวแห่สัมผัสอากาศหนาวเย็นจับใจแบบว่าขึ้นมาไม่ผิดกวัง

นายเกรียงไกร ไชยพิเศษ หน.อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวว่า ในวันนี้อุณหภูมิบนยอดดอยอินทนนท์ วัดได้ 4 องศาเซลเซียส กิ่วแม่ปาน 2 องศาทำให้เกิดน้ำค้างแข็งบริเวณที่ทำการยอดดอย ขณะที่บรรยากาศวันนี้ท้องฟ้าเปิดนักท่องเที่ยวที่ไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่บริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปานต่างไม่ผิดหวังได้เห็นพระอาทิตย์สาดแสงโผล่ขึ้นมาเหนือทะเลหมอกอย่างสวยงาม

หลายคนต่างตั้งกล้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก หลังจากนั้นก็จะพากันเดินเข้าไปชมธรรมชาติตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ที่มีพรรณไม้หายาก ทะเลหมอกสวยงามยามเช้าอย่างดอกกุหลาบพันปี สีแดง(คำแดง) ต้นแรกที่บริเวณชมวิว 8 ได้เบ่งบานสีแดงสดอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถยื่นชมที่จุดชมวิว ที่ต้องเดินไปตามเส้นทางธรรมชาติ ดูวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและเป็นแหล่งใหญ่ที่มีกุหลาบพันปีคำแดง คำขาว ที่จะเบ่งบานอวดสายตานักท่องเที่ยวในช่วงนี้และหน่วยพิทักษ์ป่ายอดดอยอินทนนท์ นักท่องเที่ยวพากันถ่ายภาพอย่างคึกคัก 

ซึ่งอุณหภูมิที่กิ่วแม่ปาน อุณหภูมิลดลงมาเหลือเพียง 2 องศาเซลเซียส ส่วนที่ยอดดอย 4 องศาเซลเซียส ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 7องศาเซลเซียส ทางอุทยานแห่งชาติทุกแห่งของเชียงใหม่ ยังเน้นย้ำเรื่องของมาตรการเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด19 ย้ำต้องมีเอกสารการฉีดวัคซีนมาแสดงกันทุกคน ก่อนเข้าด่านนักท่องเที่ยวต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งในที่ชุมชน ล้างมือให้สะอาด ทางเจ้าหน้าที่มีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด ตามจุดที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการเป็นประจำทุกวัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างดี. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รวมพล‘ฅน คอกาแฟ’ รู้จักน่านผ่านความพิเศษ‘กาแฟสร้างป่า’

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620215

รวมพล‘ฅน คอกาแฟ’ รู้จักน่านผ่านความพิเศษ‘กาแฟสร้างป่า’

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 10.28 น.

รวมพล‘ฅน คอกาแฟ’ รู้จักน่านผ่านความพิเศษ‘กาแฟสร้างป่า’

5 ธันวาคม 2564 ช่วงระหว่างวันที่ 4-5 ธันวาคม 2564 ที่เฮือนฮังต่อ กาแฟน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน น่านนัดรวมพลคนกาแฟครั้งยิ่งใหญ่ ในงาน ฅน คอกาแฟ รู้จักน่านผ่านกาแฟ โดยมี นายอดิศร จันทรประภา เกษตรและสหกรณ์จังหวัดน่าน ให้การต้อนรับ และนำชมบริเวณการจัดงานกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดน่าน จัดงาน “ฅน…คอกาแฟ #รู้จักน่านผ่านกาแฟ” ขึ้น เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายกาแฟ ผลผลิตทางการเกษตรให้แก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร นอกจากนี้ยังเป็นการประชาสัมพันธ์กาแฟน่าน ให้เป็นที่แพร่หลายสู่สาธารณชน

สำหรับจังหวัดน่าน มีพื้นที่ปลูกกาแฟที่สำคัญ ได้แก่ อำเภอแม่จริม อำเภอท่าวังผา อำเภอทุ่งช้าง อำเภอสองแคว อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอบ่อเกลือ จำนวน 10,133 ไร่ ให้ผลผลิตกาแฟมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ

ความพิเศษของกาแฟน่าน คือ เป็น “กาแฟสร้างป่า” เพราะปลูกใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ที่มีความสูง 800-1,600 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เกษตรกรปลูกกาแฟแทนการทำลายป่า นอกจากไม่ตัดไม้ใหญ่แล้ว ต้นกาแฟที่ได้รับแสงแดดน้อยทำให้เมล็ดสุกช้า เอื้อต่อการดูดซับแร่ธาตุต่าง ๆ ในเมล็ด การสุกช้าจะทำให้เก็บสารกาแฟดี ส่งผลให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ กลิ่นหอม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การพัฒนาสินค้ากาแฟที่ผ่านมายังขาดการบูรณาการขับเคลื่อนให้เป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ประกอบกับในปัจจุบันเกษตรกรจังหวัดน่านนิยมหันมาปลูกกาแฟเพิ่มมากขึ้น แต่ยังขาดองค์ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป หรือด้านการตลาดที่ชัดเจน ดังนั้นการจัดงาน “ฅน..คอกาแฟ #รู้จักน่านผ่านกาแฟ” นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์กาแฟน่านแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกรผู้ประกอบการ ได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน และร่วมกันผลิตกาแฟคุณภาพ

ภายในงานประกอบด้วยการออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟจากแหล่งปลูกในจังหวัดน่าน ลิ้มรสกาแฟ จาก ร้านกาแฟในจังหวัดน่าน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านกาแฟ ในกิจกรรมสาธิตและเสวนา จากวิทยากรชั้นนำด้านกาแฟ อาทิ คุณศักดิ์ชัย นุ่นหมิ่น (A Cup of joe), คุณนพดล ทินรัตน์วรกุล (Acaba), คุณสุทธิพงศ์ เชียงทอง (นักวิจัยเรื่องยีสต์ที่ส่งผลต่อรสชาติกาแฟ) และเคเลบ จอร์แดน (Gem Forest Coffee) การประมูลกาแฟจากเกษตรกรที่ได้รับรางวัลการประกวดสุดยอดกาแฟไทย การประกวดภาพถ่าย “Nan Coffee in my Memory” และประกวด Creative Signature Drinks กาแฟอัตลักษณ์น่าน นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังมีสิทธิ์ซื้อกาแฟในราคาเพียง 19 บาทเท่านั้น (จำนวนจำกัด) ในงานครั้งนี้ด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทะเลหมอก’ปกคลุมเมืองพะเยา อุณภูมิลดหนาวเย็น10-13 องศา

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620211

'ทะเลหมอก'ปกคลุมเมืองพะเยา อุณภูมิลดหนาวเย็น10-13 องศา

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 09.43 น.

5 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดพะเยา ที่ยังคงหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง ช่วงเช้าของจังหวัดมีหมอกปกคลุม อุณหภูมิต่ำสุด10-13 องศาเซลเซียล โดยที่บริเวณพื้นที่ในจังหวัดพะเยาจะเห็นปรากฎการณ์ของทะเลหมอกเป็นบริเวณกว้าง

เมื่อพระอาทิตย์ทอแสงขึ้นในยามเช้าจะเป็นทัศนียภาพที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก และจะเห็นไอน้ำจำนวนมากขึ้นเหนือน้ำกว๊านพะเยา สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เป็นอย่างมาก 

โดยปรากฎการณ์ทะเลหมอกที่ปกคลุมตัวเมืองไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ปีนี้เกิดขึ้นเร็วและติดต่อกันมากหลายวันแล้ว โดยหากอากาศเย็นจัดก็จะมีให้เห็น อากาศจะหนาวเย็นและหนาวนาน ทำให้แหล่งท่องเที่ยวมีความสวยงาม จะเกิดปรากฎการณ์ทะเลหมอกที่สวยงาม 

สำหรับอุณหภูมิที่จังหวัดพะเยาเริ่มลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส โดยเช้านี้ที่ดอยอุณหภูมิ ต่ำสุด อยู่ที่ 10-13 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มว่าอุณหภูมิจะลดลงอีก ทำให้พื้นที่ภาคเหนือเริ่มปรับสภาพอากาศเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัว ขณะที่ตามเทือกเขาหรือยอดดอยอุณหภูมิจะอยู่ในเกณฑ์หนาวถึงหนาวจัด และอุณภูมิลดลงอีก. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ภูกระดึง’หนาวมาก 6.5 องศา ‘แม่คะนิ้ง’ขาวโพลนเป็นวันที่2

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620209

'ภูกระดึง'หนาวมาก 6.5 องศา 'แม่คะนิ้ง'ขาวโพลนเป็นวันที่2

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 09.13 น.

5 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพในวันนี้อากาศหนาวยังคงมีต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดเลย และหนาวมากขึ้นติดต่อกันเป็นวัน 4 และวันนี้ได้เกิดแม่คะนิ้งที่ยอดภูกระดึงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปี บริเวณสระอโนดาต ทางไปผาหล่มสัก ซึ่งเป็นทางเดินใกล้ริมน้ำอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ที่อุณหภูมิจะลดลงต่ำสุด ที่บริเวณนี้เพราะเป็นหุบเขา ร่องน้ำ ลึกของภูกระดึง

ด้านนายสำเร็จ ภูแสนศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวว่า วันนี้เกิดแม่คะนิ้งเป็นวันที่ 2 ภูกระดึง เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยววันละไม่เกิน 2,000 คน ในช่วงนี้นักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก มีการตรวจโควิดเข้มข้นแม่คะนิ้งพบเป็นวันที่ 2 และคาดว่าหากพรุ่งนี้จะมีโอกาสเจอแม่คะนิ้งอีกครั้ง. 012

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆ อ.เมืองเลย 9.2 องศาเซลเซียส , อ.วังสะพุง 10.6 องศาเซลเซียส , อ.ด่านซ้าย 12.0 องศาเซลเซียส , อ.เชียงคาน 13.0 องศาเซลเซียส , อ.ท่าลี่ 13.5 องศาเซลเซียส , อ.ภูกระดึง 9.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูเรือ 10.0 องศาเซลเซียส , อ.นาแห้ว 10.0 องศาเซลเซียส ,อ.ปากชม 12.0 องศาเซลเซียส , อ.นาด้วง 11.0 องศาเซลเซียส ,อ.ภูหลวง 11.0 องศาเซลเซียส , อ.ผาขาว 11.9 องศาเซลเซียส , อ.เอราวัณ 12.0 องศาเซลเซียส , อ.หนองหิน 13.0 องศาเซลเซียส ,อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 6.5 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 7.0 องศาเซลเซียส ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 7.0 องศาเซลเซียส ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 5.0 องศาเซลเซียส ,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 9.0 องศาเซลเซียส

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘ศูนย์เด็กเล็ก’ก้าวแรกปลูกฝัง ‘วินัยจราจร’ลดสูญเสียบนถนน

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620166

รายงานพิเศษ : ‘ศูนย์เด็กเล็ก’ก้าวแรกปลูกฝัง  ‘วินัยจราจร’ลดสูญเสียบนถนน

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 07.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) จัดการบรรยาย (ออนไลน์) เรื่อง “สร้างวินัยทางถนนเด็กไทยให้เต็มร้อย” โดยผู้บรรยายคือ ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์อุดาการ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เล่าว่า ย้อนกลับไปในปี 2554 เริ่มทำงานปลูกฝังวินัยจราจรกับเด็กระดับปฐมวัย เนื่องจากในทางการศึกษานั้นเชื่อว่า “ปฐมวัยเปรียบดั่งรากแก้ว” ประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับในช่วงปฐมวัยจะส่งผลต่อความมั่นคงของชีวิตคนคนนั้น การปลูกฝังสิ่งที่ดีงามจึงควรเริ่มต้นในวัยนี้

โดยช่วงแรกๆ ที่ทำงานด้านความปลอดภัยบนท้องถนนยอมรับว่าไม่ได้มองเป็นเรื่องพิเศษอะไร กระทั่งได้ฟังเรื่องราวจากแพทย์ทั้งการสูญเสียชีวิตของคนไทยจำนวนมากทั้งที่หากไม่สูญเสียคนเหล่านี้ก็จะเป็นกำลังสำคัญของชาติ หรือการที่แพทย์ต้องทำงานหนักติดต่อกันนับสิบชั่วโมงเพื่อช่วยชีวิตผู้ประสบอุบัติเหตุ เมื่อประกอบกับการที่ตนเองเป็นทั้งแม่ ย่าและครูบาอาจารย์ เรื่องนี้จึงสะเทือนใจมาก

“จุดเริ่มต้นคือลงไปเป็นที่ปรึกษาหลักให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ ต.ป่าสัก จ.ลำพูน ตอนนั้นมูลนิธิวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่นได้มาขอให้ไปเป็นที่ปรึกษาโครงการ ตอนนั้นเป็นโครงการวิจัยสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนโดยการมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและชุมชน ทีนี้ที่เข้าไปก็คือไปช่วยคุณครูในศูนย์พัฒนาเด็ก ในการที่จะให้เขามีความเข้าใจในการจัดทำหลักสูตร ในการทำแผนงานจากประสบการณ์ การออกแบบกิจกรรมในการที่จะไปพัฒนาเด็ก” ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ กล่าว

ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะมีอายุตั้งแต่ 2-6 ปี ซึ่งในตอนแรกของโครงการ ยอมรับว่าครูในศูนย์เด็กเล็กค่อนข้างกังวลเพราะกลัวจะทำนอกเหนือจากที่หลักสูตรกำหนด จึงต้องสร้างความเข้าใจว่าการปลูกฝังวินัยจราจรมีอยู่ในแผนการสอนในหลักสูตรเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่โครงการนี้มาทำให้ชัดเจนขึ้น อีกทั้งไม่ได้ทำเพียงคนเดียวแต่ต้องอาศัยความร่วมมือกับผู้ปกครองนักเรียนตลอดจนชุมชนโดยรอบ

วันเวลาผ่านไป เริ่มเห็นพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยน เช่น เด็กเริ่มได้สวมหมวกกันน็อกเมื่อโดยสารรถจักรยานยนต์มากขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ที่สนับสนุนหมวกกันน็อกเด็ก และเมื่อเด็กสวมหมวกกันน็อกตามที่ครูสอนและทำเป็นแบบอย่าง พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กๆ เมื่อจะขี่จักรยานยนต์ก็ต้องสวมหมวกกันน็อกตามไปด้วยโดยปริยาย “ใช้เด็กเป็นเครื่องมือเตือนสติผู้ใหญ่” ให้ผู้ใหญ่เห็นความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนน เพราะคนอื่นเตือนแล้วไม่ฟัง มีข้ออ้างสารพัด แต่หากเป็นบุตรหลานเตือนกลับพบว่ายอมฟัง

“เวลาเราลงไปตรวจเยี่ยมในแต่ศูนย์เขามีเทคนิคในการสร้างวินัยให้กับเด็กที่แตกต่างกัน อันนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่มันเกิดขึ้นในเฟส (Phase-ระยะ) แรกๆ ความประทับใจคือความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณครู เพราะว่าเฟสแรกที่ทำที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ ต.ป่าสัก จ.ลำพูน มีแรงกดดันมากๆ เลยคุณต้องต่อสู้ทุกอย่าง ถ้าคุณครูเขาถอดใจไม่สู้ต่องานก็ไม่สามารถที่จะก้าวมาจนกระทั่งเป็นตัวแบบได้ คือพลังความสำเร็จที่ป่าสักมันมีพลังทื่ทำให้ถึงกับเป็นนโยบายของระดับจังหวัด จังหวัดลำพูนถึงระดับผู้ว่าฯ ขณะนั้นหยิบขึ้นมาเป็นนโยบายเลย

จากการทำงานในระดับจุดเล็กๆ ของป่าสัก เพราะว่ามีครูไม่เยอะ ไม่กี่คนเลยแล้วเขาต้องใช้เวลาในวันเสาร์-อาทิตย์ ใช้เวลานอกจากเวลาที่เขาดูแลเด็กมานั่งประชุมกันเพื่อที่จะออกแบบการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แล้วเรื่องเหล่านั้ใหม่สำหรับเขา ตัวเราเองก็ยังใหม่ ฉะนั้นเวลาเราจะต้องมานั่งวางว่าจุดมุ่งหมายจริงๆของโครงการวิจัยตอนนั้นคือต้องการอะไร แล้วจะต้องไม่เป็นการที่ไปเพิ่มงานให้กับคุณครู และต้องย่อยให้ง่ายสำหรับเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก” ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ ระบุ

ความท้าทายในการจัดทำหลักสูตรปลูกฝังวินัยจราจรกับเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กคือ “ชั้นเรียนแบบคละอายุ” ดังนั้น จะจัดการเรียนการสอนอย่างไรให้เด็กทุกอายุมีส่วนร่วม ซึ่งต้องพัฒนาสื่อหลากหลายแม้จะมีงบประมาณจำกัด เช่น นำสิ่งของเหลือใช้มาดัดแปลง เนื่องจากสมัยนั้นสื่อดิจิทัลยังมีไม่มากนัก ต่อมาโครงการได้เข้าสู่ระยะที่ 2 กระจายไปในศูนย์เด็กเล็กหลายแห่งทั้ง 4 ภาค แต่ทำงานง่ายขึ้นเพราะมีบทเรียนจากโครงการระยะแรกแล้ว อีกทั้งยังมีครูจากโครงการระยะแรกมาเป็นพี่เลี้ยง

ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ กล่าวว่า “โครงการนี้นอกจากเป็นการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้แล้ว ยังสร้างนวัตกรรมด้านการผลิตสื่อด้วย” เพราะแต่ละภูมิภาคพัฒนาสื่อตามบริบทของตนเอง เช่น จ.สุพรรณบุรี(ภาคกลาง) จุดเด่นคือมีเครือข่ายเข้มแข็ง อีกทั้งยังมีงบประมาณสร้างสนามจำลองให้เด็กได้ฝึกวินัยจราจร หรือที่ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี(ภาคใต้) มีจุดแข็งด้านการใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านอาทิ เพลงบอก หนังตะลุง โนราห์ มาประยุกต์ซึ่งไม่เพียงปลูกฝังเฉพาะเด็กแต่ยังรวมถึงสร้างความตระหนักให้กับคนในชุมชนด้วย

ทั้งนี้ “ความภูมิใจคือการที่กิจกรรมที่ริเริ่มจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กไม่กี่แห่งกลายเป็นสิ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ยอมรับเป็นนโยบายและกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดผลงานของครู” ซึ่งเมื่อกลายเป็นตัวชี้วัดแล้วครูก็จะทำงานง่ายขึ้นด้วยเพราะเป็นหน้าที่และผลงานของครูเองไม่ใช่การเพิ่มภาระงาน และเป้าหมายต่อไปคือ “ขยายผลสู่โรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่ประถมถึงมัธยมศึกษา” เพื่อให้ช่วยกันพัฒนาต่อยอด ดังตัวอย่างของโรงเรียนบ้านหนองเงือก จ.ลำพูนที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเมื่อได้ฟังแนวคิดแล้วก็สนับสนุนส่วนครูก็เข้าใจ

“ครูเป็นคนเล่าให้ฟังเอง แต่เดิมจะขับมอเตอร์ไซค์มา แล้วเวลาจะเข้าก็จะเข้ามาในประตูที่ใกล้ห้องพักตัวเองมากที่สุดโดยไม่สนใจเลยว่าที่เขียนว่าทางเข้า-ทางออกเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้คุณครูไม่กล้าเพราะมีสารวัตรนักเรียน มีลูกเสือคอยมองอยู่ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของตัวเอง หรือครูขับมาจากบ้านไม่สวมหมวกกันน็อก จราจรลูกเสือก็จะเห็นอยู่คุณครูก็อาย ก็ต้องสวมหมวกกันน็อกมาคือทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปหมด” ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ ยกตัวอย่าง

ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ กล่าวในช่วงท้ายถึงอีกความภูมิใจในฐานะคนเป็นครูบาอาจารย์ว่า กิจกรรมนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งครูและนักเรียนกลายเป็นผู้ใส่ใจความปลอดภัยบนท้องถนนมากขึ้น นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับชุมชน อีกทั้งผลงานนี้แต่เดิมคณะครูที่ทำโครงการก็ไม่ได้หวังรางวัลอะไร ถึงขนาดต้องแนะนำให้ลองส่งประกวดนวัตกรรมด้านการศึกษาดู ซึ่งก็ได้รับรางวัลจริงๆ

“มันไม่ได้เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง พวกเราทุกคนที่เป็นผู้ใหญ่คงจะต้องช่วยกัน ร่วมมือกันในการที่จะทำบทบาทเหล่านี้ เพื่อที่จะทำให้เด็กๆ ของเรา
ได้มีโอกาสเติบโตขึ้นอย่างงดงาม และเป็นเด็กที่มีวินัยทางจราจรให้เต็มร้อย เพื่อที่จะลดความสูญเสีย” ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ กล่าวในท้ายที่สุด


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วช.’มอบรางวัลงานวิจัยปี’64

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620161

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021)” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา ณ เวที Highlight Stage โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯซึ่งหนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือพิธีมอบรางวัล Thailand Research Expo 2021 Award และมอบโล่แสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานที่นำผลงานร่วมนำเสนอ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่าวช. สนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆ เห็นความสำคัญในการนำเสนอผลงานวิจัยและกิจกรรมส่งเสริมการวิจัยที่มีคุณภาพจึงได้จัดให้มีกิจกรรม Thailand Research Expo 2021 Award ซึ่งเป็นการพิจารณาคัดเลือกผลงานที่มีกระบวนการนำเสนอที่มีความโดดเด่นในรูปแบบที่หลากหลายและสามารถเชื่อมโยงส่งต่องานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไปได้ โดยแบ่งผลงานออกเป็น 4 ประเภท และมีหน่วยงานที่ได้รับรางวัล ดังนี้

1.รางวัล Platinum Award จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้วยการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และยั่งยืนเพื่อยกระดับจังหวัดเพชรบุรีสู่เมืองสร้างสรรค์”จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และผลงาน “การพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกขมิ้นชันปลอดโรค และสารสำคัญสูงด้วยระบบ Substrate Culture” จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง “รางวัล Gold Award” จำนวน 4 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “ระบบอบแห้งแบบผสมผสานอัจฉริยะ” จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้, ผลงาน “Smart Safety Zone 4.0 เชื่อมั่น อุ่นใจ ปลอดภัย ในชุมชน” จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ผลงาน “การพัฒนาฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชรสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารแบบยั่งยืน” จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และผลงาน “การเพิ่มมูลค่าเส้นใยผักตบชวา สู่เชิงพาณิชย์ของจังหวัดปทุมธานี” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

2.รางวัล Silver Award จำนวน 6 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “การประเมินผลโครงการนำร่องให้ผู้ป่วยรับยาที่ร้านขายยาเพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล” จากโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP), ผลงาน “การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของเกษตร
ผู้เลี้ยงปูขาว” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, ผลงาน “แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินในการประกอบธุรกิจโรงแรม สถานที่พัก และการใช้ประโยชน์ที่ดิน กรณีศึกษา อำเภอเขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, ผลงาน “การพัฒนาระบบป้องกันการเสพติดซ้ำของเด็กและเยาวชนโดยการตรวจสารเสพติดในเส้นผม” จากสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม, ผลงาน “Phayao Learning city บนฐานการเรียนรู้ในรูปแบบ BCG Economy Model” จากมหาวิทยาลัยพะเยา และผลงาน “เนื้อเทียมวีแกนเสริมโปรตีนข้าวไฮโดรไลเสท” จากมหาวิทยาลัยรังสิต

3.รางวัล Bronze Award จำนวน 8 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “ชุดกังหันกระแสน้ำผลิตไฟฟ้านวัตกรรมทั่วถึง” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ผลงาน “ระบบเฝ้าระวังคัดกรองสุขภาพจิตเชิงรุก Mental Health Check In เพื่อบริการประชาชนในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” จากกรมสุขภาพจิต, ผลงาน “อาหารเพื่อสุขภาพเชิงสร้างสรรค์” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, ผลงาน “การวิจัยพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าคราม” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, ผลงาน “ผลการรักษาผิวเปลือกส้มบริเวณต้นขาด้วยสารสกัดตรีกฏก” จากสถาบันพระบรมราชชนก, ผลงาน “คอนกรีตแห้งสำเร็จรูปสำหรับสภาพแวดล้อมทางทะเล” จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ, ผลงาน “อุปกรณ์หัวจับยึดสำหรับอัดแรงยางพารา” จากกรมทางหลวง และผลงาน “โปรไบโอติกเพื่อสุขภาพ” จากบริษัท ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร ซีพีเอฟ จำกัด

และ 4.รางวัลชมเชย จำนวน 12 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “Smart Energy ระบบจ่ายไฟกลับอัตโนมัติ” จากการไฟฟ้านครหลวง, ผลงาน “ระบบอำนวยการ
ยิงปืนใหญ่ทางยุทธวิธีด้วยการติดต่อสื่อสารวิทยุทางทหารแบบดิจิทัลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, ผลงาน “การสะท้อนอัตลักษณ์ชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการออกแบบโคมไฟประดับตกแต่ง” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, ผลงาน“การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมทักษะการออกแบบการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ด้วยกระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุพรรณบุรี” จากมหาวิทยาลัย เวสเทิร์น, ผลงาน “การจัดการการเรียนรู้โรงเรียนเกษตรกร (Farmer Academy) ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ อย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่น” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, ผลงาน“มหัศจรรย์ฟองอากาศขนาดเล็กจิ๋ว : เกษตรกรรมบนวิถีปกติใหม่” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, ผลงาน “การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชั่นจากข้าวสีไทยในเชิงพาณิชย์” จากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์, ผลงาน“นวัตกรรมเซนเซอร์แบบกระดาษเพื่อทดสอบฟอร์มาลินในอาหาร” จากมหาวิทยาลัยบูรพา, ผลงาน “ระบบอากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล” จากกระทรวงกลาโหม, ผลงาน “พื้นที่ทางวัฒนธรรม ท่าลาว และตลาดพังพลาย ผ่านทางแผนที่ทางวัฒนธรรม” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, ผลงาน “โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกและการแปรรูปมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์สำหรับชุมชนฐานราก จังหวัดอุบลราชธานี” จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และผลงาน “ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,942,704 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สีหศักดิ์ ร่วมถก รมต.ต่างประเทศ เตรียมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48
เตรียมถุงผ้าให้พร้อม รัฐบาลเดินหน้า ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ เริ่มศุกร์นี้ทั่วประเทศ
โฆษกรัฐบาลเตือนข่าวปลอม ใส่ร้าย'อนุทิน-ภูมิใจไทย' เสนอตั้งคาสิโนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
ตาค้างทั้งไอจี! ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา อวดหุ่นเฟิร์มเอวเอส เซ็กซี่เกินต้าน
คุณแหน : 8 พฤษภาคม 2569
ชวนชอป ‘ของดีเมืองละโว้’ ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าเกษตร ในงาน ‘Lopburi Market Fest’
หนุ่มเปิดใจอยากอ้วก! หมอดูชื่อดังภาคเหนือล่วงละเมิด เล่าเป็นฉากๆ ให้ถอดกกน. สวมบทนางเอก 'หนุ่ม คงกระพัน' ยอมรับตกใจ
สละโสดแล้ว! นุ่น เนตรชนก ถูกเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน กลางร้านอาหาร
แม่ก็คือแม่! นก จริยา ย้อนลุคเซ็กซี่ยุค90 แฟนๆแห่ไลก์สนั่น
นัท มีเรีย อวดลุคสวยสังหารในชุดรัดรูปสีแดงเบอร์กันดี เรียบหรูดูแพงแบบตะโกน

Recent Posts

  • 9 ปมร้อน “ไวรัสฮันตา” ระบาดบนเรือสำราญ กลางมหาสมุทรแอตแลนติก
  • ไวรัสฮันตาคืออะไร “กรมควบคุมโรค” เผยที่มาโรค – วิธีการป้องกัน ย้ำไทยเสี่ยงต่ำ
  • ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10
  • ญี่ปุ่นผวาหมีทำร้ายคน ดับรายแรกของปี 2026 ตำรวจสอบเพิ่มอีก 2 ศพต้องสงสัย
  • “หมอจำเป็น” บนเรือสำราญเล่าสถานการณ์ หลังไวรัสฮันตาระบาดกลางทะเล

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d