หัวเว่ยกางแผนปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/575120

  • วันที่ 27 ธ.ค. 2561 เวลา 07:10 น.

หัวเว่ยกางแผนปีหน้า

หัวเว่ยชูพัฒนานวัตกรรมสมาร์ทโฟน ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง มุ่งระบบรักษาความเป็นส่วนตัว โชว์ยอดสมาร์ทโฟนทะลุ 200 ล้านเครื่อง

นายริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคอนซูมเมอร์ บิซิเนส กรุ๊ป บริษัท หัวเว่ย เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าสร้างสมาร์ทโฟนตามความต้องการของผู้โภค ทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ นวัตกรรมการถ่ายภาพ เทคโนโลยีการสื่อสาร และเชื่อว่าความปลอดภัยและความเป็น ส่วนตัวของผู้ใช้มีความสำคัญ จึงพัฒนาสมาร์ทโฟนให้สามารถช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ก่อนจะคำนึงถึงผลตอบแทนเชิงพาณิชย์เสมอ

ทั้งนี้ หัวเว่ยให้ความสำคัญตั้งแต่การผลิตชิปเซตใช้พื้นฐานเทคโนโลยีแบบ OpenARM สอดรับระบบแอนดรอยด์ที่พัฒนาโดยกูเกิล ส่วนปีนี้หัวเว่ยสร้างยอดขายสมาร์ทโฟนทะลุ 200 ล้านเครื่อง โต 66 เท่าในช่วง 8 ปี (2553-2561) จากยอดขายปี 2553 ราว 3 ล้านเครื่อง กลายมาเป็นสมาร์ทโฟนท็อปทรีของโลก แต่ไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ของปีนี้เป็นอันดับ 2 ของโลกในแง่ส่วนแบ่ง 14.6% ปัจจุบันมีผู้ใช้สามาร์ทโฟนหัวเว่ยกว่า 500 ล้านคน ใน 170 ประเทศ

สำหรับกลุ่มสมาร์ทโฟนที่สร้างยอดขายมี 3 ซีรี่ส์ ได้แก่ รุ่น P20 ซีรี่ส์ ยกระดับการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนไปอีกขั้น ทำยอดจำหน่ายไปแล้วกว่า 16 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่เริ่มขายเดือน มี.ค. ส่วนรุ่น Mate 20 ซีรี่ส์ สร้างยอดขายไปกว่า 5 ล้านเครื่อง หลังจำหน่าย 2 เดือน และ หัวเว่ยรุ่น Nova ซีรี่ส์ เป็นสมาร์ทโฟนกลุ่มเซลฟี่สมาร์ทโฟนที่มียอดจัดจำหน่ายสูงสุดในปี 2561 สร้างยอดขายกว่า 65 ล้านเครื่อง โดยเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางของหัวเว่ยที่สร้างยอดขายสูงที่สุด

ดีไซน์เว็บ ส่งผลเสีย ต่อเอสอีโอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/575040

  • วันที่ 26 ธ.ค. 2561 เวลา 11:40 น.

ดีไซน์เว็บ ส่งผลเสีย ต่อเอสอีโอ

ทำไมเว็บไซต์ไม่มีคนเข้า ทำไมเว็บไซต์ไม่ติด SEO หรือการใช้พื้นที่บน Search Engine ให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด (Search Engine Optimization) SEO คือสิ่งสำคัญของคนทำเว็บไซต์ ถ้าหากอันดับ SEO ของเว็บไซต์คุณร่วงลงไปอยู่อันดับท้ายๆ ก็เท่ากับว่าโอกาสที่ผู้ใช้จะเห็นนั้นเกือบเป็น 0 เลยทีเดียว

เว็บไซต์ที่ดีควรติดอันดับการเสิร์ชจากคีย์เวิร์ดนั้นๆ ในหน้าแรก หรือหน้าที่สองเท่านั้น (แต่หน้าแรกดีที่สุด) ซึ่งการทำให้เว็บไซต์ติด SEO อันดับต้นๆ นั้นมีหลากหลายองค์ประกอบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคอนเทนต์ ดีไซน์ หรือจำนวนผู้เข้าชม ฯลฯ

หน้าเว็บมีแต่รูป ไม่มี Text! เราเข้าใจว่ารูปภาพเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้ชมไว้ได้ด้วยความน่าสนใจในตัวมันเอง แต่คุณจะใส่รูปภาพที่มีข้อความไว้เยอะๆ บนหน้าเว็บโดยที่ไม่มี Text เลยไม่ได้! เพราะอะไร? เพราะอัลกอริทึมของกูเกิลไม่สามารถอ่านข้อความบนรูปภาพได้ ดังนั้นการจะใช้รูปภาพควรใช้เป็นการประกอบเนื้อหาเท่านั้น ขณะที่รายละเอียดต่างๆ ควรใส่เป็น Text

แต่ถ้าต้องการออกแบบหน้าเว็บไซต์โดยเน้นรูปภาพจริงๆ ควรใช้ ALT Tag ซึ่งเป็นการใส่คำอธิบายรูปภาพ และสามารถใส่คีย์เวิร์ดลงไปได้ด้วย เพราะกูเกิลจะอ่าน ALT Tag เป็น Text นั่นเอง

ใช้ป๊อปอัพ แบบน่ารำคาญ! นอกจากกูเกิลจะดูเนื้อหาคอนเทนต์ในหน้าเว็บไซต์เพื่อวิเคราะห์ผล SEO แล้วกูเกิลยังดูถึง “ประสบการณ์” การใช้งานของผู้ที่เข้ามาชมด้วยว่า คนส่วนใหญ่ที่เข้ามานั้นใช้เวลานานขนาดไหน หรือเข้าแล้วออกเลย ถ้าเกิดคนเข้ามาแล้วออกไปเลยมีจำนวนมากก็จะทำให้อันดับ SEO เราร่วงลงทันที

ระบบ Navigation ดูงงไปหมด! ภายในเว็บไซต์ ก็คือ การจัดหมวดหมู่ หรือการนำทางภายในเว็บไซต์ ว่าผู้ที่เข้ามาแล้วจะหาสิ่งที่ต้องการได้ที่ไหน เช่น การจัดหมวดหมู่บน Top Menu ให้มองเห็นเด่นชัด หรือช่อง Search Box เป็นต้น การจัดการสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ชมสามารถค้นหาข้อมูลที่ตนเองต้องการได้ง่าย และไม่งง

รูปมีขนาดใหญ่เกินไป! ก็จะยิ่งมีความละเอียด และความคมชัดมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้เจ้าของเว็บบางคนที่อยากให้หน้าเว็บมีรูปสวยๆ ชัดๆ ใส่รูปที่มีขนาด 20-30 MB เข้าไปหลายๆ รูป เพราะกลัวรูปแตก แล้วหน้าเว็บจะไม่สวย แต่หน้าเว็บจะโหลดช้ามากๆ และส่งผลกระทบกับอันดับ SEO

ใช้อะไรที่ล้าสมัย! ย้อนไปก่อนหน้านี้สัก 10-15 ปี เว็บไซต์ส่วนใหญ่ใช้ Flash เป็นส่วนประกอบในการสร้างภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งดูแล้วสวยงามน่าชม แต่ถ้าใครยังใช้ Flash กับเว็บไซต์ในปัจจุบันนี้ คงถูกมองว่าเป็นเว็บล้าสมัย ตามไม่ทันเทคโนโลยี และถูกปิดไปอย่างแน่นอน

เปิดในมือถือลำบาก! ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่กูเกิลนำมาเป็นเกณฑ์สำหรับจัดอันดับ SEO ด้วยก็คือ “เว็บไซต์นั้นรับชมบนมือถือได้สะดวกหรือไม่” ถ้าหากผู้ชมกดเข้ามาแล้วกดออกไปทันที กูเกิลจะไม่ให้คะแนนในส่วนนี้เลย เพราะอัตรา Bounce Rate ค่อนข้างสูง ดังนั้นหากเว็บไหนยังไม่ปรับเป็น Responsive รับรองว่าอันดับร่วง

รหัสยอดแย่ 2561 อยู่ในนี้หรือเปล่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/575028

  • วันที่ 26 ธ.ค. 2561 เวลา 07:40 น.

รหัสยอดแย่ 2561 อยู่ในนี้หรือเปล่า

เผย รหัสผ่านที่นิยม มากที่สุด ถูกแฮ็กง่ายที่สุด ประจำปี 2018 อันดับ 1 ยังคงเป็น “123456” ตั้งแต่ปีที่แล้ว

SplashData ทำสำรวจรหัสผ่านที่นิยม มากที่สุด ถูกแฮ็กง่ายที่สุด ประจำปี 2018 อันดับ 1 ก็ยังคงเป็น “123456” มาตั้งแต่ปีที่แล้ว และตามมาด้วย “password” เป็นอันดับที่สอง ซึ่งรหัสผ่านทั้งสองอันนี้ติดอันดับมานานกว่า 5 ปี แล้ว

ในอันดับต่อๆ มาก็จะเป็นรหัสผ่านที่คาดเดาได้ไม่ยาก อย่าง 123456789, 12345678, 12345, 11111, 1234567, sunshine, qwerty, iloveyou

ซึ่งทาง SplashData คาดการณ์ว่า 1 ใน 10 ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ใช้รหัสผ่านหนึ่งใน 25 อันดับนี้ และ 3% ของผู้ใช้ ใช้รหัสผ่าน “123456”

ด้วยความจริงที่ว่ารหัสผ่านเป็นการป้องกันด่านแรกระหว่างผู้ใช้กับแฮ็กเกอร์ การป้องกันจึงต้องมีความแข็งแรงและมีมาตรการสำรองอย่าง Two-factor Authentication ที่เป็นตัวช่วยป้องกันการแฮ็กได้เป็นอย่างดี

ก้าวรุก…เฮงเค็ลไทย ปรับธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574946

  • วันที่ 25 ธ.ค. 2561 เวลา 11:40 น.

ก้าวรุก...เฮงเค็ลไทย ปรับธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล

เรื่อง ปากกาด้ามเดียว

หลังจากเฮงเค็ลดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มากว่า 45 ปี และเป็นผู้นำตลาดและผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมกาว มีกลุ่มลูกค้าและเป้าหมายในการทำธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งในปี 2562 ที่จะถึงนี้ เฮงเค็ลประกาศปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับยุคดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อีริค อีเดลแมน ประธานบริษัทเฮงเค็ล ประเทศไทย เปิดเผยว่า ก้าวรุกนับจากนี้บริษัทจะมุ่งเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจกาวอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการทำงานใกล้ชิดกับลูกค้าให้มากยิ่งขึ้นศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในเชิงลึกรวมถึงเทรนด์ธุรกิจใหม่ๆ เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและโซลูชั่นให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ เฮงเค็ลยังมีแผนจะสร้างการเติบโตด้วยการปรับธุรกิจเข้าสู่ดิจิทัล โดยให้ความสำคัญกับคู่ค้าและผู้บริโภค ตลอดจนซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่คุณค่า โดยเริ่มใช้แนวคิดอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อให้การวางแผน คัดแยก การผลิต และการส่งมอบผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นทำได้ดีขึ้น สำหรับประเทศไทยเฮงเค็ลได้นำแนวคิดโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) มาใช้เป็นผลสำเร็จในโรงงานกาวที่บางปะกง ซึ่งช่วยพัฒนาการผลิต ความปลอดภัยและความยั่งยืนให้ดีขึ้น

ขณะเดียวกันเฮงเค็ลได้เปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งให้ข้อมูลและบริการแบบเรียลไทม์แก่ลูกค้าในธุรกิจกาว รวมถึงพันธมิตรในการจัดจำหน่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมดซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย

“ประเทศไทยเป็นตลาดกาวที่สำคัญของเฮงเค็ล เนื่องจากเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งยังเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสำคัญต่างๆ อาทิ อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน อาหารและเครื่องดื่ม” อีเดลแมน กล่าว

พร้อมกันนี้ บริษัทยังส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลภายในบริษัทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในกระบวนการทำงานและพัฒนาความสามารถด้านดิจิทัลให้กับพนักงาน โดยมอบแนวทางการเรียนรู้ให้กับพนักงาน 2 แนว คือ การฝึกอบรมด้านดิจิทัลและการเพิ่มทักษะใหม่

สำหรับการฝึกอบรมด้านดิจิทัลเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับประเด็นดิจิทัลต่างๆ เช่น การตลาดดิจิทัลและการพัฒนาพฤติกรรมและการคิดแบบดิจิทัล ส่วนการเพิ่มทักษะดิจิทัลเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้วิธีการทำงานใหม่ๆ เช่น การนำระบบและกระบวนการทำงานแบบอัจฉริยะมาใช้ในสภาพแวดล้อมแบบอุตสาหกรรม 4.0

นอกจากนี้ เฮงเค็ลยังได้ทำงานร่วมกันกับลูกค้าและผู้ผลิตเครื่องจักรเพื่อพัฒนากาวและโซลูชั่นการผลิตสำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์อันโดดเด่น และเดินหน้าร่วมมือกับบริษัทรถยนต์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีกาวที่ช่วยลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการผลิต ทั้งยังช่วยให้สามารถผลิตรถยนต์ที่มีน้ำหนักเบาและประหยัดพลังงาน

ทั้งนี้ ในปี 2560 เฮงเค็ลได้เข้าซื้อธุรกิจทั่วโลกของดาเร็กซ์ แพคเกจจิ้ง เทคโนโลยี ทำให้เฮงเค็ลขยายความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เป็นผู้ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และกระป๋องได้มากขึ้นในประเทศไทย

จากรายงานผลประกอบการในไตรมาส 3 ของปี 2561 ยอดขายจากกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาวมีสัดส่วน 47% ของยอดขายทั่วโลกของเฮงเค็ล กรุ๊ป และมีการเติบโต 3.8% ส่วนกลุ่มธุรกิจบิวตี้แคร์มียอดขายเพิ่มขึ้น 0.5% และกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนมียอดขายเติบโต 2.5%

ในส่วนของปีนี้ เฮงเค็ลตั้งเป้ายอดขายทั่วโลกเติบโตประมาณ 2-4% จาก 20,029 ล้านยูโร หรือราว 7.4 แสนล้านบาท ในปี 2560 ซึ่งยอดขายมากกว่า 40% ของธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมาจากนวัตกรรม และมีอัตราการใช้นวัตกรรมในธุรกิจเทคโนโลยีกาวของเฮงเค็ลอยู่ที่ประมาณ 30%

“ความยั่งยืนถือว่าเป็นหัวใจในกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมของเฮงเค็ล บริษัทมีเป้าหมายที่จะพัฒนานวัตกรรมที่สร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจของเฮงเค็ลและลูกค้าในระยะยาว” อีเดลแมน กล่าว

ปัจจุบันเฮงเค็ลมีโรงงานผลิตกาว 2 แห่งในประเทศไทย อยู่ที่ อ.บางปะกง จ.ชลบุรี และ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ โดยสินค้าของเฮงเค็ล ได้แก่ กาววัสดุอุดกันรั่ว (ซีลแลนด์) และสารเคลือบผิว ภายใต้แบรนด์ชั้นนำ อาทิ เช่น ล็อคไทท์, เทคโนเมลท์, บอนเดอร์ไรท์, เทอโรซอล และเอเควนซ์

ทรูมูฟเอชลั่นพร้อมรับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574940

  • วันที่ 25 ธ.ค. 2561 เวลา 08:12 น.

ทรูมูฟเอชลั่นพร้อมรับปีใหม่

ทรูมูฟ เอช เตรียมความพร้อมของโครงข่ายขยายสัญญาณเต็มศักยภาพ คาดปริมาณการใช้งานดาต้าในช่วงปีใหม่เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า 100%

นายอดิศักดิ์ ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่มีการใช้งานดาต้าเพิ่มมากขึ้นทุกปี ทรูมูฟ เอช ได้เตรียมความพร้อมด้านเครือข่ายเพิ่มกว่าปกติอีก 2 เท่าตัว รองรับปริมาณการใช้งานโมบายล์ดาต้าที่คาดว่าในช่วงปีใหม่ 2562 นี้จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 100% จากปี 2561 ที่มีการใช้งานในคืนส่งท้ายปีเก่าขึ้นปีใหม่ที่ 625 GB และปี 2560 มีการใช้งานอยู่ที่ 310 GB

ทั้งนี้ ทีมงานทรูมูฟ เอช ได้ขยายช่องสัญญาณติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ ตลอดจนเพิ่มรถโมบายตามพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการใช้งานหนาแน่น รวมถึงจัดระบบสำรองเชื้อเพลิงเพื่อเตรียมความพร้อมเครือข่ายสัญญาณอย่างเต็มที่ทั้งตามเส้นทางถนนสายหลักที่จะมีประชาชนเดินทาง ในช่วงเทศกาล รวมถึงพื้นที่จัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ในจุดสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล อาทิ ไอคอนสยาม เซ็นทรัลเวิลด์ และเอเชียทีค

ขณะที่ในส่วนของต่างจังหวัดก็เตรียมความพร้อมเช่นกัน อาทิ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่และขอนแก่น แหลมบาลีฮายพัทยา เชียงคาน หาดป่าตอง รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ดอยอินทนนท์ เขาใหญ่ เขาค้อ ภูกระดึง ภูทับเบิก และแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล ตามหมู่เกาะต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ ทรูมูฟ เอช ยังได้จัดตั้งวอร์รูมเพื่อคอยเฝ้าระวังตรวจสอบและควบคุมคุณภาพสัญญาณ ตลอดจนจัดทีมเจ้าหน้าที่ดูแลโครงข่ายต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2561-3 ม.ค. 2562 อีกทั้งเตรียมแผนรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินร่วมกับฝ่ายอาคารและสถานที่ในพื้นที่จัดงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อให้แก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงคอลเซ็นเตอร์ 1242 บริการ 24 ชั่วโมง

ถอดบทเรียนธุรกิจ ก่อนใช้เอไอในองค์กร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574853

  • วันที่ 24 ธ.ค. 2561 เวลา 10:30 น.

ถอดบทเรียนธุรกิจ ก่อนใช้เอไอในองค์กร

แม้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ จะกลายเป็นคำที่คุ้นหูคนในแวดวงธุรกิจมากขึ้น แต่การหยิบจับเอไอมาประยุกต์ใช้กับองค์กรอาจไม่ใช่เรื่องง่าย หลายองค์กรที่เริ่มนำเอไอเข้ามาใช้ในองค์กรต่างเผชิญบทเรียนกันมาแล้ว

มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล มหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน สหรัฐอเมริกา จึงได้จัดงาน CMKL Tech Summit 2018 รวบรวมวิทยากรทั้งในไทยและระดับโลกที่คร่ำหวอดด้านเอไอ เพื่อช่วยถ่ายทอดถึงสถานการณ์ด้านเอไอ และบทเรียนธุรกิจที่ได้เรียนรู้จากการนำเอไอมาใช้ในองค์กร

วรนันท์ วรมนตรี นักวางกลยุทธ์องค์กร บริษัท เบทาโกร กล่าวว่า เบทาโกรได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล สนับสนุนคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน ดำเนินโครงการทดลองเกี่ยวกับเอไอมาประมาณ 1 ปี โดยใช้เอไอช่วยเรียนรู้พฤติกรรมของหมูในฟาร์ม เพื่อให้ทราบได้อย่างทันท่วงทีว่าหมูตัวใดกำลังมีอาการป่วย ช่วยให้รักษาหมูได้ทัน ลดอัตราการตายของหมู และคงผลิตภาพให้ยังอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการได้เรียนรู้ผ่านอุปสรรคหลายอย่าง แต่การนำเอไอเข้ามาใช้ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ยังต้องศึกษาและเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพราะหากโครงการสำเร็จ จะไม่ได้ช่วยเพียงแค่บริษัท แต่สามารถนำไปช่วยได้กับทุกอุตสาหกรรม

ธีรวัฒน์ อัศวโภคี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานนวัตกรรมข้อมูลเพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย เล่าว่า ที่ผ่านมาหลายองค์กรมักตั้งคำถามว่า “ฉันหรือองค์กรจะสามารถใช้เอไอได้อย่างไร” ซึ่งเป็นการตั้งคำถามที่ผิด หากต้องการจะนำเอไอมาประยุกต์ใช้ในองค์กร คำถามที่ควรเริ่มตั้งคือ “เป้าหมายขององค์กรคืออะไร” และ “เอไอจะสามารถปลดล็อกให้องค์กรขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายขององค์กรได้อย่างไร” ดังนั้น องค์กรต้องนำเป้าหมายขององค์กรเป็นตัวตั้งก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าจะนำเอไอเข้ามาช่วยขับเคลื่อนสู่เป้าหมายได้อย่างไร

ที่สำคัญ ทั้งองค์กรและผู้บริหารต้องเปิดใจและมุมมองให้กว้าง ต้องอย่าคิดว่าเอไอและบิ๊กดาต้า คือ “กระสุนเงิน” ที่จะช่วยบุกทะลวงฝ่าฟัน แก้ไขทุกปัญหาให้องค์กร และไม่ตั้งความหวังสูงเกินกว่าความเป็นจริง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานและองค์กรกล้าที่จะผิดพลาดเพื่อเรียนรู้

ด้าน สุวัฒน์ มีมุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สถาบันนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น เปิดมุมมองว่า แม้บริษัทจะมีวิศวกรอยู่มากมาย แต่ก็ยังประสบปัญหา 2 เรื่อง ได้แก่ 1.การหาพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเอไอและการจัดการข้อมูล 2.การรวบรวมชุดข้อมูลให้เพียงพอสำหรับเอไอและอัลกอริทึ่มมาประมวลผล

ทั้งนี้ บริษัทแก้ไขด้วยการทยอยฝึกอบรมและพัฒนาวิศวกรภายในให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเอไอ ผ่านหลักสูตรและสถาบันที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันก็สรรหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วจากภายนอกควบคู่กันไป เพื่อให้บริษัทมีทีมด้านเอไอเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็ว ส่วนปัญหาด้านการรวบรวมชุดข้อมูลกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมชุดข้อมูลที่จำเป็นและเป็นประโยชน์เพิ่มเติม

สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล กล่าวว่า เอไอสามารถช่วยแก้ปัญหาให้แก่ภาคธุรกิจได้ในวงกว้าง โดยกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากเอไอในปัจจุบัน ได้แก่ ธุรกิจบริการสุขภาพ ยานยนต์ บริการด้านการเงิน โลจิสติกส์ และมีอีกหลายกลุ่มธุรกิจที่เริ่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน เช่น โทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ และเกษตรกรรม

“กระทรวงดีอี” ดึงพันธมิตรทดสอบ5จี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574825

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2561 เวลา 15:39 น.

"กระทรวงดีอี" ดึงพันธมิตรทดสอบ5จี

“ดีอี” นำพันธมิตร 5จี ทุกภาคส่วนลงพื้นที่อีอีซี สำรวจโครงการ5จี Testbed เพื่อทดสอบเทคโนโลยีในอนาคต

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงร่วมกับ กสทช.ขับเคลื่อนโครงการ 5จี Testbed ได้นำภาคเอกชน ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ 5จี รายสำคัญของโลก ได้แก่ หัวเว่ย อีริคสัน โนเกีย และ Dassault Systèmes ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับเทคโนโลยี 3 มิติจากฝรั่งเศส เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ โดยผู้ผลิตอุปกรณ์ทุกรายได้คัดเลือกจุด ที่จะนำอุปกรณ์ของตัวเองเข้ามาติดตั้งสำหรับการทดสอบการใช้งาน 5จี (Use Cases) อาทิ การแพทย์ทางไกล, การผลิตอัฉริยะ(Smart Manufacturing), บัสอัจฉริยะ(Smart Bus) ตลอดจน ยานพาหนะไร้คนขับ(Autonomous Vehicle) เป็นต้น ซึ่งจะทยอยดำเนินการทดสอบตั้งแต่ม.ค. 2562 เป็นต้นไป และเพื่อให้เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ จึงได้นำผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายหลักของไทย ได้แก่ เอไอเอส , ดีแทร , ทรู , ทีโอที และ แคท พร้อมกับ อินเทล ผู้ผลิตชิปเซ็ตชั้นนำ และ ZTE อีกหนึ่งผู้ผลิตอุปกรณ์ 5จี รายสำคัญ ลงพื้นที่จริงเพื่อการพัฒนาสนามทดสอบ 5G (5G Testbed) สมบูรณ์แบบที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

“กระทรวงดิจิทัลฯ มีบทบาทการเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับการทดสอบการใช้ประโยชน์จาก 5จี ทั้งในเรื่องการจัดเตรียมสถานที่เพื่อเป็นศูนย์ทดสอบ การเป็นผู้รับรองอุปกรณ์ที่จะนำเข้ามาติดตั้งว่าเป็นไปเพื่อกการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถนำอุปกรณ์เข้ามาได้โดยสะดวก ล่าสุด ยังประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เพื่อให้ทำเรื่องขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่ที่จะนำมาใช้ใน 5จี Testbed แห่งนี้ จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งจะเป็นหน่วยงานจัดสรรคลื่นทดสอบ โดยขอไป 2 ย่านความถี่ ได้แก่ ย่าน 3.5 กิกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ ตามที่เอกชนเสนอความต้องการมา”นายพิเชฐ กล่าว

นายพิเชฐ กล่าวเสริมว่า โครงการทดสอบการใช้งาน 5จี เปิดกว้างสำหรับผู้สนใจที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ ระหว่างรอ 5จี ระดับสากลจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ซึ่งประกาศมาว่าจะสมบูรณ์ในปี 2563 ดังนั้น จึงตั้งเป้าหมายว่า การจัดตั้งศูนย์ทดสอบนี้จะช่วยเตรียมความพร้อมเมื่อถึงเวลาการใช้จริงในอนาคต อันจะทำให้เกิดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และไม่ซ้ำซ้อน รวมทั้งสร้างความตื่นตัวให้กับผู้ที่มีความประสงค์จะใช้ประโยชน์อีกด้วย ปัจจุบันเอกชนที่แสดงความสนใจเข้ามาแล้ว แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ คือกลุ่มการจัดหาและให้บริการ และ 2.ผู้ผลิตอุปกรณ์ ซึ่งก็คือกลุ่มที่จะขายอุปกรณ์สำหรับการติดตั้งโครงข่ายให้บริการ

ทั้งนี้ 5จี จะมีความเร็วในการรับส่งข้อมูล ดีกว่า 4จี ถึง 20 เท่า มีความล่าช้าของการรับส่งข้อมูลต่ำมาก (Latency time) ดีกว่า 4จี ถึง 10 เท่า ในขณะเดียวกันสามารถรองรับอุปกรณ์สื่อสารได้ถึง 1 ล้านอุปกรณ์ต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจะรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เมืองอัจฉริยะ และการใช้ชีวิตยุคใหม่ ตลอดจนการช่วยสร้างนวัตกรรมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ไทยช็อปออนไลน์เพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574608

  • วันที่ 21 ธ.ค. 2561 เวลา 08:00 น.

ไทยช็อปออนไลน์เพิ่ม

ลาซาด้าเผยพฤติกรรมนักช็อปสั่งซื้อสินค้าผ่านแอพเพิ่มขึ้น เทศกาล 12.12 ยอดขาย 6 ประเทศอาเซียนสูงถึง 30 เท่า ในไทยแตะ2พันล้านบาท

นายเจมส์ ตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลช็อปปิ้ง 12.12 ที่ผ่านมา สถิติยอดขายสินค้าในประเทศไทย สูงกว่า 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 71 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของ ปีก่อน และมีสินค้ามากกว่า 2 แสนชิ้น ที่ขายหมดภายในชั่วโมงแรก โดยสินค้า ที่ทำยอดขายได้มากที่สุด ได้แก่ สุขภาพและความงาม เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าแม่และเด็ก

ทั้งนี้ ยอดขายรวมทั้ง 6 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ที่ในช่วงเทศกาลดังกล่าว สร้างประวัติศาสตร์เพิ่มยอดขายกว่า 30 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงปกติ โดยสามารถดึงดูดผู้เยี่ยมชมแพลตฟอร์มทั่วทั้ง 6 ประเทศได้ถึง 1,300 ล้านราย ในช่วงเทศกาลช็อปปิ้ง 11.11 และ 12.12 ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันลาซาด้าสามารถ ส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคทั่วทั้งภูมิภาคได้กว่า 1 ล้านชิ้น/วัน และเพื่อตอบสนองความต้องการ บริษัทได้เพิ่มพันธมิตร ด้านโลจิสติกส์กว่า 100 ราย รวมไปถึง ผู้ให้บริการขนส่งบุคคลที่สาม ที่เพิ่มกำลังการส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังได้เหมาเครื่องบินอีก 3 ลำ เพื่อส่งสินค้ากว่า 200 ตัน ให้นักช็อปในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ให้ลูกค้าได้ทันเวลาช่วงเทศกาลวันหยุดที่จะถึงนี้

ขณะที่ สถิติที่น่าสนใจ พบว่า นักช็อปได้เลือกสั่งสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่น ลาซาด้ามากถึง 9 ใน 10 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 7 ใน 10 ราย สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นชนชั้นที่เติบโตอย่างรวดเร็วในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หันมาใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และให้ความสนใจซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

“ช่วงเทศกาล 12.12 นักช็อปได้รับโปรโมชั่นและส่วนลดพิเศษมากกว่า 55 ล้านครั้งตลอดระยะเวลา 3 วันของแคมเปญ ซึ่งช่วยให้ยอดขายสินค้าในไทยสร้างสถิติใหม่เกิดขึ้น โดยมีสินค้ากว่า 4 แสนชิ้นถูกจัดส่งภายใน 1 วันและยอดขายของผู้ขายรายย่อยเพิ่มขึ้นกว่า 17 เท่า” นายตง กล่าว

นายตง กล่าวเพิ่มเติมว่า ลาซาด้า ยินดีในการเป็นส่วนหนึ่งการของผลักดันให้แบรนด์ ผู้ขาย ประสบความสำเร็จ ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และระบบโลจิสติกส์ของลาซาด้า พร้อม ได้พัฒนาและค้นหาวิธีการใหม่ๆ ที่จะ ยกระดับประสบการณ์การช็อปปิ้ง ด้วยการนำเกมเข้ามาผสมผสานเพื่อสร้างความสนุกสนาน รวมไปถึงการจัดเทศกาลช็อปปิ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด วันเดียวแห่งปี ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบเป็นอย่างมากในหมู่นักช็อป

ทั้งนี้ ในปี 2561 ลาซาด้าได้กระชับความสัมพันธ์กับผู้ขายให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สร้างประสบการณ์การช็อปปิ้งระยะยาวให้กับลูกค้าผ่านความบันเทิงรูปแบบใหม่ เน้นการสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า โดยโครงการสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาต่อยอด ไลฟ์สตรีมมิ่ง การไลฟ์บนแอพพลิเคชั่นลาซาด้า ที่นำเอานวัตกรรมดังกล่าวมาช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ขาย และลูกค้า กว่า 50 แบรนด์ชั้นนำและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการความเป็นมิตรกับผู้จำหน่าย ที่มอบแรงจูงใจให้กับ ผู้จำหน่าย ปรับขั้นตอนการลงทะเบียน โดยลาซาด้าตั้งเป้ารวบรวมผู้ประกอบการให้ได้ 8 ล้านราย ภายในปี 2573 เพื่อช่วยนำธุรกิจเข้าสู่ช่องทางออนไลน์

สื่อสหรัฐเผยเฟซบุ๊กให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานมากขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574530

  • วันที่ 20 ธ.ค. 2561 เวลา 14:54 น.

สื่อสหรัฐเผยเฟซบุ๊กให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานมากขึ้น

“นิวยอร์ก ไทม์ส” เผยเฟซบุ๊กอนุญาตให้บริษัเทคโนโลยีรายใหญ่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานมากขึ้นกว่าที่มีการเปิดเผย

หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า เฟซบุ๊กเครือข่ายโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ของโลกได้ อนุญาตให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงเน็ตฟลิกซ์ และสปอติฟาย สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กมากขึ้นกว่าที่เคยมีการเปิดเผยมาก่อนหน้านี้

รายงานของนิวยอร์ก ไทม์ส ระบุว่า เฟซบุ๊กได้อนุญาตให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เหล่านี้สามารถอ่านข้อความส่วนตัวของผู้ใช้งานได้

ด้าน โฆษกของเฟซบุ๊กได้ออกมาชี้แจงว่า “บริษัทที่เป็นพันธมิตรของเฟซบุ๊กไม่ได้มองข้ามในเรื่องระบบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน การกล่าวหาว่าพวกเขากระทำการเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง”

ขณะที่ โฆษกของบริษัทสปอติฟายกล่าวว่า เมื่อก่อนผู้ใช้งานสามารถแชร์เพลงร่วมกับเพื่อนๆ และเพิ่มข้อความให้ปรากฏบนแอพพลิเคชั่นสปอติฟาย แต่ปัจจุบันลักษณะการใช้งานเช่นนี้ยังไม่สามารถทำได้ พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า สปอติฟายเคยเข้าถึงข้อความส่วนตัวของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก

โฆษกของเน็ตฟลิกซ์กล่าวว่า เน็ตฟลิกซ์ไม่เคยเข้าถึงข้อความส่วนตัวของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กกำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดยรายงานข่าวในด้านลบเหล่านี้ส่งผลให้ราคาหุ้นเฟซบุ๊กปิดตลาดร่วงลงกว่า 7% ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้

ภาพ เอเอฟพี

เผยทริกครองใจ นักช็อปปี2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/574474

  • วันที่ 20 ธ.ค. 2561 เวลา 10:00 น.

เผยทริกครองใจ นักช็อปปี2562

ไพรซ์ซ่าผู้ให้บริการเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น จัดงานหัวข้อสัมมนาที่ช่วยพาเจาะลึกพฤติกรรมนักช็อปออนไลน์กัน ในงาน Priceza E-Commerce Trends : The Infinity of E-Commerce Wars 2019 เพื่อตีแผ่พฤติกรรมผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ สู่กลเม็ดครองใจนักช็อปปี 2562 ในแต่ละแพลตฟอร์ม

สุพัชเชษฐ์ เภาวะนิต รองประธานฝ่ายปฏิบัติการขาย บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากข้อมูลของเอ็ตด้าปี 2561 นี้ เป็นปีแรกที่การซื้อสินค้าหรือบริการผ่านออนไลน์ติดท็อปไฟว์กิจกรรมบนโลกออนไลน์ของผู้บริโภคในประเทศไทย นอกเหนือจากนั้นจะมีกิจกรรมอย่างอื่นที่เพิ่มหลากหลายขึ้นมาเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนๆ อาทิ การสั่งอาหารเพื่อส่งอาหาร การจองโรงแรมจองตั๋วต่างๆ การหาเพื่อน หาคู่ เป็นต้น

ทั้งนี้ พฤติกรรมเหล่านี้จะเป็นข้อบ่งชี้ว่าสังคมไทยเริ่มขับเคลื่อนสู่สังคมดิจิทัลอย่างแท้จริง ซึ่งทำให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนี้น่าจะเป็นสิ่งที่คนที่ทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซต้องจับตามองว่าจะนำไปสู่ทิศทางไหน

สำหรับลาซาด้าปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ด้วยการทำเพอร์ซันนัลเซชั่นมากขึ้น ถ้าเปิดแอพของลาซาด้าทุกคนจะเห็นของที่ไม่เหมือนกันเลย จากพฤติกรรมการเสิร์ช พฤติกรรมในการคลิก คลิกอะไรบ่อยขนาดไหน สินค้าที่ตัดสินใจซื้อ ซื้อบ่อยขนาดไหน สินค้าที่เขาต้องการเห็น คืออะไรบ้าง วิธีการเอาสินค้าขึ้นมาโชว์ โดยจะไม่โชว์อะไรที่ไม่เกี่ยวพันกับพฤติกรรมผู้บริโภค

“หลังจากเมื่อซื้อแล้ว ในช่วงเวลาเท่าไรมีความเป็นไปได้ที่เขาจะซื้อสินค้าตัวอื่นที่มันสอดคล้องกับที่เขาเคยซื้อหรือไม่ เป็นการมองก้าวกระโดดได้อีก ตัวอย่างเช่น แม่และเด็กอ่อน ถ้าซื้อผ้าอ้อมสำหรับไซส์เอสแล้ว ปริมาณขนาดนี้ใน 3-6 เดือนขึ้นไป สิ่งที่เขาต้องการซื้อต่อไปจะเป็นอะไร อาจจะเป็นนมผง อาหารเสริม ผ้าอ้อม ฯลฯ ซึ่งตรงนี้จะเป็นตัวที่ทำให้ลาซาด้าสามารถตอบสนองผู้บริโภคทุกวัยได้” สุพัชเชษฐ์ กล่าว

ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไพรซ์ซ่า กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคการช็อปปิ้งอี-คอมเมิร์ซถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตบนโลกออนไลน์ พบว่าคนไทยที่เข้ามาค้นหาสินค้าเปรียบเทียบราคาบนแพลตฟอร์มของไพรซ์ซ่า พบว่าวันที่พีกคือวันจันทร์และจำนวนจะค่อยๆ ลดลงในวันถัดไป ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์จะน้อยที่สุด นั่นอาจหมายถึงว่าคนไทยนิยมช็อปปิ้งในวันทำงาน ร้านค้าจำเป็นต้องเท่าทันพฤติกรรมเหล่านี้

ศุภนีวรรณ จูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ค่าเฉลี่ยของคนปัจจุบันมีแอพอยู่บนมือถือคนละประมาณ 32 แอพจากจำนวนแอพเป็นล้านๆ แอพ ในจำนวนนั้นมีแอพที่ใช้ทุกวันเฉลี่ยเพียงประมาณ 8 แอพ ทุกอุตสาหกรรมทุกหมู่เหล่าพยายามแย่งชิงกันอยู่ใน 8 แอพนี้

“สิ่งสำคัญในการพัฒนาแอพ คือ แทนที่จะปล่อยให้เขาออกไปเข้าแอพนั้นที แอพนี้ที พอโอนเสร็จแล้ว ก็เอาสลิปมาแปะ ต้องทำให้มันง่ายขึ้นกว่านั้น เพื่อให้การซื้อ-ขายไหลลื่นมากกว่า เพราะทุกทริกเกอร์ของการเปลี่ยนหน้า ผู้ใช้สามารถหยุดได้ตลอดเวลา” ธนาวัฒน์ กล่าว

ขณะที่จากข้อมูลยังพบว่าคนมักโอนเงินสำหรับการช็อปปิ้งในวันธรรมดามากกว่าเสาร์-อาทิตย์ และมักอยู่ในช่วงเวลา 13.00-14.00 น. หมายถึงคนนิยมช็อปปิ้งในวันธรรมดา เวลาทำงาน เพื่อคลายเครียดระหว่างวัน สำหรับเทรนด์การจ่ายเงินซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทย ทั้งเงินโอนและบัตรเครดิตยังคงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่คนยังคงนิยมการโอนมากกว่าจากหลากหลายสาเหตุ

ยิ่งนับวันจำนวนผู้ช็อปปิ้งในโลกออนไลน์ยิ่งเพิ่มขึ้น การทำตลาดออนไลน์ต้องเพิ่มความเข้มข้น ต้องเจาะลึกถึงระดับเพอร์ซันนัลหรือเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น การทำแคมเปญโปรโมชั่นในช่วงวันธรรมดาหรือการสร้างแอพให้ใช้งานง่ายล้วนเป็นกลยุทธ์ที่ต้องจับตาในปี 2562