‘เหนือ-อีสานตอนบน’อากาศเย็น!! ‘กทม.-ปริมณฑล’ฝนตกร้อยละ20

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/197970

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559, 08.11 น.
18 ม.ค.59 ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในวันนี้ ประกอบกับมีกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนจากประเทศเมียนมาได้เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป

ส่วนลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเกิดขึ้นในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้า ทางตอนบนของภาค อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-11 องศาเซลเซียส ทางตอนล่างของภาค อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

กรมชลมั่นใจเอาอยู่สู้วิกฤติแล้ง สรุปยอดนาปรัง1.28ล้านไร่-ยันน้ำเหลือพอใช้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/197882

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาให้ความร่วมมือกับกรมชลประทานในการงดทำนาปรัง ในปี 2558/59 ค่อนข้างน่าพอใจ แม้จะมีเกษตรกรส่วนหนึ่งยอมเสี่ยงทำนาปรังไปประมาณ 1.28 ล้านไร่ก็ตาม แต่ก็น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ที่มีการทำนาปรังมากกว่า 2 ล้านไร่ ทั้งๆที่ได้ขอความร่วมมือในการงดทำนาปรังเช่นเดียวกันกับฤดูแล้งปีนี้

อย่างไรก็ตาม คาดว่า ข้าวนาปรังที่เกษตรกรปลูกจำนวน 1.28 ล้านไร่ดังกล่าว ไม่น่าจะได้รับความเสียหายเนื่องจากยังมีปริมาณน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ และปริมาณน้ำที่นอนคลองเหลืออยู่บ้าง แต่เกษตรกรไม่ควรจะทำนาปรังเพิ่ม เพราะน้ำต้นทุนที่มีอยู่ไม่เพียงพอสำหรับการจัดสรรเพื่อทำนาปรังแล้ว มีความเสี่ยงสูงที่ข้าวจะได้รับความเสียหายจากภาวะขาดแคลนน้ำได้

สำหรับสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มเจ้าพระยา ล่าสุด ณ วันที่ 11 มกราคม 2559 เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 1,074 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 8 ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 1,822 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 19 ของความจุอ่างฯ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 332 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 35 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 484 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ

ส่วนลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งปกติเกษตรกรจะเริ่มทำนาปรัง ในเดือนมกราคมของทุกๆ ปี ในฤดูแล้งปีนี้กรมชลประทานขอให้งดการทำนาปรังเช่นเดียวกันกับลุ่มน้ำเจ้าพระยา เนื่องจากปริมาณในเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำมีปริมาณค่อนข้างต่ำ โดยเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 2,535 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 14 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 2,071 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 23 ของความจุอ่างฯ เท่านั้น

อธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งของลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลอง ขณะนี้ยังเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่จะเพียงพอสำหรับ การอุปโภค บริโภค การรักษาระบบนิเวศน์ การผลักดันน้ำเค็ม และการปลูกพืชในช่วงต้นฤดูฝนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในส่วนของลุ่มน้ำแม่กลอง แม้จะงดการสรรน้ำเพื่อทำนาปรับ แต่สำหรับเกษตรกรที่ปลูกพืชไร่ อ้อย พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ พืชสวนผลไม้ กรมชลประทานจะจัดสรรน้ำให้ตามปกติเนื่องจากพืชเหล่านี้จะใช้น้ำไม่มาก ไม่กระทบต่อปริมาณน้ำที่มีอยู่

‘อีสาน-กลาง-ตอ.-ใต้’มีฝนระยะนี้ ‘เหนือ’อากาศหนาวเย็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/197830

วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2559, 08.07 น.
17 ม.ค.59 ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนจากประเทศจีนปกคลุมประเทศเวียดนาม และทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทย เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนในระยะนี้ ส่วนบริเวณภาคเหนือ มีกระแสลมฝ่ายตะวันตกในอากาศระดับบนพัดปกคลุม ทำให้บริเวณภาคเหนือ มีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 18 – 19 ม.ค.59 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ทางตอนบนของภาค อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส ทางตอนล่างของภาค อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางตอนบนของภาค อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส ทางตอนล่างของภาค มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนอง-อากาศเย็นลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/197726

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559, 08.30 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(16 ม.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 15-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ลงนามตกลงMOUภาครัฐ-เอกชน เร่งแก้ประมงผิดกม.-ค้ามนุษย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/197595

วันศุกร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559, 14.57 น.
15 ม.ค. 59 เวลา 13.30 น วันที่15 มกราคม ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ(วังนันทอุทยาน) พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เป็นประธานการลงนามระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการ จำนวน 34 หน่วยงาน ว่าด้วยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการไม่ซื้อ นำเข้า ส่งออก นำผ่าน จำหน่าย ซึ่งสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงผิดกฎหมาย การใช้แรงงานผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ มาผลิตในอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ และจัดจำหน่ายเป็นสินค้าอาหารทะเล
ทั้งนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหากระบวนการด้านประมงตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการประมงทั้งหมดมีมาตรฐานสากล เพื่อเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการได้ตระหนักถึงความสำคัญ และเห็นชอบร่วมมือกัน ในการแก้ไขปัญหาอย่างถึงที่สุด โดยมีข้อกำหนด ดังนี้

1. ให้หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการ ร่วมมือกันในการรักษามาตรฐานการประกอบการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน และให้มีการประมงอย่างยั่งยืน โดยผู้ประกอบการจะต้องไม่ละเมิดข้อตกลง รวมทั้งจะปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการประมง แรงงาน และการค้ามนุษย์อย่างเคร่งครัด และส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้แก่หน่วยงานภาครัฐ

2. ให้ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนความรู้ จัดกิจกรรม จัดให้มีการบรรยายทางวิชาการ การฝึกอบรม และการศึกษาวิจัยในหัวข้อและโครงการที่เหมาะสม

สำหรับหน่วยงานที่ร่วมลงนาม MOU จำนวน 34 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ จำนวน 12 หน่วยงาน คือ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ,ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.),กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,กระทรวงแรงงาน ,กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ,สำนักงานอัยการสูงสุด ,กรมสอบสวนคดีพิเศษ ,กรมประมง ,กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ,กรมเจ้าท่า ,กรมศุลากากร ,กองบังคับการตำรวจน้ำ

สำหรับองค์กรภาคเอกชน 19 หน่วยงาน ประกอบด้วยสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ,สมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย ,สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย,สมาคมการประมงทะเลไทย ,สมาคมอุตสาหกรรรมทูน่าไทย ,บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ยูเนี่ยนโฟรเซน โปรดักส์ จำกัด,บริษัท อันดามัน ซีฟู้ด จำกัด  ,บริษัท ห้องเย็นกู้ดฟอร์จูน จำกัด ,บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด ,บริษัท เซียนหนิง ซีฟู้ด จำกัด ,บริษัท องกรณ์ห้องเย็น จำกัด ,บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยนซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) ,บริษัท มารีนโกลด์โปรดัก จำกัด ,บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ,บริษัท แพ็คฟู้ด จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ไทยรอแยลฟรอเซนฟู้ด จำกัด,บริษัท เมย์โอฟู้ดส์ จำกัด,บริษัท พัฒนาโฟรเซ่นฟู้ด  อย่างไรก็ตามองค์กรที่เป็นกลาง 3 หน่วยงาน ที่ลงนามในฐานะพยาน คือกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้,องค์การแรงงานระหว่างประเทศ และมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน

โดยพล.ร.อ.ณะ กล่าวว่า การทำเอ็มโอยูครั้งนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่ทุกภาคส่วนช่วยกัน ซึ่งแสดงถึงเจตนารมณ์ ที่จะไม่ทำผิดกฎหมาย  อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่มาร่วมการลงนามในครั้งนี้ ต่างมาด้วยความสมัครใจ และไม่ได้มีการบังคับมาทั้งสิ้น  อย่างไรก็ตามทางด้านผู้ประกอบการเอง ก็จะช่วยกันตรวจสอบกันเอง หากมีการทำผิดข้อตกลง ก็จะเตือนกัน

‘ไทยตอนบน’อุณหภูมิสูงขึ้น!! กทม.-ปริมณฑลมีฝนร้อยละ30

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/197553

วันศุกร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559, 08.04 น.
15 ม.ค.59 ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน มีกำลังอ่อน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1 – 2 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นโดยทั่วไป ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

สำหรับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกได้ในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณตะวันออกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัด ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

มลพิษปี’58ขยะล้นต่อเนื่อง ‘แม่น้ำกวง-อ่าวไทยตอนใน’คุณภาพเสื่อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/197451

วันศุกร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยถึงการสรุปสถานการณ์มลพิษประเทศไทย ในปี 2558 โดยสถานการณ์คุณภาพอากาศ จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศใน 29 จังหวัด จ.สระบุรี เป็นจังหวัดที่มีจำนวนวันที่มลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานมากที่สุด 150 วัน รองลงมา คือ ลำปาง 89 วัน สมุทรปราการ 81 วัน กรุงเทพมหานคร 74 วัน และขอนแก่น 70 วัน
สารมลพิษที่เป็นปัญหาสำคัญ คือ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ก๊าซโอโซน และยังตรวจพบฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เกินมาตรฐาน 9 ใน 10 จังหวัดที่ทำการตรวจวัด

นอกจากนี้ พบว่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย มีปริมาณสูงกว่าค่ามาตรฐาน 4 จังหวัดจาก 6 จังหวัด โดยเฉลี่ย มีปริมาณลดลง เป็นผลจากการปรับปรุงมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิง EURO 4 ยกเว้นพื้นที่มาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียง จังหวัดระยอง แต่เบนซิน และ 1,3-บิวทาไดอีน หลายสถานีมีแนวโน้มลดลงจากปี 2557 ส่วน 1,2-ไดคลอโรอีเทน หลายสถานีที่อยู่ใกล้เคียงนิคมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากปีที่ผ่านมาสภาพอากาศแห้งแล้งมาก และได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน

สถานการณ์คุณภาพน้ำ จากการประเมินโดยใช้ดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน(Water Quality Index: WQI) พบว่าคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์พอใช้ ร้อยละ 43 รองลงมาอยู่ในเกณฑ์ดี ร้อยละ 31 และเกณฑ์เสื่อมโทรม ร้อยละ
26 แหล่งน้ำในภาคเหนือมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีมากกว่าภาคอื่น รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออก แม่น้ำที่มีคุณภาพน้ำดีที่สุด คือ แม่น้ำตาปีตอนบนขณะที่แหล่งน้ำที่มีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง เช่น แม่น้ำกวง ลำตะคองตอนล่างระยองตอนล่าง ป่าสัก ลพบุรี เจ้าพระยาตอนบน ท่าจีนตอนกลางและล่าง เพชรบุรีตอนล่าง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านการลงทุนระบบบำบัดน้ำเสีย

ส่วนน้ำทะเลชายฝั่ง จากการประเมินโดยใช้ดัชนีคุณภาพน้ำทะเล (Marine Water Quality Index: MWQI) พบว่า คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์พอใช้ ร้อยละ 72 อยู่ในเกณฑ์ดี ร้อยละ 16 อยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม ร้อยละ 9 และอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก ร้อยละ 3 และไม่พบคุณภาพน้ำเกณฑ์ดีมาก โดยบริเวณที่มีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมยังคงเป็นพื้นที่อ่าวไทยตอนใน ที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำเสียจากแม่น้ำสายหลักและชุมชนที่รุกล้ำชายฝั่งทะเล

สถานการณ์การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ปี 2558 มีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนเกิดขึ้น 26.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก ปี 2557 ร้อยละ 3 ได้รับการเก็บขนเพื่อนำไปกำจัด 15.4 ล้านตัน ขยะมูลฝอยที่เก็บขนถูกนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง 8.4 ล้านตัน
อีกประมาณ 7.09 ล้านตัน ถูกนำไปกำจัดยังสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่ดำเนินการไม่ถูกต้อง เช่น การเทในบ่อดิน เผากลางแจ้ง ลักลอบทิ้งในพื้นที่รกร้าง มีปริมาณขยะตกค้างในสถานที่กำจัด 30 ล้านตัน สามารถจัดการได้แล้ว 20 ล้านตัน และมีการนำขยะมูลฝอยชุมชนกลับมาใช้ประโยชน์ มีประมาณ 4.9 ล้านตัน

ของเสียอันตรายชุมชน เกิดขึ้น 591,127 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2557 จำนวน 14,811 ตัน แบ่งเป็น ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 384,233 ตัน และของเสียอันตรายประเภทอื่นๆ จากชุมชน เช่น แบตเตอรี่ หลอดไฟ ภาชนะบรรจุสารเคมี อีก 206,894 ตัน ปริมาณมูลฝอยติดเชื้อ เกิดขึ้นประมาณ 5,400 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2557 จำนวน 200 ตัน ได้รับการจัดการถูกต้อง ร้อยละ 75 กากอุตสาหกรรมเกิดขึ้นทั่วประเทศ 37.4 ล้านตันแบ่งเป็นกากอุตสาหกรรมอันตราย 2.8 ล้านตันไม่อันตราย 34.6 ล้านตัน โดยกากอุตสาหกรรมอันตรายได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง 1.3 ล้านตัน และกากอุตสาหกรรมไม่อันตราย ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง 26.1 ล้านตัน (ร้อยละ 75)

ไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้า ส่วนตอนล่างมีฝนได้บางแห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/197374

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (14 ม.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-16 องศาเซลเซียส ส่วนตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากตามบริเวณชายฝั่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีหมอกบางในตอนเช้า กับมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ประเทศไทยตอนบนยังหนาวเย็น ส่วนทางตอนล่างมีฝนในระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/197014

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(12 ม.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีหมอกบางในตอนเช้า กับมีฝนบางพื้นที่ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-13 องศาเซลเซียส ส่วนตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-9 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา โดยมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 13-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

‘เจ้าพระยา’อ่วมหนัก ระดับน้ำต่ำกว่าวิกฤติ ไฟเขียวผัน‘สาละวิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/197003

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
‘เจ้าพระยา’อ่วมหนัก

ระดับน้ำต่ำกว่าวิกฤติ

ไฟเขียวผัน‘สาละวิน’

ช่วยเติม‘เขื่อนภูมิพล’

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 11 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) โดยหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยว่าที่ประชุมได้สรุปถึงสถานการณ์น้ำต้นทุน เพื่อจัดทำแผนที่น้ำใหม่ให้สมบูรณ์ขึ้น โดยขณะนี้ยังต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และประชาชนทั่วไป ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องบริหารจัดการน้ำให้มากที่สุด และร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องการใช้น้ำอย่างประหยัด

ด้าน นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ แถลงว่า ที่ประชุมได้หารือเพื่อติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาภัยแล้งทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ 12 กิจกรรม รวมทั้งตรวจสอบสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ โดยปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ทั้งในเขตและนอกเขตชลประทานประสบปัญหาอยู่ 548 อำเภอ จึงมีการเร่งรัดการดำเนินการเพื่อให้ความช่วยเหลือ เช่น การเจาะบ่อบาดาลเพิ่มเติมหรือสูบน้ำจากพื้นที่ที่มีน้ำมาเพิ่มเติม

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเวลานี้มีเพียงพอที่จะใช้จนผ่านฤดูแล้งไปได้ อย่างไรก็ตามยังคงต้องมีมาตรการดำเนินการ โดยยังไม่สามารถปล่อยน้ำเพื่อช่วยเหลือการเกษตรได้ แต่จะเน้นเรื่องการอุปโภค บริโภค และขับไล่น้ำเค็ม

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญที่ที่ประชุมให้ความเห็นชอบในหลักการ คือ การผันน้ำจากแม่น้ำสาละวินเข้าสู่เขื่อนภูมิพล โดยให้กรมชลประทานไปดำเนินการศึกษานำน้ำจากแม่น้ำยวมซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำสาละวินเข้ามาสู่เขื่อนภูมิพล โดยร่วมกันระหว่างกรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และกระทรวงมหาดไทย โดยทั้ง 3 หน่วยงานจะต้องร่วมมือกันที่จะดำเนินการ โดยเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะต้องดำเนินการเรื่องสายส่งต่างๆ ด้วย ในการที่จะไปพัฒนาต่อยอดในการผลิตกระแสไฟฟ้าในอนาคต

ขณะที่ในส่วนของแม่น้ำโขง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล ซึ่งกรมชลประทานได้ศึกษาเบื้องต้นในการนำน้ำจากแม่น้ำโขงผ่านประตูระบายน้ำห้วยหลวง ซึ่งกรมชลประทานสร้างไว้แล้ว ปีนี้จะสร้างสถานีสูบน้ำชั่วคราว เพื่อจะนำน้ำจากแม่น้ำโขงบางส่วนมาใช้

ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 13.95 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งต่ำกว่าระดับวิกฤติ 5 ซ.ม. ขณะที่ระดับระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 5.96 เมตร

ทั้งนี้จากสถานการณ์ภัยแล้งใน จ.ชัยนาท ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ยังส่งผลกระทบต่อระดับน้ำใต้ดิน ทำให้บ่อน้ำบาดาลของเกษตรกร ในพื้นที่ อ.สรรพยา และ อ.สรรคบุรี ซึ่งเป็นบ่อบาดาลน้ำตื้นเริ่มแห้งเหือด ทำให้สูบน้ำได้ปริมาณที่น้อยลง ซึ่งหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อออกไป คาดว่าน้ำใต้ดินจะแห้งจนไม่สามารถสูบได้อีก

ที่ จ.ลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง นายอำเภอท่าวุ้ง ได้ลงพื้นที่บริเวณวัดโพธิ์ศรี ต.บางงา อ.ท่าวุ้ง เพื่อติดตามการเปิดเส้นทางน้ำในแม่น้ำลพบุรี หลังจากที่มีผักตบชวาติดยาวกว่า 10 กิโลเมตร จนทำให้แม่น้ำตื้นเขิน โดยชลประทานได้นำเรือดันผักตบชวาขึ้นมาไว้ที่ริมตลิ่ง เพื่อเปิดทางน้ำในแม่น้ำลพบุรีไหลผ่านได้อย่างสะดวก รวมถึงช่วยให้ระดับน้ำยังอยู่คงที่ไม่ลดต่ำลงไปอีก โดยคาดว่าจะช่วยประชาชนให้มีน้ำอุปโภค บริโภค ไปได้อีกประมาณ 3-4 เดือน

ขณะที่ จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน อ.สตึก ยังคงลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จนมองเห็นตอม่อสะพาน และบางช่วงแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามฝั่งไปมาได้ โดยบริเวณจุดวัดระดับน้ำศาลเจ้าพ่อวังกรูด มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 56 เซนติเมตร จากระดับความสูงริมฝั่ง 9 เมตร ซึ่งจากปริมาณน้ำมูลที่ลดต่ำในช่วงนี้ ได้ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของชาวประมงที่มีอาชีพหาปลา และเลี้ยงปลาในกระชัง อีกทั้งกระทบกับเกษตรกรที่มีอาชีพทำนาริมฝั่งลำน้ำมูล ไม่สามารถสูบขึ้นไปทำนาได้ ขณะที่ชาวนาริมฝั่งมูลบางรายได้เริ่มที่ไถหว่านทำนาปรังแล้ว คาดว่าหากภายใน 1–2 เดือน ปริมาณน้ำมูลจะลดต่ำลงจนถึงขั้นวิกฤตแห้งขอด

ส่วนที่ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ต้องอพยพเป็ดไข่กว่า 7,000 ตัว ด้วยรถบรรทุก 10 ล้อ เพื่อมาหาแหล่งอาหารสำหรับเลี้ยงเป็ดใน อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ เนื่องจากแหล่งอาหารและแหล่งน้ำตามธรรมชาติในพื้นที่ของตัวเอง เริ่มแห้งขอดลง จึงได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งที่กำลังรุกหนักและขยายวงกว้างมากขึ้นในพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้แหล่งอาหารของเป็ด เช่น หอยขม และหอยชนิดต่างๆ เริ่มหายากขึ้น และเมื่ออาหารไม่เพียงพอจะทำให้เป็ดออกไข่น้อยลงด้วย จากเดิมกว่าวันละ 200 แผง ลดลงเหลือเพียงวันละ 50 แผง