สส.ระดมสื่อการศึกษา จัดทำ”ห้องสมุดสีเขียว”ฟื้นฟู13ร.ร.เมืองคอนอ่วมน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263213

วันศุกร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560, 17.59 น.

“กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” ระดมเครือข่ายความร่วมมือพร้อมจิตอาสา ลงพื้นที่ “เมืองคอน”  จัดทำห้องสมุดให้โรงเรียน ต.ช.ด. ใน อ.ชะอวด และ อ.นบพิตำ พร้อมระดมเปิดรับบริจาคหนังสือและวัสดุอุปกรณ์ลำเลียงมอบให้โรงเรียนในพื้นที่เบ็ดเสร็จ 13 แห่งรวด หลังตรวจสอบพบได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุน้ำท่วมภาคใต้  โดยมีพิธีส่งมอบอย่างเป็นทางการเมื่อ 19 มีนาคมที่ผ่านมา

นายสากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ภัยพิบัติจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้จะผ่านพ้นจนเข้าสู่ภาวะปกติมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังคงมีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายและผลกระทบจากเหตุดังกล่าวอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการความช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้หน่วยงานรัฐทุกแห่ง เร่งดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือไปถึงประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบอย่างดีที่สุดและรวดเร็วที่สุด

โดยในส่วนของ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) นอกจากจะได้เข้าร่วมกับหน่วยงานในสังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนด้านต่างๆมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ล่าสุดยังได้จัดสร้างห้องสมุดและส่งมอบหนังสือพร้อมวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้กับโรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัยใน จ.นครศรีธรรมราช รวม 13 แห่ง โดยมีพิธีส่งมอบอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

“การดำเนินการดังกล่าว สืบเนื่องจาก กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้รับการประสานงานจากสมาคมศิษย์เก่าเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช เพื่อขอรับการสนับสนุนหนังสือและห้องสมุดแก่โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีโรงเรียน 2 แห่ง คือ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ต.ช.ด.) บ้านหลังอ้ายหมี อ.ชะอวด และโรงเรียน ต.ช.ด.บ้านห้วยตง อ.นบพิตำ ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเรื่องการทำห้องสมุด นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนในพื้นที่อีก 11 แห่ง ที่ขาดแคลนหนังสือและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้งานในห้องสมุด เนื่องจากทุกอย่างถูกทำลายเสียหายจากเหตุน้ำท่วมไปจนหมดสิ้น ดังนั้น กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงได้เร่งดำเนินการให้ช่วยเหลือให้อย่างเร่งด่วน”

นายสากล กล่าวต่อว่า หลังได้รับแจ้ง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงได้ประสานไปยังเครือข่ายความร่วมมือต่างๆ อาทิ สำนักห้องสมุด มหาวิทยาเกษตรศาสตร์, สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ชมรมห้องสมุดเฉพาะ ศูนย์ประสานงานสารสนเทศสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเครือข่ายห้องสมุดสีเขียว เพื่อขอรับบริจาคหนังสือและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนทั้ง 13 แห่ง ซึ่งปรากฏว่าได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกองค์กร

โดย สำนักห้องสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์ประสานงานสารนิเทศ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยจิตอาสาภายใต้ความร่วมมือของเครือข่ายห้องสมุดสีเขียวและศูนย์ประสานงานสารสนเทศ สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ได้แก่ เจ้าหน้าที่จิตอาสาจาก ธกส. มหาวิทยาลัยนเรศวร และสถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น ได้ร่วมกับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เข้าดำเนินการจัดสร้างห้องสมุดและฟื้นฟูภูมิทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับ โรงเรียน ต.ช.ด.บ้านหลังอ้ายหมี และโรงเรียน ต.ช.ด.บ้านห้วยตก ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการจนแล้วเสร็จและได้ส่งมอบให้กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 อย่างเป็นทางการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ส่วนอีก 11 โรงเรียนนั้น กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยเครือข่ายความร่วมมือทุกแห่ง ได้ดำเนินการเปิดรับบริจาคและจัดหาหนังสือพร้อมวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ โดยมีการลำเลียงลงไปยังพื้นที่และส่งมอบให้กับโรงเรียนทั้ง 11 แห่งเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมาเช่นกัน

“ผลแห่งความสำเร็จในการส่งมอบวัสดุ อุปกรณ์ลงไปจังหวัดนครศรีธรรมราชในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนและการไปรษณีย์ไทย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยเครือข่ายความร่วมมือทุกองค์กร รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจส่งมอบความช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งแม้จะเป็นการช่วยเหลือที่จำกัดอยู่ในกลุ่มเล็กๆ แต่หากทุกภาคส่วนช่วยกันคนละไม้คนละมือ โดยแยกกันไปทำงานในแต่ละส่วนแต่ละพื้นที่ตามความถนัดของตน สุดท้ายความช่วยเหลือก็จะกระจายออกไปถึงประชาชนในวงกว้างมากขึ้น นอกจากนี้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ยังหวังว่า ห้องสมุด รวมทั้งหนังสือและอุปกรณ์ที่ส่งมอบไปในครั้งนี้ จะสามารถช่วยปลูกปัญญาให้กับเด็กและเยาวชนของทุกโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนเติบโตอย่างมีคุณภาพและนำความรู้กลับมาดูแลท้องถิ่นของตัวเองให้มีความยั่งยืนต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าว

โล่ง!หมอกควันไฟป่าลำปางเบาลง ผู้ว่าฯเข้มงวดวอนอย่าเผา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263175

วันศุกร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560, 15.10 น.

31 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้มอบหมายให้นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ (จังหวัดลำปาง) โดยมีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นประธานประชุมร่วม ณ ห้องประชุมสำนักงานองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือตอนบน อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

โดยภายหลังจากการประชุม นายสุวัฒน์ พรมสุวรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ บินตรวจสถานการณ์หมอกควันไฟป่า ในเขตพื้นที่บริเวณดอยม่อนพระยาแช่ ดอยพระบาท ซึ่งหลังจากการบินสำรวจและติดตามสถานการณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้เริ่มดีขึ้นตามลำดับ เป็นระยะเวลา 4 วันแล้ว ที่ไม่ค่า PM10 เกินค่ามาตรฐาน

อย่างไรก็ตามระยะเวลาของจังหวัดที่ประกาศไว้ โดยเหลือเวลาอีก 30 วัน อยากฝากไปถึงพี่น้องชาวลำปางทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่จะทำไร่ กับเผาขยะในหมู่บ้าน/ชุมชน อย่าพึ่งเผาในระยะนี้ รอถึงช่วงเดือนพฤษภาคมค่อยดำเนินการ และฝากถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ช่วยกันรณรงค์และคอยช่วยเหลือ กรณีที่เกิดเหตุไฟไหม้หรือเกิดมีการเผาต่างๆ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือช่วยกันดับ ซึ่งขณะนี้ทหาร ตำรวจ ได้ดำเนินการอย่างเข้มงวด กับผู้ที่กระทำผิดลักลอบจุดไฟเผาป่าอย่างจริงจัง

ปภ.เตือน!!ทุกภาคเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน31มี.ค-4เม.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263126

วันศุกร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560, 11.32 น.

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานจังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนช่วงวันที่31 มีนาคม-2 เมษายน 2560 ในขณะที่ภาคใต้จะมีฝนตกเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักหลายพื้นที่ ในช่วงวันที่ 31 มีนาคม-4 เมษายน 2560 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว และวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที รวมถึงตรวจสอบสิ่งก่อสร้างและป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้และต้นไม้ที่เสี่ยงต่อการโค่นล้มบริเวณริมถนนและในพื้นที่ชุมชน เพื่อป้องกันอันตรายจากการล้มทับในช่วงที่มีลมกระโชกแรง

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าประเทศไทยมีสภาวะอากาศแปรปรวน ซึ่งจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับลูกเห็บตกบางพื้นที่ ซึ่งมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้ ช่วงวันที่ 31 มีนาคม-2 เมษายน 2560 จะมีพายุฤดูร้อนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และช่วงวันที่ 1-4 เมษายน 2560 ภาคใต้จะมีฝนตกเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักหลายพื้นที่ ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1-18 และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน พายุฤดูร้อน และ    ฝนตกหนักบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 31 มีนาคม – 4 เมษายน 2560 โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ทีมกู้ชีพกู้ภัยประจำตำบล ชุดกู้ชีพกู้ภัยทางน้ำและทางทะเล รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยง ให้พร้อมปฏิบัติเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันทีที่เกิดภัย รวมถึงตรวจสอบสิ่งก่อสร้างในพื้นที่สาธารณะและป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้และต้นไม้ที่เสี่ยงต่อการโค่นล้มบริเวณริมถนนและในพื้นที่ชุมชน

เพื่อป้องกันอันตรายจากการล้มทับ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยดำเนินการผ่านวิทยุกระจายเสียง เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น สถานีโทรทัศน์ เคเบิ้ลทีวี และสื่อสังคมออนไลน์ สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามพยากรณ์อากาศและปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด จัดเก็บสิ่งของที่ปลิวลมได้ในที่มิดชิด ดูแลสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง โดยเฉพาะต้นไม้ที่เสี่ยงต่อการหักโค่น เมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ให้หลบเข้าไปอยู่ในอาคารหรือบ้านเรือนที่มั่นคงแข็งแรง ปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อป้องกันแรงลมพัดสิ่งของเข้ามาในบ้าน ไม่หลบใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า หรือ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง รวมถึงไม่เข้าใกล้บริเวณที่เป็นโลหะ ไม่สวมใส่เครื่องประดับประเภทเงิน ทอง นาค รวมถึงงดเว้นการใช้เครื่องมือสื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เพื่อป้องกันอันตรายจากการ    ถูกฟ้าผ่า

ท้ายนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนพายุฤดูร้อนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : พายุฤดูร้อนถล่มกาฬสินธุ์ ตก4ชม.ถนนหลายสายน้ำท่วมสูง

พายุฤดูร้อน’เลย’อ่วมฝน-ลูกเห็บตกในหลายพื้นที่ ปชช.ไม่กล้าออกจากบ้าน

พายุฤดูร้อนถล่มนครพนมเช้ามืด เต้นท์ต้อนรับ’บิ๊กตู่’ลงพื้นที่พังยับ

“ผอ.จิสด้า”เผยไฟป่าหมอกควันภาคเหนือไม่รุนแรง ทุบสถิติลดลงต่ำสุดรอบ5ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263120

วันศุกร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560, 11.01 น.

31 มี.ค.60 ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันปีนี้ไม่รุนแรงอย่างที่คิด โดยจิสด้าใช้ดาวเทียมไทยโชตและดาวเทียมอื่นๆอีกหลายดวง เพื่อติดตามจุดความร้อนหรือฮอตสปอต และดูพื้นที่เผาไหม้ ซึ่งจากข้อมูลทั้ง 2 ส่วนชี้ได้ชัดว่าสถานการณ์ไฟป่าตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.2560 เมื่อเปรียบเทียบย้อนหลัง 4-5 ปีที่ผ่านมา ถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังไม่มีแนวโน้มลดลง และมีส่วนทำให้เกิดหมอกควันปกคลุมในหลายพื้นที่ตอนบนของประเทศ

“สถานการณ์โดยรวมขณะนี้ถือว่าทำได้ดีเกินคาด จำนวนจุดความร้อนและพื้นที่ความเสียหายที่เกิดจากการเผาไหม้ในหลายจังหวัดในเขตภาคเหนือมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน ตาก ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย เป็นต้น ปัจจัยสำคัญมาจากการที่หน่วยงานทุกหน่วยทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และกลุ่มอาสาสมัครต่างๆในพื้นที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและร่วมมือกันอย่างจริงจัง รวมถึงการที่หน่วยงานทุกภาคส่วนเข้าใจบทบาทและวิธีการทำงานของแต่ละหน่วยงานมากขึ้น ส่งผลให้เกิดเครือข่ายที่สามารถเชื่อมโยงและประสานข้อมูลกันได้ทุกระดับ ตั้งแต่ก่อนและในช่วงฤดูไฟป่า จนทำให้พื้นที่เสี่ยงและภาวะวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด” ผู้อำนวยการจิสด้า กล่าว

ผู้อำนวยการจิสด้า กล่าวด้วยว่า เนื่องจากฤดูไฟป่าและหมอกควันจะยาวไปจนถึงเดือน เม.ย. ดังนั้นเป็นไปได้ที่ตัวเลขต่างๆอาจจะกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมกันอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับทางจิสด้าที่จะต้องติดตามและรายงานสถานการณ์แบบวันต่อวัน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้การที่โครงการระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา หรือธีออส 2 ได้รับอนุมัติให้ดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็จะเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้ระบบการติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

ประเทศไทยเตรียมรับมือฟ้าคะนอง บางพื้นที่มีอากาศร้อนตอนกลางวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263094

วันศุกร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.10 น.

31 มี.ค. 60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ และภาคกลางตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก จะมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนลดลง
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศจีนตอนใต้แล้วคาดว่าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในวันนี้ (31 มีนาคม) ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่งเกิดขึ้นได้หลายพื้นที่ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้และอ่าวไทยมีลมตะวันออกมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกลดลง
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.
ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงแพชร และน่าน อุณหภูมิต่ำสุด 20-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับกับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป : ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

เฮ!ฝูง’วาฬเพชฌฆาตดำ’โผล่เกาะสุรินทร์ นทท.ชื่นใจทะเลสมบูรณ์ขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263073

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560, 20.04 น.

30 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเบ็ญจางค์ แก้วจำปา ผู้จัดการบริษัท กรีนวิวทัวร์ อ.คุระบุรี จ.พังงา เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้นำกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไปท่องเที่ยวที่หมู่เกาะสุรินทร์ ขณะที่เรือสปีดโบ๊ทเล่นใกล้ถึงกองหินริเชลิว ซึ่งเป็นจุดดำน้ำลึกที่สวยงามของหมู่เกาะสุรินทร์ ได้พบฝูงวาฬเพชฌฆาตกว่า 30 ตัว โผล่ขึ้นสู่ผิวน้ำโชว์ตัวให้นักท่องเที่ยวได้ยลโฉม ทำให้กัปตันเรือต้องเบาเครื่องยนต์ และปล่อยให้นักท่องเที่ยวเก็บภาพความประทับใจกันอย่างสนุกสนาน โดยฝูงวาฬได้ว่ายเข้ามาวนเวียนอยู่รอบเรือ อยู่ระยะหนึ่งก่อนที่ว่ายหายไป กัปตันจึงนำนักท่องไปเที่ยวต่อที่หมู่เกาะสุรินทร์

ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า จากลักษณะพบว่าวาฬดังกล่าวเป็นวาฬเพชฌฆาตดำ (False killer whale) ซึ่งเป็นชนิดที่เคยเกยตื้นแบบฝูงจำนวน 30 ตัว ที่หมู่เกาะราชา จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2551 และเพิ่งพบที่หมู่สิมิลันเมื่อเดือนที่ผ่านมา วาฬเพชฌฆาตดำนั้นจะกินปลา หรือ หมึก เป็นอาหาร และจะหากินเป็นฝูง

วาฬชนิดนี้อาศัยอยู่บริเวณน้ำลึก ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั้ง ทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยวาฬเพชฌฆาตดำ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาว 5 – 6 เมตร และจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535  ซึ่งตนเองรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่ปีนี้มีการพบเห็นสัตว์ทะเลหายาก ในบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา หลายครั้ง

ทั้งนี้น่าจะเกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่กลับคืนมา จึงทำให้กลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของ ฝูงวาฬและโลมา จนมาอาศัยหากิน อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลานานกว่าทุกปี

 

สส.ปลุกกระแสอุตสาหกรรม “อัพไซเคิล” เปิดรับประเมินผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262955

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560, 12.54 น.

“กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” เปิดเวทีทำความเข้าใจและเชิญชวน “ผู้ประกอบการ” เข้ารับการประเมินผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ เพื่อขอรับรองภายใต้ตราสัญลักษณ์ “G-Upcycleและ “Upcycle Carbon Footprint” ตั้งเป้าปลุกกระแสภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าจากของเหลือใช้ให้เกิดการขยายตัว ส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำประเทศไทยไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายสากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวด ล้อม (สส.) ได้ดำเนินโครงการ “ส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” (Upcycle) โดยร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาเกณฑ์การประเมินผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ภายใต้สัญลักษณ์รับรอง G–Upcycle พร้อมเปิดให้ผู้ประกอบการร่วมโครงการ เพื่อส่งเสริมการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีมูลค่าเชิงพาณิชย์ ซึ่งผลการดำเนินงานในปี 2557 และ 2558 ปรากฏว่า มีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ประเมิน 112 ผลิตภัณฑ์ จาก 23 สถานประกอบการ

ขณะที่ปี 2559 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ลงนามความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในการพัฒนาเกณฑ์อัพไซเคิลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Upcycle Carbon Footprint) เพื่อรับรองผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีกระบวนการผลิตที่สามารถช่วยลดหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง 34 ผลิตภัณฑ์ จาก 21 สถานประกอบการ

ดังนั้น เพื่อเป็นการขยายผลความสำเร็จของการดำเนินโครงการในปีงบประมาณ 2560 และเพื่อให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุเหลือใช้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อขอการรับรองภายใต้สัญลักษณ์ G-Upcycle และ Upcycle Carbon Footprint และส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรมอัพไซเคิลให้เป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างแพร่หลาย นำไปสู่เป้าหมายการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดการอบรมส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม G-Upcycle เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560 ที่โรงแรมเอเชีย ราชเทวี กรุงเทพมหานคร

โดยภายในงานมีการบรรยายหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมและหลักฐานการประเมินผลิตภัณฑ์หรือวัสดุที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ G-Upcycle และ Upcycle Carbon Footprint” จาก ผศ.ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีการจัดเวทีอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ “นำเสนอแนวคิดและแรงบันดาลใจที่ผ่านการรับรองโครงการ G-Upcycle และ Upcycle Carbon Footprint” จากผู้ประกอบการที่เคยร่วมโครงการ

“ผลการจัดกิจกรรมปรากฏว่า มีผู้แทนจากองค์กรต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์การมหาชน สถาบันการศึกษา เอกชน และกลุ่มผู้ประกอบการที่สนใจ มาเข้าร่วมกว่า 130 คน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะทำให้เกิดการพัฒนาภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อัพไซเคลิด ให้เกิดความแพร่หลาย และเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้ประเทศไทยต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าว

นายยุทธนา อโนทัยสินทวี ผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์รีไซเคิล แบรนด์ The Remaker เจ้าของ Garmento Board กล่าวว่า สินค้าที่ออกแบบเป็นสินค้าแฟชั่นที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ในเชิงอุตสาหกรรม เช่น กระเป๋าที่ผลิตจากยางในรถและผ้าคลุมรถบรรทุก การนำเศษผ้าหรือเสื้อผ้ามือสองมาขึ้นรูปเป็นวัสดุทดแทนไม้เพื่อทำเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งงานลักษณะนี้ทำให้เกิดประโยชน์ทันที คือ ลดขยะ และ ลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามักถูกตั้งคำถามจากลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าในต่างประเทศว่า วัสดุของเราเป็นวัสดุเหลือใช้จริงหรือ เพราะสินค้าที่ผลิตออกมามีความใหม่มาก ซึ่งเรื่องนี้ถือว่ามีความสำคัญเพราะเป็นเรื่องความเชื่อมั่นของคู่ค้า การได้รับการรับรอง G-Upcycle จึงเปรียบเสมือนการรับประกันว่า สินค้าของเราเป็นสินค้าที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้จริงๆ เพราะนี่คือการรับรองจากภาครัฐ มันทำให้เราสามารถเคลียร์ตัวเองและสร้างความเชื่อมั่นได้ แม้แต่ลูกค้าในต่างประเทศก็สามารถนำไปใช้อ้างอิงกับลูกค้าของเขาที่ปลายทางได้

นายภัทรพล จันทร์คำ เจ้าของแบรนด์ “CCC OBJECTS” ผู้ผลิตที่รองแก้ว ที่รองเอนกประสงค์จากกระดาษใยสับปะรด เปิดเผยว่า สินค้าของเราเป็นสินค้าที่มีเรื่องราว โดยอย่างแรก คือ การใช้เศษวัสดุจากฟาร์มสับปะรดซึ่งแทนที่จะนำไปเผาหรือทิ้ง ก็นำมาทำกระดาษ ซึ่งเป็นกระดาษที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี ไม่เป็นขุย ไม่เปื่อยยุ่ยง่าย จึงถูกนำมาทำที่รองแก้วแล้วพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ที่รองเอนกประสงค์ เครื่องหอมพกพา เป็นต้น โดยสินค้าแต่ละชิ้นของเราคนที่เป็นคนพันมันขึ้นมา ก็คือ กลุ่มแม่บ้านและคนพิการ สินค้าทุกชิ้นจึงไม่ได้เป็นเพียงการนำวัสดุเหลือใช้มาผลิตเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยเพิ่มรายได้เสริมให้กับแม่บ้าน ผู้พิการ และยังย้อนไปถึงเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดเองด้วย

ดังนั้น การที่สินค้าของเราได้รับการรับรองสัญลักษณ์ G-Upcycle ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้เข้ามาเสริมอีก ก็ยิ่งเท่ากับเป็นการตอกย้ำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจว่า สินค้าชิ้นนี้เป็นสินค้าที่มีความเป็นอีโค่หรือสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ซึ่งเท่ากับเป็นการยกระดับและเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ขึ้นมาได้อีกระดับหนึ่งทันที ซึ่งหากต้องการรับรองว่าสินค้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากน้อยแค่ไหนก็สามารถขอรับรองสัญลักษณ์ Upcycle Carbon Footprint ได้

ชาวหนองคายเฮ!ฝนตก2ชม. ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่ม-มีน้ำใช้ในการเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262933

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560, 09.19 น.

จังหวัดหนองคายฝนตกตั้งช่วงเช้ามืดจนสาย เป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ช่วยคลายอากาศร้อนที่มีมาต่อเนื่องหลายวันและเป็นผลดี ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น

30มี.ค.60 เวลาประมาณ 04.30 น.จนถึง 08.00 น. ได้มีฝนตกลงมาในพื้นที่จังหวัดหนองคาย เกือบทั่วทั้งจังหวัด โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองจังหวัดหนองคาย เป็นระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นผลดีกับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น อย่างเช่นที่อ่างเก็บน้ำบังพวน ซึ่งมีความจุอยู่ที่ 8.620 ลบ.ม. ขณะนี้มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 0.555 ลบ.ม. ส่วนอ่างเก็บน้ำในจังหวัดหนองคาย หลายแห่งก็มีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ชาวบ้านได้มีน้ำใช้ในด้านการเกษตรเพิ่มขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ ฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ยังช่วยคลายความร้อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งจังหวัดหนองคาย มีอากาศร้อนติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาหลายวัน จึงทำให้สร้างความชุ่มชื่นให้กับต้นไม้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

ประเทศไทยตอนบนอากาศรร้อน กทม.-ปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262925

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.10 น.

29 มี.ค. 60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ และภาคกลางตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และ ภาคกลางตอนล่างรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนต่อเนื่อง
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่างรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ สำหรับภาคใต้และอ่าวไทยมีลมตะวันออกกำลังปานกลางพัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้มีมีฝนต่อเนื่อง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 31 มีนาคม – 1 เมษายน 2560 บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่งเกิดขึ้นได้ ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงวันที่ 1-3 เมษายน 2560
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้
ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงแพชร และน่าน อุณหภูมิต่ำสุด 20-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับกับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป : ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ทช.ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษ’ฉลามขาว’ ฟื้นผืนป่าชายเลนสุราษฎร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262876

วันพุธ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560, 18.15 น.

29 มี.ค.60 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาวสนธิกำลังปฏิบัติการพลิกฟื้นผืนป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ท้องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดยนายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วย นายอภิชัย เอกวนากุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 นายบรรเจิด สาริพัฒน์ นายอำเภอท่าฉาง และนายจงรัก ทรงรัตนพันธง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 ร่วมด้วยหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย กอ.รมน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทหารมณฑลทหารบกที่ 45 ฝ่ายปกครองอำเภอท่าฉาง สถานีตำรวจภูธรท่าฉาง กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 12,13,14,43 และประชาชน ร่วมลงพื้นที่ ณ อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยการเปิดยุทธการพลิกฟื้นผืนป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ทำการออกตรวจสอบพื้นที่ป่าชายเลน ที่ถูกบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนน้ำเค็มท่าฉางและป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 และ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งในการดำเนินการครั้งนี้ได้เข้าปฏิบัติการในท้องที่ตำบลเขาถ่าน อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ตรวจสอบและตรวจยึดพื้นที่ถูกบุกรุก จำนวน 5 แปลง

รวมเนื้อที่ 245.55 ไร่ ลักษณะเป็นการเข้าครอบครองทำประโยชน์เพื่อทำสวนปาล์มน้ำมัน และพื้นที่นากุ้งร้างขณะที่ตรวจ ไม่พบบุคคลใดในที่เกิดเหตุ จึงได้มอบเรื่องราวให้นายวิษณุ แจ้งใจหัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 13 ไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าฉาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป