ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/260626
วันพฤหัสบดี ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560, 14.08 น.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/260626
วันพฤหัสบดี ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560, 14.08 น.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/260586
วันพฤหัสบดี ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.00 น.
16 มี.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ไว้ด้วย
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมภาคเหนือ ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ประกอบกับช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เกิดพายุฤดูร้อนเพิ่มมากขึ้นกับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(16 มี.ค.60) เป็นดังนี้
ภาคเหนือ มีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย
พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น เลย อุดรธานี กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม และ นครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคกลาง มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง
ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/260418
วันพุธ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.19 น.
15 มี.ค.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 7 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 15 – 19 มี.ค.60 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้
บริเวณที่เกิดพายุฤดูร้อนจะเพิ่มมากขึ้น และครอบคลุมบริเวณภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก และพิจิตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนตกหนัก บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์ สกลนคร และนครพนม ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และตราด และภาคกลาง บริเวณจังหวัดลพบุรี และสระบุรี แล้วอากาศจะคลายความร้อนลง
ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ในช่วงวันที่ 15 – 19 มี.ค.60 ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ประกอบกับในช่วงวันที่ 16 – 19 มี.ค.60 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/260416
วันพุธ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.09 น.
15 มี.ค.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกจะมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นหลายพื้นที่
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวจะยังคงมีพายุฝนฟ้าคะนองได้หลายพื้นที่
อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้จนถึงวันที่ 19 มี.ค.60 ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนโดยทั่วไป ประกอบกับในช่วงวันที่ 16 – 19 มี.ค.60 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยตอนบนเกิดพายุฤดูร้อนโดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้หลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้
ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก และพิจิตร อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์ สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 18-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดลพบุรีและสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/260350
วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560, 17.33 น.
14 มี.ค.60 เมื่อเวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา โดยนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ” ฉบับที่ 5 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้
ในช่วงวันที่ 14-15 มีนาคม 2560 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี และภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และตราด
ในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 บริเวณที่เกิดพายุฤดูร้อนจะเพิ่มมากขึ้น และครอบคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง แล้วอากาศจะคลายความร้อนลง
ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาถึงประเทศลาวและประเทศเวียดนามแล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ประกอบกับในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/260299
วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560, 14.52 น.
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ช่วง 7 วันนี้ 3 ภาคของไทยอากาศร้อน อุณหภูมิพุ่งถึง 40 องศา ระวัง “พายุฝนฟ้า-ลม-ลูกเห็บ”
14 มี.ค.60 กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 14-20 มี.ค.นี้ ระบุว่า ในช่วงวันที่ 14-15 มี.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
ส่วนในช่วงวันที่ 16-20 มี.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง
ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 16-20 มี.ค. ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 14-19 มี.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับในช่วงวันที่ 16-20 มี.ค. จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง
# ภาคเหนือ วันที่ 14-15 มี.ค. อากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ 16-20 มี.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างและด้านตะวันออกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 18-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม. /ชม.
# ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 14-15 มี.ค. อากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ 16-20 มี.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่กับมีฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.
# ภาคกลาง วันที่ 14-15 มี.ค. อากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ 16-20 มี.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.
# ภาคตะวันออก วันที่ 14-15 มี.ค. อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ 16-20 มี.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
# ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) วันที่ 14-16 มี.ค. มีเมฆบางส่วน ส่วนวันที่ 17-20 มี.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
# ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) วันที่ 14-17 มี.ค. มีเมฆบางส่วน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนวันที่ 18-20 มี.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
# กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงวันที่ 14-15 มี.ค. อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ 16-20 มี.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/260273
วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560, 12.00 น.
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 14 มี.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา โดยนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 4 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้
# ในช่วงวันที่ 14-15 มีนาคม 2560 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี และภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด
# ในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 บริเวณที่เกิดพายุฤดูร้อนจะเพิ่มมากขึ้น และครอบคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง แล้วอากาศจะคลายความร้อนลง
ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาถึงประเทศลาวและประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว และจะคาดว่าแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ประกอบกับในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/260264
วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560, 10.50 น.
14 มี.ค. 60 เวลา 8.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 3 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้
ในช่วงวันที่ 14-15 มีนาคม 2560 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 บริเวณที่เกิดพายุฤดูร้อนจะเพิ่มมากขึ้น และครอบคลุมบริเวณภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง แล้วอากาศจะคลายความร้อนลง
ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาถึงประเทศจีนตอนใต้และประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว และจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ประกอบกับในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/260243
วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.08 น.
14 มี.ค. 60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่ง
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองได้บางแห่ง
บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาถึงประเทศจีนตอนใต้และประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว และจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนโดยทั่วไป ประกอบกับในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยตอนบนเกิดพายุฤดูร้อนโดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(14 มี.ค.60) เป็นดังนี้
ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตรภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/260197
วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ดูจะกลายเป็น “เทศกาลประจำปี” ของภาคเหนือในช่วงเดือน “มีนาคม-เมษายน” ไปเสียแล้วกับ “หมอกควัน-ไฟป่า” ที่เกิดจากการ“เผา” เพื่อเตรียมพื้นที่ “ปลูกพืชไร่” โดยเฉพาะ“ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ดังที่เคยเป็นข่าวเมื่อปี 2559 กับกรณี “เขาหัวโล้น จ.น่าน” ที่บรรดาคนดังในวงการต่างๆ พากันเข้าไป “ปลูกป่า” หวังให้กลับมา..
อุดมสมบูรณ์!!!
วิกฤติไฟป่าและหมอกควัน ยังกลายเป็น“เรื่องใหญ่” ระดับประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยเมื่อปลายเดือนก.พ. 2560ที่ผ่านมา มีการประชุมร่วม 5 ชาติ เมียนมา ลาว เวียดนาม กัมพูชา และไทย ที่ จ.เชียงราย หวัง “ยุติ” วิกฤติหมอกควันในพื้นที่อาเซียนบริเวณลุ่มน้ำโขง ซึ่งพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงผลการประชุมครั้งนี้ว่า
สำหรับกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว เมียนมา กัมพูชาและเวียดนาม ก่อนหน้านี้ได้มีข้อตกลงร่วมกันแล้วว่าจะให้มีจุดความร้อน (Hot spot) ไม่เกิน 50,000 จุด ซึ่งแต่ละประเทศจะต้องมีมาตรการภายในของตนเอง เพื่อควบคุมการเผาไหม้ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่ตนเองกำหนดไว้ ก็จะทำให้หมอกควันข้ามแดนไม่ไปกระทบประเทศอื่น และช่วยให้ปัญหามลพิษหมอกควันของอาเซียน..

ลดลงได้ตามเป้าหมาย!!!
แต่เมื่อพลัน “สิ้นหน้าหนาวเข้าหน้าร้อน” เปลวไฟและกลุ่มควันก็กลับมาปกคลุมเช่นเดิมดังเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2560 นายฉัตรชัยพรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า 9 จังหวัดภาคเหนือประกอบด้วย เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยา และตาก มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 70-160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่าระหว่าง 69-118 และเมื่อดูเป็นรายพื้นที่พบว่าเชียงรายกับลำปางนั้น “น่าห่วง” จากปริมาณฝุ่นที่..
เกินค่ามาตรฐาน!!!
ขณะเดียวกัน..หลายจังหวัดทางภาคเหนือยังเป็น “แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ” ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่หลายคนมัก “ขึ้นดอยรับลมหนาว” ไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์ “รอบคูเมืองเชียงใหม่” พื้นที่ยอดนิยมของการเล่นสาดน้ำ นอกจากนี้ จ.เชียงใหม่ ยังเพิ่งถูกจัดอันดับให้เป็น “เมืองน่าเที่ยวอันดับ 2 ของโลก” จากนิตยสาร Traveland Leisure ของสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าภาพของหมอกควันจากไฟป่าก็เป็นภาพหนึ่งที่นักท่องเที่ยว “คุ้นเคย” อยู่ทุกปี
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (แม่โจ้โพลล์) จึงสำรวจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ “ศูนย์กลางของภาคเหนือ” ระหว่างวันที่ 20 ก.พ.-5 มี.ค. 2560 จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 1,015 คน ในหัวข้อ “ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่อมาตรการลดปัญหาหมอกควันเชียงใหม่’60” พบว่า…
1.นักท่องเที่ยว “กังวล” กับปัญหาหมอกควัน กลุ่มตัวอย่างถึง ร้อยละ 95.37 ระบุว่า สถานการณ์หมอกควันที่ปกคลุมพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยว ในจำนวนนี้ ร้อยละ 42.56 ตอบว่า มีผลมากที่สุด ร้อยละ 31.21 ตอบว่า มีผลมาก และร้อยละ 15.90 ตอบว่า มีผลปานกลาง
2.หมอกควัน “กระทบ” กับวิถีชีวิต กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 55.49 ตอบว่า ส่งผลต่อสุขภาพของผู้คน และร้อยละ 38.28 ตอบว่าส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว 3.การเกษตรและหาของป่า ยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของการจุดไฟเผาป่าในมุมมองของนักท่องเที่ยว โดยร้อยละ41.98 ตอบว่า หมอกควันมาจากการเผาป่าทำการเกษตร และ ร้อยละ 35.05 ตอบว่า มาจากการเผาเพื่อหาของป่า

อย่างไรก็ตาม..นักท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ยังเชื่อมั่นในนโยบายรัฐ โดยเฉพาะโครงการ “60 วัน!ห้ามเผา..เราทำได้” ระหว่าง 20 ก.พ.-20 เม.ย. 2560 โดยกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 61.28 มองว่าโครงการนี้น่าจะลดปัญหาหมอกควันได้บ้าง หากทุกคนทุกฝ่ายร่วมมือกัน และร้อยละ 67.74 เสนอแนะว่า การจะแก้ไขปัญหาหมอกควันได้ ต้องรณรงค์ให้ความรู้ถึงโทษภัยของการเผาป่า..
อย่างต่อเนื่อง!!!
เมื่อพูดถึงการเผาป่า บ่อยครั้งที่สังคมโดยเฉพาะ “คนในเมือง” มักกล่าวประณามว่าเพราะ “เกษตรกรเห็นแก่เศษเงิน” แต่มักลืมไปว่า “นโยบายรัฐ” ที่เอื้อประโยชน์แก่ “กลุ่มทุน” คือต้นเหตุของปัญหา ดังที่ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ บรรณาธิการนิตยสารสารคดี เขียนบทความ “ข้าวโพด สาเหตุแห่งการทำลายป่า น้ำแล้งและหมอกควันพิษ” อ้างถึงปี 2549 ที่คณะรัฐมนตรีขณะนั้น มีมติให้ดำเนินงาน..
Contract Farming!!!
ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ 8 ชนิด บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ไทย-ลาว และไทย-กัมพูชา ในจำนวนนี้ “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” เป็นพืชที่นิยมปลูกมากที่สุด เกิดการเผาป่าขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กลายเป็นปัญหาทั้งไฟป่า หมอกควัน และความแห้งแล้ง “เรื้อรัง” มาถึงปัจจุบัน
“คนในวงการทราบดีว่า ผู้ได้ผลประโยชน์สูงสุดคือบริษัทด้านการเกษตรกรรมภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงจุดที่เกิดไฟ ตามบริเวณประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก ก็สันนิษฐานได้เลยว่า ปัญหาหมอกควันพิษเช่นเดียวกับบ้านเราคือการเผาป่า เผาซากไร่ข้าวโพดในอนาคตการทำลายป่าต้นน้ำเพื่อเปลี่ยนเป็นไร่ข้าวโพด จะทำให้แม่น้ำปิง วัง ยม น่านขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง” วันชัย กล่าวในบทความ

เช่นเดียวกับที่ พฤ โอโดเชา ผู้ประสานงานเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ชาวปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) เคยกล่าวกับ “แนวหน้า” ว่า แม้แต่คนที่อยู่ในเมืองเองก็ต้อง “ร่วมรับผิดชอบ” กับวิกฤตินี้ด้วย เพราะ “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกนั้นถูกนำไปใช้เลี้ยงปศุสัตว์ เพื่อนำเนื้อสัตว์นั้นไปทำอาหารเลี้ยงคนอีกทอดหนึ่ง” ฉะนั้นคนในเมืองก็ต้องแสดงท่าทีให้ชัดเจน “ไม่เอาสินค้าทำลายสิ่งแวดล้อม” หากทำได้ นายทุนผู้ผลิตและผู้ที่รับจ้างนายทุนผลิต ก็จะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปโดยปริยาย ดีกว่าจะ…
โทษกันไปมา!!!