ไก่ย่างภูภิรมย์ ไก่ย่างลานเบียร์สิงห์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/419964?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ไก่ย่างภูภิรมย์ ไก่ย่างลานเบียร์สิงห์

29 กุมภาพันธ์ 2563 – 12:11 น.
อาหาร,ตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 317 ครั้ง

คอลัมน์ – ตำนานแผ่นดิน โดย – อ.ไชยแสง กิรชัยวณิชย์

       บอกรักกับบอลลูน สิงห์ปาร์ค เชียงราย 

สันติ สอนสมบูรณ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ บริษัทบุญรอดบริเวอรี่จำกัด พาทีมงานน้องๆ เดินทางขึ้นไปจัด เทศกาลบอลลูนนานาชาติ ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย มาตั้งแต่ พ.ศ.2558 ปีนี้จึงเป็นปีที่ 5 ของการจัดงาน เทศกาลบอลลูนนานาชาติ ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย การจัดงานครั้งแรกมีชาวเชียงราย และนักท่องเที่ยวไปชมงานคึกคักมากกว่า 300,000 คน ใน 5 วัน

ปีนี้เป็นปีที่ทั่วโลกต้องประสบกับภัยโรคโควิด-19 ระบาดไปทุกประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2563 มีต้นกำเนิดจากเมืองอู่ฮั่น รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน มีคำสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นและเมืองรอบนอก พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ชาวจีนที่กำลังเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก เดินทางกลับประเทศ และห้ามชาวจีนจัดทัวร์ออกไปเที่ยวทั่วโลก

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ผมขึ้นเครื่องบินไปพักที่เมืองเชียงราย ตกใจทั้งเมืองที่เคยคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว กลับเงียบสงบเหมือนเชียงรายเมื่อ 30 ปีก่อน ทำให้ผมเกรงว่างานเทศกาลบอลลูน ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย วันที่ 12-16 กุมภาพันธ์ จะไม่มีนักท่องเที่ยวแห่ไปเที่ยวเหมือนทุกปีที่ผ่านมา คงจะทำให้ไร่บุญรอดพื้นที่กว่า 8,500 ไร่ ไม่สนุกครึกครื้นเหมือนทุกปีที่ผ่านมา

ทีมงานของ สันติ สอนสมบูรณ์ กว่า 30 ชีวิต จึงเร่งมือทำงานอย่างหนัก ปรับพื้นที่เตรียมเวทีคอนเสิร์ต บูธร้านอาหารกว่า 80 ร้าน โต๊ะเก้าอี้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งดื่มกินเต็มลาน บอลลูนจาก 13 ประเทศ 33 ลูก ให้ลอยเต็มท้องฟ้าเหรือไร่สิงห์ปาร์ค เชียงราย ไม่น่าเชื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ชาวเชียงรายและนักท่องเที่ยวมาชมบอลลูนเต็มลาน

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ พิธีเปิดจดทะเบียนบนฟ้าคู่แต่งงาน 25 คู่ นักท่องเที่ยวมาชมเต็มพื้นที่ริมสระน้ำ หลังจากเสร็จพิธี ลูกน้องคุณสันติ น้องปั้น ปฐมพงษ์ บัวศิลา ขอให้ รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นประธานขอ น้องตี้ จิตติมา กิจเสรี เตรียมแต่งงาน ท่ามกลางเสียงเชียร์จากเพื่อนๆ 30 ชีวิต

                        ไก่ย่างภูภิรมย์ ไก่ย่างลานเบียร์สิงห์

เทศกาลบอลลูนนานาชาติ สิงห์ปาร์ค เชียงราย 2020 รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บุญรอดบริวเวอรี่จำกัด เป็นประธานเปิดงานร่วมกับ ภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ บังอร มะลิดิน รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย คู่บ่าวสาวที่ลงทะเบียนลอยฟ้า 25 คู่ เป็นประเพณีจดทะเบียนลอยฟ้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย

ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงรายอย่างเห็นได้ชัด นักท่องเที่ยวชาวไทยจากทั่วประเทศ ขึ้นเครื่องบินมาร่วมงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติ จนเครื่องบินเต็มทุกเที่ยว ห้องพักโรงแรมทั่วเมืองเชียงรายเต็มตลอด วันที่ 11-16 กุมภาพันธ์ สร้างรายได้ให้กับธุรกิจเมืองเชียงรายคึกคักขึ้นทันที ถนนจากเมืองเชียงราย ถึงสิงห์ปาร์ค เชียงราย รถติดตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงคืน

เวทีคอนเสิร์ตอัดแน่นด้วยนักร้องนักดนตรีชื่อดังจากกรุงเทพฯ พร้อมด้วยลานเบียร์และสวนสนุกสำหรับเด็กๆ คุณสันติ จัดโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้นั่งดื่มกินอาหาร 2,000 ชุด มีซุ้มอาหารเมืองเชียงรายให้สั่งกินกว่า 80 บูธ ลานบอลลูนริมสระน้ำจัดให้มีการแข่งขันบอลลูน ชิงเงินรางวัล 500,000 บาท การแสดงโขนสดจากกรมศิลาปกร และการแข่งขันว่าวไทย ว่าวจุฬา-ว่าวปักเป้า

สิงห์ปาร์ค เชียงราย นำไก่ย่างภูภิรมย์ ซึ่งเป็นไก่ย่างที่เคยจัดทั่วประเทศมากว่า 40 ปี ปีนี้ให้ทีมย่างไก่จากโรงงานบุญรอด กทม. ขนเตาย่างไก่หมุนแบบโบราณ มาย่างไก่โชว์ให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้รู้จักการทำไก่ย่างแบบฉบับสิงห์ แล้วเปิดให้ทุกคนนั่งกินไก่ย่างอย่างมีความสุข ท่ามกลางอากาศเย็นสบายในไร่สิงห์ปาร์ค เชียงราย

แต่ละรอบทีมย่างไก่ สามารถย่างไก่หมุนได้ครั้งละ 200 ตัว ต้องหมักไก่สดกับเครื่องเทศพริกไทย เสียบเหล็กหมุนให้ไก่ถูกความร้อนจากถ่านไม้ 2 ชั่วโมง ได้ไก่ย่าง เนื้อนุ่มแน่นหอมเครื่องเทศเต็มปากเต็มคำ มีขายเฉพาะที่ร้านอาหารภูภิรมย์ ในไร่บุญรอดเท่านั้น ไก่ย่างตัวละ 350 บาท ใบชาทอดกรอบ 60 บาท เห็ดหอมทอดซีอิ๊ว 90 บาท

โอกาสนี้ วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ประกาศแต่งตั้ง สันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บุญรอดบริวเวอรี่ เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์แห่งนครเชียงราย ในฐานะผู้สร้างสิงห์ปาร์ค เชียงราย เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ส่งเสริมเศรษฐกิจทั่วเมืองเชียงราย

               เจี๊ยะม้วย ข้าวต้มวิถีชีวิตคนเยาวราช 29 กุมภาพันธ์ 2563

อาจารย์ ดร.นิพัทธ์ชนก นาจพินิจ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกับกลุ่มงานวิจัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอเชิญกินข้าวต้ม เจี๊ยะม้วย ร่วมกับนักชิมและนักวิชาการเยาวราชที่มีชื่อเสียง เพื่อเก็บข้อมูลการสัมมนาไปทำวิจัยถึง การกินข้าวต้มของชาวจีนเยาวราช ทำให้เกิดมหาเศรษฐี สร้างเศรษฐกิจไทยให้แข็งแรง ผู้ร่วมบรรยาย 8 ท่าน และ อ.ไชยแสง กิระชัยวนิช ไปเล่าเรื่องเจี๊ยะม้วย มรดกจากเตี่ย วันที่ 29 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม ณ ร้านจิ้นเฮง ก๋วยเตี๋ยวห่อ ซอยวานิช 1 งานนี้เปิดฟังฟรี โทร.08-1915-5419 ถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊ก CreativeCultural City

                            ครัวลอยฟ้า ไก่ย่างภูภิรมย์

ไก่ย่างภูภิรมย์ กลับมาสร้างความอร่อยในงาน เทศกาลบอลลูนนานาชาติ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ใช้ไก่สดหมักเครื่องเทศพริกไทยป่นตรามือ

เครื่องปรุง

1.ไก่สด 5 ตัว

2.พริกไทยป่นตรามือ 2 ช้อนโต๊ะ

3.ซอสหอยนางรม 2 ทัพพี

4.น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

5.หอมหัวใหญ่หั่นชิ้นเล็ก 2 หัว

6.แครอทหั่นลูกเต๋าเล็ก 2 หัว

7.น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.ไก่ให้สะอาดแล้วแขวนสะเด็ดน้ำให้ตัวไก่แห้งสนิท

2.ผสมพริกไทยป่นตรามือน้ำมันพืชแครอทหัวใหญ่ซอสหอยนางรมน้ำตาลให้เข้ากัน

3.นำเครื่องเทศยัดไส้ท้องไก่แล้วมัดด้วยด้ายให้แน่น

4.นำหมักเครื่องเทศน้ำมันทาให้ทั่วผิวไก่ด้านนอก

5.เสียบไก่ไว้กับเหล็กแหลมนำไปย่างขนเตาหมุน

6.ระหว่างย่างใช้เหล็กแหลมจิ้มเนื้อหนังไก่ให้ทั่ว

7.ให้น้ำมันพืชเครื่องเทศพริกไทยตรามือซึมเข้าไปถึงเนื้อไก่ข้างใน

ไก่ย่างภูภิรมย์ จึงหอมนุ่มน่ากิน หนังกรอบด้วยวิธีย่างเตาถ่านไม้โกงกาง อร่อยจนตั้งแต่หนังถึงเนื้อ มีให้กินเฉพาะที่ร้านภูภิรมย์ ไร่บุญรอด เชียงราย และทุกสถานที่ที่สิงห์ไปจัดงานต่างๆ

มื้อนี้ฟรี! สำหรับคนเกิดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/419679?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

มื้อนี้ฟรี! สำหรับคนเกิดวันที่ 29 กุมภาพันธ์

28 กุมภาพันธ์ 2563 – 14:23 น.
อาหาร,โปรโมชั่น,โรงแรม,เครื่องดื่ม,ร้านอาหาร,ส่วนลด
เปิดอ่าน 682 ครั้ง

รวมสุดยอดจานเด็ดพร้อมโปรโมชั่นจัดเต็มเอาใจสายกินโดยเฉพาะ

พาสต้ากรุ่นกลิ่นชีสร้อนๆ

** ห้องอาหารลากริตต้า โรงแรมอมารี ภูเก็ต ชวนคนรักชีสลิ้มลองชีสยอดนิยมจากเมืองต่างๆ ของอิตาลี อาทิ ชีสฟิโอเร ซาร์โด จากซาร์ดิเนีย, ชีสกอร์กอนโซลา จากลอมบาร์ดี, ชีสบัฟฟาโล มอซซาเรลลา จากแคมพาเนีย เป็นต้น นำมาปรุงคู่กับพาสต้าห้าชนิด ได้แก่ คูลาร์จิโอเนส, ย็อคคิ ดิ สปินาซิ อัล กอร์กอนโซลา, แพชเชอรี อัลลา ซอร์เรนตินา, ย็อคคิ อัล คาสเทลแมกโน และสปาเกตตี้ เดล เลโอเน ไอ แกมเบอรี  สอบถามโทร.0-7634- 0112 อีเมล lagritta@amari.com

อาหารว่างเสริมพลังงาน

** เอนเนอร์จี้ บอล อาหารว่างเสริมพลังงาน มีทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่ให้พลังงานสูง ช่วยรักษาระบบต่างๆ ให้ทำงานอย่างเป็นปกติ เสริมสร้างพลังงาน เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า ลดความเมื่อยล้า 3 รสชาติ ใหม่ ทั้งมะพร้าวกับกล้วย, รสถั่ววอลนัท ถั่วอัลมอนกับโกโก้ และรสชาเขียว เริ่มต้นเพียง 80 บาท++ ที่ซิงก์ เบเกอรี่ ชั้น G โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ สอบถามโทร.0-2100-1234 ต่อ 6485

9 คอร์สสไตล์โนแมดิค

** ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ ทู โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ร่วมกับร้านนาโดดิ จากกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เนรมิตค่ำคืนอันอัศจรรย์กับ 9 คอร์สสไตล์โนแมดิค การผสมผสานของอาหารอินเดียใต้ที่พบในมาเลเซียและสิงค์โปร์ผนวกเทคนิคการทำอาหารชั้นยอดทำให้เกิดรสสัมผัสแปลกใหม่ ระหว่างวันที่ 13 – 14 มีนาคมนี้ เพียง 4,900++ บาทต่อท่าน จองและยืนยันก่อนวันที่ 1 มีนาคม ลด 15 เปอร์เซ็นต์ สำรองที่นั่งโทร.0-2679-1200

ชวนชิมเอเชี่ยน เทส 

** ซิซซ์เล่อร์ ชวนชิมเอเชี่ยน เทส “ข้าวหน้าหมูทงคัตสึ ปลาแห้ง สไตล์ญี่ปุ่น” หมูชุบแป้งและเกล็ดขนมปังชิ้นโต กรอบนอกนุ่มใน ราดซอสลับโรยหน้าปลาโบนิโตะแห้ง และ “สปาเกตตี้ต้มยำ ไก่ย่างสไปซี่ ไข่ออนเซน” รสชาติต้มยำแบบไทย และไก่สไปซี่ซิกเนเจอร์ของซิซซ์เล่อร์ เฉพาะ 1112Delivery รับสิทธิ์สั่งซุปเห็ดเพียง 39 บาท และน้ำผลไม้สกัดเย็น 65 บาท สั่งวันนี้รับโปรฯ 1 แถม 1 ทันที สั่งผ่านเว็บไซต์ http://www.1112delivery.com ถึง 31 มีนาคมนี้

นูเทลล่า ฟิล ริง โดนัท

** คริสปี้ ครีม (Krispy Kreme) พร้อมส่งความอร่อยที่ทุกคนรอคอยกับ “นูเทลล่า ฟิล ริง โดนัท” โดนัทนุ่มออริจินัลเกลซสุดฮิตสอดไส้นูเทลล่า ช็อกโกแลตเข้มข้น หอมมันเต็มๆ วง โรยด้วยถั่วเฮเซลนัท กรุบกรอบ ให้อร่อยกันตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย ในราคาเพียงชิ้นละ 35 บาท หรือแบบเซตในราคา 296 บาท พร้อมเพิ่มความสุขให้อร่อยถึงใจในรสชาติ มันถึงขีดสุด เมื่อซื้อโดนัทชนิดใดก็ได้ 1 โหล ก็แลกซื้อ “ทีรามิสุ นูเทลล่า เฟรปเป้” ในราคาเพียง 59 บาททันที อร่อยฟินได้ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ จนถึง 31 มีนาคม นี้ ณ ร้านคริสปี้ ครีม ทั้ง 40 สาขาใกล้บ้านคุณ ติดตามความเคลื่อนไหวของคริสปี้ ครีม โดนัทสุดโปรดของคุณได้ที่ http://www.krispykreme.co.th

5 รสชาติ 5 สไตล์

** Pool Bar ชั้น 10 โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพ มักกะสัน  เชิญแวะมาเติมความสดชื่นและผ่อนคลายกับบรรยากาศริมสระน้ำ กับเครื่องดื่มสุดพิเศษ 5 รสชาติ 5 สไตล์ เปรี้ยวซ่า เย็นชื่นใจ ให้คุณได้เลือกตามใจชอบ “Black Panther”, “Blue Me Away”, “Blushing Marry”, “Gorgeous Peach” และ “Fuzzy Mint” แก้วละ 200++บาท เท่านั้น ตลอดเดือนมีนาคม 2563 เปิดให้บริการอาหารมื้อค่ำตั้งแต่เวลา 18.00 – 20.00 น. สำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02 155 3333 ต่อ 5304, 5306

บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสุดคุ้ม

** ห้องอาหาร 100° อีสต์ (100° East) โรงแรม อนันตรา สาทร กรุงเทพฯ จัดบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสุดคุ้ม ที่คัดสรรแต่วัตถุดิบสดใหม่ ให้แขกทุกท่านได้อิ่มอร่อยกับหลากเมนูอาหาร ตั้งแต่เนื้อสัตว์และอาหารทะเลสดใหม่หลากหลายชนิดจากสเตชั่นบาร์บีคิว อาทิ เนื้อวัวสันนอก (Beef Striploin) เนื้อแกะ (Lamb Short Loin) ปลาแซลมอน ปลาหมึก กุ้งแม่น้ำ หอยหวาน และหอยเชลล์ ไปจนถึงไฮไลท์พิเศษอย่าง ปูทะเลเป็นๆ ที่ให้ท่านสามารถเลือกปรุงได้ถึง 3 แบบ ไม่ว่าจะเป็นนึ่ง ผัดพริกไทยดำ หรือผัดผงกะหรี่ ซึ่งนอกจากอาหารทะเลแบบปรุงร้อนแล้ว ทางห้องอาหารยังจัดอาหารทะเลแบบเย็นให้ได้ลิ้มลองความสดใหม่อย่างเต็มที่ เช่น หอยนางรม กุ้ง กั้ง และหอยแมลงภู่ เป็นต้น  เพียง 1,400++ บาท/ ท่าน ทุกคืนวันศุกร์ และวันเสาร์ ของสัปดาห์แรกและสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ตั้งแต่เวลา 18.30 น. – 22.30 น. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.0-2210-9000 ต่อ 4304 หรืออีเมล์ fb_co@anantara.com

ฉลองวันเกิด 29 กุมภาพันธ์

** คนเกิดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ร่วมฉลองด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษที่คุณไม่ควรพลาด เพราะโอกาสนี้ 4 ปีมีครั้งเดียว เริ่มที่ฉลองที่เย่า รูฟท็อปบาร์ 29 ท่านแรกรับฟรี สปาร์คกลิ้งไวน์1ขวด สำหรับฉลองที่ร้าน ส่วนฉลองที่พระยา คิทเช่น เจ้าของวันเกิดทานฟรี แขกทที่มาฉลองด้วยรับส่วนลด 29 % ทั้งโต๊ะ เมื่อมาฉลองตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป สามารถฉลองได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ  ทางโรงแรมขอสงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ทำการสำรองที่นั่งล่วงหน้า และต้องมีการแสดงบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตเพื่อรับสิทธิ์ สอบถามรายและสำรองที่นั่งล่วงหน้าโทร.0-2088-5666 หรือwww.facebook.com/marriottsurawongse

ศูนย์รวมความอร่อยที่อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่

**  อมาญา ซันเดย์ บรันช์ ที่ อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ ชั้น 4 ของ โรงแรม อมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ  คัดสรรเมนูเด็ดจากหลากหลายประเทศของทวีปเอเชีย และอิตาลี มารวมไว้เป็นศูนย์รวมความอร่อยเพื่อคุณในที่เดียว ทั้ง มุมอาหารทะเล ให้ได้เลือกอิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสดๆ อาทิ กุ้งแม่น้ำ กุ้งลายเสือ กั้ง หอยนางรมหลากสายพันธุ์ หอยแมลงภู่ ปูทะเล ปูหิมะ ปลาหมึก รวมถึงแคนาเดียนล็อบสเตอร์ (เสิร์ฟท่านละครึ่งตัว) ที่สามารถเลือกให้เชฟปรุงได้ 1 แบบ ไม่ว่าจะเป็นนึ่ง ย่าง หรืออบชีส พร้อมเลือกซอสได้ตามความพอใจ มุมอาหารตะวันตก ที่มี บาร์บีคิว สเต็กเนื้อและเนื้อแกะนำเข้า แซลมอน มุมอาหารญี่ปุ่น ซูชิ ซาซิมิ สำหรับ มุมอาหารอิตาเลียน ได้รวมเมนูขึ้นชื่ออย่าง พาสต้า พิซซ่า พิเศษสุดๆกับ ฟัวกราส์เลิศหรูสไตล์ฝรั่งเศส ส่วนมุมอาหารอินเดีย พบกับหลากเมนูทิกก้า ไม่ว่าจะไก่ กุ้ง ปลา พร้อมเครื่องเคียงนานาชนิดๆ และข้าวเกรียบอินเดีย รวมไปถึงเมนูเครื่องดื่มขึ้นขี่ออย่าง ลาสซี่มะม่วง (Mango Lassi) เครื่องดื่มโยเกิร์ตปั่นสไตล์อินเดีย หรือจะเลือกชิมมุมอาหารไทย ที่มีทั้งต้มยำ ส้มตำ ยำต่างๆ ผัดไท หมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่าง หมุนเวียนมาให้ได้ชิมกันไม่ซ้ำ ฟินกันแบบต่อเนื่อง กับมุมชีสนำเข้าสุดอลังการ ที่จัดมาให้แบบเต็มพิกัด ไม่ว่าจะ บรี กาม็องแบร์ เชดด้า มอสซาเรลลา สวิสชีส ครีมชีส มาพร้อมกับแคร็กเกอร์ ถั่วต่างๆ แยม และผลไม้ ปิดท้ายด้วยมุมขนมหวาน ที่จัดมาให้เค้กนานาชนิด ไอศครีมโฮมเมด ช็อคโกแลตฟองดูว์ ขนมเบื้อง อีกหลากเมนูขนมไทย โดยมีไฮไลท์เป็นน้ำแข็งไสที่มีเครื่องให้เลือกมากมาย ในราคาเพียง 1,799 บาท ++ ต่อท่านเท่านั้น รวมน้ำดื่ม และซอฟท์ดริ๊งค์ หรือพร้อมแพ็กเกจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในราคา 2,799 บาท++ ที่ท่านจะได้เพลิดเพลินกับไวน์ เบียร์ และเมนูค็อกเทลแบบไม่อั้น ให้บริการทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00 – 15.30 น. พิเศษ! รับสิทธิ์ คนที่ 2 กิน ฟรี! สำหรับลูกค้าที่จองผ่านลิงค์ http://bit.ly/2YniDAT และใส่โค้ด “1FREE1” (ในช่อง REQUESTS)เท่านั้น  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งโทร.0-2653-9000 ต่อ 355 หรือ อีเมล amaya.watergate@amari.com

อาหารจีนสไตล์เสฉวนรสจัดจ้าน

**  ตลอดเดือนมีนาคม- เมษายนนี้ พบกับเมนูอาหารจีนสไตล์เสฉวนรสจัดจ้าน เผ็ดร้อนถูกปากคนไทย ที่นำพริกเสฉวนมาผัดคลุกเคล้าเข้ากับเนื้อสัตว์และเต้าหู้ ที่รังสรรค์โดยเชฟชุมพล อาทิ เนื้อปลากระพงผัดพริกสไตล์เสฉวน, กุ้งทอดพริกเกลือเสฉวน ,เต้าหู้เสฉวนซอสหม่าล่า และอีกหลากหลายเมนู ที่ห้องอาหารไชน่าเทเบิ้ล โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพ ทั้งมื้อกลางวัน-มื้อค่ำ  เปิดบริการทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งโทร.0-2302-3333 หรืออีเมล chinatable.bangkok.blu@radisson.com

คัดสรรกุ้งมังกรระดับพรีเมียม

**ห้องอาหารจีนซัมเมอร์ พาเลซ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โดยเชฟหาน หลง หัว หัวหน้าพ่อครัวจีนผู้มากประสบการณ์ ได้บรรจงคัดสรรกุ้งมังกรระดับพรีเมียมและวัตถุดิบต่างๆเพื่อมาปรุงอาหารอย่างพิถีพิถันในแบบฉบับอาหารจีนกวางตุ้งเสิร์ฟร้อนๆถึงโต๊ะอาหารในเมนูที่คุณเลือกสั่งได้ อาทิ กุ้งมังกรนึ่งกระเทียม กุ้งมังกรผัดซอสเอ็กซ์โอ กุ้งมังกรอบชีส กุ้งมังกรผัดข้าวเหนียวและกุ้นเชียงฮ่องกง เป็นต้น ทุกเมนูการันตีความอร่อยสดใหม่ พร้อมเสริ์ฟให้ทุกท่านได้ลิ้มลองกัน ในราคาเริ่มต้นเพียงเมนูละ 1,200++ บาท ได้ทุกวัน ทั้งมื้อกลางวัน และมื้อค่ำ   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ สำรองที่นั่งโทร.0-2656-0444 อีเมล dining.bkkhb@ihg.com

สเต๊ก-พิซซ่าเตาถ่าน ที่บาร์นเฮ้าส์ฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/419472?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

สเต๊ก-พิซซ่าเตาถ่าน ที่บาร์นเฮ้าส์ฯ

27 กุมภาพันธ์ 2563 – 16:47 น.
อาหาร,เครื่องดื่ม,สิงห์ปาร์ค เชียงราย,บาร์นเฮ้าส์ พิซเซอเรีย,เสาวรสน้ำผึ้ง,ซีซ่าร์สลัด,พิซซ่าแซลมอนรมควันและชีสมาสคาโพน,สเต๊กเนื้อริบอาย,สเต๊กหมูพอร์คช็อป,พาสต้าคาโบนาร่า,เมล่อนญี่ปุ่น
เปิดอ่าน 401 ครั้ง

นั่งพักละเลียดอาหารและเครื่องดื่มสไตล์โฮมเมดสดใหม่จากครัวภายใต้บรรยากาศการตกแต่งร้านน่ารักๆ เหมือนโรงนา

หนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครไปเที่ยวเชียงรายแล้วไม่พลาดแวะ นั่นคือ “สิงห์ปาร์ค เชียงราย” อาณาจักรสิงห์หลายพันไร่ที่วางตำแหน่งตัวเองเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบฟาร์มทัวร์ ให้นักท่องเที่ยวนั่งรถรางไฟฟ้าเที่ยวชมตามจุดต่างๆ ทั้งไร่ชาอู่หลง แปลงเกษตรผสมผสาน ฟาร์มสัตว์ และแน่นอนว่ามีทุ่งดอกดาวกระจายหลากสี หรือ “คอสมอส” ให้คนรักดอกไม้ได้เซลฟี่สวยๆ ไว้เป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์สำหรับใครที่ชอบความหวาดเสียว อย่างหอกระโดดความสูงกว่า 30 เมตร ซึ่งจุดนี้เองยังเป็นที่ตั้งของร้านพิซซ่าใต้หอกระโดด “บาร์นเฮ้าส์ พิซเซอเรีย” (Barn House Pizzeria) ไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่ทัวร์สิงห์ปาร์คมาเหนื่อยๆ แล้วอยากนั่งพักละเลียดอาหารและเครื่องดื่มสไตล์โฮมเมดสดใหม่จากครัวภายใต้บรรยากาศการตกแต่งร้านน่ารักๆ เหมือนโรงนาแบบยุโรป

บรรยากาศเหมือนโรงนาแบบยุโรป

เสาวรสน้ำผึ้ง-สมูทตี้สตรอเบอร์รี่-สมูทตี้น้ำส้ม

ที่นี่เน้นบริการอาหารสไตล์อิตาเลียน ใครชอบรสชาติสดใหม่ สั่งเดี๋ยวนั้น ส่งออเดอร์ปุ๊บทำทันที และสามารถไปแอบส่องกรรมวิธีการปรุงในครัวได้ ถือว่ามาถูกที่ เพราะโต๊ะเก้าที่นั่งรอจานโปรดมาเสิร์ฟ ตั้งเรียงรายล้อมครัวแบบเปิด ส่วนรายการอาหารในเมนูมีตั้งแต่ซุป สลัด พิซซ่า สเต๊ก สปาเกตตี้ ไส้กรอก รวมถึงเครื่องดื่มจำพวกน้ำผลไม้ ชา และแบบมีแอลกอฮอล์ อากาศร้อนๆ แนะนำให้สั่งน้ำผลไม้ยอดนิยมมาจิบก่อนดีกว่า อย่าง “เสาวรสน้ำผึ้ง” เปรี้ยวหวานสดชื่น หรือจะเป็น “สมูทตี้สตรอเบอร์รี่” และ “สมูทตี้น้ำส้ม” จิบแล้วกระปรี้กระเปร่าทันใด

ซีซ่าร์สลัด

พิซซ่าแซลมอนรมควันและชีสมาสคาโพน

มาที่จานเด็ดจานดังที่ใครแวะแล้วต้องสั่งมาลิ้มลอง ที่ขึ้นชื่อของร้านก็อย่าง “ซีซ่าร์สลัด” ผักคอสสดกรอบเพราะปลูกเอง ส่วนอกไก่ย่างหั่นชิ้นโตๆ ก็นุ่มเต็มปากเต็มคำ อีกทั้งกลมกล่อมด้วยพาเมซานชีส ต่อด้วย “ซุปครีมเห็ด น้ำมันทรัฟเฟิล” ที่หอมละมุนลิ้นสักถ้วยเรียกน้ำย่อยเพื่อจัดหนักกับจานหลัก ซึ่งไม่อยากให้พลาดพิซซ่าซิกเนเจอร์ของร้าน “พิซซ่าแซลมอนรมควันและชีสมาสคาโพน” เป็นแบบโฮมเมดอบเตาถ่าน เสิร์ฟร้อนๆ ชีสเยิ้มๆ และแอบหยอดวิปปิ้งครีมมาด้วย กัดคำโตๆ ฟิน!

สเต๊กเนื้อริบอาย

สเต๊กหมูพอร์คช็อป

สำหรับคอสเต๊กต้องไม่พลาด “สเต๊กเนื้อริบอาย” เสิร์ฟพร้อมซอสคาเฟ่ เดอปาริส อำนวยความสะดวกด้วยการหั่นเป็นชิ้นตามแนวยาวมาให้พร้อม เนื้อติดมันร้อนๆ คำแรกก็ฉ่ำจนไม่รู้จะบรรยายยังไง ส่วนใครไม่กินเนื้อเลือกสั่งเป็น “สเต๊กหมูพอร์คช็อป” จานใหญ่ๆ จัดมาร้อนๆ พร้อมซอสแอปเปิ้ลรสเปรี้ยวนำแก้เลี่ยนก็ไม่ผิดกติกา และอีกจานหนักแน่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ “ไส้กรอกอิตาเลียน” ที่แนมผักสลัดร็อกเก็ตราดน้ำสลัดบัลซามิค ไส้กรอกแท้เต็มๆ คำ เคี้ยวหนึบหนับได้รสชาติ ถ้ายังไม่จุใจอยากให้สั่งจำพวกพาสต้ามาเสริมอย่าง “พาสต้าคาโบนาร่า” โรยเบคอนกรอบๆ พร้อมครีมนุ่มๆ ถูกใจคนชอบเส้นแน่นอน

ไส้กรอกอิตาเลียน

พาสต้าคาโบนาร่า

บอกเลยแต่ละจานพิถีพิถันและเลือกวัตถุดิบสดใหม่เพื่อให้ประทับใจลูกค้า โดยเฉพาะจำพวกผักสด ปลูกเอง เก็บเอง ความหวานกรอบไม่เสียชื่อเจ้าของไร่ ที่กล้าการันตีแบบนี้ก็เพราะมีข้อพิสูจน์อีกอย่าง นั่นคือ “เมล่อนญี่ปุ่น” ปิดท้ายมื้ออาหารที่ปลูกเอง รสชาติหอมหวานสดจากไร่จริงๆ แต่เป็นตามฤดูกาลนะ ช่วงหน้าหนาวก็มีให้หวานลิ้นมากหน่อย ส่วนฤดูอื่นๆ ก็อาจจะเสิร์ฟอย่างอื่นแทน จะได้ไม่จำเจ

เมล่อนญี่ปุ่น

  เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสแวะเที่ยวไร่สิงห์ปาร์คก็ลองเลี้ยวเข้าร้านบาร์นเฮ้าส์ พิซเซอเรีย เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์ถึงพฤหัสบดี เวลา 10.00-20.00 น. ส่วนวีคเอนด์ ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ยืดเวลาถึงประมาณ 21.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.09-3176-1545

Savour the taste of traditional Thai Khao Chae delights #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/food/30383103?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Savour the taste of traditional Thai Khao Chae delights

Mar 01. 2020
By The Nation

Escape the heat of the summer and savour traditional Thai cuisine “Khao Chae”. Delve into a delicious set of Khao Chae – steamed rice soaked in cool jasmine-scented water – and six tasty typical Thai side dishes “Kapi Song Krueng” – deep-fried shrimp paste balls, “Hua Pak Kard Warn” – sweet dried turnip, “Hom Sod Sai” – deep-fried shallots with shredded pork, “Pla Yie Son” – sweet shredded fish, “Prig Yuak Sod Sai” – steamed green chili stuffed with minced pork wrapped in egg net, and “Moo Foi Warn” – sweet shredded pork, carefully prepared by Thai chef Warinthorn Sumrithphon.

Experience this Thai summer treat “Khao Chae” at Spice Market, available daily this summer (except Sunday), from 11.30am to 2.30pm, from March 16 to May 16, priced at Bt780++ per set. (Price is subject to 10 per cent service charge and 7 per cent value-added tax.)

For more information and reservations, please call +66 2126 8866 Ext. 1232 or visit https://www.anantara.com/

Burger King trims artificial additives, with one big exception #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/food/30382850?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Burger King trims artificial additives, with one big exception

Feb 26. 2020
By Syndication Washington Post, Bloomberg · Leslie Patton, Deena Shanker, Lydia Mulvany · BUSINESS, FEATURES, FOOD
Burger King is cutting artificial flavors and additives from its menu, but at least one controversial ingredient is sticking around.

That’s soy leghemoglobin, or heme, the highly processed and genetically-modified ingredient used by Impossible Foods. It’s the “magic ingredient” that turns the plant-based Impossible Whopper into a meat-like burger, and it’s one that the U.S. government considers a color additive, and therefore artificial, when the product is sold red and uncooked.

This highlights the inherent contradiction of two of today’s top food trends: While growing numbers of consumers want to eat more natural foods, many are also cutting down on meat and turning to processed substitutes, such as the Impossible Whopper. That leaves companies like Burger King, which are trying to appeal to both, to navigate a tricky landscape.

Impossible’s heme, made from genetically modified yeast and nodules found on the roots of soy plants, is an ingredient that few would consider natural, said Michael Hansen, senior scientist at Consumer Reports. When consumers are surveyed about the word ‘natural,’ they always assume it means no added chemicals and pesticides or genetically modified ingredients, Hansen said.

Impossible’s heme is artificial because “the combination they’re doing doesn’t exist in nature. It is synthetic,” he said. “It’s something they’re creating by engineering yeast proteins to produce it.”

For government agencies such as the FDA, “anything used for the purposes of coloring food is considered an artificial color additive, even if it is a natural ingredient such as carrots, because it is not naturally occurring in the ingredient,” according to Elmis Medina, head of product sustainability at Burger King. “What we are doing at Burger King is removing colors from artificial sources.”

The restaurant chain does use natural colorants, such as paprika and lycopene from tomatoes, she said in a statement to Bloomberg News.

Impossible Foods spokesperson Rachel Konrad told Bloomberg in an email that it takes no position on what the terms “natural” and “artificial” flavors mean, as there are “various ways” to define them.

Burger King is airing commercials featuring a moldy Whopper, touting “the beauty of no artificial preservatives,” to highlight the changes to the menu. Konrad said Impossible doesn’t comment on restaurant partners’ ad campaigns. She added that the company is proud of its genetic engineering that created the patty.

Any color additive “meets the definition of an artificial color additive for labeling purposes,” said Nathan Arnold, an FDA spokesperson. Because raw Impossible burgers are red, just like raw meat, Impossible Foods needed the FDA to approve heme as a safe color additive in imitation beef before it could be sold in grocery stores. The company won the approval last year.

Impossible’s faux meat has given Burger King a lift in the past six months, sending a new group of customers into restaurants to try the burger. The Restaurant Brands International Inc.-owned chain is expanding the Impossible line with a limited test of a new breakfast patty that imitates sausage.

Burger King’s same-store sales rose 2.8% in the latest quarter, but it’s seeing more competition from rivals that are quickly adding their own plant-based meats to their menus.

Last week, Burger King said that 90% of its food ingredients had no colors, flavors or preservatives from artificial sources. Burger King also announced that it had nixed MSG and high-fructose corn syrup from its menu.

While faux meat from Impossible Foods and competitor Beyond Meat is appearing in growing numbers of U.S. restaurant menus, not everyone is a fan. Chipotle Mexican Grill Chief Executive Officer Brian Niccol said last year that his chain wouldn’t use the products because they’re too processed.

Inspired by Welsh rarebit, a cheesy cauliflower soup dishes up comfort for a crowd #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/food/30382678?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Inspired by Welsh rarebit, a cheesy cauliflower soup dishes up comfort for a crowd

Feb 23. 2020
Cheesy Cauliflower Soup. MUST CREDIT: Photo by Tom McCorkle for The Washington Post.

Cheesy Cauliflower Soup. MUST CREDIT: Photo by Tom McCorkle for The Washington Post.
By The Washington Post · Cathy Barrow · FEATURES, FOOD 

A pipe burst at my neighbor’s house. A friend is coming to town at the last minute. A colleague has arrived home after a week on the road. There are dozens of reasons to make a big pot of soup to share, especially when it’s quick to the table and satisfying to boot.

This cauliflower soup takes inspiration from Welsh rarebit, a classic pub dish of piping hot cheese sauce spiked with beer spooned over thick toast. In this iteration, it’s the cauliflower that gets the rarebit treatment, resulting in a soup that is cheesy and slightly bitter from the beer. Mustard and Worcestershire sauce add depth, and sharp cheddar cheese delivers a tangy zing.

I’m always suspicious when a recipe writer claims that you’ll have everything in the pantry to make something. My pantry might be different from yours, so instead I’ll say that a head of cauliflower, a hunk of cheese and a bottle of beer may be the outliers. If, like me, you buy a head of cauliflower every week while dreaming of peas and asparagus and tender lettuce, you may be set.

I used a dark stout (similar to Guinness) for the soup but made it another time with a light lager because that was all I had. I preferred the raspy bitterness of the stout, but the beer flavor came through even with the lager. “Use what you have” has to be one of the three pillars of soupmaking (joining “cover the pot while cooking” and “serve it hot” for the triumvirate of soupy success).

Chop the cauliflower into spoon- or bite-size pieces. Not too small or it will cook too quickly and turn mushy. Work to make most of the pieces equal in size so that they cook through at the same time. The onion and cauliflower cook in the chicken (or vegetable) stock to boost all the flavors.

While the cauliflower is cooking, make a quick white sauce. Whisk the foaming butter and flour together until smooth and then cook until the flour smell is gone and it’s a toasty golden brown. Pour in the warmed milk and continue to whisk until the sauce is thick enough to coat the back of a spoon. Once the beer is added to this sauce, it’s ready to be incorporated into the soup. At this point, it’s very easy to break the sauce – separating the fats so that it curdles – so keep the heat low and slow.

Finally, stirring in the grated cheese at the end protects the soup from breaking, too. This soup is best when made at the last minute (it only takes about 25 minutes). If reheating, do so slowly and gently, and never in the microwave.

I’ve served this soup with pretty pieces of cauliflower floating in the creamy base. I’ve also whirred the vegetable in my blender for a smooth soup served in small sipping cups, as prelude to dinner.

It looks pretty with a shower of chives on the top or a floating crouton. But we served it to our friend, road-weary and slightly shattered from too many hours on airplanes, with no garnish, ladled straight from the pot. She had three bowls. There’s something wonderful about devouring warm soup with friends. I hope you’ll share some this week.

– – –

CHEESY CAULIFLOWER SOUP

8 servings (makes 3 quarts)

This soup takes inspiration from Welsh rarebit, a classic pub dish of piping hot cheese sauce spiked with beer spooned over thick toast. Here, the cauliflower gets the rarebit treatment, resulting in a soup that is cheesy and slightly bitter from the dark beer.

Cooled soup can be stored in the refrigerator in an airtight container for up to 3 days.

Ingredients

2 tablespoons olive oil or vegetable oil

2 cups (10 ounces) diced onion, 1 large

1 teaspoon kosher salt, divided

4 cups (16 ounces) cauliflower florets, 1 medium

2 cups (16 ounces) low-sodium chicken broth or vegetable broth

3 tablespoons unsalted butter

3 tablespoons all-purpose flour

2 cups whole milk, warmed

1/2 cup dark beer, such as Guinness

1 teaspoon fresh thyme leaves or 1/2 teaspoon dried thyme

1 tablespoon Worcestershire sauce

1 teaspoon dry mustard

1/4 teaspoon freshly ground black pepper

2 cups (8 ounces) grated sharp cheddar cheese

Steps

In a 5-quart stock pot over medium heat, heat the olive oil until shimmering. Add the onion and 1/2 teaspoon salt, stir and cook until the onion turns slightly golden, about 10 minutes. Add the cauliflower, stir everything together to coat with the oil, cook for an additional 3 to 4 minutes, add the broth and bring to a boil. Reduce the heat to medium-low so the liquid is just simmering. Cover the pot and cook until the cauliflower is fork-tender, 7 to 10 minutes.

While the cauliflower cooks, in a small saucepan over medium-high heat, melt the butter until foaming. Sprinkle the flour over the melted butter and whisk until smooth, forming a roux. Reduce the heat and continue to whisk until the roux turns golden brown, about 7 minutes. Add the warmed milk in a stream, whisking until thick and smooth. Add the beer, whisking until smooth, and bring to a simmer, warming just until the bubbles have dispersed, 2 to 3 minutes.

Using a rubber spatula, scrape the beer sauce into the soup and stir until smooth. Add the remaining 1/2 teaspoon salt, the thyme, Worcestershire, mustard, black pepper and cheese. Stir and heat until a silky cheese soup surrounds the cauliflower, 3 to 4 minutes. Serve hot.

Nutrition | Per serving: 280 calories, 12 g protein, 16 g carbohydrates, 19 g fat, 11 g saturated fat, 40 mg cholesterol, 410 mg sodium, 3 g dietary fiber, 7 g sugar

(From columnist Cathy Barrow.)

ทีเอ็มเคสุกี้-ชาบู ตำรับแม่สุเนตรา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/418168?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ทีเอ็มเคสุกี้-ชาบู ตำรับแม่สุเนตรา

22 กุมภาพันธ์ 2563 – 04:22 น.
อาหาร,ตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 233 ครั้ง

คอลัมน์ – ตำนานแผ่นดิน โดย – อ.ไชยแสง กิระชัยวณิชย์

                 ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่ 

          เขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี เชื่อว่าเป็นบ้านเดิมของขุนไกร พ่อของขุนแผน เป็นสถานที่นางทองประศรี แม่พาลูกชายขุนแผนหรือพลายแก้วครั้งยังเด็กมาหลบภัยอยู่ที่เขาชนไก่ บนยอดเขาชนไก่มีลานหินกว้าง เชื่อว่าเป็นลานชนไก่ของพลายแก้ว เมื่อขุนแผนเข้ารับราชการได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองกาญจนบุรี หรือพระสุรินทร์ฤาชัย ชาวบ้านได้สร้างศาลเจ้าพ่อเขาชนไก่ไว้เป็นอนุสรณ์

            สงครามเก้าทัพ พม่ายกทหาร 9 ทัพ ผ่านด่านเจดีย์สามองค์ รุกรานไทย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงนำทัพมาตั้งบัญชาการที่เขาชนไก่และให้กรมพระราชวังบวรสถานมงคล คุมทหาร 3 พันนายไปตั้งทัพสกัดที่ด่านกรามช้าง ส่วนทัพใหญ่ตั้งที่ทุ่งลาดหญ้าและด่านปากแพรก (ปัจจุบันอยู่ในเมืองกาญจนบุรี) เขาชนไก่จึงเป็นสถานที่สำคัญทางการรบ

            กองทัพบกให้หน่วยบัญชาการรักษาดินแดงใช้พื้นที่เขาชนไก่เป็นศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารปีที่ 3 และปีที่ 5 เช่น การโดดหอสูง การฝึกยิงปืน การไต่เชือกข้ามลำน้ำ ให้นักเรียนนิสิตนักศึกษาได้รับการฝึกจนจบหลักสูตรเป็นกำลังพลสำรอง เพื่อเรียกใช้ในยามเกิดภัยสงครามต่อประเทศชาติ สำหรับนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 5 จะได้รับการประดับยศเป็นว่าที่ร้อยตรี

              หน่วยบัญชาการรักษาดินแดงได้ทำให้พื้นที่การฝึกนักศึกษาวิชาทหารเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ช่วงที่ไม่มีการฝึกเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมพื้นที่การฝึกและทดลองฝึกอย่างนักศึกษาวิชาทหาร เช่น การโดดหอสูง การฝึกยิงปืน และไต่เชือกข้ามลำน้ำ มีครูฝึกทหารช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ประชาชนทั่วไปและครอบครัวได้รับความสนุกสนาน มีความรู้ติดตัวไปใช้ในการดำรงชีพในป่า

              เขาชนไก่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ จ.กาญจนบุรี ที่ห้ามพลาดเด็ดขาด เข้าชมและร่วมการทดลองฝึกอย่างสนุกสนานและมีที่พักบริการนักท่องเที่ยวด้วย ทำให้นึกถึงชีวิตนักศึกษาที่มาฝึกที่เขาชนไก่เมื่อ 40 ปีก่อน ต้องกินอาหารถาดหลุม นอนในเต็นท์ทหาร และคลานคลุกฝุ่นลอดรั้วลวดหนาม มีปืนกลยิงข้ามหัวขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อข่มขวัญ สนุกและเหนื่อยสุดชีวิต

                     ทีเอ็มเคสุกี้-ชาบู ตำรับแม่สุเนตรา

             หลังจากผ่านช่วงเวลาการฝึกนักศึกษาวิชาทหารอย่างหนัก บรรดาครูฝึกนักศึกษาวิชาทหารจะยกขบวนกันมาเลี้ยงที่ทีเอ็มเค บุฟเฟ่ต์สุกี้ คนละร้อยห้าสิบบาทเท่านั้น ทหารทุกนายจะสนุกสนานกับอาหามื้อพิเศษ ไม่ต้องกังวลกับอาหารถาดหลุมที่กินวันแรกๆ ถาดยังสะอาด แต่นานวันเข้าถาดหลุมจะมีกลิ่น เพราะน้องๆ นักศึกษาบางคนช่วยกันล้างแต่ไม่สะอาด

              ทีเอ็มเคสุกี้บุฟเฟ่ต์ สุกี้เจ้าแรกของชาวเมืองกาญจนบุรี เมื่อหมดสัญญาเช่าตึก คุณแม่สุเนตรา จินตนาธัญชาติ ซื้อที่ดิน 20 ไร่ ริมถนนแสงชูไตพัฒนาเป็นทีเอ็มเค พาร์ค ตรงข้ามสนามกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี สร้างเป็นศูนย์การค้า มีปั๊มน้ำมันเอสโซ่อยู่ข้างหน้า ไก่ทอดเคเอฟซี กาแฟสตาร์บัคส์ ทีเอ็มเค ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงหนังเมเจอร์ซีเนเพล็กซ์ พร้อมที่จอดรถกว่า 100 คัน

                เนยธันย์ชนก เลิศธโนทัย ขอสูตรสุกี้จากแม่มาทำร้านทีเอ็มเคสุกี้-ชาบู ในศูนย์การค้าทีเอ็ม พาร์ค แม่สุเนตรา จินตนาธัญชาติ จบคณะศึกษาศาสตร์ แผนกคหกรรม มหาวิทยาลัยบูรพา บางแสน เชี่ยวชาญการทำอาหารทุกชนิด จึงให้คำแนะนำการปรุงอาหารทุกจานจากเชฟในครัว ทำให้ทีเอ็มเคสุกี้-ชาบู ใช้กระดูกหมูต้มน้ำซุป น้ำจิ้มสุกี้บดจากเต้าเจี้ยวแดงกระเทียมดองแท้ๆ

               ทีเอ็มเคสุกี้-ชาบู จัดชุดสุกี้ยอดนิยม 359 บาท จานใหญ่ใส่เนื้อหมู เนื้อไก่ กุ้ง หมึก หอยเชลล์ หอยแมลงภู่ ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นรักบี้ปลา เกี๊ยวปลา หมูบะช่อห่อสาหร่าย ไข่ไก่ ผักสด วุ้นเส้น ฟองเต้าหู้ พร้อมน้ำซุปใสต้มกระดูกหมู ชุดนี้กินได้ 2-3 คน แถมน้ำจิ้มสุกี้เสิร์ฟไม่อั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะนั่งกินจนหมดเวลาแบบบุฟเฟ่ต์สุกี้ นั่งกินสบายๆ ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ

               หรือจะสั่งเครื่องปรุงตามเมนูของร้านทีเอ็มเคสุกี้-ชาบู มีเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อปลาเก๋า เนื้อปลาแซลมอน หอยนางรม เต้าหู้ปลา เต้าหู้ไข่ หมึกยัดไส้หมูบะช่อ ลูกชิ้นหมู เนื้อปลาเส้น หมึกกรอบ เห็ดสด ตับหมู หัวใจหมู เนื้อปลาสวรรค์ ใส่ตะกร้อลวกน้ำซุปกระดูกหมู ให้เครื่องปรุงสุกตามใจชอบ ราดด้วยน้ำจิ้มสุกี้สูตรคุณแม่สุเนตรา หอมกลิ่นเต้าเจี้ยวแดงกระเทียมดองแท้ๆ

             ถ้ายังไม่อิ่มให้สั่งเป็ดย่างทีเอ็มเค ย่างจนหนังกรอบเนื้อนุ่มไม่เละ ราดน้ำจิ้มเป็ดย่างให้ฉ่ำกินกับข้าวสวยหอมมะลิพันดีร้อนๆ เป็นกับแกล้มคู่กับทีเอ็มเคสุกี้-ชาบู ก็ทำให้สุกี้อร่อยยิ่งขึ้น หมูแดง หมูกรอบ ทีเอ็มเค ราดน้ำจิ้มเป็ดย่างก็ดี ปลากะพงเขียวชอุ่ม เนื้อปลากะพงทอดพริกจี๊ดจ๊าด กรอบอร่อยกว่าปลากะพงทอดน้ำปลา ยังมีอาหารให้สั่งกินกับสุกี้ชาบูอีกมากมาย

               ทีเอ็มเคสุกี้-ชาบู น้ำซุปต้มกระดูกหมูแท้ๆ ไม่ใช้ผงปรุงรสทำให้เสียรสชาติ ทีเอ็มเคสุกี้-ชาบู จึงรสอร่อยถูกใจเด็กๆ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค น้ำจิ้มสุกี้สูตรคุณแม่สุเนตรา หอมกลิ่นเต้าหู้ยี้แดงกระเทียมดอง โทร.06-5716-6812

                              ครัวลอยฟ้า น้ำจิ้มสุกี้ทีเอ็มเค

 คุณแม่สุเนตรา จินตนาธัญชาติ ใช้ความรู้ที่เรียนมาจากแผนกคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา บางแสน ใช้กระดูกหมูต้มหัวไชเท้า ให้ได้น้ำซุปหอมกรุ่นต้มลวกเครื่องปรุงสุกี้ให้อร่อย ส่วนน้ำจิ้มสุกี้ใช้เต้าหู้ยี่แดง บดกับเครื่องปรุงต่างๆ ให้ได้น้ำจิ้มรสเด็ด

เครื่องปรุง

1.เต้าหู้ยี้แดง 10 ก้อน

2.ซอสพริกแดง 7 ขวด

3.น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

4.น้ำส้มสายชูตรามือ 1 ถ้วย

5.กระเทียมสดหั่นละเอียด 5 หัว

6.กระเทียมดองตรามือ 5 หัว

7.น้ำต้มสุก 4 ถ้วย

วิธีทำ

1.น้ำเครื่องปรุงทั้งหมดใส่เครื่องบดปั่นให้ละเอียด

2.เติมน้ำต้มสุกแล้วบดปั่นให้เข้ากันชิมรสให้ถูกใจ

3.ราดในน้ำสุกี้-ชาบูให้ฉ่ำ

น้ำจิ้มสุกี้สูตรแต้จิ๋ว มีให้กินเฉพาะร้านทีเอ็มเคสุกี้-ชาบู ที่ที่เอ็มเค พาร์ค จ.กาญจนบุรี เป็นสุกี้-ชาบู ต้นตำรับของชาวเมืองกาญจนบุรีเท่านั้น

พระราม 9 ไก่ย่าง สุดยอดอาหารสุดแซ่บ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/418188?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

 พระราม 9 ไก่ย่าง สุดยอดอาหารสุดแซ่บ

21 กุมภาพันธ์ 2563 – 13:58 น.
อาหาร,ไก่ย่างพระราม9
เปิดอ่าน 776 ครั้ง

 พระราม 9 ไก่ย่าง สุดยอดอาหารสุดแซ่บ

พระราม 9 ไก่ย่าง ฉลองบริการครบ 2 ทศวรรษ  ทุ่มงบนับ 10 ล้าน  ก่อสร้างอาคารร้าน อาหารโฉมใหม่  แต่คงคอนเซ็ปต์ อิ่มอร่อย อารมณ์ชิลล์แบบบ้านๆ สมกับเมนูพื้นบ้านคู่ปากคนไทย  รองรับลูกค้าได้กว่า 600 ที่นั่ง ห้อง VIP 5 ห้อง พร้อมที่จอดรถใต้ดิน  กว่า 100 คัน พร้อมฉลองรับรางวัล  Michelin  BIB Gourmand – รางวัล บีบ กูร์มองค์ หน้าใหม่ประจำปี 2020  ซึ่งเป็นรางวัลที่ผู้ตรวจมิชลินจะมอบให้กับร้านที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดีในราคาย่อมเยาและคุ้มค่า

  สุเมธ  ต่อสหะกุล(กลาง) ผู้สร้างตำนานพระราม9 ไก่ย่าง

  สุเมธ  ต่อสหะกุล

จากวิกฤติต้มยำกุ้ง กับ การเป็นหน้าม้านั่งเรียกแขกให้ร้านอาหารเพื่อน  ได้สร้างตำนาน “เจ้าพ่อไก่ย่างเบอร์ต้นๆ ของวงการอาหาร” สุเมธ ต่อสหะกุล แห่ง พระราม9 ไก่ย่าง ต้นตำรับสูตรเด็ดที่ไม่เหมือนใคร
ณ ร้านพระราม 9 ไก่ย่าง หัวมุม พระราม9 ซอย 39  เป็นสถานที่ ที่เปิดตำนานเกิดร้านไก่ย่างที่อร่อยที่สุด ถูกปากถูกคอคนชื่นชอบอาหารอีสาน โดยเฉพาะไก่ย่าง ส้มตำ อาหารเอกลักษณ์ประจำชาติไทย


      สุเมธ  ต่อสหะกุล ผู้สร้างตำนานพระราม9 ไก่ย่าง เปิดเผยว่า  “พื้นเพเป็นคนอีสาน จังหวัดอุดรธานี  อดีตทำธุรกิจด้านรับเหมาก่อสร้าง  ทำหมู่บ้านจัดสรรได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  จุดพลิกผันชีวิตเริ่มจากวิกฤตปี 40  ผู้คนขาดกำลังซื้อ  บ้านที่สร้างไว้จำหน่ายไม่ออก  ติดหนี้ธนาคารหลายสิบล้านบาท  จึงคิดหยุดก่อนที่จะเจ็บตัวมากกว่านี้  หอบหิ้วครอบครัวลงมากรุงเทพ  คิดเผื่อหาช่องทางใหม่ๆ ให้ทำมาหาเลี้ยงชีพและครอบครัวได้

ช่วงที่นิ่ง ๆ อยู่นี้  เพื่อนที่อยู่ชลบุรีได้ย้ายมาเปิดร้านขายอาหารที่กรุงเทพ  ได้ขอให้ไปนั่งเหมือนเป็น “หน้าม้า” จะว่าไปก็คือ สร้างภาพให้ร้านดูมีลูกค้าไม่เงียบเหงา  นั่งตบยุงมานาน 2 เดือน  กิจการไม่มีทีท่าดีขึ้น จึงแนะนำเพื่อนให้หาทำเลใหม่  คิดว่าทำเลนี้คงไม่เหมาะแน่นอน  จึงขันอาสาอีกครั้ง  ตระเวนทั่วกรุงเพื่อเลือกหาทำเล  เกิดหิวจัดจึงแวะซื้อไก่ย่างริมทาง ทางผ่านมานั่งทานในรถ  ผิดหวังขนาดหิวจัดก็ยังไม่รู้สึกถึงความอร่อย  ความคิดวัยเด็กจึงผุดขึ้นมา เด็กๆ อาหารหลักที่พ่อ-แม่จัดให้รับประทาน คือ เมนูไก่ย่าง อุดรธานี  ที่รสชาติยังค้างคาปากถึงทุกวันนี้  อารมณ์คนจะรวยอะไรก็หยุดไม่ได้  กลับไปคุยกับเพื่อนทันที  เลิกทำร้านอาหารมาขายไก่ย่างกันเถอะ  คนประสบความสำเร็จมักจะคิดแล้วทำเลย  ตกลงกันได้  2 หนุ่มบึ่งรถไปอุดรธานีทันที  ตระเวนสำรวจตามฟาร์มไก่  หาความรู้ไก่แบบไหนถึงย่างอร่อย  วิ่งต่อตามหาสูตร  คนจะรวยก็ช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ  เจอผู้เฒ่าเจ้าของสูตรหมักไก่เด็ดที่สุดในอุดรฯ  เมื่อได้ข้อมูลครบทุกอย่าง  บึ่งกลับกรุงเทพฯ


กำเงินลงทุนเริ่มต้นแค่  2 หมื่น ขายไก่ได้ 17 ตัว ภายใน 7 วันยอดขายพุ่งเป็นวันละ 70 ตัว  ปัจจุบัน ยอดขายไก่ย่างเฉลี่ย นับหมื่นๆ ตัวต่อเดือน  กำไรจากวันแรก วันละ  100 กว่าบาท จนปัจจุบัน กำไรถึง 8 หลัก  นับเป็น หลายสิบล้านบาทต่อปี
ตัดสินใจไม่เสี่ยง เพราะไม่มีอะไรจะให้เสี่ยง  เลือกใช้ที่ดินของเพื่อนที่เหลือจากการเวนคืนนั่นเอง   ลงแรงกาย แรงใจ แรงความ คิด ช่วยกันเกลี่ยผืนดินที่มีต้นไม้ใหญ่     (จากเดิมเป็นที่ทิ้งเศษขยะ  เศษกิ่งไม้  เศษดิน  เศษปูน)  เนรมิตให้เป็นจุดขายไก่ย่าง ที่ร่มรื่นจากร่มเงาของต้นไม้ใหญ่  (แค่หลับตานึกภาพแบบร้านขายของริมทางหลวง ยังไงยังงั้น  จะต่างกันบ้างก็ตรงที่ไม่มีเพิงหลังคา และ ไม่มีร่มกันแดด)  2 คนกำเงินอยู่แค่ 20,000.- บาท  นี่คือ เงินลงทุนขั้นแรกใช้ในการ ซื้อไก่  เขียง  มีดสับไก่ โต๊ะไม้  เตาถ่าน 2 เตา จบขายได้เลย  ง่ายๆ  แค่ตั้งเตา ตั้งโต๊ะ  เป็นจุดขาย  ขายเลย  ขายแบบแพคห่อกลับบ้านอย่างเดียว ไม่มีนั่งทาน   ทำแบรนด์แบบป้ายสติ๊กเกอร์ปิดเป็นสัญลักษณ์เรียกแขกแค่นั้น
ยอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดด  จากวันแรกขายได้  17 ตัว   ภายใน 7 วัน เพื่อนขอถอนตัว  ลุยต่อคนเดียว ยอดขายพุ่งหลายเท่าตัวเป็น วันละ 70 ตัว   ภายใน 2 เดือน ก็ขึ้นหลังคาคลุมบริเวณโต๊ะยืนปิ้งขาย  และ ภายใน  6 -7 เดือน  ก็ต่อหลังคาพร้อมที่นั่งแบบโปร่งรับลม  เริ่มจาก  30 ที่นั่ง  ตามคำเรียก ร้องของลูกค้า  ทำการขยายและเพิ่มที่นั่งทุกเดือน  เพิ่มอย่างรัวๆ จาก 30 เป็น  60  เป็น 80 ที่นั่ง  และเริ่มก่อสร้างเป็นร้าน  ปัจจุบัน พัฒนาสู่รูปแบบร้าน Stand alone  และขยายสาขาใช้พื้นที่ห้างและศูนย์ การค้าเป็นหลัก รวม 5 สาขา ยอดขายไก่ย่างโดยเฉลี่ย นับหลายหมื่นๆ ตัวต่อเดือน  สามารถทำรายได้ถึง  8 หลักต่อปี
จุดเด่นที่สุดของร้านพระราม 9 ไก่ย่าง  แน่นอนไม่พ้นไก่ย่างที่ขึ้นชื่อ  และมีเอกลักษณ์ของรสชาติที่เฉพาะ  ส่งต่อสูตรเด็ดจากคนแก่ต้นตำรับไก่ย่างเมืองอุดรฯ  ย่างด้วยเตาย่างไร้ควันที่อุณหภูมิ 255o  ไม่มีรอยไหม้แม้แต่นิดเดียว  หมดกังวัลปัญหาควันที่เป็นสารก่อมะเร็ง
แน่นอนว่า – เมนูเด่นต้องเป็น  “ไก่ย่าง”  ด้วยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกไก่  ใช้ไก่ไทย ที่เลี้ยงโดยเกษตรกรที่มีความรู้ทางด้านการเลี้ยงไก่โดยเฉพาะ และคัดเฉพาะ ไก่ที่มีอายุเพียง 3 เดือนเท่านั้น  ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้    ซึ่งต่างจากทั่วไปที่ใช้น้ำหนักเป็นมาตรฐานในการคัดเลือกไก่ การหมัก จะหมักข้ามคืนด้วยสุดยอดเครื่องเทศสูตรเฉพาะของทางร้าน และ นำไปย่างด้วยเตาย่างไร้ควันที่อุณหภูมิ 255o  ทำให้ไก่ย่างสุกเสมอกันทั้งตัว  หนังกรอบไม่มีรอยไหม้แม้แต่นิดเดียว  เนื้อไก่แน่น   ไก่พระราม 9 จะเน้นเป็นแบบเนื้อแห้ง  ไม่ติดมัน  หน้าตาดูดีชวนน้ำลายสอ  ถึงรสชาติสมเป็นเมนูไลฟ์สไตล์คู่ปาก คู่ชาติไทย
นอกจากนี้  ยังมีเมนูยอดฮิต  อาทิ ส้มตำไทยถั่วกระจก คอหมูย่าง ต้มแซบ แหนมเนือง  นอกจากไก่ย่าง ส้มตำ  ยังมีอาหารเวียดนามและเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกกว่า 50 เมนู
จากจุดขายริมทางแบบ Street Food – Take Home  สู่รูปแบบร้านที่ให้นั่งทานสบายๆ  และ ขยายสาขาเอาใจคนห่างไกลที่ติดใจอยากทานไก่ย่างพระราม9  ครบ 5 สาขา
ทุ่มอีกนับ 10 ล้าน ก่อสร้างอาคารร้านอาหารสาขาตำนาน พระราม 9 ให้อิ่มอร่อย อารมณ์ชิลล์แบบบ้านๆ เริ่มจากการขายแบบ Take Home  ปิ้งขายริมทางห่อกลับอย่างเดียว  พัฒนาเป็นหลังคาลานโล่ง  และขยายต่อเป็นรูปแบบร้านโล่งโปร่ง  รับลมเย็น ให้สมกับอาหารอีสาน สาขาแรกที่พระราม9  ซึ่งเป็นสถานที่ปัจจุบัน   และขยายสาขาต่อ  ปัจจุบันมีบริการ  5 สาขา   ท้ายสุด ลงทุน.นับ 10 ล้านบาท  ใช้ลานจอดรถเดิมก่อสร้างเป็นอาคารร้านใหม่  แต่ยังคงคอนเซ็ปต์  อิ่มอร่อย ด้วยอารมณ์ชิลล์แบบบ้านๆ  สมกับเมนูไก่ย่าง-ส้มตำ คู่ปากคนไทย   โดยเมนูยอดฮิต  อาทิ ส้มตำไทยถั่วกระจก คอหมูย่าง ต้มแซบ แหนมเนือง  นอกจากไก่ย่าง ส้มตำ  ยังมีอาหารเวียดนามและเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกกว่า 50 เมนู  สามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 600 ที่นั่ง  มีห้อง VIP จัดเลี้ยง 5 ห้อง  เพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยพื้นที่จอดรถใต้ดิน ได้กว่า.  100  คัน
ปัจจุบันเปิดบริการแล้วทั้งหมด  4 สาขา และ เตรียมเปิดบริการเป็นสาขาที่ 5 ที่โลตัส เลียบด่วนรามอินทรา  ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้
–    สาขาที่ 1    สาขาต้นตำนาน พระราม9  ปากซอย 39  ขาออกไปทางถนนศรีนครินทร์                              –    สาขาที่ 2    สาขา เดอะแจ๊ส  รามอินทรา ลาดปลาเค้า                                                                      –    สาขาที่ 3    สาขา เดอะพรอมานาด (ชั้น 3)  รามอินทรา  (ติดแฟชั่น ไอส์แลนด์)                                                                                                 –     สาขาที่ 4     สาขา เดอะมาร์เก็ต ชั้น 3   (ติดบิ๊กซี-)ราชดำริ                                                                                                                  –     สาขาที่ 5      ที่ โลตัส เลียบด่วน  รามอินทรา   กำหนดเปิดใน 22 กุมภาพันธ์ นี้
โอกาสเปิดสาขาใหม่ โลตัส เอ็กซ์ตร้าเลียบด่วนรามอินทรา   พระราม 9 ไก่ย่างจัดเต็ม  ฉลองเปิดสาขา กับ แคมเปญโปรโมชั่น “เฮียไก่ชวนเพื่อนมากินไก่ 2 คนรับส่วนลดค่าอาหารทันที 20%”  ไม่รวมเครื่องดื่มและขนมหวาน ระหว่าง  22 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม 2563  เฉพาะสาขาโลตัส เลียบด่วนรายละเอียด    https://www.facebook.com/praram9kaiyang/?rf=286169344812068
จากไก่ย่างสดหน้าเตา พัฒนาล้ำหน้าไปอีกในรูปแบบ สินค้าแพคเกจ บรรจุถุง  “ไก่สุญญากาศ”  เก็บได้นานถึง  6 เดือน แค่เข้าเตาไมโครเวฟ หรือ เตาอบ ทานได้เลย
ร้านพระราม 9 ไก่ย่าง  ได้พัฒนาทั้งด้านอาหารและการบริการอย่างไม่หยุดยั้ง  ล่าสุด นอกเหนือจากการขยายสาขา  ยังได้พัฒนาไก่ย่าง ในรูปแบบพิเศษ  “ไก่สุญญากาศ”    บรรจุในแพคเกจพิเศษ ด้วย – ระบบสุญญากาศ และ แช่เย็น  มีอายุการเก็บได้นานถึง  6 เดือน  สะดวกสบายแค่นำไปอุ่นในไมโครเวฟ หรือ เตาอบ    รสชาติคงความเป็นเอกลักษณ์ไก่ย่างพระราม 9 ขนานแท้  ให้ Take Home  ถึงรสชาติด้วยการหมักแบบเดียวกับไปนั่งทานที่ร้าน ยังไงอย่างนั้น เลยทีเดียวรางวัล  มิชลิน บีบ กูร์มองค์ หน้าใหม่ประจำปี 2020  รับประกันความอร่อย พระราม 9 ไก่ย่าง ยึดหลักการให้ลูกค้าอิ่ม อร่อย ได้ในราคาแบบเอื้ออาทร

และ ร้านพระราม 9 ไก่ย่าง  มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง  ที่ได้รับรางวัลจากมิชลิน การันตี  คือ รางวัล  Michelin  BIB Gourmand  รางวัล บีบ กูร์มองค์ หน้าใหม่ประจำปี 2020  ซึ่งเป็นรางวัลที่ผู้ตรวจมิชลินจะมอบให้กับร้านที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดีในราคาย่อมเยาและคุ้มค่า  และจะยึดมั่น สโลแกนที่ว่า   “สะอาดทั้งต่อหน้า และ ลับหลัง”   รวมถึง  สุขภาวะ และสุขลักษณะ  ทั้งด้านอาหาร  พนักงานและการบริการ    ตลอดจน สร้างงานสร้างอาชีพ และ สร้างคุณภาพชีวิตให้กับ พนักงานหลายร้อยคน  นอกเหนือจากเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ซึ่งรับเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง  สุเมธ  ต่อสหะกุล  กล่าวปิดท้ายด้วยความภาคภูมิใจ

ยังไม่หมดโปรโมชั่นแห่งความรัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/418000?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ยังไม่หมดโปรโมชั่นแห่งความรัก

21 กุมภาพันธ์ 2563 – 12:00 น.
ห้องอาหารไทย สไปซ์ มาร์เก็ต,เอสแอนด์พี เลิฟ อีส สวีท,ห้องอาหาร ดิ ออร์ชาร์ด,ห้องอาหารมิกาโดะ,ห้องอาหารเรลเวย์,ออล อะเบาท์ ล็อบสเตอร์,ซิซซ์เล่อร์,ห้องอาหารโกจิคิทเช่น,เอสแอนด์พี เลิฟ อีส สวีท คมชัดลึก
เปิดอ่าน 77 ครั้ง

ห้องอาหาร-โรงแรม เดินหน้าจัดโปรโมชั่นเดือนแห่งความรักอย่างต่อเนื่อง

** โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ต้อนรับ เชฟพิสิษฐ์ จิโนพงป์ เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟจากอนันตราสามเหลี่ยมทองคำ จัดป๊อปอัพไฟน์ไดนิ่งสไตล์ล้านนา ที่ ห้องอาหารไทย สไปซ์ มาร์เก็ต ด้วยดินเนอร์ 6 คอร์ส อาทิ “ยำคนเมือง”, “ส้มจิ้น” ที่เลือกใช้เนื้อเทนเดอร์ลอยมาหมักกับไวน์ รวมถึงเมนูหลักและซุป ทั้ง “อ่อมเนื้อ”, “แอบปลา”, “แกงส้มผักปลังปลาดุกย่าง” เพียง 1,800บาท++ต่อท่าน ระหว่างวันที่ 25–26 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 18.00–22.30 น. สอบถามโทร.0-2126-8866 ต่อ 1232

** ห้องอาหารโกจิคิทเช่น+บาร์ โรงแรมแบงค็อกแมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค มอบส่วนลดพิเศษในช่วงเวลาแห่งความสุขกับ “โฟร์ เอ็นจอย มอร์ แอท โกจิคิทเช่น+บาร์” มา 4 ลด 25 เปอร์เซ็นต์ สำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันและมื้อค่ำ ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน ลดเหลือ 881 บาทสุทธิต่อหัว ส่วนมื้อค่ำ เหลือเพียง 1,363 บาทสุทธิต่อหัว จนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ สอบถามโทร.0-2059-5999

 ** “ซิซซ์เล่อร์” จัดเมนูพิเศษในเดือนแห่งความรัก ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศอย่าง เนื้อบีฟลอยน์ และ ปลาแซลมอน รังสรรค์เป็น 2 เซตเมนูสุดพิเศษ ได้แก่ เซตสเต๊กเนื้อ เนื้อบีฟลอยน์นำเข้าจากออสเตรเลียย่างบนเตาไฟ ต่อด้วย เซตสเต๊กปลาแซลมอน จากประเทศนอร์เวย์ ย่างบนเตาไฟร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมกับเส้นสปาเกตตีเหนียวนุ่ม และสดชื่นไปกับเครื่องดื่มน้ำผลไม้ 100% สกัดเย็น  วันนี้ถึง 29 กุมภาพันธ์ ที่ซิซซ์เล่อร์ทุกสาขา

** มื้อค่ำตลอดทุกวันศุกร์ถึงวันจันทร์ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ห้องอาหารเรลเวย์ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บีช รีสอร์ท และวิลลา หัวหิน เชิญลิ้มรสสุดยอดวัตถุดิบแห่งท้องทะเล บอสตัน ล็อบสเตอร์ กับโปรโมชั่น “ออล อะเบาท์ ล็อบสเตอร์” แบบตามสั่งให้เชฟมากฝีมือปรุงร้อนๆ เดี๋ยวนั้น อาทิ ล็อบสเตอร์ คาร์ปาชิโอ แบบตะวันตก เป็นต้น สำรองที่นั่งโทร.0-3251-2021 หรืออีเมล chbr@chr.co.th

** ห้องอาหารมิกาโดะ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง เชิญมาซื้อกลับบ้านให้อิ่มอร่อยเต็มคำ กับเบนโตะข้าวปั้นระดับคุณภาพมาตรฐานห้องอาหารหรูของโรงแรม ปรุงสดใหม่พร้อมเสิร์ฟ ในเบนโตะห่อผ้าหลากสีน่ารักพร้อมให้สะสม 2 ขนาดให้เลือก ราคาเพียง 129 บาท และ 159 บาทสุทธิ เหมาะสมกับทุกโอกาสจัดเลี้ยงขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พกพาได้สะดวก พร้อมบริการส่งตามเงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด สั่งจองเบนโตะล่วงหน้า 1 วัน โทร.0-2281-3088 ต่อ ห้องอาหารมิกาโดะ

    ** เอสแอนด์พี ต้อนรับวาเลนไทน์ด้วยแคมเปญ เอสแอนด์พี เลิฟ อีส สวีท  เติมรักให้หวานด้วยเค้กหลากหลายรูปแบบ กับเค้กบอสซั่ม ออฟเลิฟ เค้กหัวใจกุหลาบ เค้กโรสไวน์ และคัพเค้กวาเลนไทน์  พร้อมหอมหวานชื่นใจไปกับเครื่องดื่มสตรอเบอรี่ ต้อนรับวาเลนไทน์ พิเศษสำหรับสมาชิก เอสแอนด์พี จอย การ์ด รับส่วนลด 15 เปอร์เซ็นต์ เฉพาะเครื่องดื่มพิเศษที่ร่วมรายการ วันนี้ – 29 กุมภาพันธ์นี้ ที่ร้าน เอสแอนด์พี สาขาที่ร่วมรายการ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.facebook.com/snpfood

 ** ห้องอาหาร ดิ ออร์ชาร์ด โรงแรมแคนทารี เบย์, ศรีราชา แนะนำโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ดินเนอร์หลากสไตล์ทุกวันพฤหัสบดี, ศุกร์ และ เสาร์ โดย วันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เวลา 18.00-22.00 น. อิ่มอร่อยกับ บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ทั้งสไตล์ยุโรป เอเชีย และอาหารไทยเลิศรส ในราคาสุดคุ้มเพียงท่านละ 480++ บาท สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา วันเสาร์ เวลา 18.00 – 22.00 น. เชิญชวนคนรักอาหารญี่ปุ่นมาอร่อยเต็มคำกับซูชิสดใหม่ กับ “บุฟเฟ่ต์ซูชิ” ในราคาเพียงท่านละ 480 ++ บาท สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2563 สำรองที่นั่งโทร. 038-771-365   หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.kantarycollection.com

“สตาช” อร่อยสไตล์ “แคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/417990?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

“สตาช” อร่อยสไตล์ “แคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง”

21 กุมภาพันธ์ 2563 – 00:05 น.
สตาช,สตาช Stage,ร้านอาหารแคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง,เชฟเจย์ สายนิสา แสงสิงแก้ว,อาหารสไตล์ฝรั่งเศสผสานนอร์ดิก,สตาช อาหาร,สตาช คมชัดลึก
เปิดอ่าน 125 ครั้ง

ครีเอทความโมเดิร์นของสแกนดิเนเวียผ่านเทคนิคการทำอาหารสไตล์ฝรั่งเศส

หากพูดถึงอาหารสไตล์ “ฝรั่งเศส” ส่วนใหญ่ไม่มีใครไม่รู้จัก แต่ถ้ากล่าวถึงอาหารสไตล์ “นอร์ดิก” เข้าใจว่าน่าจะที่รู้จักกันในกลุ่มเฉพาะคนเลิฟอาหารยุโรปเท่านั้น แต่สำหรับสัปดาห์นี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับร้านอาหาร สตาช (Stage แปลว่า เด็กฝึกงาน) ร้านอาหารแคชชวล ไฟน์ไดนิ่ง สไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ผสมผสานเทคนิคการทำอาหารจาก ทั่วทุกมุมโลกโดย “เชฟเจย์” สายนิสา แสงสิงแก้ว (เชฟ/เจ้าของ) นำทีมอดีตทีมเชฟเบื้องหลัง L’Atelier de Joel Robuchon กรุงเทพฯ เปิดให้บริการในคอนเซปต์ “นอร์ดิก” ที่ได้แรงบันดาลใจจากความเรียบง่ายและความโมเดิร์นของสแกนดิเนเวีย มาดัดแปลงและครีเอทเป็นเมนูผ่านเทคนิคการทำอาหารสไตล์ฝรั่งเศสเช่นเคย

สไตล์การตกแต่งแบบสแกนดิเนเวียนผสมผสานกับปารีเซียง ชิค

ภายในร้านซึ่งตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียนผสมผสานกับปารีเซียง ชิค เน้นความเรียบหรูด้วยวัสดุจากไม้เป็นหลักเพื่อให้ดูผ่อนคลาย ได้จัดสรรพื้นที่เพื่อรองรับลูกค้าได้ 30 ที่นั่ง พร้อมโซนกึ่ง ไพรเวท เชฟ เทเบิ้ล ให้สามารถมองเห็นทีมเชฟทำงานในครัวเปิดได้อย่างใกล้ชิดผ่านกระจกใส “เชฟเจย์” สายนิสา เล่าว่า ทางร้านเสิร์ฟอาหารสไตล์ฝรั่งเศส เน้นการใช้เทคนิคอันซับซ้อนและชูวัตถุดิบชั้นดี ให้มีความโดดเด่น นอกจากนี้ยังเลือกใช้เทคนิคการทำอาหารและนำเสนอรสชาติอันหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึงเลือกใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียมของเอเชียมาผสมผสานอีกด้วย อาหารแต่ละจานจึงถูกถ่ายทอดมาในแบบมินิมอล แต่บ่งบอกถึงเทคนิคที่ซับซ้อนและแฝงไว้ด้วยรายละเอียดมากมาย

“เชฟเจย์” สายนิสา ขณะรังสรรค์เมนูเป๋าฮื้อจากเกาหลี

เมล็ดแคร็กเกอร์ 5 ชนิด เสิร์ฟมาพร้อม คอมบูชา ในจานกินเล่น

“สตาช” เสิร์ฟเฉพาะ “เทสติ้ง เมนู” มีให้เลือกทั้งแบบจำนวน 4 คอร์ส, 6 คอร์ส และ “สตาช เอ็กซ์พีเรียนซ์” 10 คอร์ส ประกอบด้วย “จานกินเล่น” เน้นความสดชื่นจากเมล็ดแคร็กเกอร์ 5 ชนิด เสิร์ฟมาพร้อม คอมบูชา, “ฟรอม เดอะ ซี” มีให้ลิ้่มรส 2 จาน ได้แก่ จานปลาหมึก โดยปลาหมึกนำไปตุ๋นและย่าง จากนั้นนำไปสไลซ์บางๆ คลุกกับกับสาหร่ายซึ่งผ่านการตุ๋นในดาชิ แล้วท็อปปิ้งด้วยเจลเสาวรส, ถั่วทะเล, โรยผงสาหร่ายด้านบน, และ จานไข่หอยเม่น พันธุ์ Bafun มาพร้อม เนื้อปูบราวน์ แครบ จากฝรั่งเศส เสริฟ์พร้อมข้าวโพดฮอกไกโด ด้านบนเป็นวานิลลาโฟม ต่อเนื่องความอร่อยด้วย “จานปลา” เรียงหน้ามาให้อร่อยถึง 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ท้องทูน่าสีขาว, ปลาเทราต์ และ ปลาแมคเคอเรล ซึ่งถูกนำไปปรุงสามแบบ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง…เสียงคนชอบกินปลาบอกว่า เริ่ด!!

จานปลาหมึก…ฟรอม เดอะ ซี

ไข่หอยเม่น พันธุ์ Bafun มาพร้อม เนื้อปูบราวน์ แครบ จากฝรั่งเศส

จากทะเลขึ้นฝั่ง “ฟรอม เดอะ แลนด์” มีคู่พระนางเป็นเนื้อกวางและเนื้อกระต่าย คือ Venison tartare และ Rabbit ให้เลือกจานใดจานหนึ่ง ส่วนไฮไลท์ของคอร์สนี้ขอยกให้กับจาน “กุ้งแดงสเปนเสิร์ฟคู่ข้าวฮาง” เก๋ๆ กับคอนเซ็ปต์ความยั่งยืนและไร้ขยะ โดย กุ้งแดงสเปน เสิร์ฟแบบดิบ บรัชด้วยน้ำมันมะกอกที่ใส่กับผลไม้รสเปรี้ยว นำเปลือกกุ้งไปต้มทำเป็นน้ำสต็อกสำหรับหุงข้าวฮาง ซึ่งเป็นข้าวที่กึ่งๆ ข้าวหอมและข้าวเหนียว มีความหนึบๆ จากนั้นจึงนำมาผัดกับมันกุ้ง ส่วนเปลือกหัวนำไปปรุงรสทอดกรอบให้เคี้ยวเล่นเพลินๆ

เนื้อกระต่ายคลุกสมุนไพรทอด เสิร์ฟพร้อมแครรอทและซอส

คาเวียร์ บัน หรือ ขนมปังไส้คาเวียร์เยิ้ม

“มีท ลอฟ” ก้อนเนื้อสองสัญชาติท็อปปิ้งด้วยแบล็ค ทรัฟเฟิล

อีกหนึ่งสีสันในคอร์ส “สตาช เอ็กซ์พีเรียนซ์” ได้แก่ Caviar Bun ขนมปังไส้คาเวียร์เยิ้ม ซึ่งข้อควรระวังสำหรับจานนี้ คือคุณต้องค่อยๆ บรรจงฉีกขนมปัง หากไม่เช่นนั้นคาเวียร์สโมคที่นำมาผสมกับบัตเตอร์มิลค์ อาจไหลพรวดลงจานเป็นอันหมดอร่อย ส่วน “เป๋าฮื้อจากเกาหลี” จานนี้นอกจากรสชาติดียังมีคุณประโยชน์ตามความเชื่อของโลกตะวันออกบอกว่าช่วยเสริมพลกำลังได้ดีนักเชียว ขณะที่ “มีท ลอฟ” น่าจะถูกใจชาวมีทเลิฟเวอร์ เพราะคุณจะได้เจอกับรสชาติละมุนลิ้นของเนื้อญี่ปุ่นและออสเตรเลียปรุงรสผสานด้วยกลิ่นหอมกรุ่นจากแบล็ค ทรัฟเฟิล…เด็ดมั้ยล่ะ???

Granny Smith / Bee Pollen

รถเข็นขนมหวาน

อิ่มเอมกับจานหลักไปแล้ว ในส่วนของขนมหวานนั้นดูแลโดย “เชฟจ๋า” เรขา ลิมปิชาติ ซึ่งเมนูขนมหวานต่างๆ ในซีซั่นนี้ก็ได้แรงบันดาลใจและเน้นใช้วัตถุดิบที่สื่อถึงคอนเซปต์นอร์ดิกเช่นกัน อาทิ Granny Smith / Bee Pollen และขนมชิ้นเล็กๆ หลากเมนูที่สามารถเลือกได้จาก รถเข็นขนมหวาน (Dessert Trolley) ขนมหลากหลายชนิดที่ได้แรงบันดาลใจจากสไตล์นอร์ดิก พิเศษที่ทางร้านจัดทำขึ้น

ทั้งนี้ “สตาช” จะเปลี่ยนแปลงเมนูทุก 2 เดือนตามวัตถุดิบที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้นๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเหมือนได้ลิ้มรสชาติอาหารใหม่ๆ ไม่จำเจในทุกครั้งที่กลับมา โดยร้านอยู่ในซอยเอกมัย เปิดบริการวันพุธ-วันจันทร์ 18.00–24.00 น. (เปิดรับจองโต๊ะถึงเวลา 21.30 น.) และปิดบริการทุกวันอังคาร โทร.0-2002-5253; อีเมล: info@restaurant-stage.co