‘วัชระ’จี้‘รมว.คลัง’ชะลอมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160228/223257.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559
‘วัชระ’จี้‘รมว.คลัง’ชะลอมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช

“วัชระ” จี้ “รมว.คลัง” ชะลอ โครงการมอเตอร์เวย์ “บางปะอิน-โคราช” อ้างเหตุไม่ทำประชาพิจารณ์ ไม่ศึกษาผลกระทบวิถีชุมชน-ธรรมชาติ ย้ำ ไม่ใช่โครงการจำเป็น

วันที่ 28 ก.พ.59 นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่าตามที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงค์ รมว.คลังกล่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศได้อนุมัติให้มีการลงทุนขนาดใหญ่(เมกะโปรเจกท์) 20โครงการ หนึ่งในนั้นคือโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์ สาย 6)สายบางปะอิน นครราชสีมา ซึ่งเริ่มการประกวดราคานั้น
           ปรากฏว่าตัวแทนชาวบ้านจาก อ.ปากช่องได้ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ผ่านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่าทางราชการไม่ได้มีการจัดประชาพิจารณ์ ไม่มีการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) มีการเปลี่ยนแนวเส้นทางหลายครั้งเพื่อไม่ให้ตัดผ่านที่ดินของนักการเมืองใหญ่ และเป็นการทำลายธรรมชาติ ลำธาร แหล่งเพาะปลูกการเกษตร วิถีชีวิตของคนในชุมชน และบังคับเวนคืนให้เพียงตารางวาละ 300-500 บาทเท่านั้น ประชาชนไม่ได้คัดค้านโครงการแต่ขอเสนอทางยกระดับและศึกษาเส้นทางที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายโดยขอให้ฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่บ้าง หลังจากชาวบ้านยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีก็ถูกทหารเรียกไปปรับทัศนคติที่กองทัพภาคที่ 2 จ.นครราชสีมา สั่งห้ามชาวบ้านไม่ให้เคลื่อนไหวคัดค้าน
           นายวัชระ กล่าวว่า ตนในฐานะอดีตโฆษกกรรมาธิการงบประมาณเห็นว่าการที่นายอภิศักดิ์ เร่งรีบผลักดันโครงการเมกะโปรเจคท์ให้กลุ่มทุนโดยไม่ฟังเสียงทุกข์ระทมของประชาชนเป็นการไม่ถูกต้องตามนโยบายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จึงขอเสนอให้ระงับยับยั้งการประกวดราคามอเตอร์เวย์สาย 6 ออกไปก่อน อย่าฉวยโอกาสในภาวะบ้านเมืองวิกฤติเช่นนี้ จริงๆ แล้วประชาชนเห็นว่ามอเตอร์เวย์สาย 6 ไม่มีความจำเป็นแต่ประการใด แต่ที่จะสร้างก็เพื่อจะได้ใช้งบประมาณก้อนใหญ่กันเท่านั้นเอง ถนนมิตรภาพเดิมก็ยังใช้การได้คล่องตัวอยู่ ยกเว้นเฉพาะหน้าเทศกาลเท่านั้น ถ้าใช้อำนาจรัฐบังคับข่มขืนจิตใจประชาชนตัดมอเตอร์เวย์สาย 6 แล้วทำลายวิถีชีวิตเกษตรกร บังคับจ่ายตรว.ละแค่ 300 บาท ความเป็นธรรมาภิบาลของรัฐบาลนี้อยู่ที่ไหน รมต.คลังควรอุดรูรั่วการคอร์รัปชั่นในงบประมาณภาครัฐให้ได้ก่อน ไม่ว่าในสำนักงบประมาณ กรมธนารักษ์ กรมทางหลวง สถาบันการบินพลเรือนหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นต้น ก่อนที่จะลงทุนเมกกะโปรเจกท์ใดๆ

‘นพดล’ซัดคนอยากมีอำนาจสร้างกลไกอำนาจซ้อนอำนาจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160228/223256.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559
‘นพดล’ซัดคนอยากมีอำนาจสร้างกลไกอำนาจซ้อนอำนาจ

“นพดล” ซัด คนอยากมีอำนาจ สร้างกลไกอำนาจซ้อนอำนาจ

          วันที่ 28 ก.พ.59 นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ตนเห็นความพยายามอยากได้อำนาจของคนบางกลุ่มโดยไม่ผ่านการเห็นชอบและเห็นหัวประชาชนไม่ว่าแนวคิดนายกฯคนนอกหรือส.ว.ที่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง ซ้ำร้ายมีการเสนอกลไกควบคุมอำนาจหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ รวมทั้งการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเพื่อขีดเส้นให้รัฐบาลและรัฐสภาที่จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในอนาคตเดินตาม นี่ถือว่าเป็นการวางกลไกอำนาจซ้อนอำนาจที่พยายามสร้างเพื่อให้คนกลุ่มหนึ่งมีอำนาจเหนือรัฐบาลและรัฐสภาที่จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ตนถือว่าขัดหลักการประชาธิปไตยและเป็นการทำลายความหวังของคนไทยอย่างแท้จริง ถือว่าเป็นการไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน ขอถามว่าเป็นการดูถูกสติปัญญาคนไทย 64 ล้านคนว่าไร้ความสามารถที่จะเลือกส.ส.และรัฐบาลที่ดีใช่หรือไม่ ถือว่าเริ่มคิดก็ผิดแล้วและเป็นการกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก
          ทั้งนี้อยากให้ผู้มีอำนาจทบทวนแนวคิดดังกล่าวข้างต้นก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปและกลายเป็นการเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความขัดแย้งขึ้นใหม่อีกครั้งและนำไปสู่ความแตกแยกขัดแย้งอย่างไม่รู้จักจบสิ้น เลิกพูดคำว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆได้แล้ว ประชาธิปไตยก็เหมือนสิทธิมนุษยชนที่เป็นสากลและไทยก็เป็นภาคีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนมาเกือบ 60 ปีแล้ว อย่าทำลายความหวังคนไทยด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญที่แล้งประชาธิปไตย และสร้างกลไกที่เกิดจากความไม่ไว้วางใจว่าคนไทยจะสามารถจัดการชีวิตและกิจการบ้านเมืองในอนาคตได้ คนไทยมาไกลเกินกว่าจะยอมรับอะไรแบบนี้ได้แล้ว

‘ประวิตร’ยันถ้ายังอยู่ไม่มีซื้อขายตำแหน่งตร.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160228/223254.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559
‘ประวิตร’ยันถ้ายังอยู่ไม่มีซื้อขายตำแหน่งตร.

“ประวิตร”ยันถ้ายังอยู่ ไม่มีซื้อขายตำแหน่งตำรวจ ไม่ห่วง“ทักษิณ”ขึ้นเวทีจ้อที่นิวยอร์ค เชื่อยังรักชาติ ปัด คุยรัสเซียซื้ออาวุธ หลังเดินทางเยือน

          วันที่ 28 ก.พ.59 เมื่อเวลา 06.30 น.  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิก สปท. ถูกตำรวจดำเนินคดี จากการส่งต่อข้อความทางไลน์ ระบุมีการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ โดยพาดพิง พล.อ. คนหนึ่ง ว่า เป็นเรื่องที่ ผบ.ตร.ต้องแจ้งเอาผิด เพราะเป็นการกล่าวหาว่ามีการซื้อตำแหน่งตำรวจ ซึ่งถือเป็นการทำลายองค์กรตำรวจ ทำให้เกิดความเสียหาย ถ้าเป็นคุณจะยอมไหมหากใครมาทำลายชื่อเสียงองค์กรของตัวเอง ตอนนี้ตำรวจกำลังปฏิรูปทุกด้าน ตามนโยบายนายกฯ หลายอย่างดีขึ้น เรื่องการทำคดี ผบ.ตร.ก็กำลังทำอยู่ ตำรวจทุกคนก็ทำงานอย่างหนัก การปราบปรามมิจฉาชีพ การทำคดี
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ พล.อ.ประวิตร กล่าวยืนยันว่า “ถ้าผมยังอยู่ ไม่มีซื้อขายตำแหน่ง แต่อาจมีพวกตกเบ็ดว่า ฝากคนนั้นคนนี้ได้ คนที่เชื่อก็ซวยไป

“ประวิตร” ระบุไม่คิดคุย “บิ๊กจิ๋ว” บอกเกรงใจอยากให้พักผ่อน
          พล.อ.ประวิตร กล่าวถึง กรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มีกลุ่ม “แบล็ค สวอน” เข้ามาหลบอยู่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ว่า ขอให้ทาง พล.อ.ชวลิต พาตนไปดูหน่อย ซึ่งตนอยากจะไปดู ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มี
          พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า สำหรับการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ความมั่นคงก็ได้มีการประชุมเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนของภัยคุกคามด้านการก่อการร้ายโดยจากรายงานจากทางการข่าวยังไม่พบภัยคุกคามดังกล่าว
          เมื่อถามว่าเคยคิดที่จะไปพูดคุยกับพล.อ.ชวลิต หรือ ไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เคยคิดอีกอย่างก็เกรงใจท่านเพราะท่านเองก็เหนื่อยมามากแล้วอยากให้ท่านพักผ่อน ตนเองก็อายุเยอะเหนื่อยเหมือนกัน แต่ท่านนายกรัฐมนตรีทุ่มเททุกอย่าง ตนก็ทำเพื่อช่วยท่านเต็มที่
“ประวิตร” ปัด คุยรัสเซียซื้ออาวุธ หลังเดินทางเยือน 
           พล.อ.ประวิตร กล่าวภายหลังจากเดินทางกลับจากประเทศรัสเซียและ สหพันธรัฐเบลารุสว่า ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีรัสเซีย และ สภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซียถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งในรายละเอียดจะต้องมีคณะทำงานร่วมกันทั้ง 2ฝ่ายโดยเฉพาะในเรื่องก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติและได้เยี่ยมชมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่มีเทคโนโลยีระดับสูง ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เพียงพูดคุยด้านเทคโนโลยีทางทหารเท่านั้นอีกทั้งยังพูดคุยเรื่องเครื่องบินดับไฟป่า ซึ่งหากมีคณะทำงานร่วมกันแล้วก็จะให้หน่วยทหารช่าง หน่วยบัญาการทหารพัฒนา และ กองทัพอากาศ เดินทางไปดูในเรื่องนี้ แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก
          พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทางด้าน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดคุยถึงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเพื่อยกระดับทางการตลาด โดยเฉพาะเรื่องสินค้าทางการเกษตร ว่าประเทศไทยมีสินค้าอะไรบ้าง และขึ้นอยู่ว่าทางรัสเซียจะซื้อสินค้าอะไรบ้าง จากนั้นตนเองและคณะก็ได้เดินทางไปยังสหพันธรัฐเบลารุส โดยได้หารือกับประธาณาธิบดี สหพันธรัฐเบลารุส เรื่องอุตสาหกรรมอาหาร และ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
           ส่วนทั้ง 2ประเทศได้สอบถามถึงสถานการณ์ทางการเมืองของไทยหรือไม่นั้น พลเอก ประวิตร กล่าวว่า ทางรัสเซีย และ เบลารุส ก็ได้ติดตามสถาการณ์การเมืองไทยมาโดยตลอด พร้อมชื่นชมนายกรัฐมนตรี อย่างมากซึ่งผู้นำทั้ง 2 ประเทศก็เข้าใจสถานการณ์การเมืองไทยได้อย่างดี
“บิ๊กป้อม”ไม่ห่วง“ทักษิณ”ขึ้นเวทีจ้อที่นิวยอร์ค เชื่อยังรักชาติ
          พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่สถาบันนโยบายโลก มีการเชิญ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้บรรยายสถานการณ์การเมืองไทย ที่รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 9 มีนาคม ว่า ไม่ได้มีความกังวลแม้แต่น้อย โดยตนคิดว่าอดีตนายกรัฐมนตรี น่าจะพูดคุยในเวทีดังกล่าวในเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง ซึ่งการที่จะพูดอะไรออกไปที่จะส่งผลเสียกับประเทศชาติ หรือการพูดเพื่อให้เกิดความขัดแย้งกันมันจะไปมีประโยชน์ เพราะประเทศไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ ซึ่งตนมั่นใจว่านายทักษิณ ก็รักประเทศ
          ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตกับการที่อดีตนายกรัฐมนตรี ออกเดินสายกับต่างประเทศ อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนก็ไม่ได้สังเกตุอะไร เพราะท่านบอกว่าให้เลือกตั้ง ซึ่งมันยังทำไม่ได้ในตอนนี้ เพราะเรามีการวางโรดแมปซึ่งประกาศไว้ก่อนแล้ว การที่จะไปเลือกตั้งนั้นเราก็มีขั้นตอนของมันอยู่ และได้ประกาศออกไปนานแล้ว ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาประกาศเมื่อวาน โดยทุกคนก็ยอมรับ และหากเมื่อถึงช่วงเวลาเลือกตั้งก็เลือกตั้งไป
          เมื่อถามว่าหลายฝ่ายกังวลเมื่อมีการพูดระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ไม่ใช่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะนั่งเป็นนายกฯในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี โดยการเปลี่ยนผ่าน 5 ปี คือ เราจะต้องมีการปฎิรูป การทำยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะมีบทเฉพาะการเพื่อให้ สมาชิกวุฒิสภา เข้าไปดำเนินการ ซึ่งรายละเอียด นั้นต้อง นายมีชีย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ รู้ดี
          อย่างไรก็ตาม “คสช.จะไม่สืบทอดอำนาจต่อไปอย่างแน่นอน มันชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่มีกลไกที่ให้คสช.อยู่ต่อ” พล.อ.ประวิตร กล่าว

ท็อปเท็น – ข่าวฮอต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160228/223250.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559
ท็อปเท็น - ข่าวฮอต

‘พะจุณณ์’ ลั่นพบ ตร.โต้ปมไลน์ ใต้ป่วนคาร์บอมบ์เจ็บ 10 กรธ.จ่อไม่แก้ รธน. ล่า 4 โจ๋ฆ่าอริคาร้านเกมส์ ฆ่าเผาสาววัยรุ่นนิรนามบ่อขยะอุดรธานี

                      1. ‘พะจุณณ์’ ลั่นพบ ตร.โต้ส่งไลน์ให้สอบ แต่กลับเอาเป็นเอาตายคนให้ข้อมูล
                      2. ใต้ป่วนคาร์บอมบ์ใกล้ฐาน ตร.ปัตตานี จนท.เจ็บ 6 ชาวบ้าน 4 พบใช้รถปล้นมา
                      3. ‘วิษณุ’ ย้ำไม่มีกลไกพิเศษแค่กระบวนการ กรธ.จ่อไม่แก้ รธน.ชี้ ปชช.ไม่ได้ประโยชน์
                      4. ล่า 4 โจ๋ฆ่าอริคาร้านเกมส์กลางกรุง มีดกระหน่ำแทงก่อนชักปืนยิงซ้ำ
                      5. ฆ่าเผาสาววัยรุ่นนิรนามบ่อขยะอุดรธานี ตร.เร่งคลี่ปมคาดข่มขืนอำพรางคดี
                      6. ดีเอสไอโต้พระน้ำฝนยันตรวจรถ 2 มี.ค. ไม่มีข้อมูลตัวถัง – เครื่องยนต์ในระบบ
                      7. เลือกมือขวาพลาตินี ‘อินฟันติโน’ นั่งประธานฟีฟ่า
                      8. ผู้บริหาร ‘เอ็กแซ็กท์’ ยัน ‘เฌอเบลล์’ ต่อสัญญาแล้ว – ไม่ได้หนีซบช่อง 3
                      9. คุมแม่แทงลูก 14 แผล ทำแผนสารภาพ ชาวบ้านรุมประณาม – น้องไอดินดีขึ้น
                      10. แล้งชาวนาโคราชทิ้งหลายพันไร่ร้าง ประปาจ่ายน้ำลดลงเขตพื้นที่ ‘อ.คง’

การเมืองกระเพื่อม ‘ทักษิณ’ ขยับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160228/223247.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559
การเมืองกระเพื่อม 'ทักษิณ' ขยับ

คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : การเมืองกระเพื่อม ‘ทักษิณ’ ขยับ : โดย…อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

                      ย่างก้าวการขยับของการเมืองในขณะนี้ เรียกได้ว่า คึกคักและเปี่ยมด้วยนัยอย่างยิ่ง จนต้องลุ้นว่า บ้านเมืองเราจะเดินไปในทางไหนต่อไป เพราะการออกมาเคลื่อนไหวของ “ทักษิณ ชินวัตร” และเครือข่ายนั้น สร้างแรงกระเพื่อมได้ไม่น้อยทีเดียว
                      “ทักษิณ” เดินหน้าให้สัมภาษณ์สื่อระดับโลกอย่าง วอลล์สตรีท เจอร์นัล, ไฟแนนเชียล ไทม์ส, รอยเตอร์ส และอัลจาซีรา แบบติดๆ กัน จึงเชื่อได้ว่า การขยับครั้งนี้มีการเซตจังหวะจะโคนอย่างมีวาระ  มิใช่การให้สัมภาษณ์เพราะมีการติดต่อมาเท่านั้น
                      อีกทั้งเนื้อหาที่ให้สัมภาษณ์ก็มีความสอดคล้องและเป็นการโจมตีการทำงานของผู้ถืออำนาจในปัจจุบันอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องเศรษฐกิจ และยื่นข้อเสนอที่ผู้ติดตามต้องรับฟังอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งก็คือ การขอ “เจรจา”
                      ภายหลังการขยับของ “ทักษิณ” แน่นอนว่ากลุ่มการเมืองของเขาอย่างพรรคเพื่อไทยก็ออกมารับลูกกันอย่างต่อเนื่อง
                      แต่ที่น่าสนใจคือ การเปิดตัวของ “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” ที่ออกมาแจกจดหมายเปิดผนึกและท่าทีที่ค่อนข้างรุนแรงต่อ คสช. เช่น การระบุว่าการทำงานของ คสช.เสี่ยงต่อการที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง และเรียกร้องให้คืนอำนาจแก่ประชาชนโดยเร็ว
                      ท่าทีอันสอดคล้องนี้ ทำให้คนสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ทำไมการเมืองจึงขยับ หลังจากนิ่งมานาน
                      แน่นอนว่า เรื่องเจรจาถูกหยิบมาเป็นประเด็นใหญ่ เพราะชัดเจนว่า “ทักษิณ” เองนั้น ถูกมองอยู่ในสถานะคู่ขัดแย้งอย่างชัดเจน  แต่สิ่งที่ต้องถามคือ เจตนาของเขา ณ นาทีนี้คือการเจรจาจริงหรือ ที่ถามเช่นนี้เพราะยังสงสัยกันว่า เขาอยู่ในสถานะอะไร และเขายังมีอำนาจต่อรองอะไรอีกหรือไม่
                      การเจรจานั้น อย่างแรกที่ต้องมีคือ ข้อที่จะไปเจรจาตกลงแลกเปลี่ยนกัน  แต่นาทีนี้ “ทักษิณ” กำลังจะตกลงเจรจาแลกเปลี่ยน “อะไร” กับ “ใคร” สิ่งที่เขาต้องการได้คืออะไร  ประชาธิปไตย  รัฐธรรมนูญที่ดี หรือการหยุดคดีที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของเขา?
                      เขาจะเอาอะไรไปแลก การหยุดเคลื่อนไหว การเลิกเล่นการเมือง การยอมรับกติกาที่จะมีขึ้นใหม่…หรืออะไรที่มากกว่านั้น?
                      นอกจากนี้ที่คิดจะเจรจาด้วยคือใคร แน่นอนว่า ฟากหนึ่งของขั้วความขัดแย้งมีเขาเป็นตัวยืนหลัก แต่อีกด้านหนึ่งของปลายเชือกที่เขามองเห็นเป็นใครกันแน่ ยิ่งไปกว่านั้น นาทีนี้เขาอาจจะไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจสิทธิขาดในการเจรจาอีกแล้ว เพราะแม้เขาจะเป็นตัวใหญ่ของฟากหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ใช่ทั้งหมดของความขัดแย้ง เพราะคนที่อยู่อีกด้านของความขัดแย้งก็มีอยู่อีกมากมายและตัวเขาเองก็กำลังอยู่ในสถานะที่ยากลำบากเช่นกัน เพราะสายตาที่มองมาที่เขาของคนคุ้นเคยเริ่มไม่เป็นมิตรเหมือนที่ผ่านมา
                      มุมหนึ่งเป็นเพราะท่าทีของเขาที่นิ่งเฉยยามทหารเข้ารุกไล่ผู้สนับสนุนประชาธิปไตย และการหยุดนิ่งเป็นเวลานานยิ่งคล้ายกับการปล่อยให้มวลชนต้องต่อสู้ด้วยตนเองโดยที่ไม่มีเขาอยู่ในขบวนมาเป็นเวลานาน รวมถึงในอดีตที่มองข้ามมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยจนเป็นการเปิดประตูสู่รัฐประหาร
                      การเจรจาจึงเป็นเพียงวาทะเรียกแขกให้หันมามองเขาเท่านั้น  แต่เป้าหมายหลักคือ เขาต้องการที่จะกลับเข้าสู่ขบวนการเมืองที่กำลังจะเคลื่อนไหวไปข้างหน้า
                      ทั้งนี้เพราะมีสัญญาณมาจากคนในกลุ่มพวกพ้องว่า นาทีนี้ถึงเวลาที่ “ทักษิณ” จะต้องกลับเข้าสู่เวทีแล้ว เพราะชัดเจนว่า ครั้งหน้า “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” น่าจะลงสนามการเมืองไม่ได้อีก ไม่ว่าจะเป็นจากกติกาที่ถูกขีดเขียนห้ามเอาไว้ หรือจากความต้องการของตัวเธอเอง
                      จังหวะนี้นี่เองที่ คสช.ตกอยู่ในสถานะเพลี่ยงพล้ำ หรือที่เรียกกันว่า อยู่ในขาลงอย่างเห็นได้ชัด จากเรื่องต่างๆ ที่ทำให้คนเกิดความไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการละเมิดสิทธิ หรือการบัญญัติกติกาที่ไม่เป็นธรรมอย่างร่างรัฐธรรมนูญ  แต่ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดที่ทำให้ทุกเรื่องดูแย่ลงไปกว่าเดิมคือ สภาพเศรษฐกิจที่อยู่ในขาลงอย่างเห็นได้ชัดจนชาวบ้านร้านตลาดรู้สึกได้เอง
                      มีคำกล่าวว่า ความรู้สึกใดๆ จะไม่ถูกรู้สึกหากปากท้องยังอิ่ม เศรษฐกิจยังดี แต่เรื่องเพียงเล็กน้อยก็พร้อมจะลุกลามหากเศรษฐกิจย่ำแย่ ข้าวยากหมากแพง เงินทองที่มีเริ่มไม่เพียงพอ
                      ดังนั้นจึงไม่มีจังหวะไหนที่จะเหมาะสมไปกว่านี้ในการเปิดตัว โดยการใช้จุดเด่นของตัวเองเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นตัวกดดันผู้อยู่ในอำนาจ
                      นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่สามารถปฏิเสธได้คือ ไม่ว่าอย่างไรพวกเขายังมั่นใจว่า ถ้าเลือกตั้ง ต่อให้ภายใต้เงื่อนไขแบบไหน หรือกติกาแบบใด ก็ยังจะชนะเลือกตั้ง ซึ่ง คสช.เองก็คงเชื่อแบบนั้น ดังนั้นกติกาที่ออกมาจึงไม่ใช่การทำให้กลุ่มที่ใกล้ชิดกับเขาพ่ายแพ้ หากแต่อยู่ที่ “ชนะแล้วจะมีค่าอะไร?”
                      กลไกที่ออกแบบมานั้น เน้นทำให้พรรคอ่อนแอลง และเมื่อได้รับเลือกตั้ง รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งแม้จะมีอำนาจ แต่ก็ไม่สามารถใช้อำนาจได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบที่ออกแบบมามีการควบคุมรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ชนิดที่เรียกได้ว่า กระดิกอะไรแทบไม่ได้
                      ที่สำคัญ ยังจะมี “กลไกระยะเปลี่ยนผ่าน” เพื่อการันตีว่า ไม่ว่าอย่างไรจะมี “เจตนารมน์” ของ คสช.ฝังอยู่ในบ้านเมืองต่อไปอย่างน้อยก็ 5 ปี ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบที่แข็งกร้าว หรือแบบที่แนบเนียนก็ตาม   คณะกรรมการตามร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติเองก็ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลไกนี้ และนี่คือสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวยิ่งกว่าการออกแบบให้เลือกตั้งยากเสียอีก
                      ดังนั้นการออกมาในช่วงเวลานี้ จึงเป็นการประกาศเดินหน้าชนกับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแน่นอนว่าองคาพยพของพวกเขาก็พร้อมที่จะขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน แม้หลายคนจะไม่เห็นด้วยกับ “ทักษิณ” ในหลายๆ เรื่อง แต่เมื่อเป้าหมายในประการนี้ตรงกัน ก็น่าที่จะเคลื่อนไหวไปในทางเดียวกันคือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้เกิดกติกาเช่นว่า
                      อีกสัญญาณหนึ่งทีี่ “ทักษิณ” น่าจะได้รับจนถึงขนาดต้องกลับเข้าสู่การเมืองคือ “สัญญาณ” เลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นในไม่ช้าจากพรรคการเมืองขนาดเล็กและขนาดกลางที่ขยับอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เชื่อได้ว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ อีกทั้งคำพูดของ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เองก็บอกว่า จะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็พ  ทำให้น่าเชื่อว่า ไม่เกินกลางปีหน้าน่าจะมีเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายใต้กติกาแบบใด และการล่าช้าหรือนิ่งเฉยไม่ยอมกลับเข้าสู่ขบวนก็อาจทำให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
                      ทั้งหมดจึงน่าจะเป็นเหตุและผลให้การเมืองจากนี้ขยับอย่างมีนัยสำคัญ แต่ที่ต้องถามคือ ผู้กุมอำนาจปัจจุบันจะยอมให้มีการขยับถึงขนาดไหน เพราะคงไม่ยอมให้เจตนารมณ์แห่งการรัฐประหารสูญเปล่าอย่างแน่นอน
———————
(คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : การเมืองกระเพื่อม ‘ทักษิณ’ ขยับ : โดย…อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)

‘พะจุณณ์’ขอจบไลน์ร้อนเร็วที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160227/223239.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559
'พะจุณณ์'ขอจบไลน์ร้อนเร็วที่สุด

‘พะจุณณ์’ พร้อมพบ ตร.หลังไลน์ให้ร่วมตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งสีกากี แต่เรื่องเงียบ กลับมาเอาเป็นเอาตายกับคนปูดข่าว ลั่น เรื่องนี้ถือว่ากระจอกมาก ขอจบเร็วที่สุด

                      27 ก.พ. 59  ความคืบหน้ากรณีพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ออกหมายเรียกสมาชิก สปท.คนหนึ่งไปพบในวันที่ 10 มีนาคม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีมีการส่งไลน์พาดพิงถึง พล.อ.รายหนึ่ง เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจนั้น พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิก สปท.ผู้ที่ถูกระบุถึง ยืนยันว่า พร้อมไปพบพนักงานสอบสวนในวันที่กำหนดไว้
                      พล.ร.อ.พะจุณณ์ กล่าวว่า ไม่ได้หนักใจหรือวิตกกับเรื่องที่เกิดขึ้น ได้รับไลน์ดังกล่าวมาจากเพื่อน จำไม่ได้ว่าเป็นเพื่อนคนไหน เป็นไลน์ที่พูดเกี่ยวกับปัญหาแต่งตั้งโยกย้ายวงการตำรวจ ไม่มีการระบุชื่อว่าเป็นใคร หรือมียศ พล.อ. จึงส่งไลน์ดังกล่าวต่อไปยังเพื่อนใน 2 กลุ่ม คือ คณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจที่ตนเป็นประธานอยู่ และเพื่อน ตท.12 ให้ช่วยหาข้อมูล เพื่อจะได้นำข้อมูลไปเรียนนายกรัฐมนตรี และส่งไลน์ดังกล่าวไปเป็นเดือนแล้ว ไม่ทราบเหตุใดจึงเพิ่งมามีปัญหาเกิดขึ้น
                      “ผมก็ไม่รู้ว่ามีเจตนาอะไรแอบแฝงในการออกหมายเรียกผมหรือไม่ แต่เรื่องนี้ถือว่ากระจอกมากสำหรับผม คนอื่นโดนมามากกว่านี้อีก แค่นี้ถือว่าธรรมดา”
                      พล.ร.อ.พะจุณณ์ กล่าวด้วยว่า อยากให้นำข้อมูลที่ตนส่งไลน์ไปตรวจสอบมากกว่าจะมานั่งตรวจสอบตน ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับ “ทักษิณ” มากกว่า เพราะขณะนี้เรื่องที่ตนกำลังทำเรื่องการปฏิรูปตำรวจและการแก้ปัญหาทุจริตกำลังไปด้วยดี
                      “เป็นความตั้งใจของผมที่ส่งไลน์ต่อให้เพื่อนๆ ร่วมกันตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจมีจริงไหม และเป็นใครเปิดรับซื้อขายตำแหน่ง แต่น่าเสียดายที่ตำรวจกลับเงียบ และกลับมาสอบคนส่งไลน์ ถึงขั้นได้ยินว่าเอาให้ตาย แต่ขอยืนยันว่าผมไม่กลัว”
ขอจบไลน์ร้อนเร็วที่สุด !!!
                      “พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป” ให้สัมภาษณ์ในรายการเก็บตกจากเนชั่น ทางเนชั่นทีวี (27 ก.พ.) ชี้แจงเรื่องราวเกี่ยวกับการส่งไลน์ที่มีข้อความพาดพิงถึง พล.อ.นอกราชการคนหนึ่งว่า เรียกรับผลประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจจนเป็นสาเหตุให้ถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายเรียกไปให้ปากคำในวันที่ 10 มีนาคมนี้
                      เรื่องต้นตอของไลน์ที่ว่านั้น ผมไม่ทราบครับ คงอยู่ในกลุ่มเพื่อนผม เพราะผมมีเพื่อนอยู่ในไลน์ประมาณ 500 คน เขาก็ส่งไลน์มาให้ผม มีข้อความอย่างนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่า พล.อ.ที่ว่าคือใคร ก็เลยส่งไลน์ไปถามในกลุ่มตำรวจ เพราะผมเคยเป็นประธานปฏิรูปตำรวจ ซึ่งในคณะนี้มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิรูปตำรวจ ภาคที่ไม่เห็นด้วยก็มาจากพวกที่เป็นตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
                      ผมส่งไลน์นี้ผมตั้งใจ เพราะอยากรู้ว่าการซื้อขายตำแหน่งที่ว่านั้นเป็นจริงหรือไม่ และเป็นใครกัน พวกที่เป็นตำรวจด้วยกันน่าจะรู้ดีกว่าผม แต่เอาเข้าจริงกลับมาเล่นงานผม ทั้งที่ผมไม่ใช่ต้นทาง หรือคนเขียนข้อความในไลน์
                      ผมเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปเรื่องการปราบปรามการทุจริต และในกลุ่มเพื่อนผมมีการรวมกลุ่มกันเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อเสนอท่านนายกฯ พอเรื่องนี้มาผมก็พยายามแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อเสนอท่านนายกฯ เหมือนกัน แต่ไม่ได้มีเจตนาจะแฉพฤติกรรมของ พล.อ.อะไรนั่น เพียงแต่อยากรู้ว่า คนนี้เป็นใคร และเป็นจริงหรือไม่ ผมคุยกับเพื่อนผมรุ่นเดียวกัน ซึ่งสนิทกับท่านนายกฯ มาก ผมบอกว่า นี่ไม่ใช่ไลน์ของผมนะ เป็นไลน์ที่เขาส่งมา เป็นไลน์ที่อยู่ตามท้องตลาด คนเขามองเราอย่างนี้ ลองหาข้อมูลดูหน่อย
                      ผมยืนยันว่า ในไลน์ไม่มีการพูดถึงตำแหน่งคนในรัฐบาล มีแต่พูดถึงตำแหน่งนอกราชการบางคน เขาเขียนกันมาอย่างนี้ และผมไม่ต้องไปเคลียร์อะไรกับใคร ถ้าเป็นคนที่ตำรวจบอกว่าเป็นคนนี้ ผมไม่เคลียร์ เขาเป็นรุ่นพี่ผม ผมเคยทำงานให้เขาตั้งหลายเรื่องด้วย น้องชายผมเป็นนายทหารก็เคยทำงานสำคัญๆ รับใช้เขา แต่ทุกอย่างก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ผมต้องรักษาเกียรติยศผม รักษาเกียรติยศกองทัพเรือ ถ้าตำรวจจะมาตัดวรรคตอนว่า ข้อความพวกนั้นทำให้พวกเขาเสียหาย ผมบอกว่าไปดูสิ มีหนังสือที่เขียนถึงการทุจริตของตำรวจ มีมากมาย ก็ไปจับสิ มาเกี่ยวอะไรกับผม
                      เรื่องนี้ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างตำรวจกับทหาร ผมอยากให้เรื่องนี้จบเร็วที่สุด เพราะเวลานี้เป็นเวลาที่ผมและพวกผม พวกที่ปฏิวัติกันมา ต่อสู้กับระบอบทักษิณ ไม่ใช่มาต่อสู้กันเอง ผมอ่านหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วันนี้แล้วไม่สบายใจ จะกลายเป็นแบ่งค่ายแบ่งพวกกันไปหมด เสียผู้หลักผู้ใหญ่เขาหมด เรียกผมไปสอบเร็วๆ เลย วันที่ 10 มีนาคม มันนานไป เรียกผมไปเร็วๆ เลย ปัญหาจะได้จบ
                      ที่ผ่านมาผมทำรายงานเกี่ยวกับการตรวจ สอบการทุจริตส่งไปให้ท่านนายกฯ หลายเรื่อง และเรื่องตำรวจก็เป็นเรื่องที่ผมสนใจเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมในฐานะที่ทำงานปราบปรามการทุจริตก็ยิ่งต้องสนใจเรื่องพวกนี้ ถ้าผมไม่ทำ ผมจะไปรับเงินเดือนที่รัฐสภาได้อย่างไร พรุ่งนี้ (28 ก.พ.) สภาจะเชิญผมไปออกรายการทีวีเรื่องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น คอยฟังดูสิ มีหลายเรื่อง เป็นเรื่องที่รัฐไม่ควรเสีย แต่มีคนทำให้รัฐต้องเสีย เป็นต้น
                      ความจริงเรื่องนี้ผมไม่ได้เป็นคนเปิดเผยเลยนะ แต่ตำรวจต่างหากที่เปิดเผยออกมามากที่สุด ผมถามไปน้อยที่สุดแล้ว เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง ไม่ได้ตั้งใจจะให้กระทบใคร แล้วเรื่องมันก็นานตั้งสองสามสัปดาห์แล้ว แทนที่จะไปตรวจสอบว่าเป็นจริงหรือเปล่า กลับมาตรวจสอบว่าคนส่งไลน์มันผิดหรือเปล่า

ท็อปเท็น-10ข่าวเด่นวันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160227/223229.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559
ท็อปเท็น-10ข่าวเด่นวันนี้

ท็อปเท็น-10ข่าวเด่นวันนี้

          1. หมายเรียก”พะจุณณ์”เซ่นพิษไลน์อ้าง”พล.อ.”รับเงินโยกย้ายตำรวจ

2.สาวแฉอดีตแฟนดารา”เลิฟซิค”ซ้อมนักแสดงหนุ่มออกทีวีโต้ข้อกล่าวหา

3.“ปู”ทวง“บิ๊กตู่”เร่งคืนปชต.ยึดโรดแม็พ ค้านใช้รธน.2ขยัก-มีกลไกเปลี่ยนผ่าน

4.เขาใหญ่แล้งลำรางขาดน้ำให้สัตว์ป่า กรมชลฯชงรัฐเขื่อนแม่วงก์แก้ภัยแล้ง

5.รถหลวงพี่น้ำฝนยี่ห้อแจ้งจดไม่ตรง จ่อข้อหากลุ่มพันสหกรณ์คลองจั่น

6.ล่าโจรบุกเดี่ยวจี้แบงก์กลางภูเก็ต กวาดเงิน 470,000 หนีลอยนวล

7.คุมหญิงต้องสงสัยตรวจดีเอ็นเอ เทียบทารกถูกแทง14แผลฝังดิน

8.ตรวจยึดคืนที่ดินอุทยานฯเจ้าไหม อ้างสิทธิถือครอง120ไร่ค่า600ล.

9.รพ.ราชวิถีผ่าตัดสาวท้องโต2ปี  ผงะก้อนเนื้องอกรังไข่ 34 ก.ก.

10.ซิโก้รอไฟเขียวเก็บตัวเลสเตอร์ ลุยบอลโลกรอบ12ทีมสุดท้าย

‘นายกฯ’ให้กำลังใจนักเรียนสอบโอเน็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160227/223235.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559
‘นายกฯ’ให้กำลังใจนักเรียนสอบโอเน็ต

‘สรรเสริญ’ เผย ‘นายกฯ’ ให้กำลังใจนักเรียน ป.6-ม.3 สอบโอเน็ต ชม ศธ.ปรับลดวิชาช่วยเด็กลดเครียด-รายจ่ายผู้ปกครอง

       27 ก.พ.59 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ และ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ปรากฏเป็นรูปธรรม คือการปรับลดจำนวนวิชา ในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) จาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เหลือ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ที่เริ่มในการสอบประจำปีการศึกษา 2558 ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ จากการตรวจสอบความคิดเห็นของนักเรียนพบว่า นโยบายดังกล่าวช่วยลดความเครียดในการเตรียมสอบลง ขณะเดียวกันยังทำให้มีเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวมากขึ้น
       พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ในส่วนของผู้ปกครองยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเรียนกวดวิชาลง ทำให้ไม่ต้องเครียดและกดดันตามบุตรหลานไปด้วย ซึ่งถือเป็นเป้าหมายส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาที่ต้องการให้เยาวชนไทยได้ใช้เวลาเรียนรู้รอบด้าน มีทักษะชีวิตที่เหมาะสม ใช้เวลาในการออกกำลังกาย แทนที่ต้องคร่ำเคร่งกับการศึกษาเนื้อหาเชิงวิชาการเพียงด้านเดียว อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ฝากส่งกำลังใจให้น้องๆนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทุกคน ซึ่งจะเข้าสอบโอเน็ตในวันที่ 27 ก.พ.นี้ และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั่วประเทศ ที่จะเข้าสอบในวันที่ 27-28 ก.พ.นี้ด้วย โดยขอให้ทุกคนทำเต็มที่ตามที่ได้เตรียมตัวมา และยึดมั่นในระเบียบกติกาการสอบอย่างเคร่งครัด ผลการสอบที่ได้จึงจะถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง
รัฐบาลรณรงค์ใช้น้ำประหยัด – 1 มี.ค.ปฏิบัติการฝนหลวง 9 จว. ขุดบ่อบาดาลเพิ่ม 2,000 บ่อ
       27 ก.พ.59 พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกระแสข่าวว่า จะมีน้ำใช้ไม่เพียงพอในช่วงฤดูแล้งนี้ว่า ไม่เป็นความจริง โดยข้อมูลน้ำของกรมชลประทานล่าสุดมีปริมาณน้ำใช้การได้ใน 4 เขื่อนหลัก 3,068 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ซึ่งเป็นตัวเลขจริงที่ใช้สื่อสารกับประชาชน ไม่รวมน้ำตายหรือน้ำก้นเขื่อนที่มีตะกอน รวมทั้งยืนยันว่ามีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศน์ผลักดันน้ำเค็มตามลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพียงพอไปจนสิ้นฤดูแล้ง ส่วนภาคการเกษตรนั้นเกษตรกรส่วนใหญ่เข้าใจดีแล้วว่ามีน้ำไม่เพียงพอ แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ที่ต้องการปลูกข้าวต่อไป โดยยืนยันว่าจะรับความเสี่ยงเอง
       “แม้ปริมาณน้ำทุกเขื่อนจะเพียงพอที่จะจัดสรรไปหล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศตลอดฤดูแล้ง แต่ต้องยอมรับว่าบางพื้นที่เกิดภาวะแล้งจริง ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัย 46 อำเภอ 12 จังหวัด เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถอนุมัติงบประมาณไปใช้ในระดับอำเภอและท้องถิ่น และขอรับการสนับสนุนรถบรรทุกน้ำหรือเครื่องสูบน้ำได้ ส่วนภาคการเกษตร ครม.ได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผ่าน ธ.ก.ส. รวมกว่า 9.3 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 670,000 ราย” โฆษกรัฐบาล กล่าว
       พลตรี สรรเสริญ กล่าวต่อว่า รัฐบาลยังเตรียมเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ซึ่งเป็น 1 ใน 8 มาตรการรับมือวิกฤตภัยแล้ง โดยจะปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 มี.ค.นี้ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ,พิษณุโลก ,นครสวรรค์ ,กาญจนบุรี ,อุดรธานี ,นครราชสีมา ,จันทบุรี ,ประจวบคีรีขันธ์ ,สุราษฎร์ธานี และจะดำเนินการขุดบ่อบาดาลเพิ่มอีก 2,000 บ่อ ภายในเดือน เม.ย.ในพื้นที่ประสบภัยแล้งระยะเร่งด่วนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจะมีประชาชนได้รับประโยชน์ 225,733 ครัวเรือน
       “ท่านนายกฯ เป็นห่วงเรื่องปัญหาภัยแล้งมาก และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด โดยขอให้ทุกฝ่ายใช้น้ำอย่างประหยัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่โดยเคร่งครัด ควบคู่ไปกับมาตรการควบคุมการจ่ายน้ำของการประปา ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมรณรงค์ให้คนไทยประหยัดน้ำอย่างจริงจัง และเชิญชวนประชาชนใช้การรดน้ำดำหัวแทนการเล่นสาดน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำและสืบสานวัฒนธรรมที่งดงาม นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ ก.การท่องเที่ยวฯ เป็นหน่วยงานหลัก สร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดเรื่องปริมาณน้ำในโรงแรมที่พัก หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งอาจจะกระทบต่อการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย” พลตรี สรรเสริญ กล่าว

‘กรธ.’ยังไม่ปรับแก้หมวดการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160227/223232.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559
‘กรธ.’ยังไม่ปรับแก้หมวดการเมือง

‘กรธ.’ ยังไม่ปรับแก้หมวดการเมือง หลังประเมินข้อเสนอ ขณะที่ ‘มีชัย’ กำชับศึกษาข้อเสนอ-คัดกรองสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดเขียนในร่างรัฐธรรมนูญ

       27 ก.พ. 2559 นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่าการประชุมของกรธ. วาระพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตราตามที่มีผู้เสนอความเห็น ล่าสุดนั้นได้เข้าสู่กลุ่มมาตราว่าด้วยโครงสร้างทางการเมืองแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดว่าแต่ละมาตรานั้นจะปรับแก้ไขให้เป็นไปตามข้อเสนอใด เนื่องจาก กรธ. ยังประมวลความเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ ที่เสนอเข้ามาโดยวางหลักการพิจารณาคือ สิ่งใดบ้างที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่สิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์หรือความได้เปรียบหรือเสียเปรียบให้กับฝั่งการเมืองใดโดยประเด็นดังกล่าวนั้น กรธ.แต่ละคนได้แสดงความเห็น ทักท้วงในประเด็นรายละเอียดที่ควรกำหนดไว้ให้ชัดเจน เช่น นายอัชพร จารุจินดา กรธ. เสนอให้พิจารณารายละเอียดของการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่เนื้อหาที่สำคัญกลับมาเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เช่น รายละเอียดของกลุ่ม วิธีการเลือก แทนการบัญญัติให้ไปเขียนไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เป็นต้น
       ทั้งนี้มีประเด็นส่วนของรายละเอียดที่กรธ.พิจารณาปรับปรุงเนื้อหาให้ชัดเจนคือการใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งอายุ 18 ปี ในวันที่จัดการเลือกตั้ง ซึ่งตนได้ให้ข้อสังเกตว่า จะถือว่าอายุครบ 18 ในการเลือกตั้งรอบใดบ้าง เพราะในร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ในกรณีที่เหตุที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งให้เลื่อนวันเลือกตั้ง อาจทำให้เป็นปัญหาได้ ที่ประชุมจึงปรับเนื้อหาให้ชัดเจนคือ อายุครบ 18 ปีในวันที่มีการเลือกตั้งทั่วไปที่ได้ประกาศไปในคราวแรก
       นายอุดม กล่าวด้วยว่าสำหรับสาระสำคัญของการปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ในหมวดที่ว่าด้วยแนวนโยบายแห่งรัฐนั้น กรธ. ได้ปรับปรุงในมาตรา 60 ว่าด้วยการให้บทบัญญัติในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐเป็นแนวทางให้รัฐตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย โดยกรธ.ได้ตัดคำว่า“ไม่ก่อให้เกิดสิทธิในการฟ้องร้องรัฐ” ออกไป ตามที่ภาคประชาชนท้วงติง ทำให้เนื้อหาในหมวดดังกล่าวประชาชนมีสิทธิฟ้องร้องรัฐได้หากรัฐไม่ดำเนินการ และมาตรา 72 ว่าด้วยข้อกำหนดให้รัฐจัดระบบบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งกรธ. ได้ปรับถ้อยคำให้ชัดเจน ซึ่งมีถ้อยคำระบุถึงการปกครองส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคไว้ด้วย ตามที่ทางกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้านท้วงติงมา
       นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. กล่าวถึงประเด็นการพิจารณาในกลุ่มหมวดว่าด้วยการเมือง ว่าที่ประชุมยังไม่ได้ลงรายละเอียดแก้ไขเป็นรายมาตรา เพราะต้องนำข้อเสนอของภาคส่วนต่าง ๆ มาพิจารณาว่าสิ่งใดบ้างที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ทั้งนี้เมื่อพิจารณาภาพรวมของข้อเสนอนั้นพบว่าเป็นข้อเสนอที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าประโยชน์ประชาชน เช่น การใช้เขตเลือกตั้งแบบเขตใหญ่หรือการเสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพื่อเลือกส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ และมองว่าการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวที่กรธ.กำหนดเป็นการตัดสิทธิของประชาชน ทั้งที่ในข้อเท็จจริงการใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนของประชาชนไม่ได้ถูกลิดรอน และการใช้บัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียวเพื่อให้ประชาชนได้ใช้เหตุผลอย่างที่สุดก่อนตัดสินใจเลือกผู้แทน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะปรับแก้ไขอะไรบ้าง ซึ่งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ได้ฝากให้กรธ.แต่ละคนนำความเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ ไปพิจารณา และช่วยพิจารณาหาสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อเสนอใดที่เป็นเหตุและเป็นผลที่ดีกว่าสิ่งที่กรธ.กำหนด
‘วิษณุ’ ย้ำไม่มีกลไกพิเศษ แค่ระบุกระบวนการ
       27 ก.พ.59 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การหารือร่วมกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจต่อข้อเสนอที่16ของรัฐบาล ที่ต้องการให้ กรธ.หาแนวทางป้องกันวิกฤติในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเมื่อวันก่อน ว่า ไม่มีกลไกอะไร เวลาเอ่ยถึงคำว่ากลไกก็ไปนึกถึงว่าจะมีองค์กรนั้นหรือตั้งกรรมการนี้ ไม่มีใครมองอย่างนั้นและตนก็เข้าใจว่าไม่มีใครใช้คำว่ากลไก หากพิจารณาข้อเสนอที่16อาจมีการระบุถึงกระบวนการแต่ไม่ใช่กลไก อย่างไรก็ตามในระยะเวลาช่วงแรก หากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ไม่สามารถแก้ไขเนื้อหาตามที่มีการเรียกร้องได้ เพราะเห็นความจำเป็นหรือความสำคัญ แล้วทำไมไม่ลองเอาสิ่งที่คิดว่าจำเป็นดังกล่าว ซึ่งเขียนไว้แล้วและไม่มี คปป.เอามาใส่ไว้ในช่วงระยะเวลาต้น ส่วนบทถาวร เป็นเรื่องที่ให้เขียนไปตามมาตรฐานประชาธิปไตยสากล เพราะมันจะทิ้งเวลาห่างกันพอสมควร อาจจะหลายปี แต่ไม่นานนัก ตรงนั้นก็เชื่อว่าผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อไปได้ ส่วนคำว่าบทเฉพาะกาลมันก็แปลอยู่ในตัวแล้วว่า บทบัญญัติที่ใช้ในช่วงเวลาสั้นๆ หรือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เมื่อพ้นช่วงเวลานี้ไป น่าจะเรียบร้อยได้
       “มีคนถามผมว่าคิดหรือว่าจะเรียบร้อย ผมก็บอกว่าถ้ามีช่วงเวลานั้นให้แล้วอยู่ในบรรยากาศของประชาธิปไตยแล้วยังไม่เรียบร้อยอีก และกระบวนการต่างๆก็เอื้ออำนวยจนสามารถจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้เรียบร้อยภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแล้ว ถ้ายังแก้ไม่ได้อีกก็ไม่ต้องมีแล้วประเทศ หรือรัฐธรรมนูญ ทะเลาะกันไปตลอดชาติ อย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้แน่ ความหมายมีอยู่แค่นั้น ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน คุณอดใจ กลั้นใจรอ29มีนาคมนี้ร่างรัฐธรรมนูญออกมาก็จะเห็น แล้วช่วยกลับมาพูดกับผมหน่อยว่า เห็นไหมมีหรือเปล่า” นายวิษณุ กล่าว
       เมื่อถามว่า เอาเข้าจริงถึงร่างรัฐธรรมนูญจะออกมาดีเพียงใด แต่บางฝ่ายอาจจะไม่ยอมรับเพราะที่มาไม่ถูก นายวิษณุ กล่าวว่า อันนี้ถูก ก่อนที่นายวิษณุจะกล่าวย้อนผู้สื่อข่าวว่า “แล้วคุณจะให้ทำยังไง ผมไม่มีคำตอบในเรื่องนี้ ต่อให้มีที่มาถูกต้อง เหมือนคราวที่แล้ว แล้วจะมีการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะนิรโทษกรรมคนเขาก็ไม่เห็นด้วย จนกระทั่งเกิดเรื่อง เพราะฉะนั้นเมื่อจะค้าน มันค้านได้หมดทุกจุด แต่เมื่อเราผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาแล้ว มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะกลับไปบอกว่าที่มาไม่ถูก แล้วยังไงแล้วจะทำให้ถูกยังไง เพราะอย่าลืมว่าเวลานั้นต้องย้อนกลับไปถามก่อน22พ.ค.57ถูกหรือผิด ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอามาพูดกันแล้ว จะพูดก็พูดได้ แต่มันไม่มีประโยชน์”

‘เพื่อไทย’ห่วงเศรษฐกิจทรุด-จี้คืนปชต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160227/223231.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559
‘เพื่อไทย’ห่วงเศรษฐกิจทรุด-จี้คืนปชต.

‘เพื่อไทย’ ห่วงเศรษฐกิจทรุด เชื่อส่งออกขยายตัวไม่ถึง 5% จี้กลับสู่ระบอบประชาธิปไตยเรียกความเชื่อมั่น

      27 ก.พ.2559 นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยเป็นห่วงภาวะเศรษฐกิจที่ทรุดอย่างรวดเร็ว การส่งออกเดือนมกราคมลดลงถึง 8.91% ซ้ำเติมจากการส่งออกปีที่แล้วที่ติดลบ 5.78% ซึ่งทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่ปีนี้การส่งออกจะโตถึง 5% ตามที่ได้เตือนแล้ว อีกทั้งการลงทุนใน 10 เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนก็ล้มเหลวเพราะมีบริษัทขอส่งเสริมลงทุนทั้งหมดเพียงแค่ 1,300 ล้านบาทเท่านั้น แต่คนไทยย้ายไปลงทุนต่างประเทศยอดถึง 4 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 3-4 เท่า ขณะที่การลงทุนในประเทศกลับเหลือแค่ 2 แสนกว่าล้าน แสดงถึง การหมดความมั่นใจในการลงทุนในประเทศจึงต้องไปลงทุนที่อื่น ทั้งการส่งออกที่ทรุดหนักและการลงทุนที่หดหายแสดงถึงความเสื่อมของเสาหลักทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและชัดเจน โดยคณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะพยายามปรับเปลี่ยนวิธีคำนวณตัวเลขเพื่อกลบเกลื่อนความเสื่อม เพราะจะขัดกับหลักการของสหประชาชาติ และอยากให้ไปศึกษาหลักการให้ดีก่อนที่จะนำเสนอ โดยล่าสุดผล โพลสำรวจสะท้อนผลงานของรัฐมนตรีแต่ละคนเห็นชัดเจนที่ประชาชนไม่พอใจ และ รัฐมนตรีที่โลกลืมที่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชน น่าจะมีนัยยะและเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่ในปัจจุบัน การที่ทีมเศรษฐกิจล้มเหลวจากการไปเชิญชวนญี่ปุ่นให้มาลงทุนแล้วหันไปหาอิหร่านและรัสเซียที่สภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ลงเรื่อยๆ จากราคาน้ำมันที่จะต่ำนานถึง 10 ปี จะไม่สามารถช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยได้ ดังนั้นจึงขอแนะนำให้รัฐบาลเร่งแก้ไขการส่งออกและการลงทุนอย่างเร่งด่วน และหากจำเป็นต้องกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เร็วขึ้นเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ก็ควรเร่งดำเนินการ โดยรัฐธรรมนูญต้องเป็นแบบสากล เพราะหากยังขืนปล่อยไปอย่างนี้ไปเรื่อยๆเศรษฐกิจไทยอาจจะฟุบตัวนานถึง 10 ปี หรืออาจไม่ฟื้นตัวเลยก็ได้