‘เต้น’ชี้ปชต.ครึ่งใบ’เผด็จการผลัดใบ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160225/223119.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559
'เต้น'ชี้ปชต.ครึ่งใบ'เผด็จการผลัดใบ'

‘ณัฐวุฒิ’ จี้เลิกใช้วาทกรรม ‘ประชาธิปไตยครึ่งใบ’ ชี้ ‘เผด็จการผลัดใบ’ ซัด ‘กินน้ำครึ่งแก้ว’ สถานการณ์เมื่อ 40 ปีก่อนกำหนดอนาคตประเทศใน 20 ปีข้างหน้าไม่ได้

                      25 ก.พ. 59  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า จริงๆ แล้วนายมีชัย กับนายวิษณุ ไม่จำเป็นต้องแสดงฉากปรับความเข้าใจกันเรื่องข้อเสนอที่ 16 เลย เพราะสังคมทราบดีว่า ทั้ง 2 คนร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญทุกฉบับของ คสช.อยู่แล้ว เรื่องใหญ่ระดับวางกรอบอำนาจอีก 5 ปี ไม่น่าจะเพิ่งคุยกันเมื่อวานนี้ ส่วนข้ออ้างเรื่องกินน้ำครึ่งแก้วนั้น ฝากบอกไปยังนายวิษณุว่า เรื่องนั้นเกิดขึ้นเมื่อเกือบ 40 ปีมาแล้ว จะยกเอาคำพูดและบริบทของสถานการณ์เมื่อ 40 ปีก่อนมากำหนดอนาคตประเทศใน 20 ปีข้างหน้าได้อย่างไร
                      “ผมไม่ได้สนใจน้ำครึ่งแก้วที่ยื่นมา แต่อยากทราบว่าอีกครึ่งแก้วหายไปไหน มีความชอบธรรมใดที่คนบางกลุ่มจะเอาไปอมไว้ และมีหลักประกันอะไรว่าถึงที่สุดน้ำทั้งหมดนั้นจะไม่ถูกผู้มีอำนาจกลืนลงไป ถ้าอ้างว่าหลังเลือกตั้งอาจเกิดปัญหา เรื่องนี้ป้องกันได้โดยการทำรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แล้วทุกคนทุกฝ่ายอยู่ใต้กติกาเดียวกัน ทำหน้าที่ของตัวเองตามกรอบกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา แต่หากทำอย่างที่เป็นข่าว สุ่มเสี่ยงจะเกิดความขัดแย้งและเสียหายยิ่งกว่า”
                      นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ตนไม่ยอมรับวาทกรรมเรื่องประชาธิปไตยครึ่งใบ และขอเรียกร้องให้เลิกใช้คำนี้ เพราะหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน หากรัฐธรรมนูญทำได้เพียงให้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นของประชาชน แต่อำนาจถูกรวบไว้ ณ จุดใดจุดหนึ่ง จะเรียกว่าประชาธิปไตยไม่ได้ รูปธรรมที่น่าจะอธิบายได้ชัดเจนกว่า คือ เผด็จการผลัดใบ ต่อให้แตกใบใหม่เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่หากรากและลำต้นยังเป็นเครือข่ายรัฐประหาร การปกครองแบบนี้ก็ยังเรียกว่าเผด็จการ

‘มาร์ค’ชี้2ปัจจัย‘แม้ว’ออกโรงกดดันรบ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160225/223114.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559
‘มาร์ค’ชี้2ปัจจัย‘แม้ว’ออกโรงกดดันรบ.

‘อภิสิทธิ์’ ประเมิน2ปัจจัย ‘ทักษิณ’ ออกโรงกดดันรัฐบาล เชื่อ ‘ประยุทธ์’มาถูกทางทำตามก.ม. หวั่นขัดแย้งซ้ำซาก จี้‘คสช.-รบ.’พูดให้ชัดปล่อยมือหลังเลือกตั้งหรือยึดต่อ

                 25 ก.พ.59 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่างชาติว่า 2 ปีหลังรัฐประหารนายทักษิณให้สัมภาษณ์ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับครั้งก่อน แต่เคยมีคำพูดหนึ่งคือ แกล้งตาย วันนี้คิดว่ามีหลายปัจจัยที่อาจจะทำให้เขาเลือกจังหวะที่จะแสดงความเห็น คือ 1. ต้องยอมรับว่าคดีความที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในครอบครัวกำลังงวดเข้ามา ทั้งคดีจำนำข้าว ทั้งคดีกรุงไทย อาจเป็นแรงกดดันในการออกมาในลักษณะของการตอบโต้ และที่น่าสนใจคือคำพูดที่แสดงความมั่นใจว่าจะกลับมาโดยไม่จำเป็นจะต้องมารับโทษ จึงน่าจะเกี่ยวพันกับคดีความของคนในครอบครัว
                 2.เป็นจังหวะที่ประเด็นเรื่องของรัฐธรรมนูญและการลงประชามติกำลังจะมาถึงที่เห็นชัดคือในกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือผู้สนับสนุนเขาได้เลือกที่จะไม่ต้องรอแล้วว่าจะมีใครไปแก้อะไรหรือไม่แก้แต่เดินหน้าเต็มที่ว่าคัดค้านไม่เอาฉะนั้นก็ไม่แปลกที่ใช้จังหวะเวลานี้
                นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะผ่านมา 2 ปีแล้ว ยังไม่สามารถปรองดองสมานฉันท์ได้ว่าตนกกลับไม่มองเช่นนั้น แต่มองว่านายทักษิณต้องอาศัยสื่อต่างประเทศ เป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหว ทั้งจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์ บริษัทล็อบบี้และต้องยอมรับความจริงว่าโลกตะวันตก ไม่ชอบการรัฐประหาร ดังนั้นเมื่อมีเสียงแสดงท่าทีในการคัดค้านก็จะมีโอกาสได้พื้นที่ข่าวสูง ตนจึงไม่มองว่าล้มเหลว แต่ถ้ามีเกิดการฮั้วกัน นั่นจะเป็นความล้มเหลวมากกว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่าไม่ต้องตอบโต้ แต่ให้ย้ำในเรื่องกฎหมายที่ต้องมีการบังคับใช้ เป็นการยืนยันให้เกิดความมั่นใจว่า คสช.ไม่ได้เปลี่ยนแปลงท่าทีจุดยืน
                ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่มีการเสนอให้คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บัญญัติแบ่งช่วงเวลาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า การที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ไปพบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย แสดงให้เห็นว่า ตัวผู้ร่างเองก็ยังไม่ทราบชัดเจนว่า มันคืออะไร เหมือนกับเป็นการแสดงออกถึงความไม่มั่นใจว่า การประกาศใช้รัฐธรรมนูญ การเดินเข้าสู่ระยะที่ 3 นี้ คสช. หรือ ครม. เองก็ยังไม่มั่นใจว่า ทุกอย่างจะเรียบร้อย จึงพยายามจะบอกว่า มันต้องมีบางสิ่งบางอย่างในช่วงแรกหรือไม่
                นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  อยากให้เกิดความชัดเจน และเปิดเผยมาให้ชัดเลยเพราะมีคนกล่าวหาว่าจะสืบทอดอำนาจหรือไม่  สังคมต้องการให้เมื่อ คสช. ออกไปแล้ว ประเทศเดินหน้าได้จริง เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรกับใครเลย ถ้าบ้านเมืองก็อยู่ในวังวนของความวุ่นวายขัดแย้งจึงขอความชัดเจนดีกว่าต้องมาถกเถียง และถูกนำไปบิดเบือนของกลุ่มฉวยโอกาสไปสู่ความขัดแย้งอีกครั้งในอนาคต
                “พูดกันง่ายๆเลยว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว ท่านปล่อยมือหรือไม่ ตอนนี้ที่เขียนไว้คือ จะปล่อยคือเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ โดยการคงอำนาจในมาตรา 44 เอาไว้จนถึงมีรัฐบาลชุดใหม่ ถ้าคิดว่ามันอาจจะมีปัญหาหลังจากนั้น เช่น กลัวคนแพ้เลือกตั้งไม่ยอมรับการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งไม่น่าจะใช่ เพราะว่าตั้งรัฐบาลได้แล้ว กลัวรัฐบาลที่มาแล้วใช้อำนาจในทางไม่ชอบหรือไม่  ถ้าใช่ ทำไมไม่เขียนในรัฐธรรมนูญว่า จะป้องกันปัญหานี้อย่างไร เพราะควรมีกติกาถาวร ไม่ใช่ช่วงแรกเท่านั้นที่จะมาช่วยตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐไปในทางไม่ถูกต้องหรือกลัวว่ารัฐบาลหลังจากการเลือกตั้ง แล้วเจอปัญหาไม่สามารถใช้กองทัพ กับตำรวจในการรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าอย่างนั้นท่านก็ต้องรีบทำกติกาที่มันคุ้มครองว่า ตำรวจ ทหาร จะสามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวมได้ แม้จะเจอกับรัฐบาลที่ลุแก่อำนาจ หรือรัฐบาลที่ต้องการที่จะใช้อำนาจในทางไม่ชอบ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
                หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องทำอย่างนี้ ดีกว่าที่จะบอกว่า หลังการเลือกตั้งก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร เราอย่าเพิ่งทำกติกาให้มันชัดเจน ที่สุดจะเป็นปมปัญหาขัดแย้ง เพราะระบอบประชาธิปไตยที่เราต้องการคือ สามารถตอบสนองประชาชนได้  ถ้าเกิดความรู้สึกว่ายังไม่ใช่  มันจะเป็นปัญหาอีก หรือแม้แต่เรื่องอึมครึมกับการมีแผนยึด 20 ปี ซึ่งตอนนี้บอกว่า แก้ได้อีกโดยฝากไว้กับ ส.ว. ชุดแรก สังคมจะมีความมั่นใจได้แค่ไหน ในเมื่อตัวท่านนายกฯ เองก็บอกว่า คสช. หรือท่านเองก็คงไม่ได้จะอยู่แล้ว

รับฟ้อง!7เอกชนหนุนทุจริต’จีทูจี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160225/223110.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559
รับฟ้อง!7เอกชนหนุนทุจริต'จีทูจี'

ศาลฎีกาฯ สั่งรับฟ้องคดี อัยการสูงสุดฟ้องเพิ่มเอกชน 7 ราย สนับสนุน ‘บุญทรง-พวก’ 21 ราย ทุจริตระบายข้าวรัฐต่อรัฐ นัดสอบคำให้การจำเลย 2 มี.ค.นี้

                      25 ก.พ. 59  แหล่งข่าวสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงคดีที่ อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร , นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ , บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด ที่มีนายทวี อาจสมรรถ เป็นกรรมการ , บริษัท เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด , นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท , บริษัท เจียเม้ง จำกัด และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท เป็นจำเลยที่ 1 – 7 ในคดีสนับสนุน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก อดีตนักการเมือง ข้าราชการและเอกชน รวม 21 ราย ทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีดังกล่าวแล้ว เป็นคดีหมายเลขดำ อม.1/2559 โดยนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การเอกชน จำเลยทั้ง 7 ราย ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ศาลนัดไต่สวนพยานครั้งแรกคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ที่นายบุญทรง กับพวก 21 ราย ตกเป็นจำเลย
                      แหล่งข่าวอัยการ กล่าวอีกว่า แต่เนื่องจากการฟ้องเอกชนเพิ่ม 7 ราย อัยการได้ยื่นคำร้องขอรวมสำนวนพิจารณาเป็นคดีเดียวกับนายบุญทรงและพวก ดังนั้น ศาลจึงนัดฟังคำสั่งว่าจะให้รวมสำนวนคดีหรือไม่ ในวันที่ 2 มี.ค.เช่นกัน โดยองค์คณะผู้พิพากษาคดี อม.1/2559 ก็เป็นองค์คณะเดียวกับคดีนายบุญทรง ดังนั้น คาดว่าในวันที่ 2 มี.ค.ศาลจะยังไม่ได้ไต่สวนพยานคดีของนายบุญทรง อย่างไรก็ดี ในวันดังกล่าวจำเลยทั้ง 2 สำนวน จะต้องเดินทางมาศาลตามนัด
                      เมื่อถามถึง การยื่นคำร้องในส่วนคดีแพ่ง เพื่อให้เอกชน 15 ราย ในคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ที่มีนายบุญทรง กับพวกรวม 21 ราย ชดใช้ค่าเสียหายแก่กระทรวงพาณิชย์ ตามที่กระทรวงมีมติให้อัยการสูงสุด ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายนั้น
                      แหล่งข่าวอัยการ กล่าวว่า หลังจากอัยการได้รับมติจากคณะกรรมการตรวจสอบของกระทรวงพาณิชย์แล้ว คณะทำงานอัยการก็ได้พิจารณาและสรุปแนวทางที่จะยื่นคำร้องเพิ่มเติมในคดีอาญาสำนวนคดีของนายบุญทรงกับพวก ต่อศาลฎีกาฯ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอแนวทางดังกล่าวให้ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด พิจารณา เพื่อมีคำสั่งดำเนินการต่อไป โดยหากจะยื่นคำร้องในส่วนคดีแพ่งนี้ ก็จะต้องยื่นก่อนที่ศาลจะเริ่มไต่สวนพยานในคดี ซึ่งอัยการเตรียมความพร้อมในการร่างคำร้องแล้ว และหากยื่นคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในวันที่ 2 มี.ค.นี้
                      ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคดีจำนำข้าวที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น ศาลฎีกาฯ นัดไต่สวนพยานโจทก์ ครั้งที่ 3 ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ เวลา 09.30 น. ซึ่งอัยการ โจทก์ เตรียมพยานบุคคล เพื่อให้ศาลไต่สวน รวม 3 ปาก ประกอบด้วย นายวิชัย ศรีประเสริฐ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย , นายระวี รุ่งเรือง เครือข่ายชาวนาไทย และ พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามตรวจสอบการระบายข้าว ในคณะกรรมการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา

กทม.กำจัดผักตบชวาเปิดทางน้ำไหล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160225/223105.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559
กทม.กำจัดผักตบชวาเปิดทางน้ำไหล

‘รองปลัดกทม.’ เป็นประธานเปิดโครงการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในคูคลอง เพื่อเปิดทางน้ำไหล แก้ปัญหาน้ำท่วม

     25 ก.พ.59 นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานเปิดโครงการกำจัดผักตบชวาและวัชพืช เพื่อเปิดทางน้ำไหลในคูคลอง โดยทางสำนักงานกรุงเทพมหานคร ร่วมกับทหารจากกรมทหารราบที่ 11 เร่งเก็บผักตบชวาและเศษขยะที่อยู่ในคลองบางบัว ณ บริเวณสาธารณะริมคลองบางบัว เขตบางเขน

‘ธนะศักดิ์’ชี้99.99%เห็นด้วยสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160225/223102.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559
‘ธนะศักดิ์’ชี้99.99%เห็นด้วยสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง

‘พล.อ.ธนะศักดิ์’ ชี้ 99.99% เห็นด้วยสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึง ระบุใช้งบ 633 ล้านบาทสร้าง ยันคุ้มค่า ลั่นหากผ่าน ‘อีไอเอ’ เดินหน้าได้ทันที

     25 ก.พ.59 เมื่อเวลา 10.45 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวศาสนา กล่าวกรณีที่ครม.มีมติรับทราบผลการรายงานขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว(องค์การมหาชน) หรือ อพท.เสนอผลการศึกษาโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย ว่า จากผลการศึกษาพบว่าสามารถทำได้โดยไม่กระทบป่าแม้บริเวณดังกล่าวเป็นลุ่มน้ำชั้นหนึ่ง เพราะเป็นการใช้วิธีปักต้นเสาหลัก 7 ต้น ด้วยการขุดดินแล้วใช้เฮลิคอปเตอร์หย่อนเสาลงไปซึ่งจะเสียต้นไม้รวมประมาณ 1 ไร่ และจะมีการปลูกทดแทนส่วนที่เสียไป แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้ตามมาถือว่าคุ้มค่า และหลังจากที่ครม.รับทราบผลการศึกษาดังกล่าวแล้วจะต้องมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ตามขั้นตอน ทั้งนี้อยากให้เห็นภาพใหญ่ว่าจำนวนเงินที่ใช้ดำเนินการประมาณ 633 ล้านบาท ถือว่าคุ้มค่าในการทำ อีกทั้งเรื่องนี้มีการทำความเห็นมาแล้วชั้นหนึ่งก่อนที่จะเข้าครม.เมื่อครม.รับทราบแล้วมอบหมายให้ไปหารือเรื่อง อีไอเอ หากผลสำรวจอีไอเอผ่านก็จบและสามารถทำได้เลย โดยคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1-2 ปี โดยมีการจัดทำแผนในการเบิกจ่าย ไม่ใช่จ่ายทีเดียว แต่ถ้าอีไอเอไม่ผ่านก็ไม่ผ่าน
     “ตอนนี้มีความเป็นไปได้ที่โครงการดังกล่าวจะเกิดขึ้น ทุกคนในที่ประชุมที่คิดเรื่องนี้ทุกคนเห็นชอบหมด มีองค์กรเพียงองค์กรเดียวที่ไม่เห็นชอบแต่ไม่เคยมาเข้าประชุมเลย เป็นเหมือนเอ็นจีโอ แต่ภาพใหญ่เขาแฮปปี้หมด การสร้างกระเช้ามีการกำหนดแนวเขตก่อสร้างชัดเจน หากเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นสามารถลงได้ด้วยกระเช้าง่ายขึ้น และจุดที่ขึ้นลงกระเช้าไม่ได้รบกวนทางเดินแต่จะมีสถานีให้ขึ้นได้ ยืนยันว่าเงิน 600 กว่าล้านบาท ที่ใช้นั้นต้องคิดว่าจะสร้างงานให้คนในพื้นที่ได้จำนวนมาก และทางจ.เลย ถือว่ายังมีนักท่องเที่ยวสนใจมาก ทั้งจากประเทศเพื่อนบ้านที่มาท่องเที่ยว ย้ำว่าเราอยากให้มีและจริงๆแล้วเป็นความเรียกร้องของชาวบ้านในพื้นที่ทั้งจังหวัดเลยและใกล้เคียง เพราะถ้ามีกระเช้าจะได้ทั้งเรื่องความ ปลอดภัย นักท่องเที่ยว และงบประมาณ การสร้างงานและการดูแลรักษาป่า ทั้งหมดถือว่าคุ้มค่า” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว
     รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ประชาชนที่จังหวัดเลยและโดยรอบเขาเห็นด้วย และไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะเราพูดคุยกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอธิบายเรื่องอีไอเอให้ชัดเจน ส่วนการประเมินความเสื่อมโทรมพื้นที่มากขึ้นเมื่อมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ยิ่งมีสิ่งก่อสร้างลักษณะนี้จะตรวจได้ทุกวันทั้งเรื่องความปลอดภัยต่างๆ และรักษาเส้นทางเดินปกติได้มากขึ้น เชื่อว่าไม่น่าจะมีผลกระทบเพราะใช้เทคนิคใหม่ในการก่อสร้าง ไม่ใช่การตัดป่าเป็นแนวตรงข้ามเป็นการรักษาแนวป่าเอาไว้ด้วย และเงินจากนักท่องเที่ยวจะได้กลับมาอย่างมหาศาล
     ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียงคัดค้านในการก่อสร้างดังกล่าวประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า มีแค่คนเดียวที่ไม่เคยมาประชุม เขาขอแค่ให้ได้ค้านว่าพื้นที่นั้นเป็นป่าไม่ควรทำ แต่อีก 99.99 เปอร์เซ็นต์ เขาเห็นด้วย
‘ธนะศักดิ์’ มอบนโยบายคกก.ส่งเสริมคุณธรรม สั่งดันภาพลักษณ์ประเทศไทย
     เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบนโยบายกับนายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน)และคณะ ว่า ได้ให้นโยบายหลักว่า ขอให้ทำงานส่งเสริมคุณธรรมให้เกิดผลชัดเจน เป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและสังคม มีแผนงานที่ชัดเจน ต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีด้านวัฒนธรรม ที่กำหนดภาพลักษณ์ประเทศไทยว่าสังคมไทยมีความซื่อตรง โปร่งใส มีวินัย และภาพลักษณ์คนไทยเป็นคนดี มีคุณธรรม มีวินัย และพอเพียง และเร็วๆนี้จะมีการจัดประชุมสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผลงานของศูนย์คุณธรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องขอชื่นชมในความพร้อม ของคณะกรรมการศูนย์คุณธรรมและศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน)ที่จะช่วยสร้างสังคมไทยให้มีคุณธรรมและมีคุณภาพ ซึ่งความสำเร็จต่างๆไม่ได้อยู่ที่รัฐบาล แต่อยู่ที่ประชาสังคม ประชารัฐ เพราะทุกคนช่วยกัน จิตใจดี ทำดี ไม่ให้คนเดือดร้อน ซึ่งไทยจะแสดงให้อาเซียนเห็นว่าไทยมีภาพดังกล่าวทั้งหมด
     ด้าน นพ.จักรธรรม กล่าวว่า ศูนย์คุณธรรมพร้อมสนองนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนา 20 ปี ในส่วนของการสร้างสังคมคุณภาพ สังคมคุณธรรม โดยดำเนินงานสำคัญ 5 เรื่อง คือ เสริมสร้างพลังเครือข่ายประชารัฐ และสมัชชาคุณธรรมขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมโดยจะเน้นบทบาทภาคประชาชนและประชาสังคมให้เพิ่มขึ้น , ส่งเสริมการพัฒนาและรับรองมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม ขององค์กรภาครัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคธุรกิจ องค์กรชุมชน และองค์กรภาคประชาสังคม เน้นเรื่องความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ วินัย ความพอเพียง , พัฒนานวัตกรรมองค์ความรู้ การปลูกฝังคุณธรรม และปลุกจิตสำนึกประชาชนเพื่อส่วนรวมของสังคม , ส่งเสริมความร่วมมือด้านคุณธรรมในประชาคมอาเซียน , ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ และการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมของสังคมไทย ซึ่งสอดคล้องนโยบายรัฐบาล

‘นายกฯ’ลงพื้นที่จ.อุทัยฯมอบที่ดินทำกิน26ก.พ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160225/223097.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559
‘นายกฯ’ลงพื้นที่จ.อุทัยฯมอบที่ดินทำกิน26ก.พ.

‘นายกฯ’ ลงพื้นที่จ.อุทัยธานี 26 ก.พ.นี้ มอบที่ดินทำกินเกษตรผู้ยากไร้ พร้อมตรวจภัยแล้ง รัฐบาลยันมีน้ำพอใช้ถึงเดือนส.ค. ขอปชช.ช่วยประหยัด

      25 ก.พ.59 เวลา 09.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการลงพื้นที่จ.อุทัยธานี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ว่า การเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าของรัฐบาลในการจัดสรรที่ดินทำกินในโครงการของรัฐบาลให้แก่ประชาชน โดยรัฐบาลได้จัดหาที่ดินซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์มาให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนเช่าในระยะ 30 ปีแรกโดยไม่เก็บค่าเช่า โดยนายกฯจะมอบปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย พันธุ์ปลา เป็นต้น จากนั้นในช่วงบ่าย นายกฯจะเดินไปตรวจเยี่ยมโครงการการส่งน้ำทับเสล่า ซึ่งเป็นโครงการเขื่อนเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่เก็บกักน้ำได้ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ส่งน้ำทั้งหมด 143,500 ไร่ในฤดูฝน และในฤดูแล้ง 2,250 ไร่ ซึ่งเป็นโครงการที่สำคัญเป็นแหล่งประมงน้ำจืดของ จ.อุทัยธานี ซึ่งเมื่อเข้าหน้าแล้งโครงการดังกล่าวจะช่วยในเรื่องน้ำแก่เกษตรกรที่เพาะปลูกโดยใช้น้ำน้อย ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่
      พ.อ.หญิงทักษดา กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าน้ำอาจจะไม่พอใช้สำหรับอุปโภค บริโภค ว่า รัฐบาลยืนยันมีน้ำพอใช้จนถึงต้นเดือนส.ค. ตอนนี้การประปารณรงค์ให้ประชาชน ช่วยกันประหยัดน้ำ ส่วนภาคการเกษตรขอความร่วมมือให้เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย และขอบคุณที่ชาวนาลดการทำนาปรังในช่วงนี้
      สำหรับช่วงมีน้ำทะเลหนุนทำให้คนกทม.ได้รับผลกระทบ จะมีมาตรการหยุดจ่ายน้ำเป็นเวลาหรือไม่ พ.อ.หญิงทักษดา กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มาตรการดังกล่าว ซึ่งช่วงแรกขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำก่อน อย่างไรก็ตาม ทางคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ยืนยันแล้วว่าจะมีน้ำเพียงพอในการอุปโภค บริโภคในพื้นที่กทม. อย่างแน่นอน เพราะคาดการณ์ว่าตั้งแต่เดือนพ .ค.จะมีปริมาฝนตกลงมา ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลของประเทศไทยอยู่แล้ว
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดการตรวจราชการที่จังหวัดอุทัยธานีในวันที่ 26 ก.พ.โดยจะเดินทางไปยังหมู่ 8 ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ จากนั้นนายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผวจ.อุทัยธานี กล่าวรายงานการดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน หรือที่อยู่อาศัยชุมชนที่ 6 นายกรัฐมนตรียังได้เป็นประธานสักขีพยาน ในพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินแก่สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำจำกัด
      นอกจากนี้ นายกฯยังมอบปัจจัยการผลิตให้แก่ผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ ต้นพันธุ์หม่อน เมล็ดพันธุ์ปอเทือง ปุ้ยน้ำหมักชีวภาพ ไก่พันธุ์แสมดำ พันธุ์เมล็ดข้าวโพด และปลากินพืช จากนั้น นายกฯจะมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานแก่สมาชิกสหกรณ์ฯและประชาชน พร้อมถือโอกาสพบปะประชาชน เยี่ยมชมนิทรรศการและปลูกต้นสัก จากนั้นในเวลา 13.30 น. นายกฯเดินทางไปห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทับเสลา เพื่อฟังบรรยายสรุปเรื่องสถานการณ์น้ำและภัยแล้งของจ.อุทัยธานี ก่อนที่จะเดินกลับและถึงกทม.ในเวลา 15.40 น.

‘บิ๊กจิ๋ว’เปิดบ้านจี้‘คสช.’สละอำนาจโดยเร็ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160225/223096.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559
‘บิ๊กจิ๋ว’เปิดบ้านจี้‘คสช.’สละอำนาจโดยเร็ว

“บิ๊กจิ๋ว”เปิดบ้านจี้ คสช.สละอำนาจโดยเร็วค้านอยู่ต่อห้าปีเตือนซ้ำรอบอดีตตอนเข้าได้ออกไม้ออไปได้ก้อนอิฐ เตือนจับตาเข้ม“แบล็กสวอน”เครือข่าย“ไอซิส” ในพืนที่ภาคใต้

          วันที่ 25 ก.พ.59 เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เปิดบ้านพักซอยปิ่นปรภาคม เพื่อให้สัมภาษณ์ถึงร่างรัฐะรรมนูญ และได้ทำทำจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนชาวไทยผู้รักชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลทั้งในและนอกเครื่องแบบ ประมาณ 10 คนร่วมสังเกตการณ์ แต่ครั้งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารเฝ้าสังเกตการณ์และบันทึกภาพเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
          ทั้งนี้จดหมายเปิดผนึก ระบุว่า นับแต่ คสช.อาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาของชาติและความขัดแย้งของบ้านเมืองตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 ซึ่งสามารถระงับยับยั้งความขัดแย้งได้ในระดับหนึ่ง แต่จากการบริหารงานมาครบ 2 ปี ปรากฏว่าแนวทางที่รัฐบาล คสช.กำลังดำเนินการกลับมีแนวโน้มนำไปสู่ความขัดแย้งในบ้านเมืองยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจเข้าสู่ยุคเงินฝืด ประชาชนขาดกำลังซื้อ การส่งออกลดลงอย่างรุนแรง
          ขณะที่การร่างรัฐธรรมนูญที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานกรรมการยกร่าง  นั้น ได้รับการต่อต้านจากหลายภาคส่วนมากยิ่งขึ้น โครงสร้างและเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตยที่อำนาจ อธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง มิหนำซ้ำยังถอยหลังเข้าคลองหลายสิบปี ทั้งนี้ ร่างดังกล่าวอยู่ระหว่างการปรับปรุงก่อนไปสู่ขั้นตอนการจัดทำประชามติ มีข่าวว่ารัฐบาลพยายามทุกวิถีทางผลักดันเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ประชามติให้ได้ ขณะเดียวกันภาคประชาชนก็มีเครือข่ายเตรียมการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและไม่ให้ประชามติครั้งนี้ผ่านไปได้
          “จากประสบการณ์ในชีวิตของข้าพเจ้าที่ได้มีส่วนเข้าไปแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศช่วงที่ผ่านมา เชื่อได้ว่าเป็นการยากที่ คสช. และรัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและรุมเร้าอยู่ได้ และทราบว่าเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมาผู้ช่วยเลขาธิการใหญ่องค์กรสหประชาชาติ ฝ่ายการเมืองและคณะได้เดินทางมาประเทศ ไทยเพื่อติดตามสถานการณ์ทางการเมือง โดยหวังให้ไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย”
          เนื้อหา ระบุอีกว่า จากปัญหาที่ซับซ้อนดังกล่าว การเสียสละอำนาจของ คสช.ถ้าไม่เกิดขึ้นโดยเร็วก็ยากที่จะขจัดปัญหาให้หมดสิ้น ซึ่งจะตกเป็นภาระแก่ชนรุ่นหลัง ในฐานะนายทหารรุ่นพี่ขอร้อง คสช.ไตร่ตรองปัญหาประเทศโดยเมื่อท่านได้ทำหน้าที่รักษาความสงบของบ้านเมืองแล้วก็ควรจะเสียสละอำนาจส่งต่อภาระหน้าที่ให้กับคณะกรรมการกลางที่จะมาจากภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันบริหารจัดการให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายในปี 2559 เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
          จากนั้น พล.อ.ชวลิตให้สัมภาษณ์ถึงร่างรัฐธรรมนูญว่า ตนกับนายมีชัยและนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยทำงานร่วมกันมา ก็ไม่ทราบว่าจะผ่านหรือไม่ แต่ขอให้ช่วยร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับที่ดีที่สุด จะได้ไม่ถูกฉีกอีก ทั้งนี้ ขอให้นายมีชัยยืนอยู่บนแนวทางที่ถูกต้อง อย่าถึงขั้นต้องรับคำสั่งโดยตรง อย่าต้องถึงขั้นเดินให้ตรงเปี๊ยะ
          ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับคำสั่งจาก คสช.เพื่อให้ประชามติผ่านหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา แต่ตนมองว่าอยากให้ทหารถอนตัว เพราะไม่ใช่หน้าที่ของทหาร
          เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาล คสช.จะอยู่ต่อช่วงเปลี่ยนผ่านไปอีก 5 ปี พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า จะเป็นไปได้อย่างไร บอกหลายทีแล้วว่า คสช. มีภาระหน้าที่แค่ไหน ท่านเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเท่านั้น มีหน้าที่แค่นี้ จะขออยู่ต่ออีก 5 ปีได้อย่างไร แค่ 5 เดือนก็ไม่ไหวแล้ว เพราะตลอด 2 ปีที่บริหารประเทศก็เห็นแล้วว่าเป็นอย่างไร ยิ่งมีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีก็ยิ่งแย่ เป็นไปไม่ได้ ส่วนถ้า คสช.อยู่ต่อแล้วอาจจะเหมือนอดีตรัฐบาลที่ผ่านมา ที่ตอนเข้ามาได้ดอกไม้ พอออกไปก็ได้รับก้อนอิฐ
          เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับการเคลื่อนไหวและการให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในช่วงนี้ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เชื่อว่าท่านคงพูดด้วยความเป็นห่วงบ้านเมือง
          เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า อยากให้คนไทยมีงานทำ อยากให้นายกฯ เอาของไปขายต่างประเทศ จะทำเป็นรถเข็นใช้ชื่อ “รถจันทร์โอชา” ก็ได้ เป็นรถขายข้าวราดแกง เอาไปตั้งขายตามเมืองต่างๆ ที่บริโภคข้าวไทย ซึ่งจะทำให้คนรู้จักประเทศไทยมากขึ้น ทำเป็นจอมอนิเตอร์แสดงสินค้าโอท็อปไปขายด้วยก็ดี คนไทยจะได้ไม่ตกงาน

 “บิ๊กจิ๋ว” เตือนจับตาเข้ม “แบล็กสวอน” เครือข่าย “ไอซิส” ในพืนที่ภาคใต้
          พล.อ.ชวลิต ให้สัมภาษณ์ถึง กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ว่า ทราบว่าขณะนี้ในพื้นที่ภาคใต้มีองค์กรชื่อว่า “แบล็กสวอน” หรือ “เหยี่ยวดำ” เกิดขึ้นซึ่งเป็นองค์กรของกลุ่มไอซิส ไม่รู้ว่ารัฐบาลทราบหรือยัง เพราะขนาดตนยังรู้เลย ดังนั้นอยากให้รัฐบาลเข้าไปตรวจสอบและดูแลการข่าวให้เข้มกว่านี้ เพราะว่าขณะนี้รูปแบบการขัดแย้งในภาคใต้มีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องเปลี่ยนวิธีรับมือด้วย

เปิดงานวิจัย‘สังศิต’ประชาชนหนุน‘กาสิโน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160225/223089.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559
เปิดงานวิจัย‘สังศิต’ประชาชนหนุน‘กาสิโน’

เปิดงานวิจัย‘สังศิต’ ประชาชนหนุน‘กาสิโน’ : พิมพ์นารา ประดับวิทย์รายงาน

           รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ และคณะ ศูนย์บริการวิชาการธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ได้จัดทำร่างรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง “ภาษีการพนันและสนามม้า” พร้อมนำเสนอในวันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 ที่โรงแรมเดอะสุโกศล ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ งานดังกล่าวมีนักวิชาการร่วมนำเสนอรายงานวิจัย โดย ดร.ดวงพร อาภาศิลป์ ได้จัดทำงานวิจัยเรื่อง “โครงการกาสิโนในเขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน” มีเนื้อหาตอนหนึ่งถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจของกาสิโนและภาษีเกมพนันว่าเป็นรายได้หลักของรัฐบาลมาเก๊าและมีสัดส่วนร้อยละ 84.5 ของรายรับของรัฐบาลในปี 2014 (รายรับภาษีเกมอยู่ที่ 136,710 ล้านปาตาคา และรายรับรัฐบาลอยู่ที่ 161,861 ล้านปาตาคา หรือประมาณ 728,375 ล้านบาท) ส่วนผลกระทบทางสังคมของกาสิโน รายงานวิจัยดังกล่าวพบว่าผลกระทบมากสุดเป็นการเพิ่มพนักงานต่างชาติ ตามด้วยการส่งเสริมชื่อเสียง เพราะมาเก๊าเริ่มเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมจึงทำให้ต้องนำเข้าแรงงานต่างชาติ

ขณะที่ ดร.กฤษฎา พรประภา ได้จัดทำงานวิจัยเรื่อง “การสำรวจทัศนคติของประชาชนในการจัดตั้งกาสิโนในประเทศไทย” โดยกล่าวถึงพฤติกรรมการเล่นการพนันของประชาชนในเขตประเทศไทยว่า ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี รายได้ต่ำกว่า 2 แสนบาทต่อปี โดยให้เหตุผลในการเล่นการพนันหรือเสี่ยงโชคว่าชอบเป็นการส่วนตัว มีแหล่งที่เล่นอยู่ใกล้ๆ และให้เหตุผลอื่นๆ ซึ่งหมายถึงอยากได้เงินและเพื่อความสนุกมากที่สุด

ส่วนทัศนคติของประชาชนที่มีต่อกาสิโน ในด้าน Corporate Social Responsibility (CSR) เมื่อมีการเปิดการพนันอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีข้อดีหลายประการ คือ ทำให้รัฐมีรายได้จากการเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ทำให้รัฐมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลมีรายได้ทางอ้อมจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น และสามารถลดจำนวนผู้ไปเล่นการพนันในต่างประเทศ

งานวิจัยชิ้นนี้ มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการจัดตั้งสถานกาสิโนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นรัฐควรดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และควรนำรายได้ที่ได้จากกาสิโนมาบริจาคช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยกันรายได้บางส่วนไปตั้งกองทุนทำประโยชน์แก่สังคมและควรมีวิธีการตรวจสอบด้านรายได้ รายจ่าย ที่ชัดเจน ตรวจสอบง่ายโดยประชาชน และรัฐบาลควรส่งเสริมด้านการศึกษาและพัฒนาด้านการกีฬา ด้านสังคมสงเคราะห์และช่วยเหลือผู้พิการ ด้านการแพทย์รวมทั้งสาธารณสุข เพื่อยกระดับจิตสำนึกทางจริยธรรมและความซื่อสัตย์ของประชาชน

อีกทั้งรัฐบาลควรส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจรีสอร์ทกาสิโนอย่างถูกต้องว่าสถานที่ดังกล่าวเน้นการเป็นสถานบันเทิง การเป็นสถานที่จัดประชุม และเป็นที่พักผ่อนของประชาชนที่ต้องการความสะดวกสบาย ต้องการผ่อนคลายจากการทำงาน แต่เป็นสถานที่เล่นการพนันเพียง 25% รัฐบาลควรกำหนดการเข้าเล่นการพนัน เช่น อายุ และจำนวนเงินของผู้เล่น เพื่อความเหมาะสมและลดปัญหาในทางสังคมและอาชญากรรม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรห้ามมิให้ข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นเข้ามาเล่นการพนัน ผู้เข้าเล่นกาสิโนต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน อาชีพ และมีรายได้ที่แน่นอน รวมถึงมีการจ่ายภาษี รัฐบาลต้องตรวจสอบผู้ที่เข้าเล่นว่ามีการจ่ายภาษีปีละเท่าไร ผู้จ่ายภาษีต้องจ่ายภาษีขั้นต่ำเท่าไหร่ถึงจะเข้าเล่นได้ และจะมีการเก็บภาษีทุก 12 ชั่วโมงแบบเหมาโต๊ะ

ด้าน ดร.ศรัณย์ ธิติลักษณ์ ได้เสนองานวิจัยเรื่อง “การพนันแข่งม้าและการจัดเก็บภาษี ในประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์” ซึ่งมีแนวโน้มลดลงสอดคล้องกับการพนันม้าแข่งของโลกที่มีแนวโน้มลดลงด้วย มีสาเหตุมาจากการพนันประเภทอื่นเพิ่มมากขึ้น อาทิ พนันบอลทางอินเทอร์เน็ตที่เล่นได้ง่ายกว่า เล่นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ ทั้งนี้การพนันม้าแข่งการสนับสนุนจากรัฐไม่มีในกรณีประเทศไทย ส่วนประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียคงให้ความสำคัญกับม้าแข่งโดยมุ่งเน้นไปในเชิงกีฬาประเภทอื่นๆ มากขึ้น และกำหนดวันแข่งขันน้อย เพราะมีผลต่อรายได้ของสนามม้าในทุกประเทศที่ศึกษา

นอกจากนี้ ดร.ศรัณย์ ยังได้ทำวิจัย “การสำรวจพื้นที่ จังหวัดเชียงราย” อีกด้วย โดยได้จัดทำกลุ่มตัวอย่างการมีบ่อนกาสิโนในเขตเพื่อนบ้าน ทั้งทางด้านประเทศพม่า และ สปป. ลาว ว่าไม่มีผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม ของจังหวัดเชียงราย ส่วนที่ได้ประโยชน์ คืออุตสาหกรรมโรงแรมที่พัก และสายการบิน เนื่องจากเชียงรายจะเป็นแค่ทางผ่านไปบ่อนพนันทั้งสองประเทศ ขณะที่นักพนันจีนจะมาใช้สนามบินเชียงรายเพื่อเป็นทางผ่าน ส่วนนักพนันไทยใช้สนามบินเชียงรายผ่านแดนทางแม่สายไปเล่นพนันในฝั่งพม่า อัตราการค้างคืนของกลุ่มคนพวกนี้จึงมีน้อย

ผศ.ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล ทำวิจัยเรื่อง “การสำรวจพื้นที่จังหวัดสระแก้ว” โดยได้ศึกษาผลกระทบจากบ่อนพนันชายแดนด้านปอยเปตว่ามีการปรับเวลาของการเปิด-ปิดด่าน นักท่องเที่ยวมีเวลาเพียงพอที่จะกลับมาพำนักที่ฝั่งไทย ธุรกิจบ่อนพนันสร้างงานให้คนกัมพูชา ลดอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากคนกัมพูชาในฝั่งไทย รวมทั้งสร้างงานให้คนไทยด้วย โดยมีผลกระทบทางสังคมบ้างในระยะแรกของการมีบ่อนพนัน แต่คนสระแก้วส่วนใหญ่ไม่ใช่คนมีฐานะ

ดร.ดวงพร อาภาศิลปะ เสนองานวิจัยเรื่อง “การแข่งวัวชน” การเล่นพนันในบ่อนวัวชนมีวงเงินพนันหมุนเวียนวันละไม่ต่ำกว่าหลายสิบล้านบาท นอกจากวงเงินพนันตามเดิมพันและเสมอนอกแล้ว ยังมีเงินพนันที่นักพนันเล่นกันเองอีกจำนวนมาก การเลี้ยงวัวชนและการชนวัวทำให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนในท้องถิ่น ธุรกิจภายในสนามวัวชนและยังมีอาชีพอื่นที่เกี่ยวเนื่อง

ผลศึกษาอพท.อีกหนึ่งก้าว‘กระเช้าลอยฟ้า’ภูกระดึง?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160225/223074.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559
ผลศึกษาอพท.อีกหนึ่งก้าว‘กระเช้าลอยฟ้า’ภูกระดึง?

ผลศึกษาอพท.อีกหนึ่งก้าว‘กระเช้าลอยฟ้า’ภูกระดึง? : จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรังรายงาน

           ในที่สุดโครงการจัดสร้าง “กระเช้าขึ้นภูกระดึง” ขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ได้ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 โดยการนำเสนอของ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี รายงานให้ ครม.รับทราบถึงผลการศึกษาโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จังหวัดเลย ตามที่ ครม.เคยมีมติให้ศึกษาเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555

ทั้งนี้ อพท.ได้จัดจ้างที่ปรึกษาดำเนินโครงการศึกษาความเป็นไปได้ฯ นำโดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ บริษัท แกรนด์เทค จำกัด และบริษัท ไทยซิสเทมเอนไว แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด วงเงินงบประมาณปี 2557 จำนวน 23 ล้านบาท โดยผลการศึกษากำหนดทางเลือกของแนวเส้นทางและตำแหน่งที่ตั้งของสถานีกระเช้าไฟฟ้าสอดคล้องกับข้อพิจารณาของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2548 ซึ่งเห็นว่าแนวกระเช้าไฟฟ้าต้องไม่มีผลกระทบต่อทัศนียภาพของทางเดินเท้าและมุมมองธรรมชาติของภูกระดึง

คณะทำงานมีการนำทางเลือกดังกล่าวเสนอในที่ประชุมสัมมนาใน อ.ภูกระดึง และได้รับการยอมรับจากประชาชนในท้องถิ่นแล้ว โดยค่าก่อสร้างรวมประมาณ 633.89 ล้านบาท โดยกระเช้านี้ความยาวในทางราบมีระยะทาง 4.4 กิโลเมตร โดยมีสถานีต้นทางและปลายทางอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งสถานีต้นทางอยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐานไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 3.5 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่พิกัด UTM WGS 84N = 1,865,100 E = 802,800 ที่ระดับความสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 260 เมตร ขณะที่สถานีปลายทางตั้งอยู่ห่างจากบริเวณหลังแปไปทางทิศตะวันตกประมาณ 600 เมตร ตั้งอยู่ที่พิกัด N = 1,867,055 E = 798,845 ที่ระดับความสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,255 เมตร และมีระยะจากสถานีปลายทางไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง 3.7 กิโลเมตร

ส่วนการออกแบบเป็นไปตามมาตรฐานสากลและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม การก่อสร้างจะใช้การประกอบชิ้นส่วนจากพื้นที่นอกเขตป่าไม้และขนส่งไปติดตั้งทางอากาศ ไม่มีการตัดต้นไม้ใหญ่ตามแนวเส้นทางวางสายเคเบิล ความลาดชันเฉลี่ยของแนวกระเช้าเท่ากับร้อยละ 27 และมีเสารองรับจำนวน 7 ต้น โดยระบบกระเช้าไฟฟ้าที่เหมาะสมคือ ระบบของกระเช้าไฟฟ้าแบบเก๋ง (Mono Cable Detachable Gondola : MDG) ชนิด 8 ที่นั่ง ที่ได้รับการรับรองจากมาตรฐานทั้งด้านความปลอดภัยและด้านเทคนิคจาก Organization Transport a Fune : O.I.T.A.F ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ สามารถรับแรงลมได้ 20 เมตรต่อวินาที ซึ่งมากกว่าแรงลมเฉลี่ยบริเวณรอบๆ ภูกระดึง ที่มีค่าความเร็วลมเฉลี่ยที่ระดับความสูง 90 เมตร ต่ำกว่า 5 เมตรต่อวินาที หรือ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ผลการศึกษารูปแบบการลงทุนของโครงการและทางเลือกที่เหมาะสม ระบุว่า เนื่องจากมีความซับซ้อนในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีข้อจำกัดทางด้านกฎหมายในการดำเนินงานก่อสร้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและระยะเวลาที่จะต้องใช้ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ในกรณีที่หากจะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ตามมาตรา 58 รูปแบบที่รัฐ คือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับ อพท. ในการดำเนินการจัดหางบประมาณ อาศัยอำนาจตามมาตรา 16 (3) มาตรา 19 และมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ในการว่าจ้างเอกชนมารับจ้างก่อสร้างตามรูปแบบและรายการที่รัฐกำหนด

“เนื่องจากเป็นโครงการที่ต้องอาศัยเทคนิค และเทคโนโลยีเฉพาะทางในการบริหารจัดการและบำรุงรักษา ดังนั้นการว่าจ้างเอกชนให้เป็นผู้ดำเนินการเดินกระเช้าไฟฟ้าจะมีความเหมาะสมและคล่องตัวกว่าในการปฏิบัติงานการกำกับดูแลของรัฐ ดังนั้นรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมที่สุดคือ PSC–Gross Cost หรือ PSC–Modified Gross Cost โดยกรมอุทยานฯ ดำเนินการดังนี้ 1.ลงทุนงานโยธาและระบบกระเช้าไฟฟ้ารวมทั้งตู้กระเช้า (Gondola) โดยว่าจ้างเอกชนให้เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง 2.ว่าจ้างเอกชน เป็นผู้รับจ้างเดินกระเช้าไฟฟ้าและบำรุงรักษา (O&M) และ 3.เป็นผู้รับรายได้ทั้งหมดและจ่ายค่าจ้างให้เอกชนตามอัตราที่ตกลงกัน โดยไม่มีส่วนเกี่ยวกันกับค่าโดยสารกระเช้าฯ หรือมีส่วนเพิ่มหรือลดตามจำนวนผู้โดยสาร”

ส่วนประเด็นการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ระบุว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในขั้นรายละเอียด สำหรับการพัฒนาโครงการ เนื่องจากตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติและมีแนวเส้นทางบางส่วนอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 โดยผลการศึกษาแยกออกเป็น 5 ประเด็น คือ

1.ชั้นคุณภาพของลุ่มน้ำ ระบุว่า พื้นที่ที่ต้องใช้เพื่อการก่อสร้างโครงการ ประกอบด้วย สถานีต้นทางตั้งอยู่ในคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 4 เป็นพื้นที่ 2.28 ไร่ สถานีปลายทาง ตั้งอยู่ในชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1A เป็นพื้นที่ 1.06 ไร่ พื้นที่ก่อสร้างเสารวม 7 ต้น ตั้งอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1A เป็นพื้นที่ 0.19 ไร่ และพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 4 เป็นพื้นที่ 0.03 ไร่ คิดเป็นพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงในชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 รวมทั้งสิ้นร้อยละ 0.000804 และชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 4 ร้อยละ 0.00981 และคิดเป็นร้อยละ 0.00164 ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงทั้งหมด ดังนั้น จึงเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต่อชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 และชั้น 4 น้อยมาก ขนาดของพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่มีผลต่อการรับน้ำและอำนวยน้ำในระบบลุ่มน้ำ

2.การสูญเสียพื้นที่ป่า ระบุว่า ในการก่อสร้างทำให้สูญเสียพื้นที่ป่าไม้ที่ปกคลุมบริเวณที่ก่อสร้างสถานีต้นทาง สถานีปลายทาง และจุดที่วางเสากระเช้า 5,700 ตารางเมตร โดยการดำเนินโครงการจะไม่มีการตัดต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีจำนวนไม้ที่จะต้องสูญเสียประกอบด้วย ลูกไม้ 394 ต้น กล้าไม้ 1,512 ต้น และไม้ไผ่ 66 ลำ

3.เขตแหล่งอาศัยหรือหากินที่สำคัญของสัตว์ป่า ระบุว่า พื้นที่โครงการไม่อยู่ในเขตแหล่งอาศัยหรือหากินที่สำคัญของสัตว์ป่า เป็นเพียงพื้นที่ที่อาจเป็นเส้นทางเดินตามธรรมชาติ โดยอาจรบกวนกิจกรรมในรอบวันของสัตว์ป่าทั้งกิจกรรมการออกหาอาหาร การทำรัง วางไข่ และเลี้ยงดูลูกอ่อนของสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ตามเรือนยอดไม้ ซึ่งกิจกรรมของโครงการจะจำกัดเฉพาะแนวของกระเช้า ประกอบกับมีเจ้าหน้าที่ในการดูแลอย่างเข้มงวด ผลกระทบดังกล่าวจึงอยู่ในระดับต่ำ

4.ผู้มีรายได้เดิม (ลูกหาบและร้านค้า) รายงานระบุว่า ผู้ที่มีรายได้จากกิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้แก่ ลูกหาบ 337 คน และร้านค้า 119 ร้าน ได้มีการกำหนดแผนรองรับการเปลี่ยนแปลงอาชีพ ซึ่งได้รับการยอมรับจากลูกหาบและผู้ประกอบการ โดยได้มีการหารือร่วมกันในกระบวนการมีส่วนร่วมโครงการ

5.ทัศนียภาพ ระบุว่า แนวก่อสร้างเสากระเช้าไฟฟ้าจะไม่สามารถมองเห็นได้จากเส้นทางเดินท่องเที่ยวและไม่สามารถมองเห็นได้จากถนนสายหลักที่เข้าสู่ภูกระดึงในปัจจุบัน รวมทั้งโครงสร้างรองรับสายเคเบิล ตัวกระเช้า สถานีขึ้น-ลง ได้รับการออกแบบให้มีรูปแบบที่เรียบง่ายกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ก่อให้เกิดผลกระทบด้านบวก ด้านทัศนียภาพ เป็นการเปิดมุมมองใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวที่นั่งกระเช้าขึ้นภูกระดึง นอกจากนี้ยังช่วยลดผลกระทบทางด้านทัศนียภาพจากขยะได้ด้วย

ในส่วนของการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมของประชาชน มีการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมฯ ในระดับต่างๆ ครอบคลุมทั้งพื้นที่กว่า 30 เวที มีการรับฟังความคิดเห็นตามแนวทางของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548 รวม 3 ครั้ง การจัดประชุมกลุ่มย่อย 4 ครั้ง รวมทั้งการจัดการประชุมวิชาการเสนอข้อมูลสรุปผลการศึกษาสำหรับวิชาการและนักอนุรักษ์ที่กรุงเทพฯ การสัมภาษณ์เชิงลึกหน่วยงาน บุคคลที่เกี่ยวข้อง และมีการสำหรับทัศนคติต่อโครงการทางเว็บไซต์รวมมีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 6,142 คน

ทั้งนี้ ในส่วนของการศึกษาความเหมาะสม (Feasibility Study) ได้สรุปผลการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนก่อสร้างประมาณการผลประโยชน์และต้นทุนของโครงการในระยะเวลาดำเนินการ 30 ปี โดยด้านการเงิน มีความคุ้มค่าในการลงทุนในกรณีที่อัตราล่วนลดเท่ากับร้อยละ 7 และ IRR เท่ากับร้อยละ 7.16 ส่วนเศรษฐศาสตร์มีความคุ้มค่าในการลงทุนทุกกรณี โดยมี IRR เท่ากับร้อยละ 17.62 โดยความคุ้มค่าส่วนใหญ่อยู่ในรูปของผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน การสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ จ.เลย และพื้นที่โดยรอบ รวมถึงโอกาสให้เกิดแรงงานคืนถิ่น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติ

กระนั้นก็ดี ยังมีการศึกษารูปแบบการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ด้วยรูปแบบการจัดการแหล่งท่องเที่ยวทั้งภายในและภายนอกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ภายใต้ขีดความสามารถที่รองรับนักท่องเที่ยวบนยอดภูกระดึงโดยไม่กระทบสิ่งแวดล้อม โดยจะมีการจำกัดนักท่องเที่ยวในการพักแรมต่อคืนบนยอดภูกระดึง ทั้งผู้เดินทางด้วยเท้าและผู้ใช้บริการกระเช้าไฟฟ้าให้มีจำนวนไม่เกิน 5,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับที่ใช้อยู่ปัจจุบัน

นอกจากนี้จะมีการกำหนดเส้นทางการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับวิธีการเดินทางขึ้นและระยะเวลาที่อยู่บนยอดภูกระดึง จะมีการจำกัดช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวให้มีช่วงปิดการขึ้นให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัว รวมถึงห้ามก่อสร้างอาคารที่พักในลักษณะถาวรเพิ่มขึ้น ห้ามขยายพื้นที่ส่วนบริเวณนักท่องเที่ยวของศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางออกไปจากเดิม ไม่มีการพัฒนาขยายเส้นทางถนนให้กว้างขึ้นกว่าปัจจุบัน แต่จะซ่อมบำรุงให้เดินทางอย่างปลอดภัย ห้ามพัฒนาร้านค้าหรือบริการในลักษณะของการให้สัมปทาน จะมีเพียงการให้สิทธิ์แก่ร้านค้าเดิมที่ได้รับการอนุญาตอยู่แล้ว หรือเพื่อการสวัสดิการของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง รวมทั้งจะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพของระบบบำบัดน้ำเสียให้ดีขึ้น

กว่า 30 ปีที่มีความพยายามผลักดันโครงการก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ เนื่องจากที่ผ่านมายังติดปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่นำมาใช้ยังไม่เป็นที่ยอมรับ แต่ล่าสุดภายใต้การดำเนินงานของ อพท. ได้เลือกพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดบริการนักท่องเที่ยวเพียง 3 กิโลเมตร และใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศมาเป็นรูปแบบในการก่อสร้าง

นับเป็นก้าวสำคัญที่สังคมต้องจับตาการตัดสินใจของรัฐบาลว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ต่อไป…!!!

กรอบ5ปี‘ประยุทธ์’ทำ‘ทักษิณ’ไร้ราคา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160225/223076.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559
กรอบ5ปี‘ประยุทธ์’ทำ‘ทักษิณ’ไร้ราคา

กรอบ5ปี‘ประยุทธ์’ทำ‘ทักษิณ’ไร้ราคา : ทีมข่าวสืบสวนสอบสวน

           การตอบคำถามของผู้สื่อข่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นับเป็นความชัดเจนครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา ท่าที และเป้าหมายของ คสช.ว่า นับจากนี้จะนำพาประเทศไทยเดินไปในทิศทางใด

นอกจากนี้ยังสื่อไปยัง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรียกร้องให้ คสช.ไปพูดคุยเจรจาโดยอ้างว่า เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ว่า เรื่องเช่นนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น

แหล่งข่าวใน คสช.บอกว่า ถ้อยแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ แทบไม่ต้องตีความเลย เพราะชัดเจนว่า ในระยะเปลี่ยนผ่านก่อนที่จะไปสู่การเลือกตั้งเต็มรูปแบบนั้น จะใช้เวลา 5 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางของประเทศจะเดินไปในแนวทางที่ คสช.ได้วางกรอบเอาไว้

ระยะเวลาที่ว่านั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีคณะกรรมการอะไรสักอย่างเพื่อเข้ามากำกับดูแลให้แนวนโยบายที่ได้วางเอาไว้เดินหน้าต่อไป แม้ระหว่างนั้นจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็จะต้องเดินไปในแนวทางนี้ แม้ว่าส่วนหนึ่ง จะต้องทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงเอาไว้ก็ตาม

ก่อนหน้านี้ มีการต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการให้มี คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ หรือ คปป. มาแล้ว และการที่ สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ก็ทำให้เชื่อว่า คสช.ไม่กล้าเผชิญหน้ากับการทำประชามติ

แต่ในครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล้าที่จะพูดอย่างชัดเจนว่า ต้องการให้มีคณะกรรมการที่มาทำหน้าที่ไม่ต่างกับ คปป.

นั่นย่อมหมายความว่า คสช.ไม่ได้ให้น้ำหนักว่า รัฐธรรมนูญจะผ่านการทำประชามติหรือไม่

และแน่นอน ย่อมไม่ให้น้ำหนักกับการต่อรองของทักษิณ ที่แบะท่าว่าจะใช้ประชามติมาต่อรองกับ คสช.

เพราะจริงแล้ว คสช.ก็รับรู้มาตลอดว่า “เสียง” ในพื้นที่ที่จะลงประชามตินั้น “เสี่ยง” เกินไปที่จะไปคาดหวังว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญที่มาจาก คสช.

แต่เพราะกำหนดเวลาของ “ระยะเปลี่ยนผ่าน” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุนั้น ถูกวางเอาไว้แล้วว่า ต้องใช้เวลา 5 ปี

นั่นก็หมายความว่า หากการทำประชามติแล้วไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ มีชัย ฤชุพันธุ์ แต่หากมีการเขียนบทเฉพาะกาลให้มีเนื้อหาอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าจำเป็นต้องมี ก็มีแนวโน้มว่า รัฐธรรมนูญที่จะนำไปปรับใช้นั้น บทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยจะยังคงมีความหมายสำคัญต่อไป

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช.จะคงอยู่หรือไม่ น่าจะต้องแยกกันเป็น 2 ส่วน เพราะแนวโน้มที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ต่อนั้น มีโอกาสสูงกว่าการที่จะคงความเป็น คสช.ภายหลังการเลือกตั้งให้มี ส.ส.อย่างมีดุลยภาพ

แนวโน้มของ คสช.เดิม ถ้าไม่หายไปเลย ก็จะแปลงสภาพเป็นรูปแบบอื่น

อาจจะเป็นคณะกรรมการที่ชื่ออะไรสักอย่าง ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกเอาไว้ว่า จะต้องมีคณะกรรมการคอยตรวจสอบรัฐบาลให้ทำตามแนวนโยบาย หรืออาจจะใช้ ส.ว.มาทำหน้าที่นี้ก็ได้

ทั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติว่า จะให้คุณสมบัติของผู้ที่จะมาทำหน้าที่ “คณะกรรมการอะไรสักอย่าง” นั้น มาจากอะไร

“ไม่ใช่ว่าผมจะต้องอยู่หรือไม่อยู่ ไม่ต้องมายุ่งสนใจกับผมมากนัก ผมมีหน้าที่ทำให้บ้านเมืองสงบ เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ท่านก็คิดกันต่อสิ จะเอาอย่างไร” นั่นคือคำพูดทิ้งท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์

แต่โดยภาพรวมแล้ว อาจจะต้องรอดูว่า สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกมานั้น จะถูกเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลอย่างไร

แต่สำหรับ ทักษิณ ชินวัตร ที่อุตส่าห์ออกมาเรียกร้องให้มีการเจรจาครั้งล่าสุด คงจะได้รับคำตอบแล้วว่า นอกจากจะไม่คุยแล้ว ยังบอกว่ายังอยู่กันไปแบบนี้อีกยาว!