“นายกฯ”หลบร้อนงดออกกำลังกายประจำสัปดาห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263650

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 8 มี.ค. 2560

นายกฯ, หลบ, ร้อน, ออกกำลังกาย, ประจำสัปดาห์, บิ๊กตู่, กรมอุตุฯ

“บิ๊กตู่”หลบคลื่นความร้อน ประกาศ งดออกกำลังกาย ประจำสัปดาห์ หลัง“กรมอุตุฯ” รายงาน บ่ายนี้จะร้อนสุดสุด

         8 มี.ค. – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. กล่าวช่วงหนึ่งในระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “วิสัยทัศน์รัฐบาลดิจิทัลประเทศไทย” พล.อ.ประยุทธ์ ว่า โลกมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน และวันนี้สภาพอากาศจะร้อนมาก โดยเฉพาะช่วงบ่ายจะร้อนสุดสุดจึงได้หารือว่าแล้วถ้าอากาศเป็นอย่างนี้ควรจะออกกำลังกายหรือไม่ และเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจึงขอให้มีการชะลอการออกกำลังกายประจำสัปดาห์ในวันนี้ไว้ก่อน แต่ไม่ได้บังคับสำหรับผู้ที่มีความแข็งแรงถ้าจะออกกำลังกายก็ไม่ว่ากัน แต่ขอให้งานอย่าเสีย

          รายงานข่าวจาก ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า สาเหตุที่นายกรัฐมนตรีงดออกกำลังกายประจำสัปดาห์ ในวันพุธที่ 8 มี.ค.นี้เนื่องจากได้รับทราบข้อมูลจากกรมอุตตุนิยมวิทยาว่าคลื่นความร้อน ( heat  wave) เข้ามายังประเทศไทยแล้ว กลัวว่าถ้าออกกำลังกายในช่วงบ่ายคนจะเป็นฮีทสโตรค โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

 

“นายกฯ”ถามใช้ ม.44 เยอะตรงไหน !!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263647

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 8 มี.ค. 2560

คดี, พัน, นับ, ฟ้อง, มูลนิธิ, สอง, เผย, ม.44, นายกฯ, ถาม, ใช้, ม44, เยอะ, ตรงไหน, นายกฯถามใช้, เยอะตรงไหน, บิ๊กตู่

“นายกฯ”ฟ้องปชช. มี 2 คน ในมูลนิธิบางแห่งฟ้องร้องตัวเองเป็นพันคดีเซ็งไม่อยากเอ่ยชื่อ วันนี้ทะเลาะกับคนมาพอแล้ว แจง ไม่ใช้ ม.44 จนชิน แต่จำเป็น เพราะไม่มีทางออก

          8  มี.ค. — พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีบุคคลในมูลนิธิ 2 คนที่ฟ้องร้องตนมาเป็นพันคดี แล้วเราทำอะไรเขาได้หรือไม่ ก็ทำไม่ได้ก็แค่รับฟังเขาแล้วพยายามแก้ปัญหาไปเพราะอย่างน้อยเขาก็ทำให้เราระมัดระวังมากขึ้น แต่ขออย่าบิดเบือนถ้าบิดเบือนก็ต้องใช้กฎหมายกันถ้าไม่บิดเบือนก็รับแก้ให้หมดตนไม่อยากเอ่ยชื่อเพราะอาจเกิดปัญหา ขี้เกียจพูดวันนี้ทะเลาะกับคนมาพอแล้ว ตนไม่เคยอยากทะเลาะกับใครบางทีก็เผลอไปบ้าง ก็เพราะตนเป็นมนุษย์

นายกฯ กล่าวว่า การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินถ้าบอกว่าความมั่นคงมีแค่ตำรวจและทหาร นึกแต่จะเรียกคนก็ทำไม่ได้ทุกคนต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง รวมถึงชุมชนและท้องถิ่นตรงนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดแต่ถ้าเกินขีดความสามารถไปถึงขั้นใช้อาวุธหรือกำลังค่อยหาหลักฐานแล้วค่อยบุกเข้าไปตอนแรกก็ดูบังคับใช้กฎหมายไม่ใช่ต้องไปปราบปรามกันทุกเรื่องนั่นเรียกว่าไม่มีภูมิคุ้มกันแล้วไม่พอเพียง ภูมิคุ้มกันมีหลายอย่างทั้งเรื่องเฝ้าระวังและความเชื่อมั่นศรัทธารวมถึงศาสนาต่าง ๆ

“เราต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ถูกต้องว่าควรจะเป็นอย่างไรให้ประชาชนได้เรียนรู้อย่าไปมุ่งเน้นว่าต้องใช้กำลังทหารตำรวจตลอดเวลาหรือใช้กฎหมายถ้าเราเคยชินกับการใช้กฎหมายมากๆ ผมไม่เคยชินมีคนบอกว่าผมเคยชินกับการใช้มาตรา 44 ผมไม่อยากจะใช้ แต่จำเป็นก็ต้องใช้ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางออกที่จะเดินหน้าอย่างอื่นได้ในเมื่อกฎหมายปกติไม่ได้รับการยอมรับนับถือหรือกฎหมายปกติยังไม่มีมันก็ต้องออกมาก่อน เราใช้ประโยชน์อย่างนี้มากกว่าที่ผ่านมามีคนบอกว่าใช้มาตรา 44 เยอะผมขอถามหน่อยว่ามันใช้เยอะตรงไหนใช้เยอะในเรื่องของการบูรณาการและการติดขัดข้อกฎหมายและการแก้ไขปัญหาอุปสรรคให้เดินหน้าไปได้การใช้ในเรื่องความมั่นคงน้อยมาก เพราะมีกฎหมายอยู่แล้วแต่ไม่ปฏิบัติกันไงเมื่อไม่ปฏิบัติก็ต้องมีกฎหมายในเชิงบูรณาให้ทุกหน่วยงานทำงานได้รวมถึงปกป้องเจ้าหน้าที่ ไม่อย่างนั้นเขาก็ทำไม่ได้เหมือนเดิมสุดท้ายก็เกิดความขัดแย้งเหมือนเดิมมาตลอดขอให้เข้าใจด้วยไม่ใช่เอากฎหมายมาตรา 44 ไปบังคับใช้แล้วใช้ไม่ได้แล้วมาโทษกฎหมายวันนี้คนไทยชอบโทษกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตลอดแต่ไม่โทษตัวเองตัวเองจะต้องช่วยลดความขัดแย้ง ลดปัญหาด้วย มีอะไรต้องพูดจากันอย่าคล้อยตามไปทุกวัน ใครพูดอะไรก็คล้อยตามไปเหมือนกับดูมวยแบบนั้นทำไม่ได้มันจะน็อกกับเมื่อไรผมจะรู้ไหมว่าจะเสร็จวันไหนเมื่อไร มันจะต้องแบบนี้ๆทำไม่ได้มันกดดันเจ้าหน้าที่ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ก็ตัดสินใจผิดพลาดมีปัญหาอีกเพราะกระแสกดดันเราต้องให้เขาวางแผนและทำงานของเขาเพราะเราเป็นคนไทยด้วยกันเว้นแต่คนไทยไม่ฟังคนไทยด้วยกันแล้วจะทำกันอย่างไรรัฐบาลก็รับผิดชอบอยู่แล้วทุกเรื่องสุดท้ายมันก็มีผลกระทบกับประชาชนโดยรวมทั้งประเทศที่มีการใช้กฎหมาย”นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า การป้องกันชายแดนและการแก้ปัญหาภาคใต้ทั้งหมดถ้าประชาชนร่วมมือกันก็จบไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่เขาไปทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยร่วมมือกันใหม่มันไม่ใช่ สังคมนั่นแหละที่เป็นตัวกดดันให้ทุกอย่างสงบเรียบร้อยแต่ไม่ใช่สังคมที่ปลุกขึ้นมาเพื่อต่อสู้กฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐต่อสู้การทำงานที่มีหลักการและเหตุผลที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมตรงนี้ยังไปไม่ถึง ส่วนใหญ่จะมองเป็นพื้นที่เป็นตัวเองมองเป็นกลุ่มประเทศไทยติดอยู่ตรงนี้มันต้องคิด 2 อย่างเพื่อตัวเอง เพื่อชุมชนเพื่อพื้นที่ตัวเอง รวมถึงเพื่อประโยชน์สาธารณะอื่น ๆ ประเทศไทยถึงจะเดินหน้าไปได้ ที่พูดมาทั้งหมดมันถึงจะทำได้ถ้าเขายังคิดแบบเดิมก็ไปกันไม่ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะใครก็แล้วแต่คิดแบบเดิมเหมือนที่ตนก็พยายามทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้มากที่สุด

บิ๊กตู่”บอกเป็นคนของปชช.จะด่าอะไรก็ได้ ขอให้มีเหตุผล

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คนใช้เฟซบุ๊กบ้านเรามี 44 ล้านคน ลองเปิดดูสิมีทั้งดีและไม่ดีมีทั้งว่านี่นั่นมีคนใช้โทรศัพท์กี่เครื่องมีหลายเครื่อง ไม่รู้จะโทรอะไรกันนักหนาผมว่าตัวผมเอง บางเบอร์มันโทรมาด่าผมลูกเดียวเลย มีเบอร์นี้แต่อยากจะว่าอะไรก็ว่าไป ผมก็รับมาอันนี้ที่ผมทำให้ท่านได้ผมก็ว่าที่เหลือก็ใช้อย่างอื่นไปเพื่อประโยชน์ในการทำงานของผมเพราะวันนี้ความเป็นส่วนตัวผมถูกละเมิดไปเยอะ แต่เขาบอกเป็นคนของประชาชนเพราะฉะนั้นจะด่าอะไรก็ได้ แหม อย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะเป็นนายกฯของประชาชนต้องยอมรับการด่าของใครก็ได้

ให้มีเหตุผลหน่อยจะมาด่าอะไรผม ถ้าเล่นเขียนมาผมก็สู้ท่านไม่ได้ผมก็อธิบายท่านไม่ได้ ผมไม่สู้ใครอยู่แล้ว

 

“นายกฯ”ปลุกขรก.เปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263635

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 8 มี.ค. 2560

ดิจิตัล, นายกฯ, ปลุก, ขรก, เปลี่ยนแปลง, สู่, ดิจิทัล, บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่”ลงนามข้อตกลงพัฒนาทักษะดิจิทัลบุคลากรภาครัฐ รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกชี้เทคโนโลยีเป็นกลไลหลักขับเคลื่อนสังคม ลั่นอีก 5 ปีเดินหน้าสู่รัฐบาลดิจิตัล

      8  มี.ค. — พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล สำหรับข้าราชการ และบุคคลากรภาครัฐ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ “รัฐบาลดิจิทัลกุญแจสู่ประเทศไทย 4.0 และแถลงวิสัยทัศน์รัฐบาลดิจิทัลประเทศไทย โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า เราต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศก้าวหน้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพราะโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หรือที่เรียกว่าพลวัตร ประเทศไทยต้องเดินหน้าตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นก็จะหยุดอยู่กับที่ อยู่กับเรื่องเก่า ๆ เดิม ๆ  ต้องร่วมมือกันทำเพื่ออนาคต แม้ต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรที่จะให้ทุกอย่างสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ถ้าเราร่วมมือกันทำด้วยแผนงานที่รัดกุมครอบคลุมเป้าหมายตามที่ประชาชนต้องการ ทุกอย่างก็จะรวดเร็วขึ้น ซึ่งทุกวันนี้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนสังคม เพราะคนยุคใหม่ตื่นขึ้นมาก็เริ่มต้นด้วยดิจิทัล และเทคโนโลยีทั้งหมด ตั้งแต่ก่อนแปรงฟันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่า ตนเองกังวล และคิดมาตลอดว่าจะใช้ประโยชน์กับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร จึงได้มอบนโยบายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ดำเนินการทุกวันนี้การสื่อสารด้วยเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญโดยเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนทั้งเกษตรกร อุตสาหกรรมท่องเที่ยว การศึกษา การแพทย์ การลงทุน และการป้องกันภัยพิบัติ ฯลฯหน่วยงานภาครัฐจึงต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อทำงานให้เกิดความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นการยกระดับการทำงานของภาครัฐในการให้บริการกับประชาชนการบริหารงานได้สะดวกรวดเร็ว และร่นระยะเวลา

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลนี้ได้ประกาศไว้แล้วว่าเราจะเดินหน้าอีก 5 ปีให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล แต่ต้องเข้าใจว่าการทำอะไรต่าง ๆ ไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้นการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต้องใช้เวลา ที่ผ่านมาระหว่างปี 2557-2559 รัฐบาลได้เก็บทุกปัญหาจัดกลุ่ม วิธีการแก้ไขปัญหากำหนดกลุ่มเป้าหมาย วางโรดแมปในการทำงานทุกด้าน โดยยืนยันว่าการพัฒนาต่าง ๆ เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่เช่นนั้นจะมีคนออกมากล่าวหาว่าเรื่องนี้ยังไม่ทันเริ่ม เรื่องทุจริตก็ยังมี ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน ขอร้องว่าอย่าเอาปัญหามาปนกัน  ทั้งนี้การทำงานของข้าราชการด้านฟังก์ชั่นก็ต้องทำอยู่แล้วแต่ไม่ต้องเน้นมากจนเกินไปควรเน้นการบูรณาการการทำงานที่เชื่อมโยงกันหลายกระทรวง สิ่งสำคัญที่เป็นห่วงคือต้องไปตรวจสอบความพร้อมทั้งอุปกรณ์ และบุคลากรว่าสามารถเชื่อมโยงกันได้หรือไม่

“เรื่องนี้ยังแก้ไม่ได้ คนไทยยังคิดแบบนี้อยู่ผมก็กังวลกับเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรก็ยังมีปัญหาเรื่องของความเข้าใจและประชาชนต้องเห็นประโยชน์ถึงการดำเนินการของรัฐบาล ถ้ามองไม่เห็นประโยชน์ก็จะขัดแย้งเรื่อยไป สิ่งที่รัฐบาลทำทุกวันนี้ก็เพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ปัญหาวันนี้ต้องถามว่าคนไทยยังแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม กี่ฝ่าย ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญ เป็นความยากง่ายในการทำงาน เรายังไม่สามารถทำให้มีพื้นฐานทางความคิด และความรู้ ที่เท่าเทียมกันได้ การบูรณาการจึงเป็นสิ่งสำคัญเราต้องทำงานให้ตรงกับความต้องการของประชาชนที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งความคิด และปัจจัยภายใน และภายนอก การที่บอกว่าจะให้เกิดผลสำเร็จภายใน 5 ปีเดี๋ยวก็โดนดูถูกอีกว่าทำได้จริงหรือเปล่าวันนี้ถ้าความขัดแย้งยังสูงอยู่มีเรื่องต่าง ๆ เข้ามาประชาชนก็ไม่สนใจสิ่งที่รัฐบาลทำ ทุกอย่างก็ไปไม่ได้ โดยเฉพาะความไว้เนื้อเชื่อใจก็จะไม่เกิดขึ้น การค้าการลงทุนก็จะมีปัญหา

สิ่งสำคัญคือการมีเสถียรภาพของบ้านเมือง ที่ผมต้องการเน้นคือการบูรณาการไม่ใช่แค่การประสานงาน การประชุม”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          ปลุกขรก. ลุกขึ้นนำการเปลี่ยนแปลง สู่รัฐบาลดิจิทัล ถ่อมตัวไม่บังอาจบอกว่ารู้มากกว่ากว่าใคร เกิดยุค เบบี้บูมเมอร์ แค่ใช้-รู้-พูดเข้าใจก็เก่งแล้ว แนะปชช.เรียนรู้ 

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าความมีเสถียรภาพของบ้านเมืองเราจะทำให้เราสามารถทำงานได้ด้วยความรวดเร็ว  สิ่งสำคัญคือการบูรณาการ ไม่ใช่การประสานงาน ไม่ใช่การประชุม หรือการสอบถามหนังสือ ปี 60 ถือเป็นการปฏิรูปการทำงาน ฉะนั้นทุกอย่างต้องจบตั้งแต่ขั้นต้นมาแล้ว เมื่อขึ้นมาถึงรัฐบาลจะต้องสามารถตอบคำถามครม. ได้ แต่ไม่ใช่ให้ครม.ต้องมาตัดสินใจ จะต้องมีการแก้ในสิ่งที่เป็นปัญหามาก่อนโดยครม. หรือรัฐบาลจะพิจารณาในเรื่องความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณและลำดับความเร่งด่วนตามโรดแม็พของรัฐบาล และรัฐบาลไม่สามารถจะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการทำงานของส่วนราชการได้เพราะรัฐบาลมีหน้าที่กำกับดูแลและนี่คือธรรมมาภิบาลที่รัฐบาลต่อไปต้องมีด้วย ตรงนี้จะต้องทำให้เกิดขึ้นโดยข้าราชการ

            “วันนี้คนมักจะมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อไหร่จะสำเร็จ เมื่อไหร่มาตรา 44 จะใช้ได้ มันทำให้ผมปวดฟันปวดหัว มาตรา 44 จะใช้ได้อยู่ที่ผู้ปฏิบัติกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จะร่วมมือแก้ปัญหาอย่างไร”

       nbsp;      นายกฯ กล่าว และว่าเราจะสามารถขับเคลื่อนรัฐบาลไปสู่รัฐบาลดิจิทัลด้วยการบูรณาการ ซึ่งวันนี้มียุทธศาสตร์ชาติ ขณะที่กระทรวงก็ต้องมียุทธศาสตร์กระทรวงโดยยุทธศาสตร์ใหญ่คือความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนการจะคิดอะไรก็ตามต้องเริ่มจากวิสัยทัศน์ มองความต้องการของประเทศใน 5 ปี 10 ปีข้างหน้า อาจขับเคลื่อนไปสู่จุดนั้นได้ ทั้งคน แผนการ งบประมาณ เพื่อไปสู่ผลสัมฤทธิ์ของรัฐบาลดิจิทัลภายใน 5 ปี

           ทั้งนี้การทำงานต้องลดความขัดแย้งด้วย ไม่เช่นนั้นคิดอะไรออกมาก็เดินไม่ได้ รัฐบาลต้องมาแก้ตามหลังทุกทีส่งผลให้การพัฒนาประเทศติดขัด ซึ่งยืนยันว่าวันนี้รัฐบาลทำอย่างเต็มที่ นายกฯ กล่าวอีกว่า บุคลากรภาครัฐต้องเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เฉพาะนายกฯ หรือรัฐมนตรี ทั้งหมดต้องช่วยกันทำงานควบคู่กับการลดความขัดแย้ง อะไรที่ไม่ตรงกันเอาไว้ก่อน แต่สิ่งไหนที่เห็นตรงกันก็ทำไปหากทำพร้อมๆกันแล้วเน้นทุกอันก็ยากจะสำเร็จ เพราะติดขัดด้วยเวลา งบประมาณ วันนี้อยากให้ทุกคนมีจิตใจร่วมกับตนซึ่งตนพยายามสร้างแรงกระตุ้นในทุกเรื่อง

          และวันนี้มาพูดถึงเรื่องดิจิทัล แต่ไม่บังอาจจะบอกได้ว่ารู้มากกว่าพวกท่านเพราะตนเป็นแค่คนในยุค Baby boomer (เบบี้บูมเมอร์) แค่ใช้แค่รู้พูดได้ก็เก่ง แต่ตนก็พยายามคิดและพูดและเข้าใจในสิ่งที่พูดไป ประเด็นสำคัญต้องรู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากดิจิทัลได้อย่างไร และประชาชนต้องเรียนรู้

            นายกฯ กล่าวอีกว่า การลงนามในวันนี้ถือเป็นความคืบหน้าในความร่วมมือ พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของภาคราชการ จะส่งผลต่อการพัฒนาจิตใจ คุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม หากแต่ละองค์กรมีสิ่งเหล่านี้การทำงานก็จะไปได้หมด เพราะวันนี้ปัญหาต่าง ๆ เกิดจากจุดนี้ คนไทยมีความพร้อมทุกอย่าง  ฉลาดทุกคน อยู่ที่ว่าจะฉลาดดีหรือไม่ดีเท่านั้น คนไทยไม่ได้ด้อยกว่าประเทศใหญ่ ๆ มีหลายเรื่องที่เราชนะ อะไรที่เป็นปัญหาเราเก่งขึ้น

             “ปี 60 คือปีแห่งการปฏิรูปทั้งระบบ  ถือว่าอยู่ในระยะที่1ของการปฏิรูปประเทศ ส่วนระยะที่ 2  คือการส่งต่อไปยังรัฐบาลหน้า ดังนั้นเราต้องวางแผน จะเดินหน้าประเทศอย่างไรตั้งแต่ปี 60-64 ใครจะเดินยังไม่รู้ แต่ช่วงนี้เราจะว่งพื้นฐานเอาไว้โดยพวกเราต้องช่วยกัน อย่าให้ประเทศถอยกลับมาที่เดิมอีก จะได้เข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามที่วางไว้ ในขณะที่ 1.0 ,2.0 , 3.0 ยังมีอยู่ ซึ่งแต่ละแท่งต้องพัฒนาการเรียนรู้ ปรับตัวเองให้เท่าทันต่อการพัฒนาประเทศ” นายกฯ กล่าว

         บ่นอยู่มา 3 ปี อ่านเอกสาร จนตาเจ็บ ต้องใส่แว่นบ่อยขึ้น เซ็งเรื่องนิดเดียว แต่เอกสารมาเป็นปึก  รับ“ขรก.” เข้ามามากเกินไป ทำให้เกิดปัญหา จ้าง คนพิเศษเข้ามา จะได้เร็ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องคิดด้วยว่าปลายทางต้องการอะไร ต้นทางต้องทำอะไรให้เขา เพราะฉะนั้นกลางทางคือวิธีการและต้องมอบหมายความรับผิดชอบใครจะทำอะไร ถ้าใส่เยอะทั้งหมดอยู่ในกล่องมันไปไม่ได้ ไม่มีใครอยากดูเพราะมันเยอะเกินไป ดังนั้น ต้องเจาะไปในกลุ่มว่าต้องการสิ่งไหน ถ้ากำหนดตรงนี้จะนำไปสู่การจัดทำศูนย์ข้อมูลในอนาคตของกระทรวงดิจิทัลฯเพื่อสร้างการเรียนรู้

“มีคนเคยพูด เปิดเผยคือโปร่งใส ปกปิดคือยกเว้น ตนฟังก็งง ๆ ดูเหมือนเราไปปกปิดใคร ถ้าเราจะขับเคลื่อนไทยด้วยเทคโนโลยีต้องปรับวิธีคิดใหม่ให้แตกต่างต้องช่วยกันเป็นผู้นำเพื่อสู่การเปลี่ยนแปลง คิดใหม่ ทำใหม่ โดยฟังคนอื่น ผมอยู่มา 3 ปี ทั้งฟัง ทั้งอ่าน จนตาเริ่มเจ็บ มองอะไรเจ็บ เริ่มต้องใส่แว่นบ่อยขึ้น ฉะนั้นหากเราต้องใช้ตรงนี้ได้จะช่วยลดเรื่องของเอกสารได้เยอะบางทีนั่งอ่านตาแทบแฉะเรื่องนิดเดียวมาเป็นปึก จึงต้องมีการใช้ดิจิทัลใช้ความคิดมาเสริมและสรุป เวลาทำงานอะไรก็ตาม วันหน้ามาทีละชิ้นมันไม่ไหว และเขาก็ไม่สนใจ ตนพยายามสนใจก็ต้องอ่านเยอะ ดังนั้นต้องทำสองอย่างคู่ขนานไปยังต้องมีเอกสารประกอบ ” นายกฯ กล่าว และว่าการพัฒนาคนเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลนี้หลายคนแนะนำว่าต้องพัฒนาเรื่องนั้นก่อนเรื่องนี้ก่อน เวลาตนพูดไม่ฟังคิดแล้วก็พูดตำหนิติติง มันมีคนแบบนี้เยอะ จึงทำงานได้ยาก ดังนั้นนี่คือสิ่งที่พวกท่านต้องลดปัญหาระหว่างทางให้ได้ ในการไปสู่ความสัมฤทธิ์ทำอย่างไรให้ระบบการศึกษาสร้างคนที่มีหลักคิด ไม่ใช่คิดฉลาดก็ได้ คดีดีก็ได้ คิดโกงก็ได้ แต่ต้องคิดวิเคราะห์ ต้องมีหลักคิดที่ถูกต้องหลักคิดที่ดี เอามาต่อยอด คิดสร้างสรรค์ถ้ารัฐบาลต้องช่วยตลอดมันไปไม่ได้ พังกันทั้งประเทศ วันนี้อย่าเอามาตีกันอะไรไม่ดีต้องเอามาแก้ไข ต้องบูรณาการทันการเปลี่ยนแปลงโลกพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า

วันนี้ปัญหาการบริหารจัดการกำลังพลให้มีประสิทธิภาพปัญหาของเราคือถ้าตั้งหรือรับข้าราชการมากเกินไปก็เกิดปัญหาการบรรจุทดแทนการเกษียณอายุราชการต้องมีการปรับจำนวนแต่ไม่ทำให่ท่านเดือดร้อน เพียงแต่ข้าราชการใหม่ที่รับเข้ามาต้องมีรูปแบบต้องเป็นแบบเฉพาะกิจหรือตั้งเป็นพนักงานราชการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างทหารทำตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบวันนี้ต้องจ้างคนพิเศษมาทำตรงนี้จะได้เร็วขึ้นเราต้องเสียเวลาในการอบรมคนที่มีอยู่เดิมนานกว่าจะเก่ง คนที่จบมาโดยตรงแต่เราบรรจุคนทั้งหมดไม่ได้ จึงต้องดูเรื่องการพัฒนาระบบราชการโดยมีพนักงานราชการมีรายได้สูงขึ้น มีค่าตอบแทนพิเศษเพื่อทดแทนการเกษียณอายุ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีใครอยากมา

 

จับตา “ป.ป.ช.” ถกตั้งอนุฯไต่สวนสินบน “โรลส์รอยซ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263605

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 8 มี.ค. 2560

อนุฯไต่สวนสินบน, ถกตั้ง, ป.ป.ช., ถก, อนุฯไต่สวน, พรุ่งนี้, ปปง., เงิน, คืน, คมชัดลึก, บี้, จับตา, ปปช, ตั้ง, อนุ, ไต่สวน, สินบน, โรลส์, รอยซ์, โรลส์รอยซ์, ประธานปปช, สินบนโรลส์รอยซ์

“ประธานป.ป.ช.” แย้มถกตั้งอนุฯไต่สวน “สินบนโรลส์รอยซ์” หรือไม่ พรุ่งนี้ แจง ปปง. บี้เงินคืน ใน2ช่วงแรกที่คดีหมดอายุความได้

           8 มี.ค.60 พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบการตรวจสอบคดีสินบนโรลส์รอยซ์ ว่า ในวันพรุ่งนี้ (9 มี.ค.) คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาว่าจะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนหรือไม่ โดยเบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่าจะใช้คณะกรรมการป.ป.ช. ทั้ง 9 คนเป็นองค์คณะไต่สวน เพราะเป็นคดีระดับชาติ ทั้งนี้ต้องดูรายงานความคืบหน้าและพิจารณาตามหลักฐานที่มีอยู่ ซึ่งขณะนี้พอจะทราบผู้ที่กระทำผิด เพราะมีรายงานว่าอยู่ในช่วงของการจัดซื้อจัดจ้างระยะที่ 3 ระหว่างปี 2547-2548 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ ป.ป.ช. ยังมีอำนาจในการพิจารณาไต่สวน มีทั้งนักการเมือง ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร และบุคคลในหน่วยงาน ส่วนในระยะที่ 1 และ 2 ซึ่งหมดอายุความไปแล้วนั้น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีอำนาจที่จะพิจารณาในการฟ้องทางแพ่ง เพราะ ป.ป.ง.กับป.ป.ช. ได้ดำเนินการร่วมกันอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ถูกกล่าวหาอาจจะเป็นคนที่มีชื่อเสียง และอาจจะเป็นที่จับตามองของประชาชน ป.ป.ช.จะกดดันหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ต้องรอดูในวันพรุ่งนี้ (9 มี.ค.) ว่าจะมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนหรือไม่ โดยย้ำว่าภายใต้กฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญ เบื้องต้นผู้ที่ถูกกล่าวยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์และสามารถที่จะแก้ข้อกล่าวหาได้ เพราะกระบวนการของเราไม่เหมือนกับประมวลกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา ที่มีการควบคุมตัว ซึ่งกระบวนการของเราคนละแบบกัน อาจจะกระทบสิทธิ์บางแต่ไม่ถึงกับร้ายแรง.

 

 

 

แกนนำเพื่อไทย ถกปรองดอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263581

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 8 มี.ค. 2560

แกนนำพรรคเพื่อไทย พบ คกก.ปรองดอง ถก แนวทางสร้างปรองดอง 10 ประเด็น

          8 มี.ค. 60 – เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กทม. นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม เดินทางเข้าหารือ พูดคุยกับคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ที่กระทรวงกลาโหม เพื่อร่วมสร้างแนวทางความสามัคคีปรองดอง พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะตามกรอบ 10 ประเด็น ที่คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) กำหนด.

นายกฯดูงานปราจีน 9 มี.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263512

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 7 มี.ค. 2560

มติครม., นายกฯ, ดูงาน, ปราจีน, มีค, นายกฯดูงานปราจีน, ครม, ประชารัฐ, ร่างพรบอุทยานแห่งชาติ - สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

ครม.ผ่านร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติเข้มพวกทำลายป่า “นายกฯ”กำชับแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ย้ำต้องไม่มีคนของรัฐอยู่ในวงจรทวงหนี้ จ่อดูงานด้านสาธารณสุข จ.ปราจีน 9 มี.ค

       7  มี.ค. — พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุมครม. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ระบุถึงนโยบายของรัฐบาลในการดูแลผู้พิการว่าจะต้องบริการและดูแลอย่างทั่วถึง จึงสั่งการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรุงเทพมหานคร และกระทรวงมหาดไทย ให้สร้างลิฟต์ให้กับผู้พิการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟใต้ดิน หรือรถไฟฟ้า เพราะผู้พิการยังมีความไม่สะดวกในการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนเหล่านั้น  จึงต้องแก้ไขและอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการให้ได้มากที่สุด   

         มท.- ทส. ร่วมตั้งศูนย์บัญชาการ แก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ                     

         พ.อ.หญิงทักษดา กล่าวว่า ในที่ประชุมครม. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ชี้แจงเรื่องการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันประจำปี 60 ของกระทรวงมหาดไทยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 9 จ.ภาคเหนือ มี 2 จุดที่น่าเป็นห่วง คือ ต.พระบาท อ.เมือง และ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ที่มีค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับสูง ทางจังหวัดได้ร่วมบูรณาการกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสั่งการและระดมกำลังแบบบูรณาการ

            ส่วนการแก้ไขนั้นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เตรียมรถฉีดพ่นละอองน้ำแรงดันสูงรถยนต์ดับไฟป่า รถยนต์บรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล และรถยนต์บรรทุกน้ำไปสนับสนุนภารกิจของ 9 จังหวัดภาคเหนือด้วย เพื่อดำเนินการดับไฟป่าและฉีดพ่นละอองน้ำลดปริมาณหมอกควัน ทั้งนี้สำหรับ อีก 56 จังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและหมอกควัน ทางกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการป้องกันและเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวัง รวมถึงการบริหารจัดการ และประสานการทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหมอกควันที่จะลุกลามและรุนแรงต่อไป

          “นายกฯ”กำชับแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ย้ำต้องไม่มีคนของรัฐอยู่ในวงจรทวงหนี้                     

         พ.อ.หญิงทักษดา กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้กำชับในที่ประชุมครม. ถึงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน ให้ทุกฝ่ายช่วยกวดขันเรื่องเจ้าหนี้และลูกหนี้ โดยเฉพาะลูกหนี้ไม่ให้ก่อหนี้ใหม่อีก และกำชับให้ฝ่ายความมั่นคงคอยจับกุมเจ้าหนี้ที่ปล่อยเงินกู้เกินอัตรา และกวดขันอย่าให้มีกำลังพลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าไปร่วมอยู่ในวงจรการทวงหนี้นอกจากนี้นายกฯ ทั้งนี้นายกฯยังขอขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ช่วงเดือน เม.ย.นี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างทั่วถึง

          นายกฯจ่อดูงานด้านสาธารณสุข จ.ปราจีน 9 มี.ค.                                 

          พ.อ.หญิงทักษดา  กล่าวว่า ในวันที่ 9 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. จะลงพื้นที่ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เพื่อตรวจราชการ และเยี่ยมชมคลินิกหมอครอบครัว สาขาศาลาไทย ของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมพูดคุยกับผู้ที่มารับบริการ ซึ่งนโยบายหมอครอบครัวเป็นการส่งแพทย์เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ความรู้เรื่องสาธารณสุขพื้นฐานเบื้องต้นแก่ประชาชนในการป้องกันโรคต่างๆ ทำให้ประหยัดงบประมาณในการรักษาพยาบาล หลังจากนั้นนายกฯจะเดินทางไปโรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง เพื่อพบปะประชาชน ก่อนจะเดินทางไปยังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อตรวจระบบการรักษาพยาบาลและดูความก้าวหน้าของโครงการเมืองสมุนไพร ก่อนจะเดินทางกลับมายัง กทม. ในช่วงบ่าย                 

“ครม.”ไฟเขียวติดดาบคกก.หมู่บ้านรับ“ประชารัฐ”หลังถูกฝุ่นเกาะนาน                                      

             พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัตร ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เรื่องการจัดระเบียบการบริหารหมู่บ้าน โดยใช้กลไกของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เพื่อให้เกิดเอกภาพ และการบูรณาการตามแนวทางประชารัฐ สืบเนื่องจากมติครม.เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 52 เห็นชอบหลักการแนวทางปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกม.แต่กระทรวงมหาดไทยเห็นว่าปัจจุบันยังมีส่วนราชการต่าง   ที่ยังคงจัดตั้งมวลชน หรืออาสาสมัครในพื้นที่ขึ้นมารับผิดชอบงานต่าง  ตามภารกิจของหน่วยในหมู่บ้านโดยไม่ใช้กม. เป็นกลไก                                

          ผู้ช่วยโฆษกฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางปฏิบัติได้แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1.ระยะเร่งด่วน ให้จัดระเบียบอาสาสมัครมวลชน เครือข่าย หรือมวลชนซึ่งเรียกเป็นชื่ออื่นใดที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ที่ตั้งขึ้นในหมู่บ้าน ให้เป็นหน่วยงานที่ได้การยอมรับ และ2.ระยะต่อมาในอนาคต ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และอปท. นำแผนพัฒนาหมู่บ้านที่จัดทำโดย กม. มาเป็นข้อมูลประกอบในการทำแผนพัฒนาท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด และกลุ่มจังหวัด นอกจากนี้ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และอปท. พิจารณากำหนดแผนงานโครงการกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของ กม. ให้สามารถทำหน้าที่อย่างเห็นผล                                                         “ขณะเดียวกันก็ได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบฯเป็นค่าใช้จ่ายในการอำนวยการตามภารกิจของกม. ตามหลักเกณฑ์ที่กอ.รมน. กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย โดยให้เสนอความเห็นชอบต่อกระทรวงการคลังก่อน รวมถึงให้กระทรวงมหาดไทยไปแก้ไขระเบียบกฎหมายให้กม.เป็นศูนย์กลางในระดับหมู่บ้านในการบริหารจัดการและบูรณาการนโยบาย งบประมาณ การวางแผน และการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่บูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกม.ให้เกิดประสิทธิภาพ และกำหนดหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่ของกม.อีกด้วย นอกจากนี้จะมีการแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กม.เปิดบัญชีของหมู่บ้านที่สามารถรองรับงบประมาณ เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ อปท. และองค์กรอื่นๆได้”พ.อ.อธิสิทธิ์กล่าว                                

           ฉลุย“ร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ – สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า” ปรับให้เหมาะกับปัจจุบัน เข้มพวกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ดึงปชช.ร่วมภาครัฐทำงาน

           พ.อ.อธิสิทธิ์  กล่าวว่า  ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และร่างพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ที่มีรายละเอียดคล้ายกัน ซึ่งพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับนี้ถูกใช้เป็นเวลานาน ซึ่งมีบางมาตราไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้ไม่สามารถคุ้มครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามการทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจุบัน และบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยจะต้องให้ประชาชน ชุมชนที่อยู่ในท้องถิ่น และเอกชน มีส่วนร่วมกับภาครัฐในการอนุรักษ์ คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟื้นฟู และจัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ยังต้องให้มีความสอดคล้องกับข้อตกลง หรือพันธะสัญญากับประเทศต่างๆที่ไทยเป็นภาคีสมาชิก เช่น อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ หรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น                                                          

          สำหรับสาระสำคัญในร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ได้กำหนดความหมายของอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน และสวนรุกขชาติ เป็นการกำหนดในที่ดินที่มีสภาพธรรมชาติน่าสนใจ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)มีส่วนร่วมในการตรวจสอบแนวเขตหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ด้วย นอกจากนี้ยังได้กำหนดบทบัญญัติข้อห้ามเด็ดขาดไม่ให้กระทำการใดๆในเขตอุทยานแห่งชาติ และกำหนดให้การกระทำใดๆนอกเขตอุทยานแห่งชาติที่ส่งผลกระทบเสียหายในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ ถือว่าเป็นการกระทำความผิด และได้มีการกำหนดเขตต่างๆขึ้นมา เช่น เขตสงวนสภาพธรรมชาติ ห้ามมีการเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิมโดยเด็ดขาด เขตศึกษาธรรมชาติ สามารถอนุญาตให้กระทำได้บางกรณี เช่น การท่องเที่ยว นันทนาการ การบริการ ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้กำหนดไว้ ตามความเห็นชอบของรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม                                   

        “นอกจากนี้ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ยังได้เพิ่มอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ สามารถให้ผู้ใดผู้หนึ่งออกจากเขตอุทยานแห่งชาติได้ และสามารถสั่งเป็นหนังสือให้ผู้กระทำความผิดต่อพ.ร.บ.นี้ รื้อถอน แก้ไข ทำให้กลับสู่สภาพเดิม หรือทำอื่นใดแก่สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายทำให้พื้นที่เสื่อมสภาพได้ ส่วนผู้กระทำผิดจะต้องชดใช้ หรือออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับมาเหมือนเดิม สำหรับบทเฉพาะกาลจะมีการกำหนดรองรับการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ตามมาตรการและแนวทางเหมาะสมเพื่อช่วยเหลือประชาชน หรือมีที่ทำกินอยู่แล้วในอุทยานแห่งชาติ โดยประชาชนกลุ่มนี้จะต้องขึ้นทะเบียนกับกรมอุทยานแห่งชาติฯก่อนพ.ร.บ.นี้จะบังคับใช้ และมอบอำนาจให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯจัดทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติเสนอครม.พิจารณาต่อไป” พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าว                                         

         ผู้ช่วยโฆษกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนร่างพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มีหลักการเหตุผลคล้ายๆกัน ในสาระสำคัญได้กำหนดการคุ้มครองสัตว์ป่า ห้ามไม่ให้ผู้ใดครอบครอง นำเข้า ส่งออก และนำผ่านสัตว์ป่าสงวน คุ้มครอง ซากสัตว์ป่าสงวน คุ้มครอง เว้นแต่เป็นไปตามที่พ.ร.บ.บัญญัติไว้ สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้กำหนดที่ดินที่ยังไม่มีใครมีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครองครองเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อีกทั้งให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกำกับดูแลกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ  และกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ขณะที่บทเฉพาะกาล จะเป็นเช่นเดียวกับร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 

 

มีเวลา “10เดือนครึ่ง” ก่อนเคาท์ดาวน์วันเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263479

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 7 มี.ค. 2560

คมชัดลึก, การเมือง, พรรค, กกต., สนช., ระยะ, กฎหมายลูก, ปฏิทิน, เวลา, เดือน, ครึ่ง, ก่อนเคาท์, ดาวน์, วัน, เลือกตั้ง, มีเวลา, 10เดือนครึ่ง, มีชัย

“มีชัย” เผยปฏิทินทำกฎหมายลูก กรอบสูงสุด 10เดือนครึ่ง ก่อนนับระยะเลือกตั้ง 150 วัน ย้ำย่นเวลาได้ หาก สนช. ทำกฎหมายกกต.-พรรคการเมือง เสร็จ

          7 มี.ค. 60 – นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ  (กรธ.) กล่าวถึงปฏิทินทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้ต้องทำจำนวน 10 ฉบับให้เสร็จภายใน 8 เดือนนับจากมีรัฐธรรมนูญใช้บังคับว่า เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีความพร้อม กรธ.จะส่ง ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองให้สนช.พิจารณา จากนั้นต้องรอดูเนื้อหาของร่างกฎหมายดังกล่าวว่าจะปรับแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ก่อนที่จะทำร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. และส่งให้ สนช. พิจารณา เหตุผลสำคัญคือ ต้องรอให้พรรคการเมืองและ กกต. เตรียมความพร้อมด้านที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จก่อน อย่างไรก็ตามระหว่างที่ต้องรอความชัดเจนของร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. และ ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น กรธ.กำหนดว่าจะทยอยส่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมูญฉบับอื่นๆ ไปให้สนช. เดือนละฉบับต่อเนื่องกันไป

“หากพิจารณากรอบเวลาสูงสุดของการทำกฎหมายลูก คือ  8 เดือน และบวกเวลาที่สนช.ต้องพิจารณาอีก 2 เดือน รวมเป็น 10 เดือน แต่หากมีข้อขัดแย้งที่กรธ. และสนช.ต้องพิจารณาร่วมกัน ต้องบวกเวลาเพิ่มอีก 30 วัน ดังนั้นกรอบเวลาสูงสุดจะเป็นตรงนั้น คือ 10 เดือนครึ่งแต่อาจทำให้เสร็จเร็วกว่านี้ โดยคำตอบอยู่ที่เนื้อหาที่ชัดเจนของกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง, กฎหมายว่าด้วยกกต. และการเตรียมความพร้อมของพรรคการเมืองที่ต้องเตรียมความพร้อมกับกฎหมายใหม่ทุกพรรคเพื่อให้แฟร์เพลย์กับทุกพรรคการเมือง ขณะที่กรอบเวลาเลือกตั้งภายใน 150 วันนับแต่กฎหมายลูก 4 ฉบับบังคับใช้นั้น คือ วันเลือกตั้ง โดยจะไม่นับส่วนของการตรวจสอบการทุจริตเลือกตั้งหรือการเลือกตั้งซ่อม” นายมีชัย กล่าว

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับการทำร่างกฎหมายหลังจากที่รัฐธรรมนูญใหม่ใช้บังคับ ซึ่งกำหนดให้ต้องรับฟังความเห็นของประชาชนประกอบด้วยนั้น เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อเวลาการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญของสนช. ที่กำหนดไว้ฉบับละ 2เดือน เพราะสามารถใช้ช่องทางการเปิดฟังความเห็นผ่านทางเว็ปไซต์ได้.

 

ชัดเจนนะ ไม่ใช้ ม.44 แก้ไฟใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263473

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 7 มี.ค. 2560

คมชัดลึก, คนยุ, สื่อ, มั่นคง, พ.ร.บ.ฉุกเฉิน, ไฟใต้, ม.44, นายกฯ, ชัดเจน, ไม่, ใช้, ม44, แก้, ใต้, ชัดเจนนะ, ไม่ใช้, แก้ไฟใต้, บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่” ลั่น ไม่ใช้ ม.44 แก้ไฟใต้ ชี้ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน-ความมั่นคง แรงกว่า ขอสื่อตามตัวคนยุ

          7 มี.ค. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายชาวพุทธ 3 จังหวัดชายแดนใต้เรียกร้องให้ใช้อำนาจมาตรา 44 แก้ปัญหาในพื้นที่ว่า ขอให้ดูว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไขปัญหาอย่างไรบ้าง หรือว่าไม่เข้าใจ บางคนบอกว่ารัฐบาลใช้มาตรา 44 นี้มากเกินไป จนไม่เกิดประโยชน์ แต่เมื่อกฎหมายปกติใช้ไม่ได้ ไม่มีใครเคารพนับถือ ก็ต้องใช้กฎหมายพิเศษ สำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 ซึ่งมาตรา 44 เบากว่ากฎหมายทั้ง 2 ฉบับ เพราะสามารถยกเว้นหรือยกเลิกได้ สามารถทำในรูปแบบของเบาหรือหนักก็ได้ ดังนั้นขอให้เข้าใจ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้ทำความเข้าใจในเรื่องที่เครือข่ายชาวพุทธ 3 จังหวัดเรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาไปแล้ว ผ่านศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทุกอย่างยุติลงแล้ว แต่ก่อนหน้านี้มีคนไปยุ ซึ่งวันนี้มีหลายพวกไปกระทุ้งตรงโน้นตรงนี้ ขอให้สื่อไปหามาให้ด้วยว่าเป็นใคร แล้วจะให้ 2 ศาสนาเกิดความขัดแย้งได้อย่างไร ไม่คิดว่าจะมีใครมาแทรกแซงหรือ ทั้งนี้ องค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) เข้าใจดีว่าต้องแก้ไขปัญหาในประเทศไทยให้ได้ก่อน โดยโอไอซี ได้ติดตามและเห็นความก้าวหน้าตามลำดับ มีแต่คนไทยด้วยกันที่พยายามจะไล่กันไปไล่กันมาจนมีเรื่อง.

 

“ประวิตร”ยันไม่ใช้ ม.44 แก้ไฟใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263471

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 7 มี.ค. 2560

ไฟใต้, ม.44, ประวิตร, ยัน, ไม่, ใช้, ม44, แก้ไฟใต้ , ประวิตรยันไม่ใช้

“ประวิตร”ยันจุดยืนไม่ใช้ม.44 แก้ไฟใต้ ชี้มีกฎอัยการศึก คาดเหตุลอบยิงผช.ผู้ใหญ่บ้าน-ทหาร เอี่ยวการเมืองท้องถิ่น เชื่อความไม่สงบกลุ่มมาราปาตานีไม่เอี่ยว

        7  มี.ค. —  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเครือข่ายชาวพุทธภาคใต้เสนอให้รัฐใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ว่า ในพื้นที่มีกฎอัยการศึกอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไร แต่สถานการณ์บางครั้งก็เป็นงานด้านความมั่นคง บางครั้งก็ไม่ใช่ ปะปนกันไป บางครั้งก็เกี่ยวกับเรื่องการเมืองท้องถิ่นด้วย ขณะนี้กำลังสอบสวนอยู่ ว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน

       ผู้สื่อข่าวถามว่าสาเหตุการลอบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มาจากอะไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เบื้องต้นน่าจะเป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่น เพราะเขาเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แต่รายละเอียดแม่ทัพภาคที่ 4 กำลังสรุปมา   ส่วนที่ลอบยิงทหารในวันเดียวกันนั้นมีสาเหตุจากอะไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า น่าจะเป็นเป็นเช่นเดียวกัน

       พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย หลังจากพูดคุยสันติสุขว่า ต้องรอให้มีการตกลงให้ได้ก่อน รอความชัดเจนจากคณะพูดคุยว่าใน 5 พื้นที่จะมีพื้นที่ใดบ้าง แต่เหตุความไม่สงบที่ผ่านมา ไม่เกี่ยวกับการพูดคุยสันติสุข เพราะมีการออกมาระบุแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การดำเนินการของกลุ่มมาราปาตานี            

       “ประวิตร”แจงประสานเรือดำน้ำรอลุยถกจีทูจี   

พล.อ. ประวิตร   กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำว่า เรื่องนี้อยู่ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณ ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่จะเสนอครม. เมื่อไหร่เท่านั้นเวลานี้อยู่ในขั้นตอนประสานงานกับประเทศที่เราจะซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)

 

“ประวิตร”สั่ง !!! จนท.บุกวัดธรรมกายให้ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263466

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 7 มี.ค. 2560

ประวิตร, สั่ง, จนท, กวัด, ธรรมกาย, ให้, ได้, ประวิตรสั่ง, บิ๊กป้อม

“บิ๊กป้อม”เข้มสั่งจนท.บุกวัดธรรมกายให้ได้ ย้อนสื่อศึกยืดเยื้ออยากตีพระหรือไม่ เผยสร้างคลองรอบอาคารบุญรักษาไร้ปัญหา ไม่เหมือนสร้างป้อม ชิงยุทธวิธีเชิงทหาร

        7  มี.ค. — พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นห่วงระหว่างการเผชิญหน้าของเจ้าหน้าที่รัฐและศิษยานุศิษย์วัดธรรมกายว่า เจ้าหน้าที่รัฐต้องหาทางเข้าไปดูในสิ่งที่วัดธรรมกายไม่ต้องการให้ดู ให้ได้ ส่วนพระธัมมชโยจะมอบตัวหรือไม่ ตนไม่ทราบแต่ต้องเข้าไปและตกลงกันให้ได้ ไม่อยากให้สื่อห่วงใยมาก แต่เจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่ไปเรื่อย ๆ แต่ขอให้เวลาสักระยะ ส่วนที่มองว่าการดำเนินการจับกุมยืดเยื้อแล้วสื่อจะให้ทำอย่างไร จะให้เข้าไปตีพระหรือไม่

        ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ถ้านำกำลังออกมาแล้ว ใช้ตัวแทนเข้าเจรจาในการพูดคุย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราทำอยู่แล้ว สื่อไม่ต้องสอน และเตรียมการพูดคุยอยู่แล้ว ขอให้ใจเย็นๆ เพราะเจ้าหน้าที่มีขั้นตอนดำเนินการอยู่ ส่วนที่มีการขุดคลอง และสร้างแบริเออร์ บริเวณอาคารบุญรักษานั้น ตนทราบแล้ว ไม่เป็นอะไรเพราะทางวัดไม่ได้ถึงกับสร้างป้อมหรือสร้างค่ายอะไรในเชิงยุทธวิธีทหาร มองว่าเป็นการไม่ต้องการให้รถผ่านเท่านั้น