ปภ.เร่งสำรวจ-ช่วยเหลือ7จว. หลังได้รับผลกระทบจากวาตภัย!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263732

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560, 13.15 น.

4 เม.ย.60 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานช่วงวันที่ 31 มีนาคม – 4 เมษายน 2560 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยรวม 7 จังหวัด 11 อำเภอ 22 ตำบล 42 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 181 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยด่วนแล้ว พร้อมประสาน 15 จังหวัดภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในช่วงวันที่ 4 – 7 เมษายน 2560 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย รวมถึงเตรียมพร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 31 มีนาคม – 4 เมษายน 2560 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย รวม 7 จังหวัด 11 อำเภอ 22 ตำบล 42 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 181 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี และขอนแก่น ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ และอุตรดิตถ์ และภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี สระบุรี และสมุทรสาคร

ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจ ประเมินและจัดทำบัญชีข้อมูลความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซียจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคใต้ ประกอบกับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยวันที่ 4 – 5 เมษายน 2560 มีฝนตกหนักและฝนตกหนักมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล และในช่วงวันที่ 6 – 7 เมษายน 2560 มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา และภูเก็ต

ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือ โดยด่วนต่อไป

ปภ.เตือน15จังหวัดภาคใต้!! เตรียมรับมือฝนตกหนัก4-7เม.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263722

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560, 11.16 น.

4 เม.ย.60 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 15 จังหวัดภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในช่วงวันที่ 4-7 เมษายน 2560 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว และวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที รวมถึงสำรวจท่อระบายน้ำ ทางระบายน้ำไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขา ที่ราบต่ำ ริมชายฝั่งทะเล รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซียจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคใต้ ประกอบกับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่ง

โดยวันที่ 4–5 เมษายน 2560 มีฝนตกหนักและฝนตกหนักมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

และในช่วงวันที่ 6–7 เมษายน 2560 มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา และภูเก็ต

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง คลื่นสูงประมาณ ๒ เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า ๒ เมตร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในช่วงระหว่างวันที่ 4–7 เมษายน 2560

โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ทีมกู้ชีพกู้ภัยประจำตำบล ชุดกู้ชีพกู้ภัยทางน้ำและทางทะเล รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันทีที่เกิดภัย อีกทั้งสำรวจท่อระบายน้ำ ทางระบายน้ำไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขา ที่ราบต่ำ ริมชายฝั่งทะเล รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ สถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ ทางทะเล สถานประกอบการ ร้านค้าบริเวณริมชายหาด เรือโดยสาร นักท่องเที่ยว เกษตรกรที่ประกอบอาชีพประมง เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามพยากรณ์อากาศและปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

หัวหน้าอุทยานฯเตรียมลงดาบ!!! เอาผิดนทท.ตะโกนยั่วช้างป่าเขาใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263686

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560, 20.59 น.

3 เม.ย. 60 จากกรณี เพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 ได้มีการนำคลิปของนักท่องเที่ยวขับรถเก๋งสีขาว บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก่อนจะพยายามแกล้งช้างป่าด้วยการตะโกนท้าทาย จนช้างป่าเริ่มโกรธ พยายามวิ่งมาหา คนขับรถหนี จากนั้นคนขับยังตะโกนท้าทายช้าง พร้อมแสดงอารมณ์สนุกสนาน โดยพยายามถ่ายรูป และคลิป ก่อนคนขับจะตะโกนว่า “มันจะไปวิ่งเร็วกว่าคัมรี่ได้ไง”
ล่าสุด นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณด่านทางเข้า-ออกอุทยานแห่งเขาใหญ่ เพื่อตรวจสอบรถที่มีลักษณะตามที่ปรากฎในคลิปดังกล่าว เนื่องจากมีหลักฐานทั้งภาพและเสียง เพื่อนำไปตรวจสอบเลขทะ เบียนรถ ของนักท่องเที่ยวรายนี้ และส่งข้อมูลกับตำรวจ เพื่อแจ้งความเอาผิดข้อหารบกวนสัตว์ป่า มีโทษเปรียบเทียบปรับ 500 บาท และอีกข้อหาความผิดตามพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ข้อหาไม่ปฏิบัติตามเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ มีโทษจำคุก 1 เดือน
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บอกอีกว่า ขณะนี้กังวลว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแบบรายที่ปรากฎในคลิป อาจจะส่งผลต่อพฤติกรรมของช้างป่าเขาใหญ่จนเกิดความก้าวร้าว และในอนาคตจะยิ่งทำให้เกิดปัญหาด้านการจัดการสัตว์ป่า ที่ผ่านมาแม้จะมีการทำป้ายเตือน และการแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ และแจกระเบียบตั้งแต่ทางเข้าอุทยาน แต่ยังคงมีนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จนอุทยานเขาใหญ่ ต้องออกมาตรการ ใหม่ให้ผู้ที่พบเห็นการกระทำผิดแจ้งผ่านโซเชียล “ทำจริง จับจริง ไล่จริง” และมีการทำป้ายไว้ที่บริเวณทางขึ้น-ลงเขาใหญ่ทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งจังหวัดปราจีนบุรี และอ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
พร้อมขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่า ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ยืนยันว่า ขณะนี้มีการออกระเบียบปฏิบัติต่างๆมากมาย สำหรับการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ไม่อยากให้เกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสีย อยากให้ทั้งคนและสัตว์ป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย โดยเชิญชวนให้ผู้พบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่า แจ้ง 1362 สายด่วนกรมอุทยาน

ลอบจุดไฟเผาป่า!จ.แม่ฮ่องสอน ดับไฟลำบากมีเชื้อเพลิงสะสม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263583

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560, 15.03 น.

3 เม.ย.60. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้พบเห็นไฟป่าบริเวณเทือกเขา ด้านหลังศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ติดชุมชนบ้านห้วยโป่งแข่ ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จึงได้แจ้งไปยังศูนย์อำนวยการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ต่อมาทางศูนย์ได้แจ้งแก่ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน อ.เมืองแม่ฮ่องสอน นำเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วยปกครอง อ.เมือง มส. สถานีควบคุมไฟป่า มส. ทหาร ฉก.ร17 และ ร้อย. ร. 1731 (กุงไม้สัก) อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา น้ำตกผาเสื่อ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย (ปางหมู) หน่วยป้องกันรักษาป่า มส.1 (ม่วงต๊อบ) หน่วยป้องกันรักษาป่า มส.2 (ม่อนตะแลง) หน่วยป้องกันรักษาป่า มส.3 (ห้วยโป่ง) หน่วยป้องกันรักษาป่า มส.28 (ห้วยตอง) เข้าดำเนินการในพื้นที่หลังศาลากลาง โดยใช้เวลาในการดับไฟป่ากว่า 2 ชั่วโมง

ล่าสุดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 ยังคงวางกำลังในที่เกิดเหตุเนื่องจากไฟป่ายังไม่ดับสนิท ซึ่งสาเหตุของไฟป่ามาจากการลอบจุดไฟเผาป่า ของราษฎรที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง เพื่อต้องการเก็บเห็ดในต้นฤดูฝนที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตามพื้นที่ป่าดังกล่าว เป็นพื้นที่ป่าที่มีการควบคุมห้ามเผาต่อเนื่องมากว่า 3  ปี แต่มาปีนี้มีการลอบเผาส่งผลให้ไฟป่ามีความรุนแรงและขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปริมาณเชื้อเพลิงสะสมมีอยู่เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. ชุดปฏิบัติการดับไฟป่า ของหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่  17 ที่ยังคงวางกำลังไว้ที่จุดเกิดเหตุได้รายงานด่วนเข้ามาว่า ได้เกิดไฟป่าลุกลามขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากสะเก็ดไฟป่าได้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และตกลงมาแนวหลังของแนวกันไฟ ที่ได้ทำไว้แต่ต้น ทำให้เกิดไฟป่าลุกลามขึ้นมาเป็นรอบที่สอง โดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามทำการดับไฟป่าอีกเป็นรอบที่สอง และสามารถควบคุมไฟป่าได้อย่างเรียบร้อยเมื่อเวลา 13.20 น. ที่ผ่านมา

 

แฉคลิปเก๋งยั่วช้างป่าท้าวิ่งไล่ ตะโกน’จะเร็วกว่ารถได้ไง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263572

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560, 14.31 น.

3 เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 ได้มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ ขณะนักท่องเที่ยวชาวไทย ขับรถเก๋งบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พร้อมกับพยายามแกล้งช้างป่า โดยมีการกระโกนท้าทาย จนทำให้ช้างเกิดอารมณ์โกรธ และพยายามวิ่งมาหา ก่อนจะรีบขับรถหนี และตะโกนแสดงอารมณ์สนุกสนาน รวมถึงส่งเสียงหัวเราะ พยายามถ่ายรูปและคลิป โดยคนขับถึงกับตะโกนพูดขณะช้างวิ่งไล่ว่า“มันจะไปวิ่งเร็วกว่าคัมรี่ได้ไง”

โดยคลิปดังกล่าว หลังได้รับการเผยแพร่ทางสื่ออนไลน์ ได้เกิดกระแสวิจารณ์ ว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูก ทั้งยังอาจส่งผลต่ออารมณ์ช้าง และอาจเกิดอารมณ์กับนักท่องเที่ยวในภายหลังอีกด้วย

ขอบคุณ :  เพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4

ปภ.แจงผลกระทบวาตภัย7จ. เตือนใต้รับมือฝนตกหนัก3–5เม.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263524

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560, 10.22 น.

3 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานช่วงวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน 2560 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย รวม 7 จังหวัด 11 อำเภอ 22 ตำบล 42 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 181 หลัง ผู้บาดเจ็บ 1 ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหาย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยด่วนแล้ว อย่างไรก็ตาม พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง บางแห่ง ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ในช่วงวันที่ 3 – 5 เมษายน 2560 ปภ.ได้ประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย รวมถึงเตรียมพร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 31 มีนาคม – 2เมษายน 2560 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย รวม 7 จังหวัด 11 อำเภอ 22 ตำบล 42 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 181 หลัง ผู้บาดเจ็บ 1 ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี และขอนแก่น ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ และอุตรดิตถ์ ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี สระบุรี และสมุทรสาคร ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพ ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ดังนี้ ช่วงวันที่ 3 – 4 เมษายน 2560 บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วนในวันที่ 5 เมษายน 2560 มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง และพังงา อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่ตอนบนของประเทศเตรียมรับมือฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ ขณะที่จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้เตรียมรับมือฝนตกหนัก ในช่วงวันที่ 3 – 5 เมษายน 2560

อย่างไรก็ตามได้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย พร้อมจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรง อยู่ให้ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง

ท้ายนี้หากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อนและภาวะฝนตกหนัก สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

อ่างเก็บน้ำ’ฝายห้วยกระเดิน’วิกฤต! น้ำผลิตประปาใกล้หมดสุดแห้งแล้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263516

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560, 09.09 น.

3 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อ่างเก็บน้ำฝายน้ำล้นห้วยกระเดิน ตั้งอยู่เขตติดต่อระหว่าง ต.โพนเขวา อ.เมืองศรีสะเกษ และ ต.ดู่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ชาวบ้านใน ต.ดู่ อ.กันทรารมย์ได้อาศัยน้ำจากอ่างห้วยกระเดินในการเกษตร รดสวนผัก สวนพริก สวนหอมแดง และ อบต.โพนเขวา ก็ยังใช้น้ำจากอ่างห้วยกระเดิน ในการผลิตน้ำประปาจ่ายให้ประชาชนในตำบลโพนเขวา ได้ใช้อุปโภคบริโภคอีกหลายหมู่บ้าน

ขณะนี้น้ำในอ่างห้วยกระเดิน ลดลงมากและคาดว่าจะมีน้ำเหลือใช้อีกในเดือนเมษายนนี้เท่านั้น ถ้าสิ้นเดือนเมษายนนี้ ฝนไม่ตกลงมาชาวบ้านก็จะไม่มีน้ำผลิตประปาอย่างแน่นอน

นอกจากนี้พื้นที่ทุ่งนารอบบริเวณฝายน้ำล้นอ่างห้วยกระเดิน ยังมีสภาพแห้งแล้ง วัวควายที่เจ้าของนำออกมาเลี้ยง ต้องเล็มหญ้าและตอซังแห้งกินพอประทังความหิว

 

ฝนตกฤดูร้อนลมหนาวมาเยือน! ชาวบ้านศรีสะเกษผิงไฟคลายหนาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263514

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.54 น.

3 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ รายงานสภาพอากาศว่า ขณะนี้บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ปกคลุม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างยังคงมีฝนหรือฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ และอากาศจะคลายความร้อนลง

โดยจากสภาพที่มีลมพายุฤดูร้อนเข้าพัดถล่มพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และหอบเอาฝนมาตกติดต่อกันหลายวันนั้น ทำให้อากาศลดความร้อนแรงลง อุณหภูมิลดลง ตามพื้นที่ราบทั่วไปต่ำสุดอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียส ตามยอดภู ที่จุดชมวิวผามออีแดง อช.เขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 17 องศาเซลเซียส มีหมอกบาง ลมแรง อากาศหนาวเย็น ทำให้ชาวบ้านต้องก่อไฟผิงคลายหนาว

 

ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมแรง อ่าวไทยตอนล่างสูงประมาณ2เมตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263507

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.02 น.

3 เม.ย.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ มีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนลดน้อยลง

อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศมาเลเซียประกอบกับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(3เม.ย.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดกำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 27-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์
อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป : ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองระยะนี้ กทม.-ปริมณฑลเตรียมรับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263375

วันอาทิตย์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.12 น.

2 เม.ย. 60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนปกคลุมภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงหลายพื้นที่ อนึ่งหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมด้านตะวันออกของประเทศมาเลเซียประกอบกับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้
ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ มีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป : ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.