ปภ.เร่งช่วยผู้ประสบภัยทั้ง28จังหวัด พร้อมเฝ้าระวังฝนตกหนักภาคใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262742

วันพุธ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560, 10.28 น.

29 มี.ค.60 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานช่วงวันที่ 14-29 มี.ค.60 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยรวม 28 จังหวัด 104 อำเภอ 204 ตำบล 603 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 5,999 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยด่วนแล้ว อย่างไรก็ตาม พื้นที่ภาคใต้จะมีฝนตกหนัก  บางแห่งในช่วง 1-2 วันนี้ ปภ. จึงได้ประสานจังหวัดจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ และเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมพร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 14-29 มี.ค. 60 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย รวม 28 จังหวัด 104 อำเภอ 204 ตำบล 603 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 5,999 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ เลย สกลนคร มหาสารคาม นครราชสีมา หนองคาย ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ชัยภูมิ บึงกาฬ อำนาจเจริญ อุดรธานี บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ และหนองบัวลำภู ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ พะเยา เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และเชียงใหม่ ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี นครสวรรค์ สุโขทัย ชัยนาท และสระบุรี และภาคตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว และตราด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจ ประเมิน และจัดทำบัญชีข้อมูลความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงวันที่ 29 มี.ค.60 พื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีปริมาณฝนลดลง  ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วง 1-2 วันนี้

ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมรับมือฝนตกและฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย อีกทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที รวมทั้งตรวจสอบท่อและทางระบายน้ำในเขตเมืองมิให้มีสิ่งของหรือวัสดุอุดตัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวาตภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

พายุฤดูร้อนถล่ม’เขาหลัก’น้ำท่วมขังซ้ำซาก ปชช.2ข้างทางวอนผู้เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262727

วันพุธ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.47 น.

29 มี.ค. 60 เมื่อช่วงเย็นของวันที่28มี.ค.60 บริเวณซอยชายทะเลบางเนียง ม.5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา หลังจากเกิดฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก ทั่วแหล่งท่องเที่ยวเขาหลักจนเกิดน้ำท่วมเส้นทางจราจรหลายจุด ความสูงประมาณ 20 เซนติเมตร รถเล็กผ่านไม่สะดวก ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเขาหลัก ต้องระดมกำลังออกอำนวยความสะดวกด้วยการเปิดไฟสัญญาณเตือนให้กับประชาชน นำขยะออกจากปากท่อและปากคูระบายน้ำเพื่อลดปริมาณน้ำที่ท่วมขังบนผิวการจราจร แต่กลับพบหลายจุดเกิดน้ำท่วมขังซ้ำซากเจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามนำทรายออกจากคูระบายน้ำกลางถนนแต่พบขุดอย่างไรก็เจอแต่ทรายทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้

ด้านประชาชน 2 ข้างทาง เปิดเผยว่าบริเวณดังกล่าวเมื่อเกิดฝนตก จะเกิดน้ำท่วมขังทั้งที่อยู่ห่างกับทะเลไม่ถึง 200 เมตร เมื่อรถวิ่งไปมาทำให้น้ำไหลเจ้ามาในร้านค้าและบ้านเรือนจนข้าวของเกิดความเสียหาย หากเป็นช่วงฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำที่สูงและมากกว่าช่วงนี้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่หาวิธีแก้ไขปัญหาเป็นการด่วน ก่อนฤดูฝนจะมาถึง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ตั้งแต่ฤดูฝนที่ผ่านมา พบว่า มีรถจำนวนหลายคันที่วิ่งผ่านเส้นทางดังกล่าวและเกิดความเสียหายเนื่องจากน้ำเข้าเครื่องยนต์

ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง ‘กทม.-ปริมณฑล’อากาศร้อน!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262720

วันพุธ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.01 น.

29 มี.ค.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีปริมาณฝนลดลง ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วง 1 – 2 วันนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาปกคลุมประเทศลาว ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง สำหรับลมตะวันออกกำลังปานกลางพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป : ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 

เล่นน้ำร้อนนี้อย่างไรให้ปลอดภัย ระวังเล่นน้ำนานเสี่ยง!ตะคริว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262625

วันอังคาร ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560, 15.37 น.

28 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยวทะเลอย่างปลอดภัย โดยตรวจสอบสภาพอากาศ หากมีประกาศเตือนภัยควรงดหรือเลื่อนการเดินทาง ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว หากเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ให้หลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าว พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องใช้ที่จำเป็นให้พร้อมใช้งาน ที่สำคัญ ควรเลือกเล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัยสวมเสื้อชูชีพหรือใช้ห่วงยางทุกครั้งที่เล่นน้ำ รวมทั้งไม่เล่นน้ำใกล้เครื่องเล่นทางน้ำ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทะเล

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ฤดูร้อนเป็นช่วงที่ประชาชนนิยมท่องเที่ยวทะเล แต่หากขาดความระมัดระวังในการเล่นน้ำ ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวนและคลื่นลมทะเลมีกำลังแรง ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับอันตราย เพื่อความปลอดภัย  ปภ.ขอแนะข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยวทะเลอย่างปลอดภัย ดังนี้ เตรียมพร้อมเที่ยวทะเลปลอดภัย ตรวจสอบสภาพอากาศ โดยติดตามพยากรณ์อากาศ หากมีประกาศเตือนคลื่นซัดฝั่ง พายุลมแรง หรือฝนตกหนัก ควรงดหรือเลื่อนการเดินทาง เปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยว ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว อาทิ ระดับความลึก ความสูง และความแรงของคลื่น กระแสลม หากเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ให้หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำ หรือท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าว  จัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องใช้ที่จำเป็น อาทิ ยารักษาโรค เสื้อชูชีพ ห่วงยางยาบรรเทาอาการแมลงสัตว์กัดต่อย สำหรับใช้งานในยามฉุกเฉิน รู้ทันอันตราย

ส่วนการเล่นน้ำทะเลให้ปลอดภัย เลือกเล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย ไม่เล่นน้ำบริเวณที่มีระดับน้ำลึก กระแสน้ำไหลวน มีคลื่นสูงซัดฝั่ง บริเวณที่มีป้ายหรือธงสัญลักษณ์เตือนอันตราย รวมถึงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษ ไม่เล่นน้ำในพื้นที่หรือช่วงเวลาเสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะบริเวณที่มีร่องน้ำลึก มีโขดหินใต้น้ำ อีกทั้งในขณะหรือภายหลังฝนตก เพราะทะเลมีคลื่นสูงและซัดฝั่งรุนแรง จึงเสี่ยงต่อการจมน้ำเสียชีวิต หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำบริเวณที่มีเครื่องเล่นทางน้ำ อาทิ สกู๊ตเตอร์ บานาน่าโบ๊ท เจ็ตสกี เพราะเสี่ยงต่อการได้รับอันตราย ไม่เล่นน้ำในบริเวณที่ห่างจากกลุ่มคน เพราะหากเป็นตะคริว หรือเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที สวมเสื้อชูชีพหรือห่วงยางที่ได้มาตรฐานอย่างถูกวิธี

กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้สามารถลอยตัวรอการช่วยเหลือ ดูแลการเล่นน้ำของเด็กอย่างใกล้ชิด โดยให้เด็กสวมใส่เสื้อชูชีพตลอดเวลาที่เล่นน้ำ ไม่ให้เด็กเล่นน้ำหรืออยู่บริเวณชายหาดตามลำพัง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เด็กจะไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย โดยไม่เล่นน้ำหลังรับประทานอาหาร และไม่เล่นน้ำเป็นเวลานาน เพราะอาจเป็นตะคริว ทำให้จมน้ำเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ การเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง โดยตรวจสอบสภาพอากาศ เลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการเล่นน้ำหรือประกอบกิจกรรมทางทะเลจะช่วยให้การท่องเที่ยวทะเลเป็นไปด้วยความปลอดภัย

 

แม่น้ำกกตอนล่างเริ่มแห้งขอด ชลประทานเตือนงดปลูกพืชใช้น้ำมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262608

วันอังคาร ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560, 14.59 น.

28 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า ปัจจุบันสภาพของแม่น้ำกก ตั้งแต่บริเวณด้านหลังเขื่อนบ้านป่าบง ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งจะมีปลายทางไหลลงสู่แม่น้ำโขง ด้านอำเภอเชียงแสน โดยไหลผ่านพื้นที่อำเภอเวียงชัย เวียงเชียงรุ้ง และดอยหลวง อยู่ในสภาพที่น้ำแห้งขอดบางช่วงเป็นเนินทรายผุดขึ้นมาอย่างเห็นได้ โดยมีน้ำเป็นลำธารไหลผ่านเป็นร่องเล็กๆ สามารถเดินข้ามสัญจรไปมาได้ ทำให้ชาวบ้านและเด็กๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำต่างพากันนำอุปกรณ์หาปลาโดยเฉพาะแห ออกมาจับปลากันอย่างคึกคัก  เนื่องจากทางชลประทานได้มีการปิดประตูระบายน้ำโดยเปิดเพียง 2-3 บานจากที่มีอยู่ 11 บาน และก็เปิดเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้เพราะสภาพภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ทำให้ทางชลประทานต้องกักเก็บน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวทางพื้นที่ทางการเกษตรตอนบนของเขื่อนที่มีการเพาะปลุกกันหลายหมื่นไร่ให้เพียงพอตลอดฤดูแล้ง

โดยนายกฤตย์  สวาสดิ์มิตร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย กล่าวว่าจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ทั้งหมด 7,298,981 ไร่ เป็นพื้นที่ทางการเกษตร 2,584,165 ไร่  จังหวัดเชียงรายแล้วโดยพบว่ามีปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้ตามแหล่งต่างๆ รวมทั้งสิ้น 217.65  ล้านลูกบาศน์เมตร มากกว่าปีที่ผ่านมา 28% ซึ่งเพียงพอต่อพื้นที่เกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภคในบริเวณพื้นที่โครงการและชลประทานรวม 1,725,136 ไร่ แต่จะมีปัญหาในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งไม่ควรปลูกพืชที่ใช้น้ำมากหรือเป็นไปได้ควรงดปลูกพืชทุกชนิดเพราะอาจทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำได้

 

สระแก้วแล้งหนัก!แจกน้ำช่วยเหลือ แนะปลูกพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262578

วันอังคาร ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560, 13.27 น.

28 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 1 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว รวม 3 อำเภอ 13 ตำบล 85 หมู่บ้าน ซึ่ง ปภ.ได้จัดรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน พร้อมประสานจังหวัดสำรวจปริมาณน้ำต้นทุน ในพื้นที่จัดทำบัญชีแหล่งน้ำ และพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งให้เป็นปัจจุบัน พร้อมกำหนดจุดแจกจ่ายน้ำที่เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ รวมถึงวางแผนบริหารจัดการน้ำและจัดสรรน้ำอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด ส่วนเกษตรกรให้วางเพาะปลูกพืชอายุสั้นและใช้น้ำน้อย เพื่อให้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำ พบว่า เขื่อนหลักทั่วประเทศมีปริมาณน้ำมากกว่าปี พ.ศ.2559 ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บางแห่งมีปริมาณน้ำจำกัด จึงจำเป็นต้องจัดสรรน้ำไว้อุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก ทำให้หลายพื้นที่มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ ในภาคการเกษตร โดยปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 1 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว รวม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง และอำเภอวัฒนานคร 13 ตำบล 85 หมู่บ้าน ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยระดมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 11 เครื่อง สนับสนุนการสูบน้ำเข้าสู่ระบบประปาหมู่บ้านและถังน้ำกลางประจำหมู่บ้าน พร้อมจัดรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำบรรเทาความเดือดร้อน แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้แจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคไปแล้ว 1,068,000 ลิตร อย่างไรก็ตาม ปภ.ได้ประสานจังหวัดเตรียมพร้อม แก้ไขปัญหาภัยแล้งไว้ล่วงหน้าครอบคลุมทุกด้าน

ทั้งการจัดชุดปฏิบัติการสำรวจข้อมูลสถานการณ์น้ำ ข้อมูลแหล่งน้ำและประมาณการใช้น้ำในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ โดยแยกเป็นน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร พร้อมประเมินความต้องการใช้น้ำ จำนวนครัวเรือนที่อาจได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ เพื่อวางมาตรการแก้ไขปัญหากรณีน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้งาน รวมถึงสำรวจและจัดทำบัญชีแหล่งน้ำ ควบคู่กับการปรับปรุงบัญชีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งให้เป็นปัจจุบัน โดยแยกเป็น อำเภอ ตำบล หมู่บ้านให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด รวมถึงตรวจสอบภาชนะกักเก็บน้ำให้ใช้การได้เพียงพอ อีกทั้งกำหนดจุดแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคที่เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม อีกทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำ แผนการจัดสรรน้ำ และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้ประชาชนทราบ ตลอดจนรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนเกษตรกรให้ปรับวิถีทำการเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ โดยปลูกพืชอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อย และมีตลาดรองรับผลผลิต

นอกจากนี้ ให้วางแผนการจัดสรรน้ำอย่างทั่วถึง โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ด้วยการจัดรถบรรทุกน้ำและระดมรถสูบน้ำระยะไกลสูบน้ำดิบจากแหล่งน้ำต่างๆ ไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านและแหล่งน้ำสำหรับผลิตน้ำประปา ใช้ประโยชน์จากน้ำทุกแหล่งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยขุดลอกและปรับปรุงแหล่งน้ำตามมาตรการ “1 ตำบล 1 แหล่งกักเก็บน้ำ” ขุดเจาะและเป่าล้างบ่อบาดาล พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำส่งน้ำไปยังพื้นที่ขาดแคลน รวมถึงประสานจัดทำฝนหลวงในช่วงที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้ง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 

ปภ.เร่งช่วยผู้ประสบภัยทั้ง28จังหวัด เฝ้าระวังภาคใต้28-29นี้มีฝนเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262560

วันอังคาร ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560, 11.28 น.

 

28 มี.ค.60 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานช่วงวันที่ 14-28 มี.ค.60
มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยรวม 28 จังหวัด 101 อำเภอ 199 ตำบล 589 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 5,837 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยด่วนแล้ว

ในช่วงวันที่ 28-29 มี.ค.60 พื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง
มีแนวโน้มที่จะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองลดลง ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักบางแห่ง ปภ. จึงได้ประสานจังหวัดจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ และเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมพร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 14-25 มี.ค. 60 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยรวม 28 จังหวัด 101 อำเภอ 199 ตำบล 589 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 5,837 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ เลย สกลนคร มหาสารคาม นครราชสีมา หนองคาย ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ชัยภูมิ บึงกาฬ อำนาจเจริญ อุดรธานี บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ และหนองบัวลำภู ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ พะเยา เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และเชียงใหม่ ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี  นครสวรรค์ สุโขทัย ชัยนาท และสระแก้ว และภาคตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว และตราด โดยเมื่อวันที่ 27 มี.ค.60 เกิดวาตภัยในอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ บ้านเรือนเสียหาย 7 หลัง ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจ ประเมินและจัดทำบัญชีข้อมูลความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงวันที่ 28-29 มี.ค.60 พื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีแนวโน้มที่จะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองลดลง ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล

ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดเตรียมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย อีกทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรง อยู่ให้ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงในระยะนี้ไว้ด้วย ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสภาพอากาศแปรปรวนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

‘บิ๊กป๊อก’เผยสถานการณ์ภัยแล้งน่าห่วง เร่งผู้ว่าฯทุกจว.ทำความเข้าใจปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262550

วันอังคาร ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560, 10.29 น.

28 มี.ค. 60 เวลา 08.45 น. วันที่ 28 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งว่า สถานการณ์ปีนี้จังหวัดทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางบางส่วนน่าเป็นห่วง

โดยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดูแลประชาชน ทั้งเรื่องน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและด้านการเกษตร โดยเน้นย้ำให้ใช้น้ำอย่างมีแผนการ และมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมสร้างความเข้าใจประชาชนว่าน้ำอาจไม่เพียงพอต่อการทำนาปรัง

ผจก.ประปาชัยนาทยันน้ำพอใช้แน่!! วอนสงกรานต์นี้ขอเล่นน้ำแบบประหยัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262539

วันอังคาร ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560, 09.21 น.

28 มี.ค. 60 นายกิตติ พุ่มศรีธร ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาชัยนาท เปิดเผยว่าจากสถานการณ์น้ำในปัจจุบันที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วง อ.เมืองชัยนาท มีระดับที่สูงกว่าปี59 เมื่อเทียบแบบรายวัน โดยปัจจุบันวัดได้ 14.68 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงกว่าวันนี้ของปี59 อยู่ประมาณ 15 เซนติเมตร ทำให้ยังสามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ว่า จะมีน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาได้ไปจนตลอดฤดูแล้งนี้อย่างแน่นอน อีกทั้งการประปาชัยนาทเองได้เตรียมแผนรองรับกรณีน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลงต่ำไว้แล้ว โดยจะใช้แท่นสูบน้ำครั่วคราวที่ติดตั้งไว้ในแม่น้ำแทนแท่นสูบปกติได้ทันที หากระดับน้ำลดต่ำลงไปใกล้เคียงระดับวิกฤต 13.50 เมตร

ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ความต้องการใช้น้ำจะมีสูงกว่าเวลาปกติถึง 3 เท่านั้น การประปาชัยนาทยังมั่นใจว่าจะสามารถผลิตน้ำประปาได้ทันต่อความต้องการของประชาชน แต่ก็ยังคงต้องขอความร่วมมือในการประหยัดน้ำ เพราะหากชุมชนเมืองใช้น้ำมากเกินไปก็จะกระทบกับน้ำประปาที่จะต้องนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งรอบนอก ที่ในแต่ละปีการประปาชัยนาทต้องจัดสรรน้ำส่วนนี้กว่าปีละ 20,000 คิวได้

 

หลายพื้นที่มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ10 กทม.-ปริมณฑลปริมาณฝนลดลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262526

วันอังคาร ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.02 น.

28 มี.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้าง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีปริมาณฝนลดลง ส่วนภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 28-29 มี.ค.2560

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้เริ่มมีกำลังอ่อนอง ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศลาว ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนลดลง สำหรับลมตะวันออกกำลังปานกลางพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ตาก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 18-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป : ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.