อุตุฯเตือนรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/259553

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.27 น.

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และใกล้ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบน มีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้นโดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาคอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร ตาก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 16-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางตอนบนของภาคอากาศเย็นและมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย นครพนม สกลนคร กาฬสินธ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน และมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

แตกใบอ่อน : ปัญหาขยะจะช้าไม่ได้ (1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/259495

807934531

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัญหาขยะในประเทศไทยเริ่มน่ากลัวมากขึ้นทุกวัน

ถ้าย้อนกลับไปสักประมาณ 1-2 ปีก่อน เราอาจจะคุ้นกันเพียงภาพกองขยะหรือ “ภูเขาขยะ” ที่ถูกทิ้งให้หมักหมมตามตรอกซอกซอย หรือไม่ก็ตามคูคลองสถานที่ต่างๆ กันเท่านั้น

แต่วันนี้พวกคนไทยหลายคนคงได้เห็นแล้วกับภาพความน่ากลัวของ “ขยะ” ที่ลามไปถึงทะเล

เชื่อว่าตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลายคนคงได้เห็นภาพ “แพขยะทะเล” ยาวนับ 10 กม. ที่ถูกนำมาเผยแพร่และส่งต่อกันทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ กันอย่างอึกทึกครึกโครม พร้อมกับข้อมูลที่น่าตกใจว่า จากการสำรวจของทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2558 หรือแค่ปีเศษๆ ที่ผ่านมา พบว่าในบรรดา 192 ประเทศที่มีชายฝั่งติดทะเลประเทศไทยเป็นประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่มหาสมุทรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก

หลายคนอาจจะคิดว่า ข้อมูลที่ฝรั่งตาน้ำข้าวพวกนี้สำรวจมามัน “มั่ว” หรือเปล่า

เรื่องนี้ไม่ยากครับ เพราะหากดูจากฐานข้อมูล “ขยะทะเล” ของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะเห็นได้ว่า ไม่ได้มั่วเลย

กรมทรัพยากรทางทะเล บอกว่า ในบรรดา 23 จังหวัดชายฝั่งของไทย มีปริมาณขยะมากถึง 10 ล้านตันในจำนวนนี้มีมากถึง 5 ล้านตัน หรือครึ่งต่อครึ่งที่ไม่ถูกนำไปจัดการอย่างถูกต้อง และมีโอกาสถูกชะและพัดพาให้ลงทะเล จนกลายเป็น “ขยะทะเล”

ทั้งนี้มีการประมาณกันว่า แต่ละปีมีขยะและพลาสติกถูกพัดลงทะเลมากถึง 5 หมื่นตัน หรือ 750 ล้านชิ้น โดยขยะที่พบส่วนใหญ่เป็น “ถุงพลาสติก” มากที่สุด 13% หลอดเครื่องดื่ม 10% ฝาพลาสติกและภาชนะบรรจุอาหาร อย่างละ 8% ส่วนที่เหลือเป็นขยะอื่นๆ เช่น เชือก ก้นบุหรี่ กระป๋อง กระดาษ โฟม และขวดเครื่องดื่ม เป็นต้น ส่วนที่มาของขยะ เกิดจาก 2 ทาง คือ 1.จากกิจกรรมบนฝั่ง คือ ขยะจากชุมชน แหล่งทิ้งขยะบนฝั่ง ขยะบริเวณท่าเรือ การท่องเที่ยวชายหาด และ 2.จากกิจกรรมในทะเล เช่น การขนส่งทางทะเล การประมง และการท่องเที่ยว

ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์ขยะมูลฝอยของประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า เมื่อปี 2558 มีขยะประมาณ 26.85 ล้านตัน/ปี โดยในจำนวนนี้ถูกนำไปรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่แค่ 4.94 ล้านตัน หรือแค่ 19% และมีขยะที่ถูกนำไปกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง 8.34 ล้านตัน หรือ 30% ส่วนที่เหลือ 7.15 ล้านตัน หรือ 27% ถูกนำไปกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง และมีขยะมากถึง 6.22 ล้านตัน หรือ 23% ที่ถูกทิ้งให้ตกค้างในพื้นที่

นี่คือ “ภัยเงียบ” ที่น่าตกใจและกำลังคุกคามเราอยู่ในทุกวันนี้

แล้วถามว่ารัฐบาลล่ะ รู้เรื่องนี้หรือเปล่า ก็ต้องบอกว่ารู้ดีมากๆ และที่ผ่านมาก็น่าจะมีการขับเคลื่อนมาตรการหลายอย่างมาแก้ปัญหามากพอสมควร

แต่การทำงานดังกล่าวจะเกาถูกที่คัน หรือทันต่อสถานการณ์หรือไม่ สัปดาห์นี้เนื้อที่หมดแล้ว จึงขออนุญาตยกยอดไปคุยต่อสัปดาห์หน้าก็แล้วกันนะครับ

มะลิลา

พิษ‘แล้ง’ลามรพ. วิเศษชัยชาญขาดน้ำ เหนือควันพิษอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/259537

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ภัยแล้ง” โผล่ตั้งแต่ไก่โห่ เผย “รพ.วิเศษชัยชาญ” ขาดน้ำหนัก ต้องเร่งขุดเจาะบาดาลหาน้ำสำรองขณะที่ปัญหาไฟป่า-หมอกควันภาคเหนือส่อขยายวง พบ “ลำปาง-เชียงราย” ควันพิษอื้อ ปภ.เร่งแจ้ง 9 จังหวัดคุมเข้ม ด้านนายกฯผวาอากาศร้อนทำ “ฮีทสโตรก” สั่งยกเลิกออกกำลังกายชั่วคราว

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม สถานการณ์ปัญหาวิกฤติภัยแล้ง ในพื้นที่ จ.อ่างทอง ได้ลุกลามไปถึงน้ำอุปโภคและบริโภคแล้ว โดยเฉพาะที่ รพ.วิเศษชัยชาญ อ.วิเศษชัยชาญ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 90 เตียง เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค เนื่องจากบ่อน้ำบาดาลขนาดความลึก 130 เมตรตื้นเขินไม่สามารถผลิตน้ำที่ใช้ภายในโรงพยาบาลได้อย่างเต็มที่ จนมีน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้ในโรงพยาบาล

รพ.วิเศษชัยชาญร้องขาดน้ำ

เหตุดังกล่าวทำให้ นพ.องอาจ จันทร์จรัสสิน ผ.อ.โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ ต้องร้องขอไปยัง นายสุรัตน์ บัวพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 จ.สุพรรณบุรี ให้ส่งรถขุดเจาะน้ำบาดาลมาขุดเจาะน้ำอย่างเร่งด่วนทั้งกลางวันกลางคืนที่ความลึก 180 เมตร เพื่อเสริมระบบน้ำดิบให้กับโรงพยาบาล

ชาวนาตั้งท่อสูบน้ำช่วยข้าว

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภัยแล้งได้คุกคามส่งผลกระทบเกษตรกรชาวนาในหมู่ที่ 4,5และ7 ต.ป่างิ้ว อ.เมือง จ.อ่างทอง ทำให้ต้นข้าวในนากว่า1,000ไร่ที่กำลังใกล้ที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตในอีก 1 เดือน ต้องแห้งเหี่ยวเฉาตาย ทำให้เกษตรกรชาวนา3 หมู่บ้าน รวมตัวกันนำท่อสูบน้ำขนาดใหญ่ ตั้งเครื่องสูบน้ำจากคลองชลประทาน ที่ยังพอมีน้ำอยู่ เพื่อสูบน้ำส่งไปตามคลองตาลแถว มีระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ช่วยเหลือต้นข้าวกว่า1,000ไร่ที่กำลังจะยืนต้นตายรวมทั้งสวนและบ่อปลาอีกด้วย

นายสุนทร ยอดมีกลิ่น รักษาการกำนันตำบลป่างิ้ว เผยว่า ปีนี้ภัยแล้งเริ่มลุกลามมากขึ้นเร็วขึ้นกว่าปกติ ชาวนาจึงต้องรวมตัวสูบน้ำมาเลี้ยงต้นข้าวที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวอีก1เดือนเศษ เพื่อไม่ให้แห้งตาย

กระทบนกหนีหนาวบุรีรัมย์

ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ สถานการณ์ภัยแล้งคุกคามส่งผลกระทบกับนกประจำถิ่นและนกอพยพหนีหนาวจากต่างถิ่น เช่น นกยาง นกกาน้ำเล็ก นกกระสา และนกอื่นๆอีกหลายชนิดหลายหมื่อนตัวที่เข้ามาอาศัยหากิน ทำรังวางไข่อยู่ภายในบริเวณ เขตป่าสำนักสงฆ์ดอนใหญ่ ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เนื้อที่กว่า 30ไร่ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมนกที่สำคัญของจังหวัด โดยพระอาจารย์ภูวนัย กตสาโร หัวหน้าสำนักสงฆ์ดอนใหญ่ กล่าวว่า ปีนี้ภัยแล้งที่มาเร็วทำให้แหล่งน้ำลำคลองต่างๆมีสภาพแห้งขอด ส่งผลกระทบต่อนก ขาดแคลนอาหาร แหล่งน้ำลำคลองต่างๆทำให้นกหลายชนิด ต้องทิ้งรังร้าง อพยพไปหากิน ยังถิ่นอื่น ที่มีแหล่งน้ำ อาหารอุดมสมบูรณ์มากกว่าเพื่อความอยู่รอด ทำให้เหลือนก อยู่ไม่ถึง 20,000 ตัว ช่วงหน้าหนาวจะมีนกเข้ามาอาศัยทำรังวางไข่มากกว่า 70,000 ตัว

ปภ.แจ้ง9จว.เหนือรับมือควันพิษ

ส่วนสถานการณ์ปัญหาไฟป่า หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 9 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยาและตาก ที่พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เกินค่ามาตรฐาน 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

โดยมี 2 จังหวัด มีปริมาณฝุ่นละอองหรือหมอกควันในอากาศเกินค่ามาตรฐาน คือ จ.ลำปาง พื้นที่ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ และ จ.เชียงราย ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จึงประสานให้ทุกจังหวัดเร่งป้องกันและแก้ไขอย่างเร่งด่วน

แม่ฮ่องสอนไฟป่ายังรุนแรงหนัก

สถานการณ์ไฟป่าในจ.แม่ฮ่องสอน ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆสาเหตุมาจากราษฎรในพื้นที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐที่ มีการประกาศโดย ผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่องห้ามเผาป่าเด็ดขาดในห้วง 61 วันอันตรายตั้งแต่ 1 มีนาคม ไปจนถึง 30 เมษายน 2560 ทั้งที่ได้มีการประกาศบทลงโทษตามกฎหมายอย่างรุนแรงแล้วก็ตาม ส่งผลให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาไฟป่า และ ราษฎรแต่ละพื้นที่ ต้องทำงานดับไฟป่า ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

นายอภิรัฐ นพกุล หัวหน้าชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟ กรมป่าไม้เผยว่าหน่วยฯได้จัดส่งกำลังพลเข้าร่วมกับเครือข่ายราษฎรบ้านแม่สะกึดและบ้านหัวน้ำแม่สะกึด ต.ผาบ่อง เข้าดับไฟป่าข้างทางหลวงบริเวณลำห้วยแม่สะกึด พบเป็นการลอบเผา ไฟป่าลุกลามไหม้ป่าประมาณ 1ไร่ ขณะที่หน่วยดับไฟป่าฯ อ.เมือง อ.ปาย อ.ปางมะผ้า อ.ขุนยวม อ.แม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย ต่างส่งกำลังออกไปดับไฟป่าในพื้นที่ของตัวเองและมีมากกว่า50เปอร์เซ็นต์ที่เข้าไปดับไฟป่าไม่ได้เพราะเป็นเทือกเขาสูงชัน

พายุฤดูร้อนถล่มอุดรฯ-ชัยภูมิ

จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภาคอีสานให้เฝ้าระวังพายุฤดูร้อน ช่วงค่ำวันที่ 7มีนาคม เกิดพายุฤดูร้อนหมุนคล้ายงวงช้างพัดถล่มบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.คำบง อ.บ้านผือ บ้านหลังคาเปิดเสียหาย 16 หลัง ส่วนใหญ่เสียหายเกือบทั้งหลัง บ้านไม้สองชั้นถูกพายุพัดหลังคาเปิด บางหลังถูกพายุหมุนพัดจนบ้านถล่มยุบลงมา ชาวบ้านหลายคนต่างระทึกใจเกิดมาไม่เคยเห็นเร่งเก็บกวาดความเสียหายขนเสื้อผ้าขอย้ายไปอยู่กับญาติกลัวพายุมาอีก

ด้าน นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้สั่งทุกหน่วยงานเฝ้าระวังพายุฤดูร้อนและออกช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีเมื่อมีเหตุด่วนจำเป็นจากวาตภัย

จ.ชัยภูมิ ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มหลายหมู่บ้านในพื้นที่ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ เสียหายหนักโดยเฉพาะที่หมู่บ้านโนนสะอาดและหมู่บ้านโนนสงเปือย บ้านเรือนเสียหายกว่า 10 หลังรวมทั้งหลังคาอาคารเรียน ยุ้งข้าว เสาโทรศัพท์ และเสาไฟฟ้าหักโค่น ทางการไฟฟ้าต้องตัดกระแสไฟต้องดับไปหลายชั่วโมง

นายกฯสั่งงดออกกำลังกาย

วันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่ร้อนมาก จึงได้ขอให้ชะลอโครงการออกกำลังกายตามที่เคยปฏิบัติไปก่อน แต่ไม่ได้บังคับสำหรับผู้ที่มีความแข็งแรง ถ้าจะออกกำลังกายแต่ขอให้งานอย่าเสีย มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่าสาเหตุที่นายกรัฐมนตรี งดออกกำลังกายประจำวันพุธที่ 8 มีนาคมนี้หลังรับทราบข้อมูลกรมอุตตุนิยมวิทยาว่าคลื่นความร้อน (heat wave) เข้ามายังประเทศไทยแล้วกลัวว่าถ้าออกกำลังกายช่วงบ่ายคนจะเป็นฮีทสโตรคโดยเฉพาะผู้สูงอายุ

อุตุฯประกาศ’พายุฤดูร้อน’ฉบับที่9 เตือน!29จังหวัดเตรียมตัวรับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/259431

วันพุธ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560, 14.18 น.

8 มี.ค.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 9 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 8 – 10 มี.ค.60 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบดังนี้

ภาคเหนือ บริเวณจังหวัด น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัด นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธ์ุ ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง บริเวณจังหวัด ลพบุรี และสระบุรี

ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และใกล้ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้แล้ว ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปทำให้เกิดพายุฤดูร้อนได้

 

‘ลำปาง-เชียงราย’หมอกควันยังวิกฤต ปภ.ประสาน9จว.เหนือเข้มเกาะสถานการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/259423

วันพุธ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560, 13.54 น.

8 มี.ค. 60 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีปภ. กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันว่า ขณะนี้พื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยา และตาก มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน(PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 70-160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่าระหว่าง 69-118 ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ  โดยมี 2 จังหวัดมีปริมาณฝุ่นละออง หรือหมอกควันในอากาศเกินค่ามาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพสถานการณ์ ได้แก่ จ.ลำปาง และ จ.เชียงราย สำหรับ จ.ลำปาง ในพื้นที่ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ มีคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่า 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่า 118 ขณะที่ จ.เชียงราย ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่า 89 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่า 116 จึงได้ประสาน 9 จังหวัดภาคเหนือดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเข้มข้น ตามกลไกประชารัฐเชิงพื้นที่ กำหนดมาตรการป้องกันให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาในพื้นที่ พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด จัดเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“คุมเข้มไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่เกษตรกรรม ชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่ริมทาง และรณรงค์ให้เกษตรกรใช้วิธีไถกลบเศษวัสดุทางการเกษตรแทนการเผา หรือใช้สารอินทรีย์ย่อยสลายตอซัง ควบคู่กับการจัดทำข้อตกลงของชุมชนประกาศเขตห้ามเผาในพื้นที่หมู่บ้านหรือพื้นที่บุกรุกทำไร่เลื่อนลอย รวมถึงระดมวัสดุอุปกรณ์ฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณ ฝุ่นละอองหมอกควันในอากาศ อีกทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ถึงผลกระทบจากปัญหาไฟป่าหมอกควัน ตลอดจนแจกจ่ายหน้ากากอนามัย และให้คำแนะนำการปฏิบัติตนในช่วงเกิดสถานการณ์หมอกควัน” อธิบดีปภ. กล่าว

อุตุฯประกาศ’พายุฤดูร้อน’ฉบับที่8 เช็ครายชื่อด่วน!4ภาค23จังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/259384

วันพุธ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.11 น.

8 มี.ค.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 8 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 8 – 10 มี.ค.60 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบ ดังนี้

ภาคเหนือ บริเวณจังหวัด น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัด นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี มหาสารคาม กาฬสินธ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร และสกลนคร

ภาคกลาง บริเวณจังหวัด ลพบุรี และสระบุรี

ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัด ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และใกล้ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปทำให้เกิดพายุฤดูร้อนได้

 

อุตุฯเตือน’เหนือ-อีสาน-ตอ.-กลาง’ รับมือ!ฝนฟ้าคะนอง-ลมกรรโชกแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/259383

วันพุธ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560, 07.57 น.

8 มี.ค.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกรรโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และใกล้ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้นโดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาคอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 15-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางตอนบนของภาคอากาศเย็นและมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี มหาสารคาม กาฬสินธ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร และสกลนคร อุณหภูมิต่ำสุด 18-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน และมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

เช็คด่วน!61จว.ลูกเห็บจ่อถล่ม เตือนระวังถึง9มีค. น่าน-พะเยา-สุราษฎร์อ่วมไฟป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/259365

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560, 20.30 น.

เช็คด่วน!61จว.ลูกเห็บจ่อถล่ม
เตือนระวังถึง9มีค.
น่าน-พะเยา-สุราษฎร์อ่วมไฟป่า
4จังหวัดกระอัก”หมอกควันพิษ”

“น่าน-พะเยา-สุราษฎร์ฯ” อ่วม “ไฟป่า” เผาวอดป่าชุมชน-เขตอุทยานฯ วอดกว่า 80 ไร่ กรมควบคุมโรค เตือน 4 จังหวัดภาคเหนือระวัง “หมอกควันพิษ” ขณะที่ 61 จังหวัด เตรียมรับมือ “พายุฤดูร้อน” เสี่ยงโดน “ลูกเห็บ” ถล่ม ช่วงวันที่ 7-9 มี.ค.นี้

หลายจังหวัดกำลังเผชิญกับปัญหา “ไฟป่า-หมอกควันพิษ” รวมถึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาจาก “พายุฤดูร้อน” ที่เคลื่อนปกคลุมประเทศ และอาจนำมาซึ่งพายุฝนฟ้าคะนอง และพายุลูกเห็บ โดยเมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันทางภาคเหนือ ว่า ขณะนี้เกิดสถานการณ์ไฟป่าใน 3 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ จ.น่าน และพะเยา ภาคใต้ ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี

“น่าน-พะเยา-สุราษฎร์ฯ”ผจญไฟป่า
สำหรับ จ.น่าน เกิดไฟป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำว้า และป่าห้วยสาลี พื้นที่ป่าได้รับความเสียหายประมาณ 60 ไร่, จ.พะเยา เกิดไฟป่าบริเวณป่าชุมชนบ้านปงสนุก ต.เชียงม่วน อ.เชียงม่วน อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายของพื้นที่ป่า และ จ.สุราษฎร์ธานี เกิดไฟป่าบนภูเขาเพชร ต.สองแพรก อ.ชัยบุรี พื้นที่ป่าได้รับความเสียหายประมาณ 20 ไร่

ทั้งนี้ ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัดที่เกิดเหตุได้สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกปฏิบัติการดับไฟป่า พร้อมจัดทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าลุกลามขยายวงกว้างแล้ว

9จว.ภาคเหนือ”ฝุ่น”เกินมาตรฐาน
นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ พบว่า พื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน, น่าน, แพร่, พะเยา และตาก ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 72-154 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่าระหว่าง 70-115 ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดย จ.ลำปาง ในพื้นที่ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ มีคุณภาพอากาศเกินเกณฑ์มาตรฐาน และอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ค่า PM10 อยู่ที่ 154 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า AQI 115

“ปภ.จึงได้ประสาน 9 จังหวัดภาคเหนือ ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเข้มข้น โดยใช้กลไกประชารัฐ พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดและอำเภอเป็นศูนย์กลางในการอำนวยการสั่งการควบคุมปัญหาไฟป่าและหมอกควัน อีกทั้ง แจกจ่ายหน้ากากอนามัยและให้คำแนะนำการปฏิบัติตนในช่วงเกิดสถานการณ์หมอกควัน” นายฉัตรชัย กล่าว

“พายุฤดูร้อน-ลูกเห็บ”จ่อถล่ม61จว.
นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้และเวียดนามตอนบน คาดว่าจะแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนจะเกิดพายุฤดูร้อน มีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ สำหรับส่งผลกระทบต่อพื้นที่ต่างๆ เป็นดังนี้ 1.ช่วงวันที่ 7-9 มี.ค.60 จะเกิดพายุฤดูร้อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก 2.ช่วงวันที่ 8-9 มี.ค.60 จะเกิดพายุฤดูร้อนในภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง

ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสาน 61 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนช่วงวันที่ 7-9 มี.ค. โดยจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรับมือ 24 ชั่วโมง แยกเป็น

– ภาคเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก , กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร และเพชรบูรณ์

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย, บึงกาฬ, เลย, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร , กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อำนาจเจริญ, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

-ภาคกลาง 19 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, ลพบุรี, อ่างทอง, สระบุรี, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา , กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, นครนายก และกรุงเทพมหานคร

-ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

4 จว.ภาคเหนือส่อวิกฤติ”หมอกควัน”

ด้าน นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงปัญหาหมอกควันภาคเหนือที่กำลังรุนแรงในขณะนี้ ว่า จากข้อมูลของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ในภาคเหนือมีหมอกควันกระจายหลายพื้นที่ ที่ต้องเฝ้าระวังมาก คือ ที่ อ.เมือง จ.ลำพูน , อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน , อ.เมือง จ.พะเยา และ อ.เมือง จ.แพร่

ส่วนพื้นที่ที่มีค่าเฉลี่ยหมอกควันเกินมาตรฐาน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มี 2 พื้นที่ คือ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง มีค่าฝุ่นลองอยู่ที่ 158 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ มีค่าฝุ่นละออง 169 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดังนั้นขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้านเป็นเวลานาน ปิดประตูหน้าต่างไม่ให้ควันไฟ หมอกควันเข้าในอาคาร โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอด หอบหืด ภูมิแพ้ เป็นต้น กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ ควรสวมหน้ากากอนามัย หรือใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆปิดปากและจมูก เพื่อป้องกันการสูดละอองหมอกควันเข้าปอด

“พ่อเมืองน่าน”สั่งสืบหา”มือเผา”

วันเดียวกัน ที่ จ.น่าน นายธีระพล มีทองขาว หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า กรมป่าไม้ นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย พร้อมอุปกรณ์ดับไฟป่า และรถดับเพลิง เร่งสกัดดับไฟป่าบริเวณ พิกัด 47 Q 689368 , 204448039 ในเขตป่าสงวนฯป่าน้ำว้าและป่าห้วยสาลี ในพื้นที่ ต.ขึ่ง อ.เวียงสา หลังไฟป่าลุกลามเข้าเขต แปลงปลูกป่าฟื้นฟูระบบนิเวศป่าต้นน้ำของกรมป่าไม้ พร้อมทำแนวกันไฟป่า และฉีดพ่นน้ำสกัดดับไฟป่าที่ลุกไหม้อย่างรุนแรงกินบริเวณราว 5 ไร่ โดยใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง จึงดับไฟป่าไว้ได้

ด้านนายไพศาล วิมลรัตน์  ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) น่าน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จ.น่าน ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ทุกอำเภอ เฝ้าระวังป้องกันการเกิดไฟป่า และสืบหาผู้กระทำการเผาด้วย หากพบให้จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

“เชียงราย”ใช้หุ่นยนต์สกัดไฟป่า
ที่ จ.เชียงราย นายไพฑูรย์ นาคแท้ ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 15 เชียงราย นำเจ้าหน้าที่ปล่อยขบวนรถปฏิบัติการป้องกันไฟป่าและแก้ไขปัญหาหมอกควัน ที่ศูนย์ ปภ.เขต 15 เชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการสนับสนุนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชียงราย , พะเยา , แพร่และน่าน โดยศูนย์ ปภ.เขต 15 เชียงราย ได้นำรถยนต์ต่อต้านวินาศกรรม พร้อมอุปกรณ์ดับเพลิงระยะไกล หรือรถหุ่นยนต์ LUF 60 จำนวน 2 คัน มาใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย โดยสำหรับ LUF 60 มีรัศมีทำการผ่านรีโมทคอนโทรล โดยไม่ต้องใช้คนขับ ระยะทางประมาณ 300 เมตร ขึ้นปฏิบัติการบนพื้นที่สูงชันได้กว่า 30 องศา พ่นน้ำได้ไกลกว่า 75 เมตร ฉีดพ่นน้ำได้ด้วยหัวฉีด 360 หัว ใช้ฉีดพ่นโฟมกรณีเกิดไฟไหม้จากน้ำมันเชื้อเพลิงได้ รวมทั้งเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินสามารถเปลี่ยนจากระบบควบคุมด้วยรีโมทมาใช้คนควบคุมได้อีกด้วย

พัฒนา”แอพฯ”แจ้งพิกัด
“ปภ.เขต 15 เชียงราย ให้ความสำคัญกับเรื่องข้อมูลอย่างมาก จึงได้ใช้การดูจุดความร้อนหรือฮอตสปอตจากดาวเทียมขององค์กรนาซา ทั้งผ่านระบบ VIIRS ที่มีความละเอียดสูง สามารถจับความร้อนได้แม้จุดเล็กๆด้วยความสูง 375 เมตร และยังมีระบบ MODIS ที่มีระยะสูงกว่าเพื่อนำมาประมวลสถานการณ์โลก เอเชีย ภูมิภาค ประเทศไทยและพื้นที่ ปภ.15 จากนั้นรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประจำทุกวัน รวมถึงพัฒนาแอพพริเคชั่นผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านและกำนันที่เป็นหน่วยย่อยที่สุดในพื้นที่ได้แจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมงด้วย ปัจจุบันได้พัฒนาแอพพริเคชั่นจนเสร็จแล้วและได้นำเสนอต่อผู้ว่าฯรับทราบแล้ว คาดว่าสัปดาห์หน้าจะดำเนินการได้ต่อไป” นายไพฑูรย์ กล่าว

ส่งฝูงบินยิงสลาย”ลูกเห็บ-หมอกควัน”
ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมฯได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ฝนหลวงบินสำรวจพื้นที่ภาคเหนือที่มีปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละออง จากการเผาป่า โดยเฉพาะใน จ.ลำปาง ซึ่งจากการติดตามสภาพอากาศ พบว่า ระหว่างวันที่ 8-10 มี.ค. มีแนวโน้มสภาพอากาศเอื้อต่อการทำปฏิบัติการฝนหลวง แก้ปัญหาหมอกควัน จ.ลำปาง รวมทั้งในจังหวัดภาคเหนือ และสลายพายุลูกเห็บ โดยใช้เครื่องบินฝนหลวง รุ่นซูเปอร์คิงแอร์ ที่สามารถขึ้นบินระดับความสูง 2 หมื่นฟุตขึ้นไปโจมตีกลุ่มเมฆ โดยใช้พลุสารซิลเวอร์ไอโอไดด์ (Agl) ไปยิงเมฆเย็น สลายพายุลูกเห็บ ให้ตกมาเป็นฝน เพื่อชะล้างหมอกควัน ฝุ่นละอองในอากาศได้ด้วย

“วันที่ 13 มี.ค.จะเริ่มทดลองครั้งแรกสำหรับงานวิจัยใหม่ใช้สารฝนหลวง สูตรเย็น นำน้ำแข็งแห้งไปโปรยสลายชั้นบรรยากาศ เพื่อเปิดช่องให้หมอกควัน กระจายตัวออกจากสภาพอากาศไปได้มากยิ่งขึ้น โดยใช้เครื่องบินคาซ่า จากหน่วยฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ส่วนเครื่องบินรุ่นซูเปอร์คิงแอร์ จะปฏิบัติการครอบคลุมภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษที่เกิดพายุลูกเห็บเป็นประจำทุกปี คือ จ.ชัยภูมิ และ เลย” นายสุรสีห์ กล่าว

“เลย”จับต้นเพลิงไฟป่า1ราย

ที่ จ. นายคุมพล บรรเทาทุกข์ ผวจ.เลย กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าปีนี้มาเร็วมากกว่าปกติ สถิติปี 2559 จ.เลย มีความสูญเสียจากไฟป่าถึง 9,000 ไร่ สาเหตุหลักเกิดจากการเผาป่าขยายพื้นที่ทำการเกษตร จุดไฟเผาขาดการควบคุมก่อให้ไฟลุกลาม จุดไฟเผาป่าเพื่อล่าสัตว์ และส่วนหนึ่งคือเผาป่าเพื่อให้เกิดเห็ดป่าในป่าเกิดขึ้นในฤดูกาลใหม่ โดยปีนี้ จ.เลย เกิดไฟป่าแล้วหลายพื้นที่ ซึ่งทางจังหวัดมีมาตรการแก้ไขปัญหาแล้ว

“นอกจากนี้ ได้ประกาศเอาผิดกับคนที่จุดไฟ แล้วลุกลามเกิดไฟป่า จะมีความผิดทางคดีอาญาและมีโทษปรับตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข คนทำผิดต้องรับผิดชอบ ขณะนี้ที่ อ.เมือง สามารถจับกุมคนที่ทำความผิดจุดไฟได้ 1 รายแล้ว” นายคุมพล กล่าว

กรมอุตุฯเตือนหลาย จว.ระวังพายุฤดูร้อน 
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 7 มี.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 6 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 7-10 มี.ค.2560 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบ ดังนี้

-ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร และเพชรบูรณ์

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, นครราชสีมา, ชัยภูมิ และขอนแก่น

-ภาคกลาง บริเวณจังหวัดลพบุรี และสระบุรี

-ภาคตะวันออก จังหวัดปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และใกล้ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ในวันนี้ (7 มี.ค.60) แล้ว ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปทำให้เกิดพายุฤดูร้อนได้

ครม.ฉลุยร่างพ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ป่าฯ เข้มพวกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/259353

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560, 19.34 น.

เมื่อเวลา 15.00น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และร่างพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ที่มีรายละเอียดคล้ายกัน ซึ่งพ.ร.บ.ทั้ง2ฉบับดังกล่าวได้ใช้มาเป็นระยะเวลานาน บางมาตราไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ไม่สามารถคุ้มครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถูกทำลาย อย่างไรก็ตามจะทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจุบัน และบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยจะต้องให้ประชาชน ชุมชนที่อยู่ในท้องถิ่น และเอกชน มีส่วนร่วมกับภาครัฐในการอนุรักษ์ คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟื้นฟู และจัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ยังต้องให้มีความสอดคล้องกับข้อตกลง หรือพันธะสัญญากับประเทศต่างๆที่ไทยเป็นภาคีสมาชิก เช่น อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ หรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น

พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับสาระสำคัญในร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ได้กำหนดความหมายของอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน และสวนรุกขชาติ เป็นการกำหนดในที่ดินที่มีสภาพธรรมชาติน่าสนใจ สมควรแก่การอนุรักษ์ คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)มีส่วนร่วมในการตรวจสอบแนวเขตหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ด้วย นอกจากนี้ยังได้กำหนดบทบัญญัติข้อห้ามเด็ดขาดมิให้กระทำการใดๆในเขตอุทยานแห่งชาติ และกำหนดให้การกระทำใดๆนอกเขตอุทยานแห่งชาติที่ส่งผลกระทบเสียหายในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ ถือว่าเป็นการกระทำความผิด และได้มีการกำหนดเขตต่างๆขึ้นมา เช่น เขตสงวนสภาพธรรมชาติ ห้ามมีการเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิมโดยเด็ดขาด เขตศึกษาธรรมชาติ สามารถอนุญาตให้กระทำได้บางกรณี เช่น การท่องเที่ยว นันทนาการ การบริการ ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้กำหนดไว้ ตามความเห็นชอบของรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ยังได้เพิ่มอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ สามารถให้ผู้ใดผู้หนึ่งออกจากเขตอุทยานแห่งชาติได้ และสามารถสั่งเป็นหนังสือให้ผู้กระทำความผิดต่อพ.ร.บ.นี้ รื้อถอน แก้ไข ทำให้กลับสู่สภาพเดิม หรือทำอื่นใดแก่สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายทำให้พื้นที่เสื่อมสภาพได้ ส่วนผู้กระทำผิดจะต้องชดใช้ หรือออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับมาเหมือนเดิม สำหรับบทเฉพาะกาลจะมีการกำหนดรองรับการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ตามมาตรการและแนวทางเหมาะสมเพื่อช่วยเหลือประชาชน หรือมีที่ทำกินอยู่แล้วในอุทยานแห่งชาติ โดยประชาชนกลุ่มนี้จะต้องขึ้นทะเบียนกับกรมอุทยานแห่งชาติฯก่อนพ.ร.บ.นี้จะบังคับใช้ และมอบอำนาจให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯจัดทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติเสนอครม.พิจารณาต่อไป” พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าว

ผู้ช่วยโฆษกฯ กล่าวว่า ส่วนร่างพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มีหลักการเหตุผลคล้ายๆกัน ในสาระสำคัญได้กำหนดการคุ้มครองสัตว์ป่า ห้ามไม่ให้ผู้ใดครอบครอง นำเข้า ส่งออก และนำผ่านสัตว์ป่าสงวน คุ้มครอง ซากสัตว์ป่าสงวน คุ้มครอง เว้นแต่เป็นไปตามที่พ.ร.บ.บัญญัติไว้ สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้กำหนดที่ดินที่ยังไม่มีใครมีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครองครองเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกำกับดูแลกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ  และกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ขณะที่บทเฉพาะกาล จะเป็นเช่นเดียวกับร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ

Kusto Group aims to turn its firms into leaders in Southeast Asia

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/aec/30302973

December 28, 2016 01:00
By  THE STRAITS TIMES
ASIA NEWS NETWORK
SINGAPORE