ไทยตอนบนเสี่ยงเกิดพายุฤดูร้อน ระวังพายุฝน-ฟ้าผ่า-ลูกเห็บตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/265450

วันเสาร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.29 น.

15 เม.ย.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และระวังอันตรายที่เกิดจากลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกไว้ด้วย ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ในวันนี้ (15 เม.ย. 60) ขอให้ประชาชนระวังอันตรายที่เกิดจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย อนึ่ง พายุดีเปรสชั่นปกคลุมอ่าวเบงกอล เคลื่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าจะเคลื่อนตัวไปบริเวณชายฝั่งประเทศเมียนมาในช่วงวันที่ 16-17 เมษายน 2560 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ด้านตะวันตกของประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเกิดขึ้นได้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(15 เม.ย.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์
สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และสมุทรสงคราม
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อุตุฯเตือน32จังหวัด เสี่ยงเกิดพายุฤดูร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/265330

วันศุกร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2560, 11.52 น.

14 เม.ย.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนประเทศไทยตอนบนเสี่ยงพายุฤดูร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่

“พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14 ถึงวันที่ 15 เมษายน 2560)”

ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 14 เมษายน 2560

ในช่วงวันที่ 14-15 เมษายน 2560 ประเทศไทยตอนบนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ และอากาศจะคลายความร้อนลง ซึ่งสภาวะอากาศดังกล่าวจะเกิดขึ้นตามภาคต่างๆ ดังนี้

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด

ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และระวังอันตรายที่เกิดจากลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตก ไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจาก ในช่วงวันที่ 14-15 เมษายน 2560 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในระยะนี้

ไทยตอนบนเสี่ยงพายุฤดูร้อน ระวังฝนฟ้าคะนอง-มีลมแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/265313

วันศุกร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.19 น.

14 เม.ย.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และระวังอันตรายที่เกิดจากลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกไว้ด้วย ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยยังคงมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ในช่วงวันที่ 14-15 เมษายน 2560 ขอให้ประชาชนระวังอันตรายที่เกิดจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำยังคงปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนล่าง และมีลมใต้พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (14 เม.ย.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์
สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต และกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เดินหน้า”ประเทศไทยไร้ขยะ” ท้าประลองความคิดผลิต”นวัตกรรม”จากวัสดุเหลือใช้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/265292

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560, 19.53 น.

            ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ปริมาณขยะมูลฝอยทั่วประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2551 มีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้น 23.93 ล้านตัน และมีอัตราการเกิดขยะ 1.03 ก.ก./คน/วัน ขณะที่ในปี 2559 ปริมาณขยะมูลฝอยได้เพิ่มขึ้นเป็น 27.04 ล้านตัน ส่วนอัตราการเกิดขยะก็เพิ่มเป็น 1.14 ก.ก./คน/วัน แต่ที่น่าเป็นห่วงไปกว่านั้น ก็คือ ปริมาณขยะมูลฝอยที่ถูกนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง มีอัตราเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และที่สำคัญ กระบวนการคัดแยก จัดเก็บ รวบรวม และขนส่งขยะ ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

          ทำให้เกิด “ปัญหาขยะตกค้าง” ดังที่เราทุกคนได้พบเห็นตามสถานที่ต่างๆทั่วประเทศตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งนี่ถือเป็นปัญหาที่น่าวิตกและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน!

รัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีความตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหาขยะมูลฝอยของประเทศ จึงมีมติเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2559 เห็นชอบแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ(พ.ศ.2559-2564) ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ นอกจากนี้ ทส. ยังได้หารือเพิ่มเติมกับกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนปฏิบัติการ “ประเทศไทยไร้ขยะ” ตามแนวทาง “ประชารัฐ” ระยะ 1 ปี (พ.ศ.2559-2560) เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการจัดการขยะระยะสั้นภายใต้แผนแม่บทดังกล่าว

นายสากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า แผนปฏิบัติการ                          ประเทศไทยไร้ขยะฯ เป็นแนวทางขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นสังคมปลอดขยะ (Zero Waste Society) โดยวางอยู่บนแนวคิด 3Rs-ประชารัฐ คือ การส่งเสริมการจัดการขยะที่ต้นทาง ซึ่งเป็นการจัดการขยะที่ยั่งยืน โดยลดปริมาณขยะ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ภายใต้หลักการมี                ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อวางรากฐานการดำเนินการจัดการขยะให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นายสากล กล่าวต่อว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในฐานะเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการส่งเสริมทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ จึงได้นำแผนปฏิบัติการประเทศไทยไร้ขยะฯ มาผนวกเข้าเป็นหนึ่งในแผนงานสำคัญที่จะต้องขับเคลื่อนในปีนี้ รวมทั้งได้ปรับรายละเอียดของแผนงานเดิมที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว ให้มีความสอดคล้องกับเป้าหมายของแผนปฏิบัติการประเทศไทยไร้ขยะฯมากขึ้น โดยหนึ่งในโครงการสำคัญที่กำลังดำเนินการ คือ โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2560 ซึ่งเป็นการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ที่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 10 ปี และในปี ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบโดยนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเน้นในเรื่องการสร้างนวตกรรม ให้มีการนำสิ่งประดิษฐ์มาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น เป็นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมต่อยอดสู่นวัตกรรม” ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดจากแนวความคิด การกระทำ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้วให้ทันสมัย โดยใช้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และกระบวนการที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้น ช่วยให้วัสดุเหลือใช้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง มีความประณีต สวยงาม คงทน ใช้งานได้ดี มีคุณภาพ รวมทั้งสามารถนำไปต่อยอดได้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปสู่ Thailand 4.0” ไปพร้อมๆ กันด้วย

ทั้งนี้สำหรับกิจกรรมของโครงการจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.กิจกรรม Work Shop อบรมเพิ่มศักยภาพต่อยอดผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมสู่นวัตกรรม Thailand 4.0 โดยวิทยากรมาให้ความรู้ ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์ผลงาน เทคนิคการจัดทำคลิปวีดีโอ การอัพโหลดผ่านระบบสื่อสังคมออนไลน์ social network  โดยเปิดรับสมัครกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 50 เขตของกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นต้นแบบในการดำเนินกิจกรรมสู่นวัตกรรม Thailand 4.0 กำหนดจัดกิจกรรมในเดือนพฤษภาคม 2560 และ 2.กิจกรรมการประกวดผลงานผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมสู่นวัตกรรม Thailand 4.0 โดยเปิดรับสมัครจากประชาชนในวงกว้าง กำหนดจัดกิจกรรมในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2560

สำหรับขั้นตอนการประกวดจะแบ่งเป็น 2 รอบ คือ รอบที่ 1 รอบคัดเลือกผลงาน โดยเปิดให้ผู้ส่งใจส่งใบสมัครและข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับผลงาน เช่น ภาพสเก็ตซ์ แบบจำลองผลงาน รวมทั้งต้องแนบไฟล์วิดีโอความยาว 3-5 นาที เพื่อนำเสนอแนวคิดและขั้นตอนการประดิษฐ์ผลงาน โดยจะมีการนำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเพื่อคัดเลือกให้เหลือ 30 ผลงานจากคะแนน Popular Vote

รอบที่ 2 รอบชิงชนะเลิศ ทั้ง 30 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบ จะได้รับมอบทุนผลงานละ 10,000 บาท เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ของจริง แล้วนำมาจัดแสดงสาธิตในรอบชิงชนะเลิศ เพื่อให้คณะกรรมการตัดสินผลงาน สื่อมวลชน และประชาชน พิจารณาตัดสินผลงานจำนวน 10 รางวัล แบ่งเป็นการตัดสินโดยคณะกรรมการตัดสิน 9 รางวัล และรางวัลคะแนนโหวตผลงานยอดเยี่ยมจากสื่อมวลชนและผู้ร่วมงานอีก 1 รางวัล โดยคณะกรรมการจะใช้เกณฑ์การตัดสิน 5 ข้อ คือ 1.ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม และการประยุกต์เทคโนโลยีมาใช้ 2.ความสวยงาม ประณีต และเป็นเอกลักษณ์ 3.การใช้ประโยชน์ได้จริง และมีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ 4.ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 5.ผลงานที่มีการออกแบบจากวัสดุที่มีการใช้ทรัพยากรตามหลักการ 3R ได้แก่ การลด (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)

สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัล 10 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศได้รับถ้วยรางวัล เกียรติบัตร พร้อมเงิน 30,000 บาท จำนวน 1 รางวัล, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับโล่รางวัล เกียรติบัตร และเงิน 20,000 บาท จำนวน 1 รางวัล, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับโล่รางวัล เกีรติบัตร และเงิน 15,000 บาท จำนวน 1 รางวัล, รางวัลชมเชย ได้รับโล่รางวัล เกียรติบัตร และเงิน 10,000 บาท จำนวน 6 รางวัล และรางวัลผลโหวตยอดเยี่ยม ได้รับโล่รางวัล เกียรติบัตร และเงิน 10,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

ทั้งนี้ประชาชนที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวด โดยสามารถรวมกลุ่มกันได้ไม่เกิน 3 คน และยื่นใบสมัครภายในเดือนมิถุนายน 2560 ผ่าน 2 ช่องทาง คือ 1.ส่งใบสมัครพร้อมไฟล์วิดีโอมายัง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กลุ่มสื่อสิ่งแวดล้อมและกิจการพิเศษ ชั้น 2 เลขที่ 49 พระราม 6 ซอย 30 ถนนพระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพ 10400 และ 2.ส่งใบสมัครพร้อมไฟล์วิดีโอผ่านเว็บไซด์ http://www.deqp.go.th โดยไปที่หัวข้อบริการออนไลน์ แล้วเลือกโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อม หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02298-4608

อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ย้ำด้วยว่า การประกวดผลงานผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมสู่นวัตกรรม Thailand 4.0 จะไม่ได้เป็นโครงการที่สามารถช่วยลดขยะได้จากต้นทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำขยะมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้งานหรือสร้างรายได้เท่านั้น แต่ยังเป็นโครงการที่มุ่งเน้นให้เกิดการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งถือเป็นฐานรากที่สำคัญของการเดินหน้าประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ยุค Thailand 4.0” ได้อย่างมีนัยสำคัญ

          ดังนั้นจึงอยากขอเชิญชวนคนไทย มาร่วมเป็นหนึ่งในการสร้างรากฐานพัฒนาประเทศให้ก้าวไปสู่ยุค “Thailand 4.0” เพื่อสร้างเมืองไทยให้เกิดความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ไปพร้อมๆ กัน

เตือน’เหนือ-อีสาน-ตอ.-กลาง’มีพายุฤดูร้อน แนะเลี่ยงอยู่ที่โล่งแจ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/265177

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.14 น.

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และระวังอันตรายที่เกิดจากลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกไว้ด้วย ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศไทยตอนบนแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ในช่วงวันที่ 13-15 เมษายน 2560 ขอให้ประชาชนระวังอันตรายที่เกิดจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำยังคงปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนล่าง และมีลมใต้พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-29 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวันโดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู มุกดาหารอำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมินครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางแห่งโดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี และสระบุรีอุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้วอุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาสอุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียสลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูลอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียสลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียสลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนจัด อุตุฯคาด12-15เม.ย.เกิดพายุฤดูร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/264841

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.25 น.

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำยังคงปกคลุมด้านตะวันตกของทะเลอันดามัน และมีลมใต้พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น

อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนใต้แล้ว คาดว่าในช่วงวันที่ 12 – 15 เม.ย. จะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายที่เกิดจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางแห่งโดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกำแพงเพชร ตากลำพูน ลำปาง และเพชรบูรณ์อุณหภูมิต่ำสุด 23-29 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางแห่งโดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบรี อุทัยธานี และนครสวรรค์อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดอุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาสอุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียสลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตรฃ

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูลอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียสลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียสลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ไทยตอนบนอากาศร้อน-ร้อนจัด กทม.-ปริมณฑลมีฝนฟ้าร้อยละ30

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/264673

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.00 น.

10 เม.ย.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง สำหรับภาคใต้มีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมทะเลอันดามัน และลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนลดลง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(10 เม.ย.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่
โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 37-42 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

รองอธิบดีกรมป่าไม้แจกพันธ์กล้าสมุนไพร สนับสนุนปลูกต้นไม้-ลดภาวะโลกร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/264620

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560, 17.17 น.

9 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้  มอบหมายให้นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมชม  และพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพื้นที่ปาชุมชนบ้านอาลอ-โดนแบน ท้องที่ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์  พร้อมปลูกต้นกำลังเลือดม้าพะยูง กันเกรา โดยมีนายจำเริญศักดิ์  สารทิมา หัวหน้าผู้พิพากษาศาลอาญาภาค 6   ร่วมเดินทางเยี่ยมชมป่าชุมชน ฯ  ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ป่าไม้  ตำรวจ  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และ ประชาชนชาวตำบลนาดี ให้การต้อนรับอย่างอบอบอุ่น

นายจเรศักดิ์ กล่าวว่า ” ป่าชุมชนบ้านอาลอ-โดนแบน เป็นป่าชุมชนที่ได้รับธงพระราชทานราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า(รสทป.) จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ” ในอดีตป่าอาลอ โดนแบน แห่งนี้เป็นที่เก็บหาของป่า ไม้ฟืน ไว้ใช้สอยของชาวบ้าน ในช่วงต้นฤดูฝน เห็ดผึ้งในป่าทามจะออกดอกก่อนเห็ดผึ้งที่อยู่บนป่าบก ชาวบ้านจะเก็บหาไปเพื่อการบริโภค ช่วงต้นฤดูฝน น้ำสีแดงจากเทือกเขาพนมดงรักจะไหลทะลักลงสู่แม่น้ำมูน กลิ่นของรสของสายน้ำสีแดงเป็นเหมือนเสน่ห์ที่ล่อให้ปลาจากแม่น้ำมูนขึ้นมาเกี้ยวกันในป่าทาม ชาวบ้านก็จะไปดักจับปลาจากลำน้ำมาเป็นอาหาร

‘ด้วยชีวิตที่อยู่กับความอุดมสมบูรณ์เช่นนี้ ชาวบ้านจึงตกลงกันว่า จะต้องรักษาป่าผืนน้ำไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์ แม้จะต้องต่อสู้กับนายทุนที่จะมาขอพื้นที่ทำสัมปทานทำท่าทรายและขุดทราย โดยให้ผลตอบแทนเป็นเงินหลายแสนบาท แต่ด้วยความรักผืนป่าแห่งนี้ จึงได้รวบรวมชาวบ้านป้องกันดูแลรักษาป่ามายาวนาน ใช้การพูดคุย และ  สายสัมพันธ์การเป็นคนชาติพันธุ์เดียวกันของคนในชุมชน โดยไม่ต้องรอการสนับสนุนจากหน่วยงานใด ๆ ชุมชนจึงได้รักษาป่าแห่งนี้ไว้ได้ถึง 2,000 ไร่  จนได้รับรางวัลจากลูกโลกสีเขียว เมื่อปี 2546  ที่ผ่านมา’

นายจเรศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ป่าอาลอโดนแบน ปัจจุบันเป็นแหล่งเรียนรู้ เรื่องการจัดการป่าของชุมชน ของสถาบันราชภัฎสุรินทร์ นักศึกษาจากสถาบันศึกษาหลายแห่งมาทำวิทยานิพนธ์จนจบปริญญาโท แหล่งเรียนรู้เรื่องป่าทามของหน่วยงานของรัฐ ทั้งสำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุรินทร์ กรมป่าไม้ องค์กรเอกชนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จากเหตุที่ป่าอาลอ โดนแบน  เป็นระบบนิเวศของป่าทามดั้งเดิม มีความอุดมสมบูรณ์สูงที่หาได้ยากยิ่งของลุ่มน้ำมูน ป่าอาลอโดนแบน เป็นตัวอย่างของกลุ่มคนเล็กๆ ในสังคมอีสาน ที่มีสำนักการอนุรักษ์และเคารพในธรรมชาติเป็นแบบอย่างที่ควรยกย่อง

ในโอกาสนี้รองอธิบดีกรมป่าไม้ ยังได้กล่าวชื่นชมในความสามัคคี และขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันรักษาป่าจนกลับคืนสู่ความสมบูรณ์ จนมีความหลากหลายของพรรณไม้ เป็นป่าที่สมบูรณ์ที่สุดของภาคอีสาน

นอกจากนี้ยังได้แจกพันธ์กล้าไม้(จากศูนย์ส่งเสริมวนศาสตร์ชุมชนที่ 4  (ศรีสะเกษ) และ โครงการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาป่าไม้ท่าสว่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ) ให้กับผู้นำชุมชนและประชาชน รวม 37 ชนิด จำนวน 370 ต้น อาทิ ฯ ผักหวานป่า ว่านตะขบ รางจิต กำลังเลือดม้าเป็นต้น

 

เร่งทำ’ฝนหลวง’ แก้หมอกควันภาคเหนือ-เติมน้ำในเขื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/264605

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560, 16.37 น.

9 เม.ย.60 นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยถึงสถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือ ว่าได้ทำฝนหลวงช่วยคลี่คลายมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ จนขณะนี้เหลือพื้นที่ที่มีค่าหมอกควันเกินมาตรฐาน เพียง 2 จังหวัดคือ เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน โดยวันนี้มีสภาพอากาศเหมาะสม ช่วงบ่ายได้เร่งให้ขึ้นปฎิบัติการทำฝนแก้ไขสถานการณ์แล้ว รวมทั้งมีอิทธิพลพายุฤดูร้อน ทำให้เอื้อต่อการทำฝนหลวงด้วย โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยฝนหลวงทั่วประเทศ ขึ้นปฏิบัติการทุกโอกาส ที่เรดาร์ตรวจจับกลุ่มเมฆที่เข้าโจมตีให้เกิดฝนตกในพื้นที่เป้าหมายได้ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าให้ผืนดิน และมีฝนบางส่วนตกในเขื่อนโดยตรง ซึ่งได้ทำต่อเนื่องเพื่อให้ผืนดินชุ่มตัว เมื่อมีฝนจากพายุฤดูร้อนเข้ามาจะช่วยให้น้ำไหลเข้าเขื่อนมากขึ้น เพราะดินมีความชุมชื้นพอไม่ดูดน้ำไว้

“สถานการณ์ฝนดีกว่าปีสองสามปีที่ผ่านมา แต่ว่าปริมาณน้ำในเขื่อนบางแห่งมีน้อย เช่น เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำแซะ เขื่อนมูลบน เขื่อนลำเพลิง เขื่อนแก่งกระจาน เป็นพื้นที่ปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอการเกษตร  โดยพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำให้ฝนหลวงเติมน้ำ รวมถึงภาคตะวันออก ที่มีนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก ประสบปัญหาน้ำเขื่อนมีน้อยเช่นกัน ขณะนี้ไปทำฝนหลวงให้ภาคอุตสาหกรรมพึ่งพอใจ และขอให้ดำดนินการต่อไป”อธิบดีกรมฝนหลวงฯกล่าว

นายสุรสีห์ กล่าวว่า การทำฝนหลวงช่วยเหลือจังหวัดสระแก้ว ที่ประกาศเขตภัยแล้งได้ทำฝนหลวงช่วยบรรเทาภัยแล้งได้ดี ซี่งแผนปฎิบัติการฝนหลวงปีนี้ตั้งเป้าหมายทั่วประเทศแก้ไขภัยแล้ง 80% ในพื้นที่ขาดแคลนน้ำฝน   ทั้งนี้ปริมาณน้ำใช้การเขื่อนภูมิพลยังน่าห่วง มีน้ำใช้การน้อย ร้อยละ 20 ได้ขึ้นทำฝนหลวงไปแล้วแต่ได้น้ำไม่มาก เพราะดินดูดซับไปหมด โดยช่วงเดือน มิ.ย. – ส.ค. จะเป็นช่วงเหมาะสมเติมน้ำเขื่อนภูมิพลจากอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พร้อมกับจะทดสอบยิงจรวดฝนหลวง โดยเร็วที่สุดประมาณเดือน ส.ค.จะทดลองยิงในสถานที่จริงเป็นครั้งแรก

ปภ.สรุป31มี.ค.-7เม.ย.‘วาตภัย’ถล่ม13จังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/264540

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560, 09.58 น.

9 เม.ย.60 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)  เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 31 มี.ค.-7 เม.ย.ที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย รวม 13 จังหวัด 22 อำเภอ 42 ตำบล 71 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 296 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ขอนแก่น และเลย , ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี สระบุรี สมุทรสาคร และนนทบุรี และภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ เชียงราย แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร และพะเยา

ทั้งนี้ ปภ. ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือน เป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

อธิบดี ปภ. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในวันที่ 9 เม.ย. ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง สำหรับภาคใต้มีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ ซึ่งประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป