สส.เปิดรับสมัครหลักสูตร“ปธส.5” พัฒนาผู้บริหารรุ่นใหม่หัวใจสีเขียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266379

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560, 21.04 น.

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดรับสมัครผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ตุลาการ ท้องถิ่น และภาคประชาชน ศึกษาอบรมหลักสูตร “ประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง” รุ่นที่ 5 (ปธส.5) มุ่งพัฒนานักบริหารยุคใหม่หัวใจสีเขียว สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมบนหลักการเหตุและผล คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ สร้างสมดุลในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายสากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เปิดเผยว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแพร่กระจายของมลพิษในเขตเมืองและชุมชน ปัญหาขยะและของเสียอันตราย ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการบุกรุกผืนป่า ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้โดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพียงลำพัง แต่เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันดำเนินการ บนหลักการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม คือ มีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดี มีความรับผิดชอบ โปร่งใส ยุติธรรม ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมตัดสินใจ เพื่อนำไปสู่การกำหนดเครื่องมือและกลไกการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เป็นองค์รวม และเกิดการบูรณาการความร่วมมือจากทุกฝ่าย

จากแนวคิดดังกล่าว กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้นำมาเป็นฐานดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพนักบริหารระดับสูงด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยร่วมกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสาหรับนักบริหารระดับสูง (ปธส.) ที่มุ่งสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเชิงบูรณาการ การจัดการสิ่งแวดล้อมขั้นสูง และการเป็นนักบริหารสิ่งแวดล้อมมืออาชีพ ภายใต้ปรัชญาว่า ผู้สำเร็จการศึกษาอบรมจะเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีธรรมาภิบาล สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ และบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของจริยธรรมสิ่งแวดล้อม

“หลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสาหรับนักบริหารระดับสูง (ปธส.) เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพของผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ให้เป็นผู้บริหารยุคใหม่หัวใจสีเขียว เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและต้นแบบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม มีการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้บนหลักเหตุและผล โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งสามารถสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อว่า จนถึงปัจจุบันมีการจัดการศึกษาอบรมมาแล้ว 4 รุ่น มีผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ตุลาการ อัยการ ตำรวจ ทหาร ท้องถิ่น เอกชน และภาคประชาชน สำเร็จตามหลักสูตรไปแล้วกว่า 200 คน ดังนั้นเพื่อขยายผลความสำเร็จในปี 2560 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดการจัดอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 (ปธส.5) ระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม – 16 กันยายน 2560 โดยเปิดรับสมัครบุคคลที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และมีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด ดังนี้ 1.เป็นข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการอื่น ซึ่งดำรงตำแหน่งที่เทียบเท่าสายงานบริหารระดับต้น หรืออำนวยการระดับสูง หรือสายงานวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป 2. เป็นข้าราชการตุลาการ ข้าราชการอัยการ 3.เป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน สายงานบริหารระดับต้น หรืออำนวยการระดับสูง หรือสายงานวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป 4.สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 5.ข้าราชการทหารและตำรวจ ชั้นยศพันเอกพิเศษ นาวาเอกพิเศษ นาวาอากาศเอกพิเศษ และพันตำรวจเอกพิเศษ ขึ้นไป 6.ผู้บริหารภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อสารมวลชน ผู้นำท้องถิ่น หรือผู้นำชุมชน และ 7.บุคคลอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า รวมทั้งหมด 60 คน เข้ารับการอบรม

โดยเนื้อหาของหลักสูตร ประกอบด้วยการศึกษาใน 5 กลุ่มวิชา คือ 1.หลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการองค์การ 2.การจัดการองค์ความรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3.นวัตกรรมเพื่อการจัดการทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4.การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านทรพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.การเสริมสร้างประสบการณ์เชิงประจักษ์ โดยรูปแบบการศึกษา มีทั้งการบรรยาแบบมีส่วนร่วม การอภิปราย การระดมความคิดเห็น การวิเคราะห์ศึกษา การฝึกปฏิบัติ การศึกษาดูงาน และรวมทั้งการจัดทำสารพิพนธ์ ใช้ระยะเวลาการศึกษารวม 231 ชั่วโมง ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูงจาก กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ดังนั้นจึงอยากขอเชิญชวนผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ เข้ารับการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 (ปธส.5) โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะเปิดดำเนินการเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2560 และประกาศผลการคัดเลือกในวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 ซึ่งผู้สนใจสามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซด์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.en.mahidol.ac.th หรือ เว็บไซต์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมสิ่งแวดล้อม http://www.deqp.go.th ก่อนส่งเอกสารประกอบการสมัครฉบับจริงมายังคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 พร้อมวงเล็บกำกับที่มุมซองว่า “เอกสารการสมัครหลักสูตร ปธส.5” ภายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 เวลา หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ งานวิจัยและบริการวิชาการ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โทร.0-2441-5000 ต่อ 2114, 2116 อีเมล en.engeo@gmail.com และสถาบันพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โทร.0-2577-7084-5 อีเมล training2@deqp.mail.go.th

“บิ๊กเต่า”สั่งกำราบนักท่องเที่ยวมือบอน เจอขูดขีด”หินงอก-หินย้อย”ฟันทันที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266377

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560, 21.00 น.

            นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากกรณีมีการเผยแพร่ภาพและคลิปวีดีโอนักท่องเที่ยวชายหญิงกลุ่มหนึ่ง ขณะกำลังขูดและขีดเขียนสลักชื่อลงบนหินงอกหินย้อยภายในถ้ำแม่อุสุ อุทยานแห่งชาติแม่เมย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ซึ่งนอกจากจะเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแล้ว ยังเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับทราบรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากเกรงว่าสภาพหินงอกหินย้อยภายในถ้ำซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นสมบัติล้ำค่าของแผ่นดินจะถูกทำลาย หรือสูญเสียความสวยงามจากรอยขูดขีดที่เกิดจากความคึกคะนองของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม จึงได้สั่งการให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

 

โดยเบื้องต้น กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังนี้ 1.การประกาศห้ามนักท่องเที่ยวมิให้กระทำการขูด ขีด สลักชื่อ หรือกระทำการใดๆ อันจะทำให้หินงอกหินย้อยเสียหาย 2.ให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ เดินลาดตระเวนตรวจตราบริเวณดังกล่าว และให้มีจุดตรวจนักท่องเที่ยวห้ามนำอุปกรณ์ที่จะทำลายหินงอกหินย้อยเข้าไปในถ้ำ เช่น มีด พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก 3.ติดตั้งป้ายเตือนและคำแนะนำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษบริเวณทางเข้าถ้ำแม่อุสุเพิ่มขึ้น และ 4.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทราบโดยทั่วกัน และหากมีการกระทำอีกจะต้องมีการดำเนินการเพื่อลงโทษตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ต่อไป

“การดำเนินการดังกล่าว จะไม่จำกัดอยู่เพียงเฉพาะพื้นที่ถ้ำอุสุเท่านั้น แต่ยังจะมีดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในลักษณะดังกล่าวขึ้นมาอีก พร้อมกันนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันดูแลรักษาและไม่กระทำการขูด ขีด สลักชื่อ หรือกระทำการใดๆ ที่จะส่งผลให้หินงอก หินย้อย ผนังถ้ำ หรือธรรมชาติอื่นใดจนเกิดความเสียหาย เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานเราได้ชื่นชม และหากพบเห็นใครที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯเพื่อเข้าดำเนินการได้ทันที” โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว

‘คลองข้าวตอก’แห้งขอด ชาวบ้านจ้างรถเร่งขุดหาน้ำใช้ทำการเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266325

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560, 16.21 น.

20 เม.ย.60  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตรยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ‘คลองข้าวตอก’ ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านดงป่าคำใต้  ต.ดงป่าคำ อ.เมือง จ.พิจิตร ประสบปัญหาน้ำในคลองแห้งขอดจนน้ำขาดเป็นช่วงๆ สภาพภายในคลองน้ำแห้งจนเห็นผืนดินกลางลำคลอง เหลือเพียงแอ่งน้ำขนาดเล็กบริเวณที่เป็นจุดที่เป็นบ่อลึก เกษตรกรและชาวบ้าน ต้องต่อท่อสูบน้ำ ที่เหลืออยู่ในบ่อน้ำ เพื่อนำน้ำขึ้นไปใช้ในการทำการเกษตรซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรจะใช้น้ำในลำคลอง เพื่อยึดอาชีพ การปลูกพืช ผัก สวนครัว ตลอดทั้งสองฝั่งลำคลองที่มีการเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก

ชาวบ้าน ต้องว่าจ้างรถแบคโฮลงไปบนพื้นคลอง เพื่อทำการขุดบ่อน้ำกลางคลองน้ำเพื่อใช้เป็นจุดรวมน้ำที่ยังพอตกค้าง และ สูบน้ำใต้ดิน เก็บไว้ ในบ่อภายใน’คลองข้าวตอก’  เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งโดยการสูบนำน้ำไปใช้ในการเลี้ยงพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะพืชผักสวนครัว ที่ปลูกไว้สร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดน้ำ ที่มีปริมาณไม่เพียงพอ

สำหรับพื้นที่ต.ดงป่าคำ อ.เมืองพิจิตร ตลอดทั้งสองฝั่งคลองข้าวตอกเป็นแหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรของจ.พิจิตร ทั้งพืชผักสวนครัว และผักชนิดต่างๆในแต่ละปีจะสร้างรายได้จำนวนมากหลายล้านบาทให้กับเกษตรกรผู้เพาะปลูก แต่หลังจากคลองข้าวตอกซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักเริ่มประสบปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบกับการประกอบอาชีพของเกษตรกรเนื่องจากขาดน้ำซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเพาะปลูกส่งผลกระทบเกษตรกรต้องขาดรายได้ในช่วงหน้าแล้งเป็นอย่างมาก

 

ภัยแล้ง!ชัยนาท’ถั่วเขียว-อ้อย’เริ่มยืนต้นตาย ชาวบ้านถอดใจไม่เก็บเกี่ยวขาดทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266229

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560, 10.03 น.

20 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ภัยแล้งใน จ.ชัยนาท หลายพื้นที่ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยที่ ต.วังหมัน อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท แหล่งน้ำสำรองต่างๆเริ่มแห้งขอด จนเห็นดินก้นบ่อแห้งแตกระแหง เหลือเพียงน้ำที่ขุ่นดำติดก้นบ่ออยู่น้อยนิด

ส่วนพืชผลการเกษตรที่ชาวบ้านปลูกเป็นพืชทดแทนในหน้าแล้ง อย่างถั่วเขียว ซึ่งปกติเป็นพืชที่ทนแล้ง ก็เริ่มได้รับความเสียหาย เพราะถั่วเขียวหลายแปลงยืนต้นแห้งเหี่ยวตาย ผลผลิตถั่วก็ติดฝักน้อยไม่คุ้มค่าการลงทุน เกษตรกรหลายรายต่างถอดใจที่จะไม่เก็บเกี่ยว เพราะหักค่าจ้างแรงงานแล้วก็ขาดทุน เช่นเดียวกับไร่อ้อยของชาวบ้านที่ปลูกไว้ ก็เริ่มแห้งเหี่ยวแคระแกร็นไม่งอกงาม จากสภาพดินที่แหงแล้งมากเกินไป เช่นเดียวกับมันสำปะหลัง และแปลงงาดำ ที่เริ่มแห้งเฉาไม่เติบโตตามที่ควรจะเป็น

ซึ่งชาวบ้านบอกว่า พื้นที่แถบนี้ไม่มีฝนตกลงมากว่า 4 เดือนแล้ว เมื่อความชื้นในดินมีไม่เหมาะสม พืชทดแทนที่ปลูกไว้ก็ไม่สามรถเติบโตได้และเริ่มได้รับความเสียหาย

 

ไทยตอนบนกลางวันอากาศร้อน ส่วนทางตอนล่างมีฝนฟ้าคะนอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266212

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.01 น.

20 เม.ย.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(20 เม.ย.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 20-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่
โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี และสระบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อน ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266028

วันพุธ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.06 น.

19 เม.ย.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มขึ้น

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา คลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศเมียนมาได้เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง และลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนตกบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อุตุฯเตือน17-18เม.ย.เหนือฝนฟ้าคะนอง พายุไซโคลนเคลื่อนตัวส่งผลประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/265687

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.06 น.

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ด้านตะวันตกของประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นโดยจะมีฝนตกหนักบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลางในช่วงวันที่ 17-18 เมษายน 2560 ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนฟ้คะนองได้ สำหรับภาคใต้จะมีฝนน้อย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา พายุไซโคลน “MAARUTHA” บริเวณอ่าวเบงกอล ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณ รัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาแล้ว ทำให้ด้านตะวันตกของประเทศไทยจะมีฝนตกหนักได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อน ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมภาคใต้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกน้อย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อย ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อย ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

พบตู้คอนเทนเนอร์หล่นทะเลแล้ว เร่งหาเพิ่ม-เตือนระมัดระวังในการเดินเรือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/265633

วันอาทิตย์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2560, 16.03 น.

จากกรณีเรือ เอ็นพี มารีน่า สัญชาติไทยของ บริษัท SCเดินทางจากท่าเรือกรุงเทพฯ มายังท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ประสบเหตุคลื่นลมแรง ตู้คอนเทนเนอร์ 6 ตู้ หล่นลงทะเล ที่บริเวณปลายทุ่นปากร่องแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ ห่างจากสถานีนำร่องกรุงเทพฯ ประมาณ 5 ไมล์ และกองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 และศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 1 (ทรภ.1/ศรชล.เขต 1) สั่งการให้เร่งระดมค้นหา เพราะอาจเป็นอันตรายต่อเส้นทางเรือเดิน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 เม.ย.60 ที่ผ่านมานั้น


ล่าสุดในวันนี้ 16 เม.ย.60  พลเรือโทสุรศักดิ์ เมธยาภา ผบ.ทรภ.1 ร่วมกับกรมเจ้าท่า นำเรือเจ้าท่า 214 ร่วมกับเรือ SC14 เรือรุ่งโพธิ์ทอง และเรือวีระเทพ ของบริษัทเจ้าของเรือ รวม 4 ลำ ออกค้นหาโดยใช้วิธีแอคโคซาวเดอร์แสกน  ใต้ท้องทะเลในบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง สามารถตรวจพบตู้คอนเทนเนอร์แล้ว 2 ตู้ จึงได้ทำการผูกทุ่นแน่นหนาไว้ ณ ตำแหน่งที่ตรวจพบ ซึ่งไม่ได้อยู่ในร่องน้ำทางเรือเดินแต่อย่างไร

พร้อมกับนำเรือเล็กออกค้นหาบริเวณแนวชายฝั่ง ส่วนบริเวณที่น้ำลึกทำการค้นหาโดยใช้วิธี แอคโคซาวเดอร์แสกน ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่คาดว่าตู้คอนเทนเนอร์จมอยู่ใต้ท้องทะเลต่อไป และยังได้กล่าวอีกว่ากองทัพเรือ โดยศรชล.เขต1 ได้มีการประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิดกับ สจป. (Sriracha VTS)และเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 สมุทรปราการ (จภ 6 สป) ในการกำกับและติดตามการทำงานของบริษัท SC ในการค้นหาตู้คอนเทนเนอร์ที่เหลือพร้อมออกประกาศแจ้งเตือนให้เรือที่แล่นผ่านบริเวณดังกล่าวได้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือให้ทราบเป็นระยะๆ อีกด้วย

เตือนภาคเหนือฝนตกเพิ่มขึ้น อีสาน-กลาง-ตอ.ฝนฟ้าคะนอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/265575

วันอาทิตย์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.22 น.

16 เม.ย.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ด้านตะวันตกของภาคเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก ยังคงมีฝนฟ้าคะนองได้ สำหรับภาคใต้จะมีฝนน้อย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา พายุไซโคลน “MAARUTHA” บริเวณอ่าวเบงกอล มีศูนย์กลางอยู่ที่ ละติจูด 15.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 91.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 45 นอต หรือ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้เคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 15 นอต หรือ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเมียนมา ในช่วงวันที่ 16-17 เมษายน บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมภาคใต้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกน้อย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(16 เม.ย.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี
นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และสมุทรสงคราม
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี
ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี
นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เตือน32จังหวัดเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/265454

วันเสาร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2560, 09.11 น.

15 เม.ย.60 กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีผลกระทบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก หลายจังหวัด

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
“พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบวันที่ 15 เมษายน 2560)”
ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 15 เมษายน 2560

ประเทศไทยตอนบนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ และอากาศจะคลายความร้อนลง ซึ่งสภาวะอากาศดังกล่าวจะเกิดขึ้นตามภาคต่างๆ ดังนี้

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด

ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และระวังอันตรายที่เกิดจากลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตก ไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้เริ่มมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในระยะนี้

ประกาศ ณ วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ใน วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.