ทริปแรกของฝาแฝด! ‘ชมพู่-น็อต’พา’สายฟ้า-พายุ’ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/317048

ทริปแรกของฝาแฝด! 'ชมพู่-น็อต'พา'สายฟ้า-พายุ'ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก

ทริปแรกของฝาแฝด! ‘ชมพู่-น็อต’พา’สายฟ้า-พายุ’ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 14.38 น.

28 ม.ค.61 เป็นฝาแฝดสุดฮอตขวัญใจคนทั้งประเทศจริงๆ สำหรับ ลูกชายตัวน้อยของซุปตาร์สาว “ชมพู่ อารยา” ที่ตอนนี้อายุ 4 เดือนนิดๆ เท่านั้น แต่ความน่ารักของทั้ง 2 คนก็ขโมยหัวใจของหลายๆ คนไปแล้ว

ล่าสุด คุณแม่ชมพู่และคุณพ่อน็อต วิศรุต ก็ได้อุ้มกระเตงลูกชายขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก โดยทริปนี้ได้พากันไปเที่ยวที่ฮ่องกง ถึงแม้จะดูทุลักทุเลอยู่หน่อยๆ แต่ก็ถือว่าเป็นทริปครั้งแรกที่เป็นบรรยากาศใหม่ บอกเลยว่าคงต้องมีทริปต่อไปอีกไม่นานนี้แน่นอน

Star Retro : ‘โอ๋-กฤษฎา’ คนละคร..กับตัวตนที่ค้นเจอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/316926

Star Retro : 'โอ๋-กฤษฎา' คนละคร..กับตัวตนที่ค้นเจอ

Star Retro : ‘โอ๋-กฤษฎา’ คนละคร..กับตัวตนที่ค้นเจอ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คุ้นชื่อมานาน ในฐานะคนเบื้องหลัง แต่วันนี้ “โอ๋-กฤษฎา เตชะนิโลบล” กำลังยืนแถวหน้า ในฐานะผู้กำกับละครโทรทัศน์เลือดใหม่!! กว่า 14 ผลงานที่เขาได้สร้างสรรค์ จนเป็นที่ติดอกติดใจ คนละครผู้น่าสนใจคนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร “สตาร์เรโทร” มีคำตอบให้ทราบกัน

ผลงานการกำกับล่าสุด

ที่เพิ่งจบไปก็คือ “ระเริงไฟ” ต้องบอกว่าลุ้นละครตัวเองทุกวีคเลยครับ โอ๋ชอบอ่านฟีดแบ๊กจากในทวิตเตอร์ ซึ่งมันรวดเร็วมาก และเป็น case study ให้เราในเรื่องต่อไป คือโอ๋เป็นคนที่ทำงานร่วมสมัย ไม่ใช่คนที่วัยรุ่นจ๋า แต่อยู่ระหว่าง 2 ยุค ช่วงระยะเวลามันเปลี่ยนเร็วมาก ตอนนี้มีช่องทีวีเพิ่มขึ้น นอกจากทีวีดิจิตอลแล้ว ก็ยังมีไลน์ทีวี ทีวีออนไลน์ ไวรอลต่างๆ เราเลยได้รับฟีดแบ๊กแบบสดๆ คนดูฉลาดมากขึ้น ละครก็เลยทำยากมากขึ้น จบละครเรื่องนึงเราก็ต้องถอยมานับศูนย์กันใหม่ เช่นถ้าละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ เราก็ไม่สามารถใช้สูตรเดิมได้ จังหวะของคนดูละครเปลี่ยนไปเยอะ คนดูใจร้อน อยากดูอะไรที่จริงมากขึ้น เพราะในโทรศัพท์เราเห็นแต่อะไรที่จริงที่แซ่บกว่าละครอีก ถ้าละครยังทำได้ไม่แซ่บคนก็จะหันไปดูเรื่องจริงตามเพจต่างๆ และที่ขาดไม่ได้คือเราต้องแข่งกับตัวเอง หยุดอยู่กับที่ไม่ได้เลยครับ

“ระเริงไฟ” เป็นผลงานกำกับเรื่องที่ 14 รวมระยะเวลาแล้วก็ 12 ปี ในการเป็นผู้กำกับ ได้กำกับละครที่หลากหลายแนว เรียกว่าครบเลยครับ แต่จะถามว่าชอบกำกับแนวไหนมากที่สุด คือโอ๋จะแล้วแต่ปีครับ ทุกคนจะมองว่าเราเป็นผู้กำกับสายดราม่านะ แต่เราแค่เชื่อว่าละครมันคือชีวิตจริง ไม่ว่าจะทำละครในรูปแบบไหน เราก็จะอยู่บนพื้นฐานของคนปกติ จะไม่ค่อยถนัดละครเหนือจริงแฟนตาซี ถนัดอะไรที่เป็นชีวิตประจำวันของคนเรา ซึ่งชีวิตจริงของคน มันก็คือดราม่านี่แหละ ช่วงนี้ทำละครดราม่า ปีที่ผ่านมาคือ “ระเริงไฟ” เราก็จะรู้สึกว่าของฉันหมดจะต้องไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อน แต่ช่วงเวลาที่กำลังทำเรื่องนี้อยู่ เราก็ใส่ความจริงจังความเครียดของตัวละครลงไป สิ่งที่เก็บเกี่ยวได้ ที่ยังไม่ใส่ลงไปคือเรื่องตลกและบู๊เพราะฉะนั้นในตัวเราจะรู้สึกว่าฉันยังมีของตรงนี้อยู่ ดังนั้นต่อจากเรื่องนี้ก็กำลังดูอยู่ว่า เราจะทำละครตลก หรือว่าละครบู๊ (ยิ้ม) ถ้าวันนี้มีคนติดต่อให้ทำละครดราม่า ก็จะยังนะ เพราะว่ารู้สึกยังไม่อยากทำ

กับหลากหลายแนวละครที่กำกับ

รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ตอนที่อยู่โพลีพลัส เราก็ได้ทำละครหลากหลายแนว ถ้าเราเป็นผู้กำกับฟรีแลนซ์มาตั้งแต่ต้น แล้วทุกคนคิดว่าเรามาสายดราม่า ก็จะไม่มีใครมาติดต่อเราให้ทำละครตลกหรือว่าละครบู๊ แต่เมื่อวันนั้นเราอยู่ใต้บ้านโพลีพลัส มันมีงานที่หลากหลายให้เราได้ฝึก และสมัยก่อนก็จะมีโอ๋กับ “พี่ปลา-พีรพล” ก็จะวนเวียนกันอยู่ซึ่งการได้ทำอะไรแบบนี้ ถือเป็นสิ่งที่ชอบนะ ณ วันนั้นเราอาจจะยังเด็กอยู่ เราก็มีผู้ปกครองที่ดี นอกเหนือจากคำแนะนำจาก “พี่นิด” (อรพรรณ วัชรพล) แล้วก็ทำให้เราแข็งแรงขึ้น เราได้ฝึก แต่พอเราออกจากโพลีพลัสแล้ว เหมือนเราโตมาในระดับหนึ่ง เราก็สามารถจะเลือกในสิ่งที่เราอยากทำได้ พอเราอยู่ในอาชีพนั้นนานๆ คนในวงการก็จะกลายเป็นพี่น้องกัน ซึ่งเราก็จะสามารถพูดคุยกันได้จะไม่รู้จักกันแค่งาน อาจจะไม่เห็นงานเราต่อเนื่อง แบบชนกันขนาดตอนที่อยู่กับโพลีพลัส แต่เราก็มีความสุขในการทำงานนะครับ เพราะว่าเราได้มาเจอผู้จัดใหม่ๆ สไตล์บท การทำงานก็จะแตกต่างกัน และช่วงหลังเราก็จะมีเวลาได้ไปเที่ยวไปชิลของเราบ่อยขึ้น (ยิ้ม) การไปเที่ยวมันเป็นการเปิดโลกทัศน์เราไม่ได้อยู่ในสถานะของคนรวยที่จะเที่ยวได้ทุกวัน แต่เราก็ยังโชคดีที่เราอยู่ในฐานะของคนที่พอทำงานแล้วมีเงินเพื่อไปหาความสุข หาประสบการณ์ชีวิตได้

ทุกอย่างถูกขีดไว้แล้ว

สมัยก่อนไม่เชื่อนะ แต่ตอนนี้เชื่อแล้ว ว่ามันมีบางอย่างที่ขีดชีวิตเราอยู่ ข้างบนเขาขีดมาแล้ว คือตอนเอนทรานซ์ โอ๋ขอแค่ให้เอนท์ติด พ่อบอกว่าถ้าเอนท์ไม่ติด จะส่งไปอยู่กับอาที่ออสเตรเลีย เราก็จะรู้สึกว่าฉันไม่ไปแน่นอน และเราก็ไม่รู้ว่าจะเรียนคณะอะไร แต่รู้สึกว่าชอบธรรมศาสตร์ อยากเรียนที่นี่ เพราะว่าบ้านอยู่ฝั่งธนฯ ชอบบรรยากาศตอนที่เดินไปท่าพระจันทร์ 5 อันดับที่เอนท์ โอ๋เลือกธรรมศาสตร์หมดเลย คณะอะไรก็ได้ ใส่ไปมั่วเลย ขอให้เอนท์ติดก็พอ และสุดท้ายก็ได้คณะศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะเกี่ยวกับภาษา แต่เราเป็นคนขี้เกียจเรียน ไม่ชอบเรื่องการท่องจำ และเขามีคณะศิลปศาสตร์เอกการละครอยู่ ก็เลยไปขออาจารย์ไม่ได้อยากเรียนละครแค่เราหนีเอกภาษา ตอนเรียนก็สนุกและเกเรมาก (ยิ้ม) เราได้เรียนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงละคร การแต่งหน้า การตีความ การกำกับ เขียนบทเป็นพื้นฐานของละครเวทีล้วนๆ คืออยู่ๆ มันก็ขีดมาในลักษณะนี้ แต่เราก็ไม่เคยคิดชอบละคร พอออกมาก็ฝันตามเด็กทั่วไป อยากเปิดร้าน แล้วก็มีเพื่อนเขาไปสมัครช่อง 9 และได้ เราก็เลยไปลองบ้าง ก็ได้ทำที่บริษัทแมสมอนิเตอร์ เป็นบริษัทในเครือแกรมมี่ เป็นครีเอทีฟรายการเกมโชว์ วาไรตี้ ก็สนุกนะแต่ยังไม่ได้รู้สึกว่ามันคือชีวิตเรา ทำได้ประมาณ 3-4 ปี จนกระทั่งเพื่อนชวนให้ไปทำที่บรอดคาซท์ฯ ทำรายการสตูดิโอแอ๊กชั่น และเราได้รับหน้าที่ในส่วนของละครเวที ต้องเขียนบทละครเวทีฟอร์ทีวี มันก็ซึมซับมาเรื่อยๆ จนวันนึง “พี่แอม” (กมล ภู่วัฒนวนิชย์)ย้ายมาเปิดบริษัทบ้านละคอน ที่โพลีพลัส ซึ่งตอนที่โอ๋ทำงานอยู่ที่บรอดคาซท์ ก็ไม่เคยทำงานกับพี่แอมเลยนะครับ แต่เกิดถูกชะตากัน ไปกินข้าวไปเที่ยวกัน พี่แอมก็เลยชวนว่ามาทำละครไหม

ค้นหาตัวตนจนพบ

ทำไม่เป็น ไม่เคยทำ แต่ว่าก็มากับเขานะ เพราะเริ่มรู้สึกว่ามันน่าสนุก อยากลองของใหม่ ก็เคยถามพี่แอมนะเพราะว่าเหมือนเรายังค้นหาตัวเองไม่เจอ และเราก็ยังไม่รู้เลยว่าเราชอบอะไรเราทำมิวสิก ทำรายการวัยรุ่นทำเกมโชว์วาไรตี้ คือทำมาหมดเลย ยกเว้นโฆษณาและหนัง เราตอบได้ว่าเราสนุกกับทุกงานที่ทำ แต่พี่แอมเป็นคนที่ทำให้เราต้องฉุกคิด เพราะว่าโอ๋เคยถามพี่แอมว่าเมื่อไหร่จะเลิกทำละคร แล้วไปเปิดร้านกาแฟ พี่แอมก็บอกว่าเขาไปทำไม่ได้หรอก เพราะว่าละครคือชีวิตเขา เราก็เหรอ ขนาดนั้นเลยเหรอ คือวันนั้นเรายังไม่เข้าใจ แต่พอมาวันนึงเรามาทำละคร เราถึงเข้าใจว่าอ๋อ..เราต้องอยู่กับมัน6-7 เดือน อ๋อมันกลายเป็นว่าละครเป็นเพื่อนสนิทเรา ละครเป็นลูกเรา

ตำแหน่งแรกที่บ้านโพลีพลัส

ด้วยความที่เป็นคนชอบเรียนรู้ ตำแหน่งแรกคือเป็นผู้ช่วย 1 ในเรื่อง “กรงเพชร” เรื่องต่อมาเป็นผู้ช่วย 2 “เล่ห์ร้ายอุบายรัก” เรื่องที่ 3 คือ “สะใภ้ทอร์นาโด” เป็นผู้ช่วย 3 คือเราก็ขอพี่แอม เพราะว่าไม่เคยทำละครเลยก็เลยอยากจะเรียนรู้ทุกตำแหน่ง และโอ๋ก็ได้เห็นจาก “พี่หมี” (โชติรัตน์ รักเริ่มวงษ์) ที่เป็นผู้กำกับว่าเขาจะพาเราผ่านไปได้ยังไง พอเราได้มาเป็นผู้กำกับ เราเลยได้ความรู้พื้นฐานในทุกด้านของละคร

ก้าวแรกของการเป็นผู้กำกับ

อันนี้จริงๆ นะโอ๋ถึงเคารพพี่นิดมาถึงทุกวันนี้ คือถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีเราในวันนี้ เขาอาจจะเห็นอะไรในตัวเราบางอย่าง แต่การที่จะขึ้นเป็นผู้กำกับละครหลังข่าว โดยไม่ได้ผ่านละครบ่ายละครเย็นมาเลย มันไม่ง่ายนะ ถ้าไม่มีคนการันตีให้ ดังนั้นโอ๋ถึงถือว่าพี่นิดเป็นคนให้ชีวิตในส่วนนึงเลย เรื่องแรกที่กำกับคือ “สาวน้อยร้อยล้าน” ละครเพลงมาเลยจ้า (หัวเราะ) พระเอกเป่าแคนนางเอกตาบอด (ละครก็โด่งดังแจ้งเกิดผู้กำกับด้วย ?) สาธุครับ ด้วยความที่เป็นละครที่เข้าถึงคนดูได้ง่าย และทำให้เรารู้จักถึงความแมสจริงๆ คือพอเราทำรายการโดยปกติแล้วมันจะเฉพาะหัวเมือง แต่สำหรับการทำละคร ยิ่งละครแบบพระเอกนางเอกหนีจากบ้านนอกมาตรากตรำชีวิต มันเหมือนเป็นฝันของคนต่างจังหวัด มันมีความคลาสสิก

รู้สึกว่าละครคือชีวิตเมื่อไหร่

เมื่อวันนึงที่เรารู้สึกว่าเราเหนื่อยกับละครจังเลย อยากจะไปทำอาชีพอื่น แต่แล้วเราก็ฝันถึงไฟถ่ายละคร (หัวเราะ) มันแอบแทรกซึมเข้ามาในใจเราโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่จริงๆ เรารู้สึกว่างานละครเป็นงานที่หนักมาก เมื่อเทียบกับงานบันเทิงอื่นๆ แต่แปลกที่มันมีเสน่ห์ตรงที่ว่าพอคนเข้ามาแล้ว มันออกไปไม่ได้ วันนั้นโอ๋ถึงเข้าใจที่พี่แอมบอกว่าละครคือชีวิตของเขา

บุคคลต้นแบบในการกำกับละคร

พี่หมี โอ๋มีครูคนเดียวในด้านกำกับการแสดงนะ ทั้ง 3 เรื่องที่เป็นผู้ช่วย ก็ทำกับพี่หมี ระบบความคิดคือของพี่หมี จะเป็นคนมีเหตุมีผล ลักษณะการทำงานของเราก็เลยจะเป็นแบบพี่หมี (แล้วสไตล์ “โอ๋-กฤษฎา” เป็นแบบไหน?) นอกเหนือจากระบบทำงาน นอกนั้นจะต่างกันเช่นโอ๋จะมีภาพของตัวละครอยู่ในหัวชัดเจน แล้วเราก็จะมาบอกให้นักแสดงเป็นแบบนั้น แต่ผู้กำกับบางคนเขาจะผสมกันระหว่างตัวละครกับตัวจริงของนักแสดงแต่อย่างที่บอกเราเรียนละครเวทีมา ดังนั้นเราเลยจะมองทุกอย่างเป็นตัวละคร เราอยากจะได้ยังไง เราบอกเลย แล้วยูลองซ้อมลองเล่นให้เราดูสิ ถ้าเล่นแล้วไปไม่ถึง หรือมันดูขัดกับแอ๊กติ้งของเขา เราก็ค่อยปรับกัน โอ๋ไม่ดุนะเวลาทำงาน แต่เป็นคนที่จริงจัง แล้วจะบอกกับทุกคนว่าอย่างเดียวที่ทำให้เราโกรธ คือเจอปัญหาอะไรที่ไม่สามารถแก้ไขได้ โดยที่เราได้บอกไปเรียบร้อยแล้ว ปัญหาทุกอย่างเกิดขึ้นได้ แต่อย่ามาบอกเอาวินาทีที่กำลังจะถ่ายทำแล้ว คือเราประชุมงานกันล่วงหน้ามาแล้ว ถ้าเกิดปัญหาอะไรบอกกันก่อน ตอนเช้าเราจะได้รีบเปลี่ยนฝันของเรา ไม่ใช่ว่ามาบอกเอาตอนที่เราเดินมาหน้าเซต กำลังจะทำฉากนั้นอันนั้นจะโกรธ เราบอกเลยว่าเราไม่ได้เป็นผู้กำกับที่เก่งไม่ได้เกิดมาเพื่อจะเป็นผู้กำกับ เราอาศัยครูพักลักจำ เพราะฉะนั้นเราจะทำการบ้านเยอะ ภาพในหัวเรามันเลยจะชัดเจนมาก ถ้าพอมีอะไรมาเปลี่ยนแปลงฝันเราปุ๊บ มันก็เลยจะทำให้เส้นอารมณ์มันกระตุกเร็ว แต่โกรธง่ายหายไวครับ คนทำละคร 6-7 เดือนที่เรามาอยู่ด้วยกัน เราต้องเป็นพี่น้องกัน เราอยู่ในบ้านเดียวกัน พี่น้องโกรธกันไม่นานหรอก พอหันไปทางอื่นแล้วก็หาย

นักแสดงยอดฝีมือที่ได้ร่วมงาน

โชคดีมาก ตอนที่เราเพิ่งเป็นผู้กำกับใหม่ๆ ได้อยู่ค่ายใหญ่ เลยได้เจอในระดับท็อปๆ ฝ่ายชายที่เรารู้สึกว่าฝีมือขั้นเทพมากก็คือ “ชาคริต แย้มนาม” เขาเป็นคนอัจฉริยะในการแสดง คือเรารู้สึกว่ามันมีรอยรั่วอยู่ แต่เขาแอ๊กติ้งให้คนไม่มองตรงนั้นได้ เขาใช้ความเข้าใจในการแสดงจริงๆ สำหรับฝ่ายหญิงมี 2 คน ที่ให้ 2 คนเพราะว่าเขามีวิธีการแสดงที่ต่างกัน “อั้ม-พัชราภา” กับ “แอน ทองประสม” คืออั้มใน “พระจันทร์ลายพยัคฆ์” ซึ่งเขาติดคุก แล้วมีขาใหญ่มาก่อกวนเขา จนสุดท้ายทนไม่ไหว คว้าแท่งเหล็กกำลังจะแทงเขา แต่เหล็กในการแสดงเราไม่ใช้เหล็กจริง เราก็หล่อด้วยยาง พอถึงเวลาจับ อั้มเขาจับด้วยฟิลแรงไปหน่อย เหล็กงอ แต่อารมณ์เขาได้ กล้องตัวนึงจับที่หน้าอั้มอีกตัวจับที่มืออั้ม เราก็เห็นว่ามือเขากำลังดัดเหล็กที่งออยู่ ในขณะที่น้ำตาก็ไหล เขามีสัญชาติญาณว่ามันมาแล้ว ถ้าจะเทคมันก็เสียดาย แต่ถ้าไม่ดัดเหล็กกล้องต้องเห็นแน่ๆ ว่ามันงอ คือสมองส่วนนึงเขากำลังคุมเซตการทำงานของเขาอยู่ แต่อีกสมองส่วนนึงเขาสามารถหลุดไปเป็นตัวละครตัวนั้นได้ คือเก่งนะ ส่วนแอนเขาเป็นคนที่เล่นละครเหมือนเจอสถานการณ์สดตลอดเวลา เขาท่องบท เขาทำการบ้านมา และเขามาจำว่าเราให้เล่นยังไง จำๆ แล้วก็ลืมทั้งหมด เพื่อที่เล่นอีกครั้งมันก็จะสด ไม่ได้หมายความว่าเขาลืมบทนะ แต่เขาลืมความรู้สึกล่วงหน้า เหมือนสะกดจิตตัวเองว่าเมื่อสักครู่ที่รับรู้ทิ้งมันไปซะ

ละครในฝันที่อยากจะกำกับ

เป็นเรื่องที่เขาทำไปแล้วทั้งนั้น คืออยากทำ “ล่า” กับ “สุดแต่ใจจะไขว่คว้า” รู้สึกว่า “ล่า” เป็นจินตนาการของคนละคร มันมีความเป็นละครเวทีผสมอยู่ด้วย มันยากมากที่จะเป็นเรื่องจริง อยู่ๆ มีตัวมโนออกมาในกระจก และมีความตุ๊ดๆ ความตระการตา ความโหดอยู่ในนั้นครบเลยส่วน “สุดแต่ใจจะไขว่คว้า” โอ๋ชอบความดีของตัวละคร ซึ่งละครสมัยนี้หายากนะ ที่จะพูดถึงการทำความดีเบื้องลึกของจิตใจ ไม่ว่าจะโดนสถานการณ์ไหน สุดท้ายคิดดีทำดี จะได้ดีหรือเปล่าไม่รู้ แต่ใจมันเป็นสุข

ตามหาจนเจอ

ถ้าตอนนี้มีคนมาถามว่า อยากจะทำอะไร ก็จะบอกไปว่า ไม่อยากทำอะไรแล้ว เพราะว่าเราทำเป็นแต่ละคร เราทำตรงนี้จนมีความรู้สึกว่าเรากลายเป็นคนในพื้นที่แล้ว ทำแล้วมีความสุขเจอแล้ว เจอในสิ่งที่คนข้างบนเขาขีดมาให้เราแล้ว ถามว่าทำได้ไหมกับธุรกิจอย่างอื่นก็ทำได้ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่รัก เพราะเราเจอสิ่งที่เรารักแล้ว คือการทำละครเพียงแต่ว่าจะอยู่ในเซกชั่นไหนของละครแค่นั้นเอง

กำลังใจจากครอบครัว

บ้านโอ๋ไม่มีใครทำเกี่ยวกับวงการบันเทิงเลย เขาก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นในการที่เรามาทำในแวดวงทีวีนะ คือเราไม่ใช่ดารา แต่ว่าเราเริ่มต้นจากการที่เราเรียนละครมาก็เลยไม่ได้ตื่นเต้น แต่ตอนที่เป็นผู้กำกับ แล้วเราบอกเขาด้วยความเป็นพ่อเป็นแม่ เขาก็ตื่นเต้นดีใจ มันเป็นอีกก้าวนึงของลูก มันก็จะมีมุมความน่ารักของพ่อแม่ แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมามากมาย อย่างตอนที่ละครออกอากาศ เขาก็ชอบออกไปตลาดตอนเช้าๆ แล้วเป็นพีอาร์ให้ซื้อปาท่องโก๋ก็เม้าท์เรื่องละครสักสิบนาที (หัวเราะ)แล้วก็ไปร้านอื่น กว่าจะกลับเข้ามาในบ้านได้

งานที่รักกับผู้จัดคู่ใจ

มันต้องหาคนรู้ใจ และรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากนะที่มาเจอ “พี่หน่อย”(บุษกร วงศ์พัวพันธ์) จริงๆ “ระเริงไฟ”ตอนแรกผู้กำกับไม่ใช่เราเลยนะ และก็เคยปฏิเสธไป เพราะว่าติดงานนึงอยู่ ก็คิดว่าเราคงไม่ได้ร่วมงานกับเขาแล้ว แต่พอดีจังหวะเขาเปลี่ยนนู่นนี่ งานเราก็เสร็จพอดีก็เลยโครจรกลับมาเจอกันอีกครั้ง รู้สึกว่าทำงานกับเขาแล้วมีความสุข

กำลังใจจากแฟนๆ ในโซเชียล

ไม่เคยเจอตัวเขาหรอกนะ แต่ในไอจีหรือตามเพจต่างๆ เขาก็จะเข้ามาชื่นชม เราก็ไม่ได้มีแฟนคลับแบบเป็นตัวเป็นตนหรอกครับ เขาไม่ได้ชอบตัวเรา แต่เขาชอบงานเราเราก็ชื่นใจนะนานๆจะเข้าไปในพันทิพ แล้วเขาพูดถึงเรา เขาจำได้ด้วยว่าเรากำกับเรื่องนี้มา ก็ทำให้เราชื่นใจ ยังไงก็ฝากติดตามผลงานเรื่องต่อๆ ไปนะครับ แล้วก็ขอบคุณจริงๆ ที่รับรู้ถึงความตั้งใจในการทำงานของโอ๋ เร็วๆ นี้ก็จะมีละครเรื่องใหม่ มาเซอร์ไพรส์ ให้ได้ชมกันประมาณปลายปีนี้ครับ

และที่ขาดไม่ได้ โอ๋ต้องขอขอบคุณพี่แอม ขอบคุณพี่นิด แล้วก็ขอบคุณพี่หน่อย ที่เรารู้สึกว่าเราอยู่กับทั้ง 3 คนแล้ว เราสุขใจ เป็นผู้มีพระคุณกับเราทางด้านชีวิตและจิตใจ ถ้าไม่มีพี่แอม โอ๋ก็ไม่หลุดเข้ามาในวงการละคร ถ้าไม่มีพี่นิดก็ไม่มีผู้กำกับชื่อโอ๋-กฤษฎา แล้วกับพี่หน่อยก็เหมือนว่าเราตามหากันมานาน เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันเดียวกัน และเราก็แอบเป็นแฟนคลับเขา (ยิ้ม) พอได้มาทำงานด้วยกัน ก็ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้เวลาเราทำงานแล้วเราสุขใจ เขาเหมือนเป็นพี่สาว ที่คอยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ ครับ

ฟังดูแล้ว ผลงานเรื่องใหม่ของ โอ๋-กฤษฎา หนีไม่พ้นพี่สาวผู้จัดฯ คนนี้แน่นอนค่ะ

‘แม็ค-พงศ์พีระ’ ติดใจธรรมชาติ ขับรถลุยป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/316921

‘แม็ค-พงศ์พีระ’ ติดใจธรรมชาติ ขับรถลุยป่า

‘แม็ค-พงศ์พีระ’ ติดใจธรรมชาติ ขับรถลุยป่า

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถือเป็นหนุ่มที่หลงใหลการอยู่ป่าอยู่เขาสุดๆ สำหรับ แม็ค-พงศ์พีระ เวียงนนท์ เพราะว่างๆ จากถ่ายละครปุ๊บ เป็นต้องเปิดโซเชียลเสาะแสวงหาสถานที่แปลกใหม่ เพื่อออกเดินทางไปสัมผัสกับบรรยากาศที่ชื่นชอบอยู่บ่อยๆ ล่าสุดก็ขับรถขึ้นเหนือ เที่ยวเมืองเชียงใหม่ ไล่ลงมาจนถึงจังหวัดน่าน ทริปนี้จะทำให้แม็คไปเจออะไรบ้าง และเรียนรู้อะไรจากการเที่ยวบ้างตามไปดูกันเลยจ้า

วางแผนการเดินทาง “ผมเลือกเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวครับเพราะเดินทางสะดวกหน่อยอยากไปไหนพักไหนก็สามารถทำได้ตลอด และถึงแม้ว่าขับรถจะเหนื่อยแต่ก็เป็นความสุขอีกแบบที่มาทดแทนความเหนื่อย แฮปปี้ที่ได้ขับรถไปที่ต่างๆ ระหว่างทางก็เห็นธรรมชาติต่างๆ ที่สวยงามตามตลอดเส้นทาง”

เริ่มต้นเส้นทางความสนุก “ผมขับรถขึ้นเหนือไปอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ก่อนแล้วค่อยขึ้นไป ม่อนม้งอยู่ใกล้ๆ ม่อนแจ่ม แล้วก็ขับลงมาที่จังหวัดน่าน เส้นทางก็จะลัดเลาะเขาไปเรื่อยๆ สนุกดีครับ”

ธรรมชาติที่ม่อนม้งในความทรงจำ “อากาศดีมาก มีหมอก นอนโฮมสเตย์ ไม่มีแอร์ เรียบง่าย เป็นไม้ไผ่ เปิดรูดม่านไม้ไผ่รับแสงตอนเช้าๆ เจอป่า เขา เขียว อยู่กับธรรมชาติจริงๆ เป็นช่วงเวลาที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง แล้วจะบอกว่าอากาศตอนกลางคืนดีมาก มองเห็นดาว ผมชอบมากนอนดูดาวชิลๆ เลย”

เป้าหมายต่อไป “พอลงจากม่อนม้งก็ไป เชยชีวาเป็นที่พักแนวธรรมชาติเหมือนกัน เป็นบ้านแล้วแบ่งเป็นห้องเล็กสองห้องห้องใหญ่หนึ่งห้อง พี่เจ้าของเขาทำให้ลูกเขาอยู่ ผมก็ไปอยู่และเห็นชาวบ้านที่นั่นเขาใช้ชีวิตแบบพอเพียงอยู่กับธรรมชาติ เก็บผัก ผลไม้ พืช ต่างๆ ที่ปลูกเองมาทำกินเอง ตัดไม้ไผ่มาแล้วเขาเจอหนอน แล้วเอาหนอนมาคั่วใส่ใบมะกรูด พอคั่วเสร็จเขาแบ่งให้ผมกินด้วย นี่คือความน่ารักที่ผมประทับใจมาก เขาเป็นมิตรกับเรา เราเป็นมิตรกับเขา ทุกครั้งที่เรามองเราจะเห็นรอยยิ้มของพวกเขา แล้วเขาก็จะยิ้มพร้อมกับยื่นสิ่งที่ได้มาจากธรรมชาติเล็กๆ น้อยๆ แต่มากทางใจสำหรับเรานะ คือวันนั้นเขาไปตัดไม้ไผ่เขาบอกผมว่า “พี่ไปตัดไม้ไผ่มา กินรถด่วนเป็นไหม” ผมก็เข้าใจว่าเป็นแบบในกล่องทอดมากรอบๆ แต่นี่มาเป็นตัวนิ่มๆ มันๆ กัดเข้าไปแล้วแบบ (หัวเราะ) ผมทานไม่หมดแล้วครับ”

น่านไงได้ใจไปเต็มๆ “ลงจากเชยชีวาก็ไปน่านต่อนอนที่ ปัว อยู่กับธรรมชาติอีกเหมือนเดิมครับ แต่ที่ผมไปเป็น นาข้าว ร้านกาแฟ อยู่กับธรรมชาติ คือเป็นเชิงประมาณว่า ทำนาแต่มีร้านกาแฟอยู่ข้างหน้า โต๊ะนั่งกินกาแฟก็อยู่ตามคันนาเป็นเพิงรอบๆ อากาศดีมาก ควรจะไปอากาศดีหน่อย แล้วก็มีควายเผือกสองตัวให้เราดู (หัวเราะ)”

ติดใจธรรมชาติ “ผมค่อนข้างจะชอบและโหยหาธรรมชาติ ชอบป่า เขา น้ำตก ผมว่าเงียบดี ได้อยู่กับธรรมชาติ ไม่ต้องอยู่กับผู้คนเยอะ และคนที่นั่นก็จะชิลๆ ไม่ต้องใช้เสียงดังอะไรมาก ทุกคนอารมณ์ดี ไม่เร่งรีบไม่เหมือนสิ่งแวดล้อมที่เราเจอที่เราทำงานอยู่ทุกวันที่ค่อนข้างกระทบต่ออารมณ์ เราไปพักชาร์จแบต อย่างทริปนี้ส่วนใหญ่ก็ไปอยู่กับธรรมชาติและใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เราไปด้วย ไปลองดูว่าจะอยู่ด้วยกันได้หรือเปล่า (หัวเราะ) ชอบแบบเดียวกันไหม เรียนรู้กันและกันครับ” นอกเหนือจากการพักผ่อน “แน่นอนผมได้พักผ่อนที่เต็มที่และยังทำให้เราได้รู้ว่าการเดินทางมันต้องวางแผนก่อน แล้วในทุกการเดินทางไม่ได้ราบรื่นก็ต้องมีปัญหา ซึ่งเราจะจัดการยังไงให้มันผ่านไปได้ด้วยดี การอยู่ร่วมกับคนจะต้องยังไง เรียนรู้กันยังไงคนที่ออกทริปเขาเป็นยังไงก็ต้องศึกษากัน ทุกอย่างต้องเรียนรู้ค่อยๆ ปรับ”

ทริปต่อไป “ผมอยากจะไปกาญจนบุรี หมู่บ้านอีต่อง เหมืองปิล๊อก เป็นหมู่บ้านเหมืองแร่ นอนแช่กลางสายหมอก ผมรู้สึกว่าอยากไปสัมผัสธรรมชาติแบบนี้บ้างแล้วก็อยากไปในที่ที่ยังไม่ค่อยเจริญมากยิ่งดีครับ ก็มองหาไปเรื่อยๆ”

ฝากผลงาน “ผลงานตอนนี้มีละครเรื่อง นักสู้เทวดา ข้ามสีทันดร คมแฝก แล้วก็ รับเชิญ ชาติเสือพันธุ์มังกร ที่พลิกบทบาทครั้งแรกเลย ก็ฝากให้ติดตามชมกันดูว่าจะเป็นยังไงครับ”

การได้ออกไปเที่ยวเจอสถานที่ใหม่ๆ เจอคนใหม่ๆ ก็ถือว่าเป็นการเปิดมุมมองให้เราได้คิดและทบทวนสิ่งต่างๆ รอบตัวเราได้อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งก็นำไปสู่การรู้จักตัวเองและคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น อย่าลืมสังเกตเพื่อนร่วมทางของคุณในทุกทริปกันด้วยนะจ๊ะ

หยินหยาง

‘จ๊อบ-นิธิ’ ควงลูกๆ อนุรักษ์ชายฝั่งเมืองระยอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/316923

‘จ๊อบ-นิธิ’ ควงลูกๆ อนุรักษ์ชายฝั่งเมืองระยอง

‘จ๊อบ-นิธิ’ ควงลูกๆ อนุรักษ์ชายฝั่งเมืองระยอง

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพราะความที่เป็นดารานักอนุรักษ์ จ๊อบ-นิธิสมุทรโคจร จึงไม่รีรอที่จะส่งผ่านความคิดนี้ให้กับลูกๆ ด้วยการส่ง น้องเคนโด้-ธนิก และ น้องเคด้า-ธนินี เข้าทีม TRASH HERO KIDS (FB : trashherothailand) ร่วมโครงการป่าในเมือง โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ไปลงพื้นที่จริงทำความสะอาด เก็บขยะบริเวณริมทะเลและชายฝั่งเมืองระยอง พร้อมปล่อยพันธุ์ปลาคืนสู่ธรรมชาติ และปลูกป่าชายเลนสร้างบ้านหลังใหญ่ให้สัตว์น้ำ ซึ่งแคมเปญสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจัดขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการสร้าง และปลูกจิตใต้สำนึกแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่หันมาร่วมกันใส่ใจสิ่งแวดล้อม และยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย

‘มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย ซีซั่น 2’ เปิดฉากสุดมันส์‘ป๊อก-เชฟเอียน-เชฟป้อม-ม.ล.ภาสันต์’ ผนึกกำลังความแซ่บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/316911

‘มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย ซีซั่น 2’ เปิดฉากสุดมันส์‘ป๊อก-เชฟเอียน-เชฟป้อม-ม.ล.ภาสันต์’ ผนึกกำลังความแซ่บ

‘มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย ซีซั่น 2’ เปิดฉากสุดมันส์‘ป๊อก-เชฟเอียน-เชฟป้อม-ม.ล.ภาสันต์’ ผนึกกำลังความแซ่บ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลับมาสร้างความตื่นเต้นและความเข้มข้นอีกครั้งแบบทวีคูณสำหรับรายการ “มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย ซีซั่น 2 ”(Masterchef Thailandsenson 2) ของบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด กับสุดยอดการแข่งขันการทำอาหารเพื่อเฟ้นหาเพียงหนึ่งเดียวก้าวเป็น มาสเตอร์เชฟประเทศไทยคนที่ 2 พร้อมรับเงินรางวัล 1 ล้านบาท

นับตั้งแต่เปิดรับสมัครเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าร่วมแข่งขันในรายการ มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย ซีซั่น 2 ซึ่งมีคนให้ความสนใจแห่เข้าร่วมสมัครกว่าสามพันคนเกือบทุกช่องทางทั้งการส่งคลิปการทำอาหารเข้ามาหรือการเดินเข้ามาสมัครด้วยตนเองที่จุดรับสมัครห้องโฮเรก้าสแควร์ อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ พร้อมการทำอาหารโชว์ด้วย ซึ่งแต่ละคนก็แบกความมุ่งมั่นและความมั่นใจกันมาอย่างเต็มเปี่ยมหวังเพื่อจะก้าวสู่รอบลึกๆ ให้ได้โดยในแต่รอบของการตัดสินเพื่อเฟ้นหาผู้ผ่านเข้ารอบขอบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ยากลำบากมากสำหรับกรรมการเพราะในปีนี้แต่ละคนเตรียมตัวเตรียมความพร้อมมาอย่างดีเพราะทุกคนมุ่งมั่นและคาดหวังกับการที่จะก้าวเข้าไปยืนในมาสเตอร์เชฟคิทเช่นจึงทำให้การคัดเลือกแต่ละรอบนั้นเป็นโจทย์ที่ยากพอสมควรจนกระทั่งมาถึงรอบออดิชั่นผู้ผ่านเข้ารอบจะต้องเผชิญหน้ากับ 3 กรรมการ ม.ล.ภาสันต์สวัสดิวัตน์, เชฟป้อม ม.ล.ขวัญทิพย์และ เชฟเอียน พงษ์ธวัช งานนี้แต่ละคนต่างงัดสูตรเด็ดออกมารังสรรค์เมนูกันแบบสุดฝีมือหวังเรียกคะแนนจากกรรมการซึ่งผลที่ออกมานั้นหลายคนกระโดดโลดเต้นเพราะสามารถชนะใจกรรมการผ่านเข้ารอบต่อไปได้แต่บางคนก็ต้องน้ำตาตกผิดหวังกลับบ้านแต่ก็ได้รับคำแนะนำจากกรรมการเพื่อให้ไปฝึกฝีมือแล้วกลับมาใหม่อีกปีหน้าเรียกว่าเพียงแค่สัปดาห์แรกก็ตื่นเต้นเร้าใจลุ้นกันแบบนั่งไม่ติดแล้ว

ติดตามชมความสนุกสนานของการค้นหาคนธรรมดาที่มีใจรักในการทำอาหาร พร้อมกับฝีมือที่ไม่ธรรมดาเพื่อจะก้าวเป็น “มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์ซีซั่น 2” โดยเริ่มออกอากาศเทปแรกวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี

เวิร์คพอยท์ มอบผ้าห่มชาวบ้าน จ.เชียงใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/316924

เวิร์คพอยท์ มอบผ้าห่มชาวบ้าน จ.เชียงใหม่

เวิร์คพอยท์ มอบผ้าห่มชาวบ้าน จ.เชียงใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจากที่ มูลนิธิเวิร์คพอยท์ ได้จัดโครงการ “หนาวนี้แบ่งกันอุ่น” โดยนำผ้าห่มกันหนาวไปมอบให้กับชาวบ้านที่ อ.ฮอด และอ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และได้มอบผ้าห่มจำนวนหนึ่งให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อสลี เพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้านที่ยากไร้ได้คลายหนาวกันนั้น…เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่ นำโดย นายอนันต์ ภัทรเดชมงคล นายอำเภอฮอด, นายจิรายุ งอกงาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อสลี และเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการต่างๆ เช่น การศึกษานอกโรงเรียน, โรงพยาบาลอำเภอฮอด,โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, ผู้ใหญ่บ้าน,สำนักงานคุมประพฤติ ฯลฯ ได้ออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ ตามโครงการ “อำเภอยิ้ม… เคลื่อนที่”  โดยออกไปให้บริการแก่ชาวบ้านที่ บ้านทุ่งยง ต.บ่อสลี อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ซึ่งนอกจากจะมีการให้บริการต่างๆแก่ประชาชน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการที่จะต้องเดินทางออกไปติดต่อราชการถึงตัวอำเภอแล้วยังมีการมอบสิ่งของ รวมทั้งผ้าห่มกันหนาวที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเวิร์คพอยท์ ให้กับชาวบ้านที่มาใช้บริการ ณ จุดบริการประชาชนอีกด้วยรวมทั้งยังนำผ้าห่มไปมอบให้กับผู้ป่วยติดเตียงในหมู่บ้านทุ่งยงอีกด้วย

‘ปราโมทย์ วิเลปะนะ’ ปลุกกระแส ปรากฏการณ์สุขภาพดีกันทั้งเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/316912

‘ปราโมทย์ วิเลปะนะ’ ปลุกกระแส  ปรากฏการณ์สุขภาพดีกันทั้งเมือง

‘ปราโมทย์ วิเลปะนะ’ ปลุกกระแส ปรากฏการณ์สุขภาพดีกันทั้งเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผ่านไปแล้วอย่างคึกคักและรู้สึกได้ถึงความมีสุขภาพดีตลอดงานเลยจริงๆ กับงาน Grand Opening “Parntip NaturalProduct” ปรากฏการณ์ความสุข..สุขภาพดีของจริงประเดิมต้นปีจอกันอย่างคึกคักไปแล้วเมื่อวานก่อน ภายใต้การบริหารโดย“ปานทิพย์ บุรพานนทชัย” CEO ParntipNatural Product ร่วมกับ “ว่าที่ร.ต.ธนัท ชัชวาลย์” ผอ.ฝ่ายการตลาด ParntipNatural Product โดยภายในงานพร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่อย่าง “ปราโมทย์ วิเลปะนะ” ศิลปิน-นักร้องชื่อดัง ที่งานนี้พร้อมปลุกกระแสการรักสุขภาพจนเป็นปรากฏการณ์สุขภาพดีกันทั้งเมือง โดยParntip Natural Product คือการค้นพบสรรพคุณที่โดดเด่นจากผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติรวมถึง 35 ชนิด พร้อมนำมาสกัดด้วยวิธีพิเศษที่ทำการศึกษาวิจัยมาแล้วอย่างยาวนานกว่า 2 ปี งานนี้ระดมพลคนรักสุขภาพและแฟนคลับนักร้องหนุ่ม “ปราโมทย์ วิเลปะนะ”ที่ขอเสนอตัวเป็นอีกหนึ่งคนที่จะช่วยให้สุขภาพของคนไทยดีและขอร่วมดูแลสุขภาพทุกคนที่สนใจดั่งคนในครอบครัวเลยทีเดียวการันตีด้วยภาพแห่งความสำเร็จที่ประจักษ์สายตาใครต่อใครที่ได้เห็นในงานแล้วอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ

“วันนี้ผมก็รู้สึกยินดีและมีความสุขมากเลยที่ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปานทิพย์ ต้องขอการันตีและยืนยันถึงคุณภาพและความมั่นใจ กับ Parntip Natural Product เลยครับ ตัวนี้เป็นสเปรย์ปรับอากาศสำหรับภูมิแพ้ ฉีดในห้องนอนก็ทำให้หลับสบาย ฉีดในรถก็สามารถ ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างเห็นผล  ที่สำคัญผลิตจากธรรมชาติ 100% พิสูจน์มาแล้ว ใช้เองมาแล้วไม่ได้เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์เฉยๆ ฉีดได้ 400 ครั้งเลยทีเดียว ที่สำคัญสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ยังมีตัวที่ช่วยบรรเทาอาการ เคล็ด ขัดยอก ตะคริว รองช้ำ กล้ามเนื้ออักเสบ ตกหมอนออฟฟิศซินโดรม  ไมเกรน ปวดประจำเดือน เรียกว่าครอบคลุมเรื่องสุขภาพเลยจริงๆแอบกระซิบนิดหนึ่งว่าเทคนิคการใช้ “ParntipNatural Product” เพื่อการบรรเทาอาการทุกอย่างใช้ครั้งแรกแล้วอีก 5 นาที ทาซ้ำอีกครั้งหนึ่งจะได้ผลชัดเจนยิ่งขึ้นครับ สามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้หมดทันทีไม่เหลือคราบเลอะเสื้อผ้าเลย ปราศจากสารเคมี ยาชา สเตียรอยด์ เจือปนทั้งสิ้น และใช้ได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ ยังไงก็ขอฝากปานทิพย์ไว้สำหรับคนไทยที่รักสุขภาพและอยากมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีความสุขไว้ด้วยครับสามารถติดต่อสอบถาม 063-5945324,Line : @Parntip,  Facebook/ParntipNatural Product”

Hollywood stars : 28 มกราคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/316909

Hollywood stars :  28 มกราคม 2561

Hollywood stars : 28 มกราคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

O พระเอกฮอลลีวู้ดรุ่นใหญ่ ไมเคิล ดักลาส งานเข้าโครมเบ้อเริ่ม เมื่อถูก ซูซาน เบราดี นักเขียนหญิงแฉผ่านรายการ Today ของช่อง NBC ว่า ไมเคิล เคยสำเร็จความใคร่ต่อหน้าเธอ ตอนที่ทำงานร่วมกันเมื่อ 30 ปีก่อน แต่เพื่อนของเธอเตือนว่าอย่าบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด ก่อนที่ซูซานจะออกมาแฉ ไมเคิลเคยออกมาให้สัมภาษณ์ดักทางกับสื่อว่าจะมีผู้หญิงคนหนึ่งกุเรื่องว่าโดนเขาคุกคามทางเพศออกสื่อเร็วๆ นี้ พร้อมออกตัวล่วงหน้าว่าเขาไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนั้น ซึ่งภรรยาคนสวย แคทเธอรีนซีต้า โจนส์ ก็พร้อมเข้าข้างสามีเต็มที่

O นักแสดงหนุ่มมากฝีมือ ปีเตอร์ ดิงค์เลจที่แฟนซีรี่ส์ Game of Thrones คุ้นหน้าคุ้นตาเขากันดีในบทของ ทีเรียน แลนนิสเตอร์ ซึ่งเป็นคาแร็กเตอร์ที่ใครหลายคนชื่นชอบ เผยความรู้สึกเมื่อต้องถึงเวลาอวสานของซีรี่ส์อันโด่งดังนี้แล้ว หลังจากที่ HBO ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า Game of Thrones ซีซั่นสุดท้ายมีกำหนดฉายล่าช้า ซึ่งจะออนแอร์ตอนแรกของซีซั่นในปี 2019 ทำเอาแฟนๆ ถึงกับหวั่นเพราะต้องรอไปอีกหนึ่งปีเต็ม และภายหลังนักแสดงหนุ่มที่รับบททีเรียนได้เผยระหว่างให้สัมภาษณ์กับ Variety’s Sundance Film Festival ถึงซีรี่ส์ชุดนี้ว่า เป็นอะไรที่หวานอมขมกลืนเพราะถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องเดินหน้าต่อ เป็นช่วงเวลาที่เศร้ามาก เพราะทุกคนได้ใช้เวลากับมันมานาน การที่เราต้องบอกลามันเลยเป็นอะไรที่เจ็บปวด แต่ซีรี่ส์เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต และมันก็ถึงเวลาที่ดีสำหรับตอนจบของมัน เพราะบางอย่างถ้ามันอยู่ยาวนานเกินไป ความนิยมก็อาจจะลดลงได้

O เข้าปีที่ 10 แล้วที่ ฮีธ เลดเจอร์ นักแสดงหนุ่มผู้รับบทโจ๊กเกอร์จากภาพยนตร์ The Dark Knightได้จากพวกเราไปเมื่อปี 2008 และอดีตแฟนสาวของเขา นาโอมิ วัตต์ ได้ออกมารำลึกถึงความทรงจำที่ไม่เคยลืมเลือน นักแสดงสาววัย 47 ปี ได้ออกมาโพสต์รูปของนักแสดงหนุ่มบนอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมกับเขียนข้อความซึ้งถึงอดีตแฟนหนุ่มที่รู้สึกได้เลยว่าเขายังอยู่ในความทรงจำของเธอตลอดเวลา อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2011 นาโอมิเคยกล่าวถึงอดีตแฟนหนุ่มที่เธอคบหาตั้งแต่ปี 2002 ถึง 2004 ไว้ว่า ความสัมพันธ์ของเขาและเธอเป็นอะไรที่สวยงามมาก ฮีธ เลดเจอร์ เสียชีวิตจากสาเหตุการน็อกยา หลังจากที่รับประทานยารวมกันทีเดียวถึง 6 เม็ด ซึ่งยาที่เขารับประทานประกอบด้วย ยาแก้ปวดและยาแก้เครียดส่งผลให้นักแสดงหนุ่มเกิดอาการมึนเมาอย่างฉับพลัน เพราะยาแก้ปวดที่กินเข้าไปนั้นมีส่วนผสมของมอร์ฟีน และถูกขนานนามว่า ฮิลบิลลี เฮโรอีน ซึ่งทำให้คนในสหรัฐเสียชีวิตมาหลายร้อยคนแล้ว

O มาชิกหน่วยสวาท จับกุม อดัม ฮิคส์ นักแสดงชื่อดังจากค่ายดิสนี่ย์ หลังร่วมกับพวกอีก 1 คนใช้ปืนปล้นเหยื่อ 4 ราย เมื่อช่วงเช้าตรู่เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ ในเบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และว่าตอนนี้สตาร์ดังจากซีรี่ส์ซิทคอมเรื่อง “Zeke and Luther” ถูกส่งตัวไปยังคุกแอลเอ เคานท์ตี้ แล้ว กำหนดวงเงินประกันตัวจำนวน 350,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12.25 ล้านบาท) และมีกำหนดขึ้นศาลในวันศุกร์

O พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง มาดามทุซโซ่ สาขาลอนดอน ที่เปิดตัวสมาชิกใหม่ เป็นหุ่นขี้ผึ้งของ เอ็ดดี้เรดเมนย์น พระเอกออสการ์ วัย 36 ปี ซึ่งมาในลุคสุดเท่กับชุดสูท แบรนด์หรู กุชชี่ โดยหุ่นขี้ผึ้งของ เรดเมนย์น จะถูกจัดแสดงร่วมกับนักแสดงดังๆทั้งแบรด พิตต์, แองเจลิน่า โจลี่ และ จอร์จ คลูนีย์ที่พิพิธภัณฑ์มาดามทุซโซ่ สาขาลอนดอนแห่งนี้

O ปิดท้ายที่ข่าวเศร้า ไซมอน เชลตัน ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ตัวละครดังขวัญใจเด็ก ๆ Tinky Winky จากรายการ Teletubbies เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 52 ปีโดยหลานของ เชลตัน ออกมาประกาศข่าวร้ายผ่านอินสตาแกรมเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา แต่ลูกชายเปิดเผยว่า พ่อจากไปอย่างสงบตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม โดยไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตเชลตันได้รับบทบาทต่อจาก เดฟ ธอมป์สัน ในการเป็น Tinky Winky สีม่วง ตั้งแต่ปี 1997 จนกระทั่งรายการนี้ปิดฉากลงเมื่อปี 2001 แม้รายการTeletubbies จะเป็นรายการสำหรับเด็ก แต่กลับได้รับความนิยมจากผู้ใหญ่ พร้อมส่งให้เพลงประจำรายการเป็นเพลงฮิตที่ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ตเพลงในอังกฤษมาแล้ว

Rookies : ‘ดิน-ธีร์รชตะ’นักแสดงสายเลือดกีฬา ดีกรีแชมป์โบว์ลิ่งประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/316730

Rookies :  ‘ดิน-ธีร์รชตะ’นักแสดงสายเลือดกีฬา  ดีกรีแชมป์โบว์ลิ่งประเทศไทย

Rookies : ‘ดิน-ธีร์รชตะ’นักแสดงสายเลือดกีฬา ดีกรีแชมป์โบว์ลิ่งประเทศไทย

วันเสาร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาของ “ดิน-ธีร์รชตะ รชตะหิรัญกาล”บวกกับดีกรีนักกีฬาโบว์ลิ่งระดับแชมป์ประเทศไทย จึงเข้าตาผู้จัดฯ ตู่-นพพล โกมารชุน แห่งค่ายเป่าจินจง ชวนมาเล่นละครเรื่องแรก“ริมฝั่งน้ำ” ผลงานกำกับของ กัปตัน-ภูธเนศ ซึ่งเตรียมออกอากาศทางช่อง 3 ซึ่งงานนี้หนุ่มดินต้องมาเจอบทดราม่าเข้มข้น แถมปะทะฝีมือกับนักแสดงรุ่นใหญ่เพียบ เรียกว่าทั้งเกร็งทั้งกดดัน

จากนักกีฬาโบว์ลิ่งสู่นักแสดงดาวรุ่ง

ก่อนเข้ามาแสดงละคร ผมมีถ่ายแบบนิตยสารมาบ้างครับ เล่นละครสั้นของช่อง 3 “ศัพท์สอนรวย” ส่วนการเป็นนักกีฬาโบว์ลิ่ง ผมเล่นมาตั้งแต่อายุ 11 ปี แต่ลงแข่งจริงๆ ตอนอายุ 13 ปี แล้วก็แข่งได้แชมป์แรก ชิงแชมป์ประเทศไทย อีกปีก็ได้ชิงแชมป์ประเทศไทย ไทยแลนด์โอเพ่น แล้วก็มีไปแข่งต่างประเทศด้วย แต่ช่วงนี้ในพาร์ทการแข่งโบว์ลิ่ง ก็พักก่อน ต้องมุ่งเรียนก่อนครับ เพราะเพิ่งเข้าปี 1 อยากเรียนให้เต็มที่กับคณะที่เราเลือก แต่ยังไงก็กลับไปแข่งอีกแน่นอน ไม่ทิ้งไปไหนครับ

ประเดิมงานแสดงเรื่องแรก

ในละคร ริมฝั่งน้ำ ผมรับบทเป็น ต้น เป็นเด็กเรียบร้อยแต่จะมีหลงผิดไปทางยาเสพติด แล้วกลับตัวกลับใจมาเป็นคนดี ละครเรื่องนี้เป็นละครอบอุ่นครับ มีหลายเจนเนอเรชั่น แล้วก็มีปัญหาให้ต้องแก้ตลอดเวลา อย่างเช่นแต่ละเจนฯ เป็นยังไงจะแก้แบบไหน เช่น เจนเนอเรชั่นของผมก็จะเป็นวัยรุ่นที่ค่อนข้างติดเรื่องราวความรัก หรืออีกเจนเนอเรชั่นหนึ่งวัยทำงานก็จะเป็นปัญหาอีกแบบหนึ่ง เจนเนอเรชั่นอาวุโส ก็จะมี มี้-พิศมัย, อาสะอาดเปี่ยมพงศ์สานต์, พ่ออี๊ด-สุประวัติ, อาต้อย-เศรษฐา ก็เป็นเรื่องราวของครอบครัวที่ต่างวัยกัน ผมเป็นหลานของตาชาญชัย จะมีปัญหาทางครอบครัว โดนพี่แกล้ง โดนพี่กดดันตลอดเวลา แล้วก็มีหลงผิดไปบ้าง แต่ก็กลับมาได้ เพราะคุณปู่ แล้วก็พี่เพื่อน (เพื่อน-คณิน ชอบประดิถ) ที่เล่นเป็นพระเอก จะเป็นแนวดราม่า ปนแอ๊กชั่นครับ

มุมของตัวละคร ที่ใกล้เคียงชีวิตจริง

เรื่องของเวลาเราเจอปัญหา เราก็ต้องหาทางแก้ แล้วเราก็จะมีคุณปู่ที่คอยช่วยเราตลอดเวลา ตรงนี้ก็จะมีความคล้ายคลึงชีวิตจริงผมนะครับ คือบางอย่างก็เหมือนเขียนมาจากตัวเราด้วย ใกล้ตัวนิดหนึ่งครับ ช่วยให้เราเล่นง่ายขึ้น หลังจากอ่านบทไปแล้ว จินตนาการได้ไม่ยาก ซึ่งสิ่งที่ใกล้ตัวมากๆ เลยก็คือเรื่องของ ครอบครัว กีฬา คือก่อนที่จะได้มาเล่นละครเรื่อง ริมฝั่งน้ำ เหมือนเขามีเปิดแคสต์แล้วทางทีมงานก็ต้องการคนที่เล่นโบว์ลิ่งได้ ก็เลยตรงกับผมเลย วัยเดียวกัน ตัวละครตามบทเลย

เรียนรู้งานแสดงจริงจากกองถ่าย

การที่เราเป็นนักแสดงหน้าใหม่ เพราะฉะนั้นเวลาเข้าฉากกับนักแสดงรุ่นใหญ่ ก็จะเกร็งๆ ตื่นกล้องบ้าง ทำอะไรไม่ถูก แต่ทุกคนก็ช่วยเราดีมาก ว่าจะต้องทำยังไง มุมกล้องจะรับหน้าจะหันซ้ายขวายังไง ก็จะเรียกคุณปู่ๆ ตามบทบาทในเรื่องเลยครับ ก็จะอินนิดหนึ่ง เข้าฉากกับคุณปู่เยอะครับ แล้วก็ได้เรียนรู้ที่คุณปู่สอนคือ เราอย่าไปคิดมาก อย่าคิดไปก่อนว่าเราต้องทำอะไร คือเหมือนเราต้องอิมโพรไวส์ขึ้นมา ไม่ต้องไปนั่งคิดว่าเราต้องทำอันนี้นะ หรือแบบนี้นะ แล้วค่อยไปเอาหน้ากล้องอีกทีหนึ่ง ปล่อยตัวเองสบายๆ พอเรียนรู้เข้าใจแล้ว ความเกร็งเวลาเข้าฉากกับคุณปู่ก็น้อยลงครับ เขามีความอบอุ่นอยู่ในนั้น ทำให้เรารู้สึกและสัมผัสได้จริงๆ

ร่วมงานผู้กำกับฯ กัปตัน ภูธเนศ

พี่กัปตัน เขาน่ารักครับ คอยช่วยเราตลอดเวลา ว่าบทนี้จะเล่นประมาณไหน ถ้าตรงไหนเราไม่เข้าใจก็ถามเขา แล้วเขาก็จะบอกเรา สอนเรา แนะนำว่าต้องทำแบบไหน พี่กัปตันเป็นผู้กำกับที่ทำให้เราเข้าใจง่ายนะ ช่วงแรกๆ เกร็งครับ กลัวว่าจะโดนดุหรือเปล่า เพราะเราก็หน้าใหม่ เรายังไม่กล้าทำอะไรมาก ถ้าเราทำอะไรมากเกินไป มันอาจจะไม่ดีก็ได้ ก็มีการทำความเข้าใจกันก่อน แล้วพี่กัปตันก็บิ้วท์ตอนหน้ากล้องอีกทีหนึ่ง บรีฟอีกรอบเพื่อความมั่นใจ แล้วก็มีพี่เฟรช (อริศรา วงษ์ชาลี) คอยช่วยเราอีกคนด้วย เป็นแอ๊กติ้งโค้ชให้ บิ้วท์ว่าเราต้องทำอะไร เสริมอารมณ์เราจากข้างใน ใส่อินเนอร์เข้าไป

เริ่มสนุกและติดใจ

วงการนี้มีเรื่องท้าทายเข้ามาตลอด ทำให้เรารู้สึกว่าสนุกดีครับ และสนุกยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อเราได้แก้อะไรหลายๆ อย่าง ยังไงผมก็ฝากติดตามละครเรื่อง ริมฝั่งน้ำ ละครเรื่องแรกของผมด้วยนะครับ
เป็นละครแนวอบอุ่น แนะแนวทางวิธีการแก้ปัญหา เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว เสริมหัวใจให้อบอุ่นในครอบครัว หรือถ้าแฟนๆ อยากพูดคุยกับผมก็สามารถเข้าไปติดตามกันได้ที่แฟนเพจ p din teerachata และ IG Teerachatar ครับ

4 โพดำ ปะทะ 3 ดอกจิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/316766

4 โพดำ ปะทะ 3 ดอกจิก

4 โพดำ ปะทะ 3 ดอกจิก

วันเสาร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เสาร์นี้ 3 พิธีกรเพื่อนซี้ รายการ“นี่เพื่อนเอง” เต๋อ-เพชร-ปิงปอง ขอฟอร์มทีมใหม่ในชื่อ 3 ดอกจิก เพื่อบุกไปตีสนิทกับเพื่อนใหม่ จาก 4 โพดำ “แก้ม กัน ตั้ม โดม” บอกเลยว่าครื้นเครงที่สุด เรียกว่าโดนเผยความลับกันยกเเก๊ง ทำเอาขำกันจนเออเร่อ จากนั้นมาล้อมวงกินข้าวเม้าท์มอย เเละเจอกับศึกการดวลเพลงครั้งยิ่งใหญ่ที่มีชื่อว่า “ร้องหลอดเเตก” มาดูกันว่าโชว์จากเพื่อนๆ ครั้งนี้ จะสนุกกันขนาดไหน พร้อมลุ้นกันว่างานนี้พิธีกรคนไหนจะได้รับตำแหน่ง จากเพื่อนใหม่ทั้ง 4 และคว้าชัย ได้ไปเที่ยว #นี่ฮอกไกโดเอง กับผู้โชคดี ติดตามกันวันเสาร์ที่ 27 ม.ค.นี้ เวลาบ่าย 3 โมงตรง ทางช่องจีเอ็มเอ็ม 25