วันที่ 11 ส.ค. 2564 ข่าวการเงิน-หุ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/finance-stock

ALT ชี้ไตรมาส 2/64 ธุรกิจสื่อสารข้ามแดนรุ่งดันกำไรขั้นต้นฟื้น

ALT ชี้ไตรมาส 2/64 ธุรกิจสื่อสารข้ามแดนรุ่งดันกำไรขั้นต้นฟื้น

เอแอลที เผยผลงานไตรมาส 2/64 กำไรขั้นต้น 76 ล้านบาท รับอานิสงค์ธุรกิจโครงข่ายสื่อสารระหว่างประเทศเติบโตสูง โชว์มีงานรอรับรู้รายได้ 1,466 ล้านบาทวันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 09:42 น. | หุ้น

บาทเปิด 33.47 บาทต่อดอลลาร์ทรงตัว

บาทเปิด 33.47 บาทต่อดอลลาร์ทรงตัว

เงินบาทเปิดตลาด 33.47 บาทต่อดอลลาร์ทรงตัว ตลาดรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐคืนนี้วันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 09:34 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

ทองคำ 11 ส.ค. ลง 50 บาท

ทองคำ 11 ส.ค. ลง 50 บาท

ทองคำเปิดตลาดปรับลดลง 50 บาท แท่งขาย27,400รูปพรรณ27,900 บาทวันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 09:31 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

YGGโชว์ฟอร์มเจ๋งไตรมาส2/64กำไรพุ่ง798%

YGGโชว์ฟอร์มเจ๋งไตรมาส2/64กำไรพุ่ง798%

อิ๊กดราซิล กรุ๊ป โชว์ฟอร์มเจ๋ง กำไรไตรมาส2/64 เติบโตกว่า 798 % ชี้ธุรกิจเกมมาแรงคิดเป็น 39.3 % ของรายได้รวมวันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 09:30 น. | หุ้น

แบงก์รัฐการันตีคุ้มครองเงินฝาก100%

แบงก์รัฐการันตีคุ้มครองเงินฝาก100%

แบงก์รัฐให้ความมุั่นใจผู้ฝากเงินการันตีคุ้มครอง 100% ไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากที่การคุ้มครองเหลือ 1 ล้านบาท ในวันนี้วันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 09:01 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

คลังให้ความมั่นใจผู้ฝากเงินหลังลดคุ้มครองเหลือ1ล้านบาท

คลังให้ความมั่นใจผู้ฝากเงินหลังลดคุ้มครองเหลือ1ล้านบาท

คลังให้ความมั่นใจผู้ฝากเงินหลังลดคุ้มครองเหลือ 1 ล้านบาท 11 สิงหาคม 2564 ยันสถาบันการเงินแข็งแกร่งวันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 08:38 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

หุ้น,ทองคำสหรัฐปิดบวก/น้ำมันพุ่งแรง

หุ้น,ทองคำสหรัฐปิดบวก/น้ำมันพุ่งแรง

ดาวโจนส์ปิดบวก 162.82 จุด ขานรับวุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐาน ด้านราคาน้ำมันพุ่ง 1.81 ดอลลาร์ ขณะที่ทองคำบวก 5.20 ดอลลาร์วันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 06:47 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

วันที่ 10 ส.ค. 2564 ข่าวการเงิน-หุ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/finance-stock

ทีเอ็มบีธนชาต รุกการเงินครบ 4 มิติ ช่วยคนไทยผ่านโควิด-19

ทีเอ็มบีธนชาต รุกการเงินครบ 4 มิติ ช่วยคนไทยผ่านโควิด-19

ทีเอ็มบีธนชาต พร้อมเดินหน้ายกระดับการบริการและส่งมอบโซลูชันการเงินที่ตอบโจทย์ของลูกค้าแต่ละคน ตลอดทุกช่วงชีวิตวันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 20:57 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

BAM ส่งมอบศูนย์พักคอย ผู้ป่วยโควิด -19

BAM ส่งมอบศูนย์พักคอย ผู้ป่วยโควิด -19

BAM ส่งมอบศูนย์พักคอย ผู้ป่วยโควิด -19 ให้กับจังหวัดนครนายกวันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 20:50 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

ยอดใช้บัตรกรุงศรีแตะ 136,000 ล้านบาท

ยอดใช้บัตรกรุงศรีแตะ 136,000 ล้านบาท

กรุงศรี คอนซูมเมอร์เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรแตะ 136,000 ล้านบาทวันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 12:39 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

เปิดเงื่อนไขจ่ายค่าตรวจรักษาโควิดข้าราชการ

เปิดเงื่อนไขจ่ายค่าตรวจรักษาโควิดข้าราชการ

กรมบัญชีกลางกำหนดแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล กรณีเสี่ยงหรือติดเชื้อโควิด 19วันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 12:29 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

JKN มั่นใจปีนี้เติบโตตามแผน 10-15%

JKN มั่นใจปีนี้เติบโตตามแผน 10-15%

JKN มั่นใจปีนี้เติบโตตามแผน 10-15% รับธุรกิจคอนเทนต์สุดแกร่ง หนุนกำไรสุทธิครึ่งปีแรกทำได้ 172 ล้านบาทวันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 10:45 น. | หุ้น

ออมสินห่วงใย มอบเงิน 2 ล้านบาท ช่วยผู้ป่วยโควิด-19

ออมสินห่วงใย มอบเงิน 2 ล้านบาท ช่วยผู้ป่วยโควิด-19

ออมสินห่วงใย มอบเงิน 2 ล้านบาท ช่วยผู้ป่วยโควิด-19 กักตัวที่บ้านอย่างปลอดภัยวันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 10:37 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

ราคาทองคำในประเทศปรับลง100บาท

ราคาทองคำในประเทศปรับลง100บาท

ราคาทองคำในประเทศปรับลดลง 100 บาท ทองแท่งขายออก 27,550 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 28,050 บาทวันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 10:04 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

ธอส. ชวนบอกรักแม่ ด้วยสลากชุดเกล็ดดาว ได้ลุ้นเงินล้าน 24 งวด

ธอส. ชวนบอกรักแม่ ด้วยสลากชุดเกล็ดดาว ได้ลุ้นเงินล้าน 24 งวด

ธอส. ชวนบอกรักแม่ ด้วยสลากชุดเกล็ดดาว ได้ลุ้นเงินล้าน 24 งวด พิเศษ!! ซื้อสลาก 200 หน่วย ระหว่าง 9-20 ส.ค. 64 รับฟรีบัตร Starbucksวันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 10:01 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

ก.ล.ต. เตรียมปรับเกณฑ์การโฆษณากองทุนรวม

ก.ล.ต. เตรียมปรับเกณฑ์การโฆษณากองทุนรวม

ก.ล.ต. เตรียมปรับเกณฑ์การโฆษณากองทุนรวม และการส่งเสริมการขายหน่วยลงทุน มีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ยังคงหลักการการให้ความคุ้มครองผู้ลงทุนวันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 09:57 น. | กองทุนรวม

แนวโน้มหุ้นไทยฟื้นตัวตามตลาดภูมิภาคเอเชีย

แนวโน้มหุ้นไทยฟื้นตัวตามตลาดภูมิภาคเอเชีย

แนวโน้มหุ้นไทย 10ส.ค.64 คาดดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย แต่ยังต้องจับตาสถานการณ์โควิด แม้ยอดติดเชื้อในประเทศเริ่มลดลงวันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 09:19 น. | หุ้น

การจัดการโควิด19 (ณ ส.ค. 64) VS Step ต่อไปของ Sandbox? VS บทบาทวัด

การจัดการโควิด19 (ณ ส.ค. 64) VS Step ต่อไปของ Sandbox? VS บทบาทวัด

ปัญหาสังคม ซึ่งมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นในสถานการณ์โควิดในเวลานี้ หลักธรรมทางศาสนา(ทุกศาสนา) อาจช่วยได้ไม่มากก็น้อยวันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 06:57 น. | คอลัมนิสต์การเงิน-หุ้น

สัญญาณไม่ดี บริษัทยักษ์ใหญ่แห่กักตุนเงินสด คาดโควิดกระทบยาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661315

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 18:00 น.

สัญญาณไม่ดี บริษัทยักษ์ใหญ่แห่กักตุนเงินสด คาดโควิดกระทบยาวหวั่นโควิดกระทบเศรษฐกิจโลก บริษัทยักษ์ใหญ่กักตุนเงินสดเป็นประวัติการณ์

CNN รายงานว่าบริษัทยักษ์ใหญ่จากทั่วโลกรวมถึง Apple และ Google กำลังครอบครองเงินสดจำนวนมหาศาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณว่าบริษัทต่างๆ เริ่มวิตกกังวลว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

ข้อมูลจาก S&P Global Ratings ชี้ว่าบริษัทที่ใหญ่ที่สุกของโลกที่ไม่ใช่บริษัททางการเงินและธนาคาร (nonfinancial) มีเงินสดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ 6.85 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในงบดุล ณ ไตรมาสที่ 2

Gareth Williams หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ S&P Global Ratings ยังคาดการณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวจะแตะระดับ 7.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในสิ้นปีนี้

โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Apple, Google, Microsoft และ Alphabet มีเงินสดรวมกันถึง 460,000 ล้านเหรียญสหรัฐในงบดุล

ขณะที่ Amazon มีเงินสดเกือบ 90,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และ Facebook อยู่ที่กว่า 64,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ไม่เพียงแต่ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเท่านั้นที่กำลังกักตุนเงินสด แต่ยังรวมถึงบริษัท Berkshire Hathaway บริษัทกลุ่มบริษัทโฮลดิ้งข้ามชาติของ Warren Buffett ซึ่งมีเงินสดเพิ่มขึ้นจำนวนมหาศาลเช่นกันจากกการที่บริษัทพยายามหาช่องทางในการลงทุน

โดยในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนบริษัทมีเงินสดอยู่ที่ 144,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 138,300 ล้านเหรียญสหรัฐในเดือนธันวาคม

CNN ระบุว่าบรรดาบริษัทต่างๆ ยังใช้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเพื่อการกู้ยืมมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มเงินสดของพวกเขา โดยสาเหตุที่บริษัทเหล่านี้กำลังกักตุนเงินสดสำรองเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับตลาดและเศรษฐกิจท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19

Photo by JUSTIN TALLIS / AFP

สงครามอัฟกายังไม่จบ กองทัพต้านตอลิบานถือกำเนิดขึ้นแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661307

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 16:57 น.

สงครามอัฟกายังไม่จบ กองทัพต้านตอลิบานถือกำเนิดขึ้นแล้วชาวอัฟกันรวมตัวก่อตั้งกองกำลังต่อต้านกลุ่มตอลิบาน สัญญาณของสงครามยืดเยื้อก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

นับตั้งแต่กลุ่มตอลิบานเข้ายึดครองอัฟกานิสถานการต่อต้านก็เริ่มปรากฏขึ้น โดยเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มตอลิบานกล่าวว่ากองกำลังติดอาวุธชาวอัฟกันหลายร้อยคน รวมถึงบรรดาทหารของอดีตรัฐบาลอัฟกานิสถาน กำลังร่วมกันก่อตั้งกองกำลังเพื่อต่อต้านกลุ่มตอลิบาน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่ามีการรวบรวมกำลังคนประมาณ 9,000 คนเพื่อตอบโต้กับกลุ่มตอลิบาน โดยพวกเขารวมตัวกันฝึกซ้อมรบอยู่ที่หุบเขาปัญจะชีร์ (Panjshir Valley) ทางตอนเหนือของกรุงคาบูล ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ในอัฟกานิสถานที่กองกำลังของกลุ่มตอลิบานยังไม่ได้เข้าควบคุม

“ชาวมูจาฮิดีนหลายร้อยคนจากรัฐอิสลามเอมิเรตส์กำลังเข้าควบคุมปัญจะชีร์” กลุ่มตอลิบานเผยผ่านทวิตเตอร์

โดยก่อนหน้านี้รองประธานาธิบดีอัมรุลลาห์ ซาเลห์ ซึ่งประกาศตัวว่าเป็นรักษาการประธานาธิบดีอัฟกานิสถานได้ร่วมมือกับ อาหมัด มาซูด ลูกชายของอาหมัด ชาห์ มาซูด นักรบชาวอัฟกันซึ่งได้ฉายาว่า “ราชสีห์แห่งปัญจะศีระ” ทั้งสองร่วมกันระดมพลเพื่อตั้งกองกำลังต่อต้านตอลิบาน

ทั้งกองกำลังของอดีตรัฐบาลอัฟกานิสถานและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ รวมตัวกันเพื่อต่อกรกับกลุ่มตอลิบาน นอกจากนี้ยังมีประชาชนจากอีกหลายพื้นที่ที่เดินทางมายังปัญจะชีร์เพราะพวกเขาไม่ต้องการถูกปกครองโดยกลุ่มตอลิบาน

มาซูดกล่าวกับรอยเตอร์สว่า “เราไม่ต้องการให้เกิดสงคราม และต้องการทำให้กลุ่มตอลิบานตระหนักว่าหนทางเดียวที่จะเดินหน้าต่อคือการเจรจา”

แม้ว่ามาซูดจะกล่าวว่าพวกเขาต้องการเจรจาอย่างสันติเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาพร้อมที่จะต่อสู้หากมีความจำเป็น และยังประกาศด้วยว่าตนพร้อมที่จะเดินตามรอยพ่อ

มาซูดกล่าวว่ากลุ่มตอลิบานไม่สามารถคงอยู่ได้นานหากยังดำเนินต่อไปบนเส้นทางนี้ กองกำลังต่อต้านตอลิบานพร้อมที่จะปกป้องอัฟกานิสถานและเตือนถึงการนองเลือด นอกจากนี้ยังได้เรียกร้องไปถึงชาติตะวันตกเกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านอาวุธ

อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่าปฏิบัติการของกองกำลังตอลิบานได้เริ่มขึ้นแล้วหรือยัง โดยเจ้าหน้าที่ตอลิบานกล่าวว่ามีการโจมตีในพื้นที่ปัญจะชีร์แล้ว แต่ผู้ช่วยของมาซูดกล่าวว่ายังไม่มีรายงานการสู้รบ

ทั้งนี้ มีรายงานว่ากลุ่มกองกำลังต่อต้านตอลิบานได้มีการยึดพื้นที่ 3 แห่งทางตอนเหนือของอัฟกานิสถานซึ่งมีพรมแดนติดกับปัญจะชีร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน

นอกจากนี้ยังมีประชาชนในอีกหลายเมืองรวมตัวกันเพื่อประท้วงต่อต้านกลุ่ตอลิบาน รวมถึงเมืองจาลาลาบัด ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน ก่อนที่กลุ่มตอลิบานจะเริ่มเปิดฉากยิงและส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 10 ราย

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีรายงานว่าผู้หญิงชาวอัฟกันรายหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตโดยกลุ่มตอลิบานเนื่องจากไม่สวมบุรเกาะอ์ ขณะที่กลุ่มตอลิบานมีการล่าตัวชาวอัฟกันที่เคยทำงานให้สหรัฐและกองกำลังต่างชาติ

แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะให้คำมั่นว่าจะนิรโทษกรรมและไม่มีการแก้แค้นฝ่ายตรงข้าม ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของประชาชนรวมถึงสิทธิสตรีภายใต้กรอบกฎหมายอิสาม

ส่งผลให้ชาวอัฟกันจำนวนมากไปออกันอยู่ที่สนามบินในกรุงคาบูลเพราะต้องการลี้ภัยไปยังต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มตอลิบานยกระดับการควบคุมพื้นที่บริเวณสนามบินเข้มงวดขึ้น

นอกจากนี้มีรายงานว่าบริเวณสนามบินกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายโดยกองกำลังรัฐอิสลามหรือกลุ่มไอเอส ที่เคลื่อนไหวในอัฟกานิสถานมานานหลายปี

ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย แสดงจุดยืนชัดเจนว่ารัสเซียจะไม่รับผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันเนื่องจากเกรงว่าจะมีกลุ่มติดอาวุธหรือผู้ก่อการร้ายแฝงตัวเข้ามาด้วย

Photo by Ahmad SAHEL ARMAN / AFP

กมลามาเอง ย้ำสหรัฐร่วมมืออาเซียนสร้างเสถียรภาพทะเลจีนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661294

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 14:04 น.

กมลามาเอง ย้ำสหรัฐร่วมมืออาเซียนสร้างเสถียรภาพทะเลจีนใต้รองประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวในระหว่างการเดินทางเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าวันนี้ (23 ส.ค.) กมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวในระหว่างการเดินทางเยือนสิงคโปร์ว่าอเมริกายืนยันความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับประเทศพันธมิตรตามกฎระเบียบระหว่างประเทศ เพื่อความสงบเรียบร้อยและเสรีภาพในทะเลจีนใต้ ขณะที่สหรัฐปฏิเสธการอ้างสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ของจีนมาโดยตลอด

โดยแฮร์ริสเดินทางถึงสิงคโปร์เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีกำหนดเข้าพบหารือกับบรรดาผู้นำของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเวลา 7 วัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และคานอำนาจของจีน

ก่อนหน้านี้สหรัฐย้ำว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้ง 10 ประเทศมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อสหรัฐ และยืนยันความมุ่งมั่นในจัดการกับข้อกังวลเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ของจีนต่อพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้

ด้านนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์กล่าวว่าสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับสหรัฐในการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตรในภูมิภาคนี้ รวมถึงสนับสนุนสหรัฐในการอพยพพลเมืองออกจากอัฟกานิสถานด้วย

โดยในวันพรุ่งนี้ (24 ส.ค.) แฮร์ริสมีกำหนดการเยือนกรุงฮานอย ประเทศเวียดนามด้วย

Photo by EVELYN HOCKSTEIN / POOL / AFP

ผู้นำไต้หวันประเดิมฉีดวัคซีนที่ไต้หวันผลิตเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661284

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 12:36 น.

ผู้นำไต้หวันประเดิมฉีดวัคซีนที่ไต้หวันผลิตเองผู้นำไต้หวันประเดิมฉีดวัคซีนที่ผลิตเอง ท่ามกลางเสียงคัดค้านเนื่องจากวัคซีนยังไม่เสร็จสิ้นการทดลองและไม่มีข้อมูลประสิทธิภาพ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าวันนี้ (23 ส.ค.) ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินของไต้หวันได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ไต้หวันพัฒนาขึ้นเองเป็นเข็มแรกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและหวังเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนในภูมิภาค

วัคซีนดังกล่าวมีชื่อว่า MVC-COV1901 หรือที่เรียกว่า Medigen เป็นวัคซีนชนิด Protein subunit ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Medigen Vaccine Biologics จากไต้หวัน โดยได้รับความร่วมมือจาก Dynavax Technologies และสถาบันสุขภาพแห่งชาติจากสหรัฐอเมริกา

วัคซีนดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากอย. ไต้หวันเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินหลังจากเสร็จสิ้นการทดลองระยะที่ 2 อย่างปลอดภัย โดยอนุมัติใช้สำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ในปริมาณ 2 โดส เว้นระยะเวลาห่างกัน 28 วัน

อย่างไรก็ตามบางส่วนมองว่าวัคซีนดังกล่าวด่วนอนุมัติเกินไป เนื่องจากวัคซีนยังไม่เสร็จสิ้นการทดลองระยะสุดท้าย และไม่มีข้อมูลประสิทธิภาพ โดยข้อมูลก่อนหน้านี้บอกแต่เพียงว่าาแอนติบอดีที่สร้างขึ้นจากการฉีดวัคซีนดังกล่าวสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และไม่ด้อยไปกว่าวัคซีนของ AstraZeneca

ขณะที่พรรคฝ่ายค้านก๊กมินตั๋งได้ออกมาต่อต้านวัคซีนดังกล่าวอย่างดุเดือดโดยมองว่าวัคซีนได้รับการอนุมัติด้วยความเร่งรีบเกินไปและชาวไต้หวันจะตกเป็นหนูทดลอง นอกจากนี้ยังได้มีการยื่นฟ้องเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตวัคซีนแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ด้านผู้พัฒนายืนยันว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพและผ่านการทดสอบมาอย่างดีแล้ว โดยได้ทำการทดสอบอย่างถี่ถ้วนถึงความปลอดภัยและผลข้างเคียง ซึ่งพบว่าผลข้างเคียงของวัคซีนมีน้อยมาก พร้อมย้ำว่าทุกคนสามารถไว้วางใจวัคซีนตัวนี้ได้

ข้อมูลการทดลองชี้ว่าไม่มีอาสาสมัครคนใดเกิดอาการข้างเคียงรุนแรงหลังได้รับวัคซีน โดยอาการทั่วไปที่พบ ได้แก่ ไข้ขึ้น อ่อนเพลีย ปวดหัว ท้องเสีย คลื่นไส้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และปวดบริเวณที่ฉีดวัคซีน

โดยรัฐบาลไต้หวันได้สั่งซื้อวัคซีนดังกล่าวเริ่มต้นที่ 5 ล้านโดส ซึ่งระบุว่าการฉีดวัคซีนตัวนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของประชาชน จนถึงขณะนี้มีประชาชนกว่า 700,000 คนที่ลงทะเบียนรับวัคซีนดังกล่าวแล้ว

รัฐบาลไต้หวันระบุว่าจากการขาดแคลนอุปกรณ์พื้นฐานอย่างเช่นหน้ากากอนามัย ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีที่แล้ว ทำให้ไต้หวันตระหนักว่าต้องพึ่งพาตนเองให้ได้ จึงเดินหน้าผลิตวัคซีนใช้เอง

ทั้งนี้ ประมาณ 40% ของชาวไต้หวันทั้งหมด 23.5 ล้านคนได้รับวัคซีนของ AstraZeneca หรือ Moderna แล้วอย่างน้อย 1 โดส โดยมีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้วไม่ถึง 5%

Photo by REUTERS/Annabelle Chih

เวียดนามส่งทหารบังคับใช้ล็อกดาวน์ในเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661285

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 12:19 น.

เวียดนามส่งทหารบังคับใช้ล็อกดาวน์ในเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนามอาการหนัก หลังจากคุมโควิดระลอกแรกจนได้รับคำชมจากสื่อตะวันตก ตอนนี้อาจจะแย่พอๆ กับไทยแล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายง่รว่า ทหารเวียดนามถูกส่งไปประจำการบนถนนของนครโฮจิมินห์เพื่อช่วยรัฐบาลบังคับใช้มาตรการล็อคในศูนย์กลางธุรกิจของประเทศ ซึ่งได้กลายเป็นศูนย์กลางของการระบาดของโรคโควิด-19 ที่เลวร้ายที่สุดของเวียดนามไปแล้ว

เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชนจนแห่กันไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในนครโฮจิมินห์ เมืองที่มีประชากร 9 ล้านคนในช่วงสุดสัปดาห์ก่อนการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเริ่มในวันจันทร์นี้ โดยคำสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนออกจากบ้าน

คำสั่งที่เข้มงวดที่สุดของเวียดนามยังเกิดขึ้นท่ามกลางจำนวนผู้เสียชีวิตและการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากการเปิดเผยของคนพื้นที่และ ภาพถ่ายในสื่อของรัฐในวันจันทร์พบว่า ทหารกำลังตรวจสอบใบอนุญาตของประชาชนตามท้องถนนและส่งมอบอาหาร

นครโฮจิมินห์เริ่มจำกัดการเคลื่อนไหวเมื่อต้นเดือนที่แล้ว แต่การติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ทางการกล่าวว่าไม่มีการบังคับใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดเพียงพอ

นครโฮจิมินห์มียอดการติดเชื้อทั้งหมด 176,000 ราย และผู้เสียชีวิต 6,670 ราย คิดเป็นครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยทั้งหมดของเวียดนามและมียอด 80% ของผู้เสียชีวิต อ้างจากกระทรวงสาธารณสุข

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เวียดนามได้ส่งแพทย์และพยาบาลเพิ่มอีก 14,600 คนไปยังเมืองและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อสนับสนุนระบบการแพทย์ที่ล้นหลาม กระทรวง ระบุ

ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการได้รับการบอกกล่าวให้แยกตัวเองที่บ้าน

ผู้คนในเขตฟู นวน และโกวาบ ของเมืองบอกกับรอยเตอร์ว่าพวกเขาได้รับแจกข้าว เนื้อ ปลา และผัก

รัฐบาลประกาศเมื่อวันศุกร์ว่าจะส่งข้าว 130,000 ตันจากคลังของรัฐไปยังนครโฮจิมินห์ รวมถึงเมืองและจังหวัดอื่นๆ อีก 23 เมือง

หลังจากจัดการควบคุมโรคโควิด-19 มาได้มากในปีที่แล้ว เวียดนามมีผู้ติดเชื้อ 348,000 ราย และเสียชีวิตอย่างน้อย 8,277 ราย โดยส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อเดลต้าตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ตัวเลขเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมมีผู้ติดเชื้อราว 10,000 ราย

ประมาณ 1.8 ล้านคนจาก 98 ล้านคนหรือ 1.8% ของประชากรในประเทศ ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราที่ต่ำที่สุดในภูมิภาค

Photo REUTERS/Stringer

จีนเอาอยู่! โควิดในประเทศเป็นศูนย์อีกครั้งในเดือนเดียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661280

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 11:24 น.

จีนเอาอยู่! โควิดในประเทศเป็นศูนย์อีกครั้งในเดือนเดียวจีนไม่พบผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน

บลูมเบิร์กรายงานว่าจีนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อีกครั้งโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยในวันนี้ (23 ก.ค.) ว่าไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค.

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่สามารถแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับความกังวลว่าประสิทธิภาพของวัคซีนจะคงอยู่ได้นานเพียงใดเมื่อต้องรับมือกับไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ โควิด-19 ระลอกล่าสุดของจีนเมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมาเริ่มต้นจากการแพร่ระบาดในสนามบินในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน ก่อนที่จะกระจายไปในมณฑลอื่นๆ รวมทั้งในกรุงปักกิ่ง ทำให้หลายพื้นที่ต้องล็อกดาวน์อีกครั้ง ขณะที่สื่อท้องถิ่นระบุว่าครั้งนี้เป็นการรระบาดที่หนักที่สุดนับตั้งแต่การระบาดที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว

บลูมเบิร์กระบุว่าโมเดลของจีนชี้ให้เห็นว่าต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถควบคุการแพร่ระบาดของโรคได้ และตั้งคำถามว่าชาติอื่นๆ สามารถใช้มาตรการที่เข้มงวดในแบบเดียวกันนี้ได้หรือไม่

นั่นคือการยกระดับการตรวจเชิงรุกโดยรายงานระบุว่ามีการตรวจหาเชื้อประชากรซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายสิบครั้งในเมืองเดียว เพื่อไม่ให้มีผู้ติดเชื้อเล็อดลอดออกไปได้ โดยรวมแล้วมีการตรวจหาเชื้อมากกว่า 100 ล้านครั้งในเมืองหยางโจว อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าบางคนติดเชื้อระหว่างการรอคิวตรวจโควิด-19

นอกจากนี้จีนยังมีมาตรการอื่นๆ ที่เข้มงวดขึ้น โดยมีการสั่งล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่แม้ในเมืองที่พบผู้ติดเชื้อเพียงรายเดียว รวมถึงมีการสั่งระงับรถไฟและเที่ยวบินจากจุดต่างๆ ทั่วประเทศแม้ว่าบางเมืองจะพบผู้ติดเชื้อไม่ถึง 10 ราย

ขณะที่บางพื้นที่มีมาตรการห้ามผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูงเดินทางเข้า ตลอดจนมีมาตรการให้ประชาชนงดเดินทางและกักตัวอยู่ที่บ้านก่อนที่จะสามารถเปิดที่ทำงานและโรงเรียนได้อีกครั้ง

การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาระลอกล่าสุดในประเทศจีนซึ่งสามารถกระจายไปเกือบ 50 เมืองใน 17 จังหวัด และยังสามารถนำไวรัสเข้าสู่อู่ฮั่นได้อีกครั้งหลังปลอดโควิด-19 มากว่า 1 ปี กลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของประเทศในการรับมือกับการแพร่ระบาด

ถึงกระนั้นจีนก็สามารถควบคุมไวรัสได้ในระยะเวลาประมาณ 1 เดือนซึ่งเป็นเวลาพอๆ กับที่ใช้รับมือกับการแพร่ระบาดในครั้งก่อน

โดยเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมาจีนรายงานผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศอยู่ที่ 94,652 ราย และผู้เสียชีวิต 4,636 รายซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนม.ค.

บลูมเบิร์กได้มีการเปรียบเทียบกับออสเตรเลียซึ่งล็อกดาวน์ไปแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ขณะที่สหรัฐซึ่งไม่ประสบความสำเร็จในการบังคับใช้มาตรการกักกันโรค แต่อาศัยการฉีดวัคซีนจำนวนมาก ก็ยังไม่สามารถควบคุมเดลตาได้เช่นกัน

ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตาซึ่งสามารถแพร่ได้อย่างรวดเร็วและยากที่จะกำจัดนั้นทำให้บางประเทศอย่างอังกฤษ ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ตัดสินใจว่าจะเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับไวรัส

ขณะที่จีนยังคงเดินหน้าที่จะกำจัดไวรัสต่อไปหม่า เสี่ยวเหว่ย รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข กล่าวกับสำนักข่าวซินหัวก่อนหน้านี้ว่าทางการได้วางแผนมาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้นไปอีก โดยมีจุดประสงค์เพื่อตรวจจับการบุกรุกของไวรัสจากต่างประเทศให้เร็วขึ้น

บลูมเบิร์กทิ้งท้ายว่าขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจีนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดในประเทศได้ แต่จะสามารถต้านทานได้อีกนานแค่ไหนเมื่อหลายประเทศทั่วโลกยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Photo by STR / AFP

Bitcoin ทะลุ 50,000 ดอลลาร์ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661276

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 10:43 น.

Bitcoin ทะลุ 50,000 ดอลลาร์ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ค.Bitcoin ส่งสัญญาณกลับมาแรงอีกครั้ง หลังจากที่มันและเงินคริปโตอื่นๆ เอื่อยมาพักใหญ่ๆ

Bitcoin ทะลุ 50,000 ดอลลาร์ในวันจันทร์เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน เนื่องจากนักลงทุนกลับมาลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลเพื่อต่อรองราคาซื้อ

Bitcoin ปรับขึ้นไปประมาณ 2% เป็น 50,249.15 ดอลลาร์ ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นมันเริ่มอ่อนแรงลงเพราะปัจจัยต่างๆ รวมถึงการปราบปรามเงินคริปโตของจีนและการตัดสินใจของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) บอสของบริษัท Tesla  ที่จะหยุดยอมรับ Bitcoin เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขุด Bitcoin 

ทว่าหลังจากนั้น Tesla  ยักษ์ใหญ่ด้านรถยนต์ไฟฟ้ากลับลำแสดงการสนับสนุน Bitcoin ในขณะที่นักลงทุนที่มีชื่อเสียงหลายรายรวมถึง แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) ผู้ก่อตั้ง Twitter ก็ให้ความสนใจเช่นกัน

ตอน Bitcoin นี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 70% จากระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนที่แตะระดับ 29,000 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน และการเก็งกำไรกำลังผลักดันมันสู่ระดับแรงต้าน 100,000 ดอลลาร์

Rick Bensignor จาก Bensignor Investment Strategies กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า Bitcoin “กำลังเข้าใกล้จุดสูงในสิ่งที่ผมคาดหวังในฐานะช่วงการซื้อขายใหม่ในช่วง low-40,000 ถึงระดับ low-50,000 ดอลลาร์”

ทว่า Bitcoin ยังคงอยู่ไกลจากสถิติที่ low-65,000 ดอลลาร์ที่ทำได้ในเดือนเมษายน

Photo by Ozan KOSE / AFP

เวียดนามนำลิ่ว ยอมรับ Crypto มากที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661230

วันที่ 22 ส.ค. 2564 เวลา 19:18 น.

เวียดนามนำลิ่ว ยอมรับ Crypto มากที่สุดในโลกในขณะที่ไทยอยู่ในระดับปลายตารางท็อป 20 ของการจัดอันดับดัชนีการยอมรับเงินคริปโตเคอร์เรนซี่

จากข้อมูลใหม่โดย Chainalysis ที่จัดทำ “อันดับดัชนีการยอมรับเงินคริปโตเคอร์เรนซี่ทั่วโลก” หรือ Global Crypto Adoption Index ซึ่งจัดอันดับ 154 ประเทศ พบว่าการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลทั่วโลกเริ่มเทคออฟเมื่อปีที่แล้ว โดยเพิ่มขึ้นถึง 881% โดยเวียดนามเป็นผู้นำ

จากการจัดอันดับการยอมรับเงินคริปโตเคอร์เรนซี่ในอัตราคะแนนการยอมรับตั้งแต่ 0 จนถึง 1 พบว่าเวียดนามเป็นประเทศเดียวที่ได้คะแนนเต็ม 1 และยังเป็นประเทศเดียวที่ได้คะแนนสูงกว่า 0.4 เพราะประทเศที่เหลือมีคะแนนไม่ถึง 0.4 เลย

ประเทศที่ตามเวียดนามมาคืออินเดียและปากีสถานในอันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับต่างก็มีคะแนน 0.37 และ 0.36 ตามลำดับ

ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 12 ได้คะแนน 0.17 สหรัฐในอันดับที่ 8 ได้คะแนน 0.22 และจีนอันดับที่ 13 ได้คะแนน 0.16

ปีที่แล้ว จีนอยู่ในอันดับที่ 4 ในขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ในอันดับที่ 6 ในปีนี้ สหรัฐอยู่ในอันดับที่ 8 ในขณะที่จีนอยู่ในอันดับที่ 13 เหตุผลที่ใหญ่ที่สุดที่ทั้งสองประเทศตกลงคืออันดับของพวกเขาในปริมาณการค้า P2P ลดลงอย่างมาก

การจัดอันดับทำขึ้นจากการประเมินปริมาณการซื้อขายแลกเปลี่ยนแบบ peer-to-peer (P2P) มากกว่าปริมาณธุรกรรมรวม เพราะหาวัดปริมาณธุรกรรมรวมประเทศที่พัฒนาแล้วที่จะมีการซื้อคริปโตโดยนักลงทุนระดับมืออาชีพและสถาบันในระดับสูง

ดังนั้น Chainalysis จึงกล่าวว่าจุดประสงค์ของดัชนีที่ประมินแบบ P2P ก็เพื่อประเมินยอมรับคริปโตโดย “คนธรรมดา” และ “มุ่งเน้นไปที่กรณีการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมและการออมส่วนบุคคล มากกว่าการซื้อขายและการเก็งกำไร”

ดังนั้นเราจะเห็นรว่าอันดัยต้นๆ ของประเทศที่ยอมรับคริปโตจึงเป็นประเทศที่มีประชาชนใช้คริปโตในขีวิตประจำวันจริงๆ ไม่ใช่การลงทุน เช่แรงงานข้ามถิ่นที่ส่งเงินกลับประเทศหรือภูมิลำเนาแทนที่จะใช้ธุรกรรมผ่านสถาบันการเงินเดิมที่อาจจะยุ่งยากกว่า

ประเทศข้างต้น เช่น เคนยา (อันดับที่ 5) ไนจีเนีย (อันดับที่ 6) เวเนซุเอลา (อันดับที่ 7) กระนั้นก็ตาม การชำระเงินของรายย่อยมีมูลค่าต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์

อีกสาเหตุคือ ตลาดเกิดใหม่หลายแห่งเผชิญกับการลดค่าเงินอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ประชาชนในประเทศนั้นๆ ต้องซื้อสกุลเงินคริปโตบนแพลตฟอร์ม P2P เพื่อรักษาเงินออมของพวกเขา

Chainalysis ชี้ถึงแนวโน้มในอนาคตว่า ข้อมูลของพวกเขาแสดงให้เห็นว่าปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นในส่วนของบริการ (การเงิน) แบบรวมศูนย์และการเติบโตอย่างรวดเร็วของ DeFi (การเงินแบบกระจายอำนาจ) กำลังขับเคลื่อนการใช้สกุลเงินคริปโตในประเทศที่พัฒนาแล้วและในประเทศที่มีการนำไปใช้เป็นจำนวนมาก

“ประเด็นที่ชัดเจนก็คือ: การยอมรับคริปโตเคอร์เรนซี่ได้พุ่งสูงขึ้นในช่วงสิบสองเดือนที่ผ่านมา และการเปลี่ยนแปลงในประเทศต่างๆ ที่มีส่วนทำให้เห็นว่าคริปโตเคอร์เรนซี่เป็นปรากฏการณ์ระดับโลกอย่างแท้จริง” Chainalysis ระบุ

Photo by Ozan KOSE / AFP