Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Monthly Archives: January 2023

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฟูลมูนปาร์ตี้แรกของปีเกาะพะงันนักท่องเที่ยวกว่า 2 หมื่นคาดเงินสะพัดกว่า 100 ล้าน

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702774

ฟูลมูนปาร์ตี้แรกของปีเกาะพะงันนักท่องเที่ยวกว่า 2 หมื่นคาดเงินสะพัดกว่า 100 ล้าน

ฟูลมูนปาร์ตี้แรกของปีเกาะพะงันนักท่องเที่ยวกว่า 2 หมื่นคาดเงินสะพัดกว่า 100 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.17 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานฟูลมูนปาร์ตี้ครั้งแรกของปี 2566 ที่หาดริ้น ตำบลบ้านใต้ อำเภอกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 6 ม.คง66 ที่ผ่านมา นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมพล.ต.ต. ศรัญญู ชำนาญราช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิจารณ์ จุนทวิจิตร นายอำเภอเกาะพะงัน พ.ต.อ.ปัญญา นิรัติมานนท์ ผกก.สภ.เกาะพะงัน พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี และสาธารณสุขอำเภอเกาะพะงัน ได้ร่วมปล่อยแถวดูแลความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยที่มาร่วมกิจกรรมฟูลมูนปาร์ตี้ครั้งนี้จำนวนมาก

สำหรับกิจกรรมฟูลมูนปาร์ตี้แรกของปี 2566 ระหว่างที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังเต้นตามเสียงเพลงที่เล้าใจด้วยความสนุกสนานบนชายหาดได้มีลมกรรโชกแรงพร้อมกับฝนตกลงมาทำให้นักท่องเที่ยววิ่งเข้าหลบฝนภายร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมหาดริ้น และเมื่อฝนหยุดตกนักท่องเที่ยวต่างทยอยกลับลงชายหาดเพื่อสนุกกันต่อ ส่วนไฮไลต์ของงานอยู่ในช่วงกลางดึกนักท่องเที่ยวเดินทางมาสมทบเต็มบริเวณชายหาดเพื่อสัมผัสบรรยากาศคืนพระจันทร์เต็มดวงจนถึงรุ่งเช้าได้เห็นดวงอาทิตย์โผล่จากขอบเหนือน้ำทะเลที่สวยงาม

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ท่องเที่ยวหมู่เกาะทะเลใต้ทั้งเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า หมู่เกาะอ่างทอง และเกาะบริวารมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างคึกคักอีกครั้งได้รับฟังผู้ประกอบการบนเกาะพะงัน ทราบว่า นักท่องเที่ยวมามากกว่าปกติขณะนี้เที่ยวบินไม่เพียงพอที่จะนำนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งยังมีผู้จะเดินทางเข้ามาอีกทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การจัดงานฟูลมูลปาร์ตี้ครั้งแรกปี 2566 คืนนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากว่า 2 หมื่นคน โดยเฉลี่ยนักท่องเที่ยวจะใช้เงินไม่น้อยกว่า 5 พันบาทต่อคน คาดว่าจะทำให้มีเงินสะพัดในงานมากกว่า 100 ล้านบาท ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กองสลากพลัส’เลื่อนขายลอตเตอรี่ งวด 17 ม.ค. ไม่มีกำหนด ยันไม่เกี่ยว DSI

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702772

'กองสลากพลัส'เลื่อนขายลอตเตอรี่ งวด 17 ม.ค. ไม่มีกำหนด ยันไม่เกี่ยว DSI

‘กองสลากพลัส’เลื่อนขายลอตเตอรี่ งวด 17 ม.ค. ไม่มีกำหนด ยันไม่เกี่ยว DSI

วันเสาร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.51 น.

วันที่ 7 มกราคม 2566 เพจเฟซบุ๊ก กองสลากพลัส โพสต์แจ้งเลื่อนขายลอตเตอรี่งวดวันที่ 17 มกราคม 2566 อย่างไม่มีกำหนด โดยระบุว่า กองสลากพลัสขออนุญาตเลื่อนวันเปิดจำหน่ายลอตเตอรี่ งวด 17 มกราคม 2566 แบบไม่มีกำหนด เนื่องจากสถานการณ์ลอตเตอรี่ราคาแพง และจะแจ้งวันเวลาในการเปิดจำหน่ายอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน นอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ซีอีโอกองสลากพลัส โพสต์ระบุว่า เลื่อนเปิดขายลอตเตอรี่เพราะสู้ราคาไม่ไหว ไม่เกี่ยวกับ DSI นะครับ งวดนี้ขายตามปกตินะครับ แต่เปิดช้า ติดตามข่าวสารที่กองสลากพลัส

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : 7เดือน‘กทม.’ยุคผู้ว่าฯ‘ชัชชาติ’ ‘แผงลอย’ทวงถามนโยบายไม่คืบ

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702737

สกู๊ปแนวหน้า : 7เดือน‘กทม.’ยุคผู้ว่าฯ‘ชัชชาติ’  ‘แผงลอย’ทวงถามนโยบายไม่คืบ

สกู๊ปแนวหน้า : 7เดือน‘กทม.’ยุคผู้ว่าฯ‘ชัชชาติ’ ‘แผงลอย’ทวงถามนโยบายไม่คืบ

วันเสาร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2566, 02.00 น.

ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2565 ซึ่งมี “การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)” ในครั้งนั้นต้องบอกว่า “แลนด์สไลด์”กับชัยชนะของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ได้คะแนนสนับสนุนจากประชาชนคนกรุงไปถึง 1.3 ล้านเสียง ถล่มทลายชนิดที่นำคะแนนของผู้ที่ได้อันดับ 2-5 รวมกันก็ยังน้อยกว่า สะท้อน “ความหวัง” ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในหลายด้านของ กทม. ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “เศรษฐกิจ-ปากท้อง” เรื่องใกล้ตัวที่ประชาชนมักเรียกร้องให้รัฐบาลทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นเข้ามาแก้ไขบรรเทาผลกระทบ

“หาบเร่แผงลอย” เป็นอีกกลุ่มอาชีพที่ต้องการความชัดเจนด้านนโยบาย เพราะก่อนหน้านั้นด้านหนึ่ง กทม. มีนโยบายยกเลิกจุดผ่อนผันเกือบทั้งหมดเพื่อคืนพื้นที่ทางเท้าให้ผู้สัญจร ท่ามกลางเสียงสะท้อนของผู้ค้าจำนวนมากว่าต้องสูญเสียอาชีพ เพราะจะไปพื้นที่เอกชนที่ทำเลดีก็สู้ราคาค่าเช่าไม่ไหว แต่จะไปพื้นที่ทำเลไม่ดีอยู่ในซอกหลืบก็ขายไม่ได้อีก แต่อีกด้านหนึ่ง หาบเร่แผงลอยโดยเฉพาะกลุ่ม “สตรีทฟู้ด (Street Food)” หรืออาหารริมทาง ได้รับคำยกย่องจากสื่อต่างประเทศว่าดีที่สุดในโลก เป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวนานาชาติให้มาลิ้มลอง

ข้อมูลจาก http://www.chadchart.com เว็บไซต์ทางการของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (ณ วันที่ 23 พ.ค. 2565) กล่าวถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับหาบเร่แผงลอยจำนวน 11 นโยบาย ได้แก่ 1.ดึงอัตลักษณ์ สร้างเศรษฐกิจ 50 ย่านทั่วกรุงเทพฯ 2.ส่งเสริมให้ผู้ค้าแผงลอยมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ 3.สร้างการมีส่วนร่วมของผู้ค้าแผงลอย ภาคประชาชน และเอกชนในพื้นที่ ช่วยดูแลพื้นที่การค้า 4.ขึ้นทะเบียนผู้ค้าแผงลอย พร้อมติดตามการดำเนินการ

5.เตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมรองรับพื้นที่การค้าหาบเร่แผงลอย 6.หาพื้นที่ของเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่สามารถจัดเป็นพื้นที่ขายของสำหรับหาบเร่หรือศูนย์อาหาร (Hawker Center) 7.ทางเท้าเดิมโล่ง สะอาด เป็นระเบียบ 8.ตลาดนัดชุมชน ตลาดนัดเขต 9.ใบอนุญาตตามประเภทกิจกรรม Function-based License 10.ผู้ว่าฯ เที่ยงคืน สนับสนุนการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจกลางคืน และ 11.พัฒนาโอกาสและศักยภาพในตลาด กทม. คำถามคือ “ณ วันนี้ นโยบายที่กล่าวมาคืบหน้าไปเพียงใด?” หลังผ่านไปแล้วกว่า 7 เดือนหลัง กทม. ได้พ่อเมืองคนใหม่

เรวัตร ชอบธรรม ประธานเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวว่า เป็นเวลากว่า 7 เดือนแล้วที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. แต่นโยบายที่เคยหาเสียงไว้เกี่ยวกับการดูแลผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ยังไม่มีความคืบหน้า เช่น กรณีจุดผ่อนผันที่ถูกยกเลิกไปกว่า 500 จุดช่วงรัฐบาลทหารคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนเหลือเพียง 176 จุด ในยุคที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯ กทม.จนถึงปัจจุบันที่ ชัชชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งต่อจาก พล.ต.อ.อัศวิน ก็ยังไม่มีการอนุมัติพื้นที่เพิ่ม

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ที่ยังได้รับอนุญาตให้ทำการค้า ปัจจุบันเท่าที่ทราบคือผู้ค้าหลายรายยังไม่ได้รับบัตรประจำตัวของผู้ค้าทั้งที่ กทม. เปิดให้ลงทะเบียนไปแล้ว จึงอยากเรียกร้องไปยังผู้ว่าฯ ชัชชาติ และคณะผู้บริหาร กทม. ว่า ควรเร่งรัดพิจารณาเปิดจุดผ่อนผันเพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีความพร้อมสามารถตั้งแผงค้าได้แบบจัดระเบียบไม่ให้กีดขวางคนเดินเท้า นอกจากนั้น ในจุดที่อนุญาตอยู่แล้วควรจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกด้วย

เช่น จุดผ่อนผันย่านอ่อนนุช 70 ผู้ค้าลงทุนติดตั้งระบบถังดักไขมัน แต่ยังต้องซื้อน้ำประปาและไฟฟ้าจากภายนอก เรื่องนี้เคยสอบถามไปยังการประปาและการไฟฟ้าฯ ได้รับคำตอบว่าหากทางสำนักงานเขตประสานมาก็สามารถไปติดตั้งระบบน้ำประปา-ไฟฟ้า ได้ทันที จึงอยากให้ทาง กทม. เร่งรัดไปยังทางเขตด้วย โดยจุดดังกล่าวผู้ค้ามีการรวมกลุ่มและพร้อมจ่ายค่าน้ำประปา-ไฟฟ้า ขอเพียงมีการมาติดตั้งเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีเรื่องของระเบียบ 16 ข้อ ที่ออกโดย กทม. มาตั้งแต่สมัยผู้ว่าฯอัศวิน ซึ่งเครือข่ายผู้ค้าเรียกร้องให้แก้ไขเพราะไม่สามารถใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ

แต่จนถึงปัจจุบันในสมัยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ก็ยังไม่มีการขยับในเรื่องนี้ ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ค้าและเจ้าหน้าที่ เช่น เคยมีกรณีผู้ค้าย่านเจริญกรุง ตั้งแผงค้ามานานหลายสิบปี วันหนึ่งที่ดินบริเวณนั้นมีการก่อสร้างคอนโดมิเนียม และทางคอนโดฯ ได้ร้องเรียนว่าทำให้ทัศนียภาพไม่สวยงาม ซึ่งแม้เทศกิจที่ดูแลพื้นที่จะเห็นว่าผู้ค้าตั้งแผงเป็นระเบียบไม่กีดขวางทางเดิน แต่ก็ต้องรื้อย้ายแม้จะเห็นใจก็ตาม เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเองก็ต้องทำตามที่กฎหมายกำหนดไว้ หากไม่ทำก็จะมีความผิด ทั้งนี้มีหลายจุดใน กทม. ที่มีความพร้อมในการเปิดให้ค้าขายได้ แต่ยังติดข้อจำกัดที่กฎระเบียบดังกล่าว

เรวัตร กล่าวต่อไปว่า อีกทั้งพื้นที่ค้าขายใน กทม. และในแต่ละเขตมีบริบทไม่เหมือนกัน จึงอยากให้ผู้บริหาร กทม. ลงมาดูพื้นที่จริง อย่าดูแต่เรื่องร้องเรียนบนแอปพลิเคชั่นทราฟฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue) เพราะคนร้องเรียนก็มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบหาบเร่แผงลอย ส่วนประเด็นการจัดหาพื้นที่อื่นทดแทนทางเท้า ที่มีแนวคิดมาจากฮอว์คเกอร์ เซ็นเตอร์ (Hawker Center) ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งย้ายผู้ค้าเข้าไปในอาคาร ในทางปฏิบัติก็ไม่สามารถนำมาใช้กับบริบทของประเทศไทยได้ เรื่องนี้พูดกันมาตั้งแต่รัฐบาล คสช. แต่จนปัจจุบันก็ยังทำไม่สำเร็จ

“อย่างพื้นที่สุขุมวิท คุณจะเอาพื้นที่ตรงไหนเข้าไป เขาก็หาไม่ได้เหมือนกันเพราะค่าเช่ามันแพง พื้นที่มันแพงเพราะเป็นของเอกชนที่ไม่สามารถคุมได้เลย เอกชนเขาขึ้นค่าเช่าตามที่เขาต้องการได้ แล้วผลกระทบจากโควิดมันทำให้คนต้องหนีตายกันหมดเลย คนอยู่ไม่ได้ไง ค่าเช่ามันแพง อย่างหลายๆ พื้นที่ ถ้าเราออกไปในบางพื้นที่มันอาจจะมีอยู่แล้วที่เหมือนคล้ายๆ กับฮอว์คเกอร์ คือเขาทำตลาดอยู่แล้ว มันก็จะมีบางพื้นที่อยู่ แต่ถ้าที่เขาขายอยู่ด้านนอกที่มันล้นอยู่แต่เดิมจะให้เขาไปอยู่ตรงไหนพื้นที่มันไม่พอ” นายเรวัตร กล่าว

ด้านนักวิชาการที่ศึกษาความเป็นไปของหาบเร่แผงลอยมาอย่างยาวนาน ศ.ดร.นฤมล นิราทร อาจารย์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝาก 3 ข้อถึง3 ระดับ ประกอบด้วย 1.กรุงเทพมหานคร ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้จะทำอะไรก่อน-หลัง และภายในระยะเวลาเท่าใด เพื่อที่จะทำให้เห็นภาพว่าพื้นที่ใดสามารถอนุญาตให้ค้าขายได้-ไม่ได้ และพื้นที่ที่ไม่สามารถอนุญาตให้ขายได้ กทม. จะทำอย่างไรกับผู้ที่ยังทำการค้าอยู่ อย่างน้อยต้องมีตารางการทำงานที่มองเห็นภาพว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า

“ในแต่ละเขตมันไม่เหมือนกัน ในบางเขตอาจจะทำการสำรวจผู้ค้าได้ ในบางเขตอาจจะพูดถึงการหาพื้นที่ให้เขาขายได้ แต่บางเขตยังทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันก็หมายความว่าไทม์ไลน์เหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นไปทุกเขต แต่หมายความว่าคุณชัชชาติจะต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าจะต้องทำแบบนี้ๆ ในภาพใหญ่โดยหลักการจะต้องเอาอย่างนี้มาให้ได้ แล้วแต่ละเขตจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ ภายในเวลาทุกๆ 6 เดือนจะต้องมารายงานผลว่า
ทำไปถึงขนาดไหน ทำได้-ไม่ได้เพราะอะไร” อาจารย์นฤมล กล่าว

2.สำนักงานเขต เมื่อรับนโยบายจาก กทม. แล้ว แต่ละเขตก็ต้องวางแนวทางดำเนินการที่กำหนดเงื่อนเวลาไว้ชัดเจน เช่น ในอีก 2 ปีข้างหน้าจะตอบโจทย์อะไรประชาชนบ้าง ซึ่งแนวทางของแต่ละเขตจะแตกต่างกันไปตามบริบทของพื้นที่ เช่น มีชุมชนแออัดหรือการจัดหาพื้นที่ค้าขาย บางจุดอาจเป็นพื้นที่สำนักงาน พื้นที่ตลาดนัด ฯลฯ และ 3.ผู้ค้า จะทำอย่างไร เช่น ในบางเขตที่มีการฟื้นฟูจุดผ่อนผันที่เคยถูกยกเลิกไป ก็มีข้อพิพาทระหว่างผู้ค้ารายเดิมที่มองว่าต้องได้สิทธิ์ก่อนเพราะต่อสู้เรียกร้องมาตั้งแต่ต้น กับรายใหม่ที่มองว่าหากกำหนดเช่นนั้นก็เท่ากับลิดรอนสิทธิ์

ส่วนประเด็นแนวคิดการทำฮอว์คเกอร์ เซ็นเตอร์ ก็ต้องดูบริบทของแต่ละพื้นที่ซึ่งแตกต่างกัน เช่น ในย่านบางรัก หรือย่านเอกมัย-สุขุมวิท มีบางพื้นที่ของเอกชนที่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม ฮอว์คเกอร์ เซ็นเตอร์ ซึ่งก็คือ “ศูนย์อาหาร” นั้นสามารถตีความได้หลายแบบ โดยในแบบสิงคโปร์ที่สร้างเป็นอาคารก็เป็นรูปแบบหนึ่ง แต่พื้นที่สาธารณะที่ขายอาหารก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง เช่น ถนนในย่านบางลำพู เพียงแต่เป็นการขายแบบซื้อไปรับประทานที่อื่น ไม่ใช่นั่งรับประทานที่ร้าน

ทั้งนี้ ประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่เล็กและประชากรน้อยกว่าเมืองอย่าง กทม. การบริหารจัดการจึงง่ายกว่า แต่การวางรูปแบบพื้นที่นั้น กทม. มีทางเลือกมากกว่าสิงคโปร์ แต่ต้องพูดคุยกันให้ได้ข้อสรุปว่าจุดใดตั้งแผงลอยได้-ไม่ได้ หรือหากจุดไหนตั้งได้จะจำกัดจำนวนกี่แผง โดยไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียวทุกพื้นที่ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรักษาความสะอาด ไม่ทำให้ชาวบ้านทั่วไปเดือดร้อน มีโครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับการค้าขาย เช่น ระบบน้ำประปา-ไฟฟ้า

“เขาต้องเลิกคิดว่าร่มต้องสีเดียวกัน รถเข็นต้องแบบเดียวกัน คนนั้นขายก๋วยเตี๋ยว คนนี้ขายขนมต้ม จะเป็นรถเข็นแบบเดียวกันได้อย่างไร” อาจารย์นฤมล ฝากทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นานๆจะเห็นที! เปิดภาพน่ารัก’ม้าเทวดา’ออกมาอาบแดดช่วงหน้าหนาว

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702766

นานๆจะเห็นที! เปิดภาพน่ารัก'ม้าเทวดา'ออกมาอาบแดดช่วงหน้าหนาว

นานๆจะเห็นที! เปิดภาพน่ารัก’ม้าเทวดา’ออกมาอาบแดดช่วงหน้าหนาว

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 22.07 น.

6 ม.ค.66 เพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้โพสต์ภาพหาดูยาก ขณะ”ม้าเทวดา” หรือ กวางผา ซึ่งเป็น 1 ใน 19 ชนิดสัตว์ป่าสงวนแห่งชาติ ออกมาอาบแดดช่วงหน้าหนาวที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนก.ค.ปีที่ผ่านมา “ม้าเทวดา”ได้โชว์ตัวต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว บริเวณจุดชมวิวบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน

สำหรับ“ม้าเทวดา” หรือ “กวางผา” สัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย หนึ่งในสายพันธุ์หิมาลัย ที่แพร่กระจายมาถึงบ้านเรา อาศัยอยู่บนดอยสูง ซึ่งที่ “กิ่วแม่ปาน” เป็นหนึ่งในไม่กี่ดอยที่พบกวางผาอาศัยอยู่ โดยกวางผาเป็นสัตว์ตระกูลแพะเช่นเดียวกับเลียงผา รูปร่างทั่วไปคล้ายเลียงผา แต่กวางผามีขนาดเล็กกว่าราวครึ่งหนึ่ง มีคอเล็กกว่า หางยาวกว่า และขาสั้นกว่า มีแถบสีดำพาดอยู่กลางหลัง โดยกวางผาตัวเมียจะมีสีขนอ่อนกว่าตัวผู้

ขอบคุณข้อมูล ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช,อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park

-001

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fprhotnews02%2Fposts%2Fpfbid02McAWB2srCsVXF3YP1swzEGRZBt5okMkyLuaxd6RRkPmUEBsabxWt8f2yJ3aZxDgGl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แบบนี้ก็มีด้วย! ‘หนุ่มขอนแก่น’เบื่อนอนบนดิน ขอนอนบนต้นไม้สูง

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702754

แบบนี้ก็มีด้วย! 'หนุ่มขอนแก่น'เบื่อนอนบนดิน ขอนอนบนต้นไม้สูง

แบบนี้ก็มีด้วย! ‘หนุ่มขอนแก่น’เบื่อนอนบนดิน ขอนอนบนต้นไม้สูง

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.52 น.

แบบนี้ก็มีด้วย! “หนุ่มขอนแก่น”เบื่อนอนบนดิน ขอนอนบนต้นไม้สูง สร้างกระท่อมเล็กๆ อาศัยกินนอนในป่ารกร้างใจกลางเมืองอุดรธานี

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายเพชรสยาม เจนหัตนามเสนา ครูข้างถนน ว่า มีคนสร้างกระท่อมพักอาศัยหลับนอนอยู่กินบนต้นไม้ ที่บริเวณพื้นที่ป่ารกร้างของเอกชนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จากนั้นจึงเดินทางลงพื้นที่ไปพิสูจน์ ซึ่งพบว่าที่ต้นไม้มีคนมาสร้างกระท่อมอยู่บนต้นไม้จริง โดยพบว่าหนุ่มคนนี้ได้สร้างเหมือนบ้านอยู่บนต้นอะลาง ที่อยู่สูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร และได้พบกับ นายชาลี เศษเสงสี หรือชาลี อายุ 38 ปี ชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น มีท่าทีเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส และเป็นกันเอง

โดย นายชาลี เล่าว่า เดิมทีตนเป็นชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น มีพี่น้องร่วมกัน 5 คน ก่อนหน้านี้เคยทำงานที่กรุงเทพมหานคร ทำงานหาเงินได้ก็ส่งกลับมาดูแลทางบ้าน แต่เพราะสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจไม่ดี จึงเดินทางกลับมาทำงานรับจ้างทั่วไปใกล้บ้าน แถว จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี และทำงานรับจ้างทั่วไปที่ จ.อุดรธานี มานานเกือบ 7 ปี แล้วก่อนหน้านี้ก็เช่าบ้าน แต่เพราะเศรษฐกิจแย่ลง ประกอบกับโรคโควิด-19 ระบาด จนรายได้ก็ไม่ดี เลยติดหนี้ค่าเช่าหอประมาณ 3,000 บาท จึงย้ายออกมาสร้างกระท่อมบนต้นไม้นานเกือบ 3 ปีแล้ว และเงินค่าเช่าก็ใช้หนี้ไปหมดแล้ว ทุกวันนี้ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ตื่นเช้ามาก็มีงานก็ออกไปรับจ้าง ส่วนกับข้าวบางทีก็ไปขอที่วัดและขอกับคนรู้จักบ้าง ซึ่งคนแถวนี้ใจดี

ทั้งนี้ กระท่อมบนต้นไม้จะเรียกว่าบ้านต้นไม้เลยก็ว่าได้ สร้างมาจากเศษไม้วัสดุที่เหลือใช้ ใช้ไม้เศษที่เก็บมาได้ โดยทำขึ้นมาแบบง่ายๆ นำไม้ไปวางและมัดโดยเชือก โดยไม่ยึดติดกับต้นไม้ เพื่อเป็นการให้ต้นไม้ได้ขยายตัว ส่วนหลังคาก็มุงด้วยผ้าใบ พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่เอกชน แต่เราก็ไม่ได้ปลูกสิ่งก่อสร้างถาวร ความต้องการนี้ตนไม่ขออะไร ขออยู่แบบนี้ก็เพียงพอ การที่มาอยู่แบบนี้ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าดีสบายใจ ระหว่างใช้ชีวิตบนต้นไม้ในช่วงอากาศที่หนาวก็ไม่หนาว เพราะว่ามีต้นไม้เป็นที่บังลมให้ แม้ในยามฝนตกก็ไม่ใช่ปัญหา อยู่แบบนี้ตนเองก็มีความสุขดี

อย่างไรก็ดี หากเจ้าของที่ทราบเรื่องว่าตนมาใช้พื้นที่เป็นที่พักอาศัย ส่วนตัวแล้วไม่รู้สึกกังวล แต่ก็ขอขอบคุณ แต่หากจะให้ย้ายออกจากพื้นที่ตนก็ยินยอม แต่ขอโอกาสให้ใช้เวลาหาที่พักสักระยะ ทั้งนี้ หากมีหน่วยงานราชการยื่นมือมาให้ความช่วยเหลือตนก็ยินดี แต่ตนขอช่วยเหลือตัวเองให้ถึงที่สุดก่อน ก่อนจะรับการช่วยเหลือจากทางภาครัฐ เนื่องจากไม่อยากเป็นภาระ

ด้าน นายเพชรสยาม ครูข้างถนน เปิดเผยว่า ตนรู้เรื่องนี้จากเด็กๆ ในชุมชนซึ่งเราได้ดูแล โดยเราทราบว่าก่อนหน้านี้ 2 ปี มีคนมานอนอยู่บนต้นไม้ ตนก็พยายมาจะติดต่อ มาหาเขาตลอด แต่เขาก็ไม่อยู่ เนื่องจากเขาออกไปทำงานในกลางวัน ซึ่งตนเพิ่งได้เจอตัวเมื่อวานนี้ เบื้องต้นได้สอบถามข้อมูลรู้ว่า เขาเป็นชาว จ.ขอนแก่น ทำงานเป็นช่างแอร์ และรับจ้างทั่วไป โดยแนวทางการช่วยเหลือต่อไปเราจะช่วยหางานที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของเขา และดูแลในเรื่องความจำเป็นพื้นฐาน เท่าที่รู้ความต้องการแกตอนนี้คืออยากได้ไฟโซล่าเซลล์เอาไว้ส่องสว่างยามค่ำคืนสัก 1 ดวง ที่สำคัญจะทำการช่วยในเรื่องเอกสารทะเบียนบ้านที่อยู่ให้ย้ายมายัง จ.อุดรธานี เนื่องจากเขาไม่อยากจะเดินทางกลับไปบ้านที่ จ.ขอนแก่น ทั้งนี้ เพื่อสิทธิในการรักษาพยาบาลและสิทธิในการช่วยเหลือด้านอื่นๆ ตามกรอบของรัฐต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความแตกต่างระหว่าง ‘ใจที่มีสมาธิ’ กับ ‘ใจที่ไม่มีสมาธิ’

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702733

ความแตกต่างระหว่าง 'ใจที่มีสมาธิ' กับ 'ใจที่ไม่มีสมาธิ'

ความแตกต่างระหว่าง ‘ใจที่มีสมาธิ’ กับ ‘ใจที่ไม่มีสมาธิ’

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.07 น.

ส่วนใหญ่เรามักจะได้ยินว่าดูจิตกัน แต่เราไม่ค่อยจะได้ยินเรื่องของการดูกาย เพราะเราคิดว่าการดูกายนี้มันสู้ดูจิตไม่ได้ แต่การที่จะดูจิตได้นี้จำเป็นจะต้องมีสมาธิก่อน เพราะว่าจิตนี้ไวมาก ถ้าไม่มีสมาธิทำใจให้นิ่งก่อนจะดูจิตไม่ได้จะตามไม่ทัน พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ดูกายก่อนกายคตาสติก่อน ในสติปัฏฐาน ๔ มีจุดที่ให้ดูอยู่ ๔ จุด จุดแรกก็คือกาย จุดที่สองก็คือเวทนา จุดที่สามก็คือจิต และจุดที่สี่ก็คือธรรม ท่านให้ดูกายก่อนเพราะว่ากายเป็นส่วนหยาบเป็นส่วนช้า ที่เราสามารถติดตามดูการเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกได้อย่างสบาย ส่วนจิตนี้อารมณ์ต่างๆ ความคิดปรุงเเต่งต่างๆ นี้ มันละเอียดและมันไวมาก เราจะไม่มีความสามารถที่จะติดตามและทำให้เกิดประโยชน์ได้ เราจึงต้องดูกายก่อน

เจริญสติที่กายก่อน เฝ้าดูการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ถ้าใจเกาะติดอยู่กับร่างกายเวลานั่งสมาธิใจก็จะไม่ลอยไปลอยมา ให้บริกรรมพุทโธๆ ก็จะบริกรรมแต่พุทโธเพียงอย่างเดียว ไม่เหมือนกับพวกเราที่เวลานั่งสมาธิกัน เวลาบริกรรมพุทโธได้สัก ๒-๓ ครั้ง ก็ไปคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้ว ถ้าทำอย่างนี้แล้วนั่งไปนานเท่าไรก็ไม่มีวันที่จะสงบได้ จะสงบได้นี้ต้องอยู่กับคำบริกรรมพุทโธๆ ไปอย่างต่อเนื่อง ถ้าทำได้อย่างต่อเนื่องภายใน ๔-๕ นาทีใจก็เข้าสู่ความสงบได้ รวมเป็นหนึ่งเป็นอุเบกขาได้ สักแต่ว่ารู้ได้ หรือถ้าใช้การดูลมหายใจเข้า-ออกก็จะอยู่กับการดูลมเพียงอย่างเดียว ลมหายใจเข้าก็รู้ ลมหายใจออกก็รู้ รู้ตรงจุดเดียวก็รู้ตรงจุดที่ลมหายใจเข้า-ออกบริเวณปลายจมูก หรือบริเวณเหนือริมฝีปากเป็นจุดที่ลมจะสัมผัสกับร่างกายเวลาเข้าไปเวลาออกมา ถ้ามีสติเฝ้าอยู่ ดูอยู่ตรงจุดนั้นอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่เผลอไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไม่นานใจก็จะรวมเข้าสู่ความสงบได้เช่นเดียวกัน

นี่คือวิธีเจริญสติเพื่อให้เกิดสมาธิ เพื่อให้เกิดอุเบกขา พอเกิดอุเบกขาแล้ว ก็เหมือนกับการได้รับประทานอาหารอิ่มแล้ว พออิ่มแล้วพอออกมาเห็นขมนมเนย ถ้ามีตัณหาความอยากกินเนื่องจากยังมีนิสัยยังไม่ได้ตัดตัณหาความอยาก แต่ความจริงร่างกายไม่อยากจะกิน แต่ใจยังอยากจะกินอยู่ เราก็สามารถใช้ปัญญาสอนใจได้ว่า อย่าไปกิน กินแล้วมันจะเป็นโทษกับร่างกายกับจิตใจ กับร่างกายก็คือทำให้ร่างกายมีน้ำหนักเกิน มีน้ำหนักมากเกินไปทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ เป็นภัยแก่จิตใจก็เพราะว่าจะส่งเสริมความอยาก ส่งเสริมความทุกข์ใจให้มีอายุต่อไปยาวขึ้นไป ถ้าเราต้องการที่จะให้ใจของเราหลุดพ้นจากความทุกข์ เราก็ต้องไม่ทำตามความอยาก ถ้าใจอิ่มแล้วมีอุเบกขาแล้วพอได้รับข้อมูลอย่างนี้ก็จะไม่ทำตามความอยากได้ จะไม่รู้สึกทรมานแต่อย่างใด

แต่สำหรับใจที่ยังไม่มีอุเบกขานี้ ก็เหมือนกับคนที่ยังไม่ได้กินข้าว พอเจอขนมนมเนยขึ้นมาก็อยากจะกินทันที แล้วก็ต่อให้ช้างมาฉุด ต่อให้ใครมาสอนว่าไม่กินก็จะไม่ฟัง เพราะตอนนั้นมันหิวมันก็จะกิน นี่คือความแตกต่างกันระหว่างใจที่มีอุเบกขากับใจที่ไม่มีอุเบกขา ใจที่มีสมาธิกับใจที่ไม่มีสมาธิ เวลามีอุเบกขาแล้วพอใช้สัมมาทิฏฐิ ใช้เหตุผลมาสอนใจไม่ให้ทำตามความอยากใจก็จะเชื่อ แต่ถ้าไม่มีสมาธิไม่มีอุเบกขา ต่อให้เอาพระพุทธเจ้ามาสอนต่อหน้าก็ทำตามไม่ได้ หยุดความอยากไม่ได้


พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ที่มา https://www.facebook.com/Suchart.Abhijato

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องทาม’หนุ่มไร้แขนใช้เท้าวาดภาพลงถุงผ้าขายถูกมิจฉาชีพปลอมเพจหลอกลูกค้า

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702717

'น้องทาม'หนุ่มไร้แขนใช้เท้าวาดภาพลงถุงผ้าขายถูกมิจฉาชีพปลอมเพจหลอกลูกค้า

‘น้องทาม’หนุ่มไร้แขนใช้เท้าวาดภาพลงถุงผ้าขายถูกมิจฉาชีพปลอมเพจหลอกลูกค้า

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.39 น.

“น้องทาม” หนุ่มน้อยไร้แขน 2 ข้าง วาดรูปกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน ส่งตัวเองเรียนและเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว จนมีแฟนเพจติดตามกว่า 4 หมื่นคน ล่าสุดถูกมิจฉาชีพสวมรอยเปิดเพจปลอม หลอกลูกค้าโอนเงินแต่ไม่ส่งสินค้าให้นับ 20 ราย สูญเงินนับหมื่นบาท

วันที่ 6 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้องทาม หรือ นายวรรธนะ คำอินทร์ ที่รู้จักกันในนาม “น้องทามหนุ่มน้อยไร้แขน 2 ข้าง” ซึ่งปัจจุบันอายุ 18 ปี เรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประชาสงเคราะห์วิทยา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่หาเงินช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัวและเป็นทุนการศึกษาส่งตัวเองเรียนด้วยการวาดภาพด้วยเท้าทั้ง 2 ข้างที่มี ด้วยสีอะคิลิคลงบนกระเป๋าผ้าลดโลกร้อนโพสต์ขายบนโลกออนไลน์ทางเพจเฟสบุ๊ก : วรรธณะ คำอินทร์ น้องทาม จนมียอดผู้ติดตามกว่า 4 หมื่นคนและเป็นช่องทางให้ลูกค้าสั่งผลงานกระเป๋าผ้า โดยมีคุณแม่ หรือนางดอกรัก คำอินทร์ อายุ 51 ปี ผู้เป็นแม่คอยดูแลเพจและจัดคิวลูกค้าที่สั่งทำกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน รวมไปถึงผู้ใหญ่ใจบุญที่อยากจะช่วยเรื่องทุนการศึกษาให้กับน้องทาม 

แต่ตอนนี้กลับถูกมิจฉาชีพสวมรอยเปิดเพจปลอม โดยใช้ชื่อเพจและภาพเหมือนกับเพจจริงต่างกันตรงที่ยอดผู้ติดตามมีเพียง 98 คนและหลอกลูกค้าที่หลงเชื่อสั่งผลงานกระเป๋าผ้าลดโลกร้อนและหลอกให้โอนเงิน เข้าบัญชีวอลเล็ท จนมีผู้เสียหายกว่า 20 คนที่หลงเชื่อและโอนเงินให้ แต่ไม่ได้รับสินค้า สูญเงินนับหมื่นบาท

นายวรรธณะ คำอินทร์ น้องทาม ได้บอกผู้สื่อข่าวว่า ตนได้ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนช่วยแม่หาเงินด้วยการวาดภาพลงกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน แล้วโพสขายในช่องทางเพจเฟสบุ๊กของตน ซึ่งมียอดผู้ติดตามประมาณ 4.2 หมื่นคน โดยจะมีแม่เป็นคนคอยดูแลเรื่องคิวงานของลูกค้าที่ออเดอร์ไว้ จนกระทั่งเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีลูกค้าแชทและโทรมาว่าทำไมถึงยังไม่ได้รับสินค้าทั้งๆ ที่โอนเงินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีหลายรายเกือบ 20 ราย ซึ่งตนและแม่ก็ไล่เช็คออเดอร์และยอดเงิน ปรากฏว่าไม่มียอดออเดอร์ของลูกค้า จึงได้ยืนยันเรื่องช่องทางการสั่งงานและโอนเงิน จนทราบว่ามีมิจฉาชีพเปิดเพจปลอมขึ้นมาโดยแอบอ้างภาพและชื่อของตนเปิดรับออเดอร์งานลูกค้า

โดยเพจปลอมมียอดผู้ติดตามอยู่เพียง 98 คนเท่านั้นและลูกค้าเกือบ 20 รายกลายเป็นผู้เสียหายสั่งงานและโอนเงินผ่านเพจปลอม ตนและแม่จึงได้เดินทางไปแจ้งความและลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรนิคมสร้างตนเอง เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและเพื่อต้องการหลักฐานยืนยันว่าว่าตนถูกมิจฉาชีพสวมเพจเฟสบุ๊ก และเพื่อเป็นการเตือนภัยให้ลูกค้าที่ต้องการสั่งกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน ให้ติดต่อที่เพจของตนเพียงเพจเดียวหากไม่แน่ใจ ให้โทรติดต่อทางเบอร์โทร 0821645911 รวมถึงช่องทางการโอนเงินต่างๆ ทั้งเลขบัญชี หรือทางพร้อมเพย์ จะต้องเป็นชื่อของแม่ นางดอกรัก คำอินทร์ เพียงคนเดียวเท่านั้นจะไม่มีบัญชีอื่นเด็ดขาด

สำหรับผู้ที่สนใจผลงานการวาดภาด้วยเท้าของน้องทามหรือต้องการสั่งกระเป๋าผ้าลดโลกร้อนด้วยฝีเท้าของน้องทาม ราคาเริ่มต้นเพียงชิ้นละ 59 บาท ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ นางดอกรัก คำอินทร์ หมายเลขโทรศัพท์ 082-1645911 หรือทางเพจ Facebook : วรรธณะ คำอินทร์ น้องทาม (โดยให้สังเกตุยอดผู้ติดตาม เพจจริงจะมียอดผู้ติดตาม ประมาณ 4.2 หมื่นคน) เท่านั้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ญาติตกใจ! ตายแล้วฟื้น.. เตรียมจัดงานศพตาวัย86ปีล้มหัวฟาดพื้นดับ

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702712

ญาติตกใจ! ตายแล้วฟื้น.. เตรียมจัดงานศพตาวัย86ปีล้มหัวฟาดพื้นดับ

ญาติตกใจ! ตายแล้วฟื้น.. เตรียมจัดงานศพตาวัย86ปีล้มหัวฟาดพื้นดับ

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.31 น.

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 6 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีคนตายแล้วฟื้น สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับลูกหลาน และญาติๆ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปบ้านเลขที่ 126 หมู่ 6 ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว อยู่ในสวนยางพารา พบกับลูกหลานจำนวนมาก กำลังนั่งล้อมวงพูดคุยดูอาการของนายประดิษฐ์ บุญทรง อายุ 86 ปี ที่นอนลืมตาอยู่กลางห้องโถง

นางเฉิด บุญทรง อายุ 73 ปี ภรรยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อหลายวันก่อน นายประดิษฐ์ สามีของตน กวาดขยะหน้าบ้านแล้วล้มหัวฟาดกระถางต้นไม้จนสลบเหมือดไม่ได้สติ ญาติจึงนำคุณตาประดิษฐ์ ส่งโรงพยาบาลทุ่งสง  หลังจากนั้นโรงพยาบาลทุ่งสง เห็นว่าอาการหนักมาก  จึงส่งต่อโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และรักษาอาการอยู่ 3 – 4 วัน แต่อาการไม่ดีขึ้น ต่อมาเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช แจ้งญาติให้ทำใจ  และญาติตั้งใจรับคุณตาประดิษฐ์ กลับไปสิ้นใจที่บ้าน แล้วญาติถอดสายออกซิเจน น้ำเกลือ นำสามีขึ้นรถมูลนิธิ แต่ระหว่างนำสามีกลับบ้านที่ อ.ทุ่งสง ระหว่างทางสามี หมดลมหายใจเสียชีวิต ญาติจึงนำศพคุณตาประดิษฐ์ ไปไว้บำเพ็ญกุศลวัดทะเล

นางเฉิด เผยอีกว่า ตนแจ้งญาติที่บ้าน ให้จัดเตรียมซื้อหีบศพ ซื้อสำหรับทำกับข้าว และกำหนดรดน้ำศพ 5 โมงเย็นวันนี้ แต่ขณะนำศพคุณตาตาถึงที่วัด คุณตาประดิษฐ์ กลับฟื้น สร้างความแปลกใจให้กับญาติๆ ถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจลั่นทั้งวัด หลังหายตกใจ ญาตินำคุณตาประดิษฐ์ ออกจากวัดไปรักษาตัวต่อที่บ้านพักที่อยู่ไม่ไกลวัดมากนัก และยกเลิกจัดงานศพคุณตาประดิษฐ์

นายธงชัย บุญทรง อายุ 40 ปี บุตรชายคนสุดท้อง กล่าวเปิดเผยว่า หลังโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษาคุณพ่อ แล้ว เนื่องจากอาการหนัก ก็นำร่างของคุณพ่อ กลับบ้านตั้งใจว่าจะให้คุณพ่อสิ้นใจอย่างสงบที่บ้าน แต่ขณะนำคุณพ่อมกลับบ้านระหว่างทางชีพจรคุณพ่อหยุดเต้น และหมดลมหายใจ ตนจึงประสานญาติให้จัดพิธีนำรดน้ำศพคุณพ่อ ที่วัดทะเล ใกล้บ้าน แต่ขณะนำร่างของคุณพ่อ ถึงวัด เพื่อรดน้ำศพ  คุณพ่อ ลืมตาฟื้นขึ้นมา สร้างความดีใจให้กับญาติๆ จึงรีบพ่อกลับบ้าน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เศร้า!! โลมาเกยตื้นตายบนชายหาดตะโล๊ะกาโปร์ จ.ปัตตานี

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702700

เศร้า!! โลมาเกยตื้นตายบนชายหาดตะโล๊ะกาโปร์ จ.ปัตตานี

เศร้า!! โลมาเกยตื้นตายบนชายหาดตะโล๊ะกาโปร์ จ.ปัตตานี

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.14 น.

6 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใหญ่บ้านบ้านปาตา ม.1 ต.ตะโล๊ะกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจากชาวประมงพบซากปลาโลมาตายอึดลอยขึ้นฝั่งชายหาด ตะโล๊ะกาโปร์ 1 ตัว ยังไม่ทราบสาเหตุ เบื้องต้นได้ลงไปตรวจสอบก่อนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุการตายในครั้งนี้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อช.หมู่เกาะสิมิลัน’ออกมาชี้แจงด่วน หลังโดนซัดนทท.เหยียบปะการัง

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702690

'อช.หมู่เกาะสิมิลัน'ออกมาชี้แจงด่วน หลังโดนซัดนทท.เหยียบปะการัง

‘อช.หมู่เกาะสิมิลัน’ออกมาชี้แจงด่วน หลังโดนซัดนทท.เหยียบปะการัง

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.30 น.

โซเชียลกระหน่ำ! สิมิลันใช้ฟินสั้น เหยียบปะการัง จี้เจ้าหน้าที่-ผู้ประกอบการเร่งตรวจสอบ กฎระเบียบคุมเข้ม

6 ม.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีมีสื่อโซเชียลใช้ชื่อ ขยะมรสุม MONSOONGARBAGE THAILAND โพสต์ข้อความ เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2566 ว่า 

” อช. หมู่เกาะสิมิลัน – ว่าแล้วเรื่องก็เกิดอีก รอบนี้นักท่องเที่ยวทั่วไป (ไม่ใช่ฟรีไดฟ์ ไม่ใช่สกูบ้า) เช่าฟินสั้น ลงน้ำตื้น เหยียบปะการังเข้าให้ เอาล่ะจุ้ย พี่ครับๆ แบนฟรีไดฟ์แล้ว แบนฟินยาวแล้ว รอบนี้แก้ยังไงดีครับ แบนฟินสั้น แบนนักท่องเที่ยวทั่วไปด้วยเลยมั้ยครับ!! ปิดเกาะไปเลยมั้ยพี่ ดีต่อการฟื้นฟูนะ!!! ทีนี้เรามาดูการแก้ปัญหาแบบที่ผ่านมาของอุทยานกัน แบบหัวชนฝา เช่น

• เรือลิฟอะบอร์ดทิ้งสมอโดนปะการัง แก้ด้วย รับส่งด้วยเรือดิงกี้เท่านั้น ให้เรือจอดไกลออกไป (ซึ่งดิงกี้ไทยลำเล็กมากและไม่ได้มีบันไดพาดสำหรับขึ้นเรือแบบต่างประเทศ) ต้องรับส่งกี่รอบถึงจะครบทุกทีมคิดเอา

• เล่นสไลเดอร์ยักษ์ลงมาทับกันแขนหัก งั้นห้ามเล่นกีฬาผาดโผน (extreme) ในเขตอุทยาน ให้ถือว่าสไลเดอร์ยักษ์เป็นกีฬาผาดโผน ดังนั้น แบนสไลเดอร์ยักษ์ซะ

• ทราบว่าฟรีไดฟ์ฟินยาวทำปะการังพัง งั้นแบน ฟรีไดฟ์ฟินยาว

• ฟรีไดฟ์ ถือเป็นกีฬาผาดโผน งั้นแบน ฟรีไดฟ์

• พอแบนฟินยาวด้วย แบนฟรีไดฟ์ด้วยในอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน และยังไม่มีหมายประกาศ อุทยานฯ เลยให้ผู้ประกอบการให้เช่าได้แค่ฟินสั้น 

• พอเช่า/นำไปใช้เองได้แค่ฟินสั้น ก็เป็นแบบในภาพ
เมื่อวานนี้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมขาติและสิ่งแวดล้อม ให้แนวทางอุทยานฯ ในการทำงานผ่านโพสต์เพจเฟสบุ้คว่า “ถ้าเปิดแล้วดูแลไม่ได้ อย่าเปิดดีกว่าครับ” 
ภาพ/เบาะแส จากกลุ่มนักดำน้ำแห่งหนึ่งใน Facebook Group
ปล. ประกาศเรื่องฟรีไดฟ์ งดห้ามได้ไม่ได้ยังไงในสิมิลัน รีบประกาศด้วยนะ!! “

พร้อมมีภาพประกอบ โดยมีการติดแฮทแท็กถึง วราวุธ ศิลปอาชา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หลังจากมีการโพสต์ มีการเข้าชมกว่า 1,500 ครั้ง แสดงความคิดเห็นกว่า 150 ครั้ง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้แจ้งสื่อมวลชนในกรณีนี้ว่า อุทยานฯสิมิลัน ได้แจ้งทางไลน์กลุ่มผู้ประกอบการฟรีไดฟ์ ตั้งแต่พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ในการกำหนดจุดการดำน้ำส่วนใหญ่เป็นน้ำลึก ส่วนที่ปรากฏในภาพมีลักษณะเหมือนน้ำตื้นซึ่งบริเวณแหล่งดำน้ำตื้นตามภาพไม่พบว่ามีหรืออาจจะถ่ายภาพขณะน้ำทะเลลดลงก็เป็นไปได้ 

เบื้องต้น มีการนำทุ่นไข่ปลามาวางกั้นพื้นที่เล่นน้ำตื้นเพื่อกำหนดพื้นที่ไม่ให้กระทบแก่แนวปะการัง ส่วนการใช้ฟิน ทางผู้ประกอบการฟรีไดฟ์เข้าใจถึงข้อกำหนดการใช้ มีการอบรม มีใบผ่านการฝึกอบรมและมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ซึ่งกำหนดจุดฟรีไดฟ์ไว้ 3 จุดเท่านั้น

ด้านผู้ประกอบการรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่ลงในสื่อโซเชียลตนไม่คิดว่าในเขตอุทยานฯสิมิลัน เนื่องจากผู้ประกอบการฟรีไดฟ์ทราบดีว่าควรปฏิบัติอย่างไร โดยการดำน้ำผู้ดำน้ำต้องผ่านการฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติและมีข้อห้ามเพื่อให้ปลอดภัยต่อตนเอง ผู้อื่น และสิ่งแวดล้อม

ส่วนนักท่องเที่ยวฟรีไดฟ์ กล่าวว่า ที่เข้ามาดำน้ำในเขตอุทยานฯสิมิลัน ตนเองได้ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ของภาครัฐ และทางผู้ประกอบการทุกอย่าง อีกทั้งนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการมีสามัญสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,948,842 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
เปิด 34 รายชื่อ เอกชนยักษ์​ใหญ่เตรียมหารือรัฐบาลเย็นนี้
"ปูติน" เลี้ยงอาหารค่ำครูสมัยมัธยม โต้ข่าวลือหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดิน
ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม
เปิดสถิติ 4 เดือน! ปราบอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดี เสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร! หมอวรงค์ข้องใจรัฐ กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน
ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช. นำข้อมูล กกร.เอาผิด 10 หน่วยงานรัฐ ปมจ่ายใต้โต๊ะ
ไอซ์ รักชนก นั่ง ปธ.กมธ.ติดตามงบฯ ขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า
ภราดร แย้ม ภท.เตรียมถกร่างแก้รัฐธรรมนูญ 19 พ.ค. แจงครม.ไม่ยืนยันร่างเดิม หวั่นตกวาระ 3 ซ้ำรอยเสียเวลา
สราวุฒิรับฟังเครือข่ายกยท.พัฒนายางพารายั่งยืน

Recent Posts

  • “ทรัมป์” ปิดฉากเยือนจีน ชี้เป็น “การเยือนครั้งประวัติศาสตร์” ชื่นมื่นแต่ไร้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรม
  • ยืนยันพบ “อีโบลา” ระบาดใหม่ในดีอาร์คองโก ตายแล้ว 65 ศพ จับตาสายพันธุ์ใหม่ลามเข้าเขตเมือง
  • ตั๋วเกลี้ยงใน 12 ชม. ศึกฟุตบอลหญิงประวัติศาสตร์ “เกาหลีใต้-เกาหลีเหนือ” ครั้งแรกในรอบ 7 ปี
  • รัสเซียกระหน่ำโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครนหนักสุดในรอบ 4 ปี – 2 วัน ตายพุ่ง 27 ศพ
  • ผอ. ซีไอเอ เยือนคิวบารอบ 67 ปี ถกวิกฤตพลังงาน หลังสหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอช่วย 100 ล้านดอลลาร์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d