‘เพื่อไทย’ เปิดชื่อ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ 5 เมษายนนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545139

19 มี.ค. 2566

'เพื่อไทย' เปิดชื่อ 'แคนดิเดตนายกฯ'  5 เมษายนนี้

ได้ฤกษ์ 5 เมษายน เปิดตัว ‘แคนดิเดตนายกฯ’ พรรค ‘เพื่อไทย’ หัวหน้าพรรคอยากให้มาจากบัญชีรายชื่อสส. ตามที่พรรคเคยพยายามแก้กฎหมาย

กรรมการบริหารพรรคและตัวแทนสาขาพรรคเพื่อไทย จะมีการเคาะรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ  ครบทั้งสามรายชื่อ วันที่ 5 เมษายนนี้ และพร้อมสำหรับการเลือกตั้งแล้ว

นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเห็นว่า แคนดิเดตนายกฯของพรรค ควรมีชื่ออยู่ใน สส. บัญชีรายชื่อด้วย เพราะพรรคเพื่อไทย เคยเสนอแก้กฎหมายให้นายกฯมาจากสส.

สำหรับรายชื่อ สส. บัญชีรายชื่อทั้ง 100 คน พรรคจะส่งให้แต่ละจังหวัดไปทำไพรมารี่โหวตภายในวันที่ 26 ถึง 28 มีนาคมนี้ ให้เสร็จภายใน 3 วัน จากนั้นส่งกลับมายังกรรมการสรรหา เพื่อจัดเรียงลำดับรายชื่อ แล้วส่งให้กรรมมาการบริหารพรรคภายในวันที่ 1 เมษายน

ส่วนการยุบสภา ที่คาดไว้ 20 เมษายนนี้  พรรคเพื่อไทยได้ได้วางไทม์ไลน์สำหรับการเลือกตั้งไว้พร้อมแล้วโดยยึดเกณฑ์ยุบสภา หากคาดเคลื่อนก็ไม่น่าจะเกินวันที่ 23 มีนาคม

ไทยสร้างไทย หาเสียงคนเมือง

แกนนำไทยสร้างไทย หาเสียงบนรถไฟฟ้าแกนนำไทยสร้างไทย หาเสียงบนรถไฟฟ้า

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย นายธวัชชัย ปิยนนทย ดร.สุวดี พันธ์ุพานิช ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่เขตปทุมวัน และเขตบางรัก เพื่อพบปะพูดคุย และขอคะแนนเสียงจากชาวกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยได้ขึ้นรถไฟฟ้าจากสถานีดังกล่าวมาลงที่สถานีศาลาแดง โดยได้รับความสนใจ จากพี่น้องประชาชนเข้ามาลุมล้อมขอถ่ายภาพและร่วมพูดคุยรับฟังนโยบายอย่างคึกคัก

ขณะเดียวกันก็ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมลงชื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคได้ เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาแล้ว สามารถลงชื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคไทยสร้างไทย ผ่านระบบเข้าชื่อเสนอกฎหมายของเว็บไซต์รัฐสภาได้ที่ https://dev.parliament.go.th/einitiative/petloginbyshr.aspx  

อุ๊งอิ๊ง นำโด่ง ‘นายกรัฐมนตรี’ จากผลสำรวจ ‘นิด้าโพล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545132

19 มี.ค. 2566

อุ๊งอิ๊ง นำโด่ง 'นายกรัฐมนตรี' จากผลสำรวจ 'นิด้าโพล'

พรรคเพื่อไทย ได้รับความไว้วางใจ นำมาเป็นลำดับแรก ในทุกหัวข้อสำรวจ ศึกเลือกตั้ง ครั้งที่ 1 ของ ‘นิด้าโพล’ อุ๊งอิ๊ง เป็น ‘นายกรัฐมนตรี’

อุ๊งอิ๊งนำโด่ง คนอยากได้เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด จากโพลเลือกตั้งครั้งที่ 1 ของนิด้า

นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจเรื่อง ศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 2-8 มีนาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง  พบว่าเพื่อไทย นำมาเป็นอันดับหนึ่งใน 5 อันดับแรก ของทุกหัวข้อสำรวจ

ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งนี้ 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 38.20 ระบุว่าเป็น อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร  ชินวัตร พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 2  ร้อยละ 15.75 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล
  • อันดับ 3 ร้อยละ 15.65 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 4 ร้อยละ 9.45 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
  • อันดับ 5 ร้อยละ 5.10 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย

ภาพประกอบจากนิด้าโพลภาพประกอบจากนิด้าโพล

พรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือก สส.แบบแบ่งเขต 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 49.75 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 2  ร้อยละ 17.40 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล
  • อันดับ 3 ร้อยละ 11.75 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 4 ร้อยละ 5.40 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 5 ร้อยละ 2.95 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย



พรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือก สส.บัญชีรายชื่อ 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 49.85 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 2 ร้อยละ 17.15 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล
  • อันดับ 3 ร้อยละ 12.15 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 4 ร้อยละ 4.95 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 5 ร้อยละ 2.85 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย

‘ประชาธิปัตย์’ หวังกองทุนไอเดียเติมโอกาส ‘ดีไซเนอร์ ‘ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545129

19 มี.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' หวังกองทุนไอเดียเติมโอกาส 'ดีไซเนอร์ 'ไทย

วงการแฟชั่น ‘ดีไซเนอร์’ไทย เตรียมพร้อมรับโอกาสจากกองทุนไอเดียของพรรค ‘ประชาธิปัตย์’ ที่จะมาช่วยสานฝัน สู่ระดับโลก

ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ ‘มาดามเดียร์’คุย ‘BWILD ISAN’ – ‘PACHAREE’ หวังแมชแบรนด์แฟชั่นไทยสู่ตลาดโลก ชูกองทุนไอเดียเติมโอกาสดีไซเนอร์ไทย

ปาจรีย์ ซูเมอร์ส-โรเจอร์’ เจ้าของแบรนด์จิวเวลรี่ไทยที่ได้วางขายในห้างดังระดับโลก เล่าว่า  เริ่มต้นจากการเป็นผู้บริโภคที่ไม่ได้จบด้านดีไซน์มา แต่เน้นความใส่ใจในรายละเอียดและรสนิยมในการเลือกวัตถุดิบ

เริ่มต้นจากการออกแบบเสื้อผ้าเพื่อถ่ายแบบแฟชั่น จึงเอาพลอยและมุกของแม่ทำมาเครื่องประกับเติมเข้าไปด้วย แต่เมื่อโพสต์รูปไปในอินสตาแกรมแล้ว กลับไปถูกใจบายเยอร์ที่นิวยอร์ก และนำมาสู่โอกาสในการเอาจิวเวลรี่ไปขายในห้างดังในต่างประเทศ และมีอินฟลูเอ็นเซอร์หรือเซเลบริตี้นำเครื่องประดับของแบรนด์ไปใส่ เป็นจังหวะที่ดีที่คนส่วนใหญ่เริ่มเบื่อมุกแบบกลม และหันมาสนใจมุกแบบแท่งซึ่ง

แบรนด์ของเธอเป็นไม่กี่เจ้าที่ขายพอดี จึงทำให้ได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จ จึงพัฒนาแบรนด์ให้เป็นที่ถูกใจของลูกค้ามาเรื่อยๆ และการไปหาบายเยอร์มันไม่ต้องมีพิธีรีตอง แต่มันอยู่ที่การเล่าเรื่องและสินค้าต้องตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้เขารู้สึกว่ามันเท่และเจ๋ง

 กาญจนา ชนาเทพาพร ผู้ก่อตั้ง BWILD ISAN แบรนด์แฟชั่นท้องถิ่นอีสาน ผู้สร้างกระเป๋าไก่ บอกว่า มี passion กับการสร้างแบรนด์ที่มีคนเป็นหัวใจหลัก ด้วยการใช้สิ่งธรรมดาภูมิปัญญาวัฒนธรรมอีสานมาสร้างสรรค์เป็นแฟชั่น จน ‘กระเป๋าไก่บ้าน’ กลายเป็นไวรัล 

นอกจากจะสร้างสรรค์ผลงานจากความเป็นท้องถิ่นไปสู่สายตาของคนทั่วโลกแล้ว ยังตั้งใจที่จะให้โอกาสดีไซเนอร์รุ่นใหม่ให้ได้แสดงฝีมือการออกแบบ และมีโอกาสทำผลงานสู่ตลาดด้วย  แต่ปัญหาคือการเริ่มต้นแบรนด์แฟชั่นในช่วงสถานการณ์โควิด การต้องลงทุนเพื่อรักษาคนไว้ และทดลองผลิตสินค้า โดยที่โอกาสเข้าถึงเงินทุนยากมาก

วทันยา บุนนาค  ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์

ขณะที่ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าประเทศไทย มีแฟชั่นดีไซเนอร์ที่มีพรสวรรค์ มีทรัพยากรและทุนทางวัฒนธรรมที่มั่งคั่ง แต่ขาดนโยบายจากภาครัฐที่ส่งเสริมอย่างตรงจุด กองทุนไอเดียของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นการสร้างพลังให้ผู้ประกอบการด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตั้งแต่ต้นทางน้ำจนถึงปลายน้ำ

เริ่มจากการเปิดหลักสูตรบ่มเพาะให้ความรู้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ มีทุนให้เริ่มต้นหรือต่อยอดธุรกิจ พร้อมทั้งจับคู่ผู้ผลิตกับวัตถุดิบ และจัดหาตลาดให้แบรนด์ต่างๆ ในตลาดโลก ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ต่อยอดความคิดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ทำให้คนไทยกินดีอยู่ดี

นับถอยหลังเลือกตั้งใหม่ ยังมีข้อสงสัย ทำไมต้อง ‘ยุบสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545124

19 มี.ค. 2566

นับถอยหลังเลือกตั้งใหม่ ยังมีข้อสงสัย ทำไมต้อง 'ยุบสภา'

การ ‘ยุบสภา’ ก่อนครบวาระเพียง 2-3 วัน ทำให้มีคำถาม เรื่องความเหมาะสม แม้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่สภาก็ปิดสมัยประชุมไปแล้ว

ประเทศไทยมีการยุบสภามาแล้ว 14 ครั้ง ไม่มีครั้งใดที่ การยุบสภา จะมีเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการขยับขยายทางการเมือง เหมือนกับการเลือกตั้ง66 เช่นที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์ไว้

ที่สำคัญ คือมีพระราชกฤษฎีกา ปิดสมัยประชุมไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และสภาจะครบวาระในวันที่ 23 มีนาคม หรือวันพฤหัสบดีนี้

ห้องประชุมสภาฯห้องประชุมสภาฯ

ย้อนประวัติศาสตร์การยุบสภา นับตั้งแต่ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข

  • ครั้งที่ 1 พันเอก พระยาพหลพลหยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2481 เนื่องจากรัฐบาลแพ้โหวตญัตติขอแก้ไขข้อบังคับการประชุมฯ
  • ครั้งที่ 2 ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2488 เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้รับเลือกตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2481 ได้มีพระราชบัญญัติขยายกำหนดเวลาให้อยู่ในตำแหน่งต่ออีก 2 ครั้ง เพราะอยู่ในตำแหน่งนานเกินไป

  • ครั้งที่ 3 นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรียุบสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2516 จากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516
     
  • ครั้งที่ 4 ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2519 เนื่องจากเกิดปัญหาความแตกแยกและขัดแย้งในคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรัฐบาลผสมในขณะนั้นอย่างรุนแรงอันเป็นเหตุให้เกิดอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน

     
  • ครั้งที่ 5 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2526 เนื่องจากเกิดความ  ขัดแย้งอย่างรุนแรงในปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  • ครั้งที่ 6 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 เนื่องจากสภาลงมติไม่รับหลักการพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 พ.ศ.2529 
  • ครั้งที่ 7 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2531 เนื่องจากรัฐบาล   เห็นว่าเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองบางพรรค ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความไม่มั่นคงในเสถียรภาพของรัฐบาล
  • ครั้งที่ 8 นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2535 การยุบสภาในครั้งนี้  สืบเนื่องจากการสืบทอดอำนาจของคณะ รสช. ซึ่งทำให้เหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม
     
  • ครั้งที่ 9 นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 สาเหตุจาก การอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณี สปก. 4-01
  • ครั้งที่ 10 นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 27กันยายน พ.ศ. 2539  จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องสัญชาติของนาย บรรหาร ศิลปอาชา
  • ครั้งที่ 11 นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543  ภายหลังแก้วิกฤติฟองสบู่ 2540
  • ครั้งที่ 12 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 ภายหลังเกิดการชุมนุมสาธารณะตั้งข้อเรียกร้องในทางการเมือง
  • ครั้งที่ 13 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 หลังจากเข้ามาคลี่คลาย  ปัญหาทางเศรษฐกิจและความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคมโดยเฉพาะเรื่องการเมือง ประกอบกับรัฐสภาได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ. 2550 แล้ว
  • ครั้งที่ 14 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556 หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมจาก  หลายภาคส่วนร่วมกันเดินขบวนกดดันเจ้าหน้าที่รัฐตามสถานที่ราชการต่าง ๆ คัดค้านการออกร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม พ.ศ. 2556


 
ยุบสภาให้นักการเมืองย้ายพรรค ?

หากสภาอยู่ครบวาระ กกต.ต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง 45 วัน นับจากวันที่สภาครบวาระ ( 23 มีนาคม ) ต้องถือประกาศ กกต.ที่ระบุให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 7 พฤษภาคม 66 ซึ่งผู้สมัครฯ สส. ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง 90 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง หรือ ต้องสังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ไม่เกินวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 66 ที่ผ่านมา

แต่หากมีการยุบสภา รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้ง ไม่เร็วไปกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่มีราชกิจจานุเบกษา ประกาศยุบสภา เช่น

หากมีพระรากฤษฎีกายุบสภาวันที่ 20 มีนาคม  กกต.กำหนดวันเลือกตั้ง ไม่เร็วไปกว่า วันที่ 12 พฤษภาคมและไม่ช้าไปกว่าวันที่ 27 พฤษภาคม และผู้สมัคร สส. ต้องสังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองเดียว ไม่น้อยกว่า 30 วัน  หรือ มีเวลาอีก 15 วัน นับจากวันที่ประกาศยุบสภาในราชกิจจานุเบกษา ซึ่ง

ลุ้น ‘ยุบสภา’ 20 มีนาคม นับถอยหลังเลือกตั้งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545114

19 มี.ค. 2566

ลุ้น 'ยุบสภา' 20 มีนาคม นับถอยหลังเลือกตั้งใหม่

นับถอยหลังสู่การเลือกตั้งใหม่ หลังประกาศราชกิจจานุเบกษา ‘ยุบสภา’ กกต.ต้องกำหนดวันเลือกตั้งและวันเปิดรับสมัคร สส.ภายใน 5 วัน

นับถอยหลังยุบสภาเลือกตั้งใหม่ หลังราชกิจจานุเบกษาประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต ของกกต. เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา

หากมีการยุบสภา ตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรี ธนกร วังบุญคงชนะ ให้ข่าวกับสื่อมวลชนไว้ว่าจะยุบสภาวันที่ 20 มีนาคม 2566 และมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้ว ขั้นตอนที่จะตามมาคือ

• กกต. ต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป กรณีมีการยุบสภา  ซึ่งต้องไม่เร็วกว่า 45 วัน และไม่ช้าเกิน 60 วัน  ( 12 พฤษภาคม 2566 )

• กำหนดวันรับสมัคร ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา หรือไม่เกิน 25 มีนาคม 2566

• หลังจากนั้น จะมีการเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวลา 5 วัน

• ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ม.46) ภายใน 7 วัน นับแต่มีการปิดรับสมัคร

• กกต.ต้องประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง(ม.30) และประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ม.36 )  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า  25 วัน

• ส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน(ม.36)/สรรหา,แต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(ม.19) ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน

• ส่วนการแจ้งเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง (ม.30) , แจ้งเพิ่มชื่อ – ถอนชื่อ ( ม.37, ม.38 )  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน

• ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (ม. 33 ) ภายใน 7 วัน ก่อนการเลือกตั้ง

• ต้องกำหนดให้มีวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง/นอกเขตเลือกตั้ง 1 วัน

พล.อ. ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
 
แม้นายกรัฐมนตรี จะระบุช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้รอราชกิจจานุเบกษาประกาศยุบสภา แต่มีคำถามจากนักฎหมายหลายคน ว่ามีเหตุมีผลเพียงพอ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 103 หรือไม่  หากจะมีการยุบสภา ก่อนสภาครบวาระเพียง 3วัน และปิดสมัยประชุมไปตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว

‘ประวิตร’ อ้อนชาวกทม. ขอโอกาสแก้ไขทุกปัญหาให้ดีขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545108

18 มี.ค. 2566

‘ประวิตร’ อ้อนชาวกทม. ขอโอกาสแก้ไขทุกปัญหาให้ดีขึ้น

ครั้งแรก ‘ประวิตร’ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พลังประชารัฐ ที่ลานคนเมือง อ้อนขอโอกาสคนกรุงเทพฯ จะนำความรัก ความสามัคคีมาสู่ประเทศไทย หมดเวลาทะเลาะกัน ลั่นพร้อมแก้ไขทุกปัญหาให้ กทม.ดีขึ้น

18 มี.ค. 2566 เวลา 19.20 น.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวปราศรัยบนเวที”พลังใหม่ พลังกรุงเทพ พลังประชารัฐ” ที่ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร ว่า ก่อนอื่นขอสวัสดีพี่น้อง ชาวกรุงเทพมหานคร และพี่น้องชาวไทยที่รักทุกคน 

“ผมรู้สึกดีใจ และอบอุ่นที่ได้มาอยู่ท่ามกลางพี่น้องทุกท่านในวันนี้ ซึ่งเป็นการปราศรัยในกรุงเทพฯครั้งแรก ของผม วันนี้ผมมาพร้อมกับผู้บริหารและสมาชิก พรรคพลังประชารัฐ รวมถึงว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.ทั้ง 33 คน เพื่อยืนยันให้พี่น้องมั่นใจว่าพวกเราพร้อมแล้ว ที่จะทำงานรับใช้ กรุงเทพมหานคร”

พลเอกประวิตร  อ้อนชาวกทม.ขอโอกาสแก้ไขทุกปัญหาให้ดีขึ้นพลเอกประวิตร อ้อนชาวกทม.ขอโอกาสแก้ไขทุกปัญหาให้ดีขึ้น

พลเอกประวิตร  อ้อนชาวกทม.ขอโอกาสแก้ไขทุกปัญหาให้ กทม.ดีขึ้นพลเอกประวิตร อ้อนชาวกทม.ขอโอกาสแก้ไขทุกปัญหาให้ กทม.ดีขึ้น

พรรคพลังประชารัฐตระหนักดีว่า กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์รวม เป็นหน้าตา และศักดิ์ศรีของประเทศ เราต้องช่วยกันดูแล รักษา ให้สะอาด สวยงาม ปลอดภัย น่าอยู่ น่าอาศัย น่าที่จะมาท่องเที่ยว ตนและพรรคพลังประชารัฐ จะมุ่งมั่น ทำงาน ร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อพัฒนา และแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง ที่เป็นประโยชน์ กับ คนกรุงเทพฯ ปัญหาต่าง ๆ ทั้งในเรื่อง การจราจร ติดขัด ปัญหา ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม มลพิษ PM 2.5 การขาด พื้นที่สีเขียวน้ำท่วม น้ำเน่าเสีย ระบบขนส่งมวลชน ปัญหายาเสพติด และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย

พรรคพลังประชารัฐจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยเร็ว พร้อมกับนำนโยบายที่เป็นประโยชน์มามอบให้กับ พี่น้องประชาชน ทั้งในเรื่อง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การลดราคา น้ำมัน แก๊ส ไฟฟ้า สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ดูแลคนไทย ทุกช่วงวัย ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ แม่ และเด็ก ดูแลผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส อย่างเท่าเทียมเพื่อลดช่องว่าง ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมในสังคม 

พลเอกประวิตร ชูมือส่งความรักให้แฟนคลับที่มารอฟังการปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง กทม.พลเอกประวิตร ชูมือส่งความรักให้แฟนคลับที่มารอฟังการปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง กทม.

พลเอกประวิตร ชูมือส่งความรักให้แฟนคลับที่มารอฟังการปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง กทม.พลเอกประวิตร ชูมือส่งความรักให้แฟนคลับที่มารอฟังการปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง กทม.

“ขอให้ พี่น้องประชาชนให้โอกาส พรรคพลังประชารัฐพวกเราอาสาที่จะนำความรัก ความสามัคคีมาสู่ประเทศชาติ ของเราหมดเวลาที่เราคนไทยจะมาทะเลาะกันเองแล้วพวกเราคนไทย ต้องจับมือกันนำพาประเทศ ก้าวไปข้างหน้าเพื่อความสุขของคนไทยทุกคน”

ทั้งนี้ พลเอกประวิตร จะเดินทางไปจังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.พปชร.ในวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2566 ซึ่งร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา พปชร.ลงพื้นที่เตรียมการต้อนรับ

ปราศรัยใหญ่ ‘พปชร.’ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้ง 33 เขตกทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545107

18 มี.ค. 2566

ปราศรัยใหญ่ ‘พปชร.’ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้ง 33 เขตกทม.

พล.อ.ประวิตร นำทัพ ‘พปชร.’ ปราศรัยใหญ่เวทีแรกที่ลานคนเมือง เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้ง 33 คน ชูนโยบายกรุงเทพฯ +5 สู่มหานครแห่งเอเชีย ดันกองทุนประชารัฐ ลดราคาน้ำมัน อ้อนเลือกทั้งคนทั้งพรรค

18 มี.ค. 2566 ที่บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดการปราศรัยเปิด “พลังใหม่ พลังกรุงเทพ พลังประชารัฐ” นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แกนนำพรรค ,นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรรมการบริหารพรรค ,นายอุตตม สาวนายน แกนนำพรรคพลัง ,นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แกนนำพรรค ,นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมการบริหารพรรค

นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค ,นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค พร้อมแนะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 33 คน ซึ่งมีประชาชนมารอฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่หน้าลานคนเมือง

กรุงเทพฯ +5 สู่มหานครแห่งเอเชีย

โดยนายสนธิรัตน์ ปราศรัยเปิดเวทีเป็นคนแรก ว่า พลังประชารัฐในอดีตประชาชนเคยให้ความไว้วางใจ มีผู้สมัครของพรรคเป็นส.ส.กทม.ถึง 12 คน ตนมาในวันนี้เป็นสัญลักษณ์ ว่าในอดีตที่ประชาชนเคยให้ความไว้วางใจวันนี้ตนมาเชื่อมโยงเอาความสำเร็จนี้สู่พรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งกทม.ปี 2566

ขณะที่นายอุตตม ปราศรัยถึงนโยบายของพรรค ว่า แม้โควิดเริ่มหายไป แต่ปากท้องยังไม่ดีขึ้นเศรษฐกิจโลกก็ยังไม่ดีขึ้นประเทศไทยอยู่ในจุดพลิกผัน ต้องเร่งแก้ปัญหาและวางรากฐานสู่นาคตที่ยั่งยืนให้ลูกหลาน กทม.ต้องเป็นหัวขบวนในการเปลี่ยนแปลงประเทศ พรรคจึงขอเสนอนโยบายการขับเคลื่อนกรุงเทพฯที่เรียกว่า “กรุงเทพฯ +5 สู่มหานครแห่งเอเชีย” คือการคิดการพัฒนาอย่างยึดโยงแต่ละพื้นที่ใกล้เคียง เอาศักยภาพมาเสริมกัน ดึงศักยภาพของแต่ละย่านจะพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างเต็มที่ ทำแล้วให้ กทม. เป็นศูนย์กลางของคนไทยและเป็นมหานครที่คนต่างประเทศอยากมาค้าขายอยากมาลงทุน ทุกอย่างเชื่อมโยงด้วยคมนาคมที่สะดวก

พปชร.ปราศรัยใหญ่ กทม.พปชร.ปราศรัยใหญ่ กทม.

กองทุนประชารัฐ หนึ่งในนโยบาย พปชร.กองทุนประชารัฐ หนึ่งในนโยบาย พปชร.

แกนนำพรรคพปชร.แกนนำพรรคพปชร.

กองทุนประชารัฐ เพิ่มรายได้ปชช.

ทั้งนี้ ยังมีนโยบานกองทุนประชารัฐ เพื่อให้ประชาชนเพิ่มรายได้สร้างโอกาส แก้หนี้ให้เบ็ดเสร็จ เติมทุนใหม่ และเสริมทักษะใหม่ในการทำมาหากิน ในใช้วงเงิน3แสนล้านบาท โดยมีการให้กู้เพื่อประกอบอาชีพ เช่น กู้50,000บาท ผ่อน7ปี ตกวันละ 24 บาท , ลงทุนพัฒนาย่านเศรษฐกิจ ย่านละ50ล้านบาท ,จัดทุนตั้งต้นให้สตาร์ทอัพ 5 ล้านบาท ปั้นซุปเปอร์แฟรนไชส์ 1000 และปั้นคนรับแฟรนไชส์ต่ออีก100,000 แฟรนไชส์ ซึ่งนอกจากการช่วยเรื่องเงินทุนแล้วพรรคจะเสริมทักษะเพื่อใช้เงินทุนนั้นไปหากินได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายดูแลค่าใช้จ่ายตั้งแต่ตั้งครรภ์ถึง6ขวบ , ยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดา รายได้ไม่เกิน5 แสนต่อปี ,นำเงินต้นค่าผ่อนบ้านหลังแรกหักภาษีได้2แสนทั้งต้นและดอกเบี้ย และเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็น700 บาท ให้เพิ่มกำลังใช้ครอบคลุมมากขึ้น และเพิ่มประกันชีวิตให้ผู้ถือบัตร วงเงิน 200,000บาท

ดังนั้นนโยบายต่างๆยึดโยงกับการพัฒนาทั้งประเทศพูดแล้ว ทำได้ ทำจริง พรรคพลังประชารัฐพร้อมที่จะประสานคำชี้แนะข้อแนะนำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอเรียกร้องให้พี่น้องชาว กทม.เลือกผู้สมัครของพรรคเพื่อพัฒนาให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯสู่มหานครแห่งเอเชีย

นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค พปชร.นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค พปชร.

ปรับผังเมืองใหม่ลดความแออัด

ด้านนายสันติ ปราศรัยว่า การก้าวข้ามความขัดแย้งมีนัยยะสำคัญมากมาย นำไปสู่ความสามัคคีของคนในชาติ ลดความเหลื่อมล้ำในทุกรูปแบบ วันนี้พรรคพลังประชารัฐมีความตั้งใจที่จะส่งตัวแทนของพรรคลงครบทุกเขต กทม.มีความแออัดและไม่ได้บริหารจัดการเป็นสัดส่วนทำให้การบริหารกทม.ไปคนทิศคนละทาง ดังนั้นจึงต้องส่งผู้สมัครลงครบทุกเขตเพื่อรับฟังปัญหาและพัฒนาพื้นที่ พร้อมยืนยันทุกนโยบายจะนำออกมาปฏิบัติทันทีหากได้รับเลือกเป็นรัฐบาล

พรรคของเราจะพัฒนารถไฟฟ้าให้ครอบคลุมทุกเส้นทาง ทุกพื้นที่ และที่สำคัญเราจะต้องมีบริการ Shuttle Bus เพื่อลดการใช้รถยนต์รถส่วนตัว เพื่อความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน จากหมู่บ้านจะนำท่านมาส่งที่สถานีรถไฟฟ้าและจากสถานีไปถึงที่บ้าน ทำให้เกิดความอบอุ่นในครอบครัว

“เราจะแออัดการกระจายความเจริญจากกรุงเทพมหานคร สู่จังหวัดชานเมือง เพื่อประชาชนคนทำงานจะไม่ต้องเดินทางไกลในการมาทำงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีความจำเป็น ก็จะต้องขยายสถานที่ตั้งออกไป”

,นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แกนนำพรรค พปชร.,นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แกนนำพรรค พปชร.

ลดราคาน้ำมัน

ส่วนนายมิ่งขวัญ ปราศรัยถึงนโยบายการลดราคาน้ำมัน ว่า พรรคพลังประชารัฐจะลดราคาเบนซินลงประมาณลิตรละ 18 บาท และลดราคาน้ำมันดีเซลลงประมาณลิตรละ 6 บาท โดยมีการปรับลดภาษีสรรพสามิต , ภาษีมหาดไทย,กองทุนน้ำมัน , กองทุนอนุรักษ์พลังงาน เมื่อได้ทำจริงฝุ่นจะจางลง อุณหภูมิในกทม.จะเย็นลด ความสุขจะเพิ่มขึ้น ภาษีต้องทอนคืนให้เป็นความสุขของประชาชน นี่คือนโยบายพลังงานที่จะขับเคลื่อนให้พรรคพลังประชารัฐไปนั่งอยู่ในหัวใจประชาชน

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรรมการบริหารพรรค พปชร.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรรมการบริหารพรรค พปชร.

พปชร.ครบ 5 ขวบ

ด้านนางนฤมล ปราศรัยว่า วันนี้พลังประชารัฐ ครบ 5 ขวบ ถึงเวลาต้องผลัดใบ ผลัดเป็นพลังใหม่ พลังกรุงเทพพลังประชารัฐกทม.คือกลไกสำคัญที่สุดของประเทศ โดยกทม.เหมาะสมที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมการสื่อสาร เพื่อผลักดันให้กรุงเทพฯเป็นศูนย์กลางของกลุ่มสื่อสารและดิจิตอล เมื่อเกิดผลสำเร็จการเติบโตด้านอื่นๆก็ตามมา ทั้งการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจ

เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.33 เขตกทม.

จากนั้นนายสกลธี ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 33 คน ประกอบด้วย เขต 1 พระนคร สัมพันธวงศ์ ดุสิต บางรัก นายสฤษดิ์ ไพรทองิ, เขต 2 สาทร ราชเทวี ปทุมวัน นายพณิชย์ วิทยาภัทร์, เขต 3 บางคอแหลม ยานนาวา น.ส.ชญาภา ธารดำรงค์ , เขต 4 คลองเตย วัฒนา นายภูวกร ปรางภรพิทักษ์

เขต 5 ห้วยขวาง วังทองหลาง นายกานต์ กิตติอำพน ,เขต 6 ดินแดง พญาไท ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร , เขต 7 บางซื่อ ดุสิต ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช, เขต 8 จตุจักร หลักสี่ นายรังสรรค์ กียปัจจ์ , เขต 9 บางเขน จตุจักร หลักสี่ นายปราโมทย์ เพ็ชรฤทธิ์ , เขต 10 ดอนเมือง ภญ.สุชาดา เวสารัชตระกูล

เขต 11 สายไหม น.อ. บัญชาพล อรัณยะนาค, เขต 12 บางเขน สายไหม ลาดพร้าว ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น , เขต 13 ลาดพร้าว วังทองหลาง นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ , เขต 14 บางกะปิ วังทองหลาง น.ส. นฤมล รัตนาภูบาล , เขต 15 คันนายาว บึงกุ่ม น.ส.ณิรินทร์ เงินยวง ,เขต 16 คลองสามวา นายกิติภูมิ นีละไพจิตร, เขต 17 หนองจอก คลองสามวา นายศิริพงษ์ รัสมี

เขต 18 หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง นายพีระพงษ์ รัสมี , เขต 19 มีนบุรี สะพานสูง นางนาถยา แดงบุหงา ,เขต 20 ลาดกระบัง นายบุญรุ่ง เต๋งจงดี, เขต 21 ประเวศ สะพานสูง น.ส.แพรว กิจสุวรรณ, เขต 22 สวนหลวง ประเวศ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ,เขต 23 พระโขนง บางนา นายตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ

เขต 24 คลองสาน ธนบุรี ราษฎรบูรณะ นายศันสนะ สุริยะโยธิน , เขต 25 ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา , เขต 26 จอมทอง บางขุนเทียน นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ , เขต 27 บางบอน บางขุนเทียน นายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล ,เขต 28 หนองแขม บางบอน จอมทอง นายมานพ มารุ่งเรือง , เขต 29 บางแค หนองแขม นายเอกชัย ผ่องจิตร์ 

เขต 30 บางแค ภาษีเจริญ นายสิทธิโชค คล้อยแสงอาทิตย์, เขต 31 ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน น.ต.นิธิ บุญยรัตกลิน ,เขต 32 บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ธนบุรี น.ส.บุณณดา สุปิยพันธุ์ และเขต 33 เขตบางพลัด บางกอกน้อย นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล

‘จุรินทร์’ ย้ำนโยบาย ‘ประชาธิปัตย์’ ยืนยันไม่แก้ ‘ม.112’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545106

18 มี.ค. 2566

‘จุรินทร์’ ย้ำนโยบาย ‘ประชาธิปัตย์’ ยืนยันไม่แก้ ‘ม.112’

ประชาธิปัตย์ เปิดเวทีปราศรัยที่นราธิวาส ‘จุรินทร์’ ประกาศจุดยืนไม่ว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือจะไม่ แต่พรรคไม่แก้ ม.112 ไม่แบ่งแยกดินแดน ไม่หนุนใช้ความรุนแรง

18 มี.ค.2566 เวลา 17.00 น.เพลงเช้าวันใหม่ ที่ขับร้องโดย “เมธี อรุณ”ว่าที่ผู้สมัครของประชาธิปัตย์ ทำให้บรรยากาศการปราศรัยหาเสียงในเวทีของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จังหวัดนราธิวาส คึกคัก สนุกสนาน ให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมากเต็มพื้นที่จัดงาน 

ปรากฏว่า มีบรรดาแฟนคลับของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในทุกช่วงวัยได้เข้ามาห้อมล้อมเพื่อขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเป็นจำนวนมาก และนายจุรินทร์ได้ถูกแฟนคลับจำนวนหนึ่งขอกอด พร้อมกับถูกโน้มคอหอมแก้มอีกด้วย ถือเป็นบรรยากาศที่เป็นกันเองและใกล้ชิดอย่างที่สุด

ปราศรัยครั้งนี้ มีแกนนำพรรคประชาธิปัตย์หลายคน ไล่เรียงมาตั้งแต่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดนราธิวาส ชู 

“สร้างสันติภาพ สู่สันติสุข ชายแดนใต้” ที่บริเวณสนามฟุตบอล L Soccer Park ต.สุไหง โก-ลก และมีการแนะนำว่าที่ผู้สมัคร สส. จังหวัดนราธิวาส ซึ่งประกอบด้วย เขต 1 นายวัสสันต์ ดือเระ เขต 2 นายเมธี อรุณ เขต 3 นายสุลัยมาน มะโซ๊ะ เขต 4 นายไซดี เจ๊ะหามะ เขต 5 นายเจะอามิง โตะตาหยง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แนะนำว่าที่ผู้สมัคร สส. จังหวัดนราธิวาส ครบทั้ง 5 เขต  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แนะนำว่าที่ผู้สมัคร สส. จังหวัดนราธิวาส ครบทั้ง 5 เขต

ประชาชนมารอฟังการปราศรัยพรรคประชาธิปัตย์ที่ จังหวัดนราธิวาสประชาชนมารอฟังการปราศรัยพรรคประชาธิปัตย์ที่ จังหวัดนราธิวาส

นายจุรินทร์ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งเพื่อขอบคุณพี่น้องชาวโก-ลก และพี่น้องจากทุกอำเภอในจังหวัดนราธิวาสที่ให้เกียรติกับประชาธิปัตย์ด้วยการมาร่วมฟังการปราศรัยวันนี้อย่างล้นหลาม พร้อมกับได้ประกาศจุดยืนของพรรคในทางการเมืองสำหรับพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ไม่ว่าประชาธิปัตย์จะเป็นแกนตั้งรัฐบาลหรือจะไม่ แต่พรรคมีจุดยืนที่สำคัญก็คือ

1.ประชาธิปัตย์ยืนหยัดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ถ้าในอนาคตจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับประชาธิปัตย์ก็ไม่ขัดข้องเพื่อให้มีความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น แต่ประชาธิปัตย์มีข้อแม้ 2 ประการ คือ ต้องไม่แตะ หมวด 1 หมวด 2 และต้องไม่ยกเลิกมาตรา 112 เพราะในรัฐธรรมนูญ หมวด 1 เป็นหมวดที่ว่าด้วยความเป็นรัฐของประเทศไทย บัญญัติไว้ชัดเจนว่าประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแบ่งแยกไม่ได้

ใครจะมาแบ่งแยกประเทศไทยเป็น 2 ส่วน 3 ส่วนประชาธิปัตย์ไม่ยอม และหมวด 2 เป็นหมวดที่ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวง ทำให้ความผาสุกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราเกิดขึ้นนับเนื่องมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เกิดเพราะทิศทางการเมืองที่ผิดพลาด และเกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายที่ต้องแก้ไข สำหรับมาตรา 112 มีไว้เพื่อคุ้มครองประมุขของประเทศ ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ไม่มีบทบัญญัติมาตราไว้ในกฎหมายเพื่อคุ้มครองประมุขประเทศ เพราะฉะนั้นใครก็ตามบอกว่าจะยกเลิก จะแก้มาตรา 112 ประชาธิปัตย์ไม่เอา

2.ประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย ถ้าจะมีใครมาใช้ศาสนาแบ่งแยกเพื่อประโยชน์ในทางการเมือง เพราะจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราต้องเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุก ไม่ว่าจะเป็นพุทธ คริสต์ อิสลาม หรือศาสนาใดๆ ก็ตาม

3.ประชาธิปัตย์ต้องการเห็นการยุติการใช้ความรุนแรงกับผู้บริสุทธิ์ ประชาธิปัตย์ไม่ต้องการเห็นการฆ่าตัดตอน ไม่ต้องการเห็นเหตุการณ์กรือเซะ ไม่ต้องการเห็นเหตุการณ์ตากใบ ทั้งหมดนี้ต้องไม่กลับมาเกิดที่จังหวัดชายแดนใต้ของเราอีก

“ทั้งหมดนี้ประชาธิปัตย์ทำได้ แต่ประชาธิปัตย์จะได้ทำหรือไม่ อยู่ที่มือของพี่น้องจังหวัดชายแดนใต้ทุกคน รวมทั้งพี่น้องจังหวัดนราธิวาสของเราด้วย ผมมาวันนี้พร้อมกับทุกคนที่นี่เพื่อจะขอโอกาสให้ประชาธิปัตย์ได้นำสันติภาพและนำสันติสุขมาสู่จังหวัดชายแดนใต้ด้วยยุทธศาสตร์และนโยบายเพื่อจังหวัดชายแดนใต้ของเราหลังการเลือกตั้ง”นายจุรินทร์ กล่าว

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ มีกำหนดจะจัดปราศรัยใหญ่และพบปะประชาชน ที่เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา

แฟนคลับสวมกอดนายจุรินทร์แฟนคลับสวมกอดนายจุรินทร์

แฟนคลับ มารอพบนายจุรินทร์ จำนวนมากแฟนคลับ มารอพบนายจุรินทร์ จำนวนมาก

สรุปประกาศ กกต. แบ่งเขต ‘เลือกตั้ง66’ ทุกจังหวัดเช็กรายละเอียดที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545104

กฤษณะ ศรีทอง

18 มี.ค. 2566

สรุปประกาศ กกต. แบ่งเขต 'เลือกตั้ง66' ทุกจังหวัดเช็กรายละเอียดที่นี่

เปิดรายละเอียดประกาศคณะกรรมการ การ ‘เลือกตั้ง’ การแบ่งเขต ‘เลือกตั้ง66’ รายจังหวัดทั่วประเทศไทย แต่ละพื้นที่มีกี่เขต มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎได้กี่คน ดูได้ที่นี่

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการ “เลือกตั้ง” เรื่อง จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต “เลือกตั้ง” และเขต “เลือกตั้ง” ของแต่ละจังหวัด ในวันที่ 3 มี.ค. 66

ให้ทราบเกี่ยวกับจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จํานวนเขต “เลือกตั้ง” และท้องที่ที่ประกอบเป็นเขต “เลือกตั้ง” สําหรับการ “เลือกตั้ง” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการ “เลือกตั้ง” ทั่วไป ดังนี้

จังหวัด จำนวนส.ส.และเขต “เลือกตั้ง” ภาคกลาง

  1. จังหวัดกรุงเทพกรุงเทพ จำนวน สส. 33 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 33 เขต
  2. จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน สส. 4 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 4 เขต
  3. จังหวัดชัยนาท จำนวน สส. 2 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 2 เขต
  4. จังหวัดนครนายก จำนวน สส. 2 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 2 เขต
  5. จังหวัดนครปฐม จำนวน สส. 6 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 6 เขต
  6. จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน สส. 6 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 6 เขต
  7. จังหวัดนนทบุรี จำนวน สส. 8 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 8 เขต
  8. จังหวัดปทุมธานี จำนวน สส. 7 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 7 เขต
  9. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน สส. 5 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 5 เขต
  10. จังหวัดพิจิตร จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  11. จังหวัดพิษณุโลก จำนวน สส. 5 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 5 เขต
  12. จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน สส. 6 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 6 เขต
  13. จังหวัดลพบุรี  จำนวน สส. 5 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 5 เขต
  14. จังหวัดสมุทรปราการ  จำนวน สส. 8 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 8 เขต
  15. จังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน สส. 1 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 1 เขต
  16. จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  17. จังหวัดสิงห์บุรี  จำนวน สส. 1 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 1 เขต
  18. จังหวัดสุโขทัย  จำนวน สส. 4  คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 4 เขต
  19. จังหวัดสุพรรณบุรี  จำนวน สส. 5 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 5 เขต
  20. จังหวัดสระบุรี จำนวน สส. 4 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 4 เขต
  21. จังหวัดอ่างทอง จำนวน สส. 2 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 2 เขต
  22. จังหวัดอุทัยธานี จำนวน สส. 2 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 2 เขต

จังหวัด จำนวนส.ส.และเขต “เลือกตั้ง” ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  1. จังหวัดกาฬสินธุ์  จำนวน สส. 6 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 6 เขต
  2. จังหวัดขอนแก่น จำนวน สส. 11 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 11 เขต
  3. จังหวัดชัยภูมิ  จำนวน สส. 7 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 7 เขต
  4. จังหวัดนครพนม จำนวน สส. 4 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 4 เขต
  5. จังหวัดนครราชสีมา จำนวน สส. 16 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 16 เขต
  6. จังหวัดบึงกาฬ จำนวน สส. 3  คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  7. จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน สส. 10 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 10 เขต
  8. จังหวัดมหาสารคาม จำนวน สส. 6 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 6 เขต
  9. จังหวัดมุกดาหาร จำนวน สส. 2 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 2 เขต
  10. จังหวัดยโสธร จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  11. จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน สส. 8 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 8 เขต
  12. จังหวัดเลย จำนวน ส.ส. 4 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 4 เขต
  13. จังหวัดสกลนคร จำนวน สส. 7 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 7 เขต
  14. จังหวัดสุรินทร์ จำนวน สส. 8 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 8 เขต
  15. จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน สส. 9 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 9 เขต
  16. จังหวัดหนองคาย จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  17. จังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  18. จังหวัดอุดรธานี จำนวน สส. 10 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 10 เขต
  19. จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน สส. 11 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 11 เขต
  20. จังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน สส. 2 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 2 เขต

จังหวัด จำนวนส.ส.และเขต “เลือกตั้ง” ภาคตะวันออก

  1. จังหวัดจันทบุรี จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  2. จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน สส. 4 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 4 เขต
  3. จังหวัดชลบุรี จำนวน สส. 10 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 10 เขต
  4. จังหวัดตราด จำนวน สส. 1 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 1 เขต
  5. จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  6. จังหวัดระยอง จำนวน สส. 5 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 5 เขต
  7. จังหวัดสระแก้ว จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต

จังหวัด จำนวนส.ส.และเขต “เลือกตั้ง” ภาคตะวันตก

  1. จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน สส. 5 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 5 เขต
  2. จังหวัดตาก จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  3. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  4. จังหวัดเพชรบุรี จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  5. จังหวัดราชบุรี จำนวน สส. 5 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 5 เขต

จังหวัด จำนวนส.ส.และเขต “เลือกตั้ง” ภาคเหนือ

  1. จังหวัดเชียงราย จำนวน สส. 7 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 7 เขต
  2. จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน สส. 10 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 10 เขต
  3. จังหวัดน่าน จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  4. จังหวัดพะเยา จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  5. จังหวัดแพร่ จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  6. จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน สส. 2 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 2 เขต
  7. จังหวัดลำปาง จำนวน สส. 4 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 4 เขต
  8. จังหวัดลำพูน จำนวน สส. 2 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 2 เขต
  9. จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต

จังหวัด จำนวนส.ส.และเขต “เลือกตั้ง” ภาคใต้

  1. จังหวัดกระบี่ จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  2. จังหวัดชุมพร จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  3. จังหวัดตรัง จำนวน สส. 4 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 4 เขต
  4. จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน สส. 10 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 10 เขต
  5. จังหวัดนราธิวาส จำนวน สส. 5 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 5 เขต
  6. จังหวัดปัตตานี จำนวน สส. 5 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 5 เขต
  7. จังหวัดพังงา จำนวน สส. 2 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 2 เขต
  8. จังหวัดพัทลุง จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  9. จังหวัดภูเก็ต จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
  10. จังหวัดระนอง จำนวน สส. 1 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 1 เขต
  11. จังหวัดสตูล จำนวน สส. 2 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 2 เขต
  12. จังหวัดสงขลา จำนวน สส. 9 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 9 เขต
  13. จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน สส. 7 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 7 เขต
  14. จังหวัดยะลา จำนวน สส. 3 คน จำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต

‘กกต.’ แจงทุกอย่างโปร่งใส่ ไม่เกิน 5 ทุ่มรู้ผล ‘เลือกตั้ง66’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545100

18 มี.ค. 2566

‘กกต.’ แจงทุกอย่างโปร่งใส่ ไม่เกิน 5 ทุ่มรู้ผล ‘เลือกตั้ง66’

‘กกต.’ แจงนับคะแนน รายงานผลประชาชนติดตามทุกช่องทางจากสื่อ ที่มาเชื่อมต่อกับระบบ ECT Report ได้อย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างโปร่งใส่ คาดไม่เกิน 5 ทุ่มรู้ผล เลือกตั้ง66 อย่างไม่เป็นทางการ

18 มี.ค. 2566 : นับถอยหลังใกล้วันประกาศยุบสภาเลือกตั้งครั้งใหญ่ ท่ามกลางกระแสข่าวดิสเครดิตคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.จะล่าช้าในการนับคะแนนหลังปิดหีบเลือกตั้ง66 อาจจะต้องรอนานกว่าจะรู้ผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ถึง 5 วันนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจกแจงว่า การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้อยู่บนฐานของความเป็นจริงและข้อกฎหมาย อาจก่อให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนได้ ขอให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ดังนี้

1.กกต.จะมีการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการหรือไม่ ขอเรียนว่า การเลือกตั้งสส.ปี2566 นี้ สำนักงานฯมีการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการอย่างแน่นอน โดยผ่านระบบ ECT Report เป็นการรวมคะแนนและการรายงานผลคะแนนจากแบบ สส. 5/18 เหมือนการเลือกตั้งทั่วไปทุกครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แบบ สส. 5/18 จะประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งของแต่ละหน่วยหน่วยเลือกตั้ง คือ จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาแสดงตน จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ได้รับจัดสรรจำนวนบัตรที่ใช้ไป (จำนวนบัตรดี จำนวนบัตรเสีย จำนวนบัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครใด) จำนวนบัตรที่เหลือ และ จำนวนคะแนนที่ผู้สมัครแต่ละคนหรือพรรคการเมืองได้รับ โดยเรียงตามหมายเลขผู้สมัคร 

ซึ่งแบบ ส.ส. 5/18 นี้ จะมีลายมือชื่อ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง( กปน.) จำนวนทั้ง 9 คน ลงลายมือชื่อกำกับใว้ และ “ปิดใว้ที่เลือกของทุกหน่วยเลือกตั้ง” 1 ชุด ให้ประชาชน หรือพรรคการเมืองใว้ตรวจสอบ

2.ส่วนจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเมื่อใด จะทราบผลการรายงานอย่างไม่เป็นทางการ ไม่เกินเวลา 23.00 น.(5ทุ่ม)ของวันเลือกตั้ง โดยคะแนนแรกที่จะเข้าสู่ระบบ ECT Report ประมาณไม่เกินเวลา 19.00 น.หลัง กปน. กรอกแบบ 5/18 เสร็จและปิดใว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง และคะแนนต่อไปจากหน่วยเลือกตั้งอื่น ก็จะทะยอยเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจากสื่อต่างๆ ที่มาเชื่อมต่อกับระบบ ECT Report ได้อย่างต่อเนื่อง

3.การนับคะแนน การรวมคะแนน และการรายงานผลมีความโปร่งใสหรือไม่ ขอเรียนว่า การนับคะแนน การขานคะแนน การขีดคะแนน การกรอกแบบ สส.5/18 และการปิดแบบ สส. 5/18 ใว้ที่หน่วยเลือกตั้ง กระทำการท่ามกลางสายตาประชาชน ตัวแทนพรรคการเมือง ภาคประชาชน สื่อมวลชน ที่ร่วมสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา

ส่วนการรวมคะแนนว่าจะเป็นไปตามแบบ สส.5/18 ที่ติดใว้ที่เลือกตั้งหรือไม่ ดังนั้น เรื่องนี้ ประชาชน พรรคการเมือง ภาคประชาชน หรือสื่อมวลชนก็สามารถตรวจสอบความถูกต้อง โดยเปรียบเทียบคะแนนกับแบบ สส. 5/18 ที่เป็นคู่ฉบับกับฉบับที่ติดใว้หน้าที่เลือกตั้งได้ ซึ่งจะลงใว้ในเว็ปไซต์ ของสำนักงานกกต.ได้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สำนักงานดำเนินการในลักษณะนี้