Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Monthly Archives: March 2023

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แฟนสาว’หมู่หนุ่ม’โพสต์เศร้า! ถึงเวลาพักของพี่แล้ว ไม่ต้องห่วงพ่อแม่ เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713498

แฟนสาว'หมู่หนุ่ม'โพสต์เศร้า! ถึงเวลาพักของพี่แล้ว ไม่ต้องห่วงพ่อแม่ เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน

แฟนสาว’หมู่หนุ่ม’โพสต์เศร้า! ถึงเวลาพักของพี่แล้ว ไม่ต้องห่วงพ่อแม่ เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.36 น.

สุดดเศร้า..แฟนสาว ส.ต.อ.เศรษฐการ โพสต์ภาพสุดท้ายที่ถ่ายด้วยกัน บอกไม่ต้องห่วงพ่อแม่ เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน ด้านคนขับชนเจอข้อหา ฆ่าเจ้าพนักงาน หลังพบหลักฐานเจตนาชน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 จากกรณีการเสียชีวิตของ ส.ต.อ.เศรษฐการ ลอยขามป้อม ผบ.หมู่ ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. ถูกครูสอนขับรถขับเก๋งชนจนเสียชีวิต บนถนนกาญจนาภิเษก หมายเลข 9 บางนา-บางปะอิน จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา 

ล่าสุด แฟนสาวของ ส.ต.อ.เศรษฐการ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก อาลัยถึงแฟนหนุ่มด้วย ข้อความสุดเศร้าว่า “ภาพนี้เป็นภาพสุดท้ายที่เราถ่ายด้วยกัน และเป็นการเจอหน้ากันครั้งสุดท้าย เอฟยังจำได้ ภาพนี้พี่บอกพี่อ้วน พี่ไม่หล่อ เอฟสวยอยู่คนเดียว แต่ยังไงพี่ก็หล่อสำหรับเอฟเสมอนะ เอฟเลยตอบพี่ว่า ก็พี่อ้วนเองอ่ะ แล้วเราก็หัวเราะกัน

ต่อไปนี้เอฟขอให้พี่ไปเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์นะ ไปสู่ภูมิภพที่ดี พี่ไม่ต้องเหนื่อยแล้วนะ มันคงถึงเวลาพักของพี่แล้ว พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเอฟ เอฟจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด พ่อ แม่ น้อง พี่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เอฟจะดูแลให้ เพราะเราเหมือนครอบครัวเดียวกัน

เอฟจะเข้มแข็ง อยู่ให้ได้ เอฟอยากให้พี่รับรู้นะ ว่าทุกคนรักพี่มาก พี่เป็นคนดีจริงๆ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่เคยให้ร้ายใคร แต่ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ มันไม่ควรเกิดเรื่องแบบนี้กับพี่เลยจริงๆ

ขอบคุณที่คอยอยู่ข้างๆกันเสมอมาไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ขอบคุณที่คอยตามใจทุกอย่าง ขอบคุณที่ให้เกียรติกันเสมอมา รักและคิดถึงพี่เสมอนะ #RIP พี่หนุ่ม ผู้ชายที่คอยเป็นทุกอย่างให้เอฟ 23/02/2566”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

‘ฟอร์ด’จับมือ’ลูกค้า’ยุติดราม่า เคลียร์ลงตัว พอใจข้อเสนอทั้ง2ฝ่าย

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713490

'ฟอร์ด'จับมือ'ลูกค้า'ยุติดราม่า เคลียร์ลงตัว พอใจข้อเสนอทั้ง2ฝ่าย

‘ฟอร์ด’จับมือ’ลูกค้า’ยุติดราม่า เคลียร์ลงตัว พอใจข้อเสนอทั้ง2ฝ่าย

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.55 น.

เคลียร์จบแล้ว! ‘ฟอร์ดเอกระยอง’ ไกล่เกลี่ย ‘ลูกค้า’ มีสคบ.ที่เป็นคนกลาง เผยพอใจข้อเสนอ ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ 

24 ก.พ.2566 จากกรณี น.ส.จันดารัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ร้องเรียนว่าซื้อรถกระบะสี่ประตู สีดำ มาตั้งแต่ปี 2563 ด้วยเงินสดจากศูนย์ใน ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง หลังใช้มากว่า 2 ปี รถเกิดปัญหา จึงเข้าศูนย์เคลมประกันพบว่า รถคันนี้ถูกจดทะเบียนไปแล้ว เมื่อปี 2561 จึงไม่สามารถเคลมได้เพราะหมดประกัน แถมหมายเลขเครื่องยนต์ก็ไม่ตรงกันกับเล่มทะเบียน ศูนย์กลับบ่ายเบี่ยง แล้วเสนอให้ประกันเพิ่มอีก 2 ปี แลกกับการจบเรื่อง ล่าสุดทางศูนย์เรียกให้ น.ส.จันดารัตน์

น.ส.จันดารัตน์  เข้าเจรจาหาข้อยุติ พร้อมทั้งพาไปต่อทะเบียนรถยนต์ ทางบริษัทเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ที่ต่อไม่ได้ สาเหตุอาจเกิดจากเอกสารไม่ตรงกัน ล่าสุด ต่อทะเบียนได้แล้ว น.ส.จินดารัตน์ ยืนยันจะไม่ขอยอมรับข้อเสนอจากศูนย์รถ เพราะยังไม่ได้ความเป็นธรรม จะขอต่อสู้ต่อไป ต่อมาทางนายสมศักดิ์ พะเนียงทอง กรรมการผู้จัดการฟอร์ดเอกระยอง ได้กล่าวว่า ขอยืนยันว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถใหม่ ไม่ใช่รถเก่ามือสอง แค่เป็นรถทดลองนั่ง เอาไว้โชว์ พร้อมยื่นข้อเสนอให้กับผู้เสียหาย คือ หากต้องการใช้รถต่อไปก็จะเพิ่มชุดแต่งและประกันให้หรืออีกทางเลือกคือ ซื้อคืนในราคาที่เหมาะสม แต่ น.ส.จินดารัตน์ ยังคงยืนยันสู้ต่อจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ตามที่เสนอไปแล้ว  (อ่านข่าว ‘ฟอร์ด’ยืนยันเป็นรถใหม่ ไม่ใช่มือสอง ยินดีซื้อคืน เจ้าของรถเดินหน้าทวงความยุติธรรม)

เกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 ก.พ.2566 น.ส.จินดารัตน์ ผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า วันนี้ทางตนเองได้เข้าเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ตัวแทนศูนย์รถยนต์ฟอร์ดเอกระยอง ที่ สคบ.ระยอง โดยมี เจ้าหน้าที่ สคบ.เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย หลังจากที่มีการเจรจาไกล่เกลี่ยกัน สรุปผลการเจรจา ทางตนเองขอยอมรับข้อเสนอจากศูนย์ฟอร์ดเอกและจะขอยุติเรื่องทั้งหมด ส่วนผลการเจรจาไม่ขอเปิดเผย เพราะได้ตกลงกันไว้ ซึ่งผลการเจรจาพอใจทั้งสองฝ่าย ตนเองก็พอใจกับสิ่งที่ได้รับและเข้าใจตามคำชี้แจงของศูนย์รถยนต์ฟอร์ดเอกระยอง 

น.ส.จินดารัตน์ กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือตนเองในการต่อสู้จนส่งผลให้ได้รับความเป็นธรรม

ด้านนายสมศักดิ์ พะเนียงทอง กรรมการผู้จัดการฟอร์ดเอกระยอง ได้กล่าวว่า การเจรจาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการเจรจาขึ้นที่ สคบ. ระหว่างผู้เสียหาย บริษัทฟอร์ด และ ศูนย์ฟอร์ดเอก ระยอง ซึ่งผลการเจรจาจบลงด้วยดี ทางเจ้าของรถยอมรับข้อเสนอจากการเจรจา ซึ่งมี สคบ.เป็นคนกลาง โดยทางเจ้าของรถยอมรับทั้งหมด ซึ่งทางศูนย์ฟอร์ดเอกระยอง จึงขอยืนยีนว่า รถคันดังกล่าว เป็นรถใหม่ ไม่ใช่รถเก่าตามที่เข้าใจและรถก็สามารถต่อทะเบียนได้ปกติ ซึ่งทาง น.ส.จินดารัตน์ก็เข้าใจในประเด็นดังกล่าว พร้อมยอมรับข้อเสนอและขอยุติเรื่องทั้งหมด 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

‘กสม.’ย้ำแนวปฏิบัติ‘สตช.’นอกเครื่องแบบตรวจค้นต้องแสดงบัตรด้วย จนท.ไม่ทำเข้าข่ายละเมิดสิทธิ

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713487

‘กสม.’ย้ำแนวปฏิบัติ‘สตช.’นอกเครื่องแบบตรวจค้นต้องแสดงบัตรด้วย จนท.ไม่ทำเข้าข่ายละเมิดสิทธิ

‘กสม.’ย้ำแนวปฏิบัติ‘สตช.’นอกเครื่องแบบตรวจค้นต้องแสดงบัตรด้วย จนท.ไม่ทำเข้าข่ายละเมิดสิทธิ

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.32 น.

วันที่ 24 ก.พ. 2566 ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่  กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ร้องรายหนึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 ระบุว่า เมื่อต้นเดือนมกราคม 2565 ช่วงดึก ขณะที่ผู้ร้องขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในบริเวณตรอกสาเก ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีกลุ่มชายจำนวน 4 คน อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจค้นร่างกายผู้ร้องโดยไม่ได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ ผู้ร้องขัดขืนจึงถูกทำร้ายร่างกาย 

ต่อมาผู้ร้องทราบในภายหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม (สน. ชนะสงคราม) นอกจากนี้ในระหว่างการสอบสวน ผู้ร้องระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจข่มขู่และซ้อมทรมานเพื่อให้ยอมรับสารภาพในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงขอให้ตรวจสอบ ซึ่ง กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นกรณีเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายอันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรม 

โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ได้ให้การรับรองสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคลทุกคน การค้นตัวบุคคลหรือการกระทำใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ จากการตรวจสอบปรากฏข้อเท็จจริงสรุปประเด็นได้ดังนี้

(1) กรณีการตรวจค้นและจับกุม ปรากฏว่า ขณะเข้าทำการตรวจค้นจับกุมผู้ร้องนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งกายนอกเครื่องแบบ สังเกตเห็นผู้ร้องอยู่ในอาการผิดปกติลักษณะเหมือนเสพยาเสพติดจึงขอเข้าไปตรวจค้น เมื่อพิจารณาคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 419/2556 ประกอบกับหนังสือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 0011.13/ว52 ได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจที่ทำการตรวจค้นหรือจับกุมทุกกรณี ต้องแต่งเครื่องแบบให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยเครื่องแบบตำรวจ 

เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นหรือเร่งด่วนที่ต้องทำการตรวจค้นบุคคลหรือสถานที่หรือจับกุมบุคคลใด ซึ่งหากไม่ปฏิบัติทันที อาจจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ ถ้าเช่นนี้ไม่ต้องแต่งเครื่องแบบก็ได้ แต่ต้องแจ้งยศ ชื่อ ตำแหน่ง พร้อมทั้งแสดงบัตรประจำตัวให้เจ้าบ้านหรือผู้ครอบครองสถานที่หรือบุคคลที่ถูกตรวจค้นหรือถูกจับกุมนั้นทราบ จึงเห็นได้ว่า กรณีตามคำร้องนี้ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน หรือไม่ได้แสดงตนจนเป็นที่พอใจแก่ผู้ร้องว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง 

ประกอบกับเวลาเกิดเหตุเป็นยามวิกาล ทำให้ผู้ร้องเกิดความไม่ไว้วางใจและขัดขืนไม่ยินยอมให้ตรวจค้น จนกระทั่งมีการกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้ร้องกับตำรวจและประชาชนในที่เกิดเหตุบางคน ในชั้นนี้จึงเห็นว่า การตรวจค้นและจับกุมผู้ร้องโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย คำสั่ง และข้อกำชับที่เกี่ยวข้อง จึงถือเป็นการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(2) กรณีผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ในชั้นสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจข่มขู่และซ้อมทรมานผู้ร้องเพื่อให้รับสารภาพในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น ภายหลังจากผู้ร้องถูกคุมขัง 2 วัน ก่อนถูกส่งตัวเข้าทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง จากข้อมูลการตรวจร่างกายผู้ต้องขังเข้าใหม่ของทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางไม่ปรากฏว่าผู้ร้องมีร่องรอยการถูกทำร้ายหรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ว่าตนเองถูกทำร้ายแต่อย่างใด นอกจากนี้จากพฤติการณ์ของผู้ร้องประกอบกับการสอบถามมารดาและเพื่อนมารดาของผู้ร้องต่างไม่อาจยืนยันว่ามีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ในชั้นนี้จึงยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่รับฟังได้ว่าผู้ถูกร้องข่มขู่และซ้อมทรมานผู้ร้องเพื่อให้รับสารภาพในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

(3) สำหรับกรณีที่ต้องพิจารณาว่าผู้ร้องเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่นั้น ปรากฏว่า พนักงานอัยการฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับที่ผู้ร้องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบ จึงต้องห้ามมิให้ กสม. ใช้หน้าที่และอำนาจในการพิจารณา ตามมาตรา 39 (1) ประกอบมาตรา 39 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 จึงเห็นควรยุติเรื่องในประเด็นนี้

ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช .) และ สน. ชนะสงคราม ให้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบให้เป็นไปตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 419/2556 และหนังสือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 0011.13/ว52 ซึ่งในการตรวจค้นหรือจับกุมทุกกรณี เจ้าหน้าที่จะต้องแต่งเครื่องแบบ 

เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นหรือเร่งด่วนที่ไม่อาจแต่งเครื่องแบบได้ แต่เจ้าหน้าที่จะต้องแจ้งยศ ชื่อ ตำแหน่ง พร้อมทั้งแสดงบัตรประจำตัวให้เจ้าบ้านหรือผู้ครอบครองสถานที่หรือบุคคลที่ถูกตรวจค้นหรือถูกจับกุมนั้นทราบก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต ทั้งนี้ ให้ สตช. และ สน. ชนะสงคราม ดำเนินการภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งรายงานผลการตรวจสอบฉบับนี้

นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะให้ สน.ชนะสงคราม จัดให้มีกล้องบันทึกภาพและเสียงสำหรับเก็บพยานหลักฐานในการเข้าตรวจค้นและจับกุมบุคคลใด ๆ โดยให้มีระยะเวลาในการเก็บรักษาพยานหลักฐานไม่น้อยกว่า 180 วัน หรือตามสมควร เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงหากมีกรณีการร้องเรียนถึงการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของบุคคลและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และให้ สตช. สนับสนุนด้านงบประมาณ และจัดหาอุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงให้แก่สถานีตำรวจทั่วประเทศ เพื่อประโยชน์และความเป็นธรรมในการตรวจสอบหากมีกรณีร้องเรียนการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

‘หมอเอก’ชวนอ่านรายงานกมธ. ชี้‘บุหรี่ไฟฟ้า’ควรขึ้นมาอยู่บนดิน-ควบคุมตามกฎหมาย

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713486

‘หมอเอก’ชวนอ่านรายงานกมธ. ชี้‘บุหรี่ไฟฟ้า’ควรขึ้นมาอยู่บนดิน-ควบคุมตามกฎหมาย

‘หมอเอก’ชวนอ่านรายงานกมธ. ชี้‘บุหรี่ไฟฟ้า’ควรขึ้นมาอยู่บนดิน-ควบคุมตามกฎหมาย

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.20 น.

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “หมอเอก Ekkapob Pianpises” เนื้อหาดังนี้

เป็นทางการเรียบร้อยครับ รายงานของอนุกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องปัญหาการควบคุมยาสูบ โดยมีประเด็นเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าด้วย สรุปสั้นๆ ได้ว่า “ควรทำให้บุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาบนดิน และ มีการควบคุมอย่างถูกกฏหมาย”

อ่านรายงานทั้งฉบับได้ตามลิ้งค์เลยครับ
https://www.parliament.go.th/ewtcommittee/ewt/25_publichealth/ewt_dl_link.php?nid=399&filename=129

ทีมงานอนุกรรมาธิการได้มีการรับฟังข้อมูลจากทุกด้าน เจาะลึกรายละเอียดในทุกเรื่อง และ มีการรับฟังความเห็นจากต่างประเทศด้วย

รายงานฉบับนี้จะถูกส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณา และ ขับเคลื่อนการควบคุมยาสูบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นการปกป้องเยาวชน การคำนึงถึงสิทธิของกลุ่มผู้สูบบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า การดำรงอยู่และอาชีพของชาวไร่ยาสูบ และ รายได้ของรัฐที่เสียไป รวมถึงการทุจริตคอรัปชั่นเพราะการขายบุหรี่เถื่อน บุหรี่หนีภาษี และ บุหรี่ไฟฟ้าแบบผิดกฏหมาย

หวังว่า รายงานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานด้านการควบคุมยาสูบของประเทศที่จะเปิดกว้างทางความคิดเห็น เปิดรับข้อมูลวิชาการจากนานาประเทศ และคำนึงถึงสิทธิของประชาชนที่ได้ใช้ ความรอบรู้ทางสุขภาพ มาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดทางสุขภาพให้กับตนเอง
 

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FDoctorEkkapob%2Fposts%2Fpfbid02enJB9P7ZkpRTvsrNDmhc6APnK3U9Ue4L6zUbZ9WVT7J8eLq5LEUPGMUYSpndv8Cdl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

5วันยังไม่พบตัว! เจ้าของแมวร้อนใจ อัดเงินรางวัลเพิ่มใครพบให้ 2 แสน

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713472

5วันยังไม่พบตัว! เจ้าของแมวร้อนใจ อัดเงินรางวัลเพิ่มใครพบให้ 2 แสน

5วันยังไม่พบตัว! เจ้าของแมวร้อนใจ อัดเงินรางวัลเพิ่มใครพบให้ 2 แสน

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.47 น.

5 วันยังไม่พบตัว! เจ้าของร้อนใจ อัดเงินรางวัลใครพบให้ 2 แสนบาท

ชาวเน็ตยังเอาใจช่วยให้เจอเร็วๆ หลังจากที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Joe Asia ได้โพสต์ภาพแมวสุดที่รัก โดยระบุสั้นๆว่าได้หายออกจากบ้านไป จนตอนนี้ผ่านไป 5 วันแล้วก็ยังไม่พบ ซึ่งก่อนหน้านี้ เจ้าของแมวได้ตั้งรางวัลผู้พบแมวและส่งคืน เป็นเงิน 100,000 บาท 

ล่าสุด เจ้าของแมว ได้เพิ่มเงินรางวัลสำหรับพลเมืองดีผู้พบแมวตัวนี้เป็นเงินถึง 200,000 บาท โดยเจ้าตัวได้ระบุพิกัดด้วยว่า ” แมวหาย นอนไม่หลับมาเป็น อาทิตย์ๆ เพิ่ม ราคาจากครั้งที่แล้ว พิกัด หาย วิภาวดี 16 , รัชดา 19 (ซอยเดียวกัน) “

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fyod.dets.3%2Fposts%2Fpfbid02bUR1ZJ3YcMVVM1JAqDJpptub3MgxvsonfbMX4MJtJY2bXBiQwZn5ic1QBPUQz4D6l&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

‘จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา’เดินทางเข้าไวสาลี-กุสินารา มุ่งสู่เนปาล

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713459

'จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา'เดินทางเข้าไวสาลี-กุสินารา มุ่งสู่เนปาล

‘จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา’เดินทางเข้าไวสาลี-กุสินารา มุ่งสู่เนปาล

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.08 น.

คณะสงฆ์ “โครงการจา ริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่9” เดินทางเท้า 12 กิโลเมตร ออกจาก “นาลันทา” ไปถึงโรงเรียนมัธยมกทันปุระ อเจปู้ร์ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากนั้น ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 คณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมฯ เดินทางมาถึง “มหาวิทยาลัยมาร์กัส” เมืองจันดี รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ต่อมาในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 เดินทางเท้า 19 กิโลเมตร ไปยังโรงเรียนมัธยมมาร์เดวาร์ และในช่วงเช้าวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 เดินทางด้วยรถเพื่อข้ามสะพานปัฏนะ เข้าพักที่ “วัดไทยเวสาลี” เมืองไวสาลี ซึ่งเมืองนี้ทีไฮไลต์ คือ ปาวาเจดีย์ สถานที่ปลงมายุสังขารขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมณโคดมบรมครู, แม่น้ำพระเจ้าลิจฉวี และ วัดป่ามหาวัน โดยจะพักอยู่ที่ “วัดไทยไวสาลี”เมืองไวสาลี วันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2566

ส่วนในเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เดินเท้า 19 กิโลเมตร ไปยังโรงเรียนเอสจีเอส เขตบาราเดา และวันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ เดินเท้า 20 กิโลเมตร ไปพักที่โรงเรียนราชกฤษณ์อุครมิตรราชวรา และในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 เดินทางไปยัง “พุทธมหาสถูปเกสรียา” เมืองไวสาลี รัฐวิหาร ซึ่งเมืองเกสรียา (เก-สะ-รี-ยา) เคยเป็นเมืองที่องค์สมณโคดมบรมครู เคยเสวยพระชาติเป็น “พระมหากษัตริย์” หลังจากนั้นเดินทางเข้ากุสินารา และ ใช้เวลา 7-10 วัน ในการเดินทางจากกุสินาราไปยังลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิตธัตถะ มหาราชกุมาร 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

เยาวชนตรังทำได้! ชำต้นไม้ในเปลือกไข่ใช้สิ่งเหลือใช้ให้เป็นประโยชน์

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713379

เยาวชนตรังทำได้! ชำต้นไม้ในเปลือกไข่ใช้สิ่งเหลือใช้ให้เป็นประโยชน์

เยาวชนตรังทำได้! ชำต้นไม้ในเปลือกไข่ใช้สิ่งเหลือใช้ให้เป็นประโยชน์

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.09 น.

ประธานกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์บ้านสวนสันติสุข อ.นาโยง จ.ตรัง นำไอเดียการชำเมล็ดข้าวและเมล็ดต้นไม้ในเปลือกไข่ สอนเยาวชนให้รู้จักใช้สิ่งเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเยาวชนนำไปปฎิบัติได้จริง ทำให้ประหยัดรายจ่ายและสวยเก๋ไม่เหมือนใคร

ที่แปลงนาสาธิตกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์บ้านใสใหญ่ หมู่ที่ 1 ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง นอกจากเด็กๆ และเยาวชนจะได้เรียนรู้เรื่องวิถีการทำนาเกี่ยวข้าวและของเล่นจากท้องนาแล้ว ยังมีการสอนวิธีการเพาะชำเมล็ดข้าวในเปลือกไข่ด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้านเพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปปรับใช้ในครัวเรือน ลดต้นทุนการซื้อถาดเพาะเมล็ด ลดภาวะโลกร้อนไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและลดปัญหาการใช้พลาสติก ซึ่งในเปลือกไข่จะมีแคลเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ กลายเป็นปุ๋ยชั้นดีให้กับต้นกล้าอีกทางหนึ่งด้วย

ซึ่งขั้นตอนแรกนักเรียนจะต้องตอกไข่เพื่อเอาไข่ขาวกับไข่แดงออกให้หมดก่อน โดยการตอกไข่จะต้องตอกตรงกลางเพื่อให้เปลือกไข่แตกออกเป็น 2 ส่วนเท่ากัน จากนั้นจึงผสมดินแล้วนำเมล็ดข้าวมาเพาะ ก่อนจะรดน้ำ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 วันก็จะพบว่ามีต้นกล้าข้าวงอกขึ้นมาครบทุกเมล็ด นอกจากนี้ยังสามารถใช้เปลือกไข่ไปเพาะเมล็ดต้นไม้ชนิดอื่น ๆ ได้เกือบทุกชนิด โดยนำไปตั้งโชว์หน้าบ้าน หรือหาที่แขวนไว้ก็สวยงามแปลกตา

นอกจากนี้ ยังประยุกต์ใช้ได้กับแก้วพลาสติก ใบไม้ขนาดใหญ่ กะลามะพร้าว และวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช่จ่ายเพิ่ม ซึ่งเมล็ดพืชผักที่มีขนาดเล็กทุกชนิด สามารถเพาะชำในวัสดุเหลือใช้ได้ทุกอย่าง ใช้เวลา 5-7 วันก็จะได้ต้นกล้าที่สวยงามเหมือนกับเพาะในถาดเพาะทุกอย่าง ต่างกันตรงที่ไม่ต้องซื้อหาให้ยุ่งยากและสิ้นเปลืองเงินทองเท่านั้น

ด้านนางมาดี ศรนารายณ์ ประธานกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์บ้านไสใหญ่ กล่าวว่า ตนได้ลองดูกับเปลือกไข่ก่อน โดยชำพวกผัก เมื่อเห็นว่างอกงาม จึงนำต้นข้าวมาบ้าง เมล็ดกาแฟมาชำบ้าง อยากสอนให้เด็กรู้ว่ามันเริ่มต้นจากครัวเรือนที่เราสามารถนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ได้ และเศรษฐกิจพอเพียงก็เริ่มจากครัวเรือน ซึ่งเศรษฐกิจพอเพียงนี่แหละที่ทำให้เราไม่เจอทางตันในภาวะที่เราคิดว่ามันแย่ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้แย่ ซึ่งนอกจากเปลือกไข่แล้ว ยังใช้แก้วพลาสติกหรือใบไม้ก็ได้ ซึ่งกว่าใบไม้จะย่อยสลาย ต้นไม้ก็สามารถนำไปปลูกในแปลงได้แล้ว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

‘ดอกเสลา’ บานสะพรั่งม่วงสลับขาวเต็มสองฝั่งถนนหน้า ม.นเรศวร รับลมร้อนมาเยือน

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713375

'ดอกเสลา' บานสะพรั่งม่วงสลับขาวเต็มสองฝั่งถนนหน้า ม.นเรศวร รับลมร้อนมาเยือน

‘ดอกเสลา’ บานสะพรั่งม่วงสลับขาวเต็มสองฝั่งถนนหน้า ม.นเรศวร รับลมร้อนมาเยือน

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.56 น.

ในช่วงใกล้เข้าสู่ฤดูร้อนดอกไม้นานาชนิดออกดอกสวยงามโดยเฉพาะต้นเสลาที่ปลูกไว้ริมทางหลวง ทางสาธารณะหรือสถานที่ราชการในจังหวัดพิษณุโลกเริ่มออกดอกบานสะพรั่ง โดยที่บริเวณถนนพิษณุโลก-นครสวรรค์ หรือทางหลวงหมายเลข 117 หน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร อ.เมืองพิษณุโลก หลังจากได้ทำการปลูกต้นเสลากว่า 500 ต้นยาวกว่า 5 กิโลเมตรซึ่งเป็นถนน 8 เลนส์ ก่อนเข้าตัวเมืองพิษณุโลก ซึ่งในแต่ละปีต้นเสลาที่บริเวณแห่งนี้ จะบานสะพรั่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคมสลับกันไป

เช่นเดียวกับปีนี้ต้นเสลาดังกล่าวได้ออกดอกสีม่วงสลับสีขาวเต็มต้นสวยงามทั้งสองข้างทาง บางต้นออกดอกสีม่วงสด ซึ่งตรงกับสีประจำจังหวัดพิษณุโลกคือ สีม่วง ทำให้ผู้ที่พบเห็นหรือผ่านไปบางครั้งจะจอดรถเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ดอกเสลาออกดอกที่จะบานสะพรั่งสวยงามในช่วงฤดูร้อน และคาดว่าจะเบ่งบานไปจนถึงเดือนมีนาคมนี้ ใครต้องการไปเที่ยวชมดอกเสลาที่บริเวณถนนสายพิษณุโลก-นครสวรรค์หน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร ก็ไปชมกันได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

เจ้าอาวาสคิดเอง! ‘พวงหรีดข้าวสาร’แทนดอกไม้สด นำไปช่วยเหลือชาวบ้านยากจน

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713371

เจ้าอาวาสคิดเอง! 'พวงหรีดข้าวสาร'แทนดอกไม้สด นำไปช่วยเหลือชาวบ้านยากจน

เจ้าอาวาสคิดเอง! ‘พวงหรีดข้าวสาร’แทนดอกไม้สด นำไปช่วยเหลือชาวบ้านยากจน

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.37 น.

พวงหรีดข้าวสาร แนวคิดเจ้าอาวาสวัดดัง ที่นำเสนอญาติโยมร่วมด้วยช่วยกันนำข้าวสารมาแทนพวงหรีด หลังงานนำไปช่วยเหลือชาวบ้านผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้าน

24 กุมภาพันธ์ 2566 ที่บริเวณศาลการเปรียญ วัดหมื่นเกลา ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง พบว่ามีการนำข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัมจำนวนมาก มาเป็นพวงหรีด ร่วมกับพวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีดพัดลม พวงหรีดผ้า พวงหรีดนาฬิกาและอื่นๆ เพื่อไว้อาลัยครั้งสุดท้าย แด่นายละออ ทองพันธุ์ ผู้ล่วงลับ   

โดยทาง พระครูวิเทศธรรมวิรัช เจ้าอาวาสวัดหมื่นเกลา เล่าให้ฟังว่า ได้มีแนวคิดเปลี่ยนพวงหรีดดอกไม้สดเป็นพวงหรีดข้าวสาร เพื่อไว้อาลัยครั้งสุดท้าย ให้ทรงคุณค่าน่าจดจำที่สุด หลังจากเร็จงานแล้วทางญาติโยมได้นำข้าวสารถวายวัด และทางวัดก็ได้ร่วมกับทางผู้นำท้องถิ่นในหมู่บ้าน นำข้าวสารไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ด้วยโอกาสในหมู่บ้าน ซึ่งทำมาแล้ว 2 ครั้งแล้ว

ครั้งนี้เป็นงานของทางโยมละออ ทองพันธุ์  ก็เป็นงานครั้งที่3แล้ว ที่มีข้าวสารเป็นพวงหรีด และหลังจากเสร็จงานแล้วก็จะนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านยากจน

ทางนายชัยสิทธิ์ ทองพันธุ์ อายุ 21 ปี หลานชายของผู้เสียชีวิต บอกว่า เป็นโครงการที่ดีมาก พอทางวัดได้ข้าวสารจากพวงหรีดในงานศพ ก็นำไปบริจาคให้กับชาวบ้านผู้ยากไร้ เป็นบุญกุศของผู้ที่ล่วงรับอีกด้วย เป็นโครงการที่น่าจะมีการต่อยอดออกไปเรื่อยๆ เป็นการช่วยเหลือสังคมที่ทรงคุณค่าน่าจดจำ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

ชาวนาเก็บ’ดอกงิ้ว’ข้างถนน ตากแห้งขาย กก.ละ70บาท ทำเมนูน้ำเงี้ยวขนมจีน

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713321

ชาวนาเก็บ'ดอกงิ้ว'ข้างถนน ตากแห้งขาย กก.ละ70บาท ทำเมนูน้ำเงี้ยวขนมจีน

ชาวนาเก็บ’ดอกงิ้ว’ข้างถนน ตากแห้งขาย กก.ละ70บาท ทำเมนูน้ำเงี้ยวขนมจีน

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.47 น.

24 กุมภาพันธ์ 2566 ที่บริเวณริมถนน หมู่ 1 ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย มีชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ต่างพากันมาหาเก็บดอกงิ้วที่กำลังร่วงหล่นจากต้นจำนวนมาก บ้างนำไปต้มจิ้มน้ำพริกกิน บ้างก็นำไปขาย เพื่อหารายได้เสริมกันในช่วงว่างเว้นจากการทำนาปลูกข้าว

ชาวบ้านรายหนึ่งใน ต.ท่าฉนวน บอกว่า คนแถวนี้ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาข้าว และในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ช่วงที่มีดอกงิ้วร่วงหล่นจากต้น ชาวบ้านก็จะพากันมาเดินเก็บ แล้วนั่งแกะเอาเฉพาะเกสรดอกงิ้ว จากนั้นนำไปตากแห้ง รอขายส่งให้พ่อค้าที่จะมารับซื้อถึงที่ในราคากิโลกรัมละ 70 บาท เพื่อเอาไปทำน้ำเงี้ยวขนมจีน อาหารจานเด็ดของชาวล้านนา

โดยในช่วง 10-20 วันนี้ ที่ดอกงิ้วกำลังร่วงหล่น ชาวบ้านบางคนสามารถเก็บขายได้ 5,000 บาท บางคนก็ได้ 10,000 กว่าบาท แล้วแต่จะเก็บได้มากได้น้อย เป็นรายได้เสริมหลังว่างเว้นจากการทำนา ซึ่งก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ หรือปล่อยทิ้งดอกงิ้วไปเสียเปล่าๆ แบบไม่เกิดประโยชน์ “แต่ก็ต้องนั่งแกะกันจนมือดำ กว่าจะได้ตังค์มาใช้”.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,934,724 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ชงพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตตอ.กลาง คลังเสนอครม. 5 พ.ค. นี้
นายกฯ อวยพรวันแรงงานสากล ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง มีความมั่นคงในชีวิต
ค่าไฟใหม่ถูกลงแน่ นายกฯ บอก อนาคตโซลาร์รูฟจะไม่แพง
ศาลสิงคโปร์สั่งปรับนักกิจกรรมหญิง 3 คน เดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
รมว.พม. ผนึกกำลัง 20 กระทรวง ขับเคลื่อนกลไกพัฒนาสตรี ลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ สร้างสังคมที่ทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ พูดติดตลกไม่อยากใส่เสื้อกันกระสุน เพราะกลัวดูอ้วนขึ้นอีก
สยามดนตรียามาฮ่า ฉลอง 60 ปี ลงนาม MOU ปั้นโมเดล ‘ดนตรีบำบัด’ ไทย-ญี่ปุ่น
ซูเปอร์มาร์เก็ตแทบแตก มิ้นท์ รัญชน์รวี ในลุค Grocery run ที่ทำเอาโซเชียลนอนไม่หลับ
เปาบุ้นจิ้นไทยภักดี หมอวรงค์ อาสาตีแผ่ความจริงกลางสภา หลังอธิบดีฝนหลวงร่อนจดหมายลาออก ชมคลิป
รถบัสฝึกขับพุ่งตกแม่น้ำแซน ใกล้กรุงปารีส ผู้โดยสาร 4 ชีวิตรอด

Recent Posts

  • อาสาสมัครรวมพลัง พา “นกกีวี” กลับคืนเมืองหลวงนิวซีแลนด์ หลังหายไปกว่า 100 ปี
  • อังกฤษตั้งข้อหาพยายามฆ่า “เอสซา สุไลมาน” หลังแทงชาวยิว 2 รายในลอนดอน
  • ทีมกฎหมายเตรียมเข้าพบ “อองซาน ซูจี” สุดสัปดาห์นี้ หลังเมียนมาย้ายกักตัวในบ้านพัก
  • “ทรัมป์” ประกาศยกเว้นภาษี “สกอตช์วิสกี้” ให้สหราชอาณาจักร เพื่อเป็นเกียรติแก่ “คิงชาร์ลส์”
  • ออสเตรเลียเดือด มวลชนบุกล้อม รพ. หวังล้างแค้นผู้ต้องหาฆ่า ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d