Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Monthly Archives: March 2023

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เมื่อ’พี่แกร็บ’รอออเดอร์ จัด1บทเพลง ทั้งเล่นทั้งร้อง นึกว่ามืออาชีพมาเอง

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713595

เมื่อ’พี่แกร็บ’รอออเดอร์ จัด1บทเพลง ทั้งเล่นทั้งร้อง นึกว่ามืออาชีพมาเอง

วันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.36 น.

ปรบมือลั่นร้าน! เมื่อพี่แกร็บรอออเดอร์ ก็จัด 1 บทเพลงทั้งเล่นทั้งร้องแบบมืออาชีพมาเอง

ทำเอาลูกค้าปรบมือลั่นทั้งร้าน เมื่อพี่แกร็บกำลังรอออเดอร์ แต่จะปล่อยเวลาให้สูญเปล่าไปทำไม ก็ขอสวมบทนักดนตรีเล่นเปียโน ขับร้องบทเพลง “คนสุดท้าย” ของ อัสนี วสันต์ โชติกุล 

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pastella Studio ได้เผยคลิปพร้อมข้อความว่า ” ระหว่างพี่ Rider รอออเดอร์ก็เล่นสักหน่อย ขอบคุณที่มาเล่นเพลงให้เราทุกคนฟังนะคะ มันเป็นอะไรที่พวกเราก็ตื่นเต้นถ้าเปียโนได้ส่งเสียงออกมาบ้าง (หลังจากตั้งเงียบๆเกิน 25 ปี) ใครแวะมาที่ร้านเปียโนสามารถเล่นได้นะคะ ” 

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

สุดยอดชาวบ้านเข้มแข็ง ร่วมแรงเทถนนคอนกรีตทางเข้าวัด

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713589

สุดยอดชาวบ้านเข้มแข็ง ร่วมแรงเทถนนคอนกรีตทางเข้าวัด

สุดยอดชาวบ้านเข้มแข็ง ร่วมแรงเทถนนคอนกรีตทางเข้าวัด

วันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.07 น.

พี่น้องประชาชนบ้านเมืองหลวง ต.เมืองหลวง อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ร่วม 50 กว่าคน ได้พร้อมใจออกมาช่วยกันก่อสร้างเทพื้นถนนคอนกรีต เสริมไม้ไผ่ภายในบริเวณวัด ขนาดความกว้าง 6 เมตร ยาว 230  เมตร ด้วยความสามัคคี ทุกคนต่างปลื้มใจยินดีกับสิ่งที่ทำกันอย่างถ้วนหน้า

25 ก.พ.2566 ที่บริเวณวัดบ้านเมืองหวง ต.เมือลหลวง พี่น้องประชาชนพร้อมจิตอาสาประจำหมู่บ้าน ประกอบด้วยบ้านเมืองหลวง หมู่ที่ 1 ,2,3 และ 4 กว่า 50 คน ต่างได้พร้อมใจกันออกมาช่วยกันเทถนนคอนกรีตเสริมไม้ไผ่กันอย่างคึกคัก ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สังเกตเห็นว่า ชาวบ้านมีการนำลำไม้ไผ่มาผ่าเป็นซีกๆ ก่อนจะนำไปมัดทำเป็นตะแกรงเสริมคอนกรีตแทนเหล็กเส้น ซึ่งทุกคนต่างทำหน้าที่ เช่น สุภาพสตรีก็จะทำหน้าที่มัดไม้ไผ่ ขณะที่สุภาพพบุรุษก็มีทั้งผสมปูน ยกปูน ตีแบบพื้นถนน ส่วนสุภาพสตรีอีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่เป็นแม่ครัวคอยทำอาหารไว้ให้บริการ ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกครื้น ปลื้มใจกับผู้ร่วมงานและผู้คนที่ผ่านไปมาอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ จากเรื่องดังกล่าว นายพรหมา จังอินทร์ อายุ 74  ปี ซึ่งเป็นผู้อาวุโสในบ้านเมืองหลวง กล่าวว่า ด้วยวัดบ้านเมืองหลวงเป็นวัดเก่าแก่มานาน วัดเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชนและใกล้เคียง จากปัญหาในช่วงฤดูฝน น้ำจะท่วมขังทั่วบริเวณวัด ขณะที่พระจำพรรษาอยู่ที่วัดก็มีแต่พระคุณเจ้าที่อายุมากแล้ว ซึ่งเป็นปัญหาต่อการเดินสัญจรทั้งชาวบ้านและพระคุณเจ้าตลอดมา ดังนั้น ทางพระคุณเจ้าและชาวบ้านจึงได้คิดที่จะเทคอนกรีตให้รอบทั่วบริเวณวัด พระครูพิศาล นคราภิรม เจ้าคณะตำบลเมืองหลวง และเจ้าอาวาสวัดเมืองหลวง จึงได้หารือกับพี่น้องประชาชนชาวบ้านเมืองหลวง จัดทำโครงการจิตอาสาร่วมใจพัฒนาวัดบ้านมืองหลวงขึ้น โดยเชิญชวนพี่น้อง ลูกหลานบุคคลทั่วไปที่มีจิตใจเป็นกุศลร่วมกับนบริจาคปัจจัยตามกำลังศรัทธา ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการก่อสร้างเทถนนคอนกรีตเป็นช่วงๆ ไปบ้างแล้ว โดยได้แรงงานจากชาวบ้านที่รวมตัวเป็นช่างจิตอาสาออกมาช่วยกัน ขณะที่อาหารการกิน ก็มีจิตอาสาอีกคณะหนึ่งมีหน้าที่เป็นแม่ครัวคอยทำอาหารเลี้ยงผู้คน มาตลอดเช่นกัน

ขณะที่ พระมหาทัด ปุญญาคโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบ้านเมืองหลวง กล่าวว่า การก่อสร้างเทถนนคอนกรีตได้ดำเนินการมาเรื่อยๆ ตามงบประมาณที่ได้รับการบริจาค ทีผ่านมาได้รับแรงศรัทธาจากพี่น้องประชาชนและลูกหลานที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดร่วมสมทบบริจาคมาเรื่อยๆ และเห็นว่าช่วงนี้ เป็นช่วงที่พี่น้องว่างงานจากการเกษตรกรรม จึงพร้อมใจกันมาสร้างถนนคนอกรีตทางเข้าวัดดังกล่าว ซึ่งนับเป็นตัวอย่างที่ดี ที่เห็นพี่น้องประชาชนต่างได้เสียสละแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์มาช่วยกัน การเทคอนกรีตจะยังไม่เสร็จลงง่ายเพราะยังเหลือพื้นที่อีกมาก

อย่างไรก็ตาม หากญาติโยมหรือพี่น้องท่านใดที่อยากจะร่วมบุญกับทางวัดก็สามารถโทรศัพท์มาสอบถามหรือร่วมบุญได้ที่หมายเลข 089 126 5887  พระมหาทัดกล่าว

อย่างไรก็ตาม การออกมาร่วมแรงร่วมใจเทถนนคอนกรีตเข้าวัดในครั้งนี้ ทราบว่าชาวบ้านได้ดำเนินงานมาก่อนแล้ว เริ่มตั้งแต่การพากันไปตัดลำไม้ไผ่ จนมาถึงการเทพื้นถนน ซึ่งมีทั้งการใช้แรงงานคนและเครื่องยนต์มาอำนวยความสะดวกซึ่งคาดว่าจะทำติดต่อกันอีกหลายวัน ขณะที่พี่น้องประชาชนทั้งลูกหลานที่อยู่ต่างจังหวัดเมื่อทราบข่าวก็โอนเงินมาร่วมทำบุญอยู่ตลอดเช่นกัน

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

สทช.จัดกิจกรรมพายคยัคดึงนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713566

สทช.จัดกิจกรรมพายคยัคดึงนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว

สทช.จัดกิจกรรมพายคยัคดึงนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว

วันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.46 น.

สทช.จัดกิจกรรมพายคยัคดึงนักท่องเที่ยว ล่องเรือหารักษ์ที่ป่าในเมืองพระเจดีย์กลางน้ำ อัญมณีหนึ่งเดียวในระยอง กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว 

วันที่ 25 ก.พ.66 ที่พระเจดีย์กลางน้ำ ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายสุพจน์ ต่ออาจหาญ รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดกิจกรรมล่องเรือหา…รักษ์ซีซั่น 1 ในเดือนแห่งความรัก โดยมี ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายประสานต์ พฤกษาชาติ รองนายก อบจ.ระยอง นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 นายเรื่องฤทธิ์ ประกอบธรรม นายอำเภอเมืองระยอง นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง ภาคเอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมจากทั่วประเทศจำนวน 150 คู่ ร่วมงานอย่างคับคั่ง

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุขสนานเปิดโอกาสให้นักพายคู่รักทุกเพศทุกวัย คู่เพื่อน คู่พ่อแม่ลูก หรือแม้แต่คู่กับสัตว์เลี้ยงสามารถสมัครร่วมกิจกรรม พร้อมรับเสื้อและเหรียญรางวัลแบบ ลิมิเด อิดิชั่น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ภายในงานมีซุ้มอาหารนานาชนิดและการแจกรางวัลพิเศษให้กับนักพายที่แต่งกายแฟนซีและผู้เข้าเส้นชัย 10 คู่แรกนอกจากการพายเรือคยัคและชับบอร์ดชมความสวยงามของพื้นที่ป่าชายเลนในเมืองระยะทาง 3 กิโลเมตรแล้ว ยังให้นักพายทุกคู่ ร่วมกันเก็บขยะที่ตกค้างในระบบนิเวศของแม่น้ำระยองด้วยเพื่อเป็นการส่งมอบความรักให้กับธรรมชาติและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่ป่าในเมืองจังหวัดระยอง ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดระยอง

ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ทรัพยากรป่าชายเลนและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณพื้นที่ป่าในเมืองแห่งนี้จำนวน 500 ไร่ ซึ่งเป็นป่าในเมืองที่อยู่ท่ามกลางความเจริญของเมืองระยอง ที่เป็นเมืองอุตสาหกรรม เมืองท่องเที่ยวและเมืองแห่งการเกษตร ป่าแห่งนี้โอบล้อมอยู่ด้วยเมือง ชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารและชุมชน ดังนั้นการที่ป่าในเมืองแห่งนี้จะอุดมสมบูรณ์และสวยงามได้ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น อบจ.ระยอง ที่สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างสะพานทางเดินและอำนวยความสะดวกต่างๆ เทศบาลนครระยองที่คอยช่วยกันกวดขันดูแลและจัดกิจกรรมเก็บขยะทำความสะอาดแม่น้ำระยองอย่างสม่ำเสมอภาคประชาชน ชุมชนชายฝั่งในพื้นที่ ที่ร่วมกันพื้นฟูและหวงแหนป่าชายเลนแห่งนี้จนเกิดความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมที่ตระหนักถึงประโยชน์ของป่าชายเลนและเล็งเห็นถึงการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรป่าชายเลนและห่วงโซ่อาหารที่เป็นต้นทางของระบบนิเวศ

จนทำให้เกิดโครงการดีๆขึ้นมากมายและกิจกรรมล่องเรือหารักษ์ ซีชั่น 1 ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ภาคอุตสาหกรรม ได้มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดงานนี้ขึ้น โดยเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศรูปแบบหนึ่ง โดยมีความคาดหวังว่าการที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จะได้สัมผัสถึงความสวยงามและสมบูรณ์ของป่าชายเลนในเมืองจะได้นำความประทับใจไปส่งต่อกับผู้คนรอบข้างและมีความรักความหวงแหนในทรัพยากรที่มีคุณค่า และร่วมกันอนุรักษ์ไว้ให้เกิดความยั่งยืนต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

ลูกทุ่งดาวรุ่ง!’น้องเรน’ได้โชคจาก’ไอ้ไข่’วัดโคกสักยกกองถ่ายมิวสิคเพลงถึงวัด

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713550

ลูกทุ่งดาวรุ่ง!'น้องเรน'ได้โชคจาก'ไอ้ไข่'วัดโคกสักยกกองถ่ายมิวสิคเพลงถึงวัด

ลูกทุ่งดาวรุ่ง!’น้องเรน’ได้โชคจาก’ไอ้ไข่’วัดโคกสักยกกองถ่ายมิวสิคเพลงถึงวัด

วันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.06 น.

ลูกทุ่งดางรุ่งชื่อดัง “น้องเรน-เรน ธีระเทพ พรหมบรรจง” ได้โชคจาก “ไอ้ไข่วัดโคกสัก” อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ยกกองถ่ายทำมิวสิคเพลงที่วัดโคกศักดิ์ 

วันที่ 25 ก.พ.666 ที่วัดโคกสัก ตำบลพังลา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา นักร้องดาวรุ่งลูกทุง เรน ธีระเทพ พรหมบรรจง แห่งค่ายเพลงแกงส้มโปรดักชั่น เจ้าของเสียงเพลง คอยนางที่ท่าศาลาได้ยกกองถ่ายทำมิวสิคเพลง “พระนอนวัดโคกสัก” มาถ่ายทำถึงภายในวัดหลังจากที่ทีมงานได้มากราบไหว้ “ไอ้ไข่วัดโคกสัก” แล้วได้โชคลาภคนละเล็กคนละน้อยไป โดยมีหางเครื่องทั้งสาวชาวไทยและสาวชาวมอญมาร่วมถ่ายทำมิวสิคเพลงกันตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ 

น้องเรน ธีรเทพ พรหมบรรจง ซึ่งเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งได้กล่าวถึงบทเพลงได้สื่อถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดโคกสัก อย่างแรกคือวัดโคกสัก หลวงปู่เนื่อง ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสและเจ้าอาวาสคนปัจจุบันท่านพระอาจารย์วัฒนา อิทฺธิญาโณ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย เช่น ไอ้ไข่

น้องเรน กล่าวอีกว่า อยากเชิญชวนทุกๆท่านเข้ามาสักการะบูชา มากราบไหว้ขอพรที่วัดโคกสัก หรือวัดสืบสุข

น้องเรน ยังฝากถึงแฟนเพลงทุกคนเป็นแรงใจ เป็นแรงเชียร์ให้น้องเรนด้วย เพลงพระนอนวัดโคกสัก สามารถติดตามได้ทางยูทูป ทองแดงโปรโมชั่นและมีอีกช่องทางคือทางช่องยูทูปแกงส้มโปรดักชั่น ฝากเป็นใจกดไลน์ กดแชร์ กดติดตามให้น้องเรนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

ชื่นมื่น! คู่รัก ‘ทอม-ดี้’ ควงแขนเข้าสู่ประตูวิวาห์สินสอดเงินสด 1 ล้าน

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713531

ชื่นมื่น! คู่รัก 'ทอม-ดี้' ควงแขนเข้าสู่ประตูวิวาห์สินสอดเงินสด 1 ล้าน

ชื่นมื่น! คู่รัก ‘ทอม-ดี้’ ควงแขนเข้าสู่ประตูวิวาห์สินสอดเงินสด 1 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.20 น.

วันที่ 25 ก.พ.66 เมื่อเวลา 09.00 น.ที่บ้านเลขที่ 29/81 ถนนยุทธศาสตร์ ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มีการจัดขบวนขันหมากสู่ขอเจ้าสาวซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างมีความสุขเหมือนงานมงคลสมรสทั่วไป แต่สิ่งที่สร้างความฮือฮาให้กับแขกเหรื่อเนื่องจากคู่บ่าวสาวงานมงคลสมรสคู่นี้เป็นคู่ทอม ดี้ ที่พร้อมใจกันจับมือเข้าสู่พิธีวิวาห์ตามประเพณีท่ามกลางความสุขของญาติพี่น้องทั้งฝ่ายเจ้าสาวและฝ่ายเจ้าบ่าว

สำหรับเจ้าบ่าวที่นำขบวนขันหมากสู่ขอเจ้าสาวตามประเพณีชื่อนางสาวกัญญา ผิวนวล  “น้องปุ๊ก” อายุ 39 ปี ส่วนเจ้าสาวชื่อนางสาวสนทิศา สิริยานนท์ “น้องเมย์” อายุ 36 ปี ส่วนสินสอดทองหมั้นครั้งนี้มีเงินสด 1 ล้านบาท ทองคำรูปพรรณ และแหวนเพชรสองวง

อย่างไรก็ตามงานมงคลสมรส มีการจัดเตรียมขบวนขันหมาก พร้อมบรรเลงเพลิง เคลื่อนไปสู่ขอเจ้าสาวตามประเพณี ท่ามกลางความสนุกสนานของญาติๆ ที่ร้องรำ เต้นอย่างสนุกสนาน ก่อนที่นางสาวกัญญา ผิวนวล “น้องปุ๊ก” ผ่านประตูเงินประตูทอง และเข้าพิธีมงคลสมรสตามประเพณีต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

กรุ๊ปบิ๊กไบค์มาเลย์มาปัตตานีครั้งแรกเผยประทับใจ ‘มัสยิดโบราณกรือเซะ’

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713520

กรุ๊ปบิ๊กไบค์มาเลย์มาปัตตานีครั้งแรกเผยประทับใจ 'มัสยิดโบราณกรือเซะ'

กรุ๊ปบิ๊กไบค์มาเลย์มาปัตตานีครั้งแรกเผยประทับใจ ‘มัสยิดโบราณกรือเซะ’

วันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.09 น.

วันที่ 25 กพ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดปัตตานีเริ่มคึกคักเป็นพิเศษ หลังเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเข้าเดินทางในประเทศไทย ทำให้ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ได้มีนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศเข้ามาเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเป็นจำนวนมากไม่ขาดสาย โดยเฉพาะช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียจะนิยมมาเที่ยวชมแหล่งโบราณสถาน ศาสนะที่สำคัญเช่น มัสยิดโบราณกรือ วัดช้างไห้ เป็นต้น

ล่าสุดคณะ SALAM TAIPING BIKER 30 คนจากรัฐเปรัต รัฐปีนัง กลันตันของมาเลเซียได้นำบิ๊กไบท์ผ่านชายแดนปาดังเบซามาเยี่ยมมัสยิดกรือเซะ ก่อนแวะพักค้างคืนที่โรงแรม CS ปัตตานี โดยมีกำหนดการเดินทางท่องเที่ยว 2 วัน ภายใต้โครงการ “AMAN ท่องเที่ยวสันติสุข” คณะมีกำหนดการท่องเที่ยวในพื้นที่ปัตตายีแล้วจะมุงหน้าไปพื้นที่นราธิวาส ก่อนเดินทางกลับผ่านด่านชายแดนสุไหงโก-ลกของไทย สู่รัฐกลันตันประเทศมาเลเซีย

นายมูฮำหมัดรุสลัน อุสมาน หนึ่งในนักท่องเที่ยวได้เปิดใจว่า รู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งยวดที่ไดัเดินทางมาปัตตานีเป็นครั้งแรก แม้จะได้เดินทางไปทั่วประเทศไทย แต่ไม่สามารถเทียบกับความรู้สึกที่ได้มาดินแดนปัตตานี โดยเฉพาะได้มาสัมผัสกับมัสยิดโบราณกรือเซะ ที่ทรงคุณค่าทางจิตใจ ที่ผ่านมาตนได้เห็นผ่านสื่อทีวี วันนี้ตนได้เข้าไปละหมาดเป็นครั้งแรกของชีวิตของตน ทำให้รู้สึกความมีสายเลือดของบรรพบุรุษที่เคยเป็นคนที่นี่ได้พรากจากกันจากภัยสงคราม จึงอยากให้เปิดพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของปัตตานีมากกว่านี้เพื่อเราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศดีๆ กับพื้นที่ และเราชาวมาเลเซียพร้อมที่จะเข้าแวะเยี่ยม – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

ททท.เตรียมจัดแคมเปญ ‘ฝรั่งเล่นห่วงยางแม่น้ำปาย’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อน

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713516

ททท.เตรียมจัดแคมเปญ 'ฝรั่งเล่นห่วงยางแม่น้ำปาย' ส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อน

ททท.เตรียมจัดแคมเปญ ‘ฝรั่งเล่นห่วงยางแม่น้ำปาย’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อน

วันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.36 น.

ผอ.ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน เผยกรณีฝรั่งเล่นห่วงยางได้มีการจัดระเบียบและเข้าไปดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด พร้อมเตรียมจัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อนภายใต้ “โครงการแม่ฮ่องสอน ผ่อนคลาย” ซึ่งนำจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาเป็นจุดขาย ผนวกกับ Food (อาหารท้องถิ่น) และ Festival (กิจกรรม เทศกาล งานประเพณี) ดึงจุดแข็งให้เป็นจุดขาย

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 ว่าที่ร้อยตรี ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผอ.ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการให้บริการห่วงยางให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 5 รายโดยมีการให้บริการให้กับนักท่องเที่ยวในราคารายละ 200-400 บาทแล้วแต่แพคเกจที่เสริมเข้าไป ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะต้องมีการจัดการ์ดให้การดูแลนักท่องเที่ยวจำนวน 1 คนต่อนักท่องเที่ยว 10 คน ซึ่งในแต่ละรอบของการล่องห่วงยาง แต่ละรายจะให้บริการนักท่องเที่ยวคราวละประมาณ 100 คนต่อเที่ยว ซึ่งเมื่อมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าไปใช้บริการเมื่อรวมกันจะทำให้มีนักท่องเที่ยวเยอะมาก หลายร้อยคนต่อรอบ ทำให้มีการถ่ายคลิปไปเผยแพร่ในสื่อโซเชียลจนโด่งดัง

ปัจจุบันได้มีผู้ประกอบการไปลงทะเบียนกับสถานีตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนจำนวน 5 รายได้แก่ 1. Pai Authentic Travel ที่อยู่ 105 หมู่ 4 ต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 58130 โทร. 09 0463 1039, 2.Magic Tubing ที่อยู่ 16/1 หมู่ 3 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 58130 โทร. 09 0467 0984, 3.เดือนเด่น พาเที่ยว ที่อยู่ 20/1 หมู่ 3 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 58130 โทร. 09 6992 6166,  4. บริษัท รีโวลูชั่น ปาย จำกัด ที่อยู่ 76 หมู่ 3 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 58130 โทร.09 8541 6546 และ 5.Back Trax Tour ที่อยู่16/1 หมู่ 3 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 58130 โทร.09 5716 8758 โดยผู้ประกอบการต้องควบคุมไม่ให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างการล่องห่วงยางน้ำปาย

เนื่องจากที่ผ่านมากิจกรรมล่องห่วงยางแม่น้ำปายได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทาง ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยว และผู้ประสานงาน จึงได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาชน ในรูปแบบสร้างการมีส่วนร่วมบริหารจัดการการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและสมดุลของมิติทางเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าให้แก่นักท่องเที่ยว สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงธุรกิจและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว รวมทั้งให้สังคมยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและมีความสุขร่วมกัน ตลอดจนเน้นการดูแลรักษา ฟื้นฟูทรัพยากรทางธรรมชาติ ให้คงอยู่สืบไป

ผอ.ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอนยังกล่าวว่า สำหรับในช่วงฤดูร้อน ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวปาย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐ-ภาคเอกชน ในการเตรียมปรับแผนงานส่งเสริมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ตาม Theme 365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย

โดย ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน ร่วมกับภาคีเครือข่ายตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดจัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อน ภายใต้ “โครงการแม่ฮ่องสอน ผ่อนคลาย” ซึ่งนำจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาเป็นจุดขาย ผนวกกับ Food (อาหารท้องถิ่น) และ Festival (กิจกรรม เทศกาล งานประเพณี) ดึงจุดแข็งให้เป็นจุดขาย ประกอบด้วยการท่องเที่ยวในเชิงอาหารซึ่งมีความหลากหลายของอาหารท้องถิ่น และชาติพันธุ์ รวมทั้งอาหารจากนานาชาติที่แทบจะมีครบในอำเภอปาย รวมทั้งสถานประกอบการด้านสุขภาพและความงาม เช่น สปา ประกอบกับการนำจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ในเชิงวัฒนธรรม เช่น งานประเพณีปีใหม่ของชาติพันธุ์ที่นิยมจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม รวมทั้งงานประเพณีปอยส่างลองหนึ่งเดียวในโลก 

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่สนับสนุน ได้แก่ งานประเพณีแห่และสรงน้ำพระของอำเภอปายที่จะจัดขึ้นในวันที่ 13 เมษายน 2566 นี้ และยังมีกิจกรรมที่สร้างขึ้นใหม่ เช่น งานวันไหลสงกรานต์ที่จะจัดขึ้นครั้งแรกในอำเภอปาย วันที่ 20-21 เมษายน 2566 โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น กิจกรรมล่องห่วงยางแม่น้ำปาย กิจกรรมจัดโซนนิ่งถนนคนเล่นน้ำ อุโมงค์น้ำ การจำหน่ายอาหารพื้นเมืองสินค้าของที่ระลึกพื้นเมือง เชื่อมโยงกับกิจกรรมถนนคนเดิน ซึ่งจะทำให้สามารถดึงให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและมีระยะเวลาพำนักในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น สร้างโอกาสในการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนต่างๆ ลดความเหลื่อมล้ำ และลดปัญหาการว่างงานหรือย้ายถิ่นฐานไปทำงานในเมืองหลัก ตามนโยบายของรัฐบาล 

โดยกำหนดพื้นที่อำเภอปายเป็น Hub ของการท่องเที่ยว และกระจายตัวไปตามพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว ทั้ง น้ำตก น้ำพุร้อน บ่อน้ำแร่ จุดชมวิว และมีกิจกรรมมากมาย ซึ่งจะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่ม Digital nomad และกลุ่มทำงานแบบ Workation หรือกลุ่มทำงานแบบ Hybrid เข้ามาท่องเที่ยวพร้อมทำงานอยู่ในพื้นที่อำเภอปายมากขึ้น และมีระยะการพำนักยาวนานมากขึ้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

‘ไฮโซแชมป์’ร่วมวงแฉอดีตดารา พ. เอี่ยวเว็บพนันดัง ยังลอยนวลอยู่ลอนดอน

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713513

'ไฮโซแชมป์'ร่วมวงแฉอดีตดารา พ. เอี่ยวเว็บพนันดัง ยังลอยนวลอยู่ลอนดอน

‘ไฮโซแชมป์’ร่วมวงแฉอดีตดารา พ. เอี่ยวเว็บพนันดัง ยังลอยนวลอยู่ลอนดอน

วันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.01 น.

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ หลัง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักธุรกิจชื่อดังได้เปิดหน้าออกมาแฉเครือข่ายพนันออนไลน์แฟนดาราอักษรย่อ ห. พร้อมเล่านิยายเรื่องหนึ่งที่มีชื่อว่าหนุ่มเศรษฐีเก๊ กับ ดาราสาวแสนสวย ทำเอาหลายคนเดาและพากันวิจารณ์รวมถึงหาคำตอบมากมายว่าดาราคนนั้นคือใครกันแน่

ล่าสุด ไฮโซแชมป์ จิรัฏฐ์ เพชรนันทวงศ์ โพสต์ไอจีสตอรี่ว่า ทั้งคุณชูวิทย์และคุณสนธิลาลากไส้ FIFA555 เปิดโปงกันขนาดนี้ แต่ปัจจุบันเว็บนี้ก็ยังเปิดให้เล่นการพนันกันอย่างไม่กลัวเกรง ล่าสุดเปิดเว็บพนันเพิ่มขึ้นอีกชื่อ BAZALOT ตำรวจไม่รู้ไม่เห็นข้อมูลเลยเหรอว่าใครคือนายทุนใหญ่ผู้อยู่บงการฟอกเงินของสลากออนไลน์

ทุกคนชี้เป้าชี้โพรงกันให้หมดแล้ว ถ้าจับเองได้คงไปจับแล้วล่ะครับ วานพี่ๆ ตำรวจช่วยตรวจสอบด้วยครับ ปัจจุบัน ไข่ จ. และหุ้นส่วน พ. (อดีตดารา) ยังคงลอยนวลเสวยสุขอยู่ลอนดอน รอให้เรื่องเงียบและรอผู้รับส่วยส่งสัญญาณให้กลับมาได้ #หรือกฎหมายประเทศนี้ไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว”

ขอบคุณภาพ : champ_fabrique

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : มุมมองพรรคการเมือง สวัสดิการ‘ลูกจ้างงานบ้าน’

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713462

สกู๊ปแนวหน้า : มุมมองพรรคการเมือง  สวัสดิการ‘ลูกจ้างงานบ้าน’

สกู๊ปแนวหน้า : มุมมองพรรคการเมือง สวัสดิการ‘ลูกจ้างงานบ้าน’

วันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บรรยากาศการเมืองไทยช่วงนี้ต้องบอกว่าคึกคัก “นับถอยหลังสู่การเลือกตั้งใหญ่” หลังสภาผู้แทนราษฎรจะครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 23 มี.ค. 2566 (รวมถึงอาจมีการยุบสภาก่อนหน้านั้น)ช่วงนี้ก็จะเห็นนักการเมืองพบปะประชาชนทั้งในระดับพื้นที่และการรับฟังเสียงสะท้อนจากคนกลุ่มต่างๆ ดังที่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (Homenet Thailand) เวทีสาธารณะ “นโยบายขายประกันสังคม มาตรา 33 ให้ครอบคลุมลูกจ้างทำงานบ้าน” เรียกร้องให้ฝ่ายการเมืองผลักดัน “ลูกจ้างทำงานบ้าน” (หรือที่คนไทยคุ้นเคยกับคำเรียก “แจ๋ว”, “แม่บ้าน”, “คนรับใช้”) เข้าสู่ระบบประกันสังคม ม.33 ซึ่งก็มี 5 พรรคการเมืองส่งตัวแทนร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า หนึ่งในนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า คือเรื่องของ “เศรษฐกิจกิ๊ก (Gig Economy)” มาจาก
คำว่า “กิ๊กกะไบต์ (Gigabyte)” หมายถึงเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการทำงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น คนขี่มอเตอร์ไซค์รับ-ส่งอาหารที่รับงานผ่านแอปพลิเคชั่น ที่ผ่านมามีการเรียกร้องกันจนบริษัทแพลตฟอร์มเริ่มปรับตัว อาทิ มีการทำประกัน มีการให้กู้เงิน แต่ไม่ต้องการไปไล่บี้ด้วยการใช้กฎหมายบังคับ เพราะจะทำให้ความเป็นอาชีพอิสระ (Freelance) หายไป

ขณะที่ลูกจ้างทำงานบ้าน ที่พรรคเองก็มีการพูดคุยกัน ตนเสนอให้เป็น “ประกันสังคมมาตรา 40+” ซึ่งเป็นไปได้มากกว่าการผลักดันเข้ามาตรา 33 ที่จะต้องสู้กับคนอีกนับล้านครัวเรือน เพราะหากครัวเรือนนายจ้างแจ้งไม่ตรงก็จะมีโทษจำคุกและปรับ โดย ม.40+ จะมีสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างทำงานบ้านควรได้รับ เช่น คลอดบุตร บำนาญ ทุพพลภาพ ฯลฯ อย่างที่ ม.33 ได้รับ โดยให้ลูกจ้างทำงานบ้านลงทะเบียนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ระบุชื่อนายจ้าง จากนั้นนายจ้างยืนยันว่าได้จ้างลูกจ้างทำงานบ้านคนดังกล่าวจริง ซึ่งปกตินายจ้างก็สมัครใจจะเปิดเผยอยู่แล้ว

“ผมนำเสนอว่าเป็นมาตรา 40+ แล้วอะไรที่มันขาดหายไปจาก ม.33 ใส่เข้าไปให้หมด แล้วนายจ้างเป็นผู้รับรองด้วย ถ้าท่านปรับแบบนี้มันเกิดอาการที่เรียกว่า Quick Win (สำเร็จได้เร็ว) คือชัยชนะอันสั้นในสิ่งที่เราจะได้ ถ้าเราสู้ไป ม.33แล้วก็บังคับ สิ่งที่เราต้องชนคือนายจ้างมหาศาลอยู่ในบ้าน อย่าลืมนะครับสังคมไทยเราเข้าสู่สังคมสูงวัยตั้งแต่ปี 2564 คนแก่ต้องจ้างแม่บ้านอยู่ที่บ้านดูแล ท่านจะให้เขามีภาระที่ต้องไปแจ้ง แล้วถ้าไม่แจ้งคือเขาติดคุก อายุก็ไม่พอติดแล้ว ผมไม่อยากบังคับเพราะถ้าบังคับผมชนตอ แต่ผมจะเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน” อรรถวิชช์ กล่าว

รฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาค กล่าวว่า สมัยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ในยุคที่ยังเป็นกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ช่วงปี 2544 สามารถผลักดันให้นายจ้างที่มีลูกจ้าง 1-9 คน เข้าระบบประกันสังคมได้สำเร็จ ในเวลานั้นก็มีเสียงคัดค้านจากรัฐมนตรีว่าการ แต่ด้วยการยืนหยัดจึงผลักดันให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบจนนำไปสู่การแก้ไขกฎหมาย ดังนั้นลูกจ้างทำงานบ้านก็เช่นกัน การผลักดันเข้า ม.33 ทำได้แน่นอน ทั้งหมดอยู่ที่รัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดนโยบาย แล้วข้าราชการในส่วนของประกันสังคมจะดำเนินการต่อเอง

ทั้งนี้ ฝั่งนายจ้างได้ยินแล้วอาจกลัว ซึ่งก็เหมือนกับช่วงที่ผลักดันเรื่องลูกจ้าง 1-9 คนเข้าประกันสังคม ก็มีแรงต้านจากกลุ่มนายจ้างเช่นกัน ด้วยความกังวลว่าจะเป็นภาระ แต่เมื่อทำไปแล้วกลายเป็นการลดภาระให้นายจ้างด้วย เพราะอย่าลืมว่าหากลูกจ้างเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพ การเข้าระบบประกันสังคม จะมีเงินช่วยเหลือจากกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน แทนที่นายจ้างจะต้องช่วยจ่ายเงินค่ารักษาจำนวนมาก

“ดิฉันขอเมตตานายจ้างทุกท่านแทนลูกจ้างทุกคนด้วย ทั้งคนไทยและต่างด้าว ให้เขาได้มีความมั่นคง มีความปลอดภัย ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายทุกฉบับ โดยเฉพาะกฎหมายประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน มองเขาเป็นคนตัดคำว่าจ้างออก ให้เหลือคำว่าลูก ทำได้ไหมนายจ้างทั้งหลาย?”หัวหน้าพรรคเสมอภาค กล่าว

วันวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ลูกจ้างทำงานบ้าน มีกฎกระทรวง 7 ข้อ รับรองลักษณะการทำงานไม่ต่างจากคนทำงานในโรงงาน เช่น วันหยุด วันลา ฯลฯ เพียงแต่ติดบทบัญญัติในกฤษฎีกา ทำให้ไม่สามารถเข้าประกันสังคม ม.33ได้ ทั้งที่ลูกจ้างทำงานบ้านมีนายจ้างชัดเจน ดังนั้นพรรคก้าวไกลยินดีจะแก้กฎหมายที่มีปัญหานี้

ขณะเดียวกัน “ประเทศไทยมีแรงงานนอกระบบถึงกว่า 20 ล้านคน” เช่น เกษตรกร แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หาบเร่แผงลอย ฯลฯ พรรคก้าวไกลจึงเสนอนโยบาย “ประกันสังคมถ้วนหน้า” ยกระดับสิทธิประโยชน์ของประกันสังคม ม.40 ซึ่งเป็นระบบสำหรับอาชีพอิสระ มีหลักว่า “รัฐสมทบเป็นส่วนใหญ่ และหากใครมีรายได้ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำก็ให้รัฐสมทบทั้งหมด” เพื่อให้มีค่าเดินทางไปโรงพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย หรือค่าชดเชยเมื่อเกิดเหตุที่ทำให้ไม่ได้ทำงาน ซึ่งรวมถึงเมื่อลูกจ้างตั้งครรภ์แล้วต้องลาคลอด

“อย่าลืมว่าแรงงานคนหนึ่งเวลาเขาหยุดลาป่วย ไม่ได้ว่าหยุดแล้วมีค่าชดเชยอย่างเดียว เขาต้องเสียรายได้ของวันนั้นไปเลยทั้งวัน แถมจะเสียค่าเดินทางไปหาหมอด้วย เราก็เลยคิดว่าควรมีนโยบายประกันสังคมถ้วนหน้าที่จะมารองรับตรงนี้แล้วประเทศไทยถ้าเราได้นโยบายตรงนี้ก็จะไม่มีแรงงานนอกระบบอีกต่อไป เพราะทุกคนไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรมหรือทำอาชีพอะไรต่างๆ ก็จะอยู่ในระบบมากขึ้น” วันวิภา กล่าว

สาวิทย์ แก้วหวาน หัวหน้าพรรคสังคมประชาธิปไตยไทยกล่าวว่า อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่ 189เรื่องของงานที่มีคุณค่าสำหรับคนทำงานบ้าน ตนเป็นคนหนึ่งที่ร่วมผลักดัน โดยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประชุมที่สำนักงานใหญ่ ILO เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่ภายในประเทศกลับยังไม่รับรองอนุสัญญาดังกล่าว ดังนั้นเรื่องการผลักดันประกันสังคม พรรคการเมืองสำคัญก็ส่วนหนึ่งแต่อีกส่วนก็คือแรงงานด้วยกันเอง

ซึ่งจากประสบการณ์ที่ร่วมต่อสู้กับขบวนการแรงงานมาหลายสิบปี “นักการเมืองแรกๆ ก็ออกมาพบปะผู้ใช้แรงงาน แต่เมื่อเข้าสภาไปแล้วอย่าไปคาดหวัง” โดยอีกด้านหนึ่ง ตนก็อยู่กับคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) ที่เพิ่งมียุทธศาสตร์แรงงานกับการต่อสู้ทางการเมือง เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่า แม้จะมีตัวแทนเครือข่ายแรงงานเข้าไปอยู่ในพรรคการเมือง แต่ด้วยจำนวนที่น้อยย่อมไม่อาจสู้มติใหญ่ของพรรคได้ จึงทำอะไรไม่ได้เลย ท้ายที่สุดจึงนำมาสู่การตั้งพรรคการเมืองเสียเอง คือพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย ซึ่งตนเป็นหัวหน้าพรรครุ่นที่ 3

“นโยบายของพรรคเขียนขึ้นจากปัญหาของขบวนการแรงงาน เรื่องประกันสังคมนั้นพรรคเขียนเรื่องการปฏิรูปประกันสังคม พูดทุกเรื่อง ประกันสังคมถ้วนหน้าทุกคน ทำไมเราต้องแยกแรงงานนอกระบบ-ในระบบ ทั้งๆ ที่เราเป็นคนทำงานด้วยกัน มันไม่มีเส้นแบ่ง มันต้องไม่มีอะไรที่เป็นข้อจำกัดสำหรับสิทธิ อุดมการณ์ของพรรคเขียนไว้ชัด คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียมและความเป็นธรรม และต้องมีมาตรการ มาตรฐานคุ้มครองทางสังคมอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นแรงงานไทยหรือแรงงานข้ามชาติ” สาวิทย์ กล่าว

ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาพรรคพยายามรวบรวมเสียงจากแรงงานกลุ่มต่างๆเพื่อมาออกแบบนโยบายร่วมกัน ซึ่งลูกจ้างทำงานบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ความที่เป็นทางแรงงานนอกระบบและแรงงานหญิงนั้น กลายเป็นความเปราะบาง ทั้งการไม่ได้รับสวัสดิการ รวมถึงปัญหาความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับพรรคไทยสร้างไทยมีนโยบายที่เรียกว่า “2 แก้-3 สร้าง” โดย 2 แก้ นั้นคือ 1.กฎกระทรวงฉบับที่ 14 ที่เป็นปัญหามานาน กับ 2.ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานอิสระ ซึ่งปัจจุบันติดอยู่ในขั้นกฤษฎีกา โดยพรรคพร้อมร่วมผลักดัน

ส่วน 3 สร้าง ประกอบด้วย 1.สร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน แม้จะมีภาคเอกชนลงมือทำไปแล้วแต่เข้าใจว่ายังไม่ครอบคลุม จึงเสนอให้เชิญผู้เกี่ยวข้อง
ทุกฝ่าย รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมาพูดคุยกันว่าจะผลักดันประกันสังคม ม.33 ได้อย่างไร 2.กองทุนคนตัวเล็ก สำหรับช่วยให้คนที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบปกติ เบื้องต้นคิดว่าจะใช้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน และ 3.บำนาญประชาชน 3,000 บาทต่อเดือน

“วัยเกษียณซึ่งเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ก็อยากให้มีกองทุนบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท ทำไม 3,000 บาท? อันนี้คนถามมาเยอะ เพราะว่าเส้นแบ่งความยากจนของประเทศไทยอยู่ที่ประมาณเดือนละ 2,700 บาท เราก็เลยบอกอยากให้ผู้สูงอายุได้รับเงินมากกว่าเส้นแบ่งความยากจน ก็คือประมาณเดือนละ 3,000 บาท ซึ่งอันนี้ก็น่าจะสามารถช่วยเหลือแรงงานตรงนี้ (ลูกจ้างทำงานบ้าน) ได้ด้วย” โฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged สกู๊ปแนวหน้า | Leave a reply

อานิสงส์’ชาไทย’ฮิตติดอันดับโลก ส่งผลให้ยอดขาย’ชาชัก’ของดีสตูลพุ่งกระฉูด

Posted on March 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713502

อานิสงส์'ชาไทย'ฮิตติดอันดับโลก ส่งผลให้ยอดขาย'ชาชัก'ของดีสตูลพุ่งกระฉูด

อานิสงส์’ชาไทย’ฮิตติดอันดับโลก ส่งผลให้ยอดขาย’ชาชัก’ของดีสตูลพุ่งกระฉูด

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 22.25 น.

กระแส”ชาไทยเย็น”เป็นเมนูยอดติดอันดับโลกส่งผลให้ยอดขาย”ชาชัก”เครื่องดื่มพื้นถิ่นขายดีขึ้น โดยเฉพาะชาชักไทยเย็นของดีประจำจังหวัดสตูลที่ทานคู่กับโรตีได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นหลายร้านในจังหวัดสตูล  ลูกค้าส่วนใหญ่ต่างยอมรับความกลมกล่อม โดยเฉพาะขั้นตอนและวิธีการชงที่เป็นสูตรเฉพาะ

24 ก.พ.66 หลังจากเว็ปไซต์ TasteAtlas จัดอันดับ”ชาไทย ชาเย็น” หรือชาสีส้ม ที่เราคุ้นเคยสามารถคว้าติดอันดับ 7 ของโลกมาครองในหมวด “เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อร่อยที่สุดในโลก”นั้น

ล่าสุดบรรยากาศที่ร้าน “บังฟาน”   ซึ่งเป็นร้านโรตีชาชักเจ้าดังในพื้นที่จังหวัดสตูล ที่นักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาจังหวัดสตูลต้องไม่พลาดที่จะมาดื่มชาชัก และโรตี ของที่นี่หากไม่มาถือว่ามาไม่ถึงจังหวัดสตูล  ได้โชว์ลีลาการชงชาสูตรชาวจังหวัดสตูลที่ต้องผ่านกระบวนการชัก ด้วยความร้อนของชาที่ชงผสมด้วยนมข้นหวานใช้กระบวนการชักกลางอากาศผ่านไปมา  เป็นขั้นตอนเพิ่มความกลมกล่อมและความลงตัวให้ชามีรสชาติที่นุ่ม ละมุน จนเป็นที่ขึ้นชื่อและกล่าวขานถึงชาชักของพื้นที่จังหวัดสตูล

โดยนายนัสรี บิลังโหลด เจ้าของร้านบังฟาน บอกว่า ความชำนาญการในการชงชาในลักษณะนี้ที่ต้องผ่านอากาศจะช่วยเพิ่มความละมุนให้กับชา และสูตรชาที่ผสมกันอย่างลงตัวตามแบบฉบับชาชักจังหวัดสตูล   บริการลูกค้านานกว่า 10 ปี จนวันนี้ได้ขยายสาขาในจังหวัดสตูล 2 สาขา และหาดใหญ่ 3 สาขา ที่ลูกค้าคนไทย นักท่องเที่ยวต่างแวะมาทานซ้ำ โดยเฉพาะเมนูโรตี ชาชัก

ความพิเศษของร้านนี้ นอกจากชาชักไทยเย็นแล้ว ยังมีการรังสรรเมนูชาไทยเย็น ได้อีกมากมายตามรสนิยมวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นชาไทยอะพอโล่ ชาไทยมิ้น หรือ ราเต้ที โดยเฉพาะสายรักษ์สุขภาพก็สามารถชงพร้อมเสริฟได้ และหลังมีการยกระดับชาไทยเย็นเป็นเครื่องดื่มที่น่าทานระดับโลก ส่งผลให้ยอดขายชาไทยเย็นที่มียอดขายสูงวันละ 100 แก้วแล้วสูงขึ้นไปอีกและเป็นการสร้างมูลค่านักดื่มได้หันมาดื่มชาไทยให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องดีด้วย

นางศิริทรา บิลังโหลด ผู้บริหารร้าน บอกว่า ชาชักไทยเย็นของที่นี่จะกลมกล่อม รสชาติไม่ฟาด ไม่หวานจนเกินไปเหมาะกับทุกกลุ่มวัยที่ชื่นชอบทานชาไทยเย็น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,934,719 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ชงพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตตอ.กลาง คลังเสนอครม. 5 พ.ค. นี้
นายกฯ อวยพรวันแรงงานสากล ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง มีความมั่นคงในชีวิต
ศาลสิงคโปร์สั่งปรับนักกิจกรรมหญิง 3 คน เดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
ค่าไฟใหม่ถูกลงแน่ นายกฯ บอก อนาคตโซลาร์รูฟจะไม่แพง
ซูเปอร์มาร์เก็ตแทบแตก มิ้นท์ รัญชน์รวี ในลุค Grocery run ที่ทำเอาโซเชียลนอนไม่หลับ
เปาบุ้นจิ้นไทยภักดี หมอวรงค์ อาสาตีแผ่ความจริงกลางสภา หลังอธิบดีฝนหลวงร่อนจดหมายลาออก ชมคลิป
รมว.พม. ผนึกกำลัง 20 กระทรวง ขับเคลื่อนกลไกพัฒนาสตรี ลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ สร้างสังคมที่ทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ พูดติดตลกไม่อยากใส่เสื้อกันกระสุน เพราะกลัวดูอ้วนขึ้นอีก
สยามดนตรียามาฮ่า ฉลอง 60 ปี ลงนาม MOU ปั้นโมเดล ‘ดนตรีบำบัด’ ไทย-ญี่ปุ่น
รถบัสฝึกขับพุ่งตกแม่น้ำแซน ใกล้กรุงปารีส ผู้โดยสาร 4 ชีวิตรอด

Recent Posts

  • อาสาสมัครรวมพลัง พา “นกกีวี” กลับคืนเมืองหลวงนิวซีแลนด์ หลังหายไปกว่า 100 ปี
  • อังกฤษตั้งข้อหาพยายามฆ่า “เอสซา สุไลมาน” หลังแทงชาวยิว 2 รายในลอนดอน
  • ทีมกฎหมายเตรียมเข้าพบ “อองซาน ซูจี” สุดสัปดาห์นี้ หลังเมียนมาย้ายกักตัวในบ้านพัก
  • “ทรัมป์” ประกาศยกเว้นภาษี “สกอตช์วิสกี้” ให้สหราชอาณาจักร เพื่อเป็นเกียรติแก่ “คิงชาร์ลส์”
  • ออสเตรเลียเดือด มวลชนบุกล้อม รพ. หวังล้างแค้นผู้ต้องหาฆ่า ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d