‘พิธา’ เปิดนโยบาย ‘สิ่งแวดล้อมไทยก้าวหน้า’ เปิดศึก ‘ภาวะโลกร้อน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543624

24 ก.พ. 2566

'พิธา' เปิดนโยบาย 'สิ่งแวดล้อมไทยก้าวหน้า' เปิดศึก 'ภาวะโลกร้อน'

‘พิธา’ แถลงข่าวเปิดนโยบาย ‘สิ่งแวดล้อมไทยก้าวหน้า’ แก้ปัญหา ‘ภาวะโลกร้อน’ มีแผนงานทั้งเชิงรับและรุก ซัดรัฐบาลโชว์ผลงานตามเป้าสหประชาชาติไม่จริง

พรรคก้าวไกล แถลงนโยบาย “สิ่งแวดล้อมไทยก้าวหน้า” เป็นนโยบายชุดที่ 7 จากทั้งหมด 9 โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ที่ชุมชนปากคลองรังสิต 0.ปทุมธานี ประกาศเอาจริงกับปัญหา “โลกร้อน” เนื่องจากมองว่าเป็นภัยความมั่นคงของยุคปัจจุบัน นี่คือศัตรูตัวจริงของรัฐบาล ไม่ใช่ความมั่นคงทางทหารแบบเดิมอีกต่อไป ดังนั้น พรรคก้าวไกลต้องการประกาศศึกกับภาวะโลกร้อน โดยมีนโยบายที่ชัดเจน ทั้งในเชิง “รับ” เพื่อรับมือผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วและมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และในเชิง “รุก” ที่รุกไปที่ต้นตอของปัญหา เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้จริง ควบคู่กับสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อม” 
 

นโยบายเชิงรุก: เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 (พ.ศ. 2593)

ด้านการผลิตไฟฟ้า = เปิดตลาดเสรี ส่งเสริมไฟฟ้าสะอาดพลังงาน:
1. “หลังคาสร้างรายได้” เปิดเสรีโซลาร์เซลล์ครัวเรือน
2. “ปลดล็อกระเบียบ” สร้างตลาดซื้อ-ขายไฟฟ้าเสรีของประชาชน
3. “ประกันราคา” ไฟฟ้าพลังงานสะอาด สำหรับครัวเรือน
4. “ปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมด” ภายใน 2035 (พ.ศ.2578)

ด้านการเกษตร = ป้องกันการเผา เปลี่ยนก๊าซเรือนกระจกเป็นรายได้:
5. กำจัดการเผาภายใน 3 ปี งบปรับตัวตำบลละ 3 ล้านบาท 1,000 ตำบล
6. เปลี่ยนการเผาเป็นเงินในกระเป๋าเกษตรกร งบอุดหนุนปลูกข้าว “เปียกสลับแห้ง” แทนการเผา สร้างอุตสาหกรรมแปรรูปฟางข้าว-ซังข้าวโพดแทนการเผา
7. 1 ฟาร์มปศุสัตว์ 1 บ่อหมักก๊าซชีวภาพ (เป็นอย่างน้อย) เปลี่ยนมีเทนเหลือทิ้งให้เป็นพลังงาน

ด้านอุตสาหกรรม = จำกัดการปล่อยมลพิษอุตสาหกรรม:
8. กำหนดเพดานและเปิดตลาด (Cap & Trade) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายอุตสาหกรรม เปิดตลาดค้าขายแลกเปลี่ยนโควตา
9. PRTR – กฎหมายเปิดข้อมูล บังคับให้ทุกโรงงานเปิดข้อมูล สารพิษอันตรายและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ด้านการขนส่ง = ปรับปรุงการขนส่งให้สะอาดที่สุด:
10. รถเมล์ไฟฟ้าทุกจังหวัด ภายใน 7 ปี
11. “วันขนส่งฟรี” รณรงค์ลดใช้รถยนต์ส่วนตัว
12. เปลี่ยนรถไฟดีเซลเก่าเป็นไฟฟ้า
13. ตรวจสภาพรถยนต์ฟรี! ปีละครั้ง
14. ควบคุมปริมาณรถบรรทุกในเขตเมือง

ด้านขยะอาหาร = Zero Food Waste กำจัดขยะอาหารเหลือทิ้ง:
16. เพิ่มค่าขยะอาหารในห้างใหญ่ บังคับแยกขยะ-เก็บข้อมูล-ทำบัญชีขยะอาหาร
17. อาหารเหลือทิ้งแลกสินค้าเกษตรอินทรีย์ ส่งเสริมให้ชุมชนทำปุ๋ยจากอาหารเหลือทิ้ง เพื่อเป็นคูปองซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ ขยะเหลือทิ้ง 1 กิโล แลกได้ 1 บาท

ด้านพื้นที่สีเขียว = ป่าแลกเงิน เพิ่มพื้นที่สีเขียว:
18. ต้นไม้ปลดหนี้ รัฐจ่ายหนี้ค้างให้เกษตรกร ในฐานะค่าเช่า แลกกับใช้ที่ดินของเกษตรกรปลูกไม้ยืนต้น
19. ต้นไม้บำนาญ คนปลูกได้รับรายได้เป็นรายเดือน 1,200 บาท/ไร่/เดือน เป็นเวลา 20 ปี
20. ต้นไม้ทุนรัฐบาล อุดหนุนงบเกษตรกรปลูกป่า 4,000 บาท/ไร่ ในช่วงเวลา 3 ปี
21. ต้นไม้ชุมชน อุดหนุนปลูกป่าชุมชน 4,000 บาท/ไร่/ปี จำนวน 1,000 ชุมชน
22. เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง ด้วยการเพิ่มงบท้องถิ่น ผ่านนโยบายทุกจังหวัดไทยก้าวหน้า

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

นโยบายเชิงรับ: ช่วยประชาชนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นแล้ว
23. กองทุนปรับตัวรับมือภัยพิบัติ-น้ำท่วม
24. เตือนภัยทั่วถึง ครอบคลุมทุกท้องถิ่น
25. ท้องถิ่นประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติได้
26. ทบทวนแผนการบริหารจัดการน้ำทั้งหมดรายลุ่มน้ำ
27. ศูนย์พักพิง-อพยพมีมาตรฐาน ท้องถิ่นมีอำนาจและงบประมาณ
28. ชดเชยเป็นธรรมและทันควัน
29. ประกันภัยพืชผล ฟรี ในทุกพื้นที่รับน้ำ

นอกเหนือจากนโยบายด้านโลกร้อน พรรคก้าวไกลยังมีนโยบายสิ่งแวดล้อมในมิติอื่นๆ ที่จะชี้แจงรายละเอียดอย่างต่อเนื่องหลังจากนี้ เช่น การจัดการขยะ ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง ปัญหาช้างป่า ปัญหามลพิษทางอากาศ ปัญหามลพิษทางแสง

ที่ผ่านมารัฐบาลอาจบอกว่า สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับสหประชาชาติ แต่ตัวเลขเหล่านั้น เราเก็บเอง เขียนรายงานเอง ต่างจากการประเมินโดยองค์กรระหว่างประเทศ ที่บอกว่า การรับมือในเรื่องนี้ของไทยอยู่ในระดับไม่เพียงพอขั้นวิกฤติ และหากทำตามนโยบายปัจจุบันของรัฐบาลต่อไป จะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น 4 องศา ในขณะที่ความพยายามของทั้งโลก ต้องการให้ต่ำกว่า 2 องศา


สำหรับการแถลงข่าวเปิดตัวนโยบายในวันนี้ นายพิธาตั้งโพเดียมยื่นแถลงกลางน้ำ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการกล่าวถ้อยแถลงของรัฐมนตรีการต่างประเทศ ของประเทศตูวาลู ในช่วงการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP 26) โดยพิธากล่าวว่าเป็นการแสดงให้เห็นว่าปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคนมากกว่าที่คิดและส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประชาชน เช่น ปัญหาน้ำท่วมที่รุนแรงและถี่ขึ้น

 
จากตัวอย่างพื้นที่ปทุมธานีที่เป็นสถานที่แถลงนโยบาย คนในชุมชนนี้บอกว่าในอดีตน้ำท่วม 2-3 เดือนต่อปี แต่ปัจจุบันน้ำท่วม 5-6 เดือนต่อปี หรือเมื่อ พ.ศ. 2549 พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากมี 10 ล้านไร่ ตอนนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเป็น 27 ล้านไร่ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของธนาคารโลกที่ระบุว่าปี 2011-2045 (พ.ศ. 2554-2588) โลกร้อนจะสร้างความเสียหายต่อภาคเกษตรไทยราว 3 ล้านล้านบาท ผลิตพืชต่างๆ ได้น้อยลง เช่น ข้าวน้อยลง 13% มันลดลง 21% อ้อยลดลง 35%

หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงนโยบาย "สิ่งแวดล้อมไทยก้าวหน้า"หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงนโยบาย “สิ่งแวดล้อมไทยก้าวหน้า”

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลงพื้นที่ชุมชนปากคลองรังสิต ปทุมธานี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลงพื้นที่ชุมชนปากคลองรังสิต ปทุมธานี

‘กกต.’ ไม่รายงาน ‘ผลคะแนน’ เรียลไทม์ ต้องผ่านการตรวจสอบก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543617

24 ก.พ. 2566

'กกต.' ไม่รายงาน 'ผลคะแนน' เรียลไทม์  ต้องผ่านการตรวจสอบก่อน

‘กกต.’ ยืนยัน จะรู้ผลการเลือกตั้งในคืนเดียวกันกับการนับคะแนน อ้างเหตุที่ไม่รายงาน ‘ผลคะแนน’ ทันที เพื่อป้องกันความผิดพลาด

รายงานผลการ คะแนนเลือกตั้ง ต้องผ่านการรับรองความถูกต้องก่อน กกต. อาศัยสื่อ เป็นผู้เผยแพร่ ไม่รายงานโดยตรง  กับประชาชน

นาย แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่า จะมีการรายงานผลการนับคะแนน โดยอาศัยสื่อมวลชน รายงานผลคะแนน ที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องก่อน เนื่องจากการลงคะแนนโดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) อาจมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ เพราะมีข้อมูลจำนวนมากในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง

จากการถอดบทเรียนการเลือกตั้ง ในปี 2562 ที่ผ่านมาทำให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบถึง ข้อจำกัดในการรายงานผลคะแนนว่าไม่ใด้เกิดจากแอปพลิเคชันแต่ประการใดแต่เกิดจากการกรอกคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งที่มีอยู่ประมาณ 55,000 หน่วย หน่วยละไม่น้อยกว่า 70 ข้อมูล

โดย กกต.จะจัดให้มีการรายงานผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการตามมาตรา 120 วรรคสอง เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ผ่านทางระบบ ECT Report ที่เน้นความถูกต้องและรวดเร็ว ประชาชนจะเห็นคะแนนแรกเมื่อกรรมการนับคะแนนประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) นับคะแนนเสร็จ และได้ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว

คะแนนของหน่วยแรกจะถูกกรอกลงในระบบ ECT Report และคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งอื่นๆ ก็จะทยอยนำเข้าระบบ ECT Report อย่างต่อเนื่องต่อไป ประชาชนจึงสามารถติดตามผลคะแนนได้อย่างต่อเนื่องจากสื่อมวลชนต่างๆ ที่มาเชื่อมต่อกับระบบ ECT Report และจะทราบผลคะแนนว่า ผู้สมัครผู้ใดหรือพรรคการเมืองใดได้คะแนนจำนวนเท่าใด ในคืนวันเลือกตั้งทันที

สมชัยทวงคำตอบตรวจสอบรวมไทยสร้างชาติ

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง

ระหว่างที่เลขาฯ กกต. กำลังให้สัมภาษณ์ นาย สมชัย ศรีสุทธิยากร  อดีตกรรมการการเลือกตั้ง มาติดตามคำร้องเรื่องการขนคนมาร่วมเปิดตัวพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์  ซึ่งเลขาฯกกต.บอกว่า ไม่เข้าข่าย เนื่องจากผู้ร้อง ไม่ใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตดังกล่าว   นายสมชัย จึง นัดหมายขอเข้าพบกับกกต. อีกครั้งวันที่ 3 มีนาคม นี้  

‘กกต.’หวัง ‘สื่อมวลชน’ ช่วยให้การเลือกตั้งมีคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543605

24 ก.พ. 2566

'กกต.'หวัง 'สื่อมวลชน' ช่วยให้การเลือกตั้งมีคุณภาพ

เลขาฯ ‘กกต.’ เชื่อว่า ‘สื่อมวลชน’ จะช่วยให้การเลือกตั้งมีคุณภาพ ยืนยันจะจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่ยอมรับ ภายใต้กรอบกฎหมาย

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) จัดอบรม สร้างความรู้ความเข้าใจกับสื่อมวลชน ในแนวปฏิบัติกฎหมาย กฎ ระเบียบ การเลือกตั้งและแถลงความร่วมมือระหว่าง กกต. กับ tiktok ประจำประเทศไทย เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ใช้สิทธิได้อย่างมีคุณภาพ

แสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

นาย แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง ระบุว่า ที่ผ่านมาสื่อมวลชนให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง เป็นอย่างดี แม้คอลัมภ์นิสจะให้ความเห็นที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงบ้าง แต่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกก็ตั้งนำมาปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง  ไม่เคยกังวลการนำเสนอข่าวจากสื่อ ยกเว้นแต่ผู้ที่พยายามทำตัวเป็นสื่อ



กกต.ไม่ได้ทำงานเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง หรือทำงานให้ถูกใจใคร  การแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่ได้กังวลเรื่องคนไม่พอใจ แต่ต้องทำให้ถูกกฎหมาย  การเลือกตั้งเป็นของทุกคน ทุกคนควรต้องรู้กติกา เท่าๆ กัน เพื่อให้การเลือกตั้งง่ายขึ้น ไม่ถูกชักจูงได้โดยง่าย จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลการเลือกตั้งให้ถูกต้องแก่ประชาชน  โดยเฉพาะระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ ในทุกขั้นตอนการเลือกตั้ง จนกว่าจะประกาศผลการเลือกตั้ง ซึ่งประกอบไปด้วยหลัก สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส มีส่วนร่วมและมีประสิทธิภาพ

เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยอมรับว่า การเลือกตั้ง สส. เป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องรักษา 18 ชั่วโมงแห่งการเลือกตั้ง ให้เป็นที่ยอมรับ โดยขณะนี้ ทุกอย่างยังเป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญ ไม่เปลี่ยนแปลง มั่นใจว่าจะจัดการเลือกตั้งได้อย่างเรียบร้อย ขอความร่วมมือพรรคการเมืองแข่งขัน ให้เคารพกฎหมาย ไม่มุ่งหวังแต่ชัยชนะ

tiktok ร่วมมือ กกต. เผยแพร่ข้อมูลเลือกตั้งtiktok ร่วมมือ กกต. เผยแพร่ข้อมูลเลือกตั้ง

โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ tiktok ประจำประเทศไทย ในฐานะที่เป็นสื่อกลางกับคนรุ่นใหม่ จะเข้าร่วมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องไปสู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีกทางหนึ่ง รวมถึงร่วมกันต่อต้านข้อมูลอันเป็นเท็จและการบิดเบือน การใส่ร้ายที่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งด้วย

เปิดใจ ‘ดร.ปอน’ หน.พรรครวมพลัง ชูนโยบาย ‘เรียนฟรีถึงปวส.’ สู้ศึกเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543602

24 ก.พ. 2566

เปิดใจ 'ดร.ปอน' หน.พรรครวมพลัง ชูนโยบาย 'เรียนฟรีถึงปวส.' สู้ศึกเลือกตั้ง

เปิดใจหัวหน้าพรรครวมพลัง “ดร.ปอน – ดนุช ตันเทอดทิตย์” งัดนโยบาย ‘เรียนฟรีถึงปวส.-มหาวิทยาลัยสู่ตำบล-ขับเคลื่อน BCG’ สู้ศึกเลือกตั้ง

ภายหลังจากมีการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)ชุดใหม่ของพรรครวมพลัง ภายใต้ “แม่ทัพใหญ่” คนใหม่อย่าง ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ หรือ “ดร.ปอน” พรรครวมพลังจึงต้องมีการปรับกลยุทธ์เตรียมพร้อมรองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะนโยบายของพรรค 

เปิดใจ 'ดร.ปอน' หน.พรรครวมพลัง ชูนโยบาย 'เรียนฟรีถึงปวส.' สู้ศึกเลือกตั้ง

โดย “ดร.ปอน” ระบุว่า นโยบายของพรรครวมพลังยังยึดมั่นในแนวทางเดิมที่เราได้ร่วมทำงานกับคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ชุดเดิม ที่มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นหัวหน้าพรรคในตอนนั้น ความจริงตนเองทำงานกับพรรครวมพลังมาตั้งแต่วันแรกในการตั้งพรรคจนถึงวันนี้ เป็นเวลา 4-5 ปีแล้ว เรามีนโยบายที่พยายามทำ คือ การปฏิรูปการศึกษา ซึ่งแน่นอนว่า 2 ปีที่ผ่านมามันทำไม่จบ เพราะในเดือนสิงหาคม 2563 เราแก้ปัญหา โควิด-19 จึงทำให้ไม่ได้ทำเรื่องการปฏิรูปการศึกษาอย่างเข้มข้น

แต่มาเจอสถานการณ์ โควิด-19 ทำให้ไม่ค่อยได้ปฏิรูปการศึกษาเท่าไหร่ แต่เราได้มีการวางแผนกันเรียบร้อยแล้ว ปลายปี 2564 เพิ่งได้ออกไปพูดคุยทำเรื่องการปฏิรูปการศึกษาจึงทำให้หลายอย่างที่อยากทำยังทำไม่จบ

เมื่อถามถึงนโยบายเด่นหลักๆของพรรครวมพลังที่จะชูใช้ในการเลือกตั้ง “ดร.ปอน” ระบุว่า พรรครวมพลัง เราเชื่อว่าคำตอบในการพัฒนาประเทศสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว อยู่ที่ตำบล ในช่วงที่เราทำกระทรวงอว.เราทำโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล ( U2T) ทำให้ตนเองได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสประชาชน ในแต่ละตำบลที่ตนเองได้ลงไปแล้ว 200 ตำบล เราพบว่าถ้าเราพัฒนาให้ตำบลมีความเข้มแข็ง 7,435 ตำบล ถ้าตำบลเข้มแข็งทุกอำเภอก็จะเข้มแข็งส่งผลให้ทุกจังหวัดเข้มแข็ง เพื่อไปสู่ประเทศให้มีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อน BCG  

บางตำบลมีปัญหาเรื่องครู เพราะครูเก่งๆไปบรรจุในที่ไกลๆสุดท้ายเขาขอย้ายจากตำบลไกลๆ ก็จะทำให้ไม่มีครูดีๆ เราจึงให้ทุนเด็กที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 6ไปเรียนครู เรียนจบสอบบรรจุเป็นครูที่บ้านเกิด โดยมีข้อแม้จะต้องใช้ทุนอยู่ไป 10 ปีแล้วค่อยย้าย เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครูในถิ่นทุรกันดาร ทั้งนี้ โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล (U2T) ในปี 2564 ทำอยู่ 3,000 ตำบล ปี2565 ทำอยู่ 7,435 ตำบลทั่วประเทศ ส่วนในปี 2566 ถ้าเราได้กลับมาขับเคลื่อน หรือมีส่วนร่วมในการดูแลกระทรวงอว.เราจะทำโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบลอีกโดยจะทำให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น” ดร.ปอน ระบุ

ดร.ปอน ระบุอีกว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเราเอางานวิจัยที่อยู่บางจังหวัดมายกระดับตำบล ด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนเศรษฐกิจสีเขียวเหล่านี้จะช่วยยกระดับจากตำบลไปสู่ประเทศด้วยองค์ความรู้ที่มีอยู่ นี่คือหนึ่งนโยบาย ยกตัวอย่างเราเคยใช้งบประมาณหมื่นล้านในการขับเคลื่อนโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล ( U2T) ซึ่งตนเองจะขอใช้งบประมาณเพียง 7,435 ล้านบาท เพื่อให้ตำบลนำงบประมาณไปใช้ ยกตัวอย่าง หากใช้ตำบลละ 1 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าโครงการที่เคยทำหมื่นล้าน

เมื่อถามด้วยว่าพรรครวมพลังสานต่อนโยบายเรียนฟรีปวส. ดร.ปอน ระบุว่า นโยบายเรียนฟรีจบที่ปวช. ส่วนปวส.ถ้าจะเรียนอาจจะต้องมีเงินไปเรียนดังนั้นหากเราขยายให้เรียนฟรีจนถึงปวส.หรือหากมีเด็กเรียนเก่งก็อาจจะมีทุนให้เรียนต่อปริญญาตรี เราเน้นการศึกษาเชิงสมรรถนะ ไม่ใช่เรียนเพื่อจบ แล้วตกงาน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้มหาวิทยาลัย มีโรงเรียนอาชีวะสังกัดมหาวิทยาลัย ที่อยู่ภายในมหาวิทยาลัยเหมือนโรงเรียนสาธิต ซึ่งบางมหาวิทยาลัยทำแล้ว เช่นโรงเรียนเตรียมอาชีวะ เตรียมวิศวะ หรือเตรียมสถาปัตย์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จึงอยากเชิญชวนให้มหาวิทยาลัยราชภัฏทำเช่นเดียวกันบ้าง 

เมื่อถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าถ้าหากพรรครวมพลังมีโอกาสจะสานต่อกระทรวงอว.เหมือนเดิม

ดร.ปอน ระบุว่า เราเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้วพรรครวมพลังต้องการรักษาคะแนนเสียงที่เราได้ 8 แสนคะแนน ตอนนี้ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ เราหวังว่าประชาชนจะให้ความไว้วางใจกับเราที่จะเลือกพรรคเรามากยิ่งขึ้น ร่วงทั้งในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา พรรคเรามีผลงานสู่ทุกตำบล ทุกมหาวิทยาลัยฉะนั้นเชื่อว่าผลงานที่ผ่านมาของพรรคผ่านทางกระทรวงอว.จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นและความไว้วางใจพรรครวมพลังอีกครั้ง เชื่อว่าจะได้มากกว่า 8 แสน

ดร.ปอน ระบุในช่วงท้ายว่า ตอนนี้คณะกรรมการบริหารพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาตอนนี้รอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)จะรับรองเมื่อใด โดยเรามีการประชุมเพื่อกำหนดตัวผู้สมัครส.ส. และนโยบายที่จะสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย ขอรอให้ตกผลึก พรรครวมพลังไม่ได้ตั้งขึ้นมา เพื่อเลือกตั้งเท่านั้น แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นทดสอบว่าประชาชนเห็นความสำคัญของเรา หรือไม่ว่าเราได้ทำงานมาเยอะ หากผลออกมาอย่างไรไม่ว่าจะได้ส.ส.หรือไม่ได้ส.ส.ก็จะยังทำพรรคนี้ต่อไป เราจะหลอมรวม ความหลากหลายของประชาชน ให้เป็นพลังขับเคลื่อน เพื่อประเทศชาติ 

มองทาง 2 แพร่ง อำนาจ หรือ อุดมการณ์ ของ ‘ก้าวไกล’ หลังการปะทะคารมเดือด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543593

24 ก.พ. 2566

มองทาง 2 แพร่ง อำนาจ หรือ อุดมการณ์ ของ 'ก้าวไกล' หลังการปะทะคารมเดือด

มองหนทางการเมือง บนทาง 2 แพร่ง ของ ‘ ก้าวไกล’ หลังการปะทะคารม ‘ทิม พิธา’ กับ ‘ปิยบุตร’ อาจารย์สุขุม มอง รอดูผลเลือกตั้ง รู้ใครถูกผิด

ดราม่าวาทะร้อน ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล กับ รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการ พรรคอนาคตใหม่ เกี่ยวกับทิศทางการเมือง ที่จบลงไปแล้วอย่างรวดเร็ว แต่คำถามคือ แผลที่เกิดขึ้น จะยังอยู่หรือไม่ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เป็นเพราะอะไรกันแน่ ด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป ที่มีการพูดกันว่า ก้าวไกล เปลี่ยนแปลง มีความพยายามลดเพดานทางการเมือง เพื่อให้เหมาะกับการหาแนวร่วมพันธมิตร เพื่อที่จะได้มีโอกาสเข้าสู่อำนาจฝ่ายบริหาร กับ แนวทางฝั่ง อ.ปิยบุตร ที่มองว่า พรรคก้าวไกล ควรที่ทำการเมืองตามอุดมคติ ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่การก่อร่างสร้างตัวของ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งดูเกมือนว่า ก้าวไกล กำลัง เดินบนทาง 2 แพร่ง ที่ดูว่าการเลือกทางใดทางหนึ่ง มีความอึดอัดไม่น้อย 

มองทาง 2 แพร่ง อำนาจ หรือ อุดมการณ์ ของ 'ก้าวไกล' หลังการปะทะคารมเดือด

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ได้เปิดประเด็นพูดคุย กับ รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง  กับ 
นายภูวกร ศรีเนียน อดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่
 ในหัวข้อ อำนาจ vs อุดมการณ์ทาง 2 แพร่ง “ก้าวไกล”

มองทาง 2 แพร่ง อำนาจ หรือ อุดมการณ์ ของ 'ก้าวไกล' หลังการปะทะคารมเดือด

รศ.สุขุม นวลสกุล มองว่า หลายคนที่เป็นแฟนคลับ อาจจะเป็นห่วง ด้วยคำพูดที่ปะทะกัน เชื่อว่าตอนนี้คุยกันรู้เรื่องแล้ว คนที่สวนกันแรงแบบนี้ แล้วยังจับมือกันได้ ถือว่าเป็นคนใจถึงด้วยกันทั้งคู่ ไม่ว่าจะแคลงใจอะไรกันแล้วแต่ แต่การเลือกตั้งจะผ่านไปได้อย่างราบรื่น ส่วนหลังเลือกตั้งก็อีกเรื่องหนึ่ง ตัวเลขหลังการเลือกตั้ง จะบอกว่าฝ่ายไหนถูกต้อง ถ้าตัวเลขมากกว่า 80 ที่นั่ง ฝ่ายที่นำพรรคก้าวไกลตอนนี้คือฝ่ายถูก ถ้าต่ำกว่าที่ผ่านมา อ.ปิยบุตร ก็เป็นฝ่ายถูกต้อง ตอนนี้ก็ปล่อยให้คนรันพรรคทำหน้าที่ไปก่อน เพราะมาเปลี่ยนแปลงอะไรตอนนี้ไม่ทันแล้ว 

มองทาง 2 แพร่ง อำนาจ หรือ อุดมการณ์ ของ 'ก้าวไกล' หลังการปะทะคารมเดือด
นายภูวกร ศรีเนียน อดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ มองว่า หากคนภายนอกมองก็เป็นเรื่องน่าตกใจ ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก หากเปลี่ยนเทียบ ก็เหมือนคนเล่นฟุตบอล ต่างฝ่ายก็มุ่งมั่นที่จะเอาชนะด้วยกัน แต่บางจังหวะแค่เล่นไม่เข้าขากันเท่านั้นเอง แล้วมันก็เหมือนสมัยเป็นหนุ่ม ๆ พอกระทบกระทั่งกันบ่อย ๆ เข้า ก็ขอสักที ฟาดปากกันหน่อย การออกมาพูดในที่สาธารณะดัง ๆของทั้ง 2 ฝ่าย มีทั้งดีและเสีย ข้อดีคือให้คนเห็นเลย ไม่ต้องอึมครึม เป็นเรื่องมางความคิดเท่านั้น

แต่ที่เห็นคือไม่ได้ผลประโยชน์อะไรซ้อนอยู่ เป็นความคิดที่จะไปข้างหน้า ที่อาจจะแตกต่าง มันไม่ใช่ความขัดแย้ง การออกมาพูดในที่สาธารณะของทั้ง 2 ฝ่าย มีทั้งดีและไม่ดี คนจะได้ไม่ต้องสงสัย จะได้ทราบว่าคิดอะไรกันอยู่ ในเรื่องการใช้คำแรง ๆ ต่อกัน เขามองว่า เพราะเป็นด้วยความเป็นโลกออนไลน์ ไม่เก็บอะไรไว้ พูดออกมาตรงๆ 
 

affaliate-2

มองทาง 2 แพร่ง อำนาจ หรือ อุดมการณ์ ของ 'ก้าวไกล' หลังการปะทะคารมเดือด
ความท้าทายของก้าวไกล บนทาง 2 แพร่ง   อ.สุขุม มองว่า ในฐานะพรรคการเมือง การที่พลิกความคาดมหมาย ได้เสียงออกมาดี การอภิปรายที่ทำได้ดีมาตลอด เขาก็มองว่า เขามีบทบาทและกำลังขยายตัวขึ้น และมองว่ามีกำลังมากขึ้นที่จะมีส่วนในการบริหารบ้านเมือง  แต่ก็อยากจะฝากว่า พรรคการเมืองมี 2 ส่วน ส่วนหนึ่งมีทั้งบทบาทฝ่ายค้าน และรัฐบาล เป็นนักการเมืองไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลเสมอไป แต่ใช้บทบาทที่มีเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ  เพราะการเป็นรัฐบาลต้องทำตามกฎหมายต่าง ๆ พยายามขายความคิดที่มี เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง  ในมุมมองจากการขัดแย้งที่เกิดขึ้น คนนำพรรคปัจจุบัน มองว่ามีความเป็นไปได้ ที่จะมีโอกาสได้ร่วมเป็นฝ่ายบริหาร  การลดเพดาน ก็ทำให้พรรคก้าวไกล ก็เหมือนพรรคอื่น 


นายภูวกร นับตั้งแต่แรกก็ให้ความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงความคิดคน เป็นใจความสำคัญ การมีส.ส.ในสภา ได้ก็ดี ได้น้อยก็ไม่ว่า จนเปิดตัวพรรคอนาคตใหม่ ความคิดก็เริ่มเปลี่ยน จุดเปลี่ยนสำคัญ ตอนแรกมีกลุ่มคนที่มีแนวคิดคล้ายกันมากๆ พอคนมากขึ้น ความหลากหลายเกิดขึ้น แนวทางก็เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงจากที่เริ่มต้นไว้ แม้แต่คนทำงานในพรรค ที่วางงานไว้ก็ไม่ได้หวังที่จะได้ส.ส.ถึง 80 คน ความสำเร็จที่ตั้งรับไม่ทัน

แม้แต่ความคิดในพรรค สื่อมวลชน ลงความเห็นกันว่า ได้สัก 15 ที่นั่งสาหรับอนาคตใหม่ ก็ถือว่าแล้ว และในเวลานั้นถ้าจำกันได้ มีข่าวจะเลื่อนการเลือกตั้ง ซึ่งยังคุยกันว่า ถ้าเลื่อนเลือกตั้ง ก็ดีกับอนาคตใหม่ เพราะฐานเสียงต่างๆยังไม่สมบูรณ์ ภาพที่เห็นว่า ก้าวไกลดูเปลี่ยนไป เพราะมันมีการเรียนรู้จากการเดินไปเรื่อย ๆ และสถานการณ์ ปัจจัย ที่เข้ามา 


ในสายตาของ นายภูวกร มองว่า สถานการณ์ของก้าวไกลอยู่บนทางสองแพร่ง ๆ ทั้ง 2 ข้าง ยกตัวอย่าง เลือกตั้ง อบจ. ในช่วงกระแสกำลังมา ขนาดในชนบทไกล ๆ ยังรู้จัก แต่พอลงคะแนนจริง ไม่ได้สักที่ จนมาเลือกตั้งเทศบาล พอได้บ้าง ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากการบริหาร ที่อาจสามารถภูมิใจกันมาก 

ท่าทีพร้อมร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย อ.สุขุม มองว่า เขาพร้อมที่จะเข้าไปมีส่วนกับการบริหาร ในฐานะคนดูก็มองเป็น 2 ปีก ฝ่ายที่ต้องการเปลี่ยนแปลง คือ เพื่อไทย ถ้าคะแนนไม่แลนด์สไลด์ พรรคแรกที่คนคาดหวังว่าจะต้องเจรจาจับมือคือ ก้าวไกล แต่ถ้ามีดีลลับเกิดขึ้น ที่จับมือกับพลังประชารัฐ คงจะมีปัญหากับแฟนคลับ 

ภูวกร มองว่า ถ้าเกิดมีเรื่องดีลลับจริง ก็คงตอบสังคมยาก ส่วนถ้ามีแนวโน้มได้ร่วมรัฐบาล แนวคิดอาจจะเปลี่ยนไป ทำให้อ.ปิยบุตร มองว่าควรจะยึดอุดมการณ์ ตามจุดเริ่มต้นในปี 2561 

มองทาง 2 แพร่ง อำนาจ หรือ อุดมการณ์ ของ 'ก้าวไกล' หลังการปะทะคารมเดือด

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนอยากให้มีการปรับความเข้าใจ ก่อนจะมีภาพจับมือกัน ทั้ง 2 คนได้ปิดห้องคุยปรับความเข้าใจกัน 


อุดมการณ์ก็ต้องการอำนาจรัฐอยู่แล้ว เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ ไม่ได้ทำงานการเมืองเพื่อขอแบ่งอำนาจรัฐเท่านั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าการจะผลักดันนโยบายให้สำเร็จต้องมีอำนาจฝ่ายบริหาร ส่วนที่มองว่าต้องลดเพดานเพื่อให้ทำงานกับพรรคอื่นได้ ก็ต้องจัดลำดับความสำคัญในแต่ละช่วงเวลา ไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง