ภายใน 7 ปี ‘รถเมล์’ ในกทม.จะเป็น ‘รถ EV’ ทั้งหมด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546717

12 เม.ย. 2566

ภายใน 7 ปี 'รถเมล์' ในกทม.จะเป็น 'รถ EV' ทั้งหมด

สภากทม. ผ่านข้อบัญญัติ วาระแรก เปลี่ยน ‘รถเมล์’ ในกทม.เป็น ‘รถ EV’ ทั้งหมดภายใน 7 ปี เปิดประตูบานแรกสู่การพัฒนาท้องถิ่น

ก้าวไกล ขอใช้อำนาจท้องถิ่นปกป้องชีวิตคนเมือง ด้วยการเสนอร่างกฎหมายรถเมล์อนาคต ซึ่งผ่านสภากทม. วาระ 1 ด้วยคะแนนเสียง 33-3 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคน กทม. ลดฝุ่น ลดโลกร้อน ได้รถเมล์ดีมีคุณภาพ เช่นที่อดีตผู้ว่า ฯพิจิตร รัตกุล เคยสั่งห้ามรถเมล์ที่ก่อมลพิษเกินค่ามาตรฐานเข้ามาวิ่งในกรุงเทพฯ

ข้อบัญญัติรถเมล์อนาคต หลังจากที่ผ่านวาระ 1 รับหลักการในวันนี้แล้ว คาดว่าจะผ่านวาระ 3 ได้ในสมัยประชุมหน้า ต้นเดือนกรกฎาคม 2566 ที่จะถึงนี้ พุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก.เขตยานนาวา พรรคก้าวไกล ที่ผลักดันข้อบัญญัติรถเมล์อนาคต เปิดเผยว่าเนื้อหาสำคัญของกฎหมาย รถเมล์อนาคต คือการเปลี่ยนรถเมล์สันดาป เป็นรถเมล์ไฟฟ้า (รถ EV bus) ภายใน 7 ปี

กลไกของข้อบัญญัตินี้ ไม่ได้บังคับผู้ประกอบการเดินรถโดยตรง แต่เป็นการบอกว่า เฉพาะรถเมล์ไฟฟ้าเท่านั้นที่สามารถเดินทางได้ภายในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา กทม. จะมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 1 ปี ถ้าพ้นจาก 1 ปีไปแล้ว นอกจากรถเมล์ที่ยังมีสัมปทานเดินรถ รถเมล์ไฟฟ้าเท่านั้นที่จะสามารถเดินทางสัญจรได้ในพื้นที่ กทม.

ส่วนรถเมล์ที่มีสัมปทานเดินรถเดิม ก็จะทยอยหมดอายุสัมปทาน ซึ่งอายุสัมปทานนานที่สุดที่มีการต่อคือ 7 ปี นั่นหมายความว่าภายใน 7 ปี รถเมล์ทั้งหมดที่วิ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ จะเป็นรถ EV ทั้งหมด

พุทธิพัชร์ยืนยันว่าข้อบัญญัติที่สภา กทม. ทำไม่ใช่การจำกัดสิทธิเสรีภาพของเอกชน แต่เป็นการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยืนยันว่าเราไม่อนุญาตให้รถที่ไม่ผ่านมาตรฐานเดินทางเข้ามาในพื้นที่ กทม.

หลังจากที่ข้อบัญญัติ รถเมล์อนาคต ผ่านแล้ว พรรคก้าวไกลเราจะเดินหน้าต่อในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นการยื่นร่างแก้ไขข้อบัญญัติควบคุมอาคาร ที่จะมีข้อกำหนดเรื่องการควบคุมการปล่อยความร้อนและพื้นที่สีเขียว หลังจากนั้นเราจะเดินหน้าต่อเรื่องการลดการปล่อยฝุ่นควัน PM2.5 จากแหล่งอื่นๆปัญหาสิ่งแวดล้อมของคนกรุงเทพฯ เป็นปัญหาที่เรารอไม่ได้

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้แสดงความเห็นต่อความสำเร็จของพรรคก้าวไกลในสภากรุงเทพฯ ว่า กฎหมายรถเมล์อนาคตผ่านสภากรุงเทพเป็นการเปิดมิติใหม่ในการพัฒนาเมือง กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์ของการพัฒนาท้องถิ่น เป็นการเปิดประตูบานใหม่ เป็นการเพิ่มเครื่องมือในการพัฒนาเมืองให้กับท้องถิ่น

“นี่คือการพิสูจน์แนวทางการทำงานของพรรคก้าวไกล ว่าเป็นไปได้ และสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง” ธนาธรกล่าวทิ้งท้าย

‘เสธหิ’ ปฏิเสธสั่ง ‘ทหาร’ ลูกน้อง ข่มขู่ผู้นำท้องถิ่นพะเยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546713

12 เม.ย. 2566

'เสธหิ' ปฏิเสธสั่ง 'ทหาร' ลูกน้อง ข่มขู่ผู้นำท้องถิ่นพะเยา

‘เสธหิ’ ยอมรับไปพะเยาจริง แต่ไปคุยวางแผนหาเสียงผู้สมัคร รทสช. ไม่เกี่ยวข้อง ‘ทหาร’ ลูกน้องเสธ น. ข่มขู่ผู้นำท้องถิ่นคนของ ‘ธรรมนัส’

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. กรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ออกเปิดโปงมีบ้านใหญ่พะเยา เจ๊ ‘ล.’ สั่งลูกน้องทหารเสธ น. เสธนอกราชการคนดัง ข่มขู่กลุ่มผู้นำท้องถิ่น-ท้องที่ จะจัดการขั้นเด็ดขาดหากไม่ช่วยผู้สมัครรายหนึ่งในพื้นที่   

ล่าสุดนายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธหิ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้ที่ถูกโยงออกมาเปิดเผยว่า ตนไม่รู้หมายถึงใคร แต่ยืนยันตนไม่เกี่ยวข้อง 
 

โดยเมื่อวานนี้(11 เม.ย.) ตนได้เดินทางไปที่ จ.เชียงราย เพื่อเตรียมหาเสียง จากนั้นนั่งรถลงพื้นที่ไปที่ จ.พะเยา เพื่อไปพบกับผู้สมัคร สส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที ก่อนที่จะมีการดีเบต เมื่อจบดีเบตตนก็คุยกับผู้สมัครและไปที่บ้านของผู้สมัคร เพื่อพูดคุยวางแผนหาเสียงและข้อมูลต่างๆ กระทั่งเดินทางกลับ จ.เชียงราย อีกครั้ง 

เสธหิ ย้ำ ตนไม่มีเวลาไปไหน จะไปขู่ใครได้ แล้วใครจะไปกล้าขู่คนของท่านธรรมนัส เพราะตนก็เป็นเพื่อนท่าน ไม่เป็นไรก็ปล่อยให้ท่านว่าไป

‘สุดารัตน์’ ชูนโยบาย12 เดือน 12 Events ดันรายได้3 ล้านล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/534116

12 เม.ย. 2566

'สุดารัตน์' ชูนโยบาย12 เดือน 12 Events ดันรายได้3 ล้านล้าน

สุดารัตน์’ ห่วงใยพี่น้อง ลุยหมอชิต ส่งประชาชน กลับภูมิลำเนา ในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ชูการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสำคัญของไทย 12 เดือน 12 Events ทั่วไทย ดันรายได้ ชุมชน ท้องถิ่น จากการท่องเที่ยว เป็น 3 ล้านล้านๆต่อปี ตั้งเป้าคนเที่ยวไทย 60 ล้านคน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯหรือหมอชิต เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและส่ง ผู้โดยสายกลับภูมิลำเนาเนื่องในโอกาสวันสงกรานต์

'สุดารัตน์' ชูนโยบาย12 เดือน 12 Events ดันรายได้3 ล้านล้าน

ซึ่งพี่น้องประชาชน ต่างปลื้มใจที่จะได้มีโอกาส กลับไปหาครอบครัวอันเป็นที่รัก หลายคนได้หอบหิ้วของกินของฝากของใช้ กลับไปฝากครอบครัวที่อยู่ยังต่างจังหวัด

คุณหญิงสุดารัตน์ ขอให้พี่น้องประชาชน เตรียมตัวเดินทางล่วงหน้า 2-3 ชั่วโมง และเพื่อป้องกันมิจฉาชีพขอให้ซื้อตั๋ว จากช่องจำหน่ายตั๋ว ภายในสถานีขนส่งเท่านั้น

'สุดารัตน์' ชูนโยบาย12 เดือน 12 Events ดันรายได้3 ล้านล้าน

และขอให้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางให้ครบถ้วน เช่นเวลารถออก จุดจอดรถ และเส้นทางการเดินทาง และที่สำคัญขอส่งเสียงไปยัง ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรถร่วมที่มาให้บริการขอให้ติดป้ายแสดงราคา หน้าช่องจำหน่ายตั๋วให้ชัดเจน ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา ในช่วงที่พี่น้องจำเป็นต้องเดินทาง

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเป็นโอกาสที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยชี้ว่า เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้เงินจะสะพัด กว่า 125,203 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.3% เทียบกับปี 2565 ที่ใช้จ่าย 106,772 ล้านบาท แต่ลดลง 7.8% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤตโควิด ที่มูลค่าสูงสุด กว่า 135,837 ล้านบาท 

จากข้อมูลยังพบว่า 72.8% วางแผนไปเที่ยวและทำกิจกรรมในจังหวัดที่ตนเองอยู่ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับท่องเที่ยวในประเทศคนละ 7,091 บาท และคนไปต่างประเทศคนละ 45,681 บาท

'สุดารัตน์' ชูนโยบาย12 เดือน 12 Events ดันรายได้3 ล้านล้าน

ซึ่งการทางท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่ามีรายได้สะพัดมากกว่า 18,530 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดในประเทศ 13,500 ล้านบาท และรายได้จากต่างประเทศ 5,030 ล้านบาท

 ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี2566 มีจำนวน 305,000 คน ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา ชื่นชมกับประเพณีของไทยกว่า 522,357 คน ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2566 ประมาณ 5,030 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2562ก่อนเกิดโควิดซึ่ง มีรายได้ประมาณ 8,321 ล้านบาท.

คุณหญิงสุดารัตน์ เห็นว่าการท่องเที่ยว ยังไม่กลับมา อย่างเต็มรูปแบบ เหมือนกับช่วงที่ก่อนจะเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19

ดังนั้นไทยสร้างไทย จะเข้ามาสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศไทย จำเป็นต้องสร้างเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนการสร้างรายได้ พรรคไทยสร้างไทยจึงตั้งเป้า ในการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยวเมืองรองและการท่องเที่ยวในชุมชนไทย 

พรรคไทยสร้างไทย มองว่าการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หนึ่งในสองตัวที่สำคัญของประเทศจะต้องเร่งยกระดับการท่องเที่ยวในส่วนรวมว่าจะต้องเป็น World Class Destination ยกระดับการท่องเที่ยวขึ้นมาให้ได้และ เพิ่มกิจกรรมต่างๆเช่นทำ 12 เดือน 12 อีเวนท์ กระจายทั่วทุกจังหวัด ทุกตำบล อำเภอ ลง ไปถึงหมู่บ้าน เพื่อกระจายรายได้ลงไปถึงฐานราก

เน้นใช้เรื่องความเป็นไทย Thainess Econony อัตลักษณ์ไทย ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ศาสนา ความเชื่อ สายมูต่างๆ

รวมทั้งสินค้าและบริการของไทย

นอกจากอีเวนท์ ไทยสร้างไทยจะทำให้หนึ่งไทยกลายเป็น

 Shopping Paradise เพื่อทำให้ท้องถิ่นนั้นได้รายได้มากขึ้น โดยรัฐบาลไทยสร้างไทยจะเข้าไปส่งเสริมเรื่องการแปรรูป สินค้าเกษตรและสินค้าพื้นเมืองพร้อมทั้งช่วยดีไซน์ผลิตภัณฑ์และ packaging รวมทั้งการหาตลาดด้วยแพลตฟอร์มที่ไทยสร้างไทยจะดำเนินการ 

ซึ่งแผนการสร้างรายได้ส่วนนี้ของพรรคไทยสร้างไทย ตั้งเป้า ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของไทยเพิ่มเป็น 3 ล้านล้านบาทต่อปี

กกต. สรุปยอดผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2.35 ล้านราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546703

12 เม.ย. 2566

กกต. สรุปยอดผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2.35 ล้านราย

กกต. สรุปยอดผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2,350,969 ราย น้อยกว่าปี 2562 ประมาณ 2.8 แสนราย ขณะที่ประเภทเลือกตั้งนอกเขตมากที่สุด

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปตัวเลขผู้ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งล่วงหน้า
ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม จนถึงวันที่ 9 เมษายน 2566 มียอดผู้ลงทะเบียน 2,350,969 ราย 

จำแนกประเภทของการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า (ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมบายน 2566 เวลา 20.30 นาฬิกา) ดังนี้
1. การลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,216,950 คน
– ลงทะเบียนทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 2,156,578 คน
– ลงทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ เขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น จำนวน 60,372 คน

2. การลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง จำนวน 18,880 คน
– ลงทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ เขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น จำนวน 18,880 คน
3. การลงทะบียนขอช้สิทธิเลือกตั้งนอกราซอาณาจักร จำนวน 115,139 คน
– ลงทะเบียนทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 109,442 คน
– ลงทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ เขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น จำนวน 5,697 คน

ทั้งนี้จำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในปี 2566 พบว่ามีน้อยกว่า ปี 2562 ที่ลงทะเบียน 2,632,935 ราย

โดยสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เว็บไซต์
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือ Facebook แฟนเพจ “สำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้ง” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1444

เลือกตั้งจังหวัด ‘ตาก’ ไม่ได้แข่งกันแค่พรรคเพื่อไทยกับพลังประชารัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546704

12 เม.ย. 2566

เลือกตั้งจังหวัด 'ตาก' ไม่ได้แข่งกันแค่พรรคเพื่อไทยกับพลังประชารัฐ

เลือกตั้งที่จังหวัด ‘ตาก’ ภูมิใจไทยมีสิทธิ ตอกเสาเข็ม เพื่อไทย – พลังประชารัฐ ระวังจะเสียใจ หากจ้องแต่จะห้ำหั่นกันเอง

ในแง่ของสมรภูมิการเมือง  ตาก คือฐานที่มั่นของพรรคประชาธิปัตย์มาช้านาน ผูกขาดโดยตระกูลดังอย่าง ไชยนันทน์ ก่อนเปลี่ยนผ่านสู่ บรรณวัฒน์ แม้จะเป็นจังหวัดเล็ก แต่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ เพราะเป็นเมืองชายแดน และเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนระหว่างไทยกับเมียนมา โดยเฉพาะที่ อ.แม่สอด 

กระทั่งการเลือกตั้งปี 62 ดินแดนแห่งนี้ถูกค่ายพลังประชารัฐทลายไป ยึดได้ถึง 2 เก้าอี้ เหลือเพียง ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีต รมว.อุตสาหกรรม และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ ฝ่าแรงต้านมาได้แค่เขตเดียว

การเลือกตั้ง 66 เมืองตาก ยังคงไว้ที่ 3 เขตเลือกตั้งเท่ากับปี 62 แต่ที่ต้องโฟกัสชนิดตาห้ามพระพริบ คือ เขต 2 ของ ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ที่ประกาศเว้นวรรคการเมืองรอบนี้ หลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวเตรียมย้ายค่าย เปลี่ยนสีเสื้อ จากประชาธิปัตย์ ไปร่วมงานกับ พรรคลุงตู่ แต่สุดท้ายหยุดอยู่ที่เว้นวรรค

พื้นที่นี้จึงน่าสนใจ เพราะเมื่อแชมป์เก่าถอนตัวลงสนาม แต่ประชาธิปัตย์ยังมองว่าเป็นฐานที่มั่นอันแข็งแกร่ง จึงส่ง ถนอมจิต แสงงาม คนรุ่นใหม่ มาลงสนามเพื่อป้องกันเข็มขัดแชมป์ ซึ่งเหลือเพียงเขตเดียว

ส่วนผู้ลงชิงชัยที่เตรียมเข้าห้ำหั่น จนสปอตไลต์การเมืองต้องฉายจับ คือ เทอดเกียรติ ชินสรนันท์ อดีตนายกเทศมนตรีนครแม่สอด ซึ่งลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย และ ชิงชัย ก่อประภากิจ อดีตนายก อบจ. และอดีต ส.ว. ตาก ที่สวมเสื้อพลังประชารัฐ เข้าประจำการ

คู่นี้นับว่าสูสีคู่คี่เบียดกันมา แถมมีความโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผลงานที่ฝากเอาไว้สมัยเป็นนักการเมืองท้องถิ่น จนทำให้เป็นที่รู้จักของชาวบ้าน จึงต้องมาดูกันว่าในการเลือกตั้ง 66 จะดุเด็ดเผ็ดร้อนขนาดไหน เพราะต่างฝ่ายต่างได้รับมอบหมายภารกิจ แลนด์สไลด์ยกจังหวัด

ขณะเดียวกัน ทั้ง 3 พรรคก็ห้ามประมาท เพราะยังมีตัวสอดแทรกจากค่ายสีน้ำเงิน
ซึ่งส่ง ทีฆะพล ทวีเกื้อกูลกิจ อดีตรองนายก อบจ. ตาก ลูกชาย ณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ นายก อบจ.ตาก มาขอเบียดเก้าอี้ในสนามการเมืองระดับชาติ โดยหากพรรคที่เหลือตัดคะแนนกันเอง โอกาสที่พรรคภูมิใจไทยจะเข้าป้าย ตอกเสาเข็ม ก็มีเหมือนกัน

เพื่อไทย รับปาก ‘ชาวประมง’ ‘สมุทรสงคราม’ แก้ปัญหา IUU

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546698

12 เม.ย. 2566

เพื่อไทย รับปาก 'ชาวประมง' 'สมุทรสงคราม' แก้ปัญหา IUU

เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย รับปาก ‘ชาวประมง’ ‘สมุทรสงคราม’ แก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย ทวงคืนศักดิ์ศรีประมงไทย


เจ้าอาวาสวัดบ้านแหลมได้อวยพรให้นายเศรษฐา ทวีสิน  นายพานทองแท้ ชินวัตร และผู้สมัครสส.ของพรรคเพื่อไทย สำเร็จบรรลุผลที่มุ่งมาดปรารถนา ตามกุศลเจตนาที่จะทำเพื่อประเทศชาติ ในโอกาส เข้าสักการะ ขอพร ระหว่างลงพื้นที่ ช่วยผู้สมัคร สส. สมุทรสงคราม หาเสียงเลือกตั้ง

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย  นายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ปรึกษาศูนย์ปฎิบัติการเลือกตั้งส.ส.พรรคเพื่อไทยไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสงคราม พร้อมสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเทศกาลสงกรานต์

จากนั้นได้เดินพบปะพ่อค้าแม่ค้า และพี่น้องประชาชนในตลาดมหาชัย โดยนายเศรษฐา ได้ฝากพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสงครามเลือก สส.เขตเบอร์ 3 ทั้งจังหวัด และเลือกพรรคเพื่อไทยเบอร์ 29 ทั้งจังหวัด

ตัวแทนกลุ่มสมาคมการประมงสมุทรสงคราม  ขอให้พรรคเพื่อไทยช่วยชาวประมงในการทำมาหากินด้วย เพราะขณะนี้ผลจากการที่รัฐบาลไปเข้า IUU โดยไม่พิจารณาบริบทของประเทศ ส่งผลให้ประมงไทยสูญเสียรายได้หลายแสนล้านบาท เรือประมงขนาดเล็กของชาวบ้านไม่สามารถออกไปจับปลาได้ ทั้งรัฐบาลยังไปเขียนกฎหมายเกินกว่าที่ไอยูยูกำหนดอีก จากเรือที่เคยมีกว่า 1,000 ลำ เวันนี้หลือเพียงร้อยกว่าลำ

และเห็นว่าประเทศไทยยังมีทางออกสำหรับเรื่องนี้ ด้วยยการแก้กฎหมายที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปเซ็นรับมา ให้สอดรับกับบริบทของท้องถิ่นและประเทศ ไม่ให้เสียเปรียบเกินไป นอกจากนี้ ขอฝากรัฐบาลเรื่องกองทุนสำหรับพี่น้องชาวประมงด้วย เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านเดินเข้าธนาคาร แต่ธนาคารไม่ให้กู้ จึงอยากให้มีการช่วยเหลือตรงนี้ และอยากให้พรรคเพื่อไทยส่งทีมเศรษฐกิจของพรรคมานั่งคุยอย่างจริงจัง

แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า รัฐบาลที่ผ่านมาแก้ปัญหาแบบมักง่าย ไม่ได้เข้าใจถึงเศรษฐกิจชุมชน หากเราได้รับความไว้วางใจเข้ามาเป็นรัฐบาลเราจะเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นลำดับแรก เพราะประมงภาคตะวันออกก็ประสบปัญหานี่เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เข้าใจว่าตลาดอียูใหญ่ แต่เราก็ต้องดำรงศักดิ์ศรีของประมงพื้นบ้านเราไว้

‘ชวน หลีกภัย’ ช่วยหาเสียง ให้ผู้สมัคร สส. ‘เพชรบุรี’ พรรคประชาธิปัตย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546694

12 เม.ย. 2566

'ชวน หลีกภัย' ช่วยหาเสียง ให้ผู้สมัคร สส. 'เพชรบุรี' พรรคประชาธิปัตย์

‘เพชรบุรี’ แข่งเดือด เลือกตั้ง 66 ต้องใช้บริการ อดีตประธานรัฐสภา ‘ชวน หลีกภัย’ ไปช่วยหาเสียง ฟื้นความหลัง ตั้งเป้าปราบโกง

อดีตประธานรัฐสภาและอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมสรงน้ำพระและรับพรจากพระครูวาทีวรวัฒน์เจ้าอาวาส วัดมหาธาตุวรวิหาร เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดเพชรบุรี ขอประชาชนเลือก อลงกรณ์ พลบุตร เขต1  กัมพล สุภาแพ่ง เขต 2 และ อภิชาติ สุภาแพ่ง เขต 3 เบอร์7  อดีต สส.เพชรบุรีทั้ง3เขตและพรรคประชาธิปัตย์เบอร์26 เพื่อแก้ปัญหาคอรัปชั่น 

นาย ชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา ขึ้นรถแห่พร้อมด้วยนายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครเขต1 นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ผู้สมัครเขต3 นายอรรถพร พลบุตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อและทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ตระเวนในตลาดเทศบาลเมืองเพชรบุรีมีประชาขนให้การต้อนรับมอบดอกไม้พวงมาลัยผลไม้ข้าวแช่ขนมหวานเมืองเพขรเป็นกำลังใจตลอดเส้นทาง

ชวน หลีกภัย ช่วยผู้สมัคร สส.เพชรบุรี หาเสียงเลือกตั้งชวน หลีกภัย ช่วยผู้สมัคร สส.เพชรบุรี หาเสียงเลือกตั้ง

นายชวนปราศรัยมีเนื้อหาว่าสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรกพร้อมกับนายอลงกรณ์ พลบุตรได้รับเลือกเป็น สส.เพชรบุรีพรรคประชาธิปัตย์ครั้งแรกได้ส่งเสริมจังหวัดเพชรบุรีเป็นเขตส่งเสริมการลงทุนพิเศษเขต3ทำให้มีการลงทุนมีการสร้างงานสร้างอาชีพเกิดขึ้นอยากมากในเพชรบุรีตลอดจนการสร้างสะพานข้ามปากอ่าวบางตะบูนเกิดถนนคลองโคน-ชะอำเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางและการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลเพชรบุรีช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ

นับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงวันนี้นอกจากนี้ยังช่วยเด็กไทยนับล้านคนให้มีโอกาสทางการศึกษาด้วยกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ริเริ่มในจำนวนนี้มีลูกหลานเพชรบุรีกว่า3 หมื่นคนด้วยรวมทั้งการที่ตนได้ริเริ่มดำเนินการให้มีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเด็กนักเรียนได้ดื่มนมและมีอาหารกลางวันรับประทาน

อดีตประธานรัฐสภาแสดงความห่วงใยต่อปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีคนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง แต่จริงๆกลับเป็นยุคโกงปราบรัฐธรรมนูญ ซึ่งประชาชนร่วมแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นได้โดยสนับสนุนนักการเมืองที่สุจริตมีความซื่อสัตย์จึงขอให้ช่วยเลือกผู้สมัคร สส.และพรรคประชาธิปัตย์

‘ธรรมนัส’ แฉ บ้านใหญ่พะเยา เจ๊ ‘ล.’ ใช้ทหารขู่จัดการกลุ่ม ‘ผู้นำท้องถิ่น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546695

12 เม.ย. 2566

'ธรรมนัส' แฉ บ้านใหญ่พะเยา เจ๊ 'ล.' ใช้ทหารขู่จัดการกลุ่ม 'ผู้นำท้องถิ่น'

‘ธรรมนัส’ แฉ บ้านใหญ่พะเยา เจ๊ ‘ล.’ สั่งลูกน้องทหารเสธ น. ข่มขู่กลุ่มผู้นำท้องถิ่น-ท้องที่ เผยเตรียมส่งข้อมูลแจ้งต้นสังกัด

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร สส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐและประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ เปิดเผย มีบ้านใหญ่เจ๊ ล. ขาใหญ่อำเภอปง พะเยา ใช้อาวุธปืนข่มขู่ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ โดยได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า   

หลังจากที่ผมใช้เวลาเดินทางปราศรัยช่วยผู้สมัครหลายๆจังหวัดติดต่อกัน เริ่มจากใต้สุดแดนสยามที่อำเภอสุไหงโกลก จ.นราธิวาส กลับมาเหนือสุดที่เชียงราย,เชียงใหม่ ,พิจิตร ,กำแพงเพชร ,ลำปาง ,แพร่ , สุโขทัย , ตาก , สมุทรสาคร , ปทุมธานีและนครปฐม

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเล่าต่อว่า เมื่อวานรีบขึ้นเหนือ ผมนัดหมายกับพี่น้องชาติพันธุ์ที่หมู่บ้านอายิโกะ ต.ศรีถ้อย อ. แม่สรวย จ.เชียงราย แต่ไปไม่ไหวเพราะมีอาการปวดหัวตัวร้อนต้องรีบไปหาหมอที่ รพ.ทันที หมอให้พัก 5 วันครับ เพราะร่างกายอ่อนแอ หักโหมหลายวัน ก็ตั้งใจจะปิดมือถือ เพื่อพักผ่อนตามคำแนะนำคุณหมอ

“แต่คงพักไม่ได้แล้วครับ เพราะมีผู้นำทั้งท้องถิ่น ท้องที่ ตั้งแต่ ส.อบจ. นายก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน( ในพื้นที่ เขต 3) มารอพบที่บ้านผู้นำทั้งหลาย เกิดความวิตกกังวลในความปลอดภัย หลังที่ถูกเรียกเข้าไปบ้านใหญ่เจ๊ ล. ขาใหญ่อำเภอปง พะเยา ซึ่งเป็นพี่สาว ผู้สมัคร สส. พะเยา เขต 3 ของพรรคหนึ่ง ที่ตอนนี้ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลกร่าง

ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ เล่าให้ฟังว่า พอไปถึงบ้านเจ๊ ล. ก็มีกองกำลังทหารเกือบ 1 หมวด พกอาวุธ(ปืนสั้น)  ภายใต้การควบคุมของเสธ น. (ลูกน้องเสธ นอกราชการคนดัง)และข่มขู่ว่าจะจัดการกับผู้นำขั้นเด็ดขาดหากไม่ช่วยผู้สมัครรายนี้ จะเริ่มปฏิบัติการโดยใช้กองกำลังทหารค้นบ้านผู้นำทุกรายที่เห็นต่าง”

ฉะนั้นพี่น้องทหารทั้งหลายรีบกลับกรมกองต้นสั่งกัดด่วน ก่อนที่อนาคตรับราชการจะหมดไป ผมมีรายชื่อและต้นสังกัดของพวกท่านหมดแล้ว วันนี้ผมสั่งให้แนวร่วมภาคประชาชนเก็บข้อมูลหลักฐาน เพื่อผมจะทำรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาของท่านลำดับชั้นต่อไป

ผมให้โอกาสพี่น้องทหารทั้งหลายนะครับแต่หากไม่เชื่อคำแนะนำผมก็อย่ามาโทษกันภายหลังครับ

“พวกเราคนพะเยา จะไม่ยอมให้ไอ้อีผู้ใดชักศึกเข้าบ้าน”

ที่มา : ธรรมนัส พรหมเผ่า

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

‘นายกฯ’ ปลื้ม ศก.ไทยขยายตัว เงินเฟ้อลดลง ห่วงสถานการณ์โลกควบคุมยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546689

12 เม.ย. 2566

'นายกฯ' ปลื้ม ศก.ไทยขยายตัว เงินเฟ้อลดลง ห่วงสถานการณ์โลกควบคุมยาก

‘นายกฯ’ เผยเศรษฐกิจไทยขยายตัว เงินเฟ้อลดลงเหลือ 2.9% นักท่องเที่ยว-นักลงทุนเพิ่มขึ้น แต่ยังห่วงสถานการณ์โลกควบคุมยาก

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. เฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศไทยล่าสุด หลังเมื่อวานนี้(11 เม.ย.)ได้รับรายงานจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ระบุว่า 

” ได้ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการประเมินทิศทางและแนวโน้มเศรษฐกิจของไทย รวมทั้งของโลก จากองค์กรทางเศรษฐกิจชั้นนำ ที่ทั่วโลกให้ความเชื่อถือ อาทิ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจของญี่ปุ่น (Japan Center for Economic Research : JCER) เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาปรับแผน ลดความเสี่ยง และเสริมศักยภาพในการหารายได้เข้าประเทศ อีกทั้งกระจายรายได้สู่ทุกภูมิภาคของประเทศ สามารถสรุปภาพรวมได้ ดังนี้

1. เศรษฐกิจของไทย : จะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.6 ในปี 2565 เป็นร้อยละ 3.3 ในปี 2566 และขยายตัวต่อเนื่องเป็นร้อยละ 3.7 ในปี 2567

2. อัตราเงินเฟ้อของไทย : จะลดลงจากร้อยละ 6.1 ในปี 2565 เป็นร้อยละ 2.9 ในปี 2566 และลดลงเหลือร้อยละ 2.3 ในปี 2567 โดยเมื่อเทียบอัตราเงินเฟ้อของไทยกับทั่วโลก พบว่าอยู่ในอันดับที่ 20 จาก 134 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งต่ำเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน (ข้อมูล ณ 29 มี.ค.66)

3. ปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม ได้แก่
(1) การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว โดยช่วง ม.ค.-มี.ค.66 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าไทยแล้ว 5.57 ล้านคน สร้างรายได้และเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 215,052 ล้านบาท และคาดว่าตลอดปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นรวม 27 ล้านคน
(2) ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ในหลายมาตรการ/นโยบายของรัฐบาล ทำให้เกิดการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การลงทุนกิจการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ และสถานีชาร์จ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 114,000 ล้านบาท
(3) ความสำเร็จจากการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย ครบรอบ 1 ปี ส่งเสริมให้เกิดมูลค่าการค้าระหว่างกันกว่า 323,113 ล้านบาท ในปี 2565 อีกทั้งซาอุดีอาระเบียสนใจและมีความพร้อม ที่จะลงทุนด้านพลังงานในพื้นที่ EEC สูงถึง 300,000 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดได้มีการลงนามขยายความร่วมมือ (MOU) และจับคู่เจรจาธุรกิจในด้านต่างๆ แล้ว มากกว่า 500 คู่ คาดว่าจะเกิดมูลค่าการค้าใหม่ 30,000 ล้านบาท และสร้างการลงทุนระหว่างกันมากกว่า 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2566 นี้

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยลบที่เราไม่อาจควบคุมได้ มาจาก (1) การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และประเทศส่วนใหญ่ในทวีปเอเชีย และ (2) ปัญหาสถาบันการเงินในสหรัฐฯ และยุโรป ที่จะเป็นแรงต้านการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ทั้งในทางตรงและทางอ้อม ซึ่งรัฐบาลจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และมีการปรับมาตรการ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป

โดยสิ่งหนึ่งซึ่งสำคัญมาก สะท้อนถึงการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในทิศทางที่ถูกต้อง คือ การรักษาเสถียรภาพและสร้างความเข้มแข็ง ให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภคของประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้จะเกิด “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ครั้งใหญ่ในโลก ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปด้านการคมนาคมขนส่ง ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยมีระบบการขนส่งดีที่สุด เป็นอันดับ 2 ในอาเซียน อ้างอิงจากดัชนี International Logistics Performance Index ของธนาคารโลก ที่ประเมินจากต้นทุน เวลาที่ใช้ และความน่าเชื่อถือในการขนส่ง ส่งเสริมให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการเชื่อมโยงการลงทุน การผลิต และแรงงาน โดยถือว่ามีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลาง แบบ One stop service ในระดับภูมิภาค รองรับการพัฒนาของไทย และของโลกในอนาคตได้ครับ”

บ้านใหญ่ ‘จุรีมาศ’ ขวางเพื่อไทย แลนด์สไลด์ ที่ ‘ร้อยเอ็ด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546690

12 เม.ย. 2566

บ้านใหญ่ 'จุรีมาศ' ขวางเพื่อไทย แลนด์สไลด์ ที่ 'ร้อยเอ็ด'

โจทย์หินเพื่อไทย ยากจะแลนด์สไลด์ ที่ ‘ร้อยเอ็ด’ กระแสอุ๊งอิ๊ง สู้ฐานการเมืองท้องถิ่นบ้านใหญ่ ‘จุรีมาศ’ เขต 1 ไม่ได้

เลือกตั้ง 66 เมืองร้อยเอ็ด  ทั้ง 8 เขต ถือว่าระอุทุกตารางนิ้ว หลัง อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ยกทัพครอบครัวเพื่อไทยเดินสายอ้อนขอคะแนนแลนด์สไลด์ 5 จังหวัดอีสาน เมื่อช่วงเดือนแห่งความรักที่ผ่านมา หวังเรียกเรตติ้งให้กับพรรค รวมถึงผู้สมัคร เก็บไว้เป็นทุนตอนเปิดหีบ

เพื่อไทยคาดหวังสูงว่าจะแลนด์สไลด์ โดยเฉพาะหลังจากนับหนึ่งคว้าชัยการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย.65 โดย คุณเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ เบอร์ 2 ในนามเพื่อไทย ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ทิ้งห่างเบอร์ 1 รัชนี พลซื่อ อดีตนายก อบจ. และเบอร์ 4 จุรีพร สินธุไพร นับแสนคะแนน โดย อุ๊งอิ๊ง โชว์ความขลัง ไปเปิดเวทีอ้อนขอคะแนนก่อนเลือกตั้ง

แต่ถ้าย้อนดูหน้าประวัติศาสตร์ เมืองโหวด ช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเกือบจะไม่มีพรรคใดสามารถยึดร้อยเอ็ดได้แบบเต็มร้อย แม้แต่ยุค ไทยรักไทย เรืองอำนาจ / มีเพียงการเลือกตั้งปี 54 ที่พรรคเพื่อไทยได้แลนด์สไลด์ และกวาดยกจังหวัด ส่วนในการเลือกตั้งปี 62 เพื่อไทยเกือบทำสำเร็จ ยกเว้น เขต 1 ฐานที่มั่นของอนุรักษ์ จุรีมาศ แห่งพรรคชาติพัฒนา

เลือกตั้งหนนี้ เพื่อไทยเตรียมส่งหน้าใหม่ชนกับบ้านใหญ่ตระกูล จุรีมาศ อดีต สส. 8 สมัย จากชาติไทยพัฒนา ดีกรีอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ กระทรวง พม.คนแรก หลังก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 ในสมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร อีกทั้ง ยังเป็นรัฐมนตรีอีกหลายกระทรวง เช่น กระทรวงวัฒนธรรม

ผู้ท้าชิงเขต 1 ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ สถาพร ว่องสัธนพงษ์ อดีตประธานสภา อบจ. 3 สมัย และอดีต ผู้สมัคร นายก อบจ. คณะก้าวหน้า ลูกชาย สานิต ว่องสัธนพงษ์ อดีต สส. พรรคเสรีธรรม คู่ปรับเก่า ที่เคยยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้เมื่อครั้งเลือกตั้งปี 2544 ก่อน อนุรักษ์ จะแก้มือล้างแค้นสำเร็จในการเลือกตั้งรอบต่อๆ มา

สถาพร ย้ายจากค่ายสีส้ม มาสวมเสื้อเพื่อไทย พร้อมกับภารกิจแลนด์สไลด์ แต่ถ้าพลิกดูผลเลือกตั้งปี 62 ระหว่าง อนุรักษ์ กับ สานิต ผู้พ่อ ที่สวมเสื้อพลังประชารัฐ ปรากฏว่า สานิต แพ้ไปแบบ หลุดลุ่ย  44,899 ต่อ 17,993 คะแนน ส่วนเพื่อไทยเวลานั้นส่ง วราวงษ์ พันธุ์ศิลา ได้ไป 24,000 คะแนน มาเป็นอันดับ 2

พื้นที่นี้ไม่ง่ายสำหรับเพื่อไทย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบ้านใหญ่ จุรีมาศ เพราะมีฐานเสียงสำคัญ คือ กลุ่มการเมืองระดับท้องถิ่น ขณะเดียวกันยังมีคู่แข่งน่าจับตา อย่าง ทนายโก้พงศ์กร ตั้งกิตต์ตระกูล ประธานสภาทนายความเมืองร้อยเอ็ดคนล่าสุด ที่เปลี่ยนจากพรรคเสรีรวมไทย มาสมัครในนาม พรรคลุงป้อม

นอกจากนี ยังมีพรรคภูมิใจไทยที่ส่ง ณรงค์ ประดับสุข มาตอกเสาเข็ม รวมถึงพรรคลุงตู่ส่งธนกฤต ชาติอนุลักษณ์ ทายาทเจ้าของห้างดังเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งเคยลงสมัครรอบที่แล้วในนามพรรคลุงกำนัน ลงแก้มือครั้งนี้ และก้าวไกล ส่ง เกียรติศักดิ์ ไคนุ่นกา คนรุ่นใหม่ ขอแชร์เก้าอี้  

ศึกชนช้าง เมืองร้อยเอ็ดโจทย์ของเพื่อไทย จะฝ่าไปสู่เป้าหมายแลนด์สไลด์ได้หรือไม่ เมื่อต้องเจอด่านหินอย่างบ้านใหญ่  จุรีมาศ