โอกาสสุดท้าย ‘กกต.’ยื่นฎีกา ‘ใบส้ม’ เชียงใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547159

20 เม.ย. 2566

โอกาสสุดท้าย 'กกต.'ยื่นฎีกา  'ใบส้ม' เชียงใหม่

‘กกต.’ ต้องจ่าย 63 ล้านบาท ให้สุรพล เกียรติไชยากร ชดเชยความล่าช้า ยื่นฎีกา กรณีแจก ‘ใบส้ม’ ผิดพลาด โอกาสสุดท้ายในวันนี้

20 เม.ย. 2566 เป็นวันครบกำหนดการขอขยายคำร้องฎีกาของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.  กรณีที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

กกต.ต้องจ่ายค่าเสียหาย ในการแจกใบส้มที่ผิดพลาดแก่นายสุรพล เกียรติไชยากร  ผู้สมัคร สส.เขต 8 จ.เชียงใหม่ เมื่อการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา

สมขัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เตือนความจำว่าว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นตัดสิน เมื่อ 20 เม.ย. 2565  ให้ กกต.ต้องจ่าย 70 ล้าน  โดย กกต. อุทธรณ์

ต่อมาศาลอุทธรณ์ ตัดสินเมื่อ 20 ธ.ค.  2565  ลดค่าเสียหายเหลือ 56.7 ล้าน รวมดอกเบี้ย เป็นเงินราว 62 ล้าน   กกต.สามารถฎีกาได้ภายใน 30 วัน วันนี้ จึงเป็นวันสุดท้าย คือ ครบกำหนดการขอขยายฎีกาครั้งที่ 3 ความผิดพลาดการแจกใบส้ม เลือกตั้งเชียงใหม่ ที่ผ่านมา ซึ่ง กกต.ไม่สามารถขอขยายได้อีกแล้ว

การขอขยายเวลาแต่ละเดือน จะมีดอกเบี้ยเดือนละ 300,000 บาท ดังนั้น การขอขยาย 3 เดือนจึงเป็นภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านบาท หรือกลายเป็น 63 ล้านบาท จากคำพิพากษา ซึ่งต้อง รอดูว่า กกต.จะยื่นฎีกา หรือไม่  หากยื่นคงใช้เวลาไม่นานที่ผลการพิพากษาจะออกมา 

แต่หากต้องชดใช้เงิน  สำนักงาน กกต. ต้องเป็นฝ่ายจ่ายเงินไปก่อน  แล้วกระทรวงการคลังจะเป็นฝ่ายตั้งกรรมการสอบหาผู้รับผิดทางละเมิดเพื่อหาผู้ต้องชดใช้ กรณี แจกใบส้ม เชียงใหม่ เมื่อการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา ให้แก่ราชการต่อไป

มาดามเดียร์ ลั่น’ประชาธิปัตย์’เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547150

19 เม.ย. 2566

มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ

องอาจ​ คล้ามไพบูลย์​ รองหัวหน้า​พรรค​ประชาธิปัต​ย์ ผนึก”มาดามเดียร์”​ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้​ “ชยิน​ พึ่งสาย” ผู้สมัคร สส. ​กทม​ เขตราษฎร์บูรณะ ​-​ ทุ่งครุ รับทราบถึงปัญหาน้ำเค็มหนุน จนกระทบภาคการเกษตร ระบุ”ประชาธิปัตย์”มีแผนแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ จี้รัฐใส่ใจค่าไฟ

ในการลงพื้นที่หาเสียงร่วมกับ นายองอาจ​ คล้ามไพบูลย์​ รองหัวหน้า​พรรค​ประชาธิปัต​ย์ เพื่อช่วย นายชยิน​ พึ่งสาย ผู้สมัคร สส. ​กทม.​ เขตราษฎร์บูรณะ ​-​ ทุ่งครุ หาเสียง  น.ส.วทันยา บุนนาค​ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง​ ระบุว่า  พรรค“ประชาธิปัตย์” มีแผนแม่บทอย่างชัดเจน ที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ ทั้งปัญหาน้ำแล้ง และปัญหาน้ำเค็มหนุน ที่สร้างผลกระทบให้กับเกษตรกรผู้ปลูกส้มในเขตคลองบางมด  กระทั่งต้องหันไปปลูกมะพร้าว

ที่เขตราษฎร์บูรณะ ​-​ ทุ่งครุ  กรุงเทพฯ  นายองอาจ​ คล้ามไพบูลย์​ รองหัวหน้า​พรรค​ประชาธิปัต​ย์ พร้อมด้วย น.ส.วทันยา บุนนาค​ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง​  ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้​ นายชยิน​ พึ่งสาย ผู้สมัคร สส. ​กทม​. เขตราษฎร์บูรณะ ​-​ ทุ่งครุ หมายเลข 7 พรรค“ประชาธิปัตย์ ”  โดยบรรยากาศขณะลงพื้นที่ตลาดใหม่ทุ่งครุ​ เป็นไปอย่างคึกคักมีแฟนคลับขอถ่ายภาพ​ร่วมกับคณะของพรรคประชาธิปัตย์  ทั้งนี้คณะของนายองอาจ และน.ส.วทันยา  พร้อมด้วยนายชยิน​   ได้ขึ้นขบวนรถแห่ ตามถนนพุทธบูชา ไปยังวัดพุทธบูชา​ เพื่อนั่งเรือจากวัดพุทธบูชาไปตามคลองบางมด​​ พบปะกับเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม​ รับทราบถึงปัญหาของพื้นที่

ทั้งนี้เดิมทีพื้นที่แห่งนี้แหล่งนี้เป็นแหล่งปลูกส้ม​(บางมด)​  ต่อมาได้รับผลกระทบจากการหนุนเข้ามาของน้ำเค็ม​ ไม่สามารถใช้ทางการเกษตร จึงต้องเปลี่ยนเป็นการปลูกมะพร้าว  ขณะเดียวกันคณะของพรรคประชาธิปัตย์ยังได้ล่องเรือไปเยี่ยมชมการรวมกลุ่ม ของชุมชนกลุ่มกำปงในดงปรือ​ และดารุลอิบาดะห์​ ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของคนในชุมชน​ แปรรูป​ผลิตภัณฑ์​จากนมแพะ​ 

น.ส.วทันยา​ กล่าวว่า  จากการลงพื้นที่ที่พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ ประสบกับปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ ทำให้ต้องเปลี่ยนอาชีพจากการปลูกส้มมาเป็นการปลูกมะพร้าวน้ำหอม  พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายการสร้าง”เดลต้าเวิร์ดไทยแลนด์”  เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งน้ำท่วมน้ำแล้ง​ ,น้ำเค็มหนุน  ส่วนนโยบายสำหรับชุมชน  พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะผลักดันโครงการธนาคารชุมชน หมู่บ้านละ 2 ล้านบาท มีเป้าหมาย
ให้คนไทยได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะวิสาหกิจชุมชนที่มีอัตลักษณ์  นำอัตลักษณ์ความเป็นไทย ภูมิปัญญาชาวบ้าน มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนหารายได้​ 


 น.ส.วทันยา​  กล่าวด้วยว่า  กรณีการแก้ไขปัญหาเรื่องค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น พรรคประชาธิปัตย์จะมีการแถลงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งแนวทางที่วางไว้จะเป็นการรื้อระบบโครงสร้างราคาพลังงาน  หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องค่า FT ซึ่งถือเป็นต้นทุนค่าพลังงานทำให้ประชาชนต้องแบกรับ​ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ขณะที่ราคาสินค้าต่าง ๆ​ ก็ต่างขยับตัวสูงขึ้น​ แต่รายได้ไม่ได้ขยับขึ้น  ขณะเดียวกันอยากเสนอไปยังรัฐบาล ที่ควรจะทบทวนเรื่องโครงสร้างราคาค่าพลังงานต่าง ๆ หรือสัญญา PPA ต่างๆ   ที่เคยทำและผูกพัน   เพราะในปัจจุบันอาจจะไม่ได้มีความต้องการ อีกต่อไปในอนาคต

“เรื่องเหล่านี้ล้วนแต่เป็นภาระของประชาชน อยากจะย้ำว่า​รัฐบาลมีส่วนในการช่วยเรื่องราคาต้นทุนค่าพลังงาน   เพราะภาระค่าไฟฟ้าหรือต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ไม่ได้เป็นปัญหาภาระที่เกิดขึ้นเฉพาะแค่ภาคธุรกิจ แต่ต้นทุนเหล่านี้ส่งผลต่อประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ” น.ส.วทันยา ระบุ 

มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ

องอาจ​ คล้ามไพบูลย์​ รองหัวหน้า​พรรค​ประชาธิปัต​ย์ พร้อมด้วย วทันยา บุนนาค​ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง​  ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้​ ชยิน​ พึ่งสาย ผู้สมัคร สส.​กทม. ​ เขตราษฎร์บูรณะ ​-​ ทุ่งครุ หมายเลข 7 พรรคประชาธิปัตย์

เลือกตั้ง66 ‘สุวัจน์’ ไม่หนักใจ พร้อม ‘สู้ตายคาบ้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547148

19 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 'สุวัจน์' ไม่หนักใจ พร้อม 'สู้ตายคาบ้าน'

‘สุวัจน์’ มองเลือกตั้งเมืองย่าโม สนุกสูสี ยืนยัน ไม่หนักใจ พร้อม ‘สู้ตายคาบ้าน’ ปัดตอบจับขั้วการเมือง หวั่นอาจนำไปสู่ความขัดแย้ง ขอรอดูผลหลัง เลือกตั้ง66 เพื่อการเมืองที่มีเสถียรภาพ- มีความชอบธรรม

เลือกตั้ง66 สู้ตายคาบ้าน

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวถึงการแข่งขันในพื้นที่จ.นครราชสีมาว่า เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของหลายพรรคการเมือง มีการแข่งขันที่เข้มข้น

หากเปรียบเป็นการแข่งขันกีฬาก็ถือว่าสนุกสูสี และยืนยันว่าไม่หนักใจต่อการแข่งขัน เพราะเหมือนเป็นการแข่งขันฟุตบอลในบ้านตัวเอง พร้อมสู้เต็มที่ พร้อมสู้ตายคาบ้านอยู่แล้ว

สำหรับการปราศรัยวันนี้ เพื่อมาบอกเล่าให้ประชาชนรู้ว่า เศรษฐกิจยุคทอง กับเศรษฐกิจยุคไม่ทองที่มีความทุกข์เป็นอย่างไร โดยพรรคชาติพัฒนากล้า จะทำให้เป็นเศษฐกิจยุคทอง เพราะมีนโยบายเฉพาะคนโคราชจริงๆ

ห่วงผู้สูงวัยสับสนบัตรเลือกตั้ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเปลี่ยนแปลงกติกาบัตรเลือกตั้ง ของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุวัจน์ ระบุว่า ถือว่าเป็นของใหม่ที่ต่างจากครั้งที่แล้ว ที่มี 2 บัตร 2 สี หรือ “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ” หวั่นจะทำให้เกิดความกังวลในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องสี เบอร์พรรค และเบอร์ของผู้สมัครก็ไม่ซ้ำกัน 

มวลชนจำนวนมาก ฟังการปราศรัยพรรคชาติพัฒนากล้า มวลชนจำนวนมาก ฟังการปราศรัยพรรคชาติพัฒนากล้า

มวลชนจำนวนมาก ฟังการปราศรัยพรรคชาติพัฒนากล้า มวลชนจำนวนมาก ฟังการปราศรัยพรรคชาติพัฒนากล้า

ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ฉะนั้นในวันนี้มองว่า กกต. ควรจะทุ่มเทวางแผนในการประชาสัมพันธ์ไม่ให้เกิดความสับสน ไม่เช่นนั้นจะส่งผลให้เกิดบัตรเสียเยอะ และจะทำให้เกิดการเลือกตั้งผิดเจตนารมณ์ 

บุคคลสำคัญที่นายสุวัจน์ กล่าวถึงทุกเวทีปราศรัยบุคคลสำคัญที่นายสุวัจน์ กล่าวถึงทุกเวทีปราศรัย

เลือกตั้ง66  สุวัจน์  ไม่หนักใจ พร้อม สู้ตายคาบ้านเลือกตั้ง66 สุวัจน์ ไม่หนักใจ พร้อม สู้ตายคาบ้าน

วิธีที่ดีที่สุด กกต.ต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้มาก ซึ่งทางพรรคชาติพัฒนากล้า ก็ช่วยประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่ ทุกครั้งที่ขึ้นเวทีทุกคนก็จะช่วยพูดว่าบัตรมีกี่สี มีกี่ใบเพื่อให้ประชาชนไม่สับสน

ไม่จับขั้วการเมือง

เมื่อถามต่อว่า ใกล้เข้าสู่การเลือกตั้ง2566 แล้ว มีพรรคใดมาทาบทามในการร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ยังไม่มี แต่ตอนนี้ทำตัวเราให้ดีที่สุด และยังไม่อยากเป็นขั้วการเมืองกับใคร เพราะอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งกัน

ส่วนการตัดสินใจทางการเมืองขอยึดผลการเลือกตั้งเป็นหลัก เพราะต้องให้เกียรติพี่น้องประชาชน หากประชาชนตัดสินใจอย่างไร เราก็จะดูว่าพรรคไหนได้เป็นลำดับที่หนึ่ง เพราะการเมืองจะต้องมีความชอบธรรม และมีเสถียรภาพ

มวลชนฟังการปราศรัยพรรคชาติพัฒนากล้ามวลชนฟังการปราศรัยพรรคชาติพัฒนากล้า

‘สมศักดิ์’ ขอคนใต้เลือกเพื่อไทย ดันกีฬา ‘วัวชน’ ซอฟต์พาวเวอร์ สร้างรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547147

19 เม.ย. 2566

'สมศักดิ์' ขอคนใต้เลือกเพื่อไทย ดันกีฬา 'วัวชน' ซอฟต์พาวเวอร์ สร้างรายได้

‘สมศักดิ์’ ดันกีฬา ‘วัวชน’ เป็นซอฟต์พาวเวอร์ มั่นใจ 5 ปี นักท่องเที่ยวแห่เข้าชม สร้างรายได้ในชาวบ้าน ตะลึง! ทายเกมถูกข้าง สะท้อน ‘เพื่อไทย’ มาแน่ ด้าน ‘สุธรรม-วรวัจน์’ ชูนโยบายเด็ด พร้อมทำ หากเป็นรัฐบาล

วันที่ 19 เม.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายสุธรรม แสงประทุม แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมด้วยผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลุยพื้นที่ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช จัดปราศย 4 เวที ช่วย น.ส.บุญฑริกา ยอดสุรางค์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 เบอร์ 2 และ น.ส.ปรมาภรณ์ บริบูรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 10 เบอร์ 10 

นายสมศักดิ์ พร้อมผู้สมัคร น.ส.บุญฑริกา เดินทางไปเยี่ยมชมสนามซ้อมโคโกนายท์ เพื่อเยี่ยมชมการฝึกซ้อมวัว ก่อนเสนอแนวนโยบายผลักดัน “วัวชน” ให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสัตว์ และหากมีการถ่ายทอดสดทั่วโลก ราคาวัวจะสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว จากที่ขณะนี้ วัวแพงสุดอยู่ที่ราคา 2 ล้านบาท 

ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยอนุญาตให้ชนวัวได้อยู่แล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่จะช่วยยกระดับให้มีมาตฐานสากลมากขึ้น โดยสิ่งแรกที่ตนก้าวเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลง คือ การพันผ้าสีแดง-น้ำเงิน ที่เขาวัว เพื่อป้องกันคนดูสับสน ซึ่งตนเชื่อว่า อีก 5 ปี นักท่องเที่ยวต่างชาติ จะเข้ามาชมจำนวนมาก  

ขณะเดียวกัน ระหว่างวัวชนเขาสีแดงและเขาสีน้ำเงิน กำลังลงซ้อม นายสมศักดิ์ถึงกับเอ่ยปากเชียร์วัวเขาสีแดงอย่างอารมณ์ดีว่า พรรคเพื่อไทยเป็นสีแดง ซึ่งปรากฎว่า ผลการซ้อม วัวสีแดง “ชนะ”  นายสมศักดิ์ จึงพูดแซวว่า ขนาดวัวสีแดงยังชนะ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องชนะอย่างแน่นอน

นายสมศักดิ์ ชมกีฬาวัวชน นายสมศักดิ์ ชมกีฬาวัวชน

จากนั้นนายสมศักดิ์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ระบุว่า นอกจากวัวชนแล้ว ตนยังได้ผลักดันการปลดล็อกพืชกระท่อม เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้กับพี่น้องประชาชน เพราะพืชกระท่อม สามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์ส่งขายต่างประเทศได้ เห็นได้ว่า ตนเข้าใจชาวภาคใต้ จึงได้ช่วยขับเคลื่อนสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้แล้วจำนวนมาก ดังนั้น ตนขอโอกาสพี่น้องชาวใต้ ช่วยเปิดใจเลือกพรรคเพื่อไทย ให้เกิดแลนด์สไลด์ทั้งประเทศด้วย

ขณะที่ นายสุธรรม กล่าวว่า วันนี้พี่น้องประชาชน ต้องช่วยกันเอาประยุทธ์ออกไป เอาพรรคเพื่อไทยเข้ามา ด้วยการเข้าคูหาเลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคน และพรรค เบอร์ 29 ให้เกิดแลนด์สไลด์ เพื่อออกจากความยากจน เพราะพรรคเพื่อไทยมีนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ รวมถึงมีนโยบายเติมเงินกระเป๋าดิจิทัล 1 หมื่นบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ในชุมชน โดยนโยบายนี้ พี่น้องประชาชน ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะทำได้สำเร็จเหมือนในอดีตอย่างแน่นอน 

นายวรวัจน์ กล่าวถึงนโยบายต่างๆที่พรรคเพื่อไทยทำสำเร็จ ทั้งโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่เคยถูกกล่าวหาว่าไม่สามารถทำได้ แต่ปรากฎใช้มาได้กว่า 20 ปีแล้ว , ราคายางพารา ราคาเกิน 100 บาท ทำได้สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ขึ้นถึงกิโลกรัมละ 170 บาท ดังนั้นจะเข้ามาสานต่อความสำเร็จในอดีตอย่างแน่นอน 

พรรคเพื่อไทยหาเสียง  จ.นครศรีธรรมราชพรรคเพื่อไทยหาเสียง จ.นครศรีธรรมราช นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลนายสุธรรม แสงประทุม และชาวบ้าน จ.นครศรีธรรมราชนายสุธรรม แสงประทุม และชาวบ้าน จ.นครศรีธรรมราช

‘ชทพ’ ขอพลังเสียง ชาวแปดริ้ว เทคะแนนเลือกพรรค แนะนโยบายแก้ปัญหาสู่อนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547146

19 เม.ย. 2566

'ชทพ' ขอพลังเสียง ชาวแปดริ้ว เทคะแนนเลือกพรรค แนะนโยบายแก้ปัญหาสู่อนาคต

“พรรคชาติไทยพัฒนา” จัดเวทีปราศรัย ขอเสียงชาวแปดริ้ว จ. ฉะเชิงเทรา เลือกทั้งคนทั้งพรรคให้ถล่มทลาย เสนอนโยบายแก้ปัญหาวันนี้และอนาคต เชื่อคนแปดริ้ว ยี้ นโยบายแจกเงิน สร้างหนี้ให้ลูกหลาน

“พรรคชาติไทยพัฒนา” จัดเวทีปราศรัย ขึ้นที่ สามแยกบางขวัญ จ. ฉะเชิงเทรา นำโดย “นายวราวุธ ศิลปอาชา” หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา , นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคขาติไทยพัฒนา และกรรมการบริหารพรรค มาช่วย นายเฉลิง จูจำรัส ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 เบอร์ หาเสียง ซึ่งมีประชาชนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โดยเมื่อนายวราวุธมาถึงได้มีการมอบดอกไม้พวงมาลัยและขอถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมาก  

โดย นายประภัตร โพธสุธน กล่าวเปิดเวทีปราศรัย เป็นคนแรก ชูนายเฉลิง ผู้สมัครของพรรค เบอร์ 8 ที่อยากพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทราให้มีความเจริญเช่นเดียวกับ จังหวัดสุพรรณบุรี ดังนั้น จึงขออาสามาเป็นตัวแทนประชาชน และขอเสียงจากพี่น้องชาวฉะเชิงเทราเขต 1 เลือก “พรรคชาติไทยพัฒนา” อย่างถล่มทลาย

'ชทพ' ขอพลังเสียง ชาวแปดริ้ว เทคะแนนเลือกพรรค แนะนโยบายแก้ปัญหาสู่อนาคต

นายประภัตร กล่าวว่า  ” “พรรคชาติไทยพัฒนา” ในอดีต เคยมีผู้แทน จ.ฉะเชิงเทรา คือ นายสุชาติ ตันเจริญ ดังนั้นพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ใช่พรรคใหม่ในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ดังนั้นผู้แทนที่พรรคเสนอตัวให้ลงเลือกตั้งขอให้จำเบอร์ให้ดี อย่าสับสนกับเบอร์พรรคที่ได้หมายเลข 18 สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเลือกคนเพื่อใช้งาน ไม่ใช่ว่า 4 ปีไม่เคยเห็นว่าอยู่ไหน แต่นายเฉลิงไม่เคยทิ้งชาวบ้าน เป็นคนติดดิน เสียสละเวลา เสียสละเงินทอง พบง่าย และมีเวลาให้ประชาชน ซึ่งเป็นวิสัยของผู้แทนราษฎรที่ดี ” 

จากนั้น  นายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวว่า ” วันนี้มาหาเสียง มาขอเสียงฝาก นายเฉลิง จูจำรัส อาสาเข้ามาทำงานแทนประชาชน วันนี้มีเวทีของอีกพรรคมาหาเสียงที่จังหวัดฉะเชิงเทราเช่นเดียวกัน แต่คนฉะเชิงเทราเขต 1 มาอยู่ที่นี่ และหลายพรรคเสนอนโยบายแจกเงิน ซึ่งทุกคนอยากได้แต่ไม่อยากให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานเข้ามาใช้หนี้ แต่นโยบายที่ดีคือนโยบายที่แก้ปัญหาให้เราในวันนี้และแก้ปัญหาให้ในอนาคตไม่ใช่แก้ปัญหาในวันนี้และสร้างภาระหนี้สินให้กับอนาคต ดังนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาจึงเสนอนโยบายการมอบพันธุ์ข้าวให้ปลูกฟรี , จัดทำแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร , ค่าไฟฟ้าเกี่ยวกับการเกษตร หน่วยละ 2 บาท , สุขภาพดีมีเงินคืนคนละ 3,000 บาท หากทุกคนดูแลสุขภาพไม่มีประวัติเข้าโรงพยาบาลตลอด 1 ปี  ” 

”  ทั้งนี้ นโยบายต่างๆของพรรคชาติไทยพัฒนา มีคณะทำงานที่ระดมสมองออกนโยบาย เป็นนโยบายที่แก้ไขปัญหาในวันนี้และแก้ปัญหาในอนาคต นโยบายที่แจกเงินในวันนี้เป็นหนี้ในวันหน้า และตนเชื่อว่าชาวฉะเชิงเทราไม่อยาก สร้างหนี้ให้ลูกหลานในอนาคต ดังนั้นวันนี้พรรคชาติไทยพัฒนาจึงมาขอคะแนนให้กับนายเฉลิงเบอร์ 8 บัตรสีม่วง และพรรคไทยพัฒนาเบอร์ 18 บัตรสีเขียว ให้โอกาสพวกเราทั้งคนทั้งภาคเข้ามาทำงานแล้วเราสัญญาว่า ปัญหาของพี่น้องจะเข้ามาแก้ไข ” 

“เราทำงานไม่มีรุ่นใหม่ ไม่มีรุ่นใหญ่ บนเวทีแห่งนี้เรามีทั้งรุ่นใหม่เรามีทั้งรุ่นใหญ่เราทำงานด้วยกันนี่คือจะทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง ด้วยความปลอดภัย และด้วยความยั่งยืน นโยบายทุกเรื่อง Wow Thailand ของชาติไทยพัฒนานั้นสร้างมาจากความมั่งคั่ง ความมั่นคงของทรัพยากรในประเทศไทยที่มี แปลงมาเป็นโอกาสความหวังของพี่น้องคนไทย และการที่เดินไปข้างหน้าต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกคนจะต้องเดินไปด้วยกัน” นายวราวุธ กล่าว

'ชทพ' ขอพลังเสียง ชาวแปดริ้ว เทคะแนนเลือกพรรค แนะนโยบายแก้ปัญหาสู่อนาคต


ขณะที่ นายเฉลิง เปิดเผยถึงความรู้สึกที่มีประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยว่าตื้นตันใจ พี่มีประชาชนมาร่วมรับฟังมากมายขนาดนี้ วันนี้มาขออาสาเข้ามารับใช้พี่น้องชาวฉะเชิงเทราเขต 1 ที่ผ่านมาตนเองก็ดูแลพี่น้องมาโดยตลอด ทั้งปัญหาน้ำแล้ง ปัญหาโควิด ปัญหาน้ำท่วม  วันนี้มาขอคะแนนมอบความไว้วางใจให้กับนายเฉลิง คนนี้ด้วย ตนมาด้วยใจเพียงต้องการเอาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องไปแก้ไขในสภาฯ

'ชทพ' ขอพลังเสียง ชาวแปดริ้ว เทคะแนนเลือกพรรค แนะนโยบายแก้ปัญหาสู่อนาคต

ปชป.เป็นแกนนำรัฐบาล ‘จุรินทร์’ ประกาศ 2 นโยบายประมง ทำทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547143

19 เม.ย. 2566

ปชป.เป็นแกนนำรัฐบาล 'จุรินทร์' ประกาศ 2 นโยบายประมง ทำทันที

ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ‘จุรินทร์’ ประกาศพร้อมช่วยชาวประมงทันที เผย ผลักดัน 2 นโยบาย ประมงท้องถิ่นรับ 1แสนบาททุกปี-ปลดล็อคประมงพาณิชย์ ภายใต้ไอยูยู

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาประมงที่นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวประมงทั้ง 26 จังหวัด และสร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจถึง 4-5 แสนล้าน ด้วยเหตุนี้พรรคประชาธิปัตย์จึงได้เสนอ 2 นโยบาย เพื่อช่วยเหลือชาวประมง 2 กลุ่ม

นโยบายประมงท้องถิ่น รับ 1 แสนบาททุกปี

เป็นมาตรการเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่ม “ประมงท้องถิ่น” โดยการสนับสนุนเงินทุนให้ กลุ่มละ 100,000 บาท ทุกปี สำหรับการพัฒนาศักยภาพของชาวประมงท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับความต้องการ และสภาพของแต่ละชุมชน ซึ่งสามารถนำเงินดังกล่าวเป็นทุนสำหรับทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาอาชีพ เพิ่มผลผลิต เพิ่มมูลค่า รวมถึงการเพิ่มทักษะการทำการประมงได้

ในปัจจุบันมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มประมงท้องถิ่นมากกว่า 2,800 กลุ่มกระจายตัวอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่กลุ่มประมงชายฝั่ง ประมงนอกชายฝั่ง ประมงน้ำจืด กลุ่มแปรรูป-เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 

ดังนั้นด้วยนโยบายประมงท้องถิ่น รับ 100,000 บาท ทุกปี จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ชาวประมงท้องถิ่นที่เป็นกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่สำคัญของไทยให้เกิดการพัฒนาต่อยอดอาชีพอย่างต่อเนื่องได้

จุรินทร์ ประกาศ 2 นโยบายประมง ทำทันทีจุรินทร์ ประกาศ 2 นโยบายประมง ทำทันที

จุรินทร์ ประกาศ 2 นโยบายประมง พร้อมทำทันทีจุรินทร์ ประกาศ 2 นโยบายประมง พร้อมทำทันที

นโยบายปลดล็อคประมงพาณิชย์ ภายใต้ IUU

เป็นนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มประมงพาณิชย์ ที่มาได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขของ IUU ทำให้ประมงพาณิชย์ต้องเผชิญปัญหาอย่างรุนแรง แต่ด้วยนโยบาย “ปลดล็อค ประมงพาณิย์ ภายใต้ IUU” จะเป็นการพลิกฟื้นธุรกิจประมงไทยให้กลับมาสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาลอีกครั้ง ภายใต้การปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สากลยอมรับ

ปชป. ประกาศ 2 นโยบายประมง ทำทันทีปชป. ประกาศ 2 นโยบายประมง ทำทันที

ดังนั้นหากประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จะได้นำ 2 นโยบายดังกล่าวมาเร่งดำเนินการเพื่อให้พี่น้องชาวประมงพาณิชย์ทั้ง 26 จังหวัด และประมงท้องถิ่นทั่วประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้

‘เพื่อไทย’ เตรียมยกระดับ 30 รักษาทุกโรค พร้อมหนุนเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547141

19 เม.ย. 2566

'เพื่อไทย' เตรียมยกระดับ 30 รักษาทุกโรค พร้อมหนุนเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ

‘พงศกร-เพ็ญพิสุทธิ์’ ขายนโยบาย 30 รักษาทุกโรค ชูบัตรปชช.ใบเดียวรักษาฟรีทั่วประเทศ พร้อมหนุนยกเลิกเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นสมัครใจ

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง เบอร์ 6 พรรคเพื่อไทย น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางคอแหลม-ยานนาวา เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ในเขตการรับผิดชอบของตัวเอง พร้อมชูนโยบายด้านสิทธิและสุขภาพของประชาชน เตรียมยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค เพื่อลดรายจ่ายให้มากกว่าเดิม บัตรประชาชนใบเดียว รักษาฟรีทั่วไทย รับยาใกล้บ้าน วัคซีนป้องกันมะเร็งฟรี  

ผู้หญิงสามารถรับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกฟรี ส่วนผู้ชายสามารถตรวจคัดกรอง รับยาป้องกันมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดีฟรี 50 เขต 50 โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร รวมถึงต้องมีโรงพยาบาลรัฐขนาด 120 เตียงขึ้นไปประจำทุกเขต รองรับคนไข้มากขึ้น , การรักษาที่ซับซ้อนขึ้น รวมถึงการผ่าตัดฉุกเฉิน

เมื่อรวมกับนโยบายบัตรประชาชนใบเดียว รักษาฟรีทั่วประเทศ ทำให้พี่น้องที่ไม่มีชื่อทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานครเข้าถึงสิทธิการรักษาได้ นี่คือ อนาคตสาธารณสุขไทย เพื่อให้การรักษาสุขภาพของคนไทยครอบคลุมทุกวงจรและทุกความต้องการในประเทศ

นอกจากนี้ นายพงศกร ผลักดันนโยบายยกเลิกเกณฑ์ทหาร จากการบังคับให้เป็นไปโดยสมัครใจทันที โดยการเปิดกว้างให้การสมัครทหารออนไลน์ทำได้ง่ายและครอบคลุมมากขึ้น โดยไม่กำหนดเป้าหมายการรับ เพื่อให้ทหารเป็นทหารมืออาชีพ เพราะทหารเกณฑ์ไม่ใช่แรงงานใช้ฟรี ความรักชาติต้องเกิดจากความสมัครใจ การลดขนาดกองทัพ เพิ่มศักยภาพทหารเกณฑ์ เท่ากับคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

โดยการยกเลิกเกณฑ์ทหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบาย แต่พรรคเพื่อไทยยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่จะมาเสริมทำให้ประชาชนคนไทยมีความภาคภูมิใจกับสถาบันนี้มากขึ้นใช้กลไกอื่น นอกจากการบังคับ ผลักดันให้สถาบันทหารมีความเป็นมืออาชีพ มีเกียรติมากยิ่งขึ้น ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทุกส่วน เป็นทหารเพื่อชาติอย่างแท้จริง

นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนาน.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณน.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ

‘จุรินทร์’ ขอคะแนน ชาวโป่งกา-ไม่เห็นด้วย จับขั้วรัฐบาล ก่อน เลือกตั้ง66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547140

19 เม.ย. 2566

'จุรินทร์' ขอคะแนน ชาวโป่งกา-ไม่เห็นด้วย จับขั้วรัฐบาล ก่อน เลือกตั้ง66

‘จุรินทร์’ ขอคะแนนชาวบ้านโป่งกา จ.ราชบุรี เผย ผู้สมัครหน้าใหม่แต่มีคุณภาพ เชื่อได้รับการสนับสนุนจากคนในพื้นที่ ย้ำไม่เห็นด้วย จับขั้วรัฐบาล ก่อนการเลือกตั้ง66

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี พร้อม 5 ผู้สมัคร สส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายทศพล แก้วทิมา, น.ส.ถปนัท แก้วทิมา, นายอนุคม ศักดิ์อิสระพงศ์, นายธนากร เลี้ยงฤทัย และพลเอกชวลิต สาลีติ๊ด เพื่อหาเสียง บริเวณตลาดสดเทศบาลบ้านโป่ง

โดยได้เดินทักทายประชาชน และขอคะแนนเสียงสนับสนุน จากประชาชนในพื้นที่ พร้อมระบุว่าพื้นที่จังหวัดราชบุรีมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่เป็นจำนวนมาก จึงไม่ห่วงเรื่องคะแนนพรรค เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน รวมถึงผู้สมัครแม้จะเป็นคนหน้าใหม่ทั้งหมดที่ แต่มาก ด้วยความรู้ และ มากประสบการณ์ เป็นผู้สมัครที่มีคุณภาพ อยู่ในพื้นที่และทำงานท้องถิ่นมาก่อน

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยัง กล่าวถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ออกมาเคลื่อนไหวพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ ในการเข้าร่วมรัฐบาล เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมาว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้พิจารณาถึงเสียงของประชาชน และให้เกียรติประชาชนที่ลงคะแนนในการเลือกตั้ง โดยไม่ได้สนับสนุนให้มีการจับขั้วรัฐบาลก่อนที่ประชาชนจะลงคะแนนเสียง

นายจุรินทร์  ลุยหาเสียง จ.ราชบุรี ขอคะแนนชาวบ้านโป่งกา นายจุรินทร์ ลุยหาเสียง จ.ราชบุรี ขอคะแนนชาวบ้านโป่งกา

นายจุรินทร์  ลุยหาเสียง จ.ราชบุรี ขอคะแนนชาวบ้านโป่งกา นายจุรินทร์ ลุยหาเสียง จ.ราชบุรี ขอคะแนนชาวบ้านโป่งกา

“และระบบของรัฐสภา คือพรรคการเมืองใดสามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ ก็จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล”

ขณะนี้ พรรคการเมืองใดมีความพยายามที่จะไปประกาศจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองใด ก็สามารถทำได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคการเมืองใด

จากนั้น นายจุรินทร์ จะเดินทางไปหาเสียงต่อที่จังหวัดสมุทรสงคราม และเปิดเวทีปราศรัยย่อย ที่จังหวัดเพชรบุรีต่อไป

นายจุรินทร์ หาเสียงช่วยผู้สมัคร จ.ราชบุรีนายจุรินทร์ หาเสียงช่วยผู้สมัคร จ.ราชบุรี

มวลชน ปชป.มวลชน ปชป.

ราชกิจจาฯ ประกาศ ‘ฉัตรชัย พรหมเลิศ’ ได้รับเลือกเป็น ‘ประธาน ปปง.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547128

19 เม.ย. 2566

ราชกิจจาฯ ประกาศ 'ฉัตรชัย พรหมเลิศ' ได้รับเลือกเป็น 'ประธาน ปปง.'

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเรื่อง ผลการเลือกประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประกาศ ‘ฉัตรชัย พรหมเลิศ’ ได้รับเลือกเป็น ‘ประธาน ปปง.’

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2566 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเรื่อง ผลการเลือกประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ‘ประธาน ปปง.’

โดยที่มาตรา 24 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2566 เลือกประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เนื่องจาก พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ได้ขอลาออกจากการเป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ‘ประธาน ปปง.’ โดยมอบหมายให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินดำเนินการประกาศผลการเลือกประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ราชกิจจาฯ ประกาศ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ได้รับเลือกเป็นประธาน ปปง.ราชกิจจาฯ ประกาศ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ได้รับเลือกเป็นประธาน ปปง.

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 40 (1) และมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในการประชุมครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินจึงประกาศผลการเลือก คือ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 10 มีนาคม 2566

สำหรับนายฉัตรชัย พรหมเลิศ มีชื่อเล่นว่า ฉิ่ง เกิด 19 ก.พ. 2504 เป็นข้าราชการพลเรือนชาวไทย เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอดีตอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี

เปิด Top 5 ผล ‘เนชั่นโพล’ เจาะรายภาค ‘แคนดิเดตนายกฯ’ คนไหนมาแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547112

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

19 เม.ย. 2566

เปิด Top 5 ผล ‘เนชั่นโพล’ เจาะรายภาค 'แคนดิเดตนายกฯ' คนไหนมาแรง

เปิดผลสำรวจ ‘เนชั่นโพล เลือกตั้ง66’ ครั้งที่ 1 แบบสรุป 5 อันดับแรก ‘แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี’ แบบเจาะลึกรายภาค ดูข้อมูลได้ที่นี่

ผลสำรวจ ‘เนชั่นโพล ศึกเลือกตั้ง66’ ครั้งที่ 1 มีข้อมูลมากมายให้เจาะลึกให้เห็นแนวโน้มทั้งในระดับภาพรวมทั้งประเทศ และรายภูมิภาค

ที่บอกได้ถึงความนิยมของ “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” ความนิยมของผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ (สส.ปาร์ตี้ลิสต์) และผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขต

วันนี้ “คมชัดลึก” ขอนำเสนอชุดข้อมูล สรุปให้เห็น 5 อันดับแรก หรือ Top 5 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แบบเจาะลึกรายภูมิภาค ว่าใครมีคะแนนความนิยมอย่างไรบ้าง 

ภาพรวมทั้งประเทศ 5 อันดับแรก

  1. แพทองธาร ชินวัตร 33.81%
  2. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 22.58%
  3. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 16.87%
  4. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 8.13%
  5. เศรษฐาทวีสิน 7.45%

ภาพรวมทั้งประเทศ (ไม่รวมกทม.)

  1. แพทองธาร ชินวัตร 34.19%
  2. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 22.97%
  3. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 16.16%
  4. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 8.43%
  5. เศรษฐา ทวีสิน 6.97%

กรุงเทพมหานคร

  1. แพทองธาร ชินวัตร 29.76%
  2. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 24.43%
  3. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 18.41%
  4. เศรษฐาทวีสิน 12.58%
  5. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 4.96%

ภาคเหนือตอนบน

  1. แพทองธาร ชินวัตร 48.81%
  2. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 18.69%
  3. เศรษฐาทวีสิน 14.32%
  4. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 10.98%
  5. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 3.60%

ภาคเหนือตอนล่าง

  1. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 41.63%
  2. แพทองธาร ชินวัตร 25.74%
  3. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 14.27%
  4. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 6.76%
  5. เศรษฐา ทวีสิน 4.65%

ภาคกลางและตะวันตก

  1. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 34.90%
  2. แพทองธาร ชินวัตร 30.06%
  3. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 12.51%
  4. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 8.68%
  5. เศรษฐา ทวีสิน 7.16%

ภาคอีสานตอนบน

  1. แพทองธาร ชินวัตร 48.07%
  2. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 25.22%
  3. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 13.15%
  4. เศรษฐา ทวีสิน 6.36%
  5. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2.43%

ภาคอีสานตอนล่าง

  1. แพทองธาร ชินวัตร 33.96%
  2. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 20.20%
  3. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 13.61%
  4. อนุทิน ชาญวีรกูล 9.56%
  5. เศรษฐา ทวีสิน 7.30%

ภาคตะวันออก

  1. แพทองธาร ชินวัตร 37.14%
  2. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 20.55%
  3. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 17.01%
  4. เศรษฐา ทวีสิน 8.59%
  5. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 6.85%

ภาคใต้ตอนบน

  1. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 26.02%
  2. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 19.79%
  3. แพทองธาร ชินวัตร 17.37%
  4. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 10.79%
  5. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 9.08%

3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

  1. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 27.39%
  2. แพทองธาร ชินวัตร 14.90%
  3. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 12.66%
  4. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 9.61%
  5. สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 8.92% 

ตรวจสอบข้อมูลเนชั่นโพลด้วยตัวเองได้นี่ที่ >> Click <<